เรื่องเด่น วสี ความชำนาญในสมาธิ/มีประโยชน์มากในการอยู่ในโลกแบบโลกไม่ช้ำ ธรรมไม่ขุ่น

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 28 พฤศจิกายน 2020.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    ?temp_hash=1cf493e36664eef28418ee5531cf7978.jpg





    ความชำนาญในการเข้าออกสมาธิระดับต่างๆ (ฌาน 1-4) ที่เรียกว่า -> วสี
    ทั้งแบบไล่ขึ้น 1-2-3-4 และถอยลง 4-3-2-1

    การเข้าสมาธิทั้งๆที่มีคนอื่นๆ พูดอยู่ หรือขณะเราลืมตาอยู่ สามารถทำได้จริงสำหรับผู้ได้วสีหรือความชำนาญเหล่านี้ ระดับนี้เป็นสมาธิใช้งาน นึกแล้วเข้าได้เลย ไม่ต้องนั่งแช่เหมือนการเริ่มฝึกครับ ลองนึกถึงตอน พระโมคคัลลานะ ท่านปราบนันโทปนาค นั่น ท่านไม่ได้มานั่งเพื่อให้จิตเข้าสู่ฌาน อะไรเลย เพราะท่านได้วสีในการเข้าออกฌาน นึกปุ๊บ จิตเข้าไปยังสภาวะเหล่านั้นได้เลย เพราะจิตจำสภาวะของฌาน แต่ละระดับได้อย่างชำนาญ

