***ลด 10 % ทุกรายการ*พระกรุ,ลป.หงษ์,ครูบาคำเป็ง,ลป.ดู่,ลป.หมุน,ลพ.กวย,ลป.สรวง,ลพ.ฤาษี,ลพ.ผินะ,ลพ.โอด

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Pitiphat, 25 มีนาคม 2018.

  1. JS1213

    JS1213 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2008
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +5,326
    จองตามที่คุยกันนะคะ โอนเงินแล้วจะแจ้งอีกครั้ง
     
  2. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ รับทราบการจองครับ ...ขอบคุณครับ...
     
  3. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่865 พระขุนแผนอุ้มนาง หลวงปู่สรวง บ้านละลม เนื้อดินแดง ดินปราสาทขอม แช่น้ำมนต์ ปลุกเสกปี ๑๙
    หลวงปู่ได้จัดสร้างพระเนื้อดินไว้ 1 ชุด มีดังนี้ พระผงพิมพ์เจ้าสัว, ลีลา, สมเด็จ, ขุนแผน, ซุ้มกอ, พระพิฆเนศวร, พระปิดตา, พระสิวลี, นางพญา, ท้าวกุเวร, นางกวัก พิมพ์ต่างๆ เป็นพระเนื้อดิน พระชุดนี้ลูกศิษย์นำมาถวาย และสร้างถวายให้หลวงปู่สรวงปลุกเสกไว้เมื่อปี 2519 เพื่อมอบให้ญาติโยมที่มาร่วมบริจาคทรัพย์สร้างสำนักสงฆ์ถ้ำภูดิน จ.ศรีสะเกษ จัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ สมโภชน์ 3 วัน 3 คืน มีพระเกจิอาจารย์ศิษย์สายหลวงปู่สรวงมาร่วมปลุกเสกมากมายรวม 200 องค์ ทั้งพระเถระผู้ใหญ่ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลแถบนั้น มาร่วมงานนี้รวมแล้วนับพันองค์ หลวงปู่สรวงท่านมาเสกให้ในงานทั้ง 3 วัน 3 คืน พระที่เหลือจากการแจกจ่ายในหมู่ศิษย์ ตกอยู่ที่อาจารย์เสริฐ ทุกพิมพ์ หลังจากท่านอาจารย์เสริฐมีเหตุจำเป็นต้องลาสิกขาบท เพื่อเดินทางไปร่ำเรียนวิชาอาคมต่อที่เขมรในปี 2540 พระชุดนี้ทุกพิมพ์ได้มอบให้อาจารย์ฉ่อยดูแล โดยนำมาฝากไว้ที่พระอุโบสถวัดสุทัศน์นานถึง 9 ปี บางพิมพ์นานถึง 11 ปี ผ่านพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ของทางวัดสุทัศน์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ครั้ง จากพระเถราจารย์ พระคณาจารย์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศมากมายร่วมประมาณแสนรูป

