ลูกศิษย์บันทึก เล่ม 3 หน้า 149 ของข้าพเจ้า

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย montrik, 1 กันยายน 2018.

  1. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    เมื่อครั้ง ทางวัดท่าซุง มีดำริ จัดทำหนังสือ ลูกศิษย์บันทึก เพื่อแจกแก่ศานุศิษย์ ในงานบุญประจำปี 2535 ของวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง
    หลวงพี่วิรัช ในขณะนั้นได้ทำหน้าที่เป็นพระเลขาฯ ให้แก่หลวงพ่อด้วย ท่านดูแลเกี่ยวกับ การจำหน่ายวัตถุมงคล และในด้านอื่นๆด้วย ได้บอกมายังกระผม และเพื่อนๆ ที่เคยบวชที่วัดท่าซุงด้วยกัน เมื่อปีพรรษา 2530 แต่พวกเราก็ยังกลับมาช่วยงานของทางหลวงพ่อ และของทางวัดในโอกาสต่างๆอญุ่เป็นประจำ รวมถึง ที่บ้านซอยสายลมด้วย อย่าไม่ทอดทิ้ง และขาดระยะ
    หลวงพี่ได้บอกถึงจุดประสงค์ ของหนังสือเล่มนี้ เพื่อขอให้พวกเรามีส่วนร่วมในการบันทึกความประทับใจ ประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับหลวงพ่อ และทางวัด เพื่อเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของแต่ละคน ไม่ให้หายไปกับกาลเวลา และยังอาจเป็นประโยชน์แก่ศิษย์ และญาติธรรมรุ่นหลัง ได้อ่าน เพื่อเป็นแรงบันดารใจในการปฎิบัติอีกด้วย
    ทันทีที่กระผมได้รับและเพื่อนๆ ได้ยินดังนั้น จึงน้อมรับคำสั่งด้วยความปิติยินดี เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขียนเสร็จ ก็นำมาส่งมอบให้หลวงพี่วิรัช เพื่อรวมรวมตีพิมพ์ต่อไป
    เรื่องที่ถูกนำลงตีพิมพ์ บางท่านก็ได้อยู่ในเล่ม 1/2/3 โดยไม่อาจกำหนดได้ว่าใครจะอยู่เล่มไหน แล้วแต่ความเหมาะสมของทางสำนักพิมพ์เป็นหลัก
    หนังสือเล่มนี้ มีหลายเล่ม และเป็นเล่มใหญ่ หนามาก แต่ก็มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า หนังสือคำสั่งสอนของหลวงพ่อโดยตรง
    นั่นเพราะ ศิษย์ที่บันทึกไว้แต่ละท่าน ล่วยย่นย่อสรุป เอาสิ่งที่ท่านได้ประสบ พบ เจอ ด้วยตัวเอง ให้เราผู้อ่าน ได้ทราบถึงประสบการณ์ตรง อาจเป็ทางลัด ที่ถูกจริตของตัวเองได้

    สำหรับเรื่องราวที่ผมบันทึกไว้ ก็เป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ในวัยนั้น อายุประมาณ 30 ปี ยังอ่อนต่อโลกอยู่มาก สะท้อนภาพที่ตัวผมเกี่ยวเนื่องกับวัดท่าซุง หลวงพ่อ และผลของการปฎิบัติ เท่าที่พอจะเรียบเรียงได้ ขณะนี้ผมอายุ 56 ปี เมื่อย้อนไปอ่านซ้ำ ก็ดูจะยังไม่ค่อยพอใจเต็มที่นัก ด้วยน่าที่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติม ขยายความให้ได้ดีกว่าครั้งนั้นได้อีก แต่ก็ด้วยที่มีข้อจำกัด เรื่องเวลา ที่ต้องรีบส่งต้นฉบับ และยังจำกัดด้วยภูมิปัญญาอันน้อยนิด ที่ยังไม่รู้ว่า จะเริ่มต้น และลงท้ายอย่างไรดี โดยเขียนแล้ว เขียนอีก กว่าจะลงตัวได้ตามที่ท่าได้อ่าน ก็ทำเอาบีบหัวใจไปพักใหญ่เลยทีเดียว

    ผมจึงหวังว่า ท่านผู้อ่าน จงอย่าได้คาดหวังสูงนัก ในเนื้อหาที่ท่านจะได้อ่าน อาจไม่โลดโผน โดนใจ ท่านก็เป็นได้ แต่ก็รับประกันได้ว่า ผมได้เขียนจากเรื่องจริง ไม่มีโม้ เติมแต่ง เพื่อประโยชน์ส่วนตัวใดๆทั้งสิ้น

    และหวังว่า กัลยาณมิตร หรือญาติธรรมทุกท่าน ที่เดินทางสายธรรม มาจนพบเวบไซท์พลังจิต ได้พบเจอกระทู้ของผมนี้ เราคงมีบุญต่อกันไม่มากก็น้อย ก็ถือเสียว่า ผมเขียนให้เพื่อน พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อ่าน ตามประสาคนคุ้นเคยก็แล้วกัน

    บทความตรงไหนที่ไม่เห็นด้วย คัดค้าน ตำหนิ ประการใด ผมขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียวเองครับ
    คุณความดีทั้งหลาย ผมขอน้อมอุทิศให้ คุณพ่อมณฑล คงอุทัยกุล บิดาของข้าพเจ้า ที่ล่วงลับไปตั้งแต่ปี 2544 ขอให้ท่านจงได้รับผลบุญจากธรรมทานในครั้งนี้ และ อยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นๆ อย่างมีความสุขด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

