วัตถุมงคลอาจารย์พล และ อื่นๆ ให้เช่าบูชาครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย KritapobKrub, 30 พฤศจิกายน 2019.

  1. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
    IMG_2513.jpg

    รายการที่ 1 พระจันทร์โมเลศวรพิมพ์ใบมะตูม (แม่ย่ากาลี) ปิดครับ
    พระผงพิมพ์ใบมะตูมนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นตามศาสตร์ศิวะมายากาลี โดยท่านสร้างเพื่อบูชาครูพระสยมและครูใหญ่ฝ่ายอิตถีเทวะคือองค์แม่ย่ากาลีนั่นเอง โดยพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจไว้แต่แรกเริ่มว่า พระพิมพ์โบราณนี้ท่านจะทำจำนวนจำกัดและทำลายบล๊อคทันทีหลังสร้างเสร็จ

    ในวาระการสร้างพระจันทรโมเลศวรนี้พ่ออาจารย์ท่านให้ความใส่ใจในเรื่องเนื้อหามวลสารและพิธีกรรมมากเป็นพิเศษโดยได้รวบรวมสุดยอดผงว่านยาและมวลสารต่างๆจำนวนมากมานวดเข้าด้วยกันก่อนขึ้นพิมพ์เป็นองค์พระ

    ซึ่งเมื่อดำริจะสร้าง ท่านก็ยังแคลงใจอยู่ว่าจะทำในรูปลักษณะใด และด้วยศิวะมายาที่พระผู้เป็นเจ้า(องค์พระสยม)ท่านต้องการจะให้เป็นไป จึงทำให้พ่ออาจารย์ท่านมีนิมิตรเห็นใบมะตูมขึ้นมา ท่านจึงได้พิจารณาว่าใบมะตูมนั้นมีสิริมงคลเหมาะแก่การสร้างเป็นเครื่องมงคลโดยแท้ ซึ่งแต่เดิมนั้นในอินเดียสำหรับสานุศิษย์ของพระศิวะจะให้ค่าความสำคัญกับใบมะตูมมากว่าเป็นใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยว่าเจ้าโลก(องค์พระศิวะ)ท่านประทานให้ไว้เป็นเกียรติเป็นอนุสรณ์ถึงความจงรักที่พระลักษมีมีต่อพระองค์

    มีความเชื่อสืบกันมาว่า พระลักษมีชายาแห่งพระวิษณุนารายณ์นั้น ได้บูชาองค์พระศิวะด้วยดอกบัววันละพันดอกทุกวันจนกระทั่งดอกบัวหมด พระนางจึงดำริถึงคำแห่งองค์พระนารายณ์ว่าอุระของพระนางนั้นสวยงามเหมือนดอกบัวที่กำลังจะบาน จึงทรงใช้มีดหวังจะเฉือนอุระของพระนางออกเพื่อใช้แทนดอกบัวบูชามหาเทพ ในกาลนั้นพระศิวะทรงปรากฏองค์ขึ้นห้ามปรามและทรงพอพระทัยในความภักดีของพระลักษมีมาก แต่กระนั้นก็ช้าไปเสียแล้วเพราะพระนางได้เฉือนอุระออกเสียข้างหนึ่ง พระผู้เป็นเจ้าจึงได้นำอุระที่พระนางเฉือนมาบูชาพระองค์นี้ ไปฝังดินไว้ในโลกด้วยมีพระประสงค์จะให้เกิดต้นไม้ที่ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์สูงสุดด้วยอานุภาพแห่งความภักดีนั้น ด้วยเหตุนั้นต้นมะตูมจึงได้เกิดขึ้น

    ใบของต้นมะตูมนั้น มักจะใช้ในการบูชาองค์พระศิวะอยู่เสมอ ใช้บูชาศิวลึงค์บ้างหรือใช้ในงานมงคลต่างๆตลอดจนงานพระราชพิธีที่เกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ ด้วยเชื่อว่าใบมะตูมนั้นประกอบไปด้วยคุณลักษณะสามประการขององค์พระศิวะ ซ้ำยังเป็นสัญลักษณ์แทนตาทั้งสามของพระองค์ และเป็นสัญลักษณ์พระแสงหอกสามคม(ตรีศูล)อีกด้วย ด้วยว่าใบมะตูมนั้นเป็นของสูงและมีสิริมงคลมากครูใหญ่ท่านจึงต้องการให้พ่ออาจารย์สร้างพระรูปของพระองค์ในพิมพ์ใบมะตูมนี้

    ด้วยว่าท่านต้องการจะให้เครื่องมงคลนี้มีอานุภาพสูงสุด ท่านจึงได้นำใบมะตูมที่ท่านถวายครูพระสยมโดยท่องมนต์พรหมกรรมะมาบดเป็นมวลสารด้วย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าใบมะตูมที่ผ่านพรหมกรรมะนั้นสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าสามารถทำลายบาปแก่ผู้มีศรัทธาได้ สามารถล้างบาปหนักที่สุดได้แม้เพียงได้เห็นหรือสัมผัสก็จะหลุดพ้นจากบาปทั้งปวง ท่านว่าอยากจะให้ศิษย์ที่มีวาสนาเกี่ยวข้องกับองค์พระสยมนั้นได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ อะไรไม่ดีที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป ใช้อำนาจของของมนตราพิธีกรรมและความเชื่อนี้ล้างบาปล้างสิ่งไม่ดีออกไปให้หมด ซึ่งเรื่องนี้อยู่เหนืออำนาจกฏแห่งกรรมของวัฏฏสงสารโดยแท้

