ลาก่อน เพื่อนรัก

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย guawn, 1 ธันวาคม 2006.

  1. guawn

    guawn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    10,642
    ค่าพลัง:
    +42,103
    ลาก่อน เพื่อนรัก

    คอลัมน์ ขนหัวลุก

    ใบหนาด



    "อนินทิตา" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกในงานเลี้ยงรุ่น

    ค่ำคืนวันศุกร์ของเดือนตลุาคมทุกๆ ปี เราจะมีงานเลี้ยงรุ่นกันไม่เคยขาดตอนเลย นับตั้งแต่เราจบ ม.6 มา นี่ก็ 13 ปีแล้วค่ะ พวกเราอายุ 30 ต้นๆ แต่เมื่อถึงวันนี้พวกเรากลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นกันอีกครั้ง

    จริงๆ แล้วในห้องเรียนของเรามีด้วยกัน 34 คน ทั้งชายและหญิง ทว่าแต่ละปีเรามากันไม่ครบจำนวนหรอกค่ะ


    บ้างคนก็ไปได้ดิบได้ดีอยู่เมืองนอก บ้างไปรับราชการต่างจังหวัด บางคนอายความอ้วนความแก่เลยไม่อยากโผล่มา และบางคนก็ตายจากเราไป

    ..อย่าง เร..เพื่อนรักที่ตายด้วยอุบัติเหตุเมื่อ 3 เดือนก่อน!

    เร-เป็นคนที่สวยที่สุดในห้อง แถมเรียนเก่งด้วย แล้วยังชอบเล่าเรื่องขำๆ ให้เราหัวเราะกันเสมอ งานไหนไม่มีเร งานนั้นจะกร่อยไปเลย! งานเลี้ยงรุ่นครั้งที่ 13 คราวนี้จึงมีแววเศร้าๆ ฉาบฉายอยู่ทั่วถ้วนทุกใบหน้า ใครๆ ก็พูดถึงเร! อยากให้เรมา..

    ตอนหกโมงเย็น ดิฉันกับอ้อมไปถึงงานก่อนเพื่อน เราจองห้องจัดเลี้ยงไว้ที่โรงแรมหรูย่านสีลม ในห้องนี้เราจะได้เอะอะกันได้เต็มที่ ไม่ต้องออมเสียง ทำตัวให้เหมือนตอนยังอยู่โรงเรียน เฮฮามากค่ะ แย่งกันคุย ไม่มีใครฟังใคร

    พวกเราผูกพันกันเหมือนพี่เหมือนน้อง เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลแน่ะค่ะ เมื่อเรไปรถคว่ำเสียชีวิต เราจึงรู้สึกเหมือนสูญเสียน้องสาวที่เรารักไปเลย

    ราวหนึ่งทุ่ม พวกเราก็มากันเกือบ 30 คน เสียงจ้อกแจ้กจอแจ และมีคำพูดถึงเรกันทั่วงาน!

    "เราว่าป่านนี้เรต้องมาอยู่ในห้องด้วยแน่" อ้อมพูดกับเพื่อนๆ

    ทันใดนั้น ไม่รู้ว่าอุปาทานหรือเปล่านะคะ ดิฉันได้กลิ่นดอกพุดซ้อน..ดอกไม้ที่เรชอบมาก เธอเคยไปที่บ้านดิฉัน และชื่นชมกับต้นพุดซ้อนที่เราปลูกไว้..พอได้กลิ่นนี้ดิฉันถึงกับตื้นตันในลำคอเหมือนมีอะไรมาจุกไว้ น้ำตาก็ปริ่มขึ้นมาทันที

    เมื่อถามอ้อมว่าได้กลิ่นนั่นมั้ย? เธอพยายามทำจมูกฟุดฟิดแล้วบอกว่าไม่ได้กลิ่นอะไรเลย นอกจากกลิ่นเนื้อย่าง..สงสัยดิฉันจะคิดไปเอง!

    ..และแล้วในจังหวะนั้นเอง ฝ้ายก็เดินมาหาเราสองคน ทีแรกเธอเดินเข้ามาอย่างปกติ แต่แล้วก็กลับชะงักเหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น..ฝ้ายหันมามองดิฉันด้วยสายตาที่ประหลาดใจอย่างล้นเหลือ

    "ทำไมตรงที่เธอยืนอยู่นี่มันหนาวจัง!" ขนแขนของเธอลุกเกรียวอย่างน่าตกใจ มันเป็นสิ่งที่เราเห็นกันได้ชัดๆ ไม่มีใครแกล้งทำขนลุกได้เองหรอก จริงไหมคะ?