    เรื่องราวของหลวงปู่สรวง พระอริยะสงฆ์ผู้พิสดารที่อยู่เหนือกาลเวลา ได้มีผู้เคยถาม หลวงปู่ฤทธิ์ รตนโชโต วัดชลประทานราชดำริ ว่า หลวงปู่รู้จัก หลวงปู่สรวง แห่งท้องทุ่งศรีสะเกษ หรือเปล่าครับ? หลวงปู่ฤทธิ์ ท่านบอกว่ารู้จัก และรู้จักมานานแล้ว เมื่อ คราวที่หลวงปู่ฤทธิ์ ทำบุญวางศิลาฤกษ์ สร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ที่วัดชลประทานราชดำริ หลวงปู่สรวงท่านก็มา เวลาท่านมาท่านก็มาของท่านเองไม่รู้ว่าท่านมาเมื่อไหร่ มารู้อีกทีก็เมื่อตอนที่เห็นท่าน เวลาท่านจะไปท่านก็ไปท่านเดินออกไปทางป่าด้านโน้น อยู่ด้านหน้าศาลาเป็นป่ากว้างมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย ท่านเดินตรงไปแต่พอมองออกไปจะเห็นฝูงสัตว์เดินตามท่านเป็นพรวนแล้วสักพัก ท่านก็หายไป หลวงปู่ฤทธิ์ ท่านยังได้พูดว่า เรื่อง หลวงปู่สรวงพูดไปแล้วก็เหมือนกับนิยาย เป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ท่านก็มีตัวตนจริง เมื่อหลายสิบปีก่อน ได้พบเห็นท่านอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็เห็นท่านเหมือนเดิม ตัวของหลวงพ่อเองนี่ซิแก่ลงไปทุกวันทุกปีนี่ก็อายุ82 แล้วแต่หลวงปู่สรวงท่านก็อยู่ของท่านอย่างนั้น ส่วนเรื่องอายุของ หลวงปู่สรวงนั้น หลวงปู่ฤทธิ์ท่านก็บอกว่า ท่านไม่รู้เหมือนกันว่าเท่าไหร่?.... สถานที่จำวัด เมื่อตอนที่พบ หลวงปู่สรวงก็คือ กระท่อมเฝ้านากลางท้องทุ่งริมถนนหมู่บ้านละลม-สะเดา ชายแดนด้านเขมร เป็นกระท่อมยกพื้นสูงมุงหลังคาด้วยไม้กระดานเก่าๆ กันลมกันฝนไม่ค่อยได้ ในวันนั้นหลวงปู่สรวงท่านนอนอยู่ในกระท่อม มีชายชราผมขาวนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ คอยบีบนวดให้หลวงปู่สรวง นอกกระท่อมมีชายหญิงชาวบ้าน 4-5 คนนั่งคุยกันอยู่เป็นชาวบ้านย่านนั้น ข้างฝากระท่อมมีว่าวจุฬาตัวใหญ่เหน็บข้างฝาอยู่ 1 ตัว มีเตาเล็กๆ แลและหม้อหุ้งข้าวเก่าๆวางอยู่ 1 ชุด และก็มีถังใส่น้ำขุ่นๆเข้าใจว่าจะตักมาจากหนองน้ำกลางทุ่งที่อยู่ใกล้ ๆ หน้ากระท่อมหลวงปู่สรวงมีแคร่ไม้ยาว สำหรับนั่ง พวกเราทุกคนเข้าไปกราบท่าน ท่านก็ลุกขึ้นมาแต่ท่านไม่พูดจาอะไร ในปากของท่าน ก็เคี้ยวใบพลูสดอยู่ตลอดเวลา มีพวกผมคนหนึ่งถามท่านว่า หลวงปู่อายุเท่าไรแล้ว ท่านก็ตอบเป็นภาษาส่วย ซึ่งผมเองและเพื่อนที่ไปจากกรุงเทพ ก็ฟังไม่เข้าใจ แต่พรรคพวกที่ศรีสะเกษแปลว่าให้ฟังว่า เรื่องของอดีตลืมไปหมดแล้ว ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ เขาเรียกว่าปู่สรวง ก็ปู่สรวง ชื่อเสียงมันก็ไม่ใช่ตัวของเราจะเรียกยังไงก็ได้ ถ้ามาคิดกันอีกแง่นึงก็เหมือนกับว่า ท่านได้สอนธรรมะชั้นสูงให้กับพวกเราให้รู้ว่า ให้มีแต่ปัจจุบันเพราะสิ่งทั้งหลายมันผ่านไปแล้ว มันเป็นเรื่อง สมมุติทั้งนั้น....
    ว่าวจุฬาตัวใหญ่ที่เหน็บ ไว้ที่ข้างฝากระต๊อบก็เป็นสิ่งที่สะดุดใจของคณะพวกผม จึงไต่ถาม ชาวบ้านที่มาเฝ้าดูแลท่าน ชาวบ้านบอกว่า หลวงปู่ท่านชอบเล่นว่าว และชอบดูเขาตีไก่ชนกัน ตอนหน้าแล้งชาวบ้านทั่งเด็กและผู้ใหญ่จะไปเล่นว่าวกันที่กลางทุ่ง หลวงปู่สรวงท่านจะนั่งดูยิ้มหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจ บางคนยังเล่าว่า บางครั้งหลวงปู่สรวงท่านหายไปว่าวตัวที่เหน็บอยู่ก็หายไปด้วย เมื่อเห็นว่าเหน็บอยู่ที่กระต๊อบนั่นก็คือหลวงปู่ท่านต้องอยู่ที่กระต๊อบ อย่างแน่นอน ผมก็เลยถามว่าเวลาหลวงปู่สรวงท่านออกไปไหนทำไมคนที่เฝ้าอยู่ไม่รู้ ? พวกเขาบอกว่ามาดูแลท่านเฉพาะตอนกลางวัน พอกลางคืนต่างคนก็กลับบ้านในกระต๊อบก็จะมีหลวงปู่สรวงท่านอยู่รูปเดียว เมื่อท่านหายไปไหนจึงไม่มีใครรู้ ชาวบ้านในกลุ่มที่เล่าบางคนถึงกับบอกว่า ท่านบินไปพร้อมกับว่าว ส่วนเรื่องที่ท่านชอบดูเขาตีไก่ชนนั้นก็เป็นเรื่องจริง เพราะมีบ่อยครั้งที่ที่มีการตีไก่จะเห็นหลวงปู่สรวงไปนั่งดูอยู่ด้วย และท่านก็จะหัวเราะชอบใจตบมือตบไม้เชียร์ไก่ก็ยังมี การที่มีผู้คนส่วนใหญ่ไปหาท่านมักจะเป็น เรื่องของตัวเลข เพื่อเอาไปแทงหวย ยิ่งใกล้วันที่หวยออกจะมีรถราหลายสิบคันไปจอดเรียงรายอยู่ใกล้ๆกระต๊อบที่ ท่านจำวัด ถ้าใครได้ยินหรือได้ฟังว่าหลวงปู่สรวงทำอะไรออกมาเป็นตัวเลข พวกเขาก็จะคิดกันไปต่างๆนาๆบางคนก็ถูกบางคนก็ไม่ถูก มีคนเล่าให้ฟังว่า คนที่ถูกหวยได้เงินจำนวนมากๆ หลายรายนำเงินสดไปถวายท่าน ท่านก็หยิบขึ้นมาดูแล้วก็โยนเข้ารกเข้าพงไปทั้งปึก คนที่เห็นเหตุการณ์ ก็เข้าไปหาแต่ก็หาไม่พบทั้งๆที่เงินจำนวนไม่ใช่น้อยและบางครั้ง ก็มีผู้นำเงินไปถวายท่าน เวลาที่เขากลับหลวงปู่สรวงท่านก็ขออาศัยรถเขาไปด้วยเมื่อรถแล่นไปตามถนนที่ มีผู้คนมากๆหลวงปู่ท่านก็จะเอาเงินที่พวกเขาถวายออกมาโปรยไปตามถนนที่รถวิ่ง ให้กับผู้คนที่ยากจน นับเป็นที่ร่ำรือและฮือฮากันมาก