    ท่านนำผงใบมะตูมพิธีพรหมกรรมะนั้นมาเข้ากับผงคตสำคัญของเจ้าปู่ชัยพรหม นั่นคือคตรังต่อ(มีหลายท่านที่ผมส่งรูปทางไลน์ให้ดูและบอกกันว่าแปลกดี พอจะขอบูชาผมก็บอกว่าหมดแล้วไม่มี) เพราะพ่ออาจารยท่านนำคตรังต่อของจริงทั้งหมดแกะออกมาจากในรังทำการบดเป็นมวลสารเพื่อผสมสร้างเป็นองค์พระขึ้นมา ท่านว่าคตรังต่อนี้แต่ละลูกจะมีเทวดาสถิตย์อยู่ตกสามสี่พระองค์ คอยช่วยกันปกป้องคุ้มครองผู้บูชา ถึงขนาดที่ว่าใครมาทำไม่ดีประทุษร้ายท่านจะตามไปจองเวรกันเลยทีเดียว ดุจเทพารักษ์ที่จะคอยอารักขาพิทักษ์เจ้านายด้วยความจงรักภักดี และตัวคตเองยังมีอานุภาพเป็นกายสิทธิ์ที่แปลกประหลาดกว่าคตชนิดอื่นคือใช้ต่อเงิน ต่อทอง ต่อโชคลาภวาสนาบารมี รวมไปถึงหนุนเสริมส่งดวงชะตาได้อย่างดีเยี่ยม เป็นของที่เกิดขึ้นเฉพาะกาลและหาได้ยากอย่างยิ่ง ท่านว่าต้องเป็นเจ้าของที่มีวาสนาร่วมกันถึงจะได้ครอบครอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิเศษที่เตรียมไว้มาเข้ากับผงวิภูติขององค์พระศิวะรวมไปถึงผงมงคลโสฬสผงโสฬสมหาพรหมตลอดจนผงสำคัญต่างๆที่ท่านรวบรวมไว้และว่านยาในพิธีกรรมเฉพาะที่พ่ออาจารย์ท่านจะใช้พอกเทวรูปครูพระสยมก่อนทำพิธีสรงสนาน ว่านยาเหล่านั้นท่านว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์มากดุจไคลของพระผู้เป็นเจ้าโดยแท้จริงท่านได้นำมานวดผสมกัน

    โดยวาระนี้ท่านได้นำสีผึ้งช้างตกมันและสีผึ้งจันทร์เพ็ญกับน้ำมันกฤษณาที่ใช้บูชาองค์พระศิวะนวดเข้าไปในเนื้อพระด้วย
    - สีผึ้งช้างตกมัน เป็นสีผึ้งของครูเขมรส่วยเก่าที่ได้หุงไว้จากน้ำมันช้างตกมัน ช้างย้อย หรือช้างประมโขลงนี้เข้ากับว่านยาเสน่ห์หายากที่มีอาถรรพ์มากมีอายุตกเกือบ 50 ปี พ่ออาจารย์ว่าครูท่านนั้นแม้แก่ก็มีภรรยาสาวรุ่นมากมายก็เพราะใช้สีผึ้งนี้ ท่านได้แบ่งสีผึ้งช้างตกมันนี้มาผสมในเนื้อพระด้วยส่วนหนึ่ง
    - สีผึ้งจันทร์เพ็ญ เป็นสีผึ้งที่พ่ออาจารย์เคี่ยวมาตกสิบปี จากมวลสารว่านยาทางเสน่ห์มากมาย ถึงพีธีจันทร์เพ็ญดาวเต็มฟ้าบรรยากาศปลอดโปร่งเมื่อไหร่ท่านก็จะนำมาเคี่ยวเชิญครูเสน่ห์เทวดาอารักษ์มาช่วยกันประสิทธิ์ประสาททุกครั้งไป ท่านเคี่ยวแล้วเคี่ยวอีกจนครั้งนี้ท่านได้แบ่งให้มาผสมเป็นมวลสารในการทำพระสยม ท่านว่าคอยดูชีวิตคนใช้จะเต็มทุกอย่างดุจพระจันทร์วันเพ็ญไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด
    - น้ำมันกฤษณา น้ำมันหอมตระกูลสูงหนึ่งในสี่จตุชาติสุคนธ์ น้ำมันกฤษณาที่แต่เดิมมีค่าดุจทองคำนี้มีประวัติความเป็นมาว่าเป็นเครื่องสูงมีความเกี่ยวเนื่องกับเทพเจ้าตลอดจนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พ่ออาจารย์ท่านได้นำน้ำมันหอมกฤษณาที่มีคนถวายมาให้ท่านใช้ในพิธีขององค์พระสยม ออกมานวดเข้ากับเนื้อพระโดยตรง ท่านว่ากลิ่นหอมของกฤษณานี้ก็มีฤทธิ์ในทางขับไล่ภูติผีปีศาจและอัปมงคลอยู่แล้ว ซ้ำยังเป็นน้ำมันที่เสกแล้วขึ้น ในทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ การทำมาค้าขึ้นความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ท่านว่าไม่รู้จะพูดให้เชื่อกันอย่างไร แต่เอาว่าแม้แต่น้ำมันจันทร์แท้ๆซึ่งมีราคาสูง ยังเทียบกับอานุภาพของน้ำมันกฤษณาไม่ได้แม้แต่น้อย

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระจันทรโมเลศวรขึ้นด้วยความหมายสำคัญหลายประการ ท่านว่าที่เลือกพิมพ์และชื่อนี้เพื่อจะบอกให้เค้ารู้ว่าครูพระสยมรุ่นนี้ ใช้ดีทางมหานิยมและมหาเสน่หสูงสุดเพราะท่านทำเป็นเศียรองค์พระศิวะทัดปิ่นจันทร์เปล่งรัศมี ด้วยว่าพระจันทร์เทพบุตรนั้นก็มีคุณด้านเสน่ห์ ความอ่อนหวานตลอดจนคู่ครอง หรือแม้แต่จะใช้ในทางทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองก็ดี ท่านว่าครูพระสยมปางนี้มีเมตตาสูงสุดอยากขออะไรก็ขอได้ไม่ต้องบน ใช้ทางเสน่ห์มหานิยมดีกว่าขุนแผน

