ล่องเรือมาดอ่าวสลักคอก ทางเลือกที่เกาะช้าง

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 10 สิงหาคม 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="100%"><TBODY><TR><TD>ล่องเรือมาดอ่าวสลักคอก ทางเลือกที่เกาะช้าง

    ศรีนิตย์ ศรีอาภรณ์

    [​IMG]<!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE -->


    [​IMG]
    </TD><TD vAlign=top align=right>

    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    [​IMG]

    ริมอ่าวสลักคอก ตำบลเกาะช้าง กิ่งอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ หมู่บ้านสลักคอก สมาชิกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ดำเนินวิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายตามอย่างบรรพชน

    แม้จะเป็นเพียงหมู่บ้านชาวเลเล็กๆ ที่ยังคงเหลืออยู่บนเกาะแห่งนี้ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง การเติบโตและรุกคืบของโรงแรม รีสอร์ต ร้านค้า แข่งกันผุดขึ้นราวดอกเห็ด รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. รับหน้าที่ปรุงโฉมเกาะช้าง วางแผนและกำหนดเป้าหมายเพื่อดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว
    [​IMG]
    <!-- END WEBSTAT CODE --><!-- END WEBSTAT CODE -->แต่ชุมชมบ้านสลักคอกกลับพิสูจน์ให้เห็นถึงรูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวที่สมาชิกในชุมชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พร้อมกับสำนึกในการดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น แต่ก่อให้เกิดรายได้เสริม และสร้างทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    พิทยา หอมไกรลาศ อดีตผู้ทำงานรณรงค์เรื่องปัญหาช้างเร่ร่อน ที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นประธาน "ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก" เป็นผู้ริเริ่มธุรกิจท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ขึ้น โดยความช่วยเหลือจากชุมชน

    พิทยา ระบุว่า ช่วงที่มาทำปางช้างอยู่บนเกาะช้าง มีโอกาสได้รู้จักบ้านสลักคอก จากพื้นฐานความพร้อม เนื่องจากอยู่ใกล้กับผืนป่าชายเลนใหญ่ที่สุดของเกาะ เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแหล่งอาศัย และอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา

    ประกอบกับบ้านเรือนอาศัยตั้งอยู่ริมคลองยังคงสภาพ และวิถีดั้งเดิม จึงเห็นว่าน่าจะจัดเป็นแหล่งนำเที่ยวได้ เบื้องต้นจึงรวบรวมกลุ่มคนที่สนใจกิจกรรมพายเรือคายัก ทดลองจัดทริปล่องเรือไปตามคลองบ้านสลักคอก เพื่อชมธรรมชาติตามแนวป่าชายเลน ได้รับความสนใจมาก

    จากนั้นจึงเริ่มมีการระดมเงินทุนเบื้องต้นจำนวน 200,000 บาท ด้วยการขายหุ้น 2,000 หุ้น ราคาขายหุ้นละ 100 บาท ให้กับชาวบ้านที่สนใจ เพราะเชื่อว่าวิธีการนี้จะทำให้เป็นที่มาของความร่วมมืออย่างแท้จริง

    ชมรมเปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ก.ค.48 เริ่มต้นจากการนำเรือคายัก พร้อมอุปกรณ์ชูชีพ มาให้เช่า พร้อมบริการพายเรือให้สำหรับผู้ที่พายไม่เป็น ต่อมาเมื่อช่วงต้นปี"49 นี้เริ่มเสริมเรือมาดเข้ามาในกิจกรรม โดยนำเสนอเป็นโครงการนำร่องต่อ อพท. และอบต.เกาะช้างใต้ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณ
    [​IMG]
    สำหรับเรือมาดเป็นเรือเก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ประโยชน์ใช้สอยคือบรรทุกของ ข้าวเปลือก ไม้ฟืน ลักษณะคือเป็นเรือขุดโบราณ ทำจากไม้ขนาดใหญ่ เช่น ไม้สัก หรือตะเคียน ไม่เสริมกราบ หัวเรือแบนและกว้าง ช่วงท้องกลม มีหลายขนาด ขนาดกลางมักจะใช้แจวสองแจวหรือใช้ถ่อ และมักจะมีประทุนไว้บังแดด ฝน