    ฝ้ายมองซ้ายมองขวาแล้วเงยดูเพดาน เธอสงสัยว่าช่องแอร์จะอยู่แถวนี้ แล้วพ่นไอเย็นเฉียบมาใส่กลุ่มเรา เธอลองถอยไป 2-3 ก้าวแล้วยิ้มได้

    "ดูสิ..มายืนตรงนี้ไม่เย็นเลย"

    ใช่ค่ะ..ไอเย็นมันลอยอยู่เป็นกลุ่มก้อนข้างๆ ตัวดิฉันอย่างอธิบายไม่ได้..ครู่ต่อมา กลุ่มก้อนไอเย็นข้างๆ ตัวดิฉันก็หายไป คล้ายกับมันเคลื่อนไปทางอื่นรอบๆ ห้องเพราะเห็นเพื่อนบางคนทำท่าห่อไหล่ ลูบแขนตัวเอง..เดี๋ยวก็ทางโน้น เดี๋ยวก็ทางนี้

    อึดใจต่อมา ท่ามกลางเสียงพูดคุยทั่วๆ ห้อง ดิฉันได้ยินเสียงหัวเราะ..คุณพระช่วย! เสียงของเรแน่ๆ ดิฉันรีบมองหา บอกอ้อมด้วยว่า..เรมาอยู่กับเราในห้องนี้แล้ว!

    ไม่ใช่ดิฉันคนเดียวที่คิดเช่นนั้น เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเดินมาพูดกับดิฉันว่าเขารู้สึกแปลกๆ และมองเห็นเรแวบๆ อยู่ในกลุ่มพวกเรา! เพื่อนๆ เริ่มหันมามอง..ชักจะพูดเรื่องเดียวกันไปทั้งห้อง

    "เราอาจจะเป็นอุปาทานหมู่ก็ได้นะ" อ้อมออกความเห็น ซึ่งก็ไม่มีใครขัด..มันอาจเป็นไปได้อย่างที่เธอพูด เพราะเราทุกคนกำลังคิดถึงเรกันทั้งนั้น

    เงาบางอย่างผ่านแวบเข้ามา ดิฉันจ้องดูแล้วก็ต้องตกตะลึงจนตัวชา!

    ในกระจกเงาที่ผนัง..เรยืนอยู่ที่นั่น! ร่างเล็กๆ บอบบางของเธออยู่ในชุดผ้าไทยสีแดง-ชุดที่เธอใส่มางานเลี้ยงรุ่นปีที่แล้ว! ผมยาวประบ่า คาดด้วยที่คาดผมที่ถักเป็นเปีย แว่นตาของเธอสะท้อนแสงวาววาบ ขณะที่เรก้มหน้านิดนึงเป็นเชิงทักทาย ใบหน้ามีรอยยิ้ม

    ดิฉันหันมองอ้อมกับเพื่อนๆ พอหันไปอีกที..เธอหายไปแล้ว!

    "นี่ประวิตร" ดิฉันสะกิดเพื่อน "ตะกี้ที่เธอบอกว่าเห็นเรน่ะ เห็นยังไง?"

    "อ๋อ! ก็แต่งชุดสีแดงๆ คาดผมเปีย เราเห็นแวบเดียวนะ กะพริบตาทีเดียวก็หายไปแล้ว ตกใจเหมือนกัน..ถามทำไมเหรอ รึว่าเธอก็เห็นด้วย?"

    ดิฉันพยักหน้า "ดูเรเค้ามีความสุขดีนะ ทั้งๆ ที่เขาตายแบบนั้น"

    เรรถคว่ำ พลิกหลายตลบแล้วตกลงไปข้างคูที่ต่างจังหวัด ร่างของเธอแหลกเหลว กระดูกแตกหักไปทั้งตัว..ทีแรกดิฉันเคยคิดว่าคนเราตายอย่างไรก็คงจะทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้น แต่การที่ได้เห็นเรในวันเลี้ยงรุ่นครั้งที่ 13 นี่ ทำให้ดิฉันเปลี่ยนแนวคิดใหม่

    ความตายไม่น่ากลัว มันเหมือนเราหกล้มหัวเข่าแตก แล้วมันก็ผ่านไป..เรารักษาแผลให้หายแล้วใช้ชีวิตสนุกสนานไปตามปกติ ลืมแล้วว่าเราหกล้มมา..ความตายก็คงเป็นเช่นนั้น

    เรรถคว่ำ ร่างสูญสลาย แต่วิญญาณเธอยังอยู่และยังมีชีวิต ถึงจะเป็นในอีกรูปแบบหนึ่งก็ตาม..รูปแบบที่ไม่มีร่างกายอย่างเราไงคะ!

    ดิฉันนึกขอบคุณเร-เพื่อนรัก แม้ว่าใจจริงจะกลัวเธอหน่อยๆ เพราะเธอเป็นผี! แต่การมาของเธอก็ทำให้ดิฉันหายกลัวตายไปเยอะ วิญญาณยังอยู่จริงๆ นะคะ เราหมั่นทำความดีกันดีกว่า ความดีต้องมีผลต่อเราแน่ๆ ไม่วันใดก็วันหนึ่งแน่นอน

    นี่เป็นงานเลี้ยงรุ่นครั้งที่ดิฉันประทับใจที่สุด แม้เพื่อนจะตายไปแล้ว แต่เพื่อนก็ยังมาหาพวกเราค่ะ!



    ref.http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col19011249&day=2006/12/01
     

แชร์หน้านี้

Loading...