    ฝึกบ่อยๆ มาระลึกรู้ลงที่กายใจ ก็พลิกมาเป็นวิปัสนา เกิดวิปัสนาญาณได้

    **********มีประโยชน์มาก ในการอยู่ในโลกแบบโลกไม่ช้ำ ธรรมไม่ขุ่น**********
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • วสี.jpg
      วสี.jpg
      ขนาดไฟล์:
      28.5 KB
      เปิดดู:
      94
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    mjp7iwpal_fhouj0pia3axw5x1crgwceexghkkx_-_nc_ohc-tp4kvniqwloax9numw_-_nc_ht-scontent-fcnx3-1-jpg.jpg
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    IZKH2EmvzeMpX-6TzA_j19D9DuPDqYPqdU7MaqLVFYPM&_nc_ohc=h59ltnRRBq8AX8qw06W&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ก็ฝึกซ้อมให้ชำนาญ ในฐานทั้งสี่
    ฐานกาย รู้กาย
    ฐานเวทนา รู้สึกตัวทั่วพร้อม
    แล้วก็เข้าสู่ ภาวะจิตที่ตั้งมั่น
    แล้วก็ยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาญาณได้
    ฝึกซ้อมให้ชำนาญ
    แล้วก็สะสมกำลังสติ จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น
    #อยู่กับความตั้งมั่น ที่มีความละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ
    จนอุเบกขา ความสงบตั้งมั่นเต็มกำลัง
    หลังจากวันพระนี้ไปไม่กี่วัน
    หลังจากนั้น ก็จะพาตะลุยในระดับ #อรูปฌาน
    ซึ่งถ้าฐานดี กำลังพร้อม
    ก็จะได้สัมผัสระดับ อรูปได้ชัดเจน
    ก็จะไม่ได้พาพรวดทีเดียวไป
    สมาบัติทั้งแปดหรอก
    จะพาเดิน ฌาน 1 2 3 4 แล้วก็สู่
    #อากาสานัญจายตนะ
    ให้เรียนรู้ สภาวะระดับอากาสานัญจายตนะ
    แล้วก็พลิกเป็นวิปัสสนา
    ในระดับอากาสานัญจายตนะ
    แล้วก็ค่อยๆลงเข้าสู่ #วิญญาณัญจายตนะ
    #อากิญจัญญายตนะ แล้วก็
    #เนวสัญญานาสัญญายตนะ
    ในแต่ละระดับ
    ก็จะพาพลิกในภาคของสมาธิ แล้วก็วิปัสสนา
    ให้เรียนรู้ ว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร
    จนไปถึงระดับ #นิโรธสมาบัติ
    แล้วก็อยู่กับ นิโรธสมาบัติได้
    จนกำลังมีความละเอียดระดับสูงพอ
    ก็จะสามารถเห็นสิ่งที่เรียกว่า #ปฐมเหตุ
    ที่ทำให้อวิชชาก่อกำเนิดขึ้นมาได้
    แล้วไม่รู้ว่า
    จะมีใครไปถึงระดับขั้นนั้นหรือเปล่า
    ....แต่ก็จะพาฝึก
    เหตุที่ทำให้อวิชชา หรือ สรรพสิ่งก่อกำเนิดขึ้นมา
    จากนั้นก็จะ เริ่มพาการพิจารณา
    #ปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลม แล้วก็ ปฏิโลม
    ถอยเข้า ถอยออก
    ตั้งแต่การเห็นเมฆหมอก แห่งอวิชชา เป็นอย่างไร
    ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า...
    #ประดุจเมฆหมอกเข้าบดบัง เป็นอย่างไร
    แล้วก็เกิดวังวนของสังขาร เป็นอย่างไร
    เกิดวิญญาณขันธ์ เกิดรูป เกิดนาม
    เกิด #สฬายตนะ เกิดผัสสะ เป็นอย่างไร
    โดยอนุโลม แล้วก็ปฏิโลม ถอยเข้า ถอยออก
    อย่างตอน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้
    #อนุตตรสัมโพธิญาณ รู้แจ้งอริยสัจสี่
    จากนั้นพระพุทธองค์
    ก็ทรงเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 สัปดาห์
    สัปดาห์ที่ 1 พระองค์ก็ทรงเสวยวิมุตติสุข
    แล้วก็พิจารณา #ปฏิจจสมุปบาท ตรงนี้แหละ
    โดย #อนุโลม แล้วก็ #ปฏิโลม
    เห็น ปฏิจจสมุปบาท ตลอดสายเลย
    อวิชชา เข้ามาบังได้ยังไงนะ
    สังขาร การปรุงแต่ง มันเป็นยังไง
    มันเกิด วิญญาณขันธ์ ได้อย่างไร
    แล้วเกิด รูปนาม ได้อย่างไร
    เกิด สฬายตนะ อายาตนะ ทั้ง 6 ได้อย่างไร
    เกิด ผัสสะ ได้อย่างไร
    เกิด เวทนา เกิด ตัณหา อุปาทาน ได้อย่างไร
    โดย อนุโลม แล้วก็ ปฏิโลม
    เมื่อ อวิชชาดับ สังขารจึงดับ
    เมื่อสังขารดับ วิญญาณขันธ์จึงดับ เป็นอย่างไร
    ถอยเข้า ถอยออก
    จะพิจารณา ปฏิจจสมุปบาท ตลอดสายได้
    ต้องเข้า นิโรธสมาบัติก่อน
    แล้วก็อยู่ นิโรธสมาบัติ จนมีกำลังสูงมาก
    ถ้าฝึกกันเองก็
    ชาตินี้จะทำกันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
    ....แต่จะพาฝึก
    ถ้าพาฝึก ใช้กำลังคุมจะมีตัวบูซเยอะ
    ก็ลองดูว่าจะได้เรียนรู้กันระดับไหน
    ค่อยๆ เรียนรู้
    แต่ว่า เราต้องมีฐานแน่น กำลังเราดีพอ
    ถึงจะรองรับการถ่ายทอดไต่ระดับได้
    เพราะฉะนั้น การฝึกมันจะเหมือนเป็น ปิรามิด
    เบื้องต้น คือ ฐานกาย กว้าง ก็พอทำกันได้ ใช่ไหม
    ในบรรดาคนที่ทำฐานกายได้ดี
    ก็จะมีคนที่เข้าสู่ฐานเวทนาได้ดี
    ในบรรดาคนที่ฐานเวทนาได้ดี
    ก็จะมีเริ่มเข้าสู่ฐานจิตตั้งมั่นได้ดี
    ในบรรดาเข้าสู่ จิตตั้งมั่นได้ดี
    ก็จะเริ่มมีเข้าสู่ วิปัสสนาญาณ
    แล้วก็สลัดคืนเข้าสู่ความบริสุทธิ์ได้ดี
    เพราะฉะนั้น มันเป็นยอดปิรามิด
    อย่างน้อย ฐานกายไว้ก่อน ยืนพื้นนะ
    ถ้าฐานกายไม่ได้ ก็ไม่ต้องคุยกัน
    มันก็จะเป็นปิระมิดไป
    มันไม่ได้ทุกคนอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็ได้ฝึก
    ได้เรียนรู้ ตามกำลังที่เราได้มีโอกาสรองรับ
    การถ่ายทอดในทางพระพุทธศาสนา
    ก็จะมีอะไรให้พาฝึก เรียนรู้ไปเรื่อยๆตลอดพรรษา
    จะได้มีความแตกฉาน ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป
    มันต้องประจักษ์แจ้ง ต่อตา ต่อใจ ด้วยตนเอง
    จึงเกิดการ #รู้แจ้ง
    เพราะฉะนั้น ธรรมะไม่ได้เรียนในตำรับตำรา
    ตำรับตำรา เป็นเหมือนแผนที่เป็นหลัก
    แต่เราต้องนำมา #ลงมือปฎิบัติ แล้วเกิดการรู้แจ้ง
    เกิดสภาวธรรมในแต่ละระดับ
    เราถึงจะเข้าถึง แล้วก็เข้าใจธรรมะนั้นได้
    ก็ค่อยๆ ฝึกปฏิบัติไป
    คำถามเก่าค้างเยอะเลย แต่มันก็เนิ่นมานานแล้ว
    ก็ถือว่า ตัดยอดของเก่าออก
    พรุ่งนี้ก็จะเปิดโอกาสให้ถามใหม่ได้
    ใครต้องการซักถาม ญาติโยมทางบ้าน
    ก็ถามคำถามทิ้งไว้ได้
    พรุ่งนี้ ฝึกจบ ก็จะทะยอยตอบ
    วันนี้ก็พอสมควร แก่เวลา
    ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้
    ขอความผาสุก ความเจริญในธรรม
    จงมีแก่ทุกท่านเทอญ ฯ