    สำหรับพระพิมพ์ใบมะตูมนี้ ท่านได้ฝังเครื่องมงคลอันสูงด้วยพุทธคุณและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้บูชาดังนี้
    - พระเจ้ายอดเกศ(สมเด็จองค์ปฐม) พ่ออาจารย์ท่านได้จารยันต์อริยสัจโสฬส รวมกับยันต์ดวงไตรสรณคม ยันต์พระปาฏิโมกข์ ยันต์พระไตรปิฏก ยันต์พระกรณี ยันต์ชุมนุมพระเจ้าหลอมรวมกันเพื่อสร้างพระเจ้ายอดเกศขึ้น พระยอดเกศหรือองค์ปฐมที่ใช้ฝังนี้พ่ออาจารย์ท่านให้เหตุผลว่าข้างฝ่ายไทยเรามีตำนานพระพุทธเจ้าโปรดองค์พระอิศวรคราวพิธีโสกันต์พระขันทกุมาร ชะรอยว่าตำนานนี้จะได้เค้าเงื่อนมาแต่ตำนานพระเจ้าโปรดท้าวผกาพรหม เป็นเหตุให้มีกาสร้างพระพุทธรูปพิมพ์พระเหนือพรหมไว้ แต่พระอิศวรยังหามีผู้ใดทำเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าแท้จริงแล้วองค์พระสยมท่านก็เป็นกำลังของมหาจักรวาลเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งนั่นเองเป็นกำลังของพระเวทย์และพระธรรม การจะยกรูปพระพุทธเจ้าขึ้นไปประดิษฐานตามนิมิตรนั้นถ้าเข้าใจก็ย่อมกระทำได้ เมื่อท่านทำพระสมเด็จองค์ปฐมประดิษฐานไว้ด้านบนนั้น เพื่อให้ผู้บูชาทุกคนไม่ลืมพระพุทธศาสนาไม่ลืมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซ้ำพระเจ้ายอดเกศนี้ยังมีคุณครบถ้วนตามพระพุทธคุณแต่ละลักษณะของพระยันต์ที่หล่อหลอม เป็นมิ่งมหามงคลเจริญด้วยลาภ ยศ สรรเสริญตามแต่ใจจะปรารถนาซ้ำยังกันได้สารพัดและยังใช้ทางเมตตา เจรจาค้าขายได้ครบถ้วน ท่านว่าสมเด็จองค์ปฐมพิมพ์พระยอดเกศนี้ดุจเป็นยอดแห่งแสงสว่าง ที่จะสุกสว่างที่สุดในทุกดินแดนโลกธาตุด้วยว่าเป็นยอดแห่งพุทธิปัญญาและวิชชาทั้งปวง เมื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ก็เป็นขุมกำลังอำนาจแห่งพุทธะที่จะดึงมาส่งเสริมผู้บูชา ด้วยว่าหากปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองเป็นใหญ่หมายใจจะสืบตระกูลให้ลงหลักปักฐานมั่นคงในแดนดินนี้แล้วทั้งพุทธและไสยจะทิ้งไม่ได้ หนึ่งคือความหลุดพ้นในวิสัยคฤหัสถ์ก็ควรเรียนรู้เจริญกรรมฐานฐานและวิปัสนาเพาะบ่มรอเวลาที่บารมีอันสั่งสมไว้จะสุกงอมเป็นเอนกชาติ ในระหว่างการดำรงค์ชีวิตนี้ก็ยังต้องคิดถึงประโยชน์ของความสุขเกื้อกูลไว้ด้วย ด้วยว่าการเพราะบ่มบารมีนั้นยังต้องใช้เวลา เป็นลักษณะของการเกื้อกูลกันทั้งทางโลกและทางธรรม
    * ท่านว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ท่านเน้นพุทธบามีและไศวะบารมี เชิญครูมาทำวิชาพร้อมกันเพื่อให้ผู้บูชาสุขสมหวังในทุกสิ่ง
    - แม่ย่ากาลี สำหรับแม่ย่ากาลีนั้นเป็นครูสำคัญของสำนัก ที่พ่ออาจารย์ได้สร้างแบบเป็นทางการและเปิดบารมีไว้เป็นครั้งแรก พระแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ท่านมักจะทำพิธีคู่กันกับครูพระสยม โดยเป็นครูทางอิตถีเทวะที่ทรงพลานุภาพแกล้วกล้าดุดันสูงสุดให้คุณได้มากที่สุด แม่ย่านั้นมีอานุภาพแรงกล้า ท่านจะคอยปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ทุกข์โทษโทสาทั้งหลายเข้าไม่ถึงตัว แม่ย่านั้นเป็นเทวีที่มีอานุภาพสูงสุดทรงไว้ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ สามารถขจัดศัตรูตลอดจนทำลายอุปสรรคขัดขวางให้แก่ผู้บูชาได้ ใครโดนกลั่นแกล้งใส่ความ กระทำด้วยทุจริต ชีวิตโดนรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่อย่างใด ท่านแก้ไขได้หมด หรือแม้แต่คุณไสย ไสยศาสตร์มนตร์ดำชาติไหนภาษาใด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่พ่ายแพ้อานุภาพของท่านไม่มีได้กิน ซ้ำยังปรับเสริมแก้ไขอุบาทว์ตัวทุกข์ตัวเคราะห์ตลอดจนสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งภายในภายนอกด้วย เพราะท่านมีคุณถึงปานนี้ถึงกับว่าผู้บูชานั้นจะไม่เจออุบัติเหตุร้ายแรงสิ่งใดเลยมาแพ้วพาลกับชีวิต จะไม่เจอเหตุที่ทำให้ตื่นตระหนก ไม่พบสาเหตุใดที่นำเราออกจากชีวิตอันสันติและผาสุกจากการครองเรือน นอกจากการกันแก้อาถรรพ์ร้ายล้างบางอวิชชา ให้โทษกับมารยาทุจริต ประทานพลังอำนาจให้กับผู้ทรงธรรมสุจริตแล้ว พระนางจยังปรารถนาจะเติมเต็มความรู้สึกรักใคร่ชอบพอของเหล่าผู้ศรัทธาให้สุขสมหวัง พ่ออาจารย์ท่านมักจะกล่าวว่าพระนางนั้นให้ค่ากับคำว่าความรักและความรู้สึกมาก มากเกินจะทำความเข้าใจได้ทีเดียว ในทางกลับกัน หากผู้บูชาเข้าใจนัยยะที่แฝงอยู่ในรูปกายอันเสียสละและทรงพลังอำนาจของพระนาง สามารถรักพระนางได้ดุจแม่บังเกิดเกล้า ค่าของความรู้สึกนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย สายสัมพันธ์แม่ลูกนั้นมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งเป็นสายสัมพันธ์ที่มีต่อมหาเทวีอันเป็นร่างจำแลงของฤทธานุภาพสูงสุดในศักติแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าการได้เป็นลูกท่านและรับการอุ้มชูนั้นถือว่าคุ้มค่าโดยแท้ เพราะแม่ยอมปกป้องลูกเสมอ และแม่ยอมให้ลูกได้ทุกสิ่ง ด้วยว่าพระพิมพ์นี้เป็นการประดิษฐานรูปครูสำคัญไว้รวมกันถึงสามองค์ โดยเฉพาะครูพระสยมกับแม่ย่ากาลีนั้น แต่เดิมพระสยมท่านก็ยังไม่ปรารถนากับรูปลักษณ์เช่นนี้ จนกระทั่งแม่ย่านั้นได้ประกอบพิธีบูชาพระองค์จึงรู้ว่านางคือพระอุมานั่นเองและเมื่อได้รับความรักจากพระองค์ก็ทำให้แม่ย่ากลับคืนสู่ปางพระอุมาที่สวยงามเป็นปกติ ที่พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างเพื่อฝังไว้ในจันทรโมเลศวรนั้น เพราะท่านอยากให้ทุกคนสุขสมหวังไม่ว่าจะในเรื่องใดก็ตาม ให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้ อย่างเช่นเรื่องแม่ย่ากาลีที่ท้ายสุดท่านก็ได้กลับมาครองคู่กับพระอิศวรเช่นเดิม
    * สำหรับแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ได้แยกมาประกอบพิธีบูชาอัญเชิญปลุกเสกให้พระรูปมีภูติพระเจ้าของพระนางกาลีสถิตย์ทุกองค์ ท่านว่าแม่ย่านี้มีอาถรรพ์สูงมีความรักความเป็นห่วงลูกหลานอย่างจริงใจและรุนแรง ให้คุณมาก ให้ผู้บูชาขบูชาด้วยความรักและจะเห็นเองว่าแม่รักลูกเป็นอย่างไร
    - ตะกรุดส่วย เป็นตะกรุดที่พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาที่เรียนมาจากอาจารย์ส่วยชาวเขมรไว้ ใช้ได้เห็นผลชะงัดในทางเสน่ห์และเมตตาสุดแต่ใจจะอธิษฐาน ซ้ำตำรับนี้ยังค้ำคูณอุ้มชูดวงชะตาตนไว้ไม่ให้ตกต่ำด้วย ท่านว่าเป็นของแก้ทางกัน ที่ว่าแก้นั้นเพราะปกติคนที่ชอบเล่นของทางเสน่ห์เมตตาดวงจะตก ได้ลาภสัตว์สองเท้าแล้วจะไม่มีลาภอื่นบ้าง โชคลาภติดขัดบ้าง พอได้คู่มารู้สึกว่าชีวิตตัวเองตกหล่นไม่สมบูรณ์เช่นเดิมบ้าง ท่านว่าวิชานี้ประหลาดเพราะว่าแก้ทางไว้ครบ ไม่ต้องกลัวจะมีเรื่องใดมาขัดลาภผล ทั้งได้และหนุนในตัวเอง ท่านว่าบอกสั้นๆถ้าพูดยาวจะเป็นสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำ เขารู้กันอยู่แล้วเรื่องพวกนี้ ขาดแต่เพียงวิชาแบบนี้ไม่มีใครเขาอยากจะลงไว้ให้ใช้กันเท่านั้น