    สมัยที่มีสงคราม ช่วงชิงอำนาจของเขมรยังรุ่นแรงอยู่ ก็มีผู้คนอพยพมาตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก มีคนเล่าว่าหลวงปู่สรวงท่านจะเปลี่ยนเป็นนุ่งขาวห่มขาวออกไปรับผู้ที่อพยพ เข้ามาทางชายแดน จุดใดที่ท่านออกไปรับผู้ที่อพยพก็มักจะปลอดภัยจากปืนใหญ่และการติดตามของ ทหารเขมร บางวันหลวงปู่สรวงท่านก็จะเอาผ้าสีขาวปักเป็นธงไว้ในที่สูงให้เห็นกันอย่าง ชัดเจน ชาวเขมรที่อพยพก็จะไปอยู่กันตรงที่หลวงปู่ปักธงสีขาวเอาไว้ วันนั้นถ้าจะมีปืนใหญ่ถล่มยิงมาตามแนวชายแดน ผู้คนที่อพยพมาอยู่ตรงที่หลวงปู่สรวงปักผ้าขาวเอาไว้ก็จะปลอดภัยจากลูก กระสุนปืนใหญ่
    ภายหลังจากที่สงครามการช่วงชิงอำนาจของเขมรสิ้นสุดลง หลวงปู่สรวงท่านก็พักอยู่ที่กระต๊อบเฝ้านาด้านชายแดนเขมรแถว อำเภอ ขุขันธ์ เวลากลางวันก็มีชาวบ้านแถวนั้นมาคอยดูแลปรนนิบัติรับใช้ท่าน เวลากลางคืนหลวงปู่สรวงก็อยู่ของท่านรูปเดียว บางครั้งท่านก็จะหายไปนานๆ ท่านถึงจะกลับมา เมื่อมีผู้คนเดินทางไปหาท่านเขาก็จะถามร้านตรงที่อยู่ตรงปากทางเข้าบ้านละลม -สะเดา ว่าหลวงปู่อยู่ หรือไม่? ถ้าหลวงปู่สรวงอยู่เขาก็จะบอกว่า ท่านกลับมาแล้วเมื่อคืนนี้ แล้วต่างก็เข้าไปหาท่านที่กระต๊อบเฝ้านา ไม่แห่งใดก็แห่งหนึ่ง ในท้องทุ่งนั้นเคยมีผู้นิมนต์ท่านไปเจิม ร้านวันเปิดร้านทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก็มีอย่างปั๊ม ปตท. ปากทางเข้า อำเภอ ขุขันธ์ ที่พวกเราแวะเติมน้ำมันรถและรับประทานอาหารกลางวัน ก็ได้พบรูปหลวงปู่สรวงติดไว้ในร้านทั้งยังมีข้อความใต้ภาพว่า “ หลวงปู่สรวง อายุ 500 ปี จำวัดทั่วจักรวาล” ทางเจ้าของร้านได้นิมนต์หลวงปู่สรวงท่านมาเปิดร้านให้ ปั๊มก็เจริญมาตลอดจนเป็นปั๊มใหญ่ดังที่ได้เห็นอยู่ทุกวันนี้
    เรื่องของ การเปิดป้ายร้านค้า ชาวบ้านผู้หนึ่งที่ได้เฝ้าดูแลหลวงปู่สรวงอยู่เล่าให้ผมฟังว่า มีร้านค้าเปิดใหม่แถวนั้นได้นิมนต์หลวงปู่สรวงเปิดร้าน พอท่านสวดมนต์และฉันอาหารเสร็จท่านก็เดินออกมาหน้าร้านด้านนอกถลกจีวรยืนฉี ที่หน้าร้าน เจ้าของร้านรู้ทันจึงได้เข้าไปเอามือรองฉี่ของท่านสะบัดไปทั่วหน้าร้าน เจ้าของร้านที่เอามือรองฉี่เล่าให้ฟังภายหลังว่าฉี่ของหลวงปู่สรวงแทนที่จะ ร้อนหรืออุ่นๆ ที่มือฉี่ของท่านกลับเย็นเหมือนน้ำแข้งและเมื่อหวยออกงวดนั้น หมายเลขร้านค้าดังกล่าวตรงกับเลขของหวยที่ออกพอดี หลายคนที่อยู่ในที่นั้นเลยถือโอกาสรวยไปตามๆกัน บางรายได้นิมนต์ท่านสวดมนต์เย็นขึ้นบ้านใหม่ร่วมกับพระสงฆ์ที่มาจากที่อื่น เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้วหลวงปู่สรวง ท่านจะลุกมาที่กลางบ้านนั่งถ่ายหนักอย่างหน้าตาเฉย ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านก็จะรู้ทันรีบเอามือละเลงอึของท่านจนทั่วบ้าน เพราะเขารู้กันว่าอึของท่านไม่เหม็นแต่มีกลิ่นหอมคล้ายๆน้ำผึ้ง พฤติกรรมแปลกของหลวงปู่สรวง บางคนที่ไม่รู้ก็หาว่าท่านบ้าๆบอๆบางคนก็เห็นว่าท่านอยู่เหนือโลก บางคนเล่าให้ฟังอีกว่า ถ้าหลวงปู่สรวง ท่านจะไปไหนในเวลากลางวันท่านก็จะขอโดยสารรถไปดื้อๆ และก็ไม่มีรถคันไหนปฏิเสธท่าน ถ้ารถคันใดปฏิเสธท่านไม่ยอมให้ท่านไป รถคันนั้นก็จะขัดข้องเครื่องยนต์ก็จะดับบ้างติดบ้างหรือไม่ก็ยางแตกขับไปไหน ไม่ได้ ดังนั้นเวลาท่านต้องการที่จะโดยสารรถคันไหนไปจึงไม่มีใครที่จะกล้าปฏิเสธ บางรายก็บอกว่าเมื่อท่านนั่งรถไปแล้วก็จะให้คนขับๆไปเรื่อยๆ ถ้าท่านให้หยุดส่งท่านตรงไหนท่านก็จะลงตรงนั้นแล้วท่านก็จะเดินหายไปเฉยๆ ไม่มีใครรู้ว่าท่านไปทำอะไรที่ไหน บางคนก็บอกว่าท่านกลับไปจำวัดที่กระต๊อบเฝ้านากลางทุ่งละลม-สะเดา แต่บางครั้งท่านก็จะหายไปนานๆ หลายๆวันแต่ก็ไม่มีใครทราบว่าท่านไปไหน จึงมีบางคนที่ถามท่านว่าท่านไปไหน ท่านก็ไม่ตอบ