    โดย พระมหาวรพรต กิตติวโร
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    [๒๒๕] คำว่า วสี ความว่า วสี ๕ ประการ คือ อาวัชชนาวสี
    ๑ สมาปัชชนาวสี ๑ อธิษฐานวสี ๑ วุฏฐานวสี ๑ ปัจจเวกขณวสี ๑ ฯ

    สมาปัตติลาภีบุคคลคำนึงถึงปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่
    ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอาวัชชนาวสี

    สมาปัตติลาภีบุคคลเข้าปฐมฌานได้ ณ สถานที่ และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มี
    ความเนิ่นช้าในการเข้า เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสมาปัชชนาวสี

    สมาปัตติลาภีบุคคลอธิษฐานปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา
    ไม่มีความเนิ่นช้าในการอธิษฐาน เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอธิษฐานวสี

    สมาปัตติลาภีบุคคลออกปฐมฌานได้ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา
    ไม่มีความเนิ่นช้าในการออก เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าวุฏฐานวสี


    สมาปัตติลาภีบุคคลพิจารณาปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะ
    ตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณา เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า
    ปัจจเวกขณวสี

    สมาปัตติลาภีบุคคลคำนึงถึงทุติยฌาน ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตน
    สมาบัติได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง
    เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอาวัชชนาวสี สมาปัตติลาภีบุคคลเข้า ฯลฯ อธิษฐาน ออก
    พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา
    ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณา เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าปัจจเวกขณวสี วสี ๕
    ประการนี้ ฯ


    ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด
    เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญ ด้วยความ
    เป็นผู้ประกอบด้วยพละ ๒ ด้วยความระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยา ๑๖ และด้วย
    สมาธิจริยา ๙ เป็นนิโรธสมาปัตติญาณ ฯ

    -------------------------------------------------------

    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    คำว่าฌานไม่ได้มีอะไรมากเลย
    ฌานคือสภาวะที่มีความนิ่งตั้งมั่น
    ส่วนเนื้อของสมาธิหรือเนื้อของฌาน
    จะแปรเปลี่ยนเป็นสภาวธรรมต่างๆ
    .
    จริงๆคำว่าฌานไม่ได้มีอะไรมาก
    เพียงแค่เราผ่อนคลายสบายๆไปเรื่อยๆ
    ปล่อยวาง ความคิด ความกังวล
    หลุดจากโลกของความคิด ความกังวล
    จิตจะค่อยๆกลับคืนสู่สภาวะเดิมตามธรรมชาติ
    .
    #คำว่าสมาธิหรือฌาน
    คือความละเอียดของจิต
    จิตมีความละเอียดเท่าไหร่
    สมาธิก็สูงขึ้นเท่านั้น
    และทรงแบ่งไว้ 8 ระดับ
    นั่นคือเนื้อของจิตหรือเนื้อของสภาวธรรม
    .
    ถ้าเราเข้าใจตรงนี้
    เราจะพบว่าสมาธิจริงๆเป็นเรื่องของธรรมชาติ
    เพียงแค่จิตเป็นปกติ เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ
    จะเข้าถึงสมาธิโดยธรรมชาติ
    .
    สมาธิจะมีความนิ่งเป็นหลัก
    จิตจะไม่เคลื่อน ไม่สอดส่าย มีความตั้งมั่นอยู่
    .
    เวลาสภาวธรรมต่างๆเกิดขึ้น
    ให้สังเกตว่าใจเรามีความตั้งมั่นอยู่ใช่ไหม
    ถ้าใจเรามีความตั้งมั่นอยู่
    แสดงว่าเป็นเรื่องของสมาธิ
    เป็นอาการต่างๆในสมาธิ
     