    คาถาบูชา(สวดพระพุทธคุณขึ้นต้น)
    โอม การะปูระเคารัม กรุณาวะตารัม สัมสาระสารัม ภุชะเคนทรฮารัม สะทาวะสันตัม หฤทยาระวินเท ภะวัมภะวานีสะหิตัมนามามิ
    - ขอบารมีพระแม่กาลี โอม เจมาตากาลีมา โอมกรีมกาลีเย นะมะฮา
    - ขอบารมีคตต่อ บอกกล่าวดุจพยนต์เทพารักษ์ใช้ป้องกันศัตรูและผู้คิดร้ายอธิษฐานใช้ได้สารพัด อิติปิโสภควา วิพัตตะโภติ สัตตะสะหะสานะมามิ สัมปันโน

    * พระจันทรโมเลศวรพิมพ์ใบมะตูม(แม่ย่ากาลี) พ่ออาจารย์ท่านสร้างบูชาคุณแม่ย่าจึงสร้างเท่าที่มวลสารมีเท่ากับคุณมารดา ท่านว่ามีคุณนักและจะทำเพียงครั้งเดียว ได้ทำไว้ทั้งหมด 12 องค์และมีผู้ขอบูชาไปแล้วจำนวนหนึ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการจะบูชานั้นให้ติดต่อจองไว้ทาง PM รายได้สมทบทุนบูรณะพระพุทธศาสนาในถิ่นทุรกันดารต่อไป

    IMG_2515.jpg IMG_2517.jpg

    IMG_2515.jpg
    IMG_2517.jpg

    ราคา 3500 บาท รวมส่งครับ
    line id : brightkri



    รายการที่ 2 เหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารท(บรรจุผงเสน่ห์หน้าทัพ)

    สืบเนื่องจากหลายๆท่านสอบถามขอให้นำเครื่องมงคลยุคเก่า ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้และเสกยาวนานมานับเนื่องหลายปีนำมาออกให้ได้ร่วมทำบุญกันบ้าง ซึ่งก็ได้ขออนุญาติท่านนำเหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารทออกมาให้ร่วมทำบุญกัน โดยพรหมฤาษีนารทนั้นเป็นหนึ่งในบรมครูสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านให้ความเคารพอย่างสูง และมักจะเชื่อมต่อกระแสญาณ ตลอดจนเชิญครูลงแฝงอยู่เสมอๆ

    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าพรหมฤาษีนารทนั้น บางครั้งก็เรียกว่าพระนารทมุนีบ้าง ฤาษีนารอดบ้าง พระประคนธรรพบ้าง พระภรตมุนีบ้าง พระนารทดุริยางค์บ้างก็สุดแล้วแต่คนจะเรียก โดยพ่ออาจารย์ท่านได้เฉลยว่าแท้จริงแล้วทั้งพุทธและไสยนั้นได้สืบทอดความเชื่อของฤทธิ์อำนาจและแรงครูแห่งบรมครูฤาษีสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และในความเป็นจริงนั้น พรหมฤาษีนารทคือประธานของเหล่าฤาษีทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาล เป็นศูนย์รวมอำนาจแห่งฤทธิ์แรงครูทั้งหมดทั้งมวล บางครั้งที่เราครอบหัวครูหรือที่เรียกว่าพ่อแก่นั้น พ่อแก่หรือพระภรตมุนีก็คือปางหนึ่งของพรหมฤาษีนารทนั่นเอง