    บูชา 650 บาท

    IMG_20181101_001240.jpg IMG_20181101_001228.jpg
     
  4. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่866 เหรียญหลวงปู่สรวง รุ่นสร้างศาลา จัดสร้าง และพิธีพุทธาภิเษก เมื่อ 27 มีนาคม 2543 โดย พระอาจารย์ประโยค รักขิโต วัดดอนไม้งาม ตำบลปราสาท กิ่งอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อหารายได้สร้างศาลา จำนวน เนื้อทองแดง 10,000 เหรียญ ตอกโค๊ต
    บูชา 950 บาท

    IMG_20181101_001043.jpg IMG_20181101_001033.jpg IMG_20181101_001012.jpg IMG_20181101_000959.jpg
     
  5. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่867 พระถ้ำเสือกรุเก่า พิมพ์กลาง จ.สุพรรณบุรี
    พระถ้ำเสือทุกพิมพ์ เน้นทาง แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด พระถ้ำเสือเป็นที่นิยมและยอมรับจากคนรุ่นก่อนจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน
    ... พระถ้ำเสือ ศิลปะอู่ทองล้อทวาราวดี เชื่อว่า พระฤาษีผู้ทรงอภิญญา เป็นผู้สร้างขึ้น ในสมัยอยุธยาตอนต้น มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี พระถ้ำเสือแตกกรุออกมาครั้งแรกในปี พ.ศ.2470 เนื่องจากมีผู้ขึ้นไปหามูลค้างคาวในถ้ำ “เขาถ้ำเสือ” อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้พบพระปะปนอยู่กับมูลค้างคาว จึงเรีบกพระที่พบว่า "พระกรุถ้ำเสือ" หรือ"พระกรุเขาถ้ำเสือ" เป๊นพระกรุเก่าที่มีเนื้อละเอียดหนึกนุ่มมากกว่ากรุอื่นๆ (ถ้าเป็นพระกรุใหม่จะเรียกว่า พระถ้ำเสือ หรือพระถัำเสือ กรุ.....)

    ... พบพระถ้ำเสือกรุใหม่ เมื่อมีผู้นำพระกรุถ้ำเสือไปใช้ต่างก็มีประสบการณ์มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว จึงมีผู้เสาะแสวงหากันมากขึ้นตามกรุต่างๆ พบพระถ้ำเสืออีกหลายกรุในอำเภออู่ทอง พบตามบริเวณถ้ำบ้าง บนเนินดินบ้าง ในเจดีย์บ้าง เช่น กรุเจดีย์เขาพระ กรุเขากะจิว กรุเขากุฏิ กรุวัดหลวง กรุเขานกจอด กรุเขาวงพาทย์ กรุเขาดีสลัก (ผียัดกรุก็มี) ฯลฯ เป็นต้น เป็นพระนั่งพิมพ์มารวิชัย ด้านหลังนูน มีลักษณะคล้ายคลึงกันทุกกรุ เป็นพระเนื้อดินผสมว่าน เกสรดอกไม้ และมีเม็ดแร่ผสมอยู่บ้าง พระถ้ำเสือมีอยู่ 4 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก และพิมพ์จิ๋ว มีอยู่ 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีมอย(สีคล้ำๆ)

    ... ในด้านพุทธคุณของพระถ้ำเสือ นับว่าเป็นพระเครื่องอีกพิมพ์หนึ่งของเมืองสุพรรณบุรีที่เชื่อถือได้ในด้าน แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้ดีเยี่ยม ท่านอาจารย์ “มนัส โอภากุล” ได้เขียนเรื่อง “ไตรภาคีพิทักษ์อันตราย” ลงในหนังสือ “อภินิหารและพระเครื่อง” ชุดที่ 15 ปีที่ 2 กันยายน 2516 ขออนุญาตนำมาเป็นตัวอย่างสัก 2 เรื่อง ดังนี้

    ... เรื่องที่ 1 ฟ้าผ่าไม่ตาย เมื่อ พ.ศ.2504 ชาย 3 คนเดินอยู่กลางทุ่งโล่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฟ้าผ่าลงมาระหว่างกลางของคนทั้งสามกระเด็นไปคนละทิศละทาง สองคนตายคาที่ อีกคนหนึ่งสลบไสลไม่ได้สติ ปรากฏว่าในคอของคนที่ไม่ตายมีพระถ้ำเสืออยู่องค์เดียวเท่านั้น

