ฤาษีตาไฟ เนื้อผง องค์ละ100 บาทวันเกิดเดือนพฤษภาคมปีนี้ จะสร้างหม้อหุงข้าว เตาแก้ส เครื่องซักผ้า ถวายชี

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย อาศรมฤาษี เขียงราย, 12 กุมภาพันธ์ 2017.

  1. อาศรมฤาษี เขียงราย

    อาศรมฤาษี เขียงราย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2017
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +14
    ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพ สร้าง ของอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติธรรม เตาแก๊ส หม้อหุงข้าวแบบสะดวกหุง เครื่องซักผ้า และตู้เย็นแช่วัตถุดิบประกอบอาหาร

    องค์ละ100 บาท ติดถังผ้าป่าร่วมบุญ กัน กับ อาจารย์พระฤาษีสิทธาดาบส

    องค์ครู องค์ละ 399 บาท หลังจารยันต์ ประทับตรา

    ?temp_hash=a90fb0dfd837e1af19c632eb9d2b4385.jpg


    ?temp_hash=cd90ef70f92d4fdaa8557e5a587674da.jpg



    ท่านใดโอนมาแล้ว กรุณาแจ้ง
    1.ยอดโอน วันที่ เวลา
    (หากถ่ายภาพใบเสร็จการโอนมาให้ยิ่งดีมาก)
    2.จำนวนเงินและจำนวนวัตถุมงคล
    3.ประเภท(ธรรมดาหรือองค์ครู)
    4.ธรรมดากรุณาแจ้งสี (หรือแจ้งว่าแบบใดก็ได้)



    วันเกิดเดือนพฤษภาคมปีนี้ จะสร้างหม้อหุงข้าว เตาแก้ส เครื่องซักผ้า ถวายแม่ชี

    ฝีมือการแกะพิมพ์ อาจารย์ไก่ หางดงเชียงใหม่

    ปลุกเสก มนตราภิเษก วันที่25 มีนาคม

    มีจำนวนจำกัด



    FB_IMG_1486878861466.jpg FB_IMG_1486878861466.jpg received_1704403369849749.jpeg received_1704403093183110.jpeg

    ขอเชิญร่วมทำบุญ กับ อาศรมสถาน
    รายได้ เป็นค่าของถวายในวันเกิด วันที่25 พค.60

    ธนาคารกสิกรไทย
    023-110-2191
    ออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลเชียงราย
    อรุณนพรัตน์ เชื้อกาวิละวงศ์



    โอนแล้วหลักฐานการโอนที่ ข้อความ พร้อมชื่อที่อยู่ ที่ข้อความ
    หรือที่ แฟสเพจอาศรมฤาษีเชียงราย <<
    หรือที่ ไลท์ไอดี


    ตำนานพระฤาษีตาไฟ

    ตำนานเกี่ยวกับผู้วิเศษคือเรื่องราวหนึ่งในตำนานที่ถูกกล่าวขานอยู่ทั่วโลก อย่างในสุวรรณภูมิเรานั้นมีเรื่องราวผู้วิเศษหลายท่าน ทั้งที่เป็นพระอรหันต์ และพระฤษีผู้ทรงฤทธิ์ รวมทั้งเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามหลักโยคะศาสตร์ต่างๆ เช่น เล่นว่านยา เล่นแร่แปรธาตุ เล่นอาคม ก็สามารถเข้าถึงอำนาจลึกลับเหนือธรรมชาติได้ จากตำนานทั่วไปเราพบว่าอำนาจวิเศษทั้งหลายเหล่านั้นมักจะพบอยู่ในผู้ที่ออกบวช โดยเฉพาะเหล่าฤษีทั้งหลาย ทั้งนี้ฤษีคือพวกออกบวชพระพฤติพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัด และเข้าถึงอำนาจแห่งพระเป็นเจ้า โดยมากนั้นฤษีมักนับถือพระเป็นเจ้าตามคติลัทธิพราหมณ์ คือ นับถือพระพรหมธาดา พระศิวะ พระนารายณ์ การภาวนาของฤษีอยู่ในหลักของการเล่นพลัง การเล่นกสิณ ดังนั้น ฤษีจำนวนไม่น้อยจึงบรรลุถึงอำนาจที่เหนือธรรมชาติจากการปฏิบัติโยคะทางจิต อำนาจของฤาษีที่บรรลุฌานสมาบัตินั้น