    ย้อนเวลากลับไปเมื่อแรกเริ่มนั้น พ่ออาจารย์ท่านฉงนสนเท่ห์เป็นอย่างมากด้วยว่าท่านเคลือบแคลงสงสัยว่าจะมีบรมครูลงมาสถิตย์ร่างกายเพื่อร่วมสร้างบารมีกับท่าน แต่ท่านก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นพระองค์ใด จนท่านสามารถสื่อกับครูได้และองค์พรหมฤาษีนารทนั้น ได้เมตตามีเทวราชบรรหารประทานกรับหิน คือเครื่องใช้ตีให้เกิดจังหวะ อันเป็นสื่อตัวแทนดุจสัญลักษณ์ของพระองค์ท่านให้พ่ออาจารย์ไปอัญเชิญมารักษาไว้ โดยกรับนี้ได้ปรากฏขึ้นตรงตามนิมิตรใต้ต้นไม้หนึ่ง หลังจากพ่ออาจารย์ท่านอัญเชิญมา ก็ได้นำมาถวายเป็นเครื่องบริโภคไว้สำหรับเทวรูปพระนารทมุนี และต่อจากนั้นก็ได้เกิดอภินิหาริย์เป็นอันมาก โดยเฉพาะแรงครูอันน่ามหัศจรรย์หลากหลายประการที่คอยเกื้อหนุนช่วยเหลือศิษย์ แต่พ่ออาจารย์ท่านเองก็ยังไม่ได้ยกย่องบอกกล่าวให้ชื่อท่านเป็นที่ประจักษ์ ด้วยเหตุผลสั้นๆว่ายังไม่ถึงเวลา ในระหว่างนั้นท่านก็มีดำรินึกคิดว่า แต่โบราณกาลจำเนียรกาลผ่านมาหลายร้อยปี คนมักจะประดิษฐ์หัวครูเป็นศรีษะพ่อแก่เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระมุนีนารท ท่านจึงเรียนปรึกษาพรหมฤาษีนารท ด้วยหวังจะกระทำพระรูปที่แท้จริงให้ปรากฏสืบทอดต่อไปเสียคราวหนึ่ง เพื่อจะได้เข้าถึงขุมพลังแห่งครูอย่างแท้จริง โดยท่านได้รับการอนุญาติและอำนวยความสะดวกอย่างดี


    พระมุนีนารทหรือพรหมนารอดนี้มีความสำคัญอย่างไร พ่ออาจารย์ว่าท่านมีกำเนิดที่สูงส่งคือเป็นจิตที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากครรภ์ จากไข่ จากการถือกำเนิดแบบวัฏสงสาร ท่านจึงอยู่เหนือกฏแห่งกรรมมีฐานะพิเศษที่วัฏจักรหรือสังสารวัฏไม่สามารถทำอะไรท่านได้ ด้วยท่านถือกำเนิดมาแต่พระประสงค์ของพระพรหม(พระเป็นเจ้า) มีฐานะเป็นมานสาบุตรแห่งพระพรหมมา ด้วยเหตุนี้องค์พระะนารทจึงเป็นปฐมฤาษีและมีฐานะพิเศษสูงสุดด้วยว่าเป็นยอดและเป็นผู้นำของเหล่ามหาฤาษีทั้งมวล ซ้ำยังถูกยกย่องจากบรรดาฤาษีต่างๆให้มีระดับขั้นเป็นทั้งเทวะฤาษี พรหมฤาษี และมหาฤาษีอยู่ในองค์เดียวกัน ด้วยว่าคุณธรรมของท่านนั้นสูงส่งและถึงซึ่งฐานะและทิพยสภาวะทุกระดับนั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านเมตตาเล่าว่า แท้จริงแล้วครูพระนารทนั้นท่านรักมนุษย์มาก ด้วยว่าท่านผูกพันธ์อยู่กับมนุษย์ ดังนั้นเวลาศิษย์เดือดร้อนหรือขอสิ่งใดท่านจึงรีบช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งอานุภาพของพระนารทมุนีนั้นจะไม่มีเส้นแบ่งหรือคำว่าทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด ต่างจากพุทธานุภาพหรืออำนาจของพระเหล่าใด ด้วยว่าพระนั้นยังมีข้อห้ามผิดศีลผิดธรรม แต่ครูนารทนั้นไม่มีข้อห้ามเช่นพระ ก็จะไม่ให้ท่านรักมนุษย์ได้อย่างไร ในเมื่อพระองค์ท่านมีฐานะเป็นพระผู้สร้าง เป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างมนุษย์ มนุษย์แต่โบราณจึงยกย่องท่านไว้สูงสุดในฐานะพระมหาประชาบดีนารท คือเป็นเจ้า เป็นใหญ่เหนือประชากรทั้งปวง

    และที่สูงเสียยิ่งกว่านั้น พระนารทมุนีท่านมีฐานะพิเศษอยู่คือเป็นหนึ่งในเจ็ดยอดมหาฤาษีที่เรียกกันว่าสัตปะฤาษี พ่ออาจารย์ท่านเคยถามสมเด็จองค์ปัจจุบันเกี่ยวกับสัตปะฤาษีนี้ แม้ในหมู่พระพุทธเจ้าทั้งปวงก็ยังรู้และยืนยันว่ามีอยู่จริงซ้ำพระองค์ยังยกเอาไว้ในกลุ่มผู้มีฐานะพิเศษที่จะไม่ก้าวล่วงกัน สัตปะมหาฤาษีหรือผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดนี้มีฐานะดุจว่าเป็นแบบอย่างของเหล่าฤาษีและผู้ถือบวชถือพรตทั้งปวง ด้วยว่าจะมีชีวิตยืนยาวอยู่เฉกเช่นเดียวกับพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้อยู่ใกล้คำว่าอมตะที่สุด

    ดังนั้น ครูพระนารมุนี พ่ออาจารย์ท่านจึงให้ความสำคัญมาก ด้วยว่าแม้ในฐานะที่ท่านดำรงค์อยู่ ทั่วทั้งตรีโลกนี้จะหาครูผู้มีฐานะสูงสุดทั้งเป็นประธานในเหล่าฤาษีดุจว่าเป็นครูที่อยู่เหนือครูทั้งมวลและยังทรงคุณธรรมสถานะของเทวะฤาษี พรหมฤาษี และมหาฤาษีไว้อย่างครบถ้วน ซ้ำยังเป็นมหาประชาบดีมีฐานะเป็นใหญ่ปกครองฝูงชนและเป็นหนึ่งในเจ็ดยอดผู้ยิ่งใหญ่สัตปะมหาฤาษี ท่านว่าตรีโลกนี้จะหาผู้มีฐานะพิเศษเช่นครูพระนารท หาอย่างไรเสียก็ไม่มีวันเจอ