    ตามประวัติศาสตร์ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติจากยุโรปแล้ว ได้เสด็จประพาสยังเกาะช้าง เข้ามายังบ้านสลักคอก และโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดสลักคอกขึ้นนั้น สันนิษฐานว่า ร.5 น่าจะประทับเรือมาดเป็นราชพาหนะ

    บรรยากาศเมื่อครั้งอดีต ทำให้พิทยาเกิดความคิดที่จะซื้อเรือสภาพเก่าที่เคยใช้กันอยู่ในแถบภาคกลาง นำมาปรับแต่งถอดประทุน แล้วเสริมเติมเก้าอี้นั่ง และโต๊ะเข้าไปเพื่อความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
    [​IMG]
    ราคาค่าบริการ สนใจเช่าพายเรือคายัก คิดอัตรา 100 บาทต่อคนต่อชั่วโมง ส่วนการล่องเรือมาด คิดอัตรา 200 บาทต่อคนต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมพิเศษ สำหรับผู้ต้องการดื่มด่ำความโรแมนติก จิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตกดิน และดินเนอร์อาหารทะเลใต้แสงเดือนและดาวระยิบ รวมเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ในอัตราค่าบริการคนละ 1,200 บาท

    นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ใน 2 ฤดู คือ ช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง ช่วงหน้าฝนตอนกลางวันระดับน้ำจะลดลง มองเห็นสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยหากินอยู่ตามหน้าดินป่าชายเลน เช่น ปูแสม หอย นกน้ำ ส่วนหน้าแล้งน้ำจะเอ่อขึ้นมาช่วงกลางวัน แต่สภาพน้ำสวย เขียวใส
    [​IMG]
    ระยะเพียงแค่ 8 เดือน โครงการนี้ทำกำไรถึง 94,200 บาท สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยเฉพาะคนแจวเรือที่ผลัดเปลี่ยนกันมาบริการนักท่องเที่ยวเป็นเงินรวม 40,800 บาท

    อีกทั้งร้านอาหารชุมชนยังมีรายได้จากการจำหน่ายอาหารรับนักท่องเที่ยวถึง 85,000 บาท ไม่รวมกับรายได้ที่กระจายไปสู่ประมงที่จับสัตว์น้ำมาขาย

    ทั้งนี้ผลประโยชน์ที่สมาชิกของชมรมได้รับคือ เงินปันผลตามรอบเวลา และจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ขณะเดียวกันมีหลักเกณฑ์ร่วมกันในการนำรายได้ร้อยละ 5 ตั้งเป็นกองทุนดูแลจัดการอนุรักษ์ เช่น จัดกิจกรรมปลูกป่า ปล่อยปลาและสัตว์น้ำ ทำธนาคารปู ฯลฯ ปัจจุบันชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก มีสมาชิกจำนวน 83 คน มีเรือคายักให้บริการ 5 ลำ เรือมาดอีก 5 ลำ
    [​IMG]
    พิทยา กล่าวว่า หลายคนที่มาเที่ยวแล้วติดใจ ให้คำแนะนำว่าน่าจะทำให้ครบวงจร คือจัดให้มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวด้วย แต่เมื่อคำนึงถึงความพร้อมว่า หากปลูกบ้านอยู่ริมคลองแล้วการจัดการน้ำใช้ และระบายน้ำเสียยังไม่มีระบบที่ดี มีการปล่อยทิ้งลงคลองก็จะสร้างมลภาวะและความเสียหายกับนิเวศโดยรวมได้ ขณะนี้จึงยังไม่ทำ

    เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ด้วยจิตสำนึกรักหวงแหนทรัพยากรอย่างแท้จริง


    ที่มา : ข่าวสด
    http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tou01100849&day=2006/08/10
     

แชร์หน้านี้

Loading...