    ได้แก่ อำนาจในการเดินบนแผ่นน้ำ การดำดิน การเหาะขึ้นไปบนฟ้า การย่นย่อระยะทาง การรู้วาระจิต การได้หูทิพย์ ตาทิพย์ และอำนาจจิตในการบังคับควบคุมธาตุทั้ง 4 ได้อย่างเด็ดขาด เหล่านี้คืออำนาจที่อยู่ในพระฤาษีที่ลุถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้า



    เรื่องราวของพระฤาษีตาไฟนั้นความจริงแล้วเป็นเรื่องลี้ลับเพราะนามพระฤาษีตาไฟนั้นปรากฏมาเป็นเวลานานนับพันปี ความลี้ลับของพระฤาษีตาไฟนั้นพอเทียบได้กับเรื่องราวของหลวงปู่เทพโลกอุดรที่ยากจะสืบค้นความจริงได้ ในปัจจุบันจะเห็นว่าการสร้างรูปเคารพของพระฤาษีตาไฟนั้นมักปรากฏเป็นพระฤาษีที่มีสามตา โดยมีตาที่สามกลางหน้าผาก ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ตาที่สามของพระฤาษีตาไฟนี้ลืมขึ้นมาเมื่อใดจะบังเกิดเป็นไฟประลัยกัลป์ขึ้นเมื่อนั้น ลักษณะของตาที่สามของพระฤาษีตาไฟนี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่มีบุญและมีตบะฌานที่แก่กล้า ตามคติทางพราหณ์และพุทธนั้นกล่าวว่าบุคคลที่ได้บำเพ็ญเพียรทางจิตมาหลายร้อยหลายพันชาติ เป็นอนันตชาตินั้น เมื่อบังเกิดขึ้นมาในภพชาติปัจจุบันจะมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ที่มีบุญเกิดขึ้นกับร่างกายหลายอย่าง และอย่างหนึ่งก็คือการมีอุณาโลมที่กลางหน้าผาก อุณาโลมกลางหน้าผากนี้กับภาวะตาที่สามเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งตาที่สามหรือดวงตาแห่งเทพเจ้า



    พระอิศวรหรือพระศิวะถือว่าเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดท่านหนึ่ง ตามตำนานกล่าวว่าพระองค์ทรงมีสามตา โดยตาที่สามพระองค์นั้นอยู่กลางหน้าผากดุจเดียวกับพระฤาษีตาไฟ และเหมือนกันอีกประการ หนึ่งก็คือ เมื่อใดก็ตามที่พระอิศวรทรงลืมพระเนตรขึ้น เมื่อนั้นย่อมบังเกิดไฟประลัยกัลป์ขึ้นมา ความเหมือนกันโดยบังเอิญของตำนานพระอิศวรและพระฤษีตาไฟที่พ้องกันเช่นี้ทำให้เชื่อว่าท่านทั้งสองคือพระฤษีตาไฟและพระอิศวรย่อมมีความเกี่ยวพันไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งและพอเชื่อได้ว่าพระฤษีตาไฟแท้จริงแล้วก็คือภาคหนึ่งของพรศิวะหรือพระอิศวรเจ้านั้นเอง



    ในหมู่บรรดาฤษีโยคีทั้งปวงแล้ว ต้องนับถือว่าพระอิศวรหรือพระศิวะเป็นใหญ่สูงสุด เพราะพระอิศวรหรือพระศิวะนั้นแท้จริงแล้วคือบรมโยคีหรือมหาโยคี เป็นเทพพรหมฤาษีที่ทรงตบะสูงสุด ทั้งนี้ฤษีทั้งหลายย่อมบูชาโดยตรงต่อองค์พระศิวะด้วยกันทั้งสิ้นและนับถือกันว่าพระศิวะนี้ คือพระเป็นเจ้า พระศิวะคือต้นตอแห่งฤษีทั้งหลาย การบำเพ็ญทั้งหลายของฤษีโยคีย่อมมุ่งตรงต่อพระศิวะทั้งสิ้น และด้วยเหตุนี้พระฤษีตาไฟ พระฤาษีตรีเนตร และพระฤษีอิศวร ซึ่งแท้จริงก็คือท่านเดียวกัน ย่อมมีฐานะเป็นฤษีสูงสุดเป็นเจ้าแห่งฤษีทั้งปวง และย่อมเป็นประธานแห่งฤษีทั้งหลายด้วย