    กอปรกับอานุภาพที่เป็นเอก ที่พระนารทมุนีนั้นเป็นผู้เดียวที่สามารถเดินทางไปในหมื่นโลกธาตุทั้งแสนโกฏจักรวาลได้อย่างอิสระปราศจากความขัดข้องสามารถสอดส่องไปได้ทั่วจึงเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความรู้มาก รู้ในทุกสิ่ง รู้ในกาลทั้งสามคืออดีต ปัจจุบัน และอนาคต รู้ความเป็นไปของโลกธาตุทั้งหมดอย่างละเอียด ด้วยความรู้นี้แม้ทางพระพุทธศาสนาครูบาอาจารย์แต่โบราณก็ยังยกย่องพระนารทเอาไว้ว่า องค์พระฤาษีนารอด อันเธอทรงยอดพระปิฏกกัณไตร หรือจะกล่าวอย่างง่ายก็คือแม้ธรรมของพระผู้มีพระภาคท่านก็รู้อย่างละเอียด ไม่เฉพาะของสมเด็จองค์ปัจจุบัน แม้จะเป็นธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเสด็จออกประกาศศาสนาอยู่ในโลกธาตุอื่นๆท่านก็รู้เสียทั้งหมด เช่นนี้ท่านจึงเป็นมหาฤาษีผู้ถูกยกไว้ในฐานบรมครูผู้มีฐานะพิเศษ ซ้ำพระองค์ท่านยังเป็นดุจฑูตสวรรค์ที่คอยบอกกล่าวตักเตือนเหล่ามนุษย์ ซ้ำยังประทานกฏหมายเอาไว้ให้มนุษย์ปกครองกัน โดยเรียกกฏหมายนั้นว่านารทิยธรรมศาสตร์ แล้วก็พระมหามุนีนารทผู้นี้อีกนั่นเองที่เป็นผู้เล่าเรื่องมหากาพย์รามายณะให้ฤาษีวาลมิกิฟังจนภายหลัง พระพรหมเทพจึงมีโองการให้ฤาษีวาลมิกิรจนาพระคัมภีร์ขึ้นเป็นที่มาแห่งเรื่องราวรามเกียรติ์อันจะประกาศเกียรติยศของพระรามให้สถาพรคู่โลกสืบไป

    ด้วยว่าพระนารทมุนีนั้นท่านมีความรู้มาก ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านยังบอกว่าท่านถนัดนัก คือมีความชอบส่วนพระองค์ มีความสามารถส่วนพระองค์ถนัดในทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างสูงสุด เรียกว่าแรงและเหนือกว่าอย่างที่สุดในวิชาทั้งปวง เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะสร้างมงคลแทนครูเพื่อจะให้มีประโยชน์สืบไปแก่ผู้ครอบครองนั้น ท่านจึงได้ขอนิมิตรลักษณะจะทำครูในพระรูปใด ซึ่งพรหมฤาษีนารทเองก็ได้แสดงนิมิตรแก่พ่ออาจารย์ ให้สร้างพระรูปท่านโดยสัญลักษณ์ที่ท่านถือวีณาหรือพิณน้ำเต้าและกรับ อันเป็นมายาภาพที่ท่านใช้ประจำดุจว่าเป็นกายสังขารที่แท้จริง และให้เพิ่มสิ่งสำคัญเข้าไปสองสิ่ง เป็นเครื่องบริโภคที่ท่านถือไว้ พ่ออาจารย์จึงได้ทำให้มีสี่พระกรตรงตามนิมิตร
    - สังข์ ท่านว่าเป็นของมงคล อยู่ที่ใดย่อมดึงเอาสิ่งที่ดีงามมาตกต้องผู้บูชา ด้วยสังข์นั้นเคยเป็นเครื่องบรรจุพระเวทย์ของมหาพรหม เป็นที่กักเก็บความรู้แลสรรพวิทยาทั้งหมด ท่านว่าความรู้นี้จะเป็นแสงสว่าง แม้ชีวิตใครยังมืดมัวไม่เห็นทางครูท่านก็จะนำไป เป็นเครื่องหมายดุจสัญญาใจที่ให้กันไว้ว่าเมื่อศิษย์ระลึกถึงครูฉันใด เราก็จะไม่ทิ้งกันฉันนั้น
    - บ่วงพรหมบาศก์ เป็นเครื่องบริโภคแห่งพระบรมบิดาพรหมเทพที่ได้มอบไว้แก่พระนารทมุนีด้วยว่าบ่วงนี้จะฉุดชักนำศิษย์ให้เจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดด้วยปกาศิตแห่งพรหม หรือจะผูกมัดคู่มิตร คู่ครองไว้ให้เป็นคู่กัน ไม่แยกออกจากกัน ซ้ำบ่วงนี้ยังเป็นเทพอาวุธอันมีอานุภาพมาก ท่านสามารถใช้ผูกมัดดวงวิญญาณสัตว์อันมืดบอดและมีอกุศลจิตเป็นมนุษย์ผู้ใจบาปลงนรกภูมิได้ และยังใช้ลงทัณฑ์กรรมแก่ผู้มีจิตคิดชั่วไม่วาจะเป็นเทพ ฤาษีหรือภูติผีจอมมารเหล่าใด บ่วงพรหมบาศก์นี้จึงเป็นเทพอาวุธอันมีอานุภาพมากที่สรรพชีวิตหวาดเกรงด้วยว่าสามารถพรากภพพรากภูมิได้ จะฉุดให้ลงต่ำหรือขึ้นสูงก็ได้ ท่านว่าครูท่านต้องการจะฉุดชักให้ผู้บูชาเจริญรุ่งเรือง ซ้ำยังป้องกันคนคิดร้ายและสิ่งไม่ดีตลอดจนภูติผีปีศาจหรือการกลั่นแกล้งจากเหล่าเทวดามิจฉาทิฏฐิและจอมมารทั้งหลาย ซ้ำยังเป็นอุปเท่ห์ทางเสน่ห์เมตตามหานิยมดึงดูดคู่ครองผูกมัดด้วยอำนาจแห่งพรหมลิขิต ท่านว่าถ้าใครยังไร้คู่หรือยังสนุกกับกามคุณทางโลก ก็ให้อธิษฐานบอกครูท่านเลย
    * พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าครูฤาษีนี้จะเฮี้ยนและแรงกว่าอาราธนาพระหรือเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ

    เหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารทนี้ พ่ออาจารย์ท่านได้ขอชื่อจากครูโดยตรง โดยชื่อนี้มีความหมายลึกซึ้งดุจว่าจะสื่ออะไรกับคนใช้ ด้วยว่าท่านอธิบายให้พ่ออาจารย์เข้าใจว่าตรีกาลนี้คือรู้ในกาลทั้งสาม ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต รู้แจ้งในหมื่นโลกธาตุ อันความรู้นั้นเปรียบดุจแสงสว่าง แม้มีแสงสว่างปรากฏที่ใดก็ย่อมทำลายความมืดคืออวิชชาความไม่รู้เสียหมดสิ้น เมื่อมีตัวรู้แล้วทำสิ่งใดก็ไม่มีวันแพ้ไม่มีวันตกอับ ท่านว่าต่อไปนี้ในทุกเรื่อง จะมีแต่คำว่าชนะ แพ้ไม่เป็น