    มนตรี คงอุทัยกุล
    อดีต พระนวกะ ปีพรรษา 2530
    วัดท่าซุง js.jpg ht.jpg 44.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2018
  2. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    Picture2.jpg
    ลูกศิษย์บันทึก เล่ม 3 มนตรี คงอุทัยกุล.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2018
  3. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
  4. นพพร 2553

    นพพร 2553 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    1,032
    ค่าพลัง:
    +1,237
    ขอบคุณทีเขีบนมาให้อ่านครับ
     
  5. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ยังมีเกร็ดประวัติ หลายหัวข้อที่ผมจะทะยอยเรียบเรียงลงมาให้อ่านกัน
    อาทิเช่น
    การใช้ลูกแก้วมณีรัตนะเสี่ยงทาย
    ประสบการณ์จริง คาถาเงินล้าน
    การกำหนดวันลาสิกขาบท และถอดสังฆาติโดยหลวงพ่อ
    ยันต์เกราะเพชร คุ้มครองจากอุบัติเหตุหนัก 3 ครั้ง
    ฯลฯ

    คอยติดตามนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2018
  6. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    เรื่องการใช้ลูกแก้วมณีนพรัตน์ รุ่นแรกเสี่ยงทาย

    เรื่องนี้ ผมไม่ขอเอ่ยนามหลวงพี่ที่แนะนำ เพราะปัจจุบันท่านเป็นหลวงพ่อแล้ว เกรงจะเป็นการรบกวนท่านในภายหน้า

    เป็นการเสวนาธรรมในช่วงพักระหว่างภาระกิจประจำวัน พระนวกะ จะไปรวมกันในห้องใต้หอระฆัง หน้าตึกรับแขก และใกล้กันกับร้านค้าร้านอาหารป้ากี ที่นี่จะเป็นที่ชุมนุม พูดคุยกันในช่วงบ่าย ช่วงค่ำ

    เราคุยกันหลายเรื่อง เกี่ยวกับวัด หลวงพ่อ หลวงพ่อปาน หลวงพี่ท่านก็เอ่ยขึ้นมาว่า หลวงพ่อปานทานมีวิชาเสี่ยงทาย ไว้ใช้ สอบถามในเรื่องสำคัญ และจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ของอย่างนี้หาย จะเจอหรือไม่ เป็นค้น แต่ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ และ ใช้ในทางโลกที่ไม่เป็นประโยชน์

    พวกเราบางท่านก็สอบถาม รายละเอียด ท่านก็เมตตา บอกถึงวิธีการให้ทราบ
    โดยต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้
    1)ลูกแก้วหลวงพ่อ
    2)เชือกเล็ก หรือด้ายใหญ่หน่อย ไว้ผูกลูกแก้ว ห้อยเป็นตุ้ม ยาวปนะมาณฟุตกว่ากำลังดี
    3)ดอกไม้ธุปเทียน ไว้ขอขมา และอาราธนา ผมจำรายละเอียดไม่ได้ว่า ต้องใช้ อะไรเท่าไร
    แต่ก็คิดว่า น่าจะเตรียมให้เหมาะสม เพื่อแสดงความเคารพต่อครูยาอาจารย์ ผู้มอบวิชานี้ให้แก่ศิษย์
    4) พระคาถา หลวงปู่ปาน ที่ขึ้นต้นว่า...ขออิทธิฤทธิ พุทธนิมิตตัง......

    เมื่อพวกเราทรายเช่นนี้ก็นัดกันว่า จะลองพิสูจน์กัน วัน และเวลาใด สถานที่เดิม ห้องใต้หอระฆัง

    ....
    โปรดติดตามตอนต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2018
  7. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    เรื่องการใช้ลูกแก้วมณีนพรัตน์ รุ่นแรกเสี่ยงทาย (ต่อ)

    ก่อนจะถึงวันพิสูจน์
    พวกเราบางท่าน และผมด้วย มีความคิดในใจว่า อยากได้ลูกแก้วรุ่นแรก (มะเฟือง) ของหลวงพ่อ จะไปหาได้ที่ไหน จากใคร

    เพราะหน้าที่ของพระนวกะ นอกจากจะต้องปฎิบัติธรรม ทำวัตรสวดมนต์ ทำกรรมฐาน ทำกิจวัตรประจำวันแล้ว ยังมีหน้าที่พิเศษกันอีก โดยแบ่งทีมงานไปช่วยงานหลวงพี่แต่ละองค์ ใครถนัดงานช่าง ก็ไปช่วยงานก่อสร้าง งานไม้ โรงกลึง บ้างก็ไปช่วงงานโรงพิมพ์หนังสือ ที่ขณะนั้นทางวัดมีโรงพิมพ์ย่อยเอง สำหรับพิมพ์หนังสือต่างๆของทางวัด บ้างไปช่วยจำหน่างวัตถุมงคล หรือ ช่วย เอาลูกแก้ว มาทากาวติดห่วง แพคของเตรียมจำหน่าย และ งานอื่นๆอีกมากมายภายในวัด หากไม่เข้าไปสัมผัสโดยตรง จะไม่ทราบว่า พระแต่ละพรรษา มีมากมาย มากกว่า 50 รูป ท่านทำอะไรกัน ยิ่งในช่วงงานประจำปี หรืองานเป่ายันต์เกราะเพชรด้วยแล้ว ภาระกิจทุกองค์ จะยุ่งกันมาก กว่าจะได้กลับกุฎิจำวัตร ก็ดึกดื่นกันแทบทุกรูป
    ผมเคยสงสัยว่า ทำงานหนักกันอย่างนี้ จะเอาเวลาไหนมาปฎิบัติกรรมฐาน แต่ผมก็รู้คำตอบในเวลาต่อมา เพราะหลวงพ่อสอนให้ ปฎิบัติธรรมทุกลมหายใจเข้าออก ทุกอิริยาบท ให้มีสติตลอดเวลา ดังนั้น จะทำการงานใด ก็เอาจิตตั้งมั่นกับงานนั้น นั่นแหละคือการปฎิบัติธรรมที่ถูกต้อง ความจดจ่อกับการงาน ใจเรา จะปฎิบัติศีลไปในตัวด้วยเช่นกัน บุญจึงเกิดขึ้นกับตัวเราได้ ถ้าเราเข้าใจ

