ฤาษีดัดตนที่วัดโพธิ์-ท่าเตียน

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 9 มิถุนายน 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top></TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG][/IMG] -->
    [​IMG]
    เกือบ!...เรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่นไปแล้ว สำหรับ “ฤาษีดัดตน” ที่ นายมาซากิ ฟุรุยะ แอบไปยื่นจดเครื่องหมายการค้าที่สำนักงานสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นภูมิปัญญาของไทย อยู่ภายใต้แพทย์แผนไทย โดยมีหนังสือยืนยันถูกต้องตามกฎหมายไทย

    หากมองในแง่บวก ก็เป็นเรื่องดี "ถ้าไม่ถูกขโมยแล้วเราจะรู้วิธีป้องกันทรัพย์สินไม่ให้ถูกขโมยได้อย่างไร" ที่สำคัญคือ ทำให้คนไทยเห็นคุณค่า และศึกษาภูมิปัญญาไทยมากขึ้น ซึ่งปกติแล้วคนไทยจะเห็นความสำคัญเมื่อสิ่งของเหล่านั้นถูกขโมยไปแล้ว หรืออาจจะเรียกว่า "ภูมิปัญญาไทยที่คนไทยไม่มีปัญญารักษาไว้" จริงๆ แล้ว รัฐบาลไทยน่าจะตอบโต้ หรือลงโทษให้เป็นคดีตัวอย่าง โดยน่าจะมีการขึ้นบัญชีดำนายมาซากิ ฟุรุยะ เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักรไทย “ฤาษีดัดตน” ถือเป็นสมบัติดั้งเดิมของคนไทย มีในไทยมาตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม หรือวัดพระเชตุพนวิมนมังคลาราม (วัดโพธิ์) เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมตำรายาและปั้นท่าฤาษีดัดตนไว้เป็นทาน รูปท่าฤาษีดัดตนที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ นั้น ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด สันนิษฐานว่าน่าจะมีการปั้นไว้ประมาณ ๑๒๗ ท่า เดิมปั้นด้วยดิน จึงชำรุดเสื่อมสภาพได้ง่าย ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ (พระราชโอรสรัชกาลที่ ๑ พระนามเดิมพระองค์เจ้าชายดวงจักร) เป็นผู้ทรงกำกับช่างหล่อรูปฤาษีดัดตนท่าต่างๆ รวม ๘๐ ท่า โดยหล่อด้วยสังกะสีผสมดีบุกเรียกว่า “ชิน” ปั้นแล้วตั้งไว้ตามศาลาราย และจารึกบรรยายสรรพคุณไว้ เป็นโคลงสี่สุภาพ แต่งโดยกวีมีชื่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ แม้แต่องค์พระมหากษัตริย์ก็ทรงโคลงเองถึง ๖ บทด้วยกัน นอกจากนี้ยังมี พระเจ้าน้องยาเธอ พระลูกยาเธอ ขุนนาง พระภิกษุ ตลอดจนสามัญชน รวม ๓๕ ท่าน ร่วมกันนิพนธ์รวมทั้งสิ้น ๘๐ บท แล้วจารึกไว้ดังคำโคลงบานแผนกกล่าวว่า "...จึ่งสมเด็จนฤบาล ธก็บรรหารเสาวพจน์ ให้ลิขิตบทโคลงทรงลงจารึกเศลาตราติดผนังกำกับ สำหรับรูปหล่อหลาย แล้วให้พนายจิตกรรม์สฤษฏิรังสรรค์เสาวเลข รจเรขชฎิล ดัดกายินถ้วนองค์ลงในสมุดดุจหล่อส่อท่าตราแผนไว้ ธก็ให้เลขกามาตย์ จำลองศาสตรเส้นรง แสดงโคลงทรงสืบสร้างเป็นตำหรับฉบับอ้างคู่หล้าแหล่งเฉลิม..." เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๕ มีคณะแพทย์แผนโบราณขออนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งโรงเรียนสมาคมแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) เปิดสอนการแพทย์แผนโบราณและการนวดแผนโบราณจนถึงปัจจุบัน เปิดสอนอยู่ที่ศาลาราย ด้านทิศตะวันออก ๒ หลัง การนวดแผนโบราณที่ปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้มี ๒ วิธี คือ การนวดตามแบบท่าฤาษีดัดตน และการนวดด้วยการประคบสมุนไพร มองให้เป็นก็เห็นธรรมะ พระอาจารย์สุขเกษม เขมสุโข พระวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ กทม. พระนักจัดรายการวิทยุและพระนักเทศน์เพลง บอกว่า ฤาษีดัดตน ให้ความรู้หลายด้าน โดยเฉพาะการพึ่งพาอาศัยตนเอง ตรงกับคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ว่า อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ซึ่งหมายถึงตนแลเป็นที่พึ่งของตน การดัดตนของฤาษี ยังเป็นการแก้ไขสิ่งไม่ดีในตัวตนให้ดี (ปวดเมื่อยไม่ดีทำให้หายไปจากตน) เป็นการพึ่งพาอาศัยตนเอง ไม่หวังพึ่งพาอาศัยผู้อื่น หรือยืมจมูกผู้อื่นมาหายใจ จุดกำเนิดของ ฤาษีดัดตน น่าจะมาจากการนั่งสมาธิเข้าฌานนานๆ หลายชั่วโมง สังขารร่างกายของฤาษีย่อมปวดเมื่อยเป็นธรรมดา ถ้าอยู่ในบ้านในเมือง คนเขาก็ใช้ลูกหลานให้บีบนวด หรือจ้างหมอนวด มานวดคลายเส้นให้หายปวดเมื่อย แต่ฤาษีอยู่ป่าแต่ผู้เดียว ไม่รู้จะใช้หรือจ้างใครได้ มีตนเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งแห่งตน จึงต้องนวดตนเองให้หายเมื่อยปวดร่างกาย จนเป็นตำราที่มาของฤาษีดัดตน นอกจากนี้แล้ว ถ้ามองให้เห็นเป็นธรรม ความสงบนิ่งนั่งสมาธิเข้าฌานของฤาษี เห็นความมักน้อย สันโดษ ใช้เศรษฐกิจแบบพอเพียง หรือเพียงพอในสิ่งที่มีที่ได้ ไม่มีทุกข์ในการเสาะหามาให้มากๆ ไม่เป็นทุกข์กับการเก็บสิ่งที่ตนหามามากมายเกินเหตุ เห็นการใช้หูฟัง มากกว่าใช้ปากพูด เพราะฤาษีอยู่คนเดียวในป่า ไม่รู้จะพูดกับใคร จึงพูดน้อย แต่หูทั้ง ๒ ข้างได้ยินเสียงป่า ที่ทำให้คนทั่วไปกลัว เสียงลม-ต้นไม้ไหวโยก-เสียงสัตว์ร้อง เสียงแปลกๆ ที่คนไม่เคยได้ยินมาก่อน ส่วนเหตุที่ ฤาษีนุ่งหนังเสือ ห่มหนังเสือ พระอาจารย์สุขเกษม บอกว่า เพราะเสือเป็นเจ้าป่า เป็นสัตว์นักล่าที่สัตว์ป่ากลัว รวมทั้งคนด้วย สัตว์มีจมูกไวต่อกลิ่นมากกว่าคนหลายร้อยเท่า เมื่อได้กลิ่นสาปเสือแต่ไกลเป็นร้อยเมตร สัตว์จะกลัวไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณที่ได้กลิ่นสาปเสือ เพราะนั่นหมายถึงใกล้ความตายจากนักล่า นี่คือการใช้ปัญญาวุธใช้ปัญหาเป็นอาวุธ


    ที่มา...

    [​IMG]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  2. NiNe

    NiNe เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2005
    โพสต์:
    4,805
    ค่าพลัง:
    +7,481
    ดีแล้วที่ไอ้ยุ่น (แค่คนบางคน เพียงส่วนน้อย ไม่ใช่ทั้งหมด) มันถอนลิขสิทธิ์เรื่องนี้

    อีกหน่อย มันเอา ###อ่อน### ไปจดทะเบียนมั่ง
    จะมีใครเห็นใจหรือสงสาร ###อ่อน### บ้างน๊อ?
     

แชร์หน้านี้

Loading...