    พ่ออาจารย์ท่านได้หลอมหล่อเหรียญตรีกาลขึ้นจากเนื้อธาตุกายสิทธิ์ล้วนๆอันประกอบด้วยเหล็กไหลขาวหยาดน้ำฟ้าทวาราวดี วัชรธาตุ ปรอทหลวงปู่ละมัย แล้วนำมาแช่น้ำมนต์ธรณีสารและอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันรักษาธาตุกายสิทธิ์ออกไป ทั้งนี้เพราะเมื่อสำเร็จเป็นองค์แล้วท่านจึงเชิญพระมุนีนารทลงมาสถิตย์ท่านว่า นี่แหละคือที่สุดแล้ว เพียงพอแล้ว มีพระมุนีนารทอยู่ไม่จำเป็นต้องมีจิตดวงใดอีก ครูองค์นี้องค์เดียว เกินพอ

    ด้วยว่าครูพระนารทนั้นมีวิชาทางเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นเอก ท่านว่ามีความสามารถทางวาทะและการเจรจาที่เป็นเลิศไม่ว่าจะทำให้คนเชื่อ คนปรองดองหรือแตกหัก เอาว่าพูดอะไรไปใครเค้าก็เชื่อ เชื่อหมดเลยก้มหน้าก้มตาเชื่อแบบไม่มีสิ่งใดสงสัย ดียิ่งกว่าพกสาริกาเสียพันตัวล้านตัวก็ยังไม่เท่า เมื่อทำแล้วพ่ออาจารย์ท่านได้จารตะกรุดฝังด้านหลังไว้เรียกว่าตะกรุดนางกลับ ซ้ำยังได้นำมวลสารสำคัญบรรจุปลอดผนึกไว้ภายในด้วย
    - ตะกรุดนางกลับ หรือจะเรียกว่านางกลับใจก็เรียก ที่ว่าไม่รักก็เปลี่ยนกลับมารักมายินดี เอาว่าเปลี่ยนใจคนได้ท่านว่ารู้ไว้แค่นี้พอเพราะอานุภาพมันใหญ่มาก ที่ท่านลงตะกรุดนี้เพราะว่าครูพรหมนารทนั้นท่านสามารถเปลี่ยนใจคนได้ให้เค้าฟังเค้าเชื่อ ถึงขนาดที่ว่าแม้เป็นศัตรูไม่ชอบหน้ากันก็ยังต้องเชื่อฟังกัน ท่านว่าวิชานี้ทั้งสัมพันธ์และเสริมส่งกัน อะไรที่ร้ายจะได้กลับเป็นดี เอาว่าต้องดีและดีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยปกาศิตแห่งครู ไม่ดีไม่เอา ไม่ดีไม่ได้ ตรงนี้ชีวิตใครมีเรื่องร้ายๆท่านว่าเป็นเรื่องง่ายๆไปเลย ถ้าจะใช้ทางเสน่ห์เมตตาเวลาพก ก็ให้อาราธนาบอกครูท่านเสียหน่อย เพราะถ้าไม่บอกอาราธนาพกเฉยๆอานุภาพจะเป็นไปในทางกลับร้ายกลายเป็นดี กลับสภาพปัจจุบันให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ในฐานะพ่อผู้เป็นมหาประชาบดีอันจะเป็นฐานเสริมส่งผลักดันลูกสืบไป
    - หลอดบรรจุผงเสน่ห์หน้าทัพ ในตะกรุดนางกลับทุกดอกจะมีผงเสน่ห์บรรจุอยู่ดุจว่าเป็นทัพหน้า เป็นแม่ทัพแห่งครูเสน่ห์ทั้งปวง ซึ่งหลอดบรรจุผงนี้พ่ออาจารย์ท่านจะม้วนทับด้วยตะกรุดนางกลับและผนึกเอาไว้ภายใน เนื่องด้วยเป็นมวลสารที่มีอาถรรพ์รุนแรง ท่านจึงเกรงว่าจะนำไปใช้กันไม่ถูกที่ถูกทางเป็นบาปกรรมแต่ตัวเอง จึงเพียงแต่ผนึกไว้เพ่อให้เอาไว้พกพาอาราธนาพอ ท่านว่าแค่พกก็แรงสุดๆแล้ว ซึ่งในหลอดนั้นจะบรรจุไปด้วยมวลสารสามสิ่ง คือ
    1. ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แต่เริ่มเดิมทีสมัยพ่ออาจารย์ท่านได้รับมอบผงพรายกุมารมาจากพระอาจารย์สาครนั้น ตอนนั้นท่านยังไม่ได้สร้างขุนแผนหรืออะไร ยังไม่ได้นำผงพรายกุมารไปใช้ทำอะไร ทำให้มีผงอยู่ในปริมาณหนึ่ง เมื่อท่านทำเหรียญตรีกาลจึงได้นำผงพรายกุมารชนิดหัวเชื้อมวลสารเข้มข้นมาบรรจุหลอดเรียกว่าในปริมาณมากพอตัว สามารถนำไปผสมสร้างพระได้นับร้อยนับพันองค์ ท่านบรรจุไว้ให้ทุกหลอดท่านว่าเอาเถอะ รู้เองเห็นเอง เมตตามหานิยม ทำมาหากินเจริญรุ่งเรื่อง เสน่ห์หลงรักปักใจ ของปลวงปู่ทิมท่านทำมาดีคุมมาดีแล้ว ใช้ได้
    2. กรับหินบรมครู แต่เดิมนั้นสายอ่างทองมักจะทำตะโพน ให้บูชาตะโพน โดยจะเรียกว่าครูตะโพน ซ้ำเวลาจะสร้างพระยังนิยมเอาดินหน้าตะโพนมาผสมเพื่อเป็นมวลสารที่ว่าแรงด้วยเสน่ห์เมตตามหานิยมสูงสุด ทั้งนี้เพราะเค้าไปเชื่อและยกย่องว่าครูตะโพนนั้นเป็นครูพระฤาษีนารอดนั่นเอง เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะทำพรหมฤาษีนารทนั้น ท่านไม่ได้ใช้ตะโพน แต่ท่านใช้กรับหินบรมครู อันบรมพรหมนารทมุนีท่านชี้นิมิตรประทานให้ ท่านได้นำกรับหินนั้นมาตะไบเอาผงเพื่อบรรจุลงไปในหลอดมวลสาร ท่านว่าจะทำแล้วทั้งที ก็ใช้สัญลักษณ์ของท่านมาเป็นสื่อถึงองค์ท่านเสียเลย ท่านว่าแรงและเฮี้ยนด้วยฤทธิ์แรงครูเนื่องจากเกิดจากการสร้างสรรค์ของพระองค์ท่านโดยเฉพาะ เป็นของทิพย์ของครูอย่างแท้จริง ท่านว่าจะได้เป็นสื่อให้ทุกคนเข้าถึงครูอย่างสะดวกรวดเร็ว เอาแค่นี้พอ ให้บอกเขาว่าเมื่อเข้าถึงแล้วอยู่ด้วยกันแล้ว มันคือทุกอย่างจริงๆ ไม่ต้องไปอ้อนวอนอะไรอีกแล้ว เพราะท่านอยู่กับเราแล้วนั่นเอง
    3. สีผึ้งนางครวญ เป็นสีผึ้งที่ครูหมอแขกในอดีตอันได้หุงน้ำมันภูติพระเจ้า ซึ่งท่านได้แสวงหามวลสารว่านยาทางมหาเสน่ห์ล้วนๆแรงๆประกอบกับน้ำมันอันมีพรรรณคุณวิเศษมากมายมาหุงสร้างไว้ พ่ออาจารย์บอกว่าวิชาที่ท่านลงนี้แรงขนาด หลายๆวิชาล้วนแต่หายสาบสูญไปแล้วทั้งสิ้น เป็นสีผึ้งหัวเชื้อท่านว่าแม้เท่าปลายเข็มได้พกติดตัวไว้ก็มีอานุภาพมาก ใช้ทางเสน่ห์เมตตาได้สูงสุด เอาว่าวิชาเสน่ห์ครูแขกนั้นแรงหายห่วง แก้ยากเหลือใจ ท่านจึงจำเป็นต้องผนึกเอาไว้ เมื่อจะนำมาใช้ท่านได้บอกกล่าวครูบาอาจารย์นำสีผึ้งไปผึ่งแดดก่อนขอไฟสุริยะหลอมอีกครั้ง เนื่องจากเป็นของเก่าดั้งเดิมทำให้สีผึ้งแข็งดุจหิน