    แล้วเกี่ยวกับลูกแก้วอย่างไร ... กำลังจะเกี่ยวแล้วครับ

    พอเราช่วยงานหลวงพี่แต่ละองค์ไปได้ระยะหนึ่ง ท่านคงเห็นความตั้งใจ และความวำเร็จของงาน ก็ช่วยผ่อนแรงแต่ละองค์ไปมาก ที่ได้มีพระนวกะช่วยเหลือ
    ท่านก็ตอบแทน ด้วยคำถามว่า ใครอยากได้อะไรมั้ย
    นี่แหละครับคือที่มา พวกเรารู้สึกถูกกิเลสครอบงำอย่างไม่รู้ตัว ความอยากได้โน่น ได้นี่ มันผุดขึ้นมาเต็มสมอง สิ่งที่มีจำหน่ายที่ตึกวัตถุมงคล ไม่ใช่เป้าหมาย แต่อยากได้ในสิ่งไม่มีและหายาก และลูกแก้วรุ่นแรก ก็คือเป้าหมายหนึ่งของผม

    สุดท้ายผมก็ได้มา เป็นลูกแก้วมณีนพรัตน์รุ่นแรก ปี 2517 ลูกใหญ่ซะด้วย
    (ในกาลเวลาต่อมาหลายปี ผมก็มอบลูกแก้วลูกนี้ที่เลี่ยมพลาสดิกใสกันน้ำอย่างดี) ให้กับพี่ชายที่นับถือกันมาก แต่เป็นคริสต์ เขาอยากได้วัตถุมงคลหลวงพ่อแต่ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่เป็นพระ ผมก็จึงตัดสินใจให้เขาไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อไม่นายนได้เจอกัน ถามถึงลูกแก้วลูกนี้ พี่เขาตอบว่า ไม่รู้หายไปไหนแล้วตั้งแต่ย้ายบ้าน...ผมู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที

    ผมได้ลูกแก้วลูกนี้มาจากหลวงพี่ (หลวงพ่อ...) ทันเวลาที่เรานัดหมายจะพิสูจน์กันพอดี

    โปรดติดตามตอนต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2018
  8. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    เรื่องการใช้ลูกแก้วมณีนพรัตน์ รุ่นแรกเสี่ยงทาย (ต่อ)

    ช่วงหัวค่ำ หลังเสร็จจากการทำวัตร สวดมนต์ และภาระกิจอื่นๆ เราก็มารวมตัวกันตามนัดหมายที่ห้องเวร ใต้หอระฆัง
    จริงๆแล้วห้องนี้ เป็นห้องสำหรับพระที่มีรายชื่ออยู่เวรประจำวัน ในช่วงกลางคืน ภายในกว้างพอสำหรับจุได้กว่า 10 ท่าน เครื่องอำนวยความสะดวกตามสมควร เช่น น้ำร้อน น้ำเย็น พัดลม ตู้หนังสือ สำหรับอ่านแก้ง่วง มีวิทยุ วอล์คกี้ทอล์คกี้ หรือ ว ไว้สื่อสารกับ หลวงพี่ท่านอื่นในยามวิกาล และยามฉุกเฉิน
    ประมาณได้ว่า 10 กว่าท่านที่สนใจอยากรู้อยากเห็น และที่สำคัญ หลวงพี่ ท่านก็มาพร้อมแล้ว
    และสิ่งที่เราเตรียมมาด้วย ก็มีดังนี้.-
    1) ลูกแก้วของหลวงพ่อ ตอนนั้นยังไม่ได้เลี่ยม เป็นลูกแก้วกลมเกลี้ยง ผมเอาด้ายเอ็นถักเป็นกระเช้ารอบพออยู่ เหลือปลายเชือกไว้จับห้อยยาวประมาณฟุตเศษ
    2) ดอกไม้ ธูป เทียน จำรายละเอียดไม่ได้ว่าอย่างละเท่าไร
    3) บทคาถาหลวงปู่ปาน
    คาถาอาราธนาพระหลวงพ่อปาน
    ตั้ง นะโม 3 จบ
    ขออิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ของเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุนี้เถิด
    คาถา บทนี้ใช้อาราธนาพระหลวงพ่อปาน ใช้สามารถอาราธนาวัตถุมงคลของ หลวงพ่อปาน
    (บางที่ เริ่มที่ อิทธิฤทธิ แต่ที่หลวงพี่ สอนให้ท่อง มีคำว่า ขอ ด้วย)
    คาถาบทนี้มีความศักดิ์สิทธิมาก ต่อมาไม่นาน ผมใช้คาถาบทนี้ ไล่ฝนได้ด้วย จะเล่าให้ฟังในตอนต่อๆไป

    4) คำถามที่ต้องการถาม เป็นคำถามแบบปิด คือ จะลงท้ายว่า ใช่หรือไม่ ได้หรือไม่ได้

    เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มกันเลย

    .......................