    ... เรื่องที่ 2 ถูกยิงเผาขน ร.ต.ต. สุคนธ์ เตียงนิล (ยศในขณะนั้น) เมื่อ พ.ศ.2505 ไปจับผู้ร้ายถูกผู้ร้ายเอาปืน 11 มม. ยิงในระยะเผาขน กระสุนพุ่งเข้าเป้าหมายหน้าอกเบื้องซ้ายแล้วกระเด็นหายไป ร.ต.ต.สุคนธ์ เตียงนิล บอกมาในจดหมายกับผู้เขียนว่า ในกระเป๋าเสื้อนั้นมีสมุดพกอยู่เล่มหนึ่ง เมื่อกระสุนแล่นถูกสมุดพกแล้วกระเฉิดหายไป จึงรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีพระถ้ำเสืออยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้น

    ... ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “อภินิหารและพระเครื่อง” ชุดที่ 15 ปีที่ 2 กันยายน 2516
    บูชา 850 บาท
    IMG_20181015_090845.jpg IMG_20181015_090835.jpg IMG_20181015_090827.jpg
     
  6. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่868 พระคง พิมพ์เล็ก หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท เนื้อดินแดงจัด ๆ ยุคต้น มาตรฐานนิยม
    พิมพ์นี้จัดเป็นพระยุคแรก ๆ ที่หลวงพ่อกวยสร้าง โดยหลวงพ่อนำดินจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์ในวัดมากดพิมพ์ ล้อพระกรุที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เช่น พระรอด พระคง พระสรรค์ พระร่วง พระลีลา เป็นต้น
    องค์นี้พิมพ์พระคง สภาพสวย ๆ เนื้อจัด ๆ ตัวจริงหายากนะครับ เนื้อต้องประมาณนี้นะครับ เหมือนเนื้อพระสิวลี เนื้อละเอียดเนียน ๆ แน่น ๆ
    พระเครื่องหลวงพ่อกวย รู้กันว่าใช้ดีมีประสบการณ์ทุกรุ่น เป็นที่เสาะหากันอย่างกว้างขวาง พุทธคุณดีครบทุกด้านเหมือนๆกัน บูชาแล้วมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ดังคำอวยพรของหลวงพ่อ ขอให้ลูกศิษย์ทุกคน อย่าอด อย่าอยาก อย่ายาก อย่าจน อย่าต่ำกว่าคน อย่าจนกว่าเขา
    บูชา 750 บาท

    IMG_20180810_220125.jpg IMG_20180810_220115.jpg
     
  7. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่869 พระแผงตัด กรุนาดูน มหาสารคาม
    ประวัติพระพิมพ์ดินเผา----- กรุพระธาตุนาดูน มหาสารคาม อายุกว่า1300ปี สมัยทวารวดี (นครจำปาศรี)
    นครจำปาศรีในอดีต ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
    เป็นพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) อายุราว 1,300-1,500 ปี
    (ซึ่งเอกสารวิจัยเรื่อง เมืองนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม รับคลื่นพุทธศาสนาจากราชวงศ์คุปตะของอินเดีย ปี 2533

    ของศาสตราจารย์ ประกิต บัวบุศย์ ราชบัณฑิต ได้กล่าวไว้) โดยในปี พ.ศ. 2522 ทางกรมศิลปากรที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
    ได้พบสถูปสำริด 3 ชั้น (ชั้นนอกทำด้วยสำริด ชั้นกลางทำด้วยเงิน และชั้นในทำด้วยทองคำ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    พร้อมกันนี้ได้พบพระพิมพ์ดินเผา ,แผ่นพิมพ์ดินเผาภาพพุทธประวัติ เช่น ปางประทานพร ,ปางเสด็จดาวดึงส์ละปางปรกโพธิ์ เป็นต้น และพระพุทธรูปสำริดจำนวนที่พบมีไม่มาก
    ซึ่งส่วนใหญ่ได้ถูกส่งออกไปต่างประเทศ ที่เหลือในประเทศมีเพียงไม่กี่องค์ จึงทำให้พระเครื่องกรุพระธาตุนาดูนนี้ อุดมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ที่ยากจะหาพระพิมพ์กรุ
    ใดเทียบเท่าได้ ทำให้พระพิมพ์เล็กขนาดห้อยคอเป็นที่ต้องการของนักสะสมโดยทั่วกัน

    บูชา 850 บาท

    IMG_20180808_221840.jpg IMG_20180808_221830.jpg IMG_20180808_221819.jpg IMG_20180808_221810.jpg IMG_20180808_221752.jpg
     