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    หลงในโลกจำลองของจิตตนที่สร้างขึ้นมา หรือติดความว่างที่สร้างขึ้นมา เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข

     
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    a-vGeZ6xHiPEmmCI1Nc5UTB8yOwYc4xr_syeXKrMFbMI&_nc_ohc=-bhd8mUIrLAAX_UWDuP&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    ?temp_hash=e9086e668c6060628bb54753928e5ea5.jpg


    #ปุจฉา: ปฏิบัติมาจนถึงลมหายใจหมดไป หยุดไปค่ะ
    แต่ไม่ได้กลัวตายนะคะ ยังคงนั่งภาวนาต่อไป
    แต่อยู่ๆก็ถอนออกมาหายใจดังเดิม
    เป็นมาแล้ว 2 ครั้งแล้ว ขอคำแนะนำด้วยเจ้าค่ะ

    #วิสัชนา: ตอบปัญหาธรรมโดย พระมหาวรพรต กิตติวโร
    เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ แล้วลมมันละเอียด
    จิตมันเริ่มเป็นสมาธิลมมันก็จะระงับลงไป
    แต่ใจมันจะมีความนิ่งตั้งมั่นขึ้นมา
    ก็อยู่กับความนิ่งตั้งมั่นไปเรื่อยๆ
    .
    ใหม่ๆกำลังมันยังน้อย อยู่ได้แป๊บนึง
    เดียวมันก็หลุดออกมา
    ก็ค่อย ๆ ปฏิบัติไป
    ฝึกไปเรื่อย ๆ พอฝึกไปเรื่อย ๆ
    สติก็จะมีกำลังมากขึ้น
    ทีนี้มันจะเริ่มเข้าถึงความนิ่ง
    ความตั้งมั่น ความโล่ง ความเบาได้ประณีตขึ้นไปเรื่อย ๆ
    .
    ถ้าเราฝึกในชีวิตประจำวันมากขึ้น มากขึ้น
    เวลามานั่งปฏิบัติ
    ก็จะเข้าสู่สภาวะสมาธิได้มีกำลังขึ้น
    เพราะฉะนั้น...
    การปฏิบัติในรูปแบบกับการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
    มันจะเกื้อกูลกันและกัน
    ..............................................................
    ตอบปัญหาธรรมโดย พระมหาวรพรต กิตติวโร
    ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ เขมรังสี (ศูนย์ 4) จ.พระนครศรีอยุธยา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  17. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
  18. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    G_dQrHtYMRyFFutNvO5kW0R7GOXo1I54AadDxZGz4FIp&_nc_ohc=jkeAgrHD9LcAX9Lt6CQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
    ผู้พัฒนาสติได้ดี จนมีสติที่ตั้งมั่น
    เข้าถึงสภาวะในชั้นของสมาธิ
    สิ่งที่ควรเรียนรู้ฝึกฝน
    ก็คือ ความชำนาญในสมาธิ
    เปรียบเหมือนเรามีรถน่ะ
    เวลาเรามีรถขับ
    เราก็ต้องมีความชำนาญนะ
    เกียร์1 2 3 4
    ถอยเข้า-ถอยออก
    สามารถเหยียบคันเร่ง
    ลดความเร็ว
    เพิ่มความเร็วได้ดั่งใจนะ
    สมาธิก็เช่นกัน
    ผู้ที่มีความชำนาญในสมาธิ
    สามารถปรับความละเอียดของจิต
    ในระดับของสมาธิได้
    ก็จะสามารถบาล๊านซ์ระหว่าง..
    โลก และ ธรรม ได้
    เรียกว่า.. โลกไม่ช้ำ ธรรมไม่ขุ่น
    ยิ่งฝึกที่มีแต่คุณประโยชน์
    อุปกรณ์การฝึกความชำนาญที่ดีที่สุด
    ก็คือ ความรู้สึกตัวนั่นเอง
    ก็จะมีสิ่งให้เราได้เรียนรู้
    และนำไปฝึกฝนพัฒนาตนเอง
    จนกว่าเราจะหลุดพ้นจากวงจรแห่งวัฏสงสาร
    กลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
    พบกับความสงบสุขที่แท้จริง
    คือ พระนิพพานได้
    .......................................
    โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

    jlfigiwnvjts8wg331_xsjoanfvsj7xexiqq0soz-_nc_ohc-zgc5s3pdaqwax8ou9qt-_nc_ht-scontent-fcnx3-1-jpg.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,843
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...