    โปรดติดตามตอนต่อไป
     
  9. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    เรื่องการใช้ลูกแก้วมณีนพรัตน์ รุ่นแรกเสี่ยงทาย (จบตอน)

    เริ่นต้นด้วยการ จุดธูป เทียน เพื่ออาราธนาบารมี คุณพระรัตนตรับ คุณครูบาอาจารย์ มีหลวงปู่ปาน และหลวงพ่อเป็นที่สุด และกล่าวขอขมาท่าน เพราะการพิสูจน์ หรือทดลองครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ ปรามาส ใดๆ

    ตามด้วยการจับเชือก ด้าย ห้อยลูกแก้วฯ นิ่งๆ ท่องคาถาหลวงปู่ปานในใจ จน จิตเป็นสมาธิที่สุด โดยคนที่ถาม ต้องเป็นคนถือเชือกลูกแก้ว

    การตั้งคำถาม จะกล่าวด้วยวาจา หรือกล่าวในใจก็ได้
    บางท่าน ถามว่า สึกออกไปแล้ว จะได้งานทำหรือไม่ ถ้าได้ ให้ลูกแก้วหมุนวนไปทางขวา ถ้าไม่ได้ ให้หมุนวนไปทางซ้าย
    และก็มีคำถามจากท่านต่อไป สลับกันไป

    สิ่งที่ปรากฎแก่สายตาพวกเรา คือ ลูกแก้ว ค่อยๆแกว่ง และหมุนวน จากช้า ไปเร็ว และเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่ ผู้จับ ไม่ได้ขยับมือเลย
    บางท่าน หมุนเร็วมาก จนลูกแก้ว และเชือก เกือบขนานกับพื้น

    เราสลับกันทำ และถามกันหลายคน ก็ปรากฎเช่นเดียวกัน

    เราจึงหมดความสงสัย ในวิชาเรื่องการเสี่ยงทายตั้งแต่บัดนั้น

    ผมได้เคย เสี่ยงทาย วิธีนี้หลังจากลาสิกขามาหลายปี ก็ยังได้ผล แม่นยำ ทุกครั้ง


    หลังจากที่เราพิสูจน์เรื่องนี้จนหมดความสงสัย
    ก็อดใจไม่ได้ ที่จะพิสูจน์เรื่องผีถ้วยแก้วกันขึ้นมาอีก
    แต่เรื่องนี้ จะไม่เกี่ยวกับลูกแก้ว และคาถาหลวงปู่ปานแล้ว เป็นอีกวิธีนึงที่แตกต่างกัน แต่ผลที่ออกมา ก็แม่นยำ ได้ผลทุกครั้งเช่นเดียวกัน
    แต่วิธีนี้ ผมก็ลืมไปแล้วว่า ขึ้นต้นอย่างไร

    เรื่องราวของการใช้ลูกแก้วเสี่ยงทาง ก็ขอจบด้วยประการฉะนี้
    ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

    ผมจะทะยอยเขียนเรื่องอื่นๆ ตามลำดับครับ
     
  10. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    คาถาหลวงพ่อปาน ใช้ไล่ฝน

    เป็นคาถาบทเดียวกันกับที่ใช้เสี่ยงทายลูกแก้ว เรื่องก่อนหน้านี้

    คาถาอาราธนาพระหลวงพ่อปาน
    ตั้ง นะโม 3 จบ
    ขออิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ของเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุนี้เถิด


    เรื่องมีอยู่ว่า

    ในระหว่างที่ผมบวชอยู่ในพรรษา ปี 2530 ที่วัดท่าซุงนั้น
    เราทราบดีว่าเป็นฤดูฝน
    ช่วงท้ายพรรษา ผมได้รับมอบหมายให้ จัดเตรียมสถานที่ ในการถ่ายรูปหมู่ ร่วมกับหลวงพ่อบริเวณ หน้าพระอุโบสถ
    เมื่อเราทราบกำหนด ก็แบ่งภาระกิจ ในการ จัดเตรียมสถานที่ ทำความสะอาด ทั้งใน นอก และด้านหน้าพระอุโบสถ ยิ่งบริเวณรอบพระอุโบสถด้วยแล้ว เต็มไปด้วย อุจจาระ นกพิราบ ที่ตั้งรกราก ที่อยู่อ่ศัย ตามหลังคา ซอกเล็กซอกน้อย หล่นลงมาเปรอะเปื้อนด้านล่าง เต็มไปหมด และทุกวัน แม้จะมีเวรทำความสะอาดประจำวันกันอยู่แล้ว ก็ไม่มีท่าทีจะลดลงได้เลย หลวงพี่ท่านึง จูงใจ ด้วยการเล่าให้ฟังถึงอานิสงค์ ของการทำความสะอาด เสนาสนะ ลานวัด พระอุโบสถ พระพุทธรูปว่า ถ้าทำด้วยความตั้งใจจริง สามารถตั้งจิตอธิษฐาน ให้หายจากโรคผิวหนัง หรือ อยากเป็นผู้ที่มีรูปงาน ในภพชาติต่อไปได้ (เรื่องนี้ มีบอกเล่าในพระไตรปิฎก และ สามารถลองหาอ่านเพิ่มเติมได้)