  8. ลิงจำศีล

    ลิงจำศีล สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +58
    ขอจอง
     
  9. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่870 รูปกระดาษหนังไก่ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลังยันต์เกาะเพชร
    ยันต์เกราะเพชร คือ เป็นคาถา อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ เรียกกันว่า ห้องพระพุทธคุณ แต่เขียนลงมาอย่างหนังสือเจ๊ก เขียนลง ไม่เขียนตามบรรทัด เขียนลงมา ๗ คำ แล้วก็ไปขึ้นต้นใหม่เรียงกันไป ก็ว่า อิระชาคะตะระสา ติหังจโตโรถินัง นี่เรียกว่า อิติโส ๘ ทิศ อย่างนี้แหละ แล้วก็ชักเป็นยันต์ เรียกสูตรตามเส้นที่เขาชักไป
    สำหรับยันต์เกราะเพชรนี่หลวงพ่อปานปลุกได้ดีมาก เพราะว่าเวลาท่านจะเป่าให้ใครนั้น ท่านเขียนยันต์ใส่กระดานดำไว้ แล้วท่านก็ยืนอยู่ข้างหลังให้ทุกคนจุดธูปเทียน แล้วภาวนาว่า พุทโธ ถ้าคนไหนมีครรภ์ ผู้หญิงมีครรภ์ก็ให้จุดธูป ๑ ดอกแทนลูกในครรภ์ แล้วท่านก็เป่า เวลาเป่ายันต์เข้าตัวจะมีความรู้สึกหนักที่ศีรษะหรือว่าคันที่หน้า ยังงี้เรียกว่ายันต์เข้าจับตัวแล้ว ถ้ายันต์เข้าจับตัวทุกคนก็เป็นอันว่าเลิกกัน
    ท่านเป่าเฉพาะวันเสาร์ห้า คือว่าเป็นเดือนอะไรก็ตาม เป็นขึ้น ๕ ค่ำวันเสาร์ หรือวันเสาร์ตรงกับ ๕ ค่ำ อันนี้ใช้ได้ เรียกว่าท่านทำเป็นปกติ แล้วก็วันเสาร์ ๕ นี่แหละเป็นวันยกครูของท่าน ท่านจะยกครูหมอ ครูอะไรก็ตาม ก็ทำกันวันเสาร์ห้า
    คนเยอะยิ่งกว่ามีงานวัดอีก ศาลาของท่านใหญ่จุคนเป็นพัน แต่เวลาเป่ายันต์เกราะเพชรจริง ๆ ต้องผลัดกัน ๔-๕ รุ่น เรียกว่านั่งเต็มศาลาเป่า ๑ คราว ใครเป่าแล้วก็ลงมา คนที่ยังก็ขึ้นไป ยังงี้เปลี่ยนกันถึง ๔-๕ รุ่น
    คุณสมบัติของยันต์เกราะเพชรก็เป็นการกันการกระทำการกลั่นแกล้งจากคนอื่นด้วย วิชานี้ดีมาก หากว่าใครขืนทำเข้าคนนั้นก็เคราะห์ร้าย เคราะห์ร้ายเพราะอะไร ของเหล่านั้นจะกลับสะท้อนย้อนเข้าไปหาตัว
    คราวหนึ่ง พระผลบวชพรรษาเดียวกับฉัน แกอยู่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี แกไปรับยันต์เกราะเพชร พอรับแล้วแกก็ออกไปหลังวัด ปรากฏว่าถูกงูเห่ากัดเห็นตัวชัดเพราะเป็นกลางคืนเดือนหงาย เห็นว่าเป็นงูเห่าแน่ เอาไฟส่องดูก็แผ่แม่เบี้ยหราเป็นงูเห่า แกก็วิ่งเข้ามาหาหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานก็ถามว่า แกรับยันต์เกราะเพชรหรือเปล่า พระผลก็บอกว่ารับขอรับ ท่านบอกว่าถ้ารับไม่รักษา ฉันอยากจะดูคนที่รับยันต์เกราะเพชรมันตายเพราะถูกงูกัดสักคน ถ้าหากว่าแกตายฉันจะดีใจมาก ท่านผลหน้าซีด
    ปรากฏว่าในขณะที่ท่านพูด พิษมันวิ่งขึ้นมาถึงเข่า แล้วก็ถอยไปปวดอยู่ปากแผล เดี๋ยวมันก็ปวดขึ้นมาถึงเข่า แล้วก็ปวดที่ปากแผล ๓ ครั้ง พอวาระที่สามปรากฏว่า อาการปวดหายไปหมดเลย พิษหมดเลย พระผลดีใจมาก บอกว่าหายปวดแล้วครับ
    หลวงพ่อปานก็บอกว่านั่นนะซิ ฉันแน่ใจว่ายันต์เกราะเพชรของฉันดี แต่ถ้าแกรับแล้วแกตายเพราะงูกัด ฉันก็จะเห็นว่าแกเป็นคนเลวมาก ไม่มีความเคารพในพระพุทธเจ้า เพราะว่ายันต์เกราะเพชรนี่ฉันอาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองนะไม่ใช่อื่น ถ้าแกตายแล้วก็เป็นพระด้วย แกรับยันต์เกราะเพชรไปแล้วด้วย ถ้าถูกงูกัดแล้วตายเพราะงูพิษ ก็น่าจะตายหรอก เพราะว่าคนที่บวชแล้วไม่เคารพในพระพุทธเจ้า ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา เป็นคนเลวก็ควรจะตาย แต่ว่าแกไม่ตาย นี่ก็แสดงว่าแกเป็นคนดีแล้ว ความมั่นคงในพระพุทธเจ้าใช้ได้ นี่ว่ากันถึงยันต์เกราะเพชร

    คาถาอิทธิฤทธิ์ ตำรับ หลวงพ่อปาน
    พุทโธ พุทธัง นะ กันตัน อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ

    บทนี้เป็นคาถาป้องกันตัว เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีศาสตาวุธร้ายแรงให้ภาวนาดังนี้
    อุทธัง อัทโท นะโม พุทธยะ

    บูชา 200 บาท

    IMG_20180824_210103.jpg IMG_20180824_210049.jpg
     
  10. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รับทราบการจองครับ ขอบคุณครับ
     