    ความหมายแห่งตาที่สาม
    หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องเกี่ยวกับพระฤษีตาไฟ คือ เรื่องตาที่สามของพระคุณเจ้าฤษีตาไฟ เพราะตาที่สามของพระฤษีตาไฟนั้น นับเป็นจุดศูนย์รวมพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์ จุดตาที่สามนี้หากเราทำการค้นคว้าสอบถามครูบาอาจารย์และนักพลังจิตจะพบว่า เป็นจุดกึ่งกลางหน้าผากของคนเรานั้นเป็นจุดศูนย์รวมพลังงานลี้ลับ ทางโยคะศาสตร์เรียกตรงนี้ว่า “อาชญะจักรา” หรือตาที่สาม เป็นจุดที่สามารถปลดปล่อยพลังงานทางจิตในระดับสูง และกล่าวว่าผู้ใดก็ตามที่สามารถพัฒนาจุดศูนย์รวมพลังงานตำแหน่งนี้ (จักรา) จะเกิดอำนาจทางทิพยจักษุญาณและหากกล่าวถึงการฝึกเพื่อเปิดตาสามตามแนวทางโยคีทางฮินดูแล้ว จะกล่าวถึงวิชาโยคะศาสตร์อันเร้นลับที่เชื่อว่าภายในตัวเรานั้นมีเส้นพลังงานบางอย่างภายในตัว


    และนอกจากนี้ยังมีศูนย์รวมพลังงานอยู่ทั้งหมดถึง 7 จุดด้วยกัน บริเวณตำแหน่งตาที่สามคือจุดที่หก เรียกว่า จักราที่หก หรือที่เรียกว่าอาชญะจักรนี่เอง การเปิดจักรานี้จะทำได้ก็ด้วยการเดินพลังงานชนิดหนึ่งที่มีอยู่ภายในร่างกายของคนเราที่เรียกว่า “พลังกุณฑาลินี” พลังงานชนิดนี้จะขดตัวอยู่ ณ บริเวณก้นกบ โยคีต้องทำการเข้าสมาธิเพื่อปลุกพลังงานดังกล่าวให้ตื่นขึ้นอย่างเหมาะสม การปลุกพลังกุณฑาลินีในตำราโบราณกล่าวว่าเป็นสิ่งที่อันตรายหากทำโดยไม่มีผู้รู้แนะนำแล้วพลังดังกล่าวเมื่อเคลื่อนตัวขึ้นมาสู่บริเวณหน้าผากหรือตำแหน่งตาที่สามจะก่อให้เกิดการเปิดจักรานี้เป็นผลให้บุคคลผู้นั้นมีภาวะเห็นสิ่งต่างๆที่ดวงตาของคนทั่วไปไม่อาจมองเห็นได้ เช่น การมองเห็นออร่าหรือรัศมีของร่างกายของคนเรา การทำนายโดยใช้กระแสจิต เป็นต้น



    ซึ่งพลังนี้ยังรวมไปถึงการปลดปล่อยพลังจิตเพื่อทำการโทรจิตก็ได้ และหากบุคคลผู้นั้นผ่านการฝึกฝนกสินมาด้วยแล้วย่อมสามารถปลดปล่อยพลังออกมาจากตาสามทำให้เกิดไฟขึ้นได้ เรียกว่าเพ่งไปที่ใดก็เกิดไฟลุกขึ้นที่นั่นเป็นดั่งพระฤาษีตาไฟนั่นเอง.....



    การครอบเศียรพระฤาษีตาไฟ
    พระฤาษีตาไฟนับเป็นบรมครูผู้หนึ่งในอดีตกาลที่เชื่อถือกันว่าท่านสำเร็จอภิญญาสมาบัติ สำเร็จวิชากสิณไฟ สามารถเพ่งจนเกิดไฟลุกได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือสามารถเพ่งตะกั่วโลหะด้วยสายตาจนตะกั่วหรือโลหะนั้นหลอมละลายตัวลง ในตำรามักกล่าวว่าท่านมีพระเนตรที่ 3 อยู่กึ่งกลางหน้าผาก หากเนตรที่สามหรือตาที่สามนี้ลืมขึ้นเมื่อใดจะเกิดไฟประลัยกัลป์ขึ้นเมื่อนั้น คล้ายกับพระอิศวรที่มีเนตรที่สามเช่นกัน ดังนั้นครูบาอาจารย์บางท่านเชื่อถือกันว่า พระฤาษีตาไฟผู้เป็นบรมครูนี้หาใช่ใครอื่นไม่ น่าจะเป็นการอวตารภาคของพระอิศวรในภาคบรมครูผู้สั่งสอนทางธรรมก็เป็นได้