    เมื่อถึงวันกำหนดถ่ายภาพหมู่ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อว่างจากกิจนิมนต์ และภาระกิจการรับแขก โปรดญาติโยม เราได้ช่วยกันจัดเตรียม มุมกล้อง ว่า กล้องจะถ่ายจากตรงไหน จะเห็นพระอุโบสถอย่างไร สวยหรือไม่ และ ช่วยกันจัดวางเก้าอี้ 1 แถว ที่หลวงพ่อ และหลวงพี่จะนั่ง ในพรรษานั้น มีพระภิกษุรวมกันประมาณเกือบ 50 รูป (เป็นพระนวกะ ประมาณ 20 รูป)

    พอใกล้เวลา เมฆตั้งเค้ามา เราเริ่มหนักใจ แม้ใจหนึ่ง เราก็คิดว่า หลวงพ่อท่านจะมาเอง คงไม่มีปัญหา เราก็กังวลใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ปรึกษา หลวงพี่หลายองค์ ท่านและนำให้ เอา ธูป มาจุด 9 ดอก จุดกลางแจ้ง แล้วให้ ท่องคาถาหลวงปู่ปาน ดังกล่าว แล้ว กล่าวขอให้ฝนอย่าได้ตก และให้การถ่ายรูปในครั้งนี้สามารถผ่านไปด้วยความเรียบร้อย เราก็ปฎิบัติตามท่าน โดยผมเป็นผู้ทำพิธีดังกลา่วเอง
    หลังจากนั้นไม่นานนัก ความอัศจรรย์ก็ปรากฎแก่สายตาพวกเราทุกคน ฟ้าฝนที่ตั้งเค้า มามืดทมึนเต็มท้องฟ้า กลับค่อยๆ กระจายตัว กลับกลายเป็นแสงสว่าง และมีแสงแดดส่องลงมาเฉพาะด้านบนเป็นช่อง เหนือวัดท่าซุง ในเวลาก่อนหน้าที่หลวงพ่อท่านจะเดินทางมาถึงไม่กี่นาทีเท่านั้น เราได้ดำเนินการให้ช่างภาพถ่ายรูปกันจนเสร็จพิธี ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย เย็นนั้นเอง ฝนก็ตกลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ สร้างความประหลาดใจแก่พวกเราเป็นอย่างยิ่ง

    เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เรามีความเชื่อมั้น ในพระรัตนตรัย และต่อครูบาอาจารย์ของเราเป็นอย่างยิ่ง

    เพิ่มเติม
    หากจะคิดว่า เป็นเพราะพระบารมีของหลวงพ่อเอง ก็เป็นไปได้สูงทีเดียวครับ เพราะท่านมาเอง


    เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
    (ภาพหมู่ที่ถ่ายในพรรษา 2530 จะลงให้ชมไม่นานนี้ครับ)
    ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

    รออ่านเรื่องต่อไปนะครับ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กันยายน 2018
  11. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับ พระคาถาท่านปู่พระอินทร์
    ใช้เพื่อการศึกษา

    พระคาถามีอยู่ว่า
    "สหัสสะ เนตโต เทวินโท ทิพยจักขุง วิโสทายิ อิกะวิติ พุทธะสังมิ โลกะวิทู"
    ในส่วนสีแดง เป็นบทที่ได้จำและท่องมาตั้งแต่แรก
    ในส่วนสีเข้ม เป็นส่วนที่เพิ่มเติมภายหลัง


    บ้านผม และวัดท่าซุง ห่างกันประมาณ สิบกิโลเศษ
    หลังจากที่ผมถูกเกณฑ์ ให้เป็นลูกเสือ ตั้งแถวริมถนนหน้าวัดท่าซุงเพื่อรับเสด็จ ในหลวงรัชการที่ 9 เมื่อปี 2518 ขณะนั้นผมอายุ 13 ปี อยู่ชั้น ม.ศ.1
    images.jpg maxresdefault.jpg o97m94e548XrY1Ytl7Z-o.jpg
    หลังจากนั้น ผมได้มาปฎิบัติที่วัดเกือบจะทุกสัปดาห์ และทุกเดือนโดยการชักชวน รวมกลุ่มของอาจารย์สอนภาษาไทย ชื่ออาจารย์ประเสริษฐ ซึ่งผมจะไม่ลืมพระคุณท่านเลย ในช่วงแรก มากันร่วม 20 คน และต่อๆมา ก็ค่อยลดลงไป เหลือ 10 เหลือ 4-5 คน และสุดท้าย เหลือเพียงผมคนเดียว และเดินทางเอง คนเดียวจากบ้าน บางครั้ง ใช้มอเตอร์ไซด์ บางครั้งก็ปั่นจักรยานเสือหมอบมา
    ช่วงเวลาที่มา จะเป็นช่วงเวลาที่หลวงพ่อนัดหมายให้มาเรียนกรรมฐาน โดยท่านเป็นผู้สอนด้วยตนเอง ผมยังจำได้ว่า ขณะที่ผมไปถึง และนั่งท้ายๆกลุ่ม เพราะเป็นเด็นอยู่คนเดียว พอึท่านมาถึง พวกเราก็กราบนมัสการท่านอย่างพร้อมเพรียง ท่านก็กวาดสายตามองมายังทุกคน แล้ท่านก็ทักผมว่า "อ้าว ไอ้หนู มาจาไหนล่ะ มาคนเดียวรึ เออดี มาปฎิบัติกัน"
    แล้วท่านก็ค่อยเข้าเรื่อง การสอนของท่าน

    ผมได้คาถานี้ ในช่วงแรกๆ ที่ไปวัด จำไม่ได้ว่า ได้จากใคร แต่ผมท่องจนจำได้ และท่องทุกวัน พร้อมทั้งเข้าใจด้วยว่า อานิสงค์ของคาถานี้ จะช่วยในการเรียน การสอบได้เป็นอย่างดี ข้อสอบข้อไหนที่ตอบไม่ได้ ให้ผ่านไปก่อน ค่อยย้อนกลับมาให้ โดยห่องคาถานี้ก่อน แล้วขอให้ท่านปู่พระอินทร์ช่วยให้ตอบถูก (ต้องเป็นข้อสอบแบบ เลือกคำตอบ ก ข ค ง )