  11. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่871 เหรียญนางกวักเงิน-กวักทอง ค้าขายดี รุ่นแรก ปี47 เนื้อฝาบาตร หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จ.อยุธยา
    บูชา 200 บาท คุณshaj จองครับ
    IMG_20180802_222457.jpg IMG_20180802_222446.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 เมษายน 2019 at 12:23
  12. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่872 คตดักแด้ หรือดักแด้หิน ของทนสิทธิ์จากธรรมชาติ
    คตเป็นของที่เกิดการผิดแปลกที่เกิดจากพืชหรือสัตว์กลับกลายมาเป็นหิน ในดักแด้ 1000 ตัว จะมีคตอยู่แค่ 1 ตัวหรืออาจไม่มีเลยก็ได้นับว่าหายากมาก เมือคตหรือดักแด้มีการเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหินหรือแข็ง จะมีเทพเทวารักษาปกปัก และจะสิ่งอยู่ในคตนี้ บางอาจารท่านว่าพอกลายเป็นคตแล้ว ปรอดจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในคตดักแด้นี้ จะหายากมาก จะอยู่ในถ้ำมืดที่มีอาถรรย์ ยากที่จะเข้าพบเจอ คตดักแด้นี้สามารถใช้เลี้ยงถวายโดยการถวายน้ำหรือน้ำผึ้งป่า ถ้าเอาแช่น้ำผึ้งอาจารท่านบอกว่าจะมิธิคุณทางด้านมหาเสน่ เมตตามหานิยา และที่สำคัญเวลาป่าวไข้ท่านไห้เอาคตนี้แช่น้ำอธิฐานอาบจะหายจากป่ายใข้อย่างปลิดทิ้ง คนโบราณนายพรานตลอดจนหมอเหย๋า (หมอทำขวัญเผ่าภูไทย)ล้วนแล้วแต่มีเจ้าสิ่งนี้ไว้ติดตัวเพื่อรักษาอาการต่างๆๆ ที่เกิดจากผีร้ายนับว่าหาได้ยากมาก
    บูชา 250 บาท คุณshaj จองครับ

    IMG_20180803_213545.jpg IMG_20180803_213536.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 เมษายน 2019 at 12:22
  13. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,511
    ค่าพลัง:
    +2,132
    ขอจองครับ
     
  14. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,511
    ค่าพลัง:
    +2,132
    ขอจองครับ
     
  15. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รับทราบการจอง 871, 872 ครับ...ขอบคุณครับ
     
  16. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่873 งั่งตาแดงหลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริ บุรีรัมย์ รุ่น 2 ไม่อุดกริ่ง โค้ด 2 สร้างในปี 2542 เดียวกันกับรุ่นแรกเพราะรุ่นแรกประสบการณ์ดี หมดไปอย่างไว เลยสร้างรุ่นต่อมา มีโค้ด ฤ ด้านหลัง และโค้ด 2 ด้านข้าง รุ่น 2 มีทั้งอุดกริ่ง และไม่อุดกริ่ง
    งั่ง เป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มีคู่กับสังคมพื้นบ้านมายาวนานมีพบเห็นทั้งภาคเหนือล้านนา และภาคอีสานของไทยหรือบางทีเรียกว่างั่งเขมร ตำนานที่มาของเครื่องรางของขลังประเภทงั่งนั้นมีที่มาไม่ชัดเจนนัก บ้างก็ว่าสร้างจากผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าสร้างขึ้นเพื่อเพื่อให้มีพลังอำนาจในด้านต่างๆ แม้แต่เกจิอาจารย์ก็มักจะเห็นว่ามีการสร้างเครื่องรางของขลังประเภทนี้อยู่บ้าง ลักษณะโดยทั่วไปของงั่งจะมีลักษณะที่ทำจากโลหะ มีลักษณะเป็นตัวหูกางตาโต หน้ากลมด้านบนมีผมเกลียวขึ้นไป นั่งบนฐานท่าวางมือชนกันคล้ายทำสมาธิ ไม่ว่าจะเป็นงั่งทางภาคเหนือ หรือ งั่งทางภาคอีสานก็จะมีลักษณะคล้ายๆกัน ได้รับข้อมูลมาจากผู้ที่มีความรู้ทางนี้จากทางล้านนาเล่าว่างั่งสายล้านนานั้นใต้ฐานจะนิยมอุดผงดิน 7 ป่าช้า

    ลักษณะของงั่งนั้นจะเป็นเครื่องรางของขลังที่มีจิตมีตน มีพลังจิตแรงที่สามารถดลจิตดลใจคนหรือแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆได้ อิทธิคุณอำนาจของงั่งนั้นถ้าเป็นทางล้านนา มักจะมีอิทธิคุณอำนาจทางด้านดลจิตดลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านชู้สาว และยังดีทางด้านเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง และค้าขาย นอกจากนั้นก็ยังสามารถคุ้มครองป้องกันภัย และกันคุณไสย์ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นงั่งที่ปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ผู้มีพระเวทย์กล้าคมแก่กล้า มีพลังจิตสูงจึงจะมีพลังอำนาจได้ และต้องปลุกเสกควบคุมไม่ใช้ผู้บูชาใช้ไปในทางที่ผิดศีลธรรมจึงจะใช้ได้

    งั่งนั้นหากสร้างโดยอาจารย์ผู้ที่ญานบารมีสูง และมีพลังจิตแก่กล้าและปลุกเสกควบคุมอุปนิสัยของงั่งให้ไปในทางดีแล้ว งั่งนั้นก็เป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มีอิทธิคุณอำนาจแรงทีเดียว

    มีเครื่องรางของขลังประเภทงั่งที่จัดสร้างหรือปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ผู้ทรงเวทย์วิทยาคมและ มีประสบการณ์เล่าขานมีความขลังเป็นที่ประจักษ์เลื่องลือ

    งั่งตาแดง หลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริ ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์สร้างปี พ.ศ.2542 วัตถุในการสร้างวัตถุอาถรรพณ์หลากหลายชนิด อิทธิคุณอำนาจดีเด่นทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด ป้องกันภัย มหาเสน่ห์ เมตตามหานิม โชคลาภค้าขาย งั่งตาแดงของหลวงปู่ฤทธิ์นี้เป็นที่ได้รับความนิยมสูงในบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมาก

    หลวงปู่ฤทธิ์ท่านเป็นพระเกจิดังเชื้อสายเขมรที่มีความเชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมทั้งของไทย ลาว และเขมร อย่างหาผู้เทียบเคียงไม่ได้ ท่านเป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนฐานะ

    เป็นอย่างไร หลวงปู่ท่านจะให้การต้อนรับพูดคุยด้วยเป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องนั่งรถยนต์ราคาแพงๆไปกราบ ท่านแล้วถึงจะได้พบหลวงปู่ นอกจากจะได้รับการต้อนรับขับสู้จากท่านอย่างไม่ถือเนื้อถือตัวแล้ว หลวงปู่ยังจะ

    ปลุกเสกวัตถุมงคลในมือของท่านอีกอย่างดีก่อนมอบให้ บางครั้งท่านก็จะจารเป็นยันต์ให้ บางครั้งท่านก็จะพรมน้ำมนต์ให้ วัตถุมงคลของท่านถือว่าเป็นสุดยอดไม่ว่าจะได้โดยตรงจากมือหรือที่ศูนย์พระเครื่องก็ตาม ยังไม่พบว่าวัตถุมงคลของท่านมีของปลอมหรือเสริมโดยที่หลวงปู่ยังไม่ได้ปลุกเสก บรรดาผู้ที่บูชาวัตถุมงคลของท่าน ต่างก็พบกับอภินิหารแบบพลิกชะตาชีวิต

    ให้อย่างทันตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เมตตา มหานิยม โชคลาภ ค้าขาย เรียกเงินเรียกทอง เป็นต้น แม้ว่าทุกวันนี้จะเป็นยุคไอเอ็มเอฟ ที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ทำมาหากินลำบากกันถ้วนหน้า แต่คนที่บูชาวัตถุมงคลหลวงปู่ฤทธิ์

    มักจะได้พบกับสิ่งแปลกประหลาด เช่น ค้าขายดีขึ้นอย่างผิดปกติ มีโชคได้ลาภ ลองปืนไม่ออก เป็นต้น

    หลวงปู่ฤทธิ์เกิดวันอาทิตย์ที่ 13 เดือน 6 (พฤษภาคม) แรม 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2460

    ณ ตำบลทุ่งมน อำเภอประสาท จังหวัดสุรินทร์ ท่านบวชเณรเมื่อปี 2482 และบวชเป็นพระที่วัดเพชรบุรีต.ทุ่งมน จ.สุรินทร์ เมื่อปี 2483 โดยมีหลวงพ่อแปะ วัดปราสาทธนาพร(บ้านพลวง) อำเภอประสาท

    เป็นพระอุปปัชฌาย์ หลังจากนั้นท่านมาจำพรรษาที่วัดปราสาทธนาพร เพื่อ ศึกษาพระธรรมกับหลวงพ่อแปะอยู่ 3 ปีจึงได้ย้ายไปจำวัดอยู่ที่วัดพลับ ตำบลทุ่งมน อีก 4 ปี หลวงปู่ฤทธิ์ย้ายไปอยู่ วัดบ้านกระนัง ตำบลปรือ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี 2490

    ระหว่างที่อยู่วัดนี้ท่านได้ออกธุดงค์ไปเสาะแสวงหา ความรู้ทั้งทางธรรมและทางไสยศาสตร์ทั่วเขตอีสานจนตลอดเข้าไปในประเทศลาวและเขมร

    ท่านได้พัฒนาวัดบ้านกระนัง จนเจริญ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

    บูชา 300 บาท

    IMG_20180827_214406.jpg IMG_20180827_214312.jpg IMG_20180827_214149.jpg
     
  17. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    รายการที่874 แผ่นตะกรุดเนื้อตะกั่ว จารสองหน้า (จารปากกาเคมี และเหล็กจาร) หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน จ.ศรีสะเกษ พิธีไหว้ครูปี32 ขนาดประมาณ 2.5*5 นิ้ว
    ทุกวันจะมีประชาชนเดินทางไปหาท่านจำนวนมากเพื่อขอให้ท่านสงเคราะห์ในเรื่องต่างๆ เช่น แก้ดวงไม่ดี ถอดถอนคุณไสย ทำนายทายทัก เป็นต้น พระอาจารย์สร้อยเป็นพระที่มีวิชาอาคมขลัง พระเครื่องที่ท่านสร้างมีผู้นำไปบูชาล้วนมีประสบการณ์ดีทุกรุ่น
    บูชา 2500 บาท
    IMG_25620419_121050.JPG IMG_25620419_121130.JPG
     
  18. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3,473
    ค่าพลัง:
    +51
    ****ก้อนหินอาบฤทธิ์***
    ก้อนหินอาบฤทธิ์ ล.ป.สรวง เป็นก้อนหินที่ท่านนำมาใช้อาบกาย ( ทางไสยเวทย์เรียกว่าการอาบฤทธฺิ์ ) หรือเรียก ปฐวีธาตุ หลวงปู่สรวง ว่ากันว่าหินกายสิทธิ์นี้นำมาจากเขากุเลน ประเทศเขมร โดยลูกศิษย์ท่านหนึ่งเป็นนายทหารเอาเฮลิคอปเตอร์ไปขนเอากลับมารวบรวมเก็บไว้ และได้แจกจ่ายบางส่วนให้กับบรรดาผู้ที่นับถือหลวงปู่สรวง ไม่แนะนำให้เช่าหานะครับเพราะเป็นก้อนหินธรรมดาถ้าไม่มีที่มาที่ไป และที่สำคัญชิ้นนี้ขออนุญาติโชว์ครับ
    IMG_25620419_121216.JPG
     

แชร์หน้านี้

Loading...