    บรมครูปู่ฤษีตาไฟ นับเป็นบรมครูชั้นสูงอีกพระองค์ของไทยเรามีนามปรากฏอยู่หลายแห่งด้วยกัน อานิสงส์ของการได้ครอบ เศรียรปู่ฤาษีตาไฟนั้น นำความสุขความเจริญ ความมั่งคั่งร่ำรวย มาสู่ตัวผู้นั้น ที่สำคัญ คือ อำนาจจากการตบะบารมีของพ่อปู่ฤาษีตาไฟนั้นจะผลาญสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายในชีวิตให้สิ้นไป ทั้งยังเป็นรัศมีอันแรงกล้าคอยคุ้มครองให้พ้นจากอำนาจคุณไสยมนต์ดำ ยังแสงสว่างให้บังเกิดในดวงชะตา เป็นสง่าราศีดั่งพระอาทิตย์พระจันทร์ ความน่าอัศจรรย์ประการหนึ่งของพระฤษีตาไฟผู้มีจักษุทิพย์ที่สามกลางหน้าผาก คือ เรื่องของญาณหยั่งรู้เหนือมนุษย์ ซึ่งเหตุนี้เองที่ทำให้เกิดอานิสงส์สำคัญในยามที่ผู้นับถือทางโหราศาสรตร์ ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ทั้งปวง ได้รับการครอบเศียรปู่ฤาษีตาไฟ เพราะอำนาจจากการตบะแห่งดวงตาที่สามที่นอกจากเป็นแรงคุ้มครองสิ่งชั่วร้ายแล้ว ยังก่อให้เกิดญาณหยั่งรู้ภายในตัวอีกด้วย


    ผู้ที่เป็นนักพยากรณ์หรือสนใจในศาสตร์นี้เมื่อได้รับครอบแล้วมักจะมีความรู้แปลกๆเกิดขึ้น มีญาณสัมผัสที่แม่นยำขึ้น แต่ความสามารถนี้ก็มิได้เกิดกับผู้ที่ร่ำเรียนทางโหราศาตร์เท่านั้น แม้ผู้ที่ศรัทธาท่านอื่นๆที่มีความสนใจในศาสตร์ที่เร้นลับ และหากยิ่งเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้วด้วยก็ยิ่งเกิดความสามารถทางจิตในเชิงนี้ได้เร็วและดียิ่งๆขึ้นไปอีก
    พลังแรงครูจะคอยคุ้มครองให้โชคลาภ เอื้ออำนวยประโยชน์สุขทุกๆด้านของชีวิต
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กุมภาพันธ์ 2017
  2. อาศรมฤาษี เขียงราย

    อาศรมฤาษี เขียงราย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2017
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +14
    "อานิสงส์ของการถวายตู้เย็นให้กับวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม"

    ส่งผลให้เกิดภพชาติใดไม่อดอยากหิวโหย มีของกินของใช้ไม่ขาดแคลน อยู่ที่ไหนมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ มีกินมีใช้ตลอดปีตลอดชาติ ไปที่แห่งใดก็ปลอดภัย อิ่มจิต อิ่มใจ อิ่มกาย หน้าตาผ่องใส ช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้กับ ผู้ที่เกิดมาชาตินี้ไม่ค่อยพอมีพอใช้ อดมื้อกินมื้อ หาเช้ากินค่ำ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือเก็บ หรือแม้แต่บางท่านที่ไม่ค่อยมีเวลาใส่บาตรตอนเช้า การถวายตู้เย็นอานิสงก็เหมือนกับเราได้ใส่บาตรทุกวัน
    บางท่านกล่าวกันว่าทำบุญด้วยตู้เย็นตู้แช่ เสมือนได้ถวายบาตรพระไว้ใช้สอย หากกินง่ายได้มาคล่อง เงินทองไม่รั่วไหล มีแต่เข้าไม่ค่อยออก ถือว่าได้มีได้เก็บน่ะนะ ส่งกุศลนุนโชคลาภ เงิทองข้าวของไม่ขาดแคลน
    คัดลอกจาก http://www.watsangkaew.com/webboard/index.php?topic=266.0

    DH-159_part1.jpg 8850519315858.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...