    ผมใช้คาถานี้ช่วยในการสอบหลางครั้ง และได้ผลดีอย่างไม่ร่าเชื่อ
    1) การสอบเข้ามหาวิทยาลัย จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่โชคดี ที่ได้โควต้าภาคเหนือ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลการเรียน ม.ศ. 5 ผมถือว่าปานกลาง เรียนสายวิทย์ แต่เลือกเรียน รัฐศาสตร์ มช เป็นอันดับแรก ผมไม่มีความมั่นใจเท่าใดนัก แม้จะมีการรวมกลุ่มกันติว กับอาจารย์หลายวิชาในช่วงวันหยุด ก่อนมีการสอบ ยิ่งวันสอบ ต้องเดินทางไปสอบที่ จ.นครสวรรค์ บวกความตื่นเต้นขึ้นไปอีก ในวันสอบตื่นเต้นมาก เห็นผู้สอบจากที่อื่นมากันมากมาย เพื่อคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนทั่วทั้งภาค เพียงแค่หลักร้อยหลักพันเท่านั้น โอกาสคงน้อยมาก ในความคิดของเด็กบ้านนอกในขณะนั้น
    ในการทำข้อสอบ ผมไม่ลืมการตั้งสมาธิ และพระคาถาท่านปู่พระอินทร์ อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้สึกว่ามีที่พึ่งทางใจ พอจะปลอบใจตัวเอง ให้คลายความกังวลได้บ้าง ผมทำรอบแรกผ่านไปก่อน ที่พอตอบได้ เหลือข้อที่ยากๆไว้ทีหลัง รอบหลัง ผมท่องคาถาท่านปู่พระอินทร์ในใจ แล้วก็เลือกคำตอบตามความรู้สึกว่าใช่ ทำอย่างนี้ทุกวิชา จนเสร็จสิ้น
    วันประกาศผลสอบ ไม่เพียงผมที่ลุ้นผลสอบ แต่รวมไปถึง คุณพ่อ คุณแม่ ที่ตั้งใจรอฟังด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน ผลออกมาว่า ผมสอบได้ ภาควิชารัฐศ่าสต์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปีการศึกษา 2523 ทุกคนจึงโล่งอก และดีใจมาก และเพื่อนๆ รว่มห้อง ก็สอบผ่านได้เกือบทุกคนด้วยเช่นกัน

    ต่อมา ผมจึงเข้ารับการศึกษา ได้ระหัสนักศึกษา 2304228 จนจบการศึกษา รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียนจบ 3 ปีครึ่ง

    ประสบการณ์ในการเป็นนักศึกษา ก็ยิ่งเข้มข้น ไม่ได้เป็นเด็กเรียน แต่ลุยกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภานักศึกษา สโมสรนักศึกษา เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ประเภทกรีฑา การออกค่ายอาสาในช่วงปิดเทอม เป็นประธานชมรมของจังหวัด เป็นต้น

    ผลแห่งความสำเร็จครั้งนี้ ผมมีความเชื่อว่า ด้วย พุทธคุณ และบารมีของท่านปู่พระอินทร์ได้โปรดให้ข้าพเจ้าสามารถสอบได้ในครั้งนี้อย่างแน่นอน

    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักเรียน นักศึกษา ที่อาจได้มีโอกาสเข้ามาได้อ่านบทความนี้ พึงระลึกไว้ว่า คำสอนพระพุทธองค์ที่ว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึงแห่งตน นั้น ต้องทำเป็นอันดับแรก ด้วยอิทธิบาทสี่ให้ถึงพ้อมเสียก่อน ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย จะพึ่งคาถาอย่างเดียว คงจะหาความสำเร็จได้ยาก ผมเองก็ขวนขวายมิใช่น้อย หาตำหรับตำรามาทบทวน พึ่งครูบาอาจารย์ให้ท่านมาช่วยติวให้ในช่วงวันหยุด ไม่ได้มีเวลาว่างพอจะไปเที่ยวเตร่เหมือนเด็กในสมัยนี้

    ตอนต่อไป สอบเข้าทำงาน
    Picture3.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กันยายน 2018
  12. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    คาถาเงินล้าน ช่วยผมรอพ้นจากกวิกฤติชีวิต นับไม่ถ้วน เป็นอย่างไร รออ่านกันนะครับ
     
  13. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    คาถาที่ผมใช่ท่องก่อนนอน และ ตอนเช้า หลังจากทำสมาธิ ทุกวัน หลายสิบปี มียู่หลายบท อาทิเช่น

    1) อิติปิโส ภควาฯ
    2) อิติปิโสวิเสเสอิฯ
    3) อิติปาระมิตาติงสาฯ
    4) ขออิทธิ ฤทธิฯ
    5) นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ ฯ
    6) องค์เต็กป้อก ขะเล็กม๊อกฯ
    7) พุทธัง สัตตะรัตนัง สะระนังคัจฉามิฯ
    8) พุทธังฯ ธัมมัง ฯ สังฆังฯ ทะทะทะฯ
    9) เมสัมมุกขาฯ
    10) ภะสัมสัม ฯ
    11) สะหัสสะเนตโต ฯ
    12)นะโมโพธิสัตโตฯ

    และที่ขาดเสียมิได้ คือ คาถาเงินล้าน หรือ บท วิระทะโยฯ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 กันยายน 2018
  14. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    คาถาชินบัญชรฯ เคยหัดท่องหลายหน ยังไม่จบสักที ได้ประมาณ 70%
    ต้องใช้ความเพียรพยายามให้มากขึ้นกว่านี้อีก
     
  15. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    มีผู้ให้คาถาแก่ผมโดยตรง มีดังนี้
    1) คาถาท่านปู่พระอินทร์ หลวงพ่อฤๅษี ให้กับกลุ่มที่ไปปฎิบัติธรรม ตั้งแต่ช่วง ปี 2519 - 2520 โดยประมาณ
    2) คาถามงกุฎพระพุทธเจ้าคุณปู่น้อย คงอุทัยกุล เป็นคุณปู่ผมเอง อดีตนายกำนัน ตำบลห้วยรอบ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ได้ให้คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า แก่ผมตั้งแต่ตอนเด็ก และก็มาตรงกันกับที่คุณยายขันโท หุ่นธานี เป็นคุณยายผมเอง ท่านท่องคาถานี้เป่าหัวลูกหลานเวลาไปกราบไหว้ เยี่ยมท่าน จนทุกวันนี้
    3) คาถาพระพุทธเจ้าย่างบาท (องค์เต็กป้อก ฯ) อาจารย์ผง เจียงรี จอมขมังเวทย์ ยุคสงครามคอมมิวนิสต์ แห่งกบินทร์บุรี มีเหตุที่ทำให้ผมต้องไปตามหาท่านเพื่อไปขอตะกรุด ตอนที่ผมทำงานอยู่ที่นิคม 304 อ.ศรีมหาโพธ์ จ.ปราจีนบุรี ประมาณปี 2540 ผมทำงานเป็นผู้จัดการที่โรงงานแห่งหนึ่ง และไปขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพลมืดในท้องที่ และมีข่าวปล่อยมาถึงตำรวจท้องที่ว่า ผู้จัดการมนตรี มีค่าหัว 1 แสนบาทให้ระวังตัวให้ดี เมื่อข่าวนี้แพร่สะพัด สวป ส่งนายตำรวจประกบผมร่วมเดือนหลังเลิกงาน และมีท่านนึงบอกอยู่ปราจีน ต้องไปขอของดีกับอาจารย์ผงสิ ท่านเป็นเพื่อนหลวงพ่อคูณ ศิษย์พี่ ศิษย์น้องกัน ผมใช้เวลาตามหาท่านสองสัปดาห์ ไปตามหาตามที่มีเบาะแส ก็ไม่พบ สุดท้ายต้องให้ นายตำรวจท่านนึง ที่เคยไปพบท่าน พาไปจนได้พบกัน
    ผมไปหาท่านเองหลังจากนั้น ประมาณ 4-5 ครั้ง จนผมย้ายไปทำงานสมุทราสาคร ไม่ได้เจอท่านอีก จนได้ข่าวภายหลังว่า ท่านเสียชีวิตด้วยโรคชรา
    รายละเอียดเรื่องอาจารย์ผง จะเขียนรายละเอียดให้อ่านอีกครั้ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กันยายน 2018
  16. นพพร 2553

    นพพร 2553 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    1,032
    ค่าพลัง:
    +1,237
    ชอบเรื่องที่เขียนครับ
    โดยเฉพาะคาถาไล่ฝน ผมเองเคยใช้ผ้ายันต์
    หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า ก็ใช้ได้ผลดีครับ
    สำหรับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ผมนับถือมาก
    เสีบดายผมรู้จักท่านผ่านเทปเสียง ตอนท่านเสียไปเเล้ว
    คุณมนตรี นับว่าโชคดีมากที่ได้บวชกับท่าน
     
  17. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ขอบคุณมากครับคุณ นพพร 2553
    ผมแค่โชคดี ที่มีโอกาสได้พบท่าน และได้บวชทันท่าน แต่การปฎิบัติยังไม่ได้เท่าที่ท่านสอนเลยครับ
    อย่าเสียดายเลยครับที่ไม่ทันได้พบครูบาอาจารย์ก่อนท่านจากเราไป เพราะ การเป็นศิษย์ อาจารย์กัน ไม่ใช่เพราะการพบเจอกัน ได้บวชด้วย หลวงพ่อท่านเคยกล่าวถึงประเด็นนี้ จำไม่ได้ว่าเทปม้วนไหน หรือหนังสือเล่มไหน รวมความว่า ถ้าเรายึดมั่นในพระรัตนตรัย ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ระลึกถึงความตายอยู่เป็นนิจ ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ตามที่ท่านได้สอนอยู่เสมอ เท่านี้ก็ถือว่า เป็นศิษย์ท่าน เป็นศิย์ตถาคต ด้วยเช่นกันครับ
    ผมเชื่อว่า เราแต่ละคน เกิดมามีเป้าหมายเฉพาะตน มีความผูกพันกับบุคคล กับครูบาอาจารย์ ที่เราเคยมีวาสนา ที่พิเศษต่อกัน ที่จะได้พบเจอเป็นการเฉพาะ เพราะ ทุกอย่างไม่มีเหตุบังเอิญ ผมเอง ได้มีโอกาส ได้เจอกับหลวงพ่อวัดท่าซุง หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อจรัญ หลวงตาม้า หลวงพ่อวิริยังค์ และอีกหลายองค์ ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะมีคุณธรรม และบรรลุธรรมได้อย่างท่าน สุดท้าย เรายิ่งต้องคอยเตือนตัวเอง ปฎิบัติให้ได้ตามคำสอนของท่าน

    ผมเชื่อว่า แม้คุณนพพร ไม่ทันกับหลวงพ่อท่าน แต่ท่านคงต้องมีวาสนาได้พบเจอครูบาอาจารย์ที่มีคุณวิเศษท่านใดท่านหนึ่ง หรือหลายๆท่าน เป็นแน่ครับ เพราะ จิต ที่มีกระแสเหมือนกันจะถูกดึงดูดให้ได้อยู่ร่วมกัน ได้พบเจอกัน กฎข้อนี้ หลวงพ่อวิริยังค์ท่านสอนไว้ในเรื่องของกระแส ในบทเรียนครูสมาธิด้วยครับ
     
  18. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ความขลังของพระคาถาอยู่ที่ไหน ?

    ความยาวของพระคาถา มีทั้งยาวมาก สั้นมาก สั้นสุด ตัวเดียว คือ " อิ " และ " พุทโธ "
    ยาวสุด เท่าที่ผมทราบ คือ " ยอดกัณฑ์พระไตรปิฎก "
    ไม่สามารถตอบได้ว่า บทไหนขลังกว่ากัน

    ความขลัง อยู่ที่ไหนกันแน่

    พระอาจารย์หลายท่าน ได้กล่าวไว้ตรงกันว่า ความขลังของคาถา ไม่ได้อยู่ที่ตัวคาถา แต่เป็นพลัง หรือ ระดับของสมาธิ หรือ การรวมของจิต ของคนท่องคาถาต่างหากสำคัญที่สุด

    ดังนี้ พื้นฐานของการทำสมาธิจึงสำคัญ ก่อนจะก้าวสู่การใช้งาน
     
  19. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ผมเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหลายหน

    ครั้งแรก ที่ ต.ห้วยคต อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ขณะไปช่วยคุณพ่อ คุณแม่ผม ทำไร่ มะขามหวาน ตอนนั้นอายุได้ 30 กว่า ฝักมะขามหวานกำลังได้ที่ ต้องรีบช่วยกันเอาฝักลงมา ด้วยการสอย ขย่ม บันไดพาดขึ้นไปเก็บ มีจำนวนกว่า 200 ต้น ทำกันอยู่หลายวัน แดดร้อนเปรี้ยง ขณะนั้นช่วงบ่าย ผมจะปีนบันไดที่พาดกิ่ง ความสูงประมาณหก ถึง แปดเมตร คุณพ่อ คุณแม่ผมจะช่วยเก็บด้านล่าง บันใดที่ใช้พาดเป็นไม่ใผ่ ใช้มานานหลายปี สภาพไม่สมบูรณ์นัก บางขั้นจะหลวมๆ และเปราะ แต่ก็ไม่เคยมีเหตุอะไร แต่วันนั้นขณะที่ผมปีนขึ้นไประดับเกือบถึงยอด และต้องคอยเอื้มมือดึงกิ่งมะขามมา และรูด เด็ดเอาฝักออกให้หล่นลงไปด้านล่างนั้นเอง ขั้นที่ผมเหยียบอยู่นั้น ก็รูดลง ตัวผมสะดุดขั้นบันใดขั้นหนึ่งทำให้ตัวหงายลงมา เสี้ยววินาทีไม่ทันตั้งตัว ผมก็ลงมานอนที่พื้นในลักษณะนอนหงาย และมีอาการจุก ดินเบื้องล่าง เป็นดินลูกรัง ที่เกิดจากการไถเพื่อให้วัชพืชออก ก็จะมีดินและหินปนกัน รอบๆตัวก็มีหินก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างประปราย เดชะบุญที่ร่างผมไม่โดนหินก้อนใหญ่ ร่างกายก็ไม่มีบาดแผล คุณพ่อ และคุณแม่ผมก็ยุ่งกับบการเก็บฝักมะขามที่หล่นตามพื่นอีกด้านนึง ไม่ทันได้เห็นขณะที่ตกลงมา แต่เมื่อผิดสังเกตุว่าผมเงียบไปไหน ก็เดินมาดู ก็พบว่าผมนอนจุกอยู่ บันไดไม้ไผ่ก็ตกลงมาในลักษณีฉีกออก สองด้าน เห็นผมนอนจุกอยู่ ก็เข้ามาถามอย่างตกใจ พอเห็นว่าไม่เป็นอะไรมาก ก็แปลกใจ และก็สาธุ ที่ เทวดา ฟ้าดิน สิ้งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ให้แคล้วคลาดปลอดภัย

    .....
     
  20. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    4,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,026
    ส่วนหนึ่งของบันทึกลายมือ อันทรงคุณค่าของหลวงพ่อฤๅษี ที่ท่านบันทึกไว้ทันทีเมื่ออกจากสมาธิ

    ขอขอบคุณ คุณโสภณ การเนตร์ และเพจ คาถาครูพักลักจำ
    หมายเหตุ
    โปรดใช้วิจารณญาณ ว่าใช่ลายมือหลวงพ่อหรือไม่
    ส่วนผม ขอเอาเนื้อหาไว้ศึกษาครับ

    FB_IMG_1536869017386.jpg FB_IMG_1536869020657.jpg FB_IMG_1536869023785.jpg FB_IMG_1536869027022.jpg FB_IMG_1536869029945.jpg FB_IMG_1536869032371.jpg FB_IMG_1536869034832.jpg FB_IMG_1536869037409.jpg FB_IMG_1536869039752.jpg FB_IMG_1536869042731.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2018

แชร์หน้านี้

Loading...