    คาถาบูชา
    โอม ฤฤา มหาฤฤา มหานาโร โธฮิโร กาเรฮิเร บันยังโดว์ เนวาตูซู ซูกาเดียงร์ ฮัม ฮัม โก โก


    IMG_2527.jpg IMG_2533.jpg
    IMG_2527.jpg IMG_2533.jpg

    ราคา 4000 บาท รวมส่งครับ
    line id : brightkri

    รายการที่ 3 พระขุนแผนผงน้ำมันคตพรายกูรมา (โยนีทอง ลึงค์ทอง)

    ในยุคดึกดำบรรพ์นั้น พระนารายณ์ได้อวตารลงมาเป็นเต่ายักษ์กูรมา เพื่อสังหารอสูรมัจฉาที่จ้องจะทำลายพิธีกวนน้ำอมฤต ซ้ำยังเอากระดองของพระองค์เองรองเขามันทระไว้ในพิธีกวนเกษียรสมุทรครานั้น เพื่อป้องกันมิให้โลกทะลุเป็นเหตุให้โลกแตกเป็นที่เดือดร้อนของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

    พ่ออาจารย์ท่านรู้ความสำคัญของมหากูรมาวตารนี้ พร้อมทั้งปรารถนาที่จะทำเครื่องมงคลฉลองคุณพระนารายณ์ขึ้นซักคราวหนึ่ง โดยทำให้มีอาถรรพ์เช่นของบรรพกาล กอปรกับมีเสียงเรียกร้องอยู่หลายหนให้ท่านจัดทำพระขุนแผนอีกซักรุ่นหนึ่ง ขอแบบที่ดีและแรงมากๆ เมื่อท่านพิจารณาหลายๆสิ่งแล้วว่ามันสอดรับกันเหมือนครูบาอาจารย์ท่านดลใจ ท่านจึงได้สร้าง พระขุนแผนผงน้ำมันคตพรายกูรมา(โยนีทอง ลึงค์ทอง)ขึ้น

    ท่านแกะแม่พิมพ์เช่นกระขุนแผนพรายกุมารทรงโบราณปกติ แต่เปลี่ยนเป็นพิมพ์พระประทับเต่ากูรมาแทน ท่านว่าเต่านี้ไม่ใช่เต่าธรรมดาแต่เป็นเต่าพระวิษณุอวตารท่านจึงผูกพยนต์เต่านารายณ์ไว้ มีฤทธิ์มาก มีเดชมากในบรรดาพยนต์เต่าทั้งหมด ซ้ำเต่านี้ ท่านว่ายังมีความหมายด้านเสน่หาแฝงอยู่ในตัวเองแบบไม่ต้องไปหาอะไรที่ไหนมาแทนที่ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า อันเต่านี้ ความหมายอีกนัยน์หนึ่งก็คือสิ่งที่แทนเครื่องเพศของสตรีนั่นเอง ท่านว่าทำพระขุนแผนประทับเต่านี่แหละ เอาแค่ว่าเรารู้ว่าคืออะไรก็พอ ความหมายมันตรงดีและดูสวยงามไม่ลามกสัปดนแต่อย่างใด คิดกันเองว่าเราทำให้เด่นด้านใด

    แรงจูงใจที่ทำให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระขุนแผนพรายกูรมานั้น เนื่องมาจากว่า พ่ออาจารย์ท่านได้รับคตเต่า(คตเต่าจริงๆไม่ใช่เต่าตายพราย) ซึ่งคตเต่านี้สืบทอดมาแต่เจ้าขุนชัยพรหม เมื่อท่านได้มา ท่านก็ยังได้รับคตเต่าจากสถานที่ธรรมชาติอันเทวาอารักษ์ได้เข้ารักษาไว้อยู่เนืองๆ ท่านว่าแปลกนัก ปกติคตเต่าจะหายากมาก มีคุณแรงกว่าเต่าตายพรายหลายเท่า ดีด้านทำมาหากิน เจริญรุ่งเรือง เพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองอย่างถึงที่สุด ซ้ำยังทำให้เกิดกระแสเมตตาแก่ผู้ครอบครองมีคนรักคนชอบมากมาย ทำให้ผู้บูชามีสุขภาพที่สมบูรณ์ อายุขัยที่ยืนยาว ซ้ำยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความเจริญก้าวหน้า และช่วยเหลือคุ้มเกรงป้องกันเคราะห์ภัยทั้งหลาย ด้วยว่าเต่านั้นเป็นสัตว์รักษาศีล คตที่เกิดขึ้นจากเต่าจึงเป็นดวงจิตของเหล่าโพธิสัตว์ที่ต้องการเข้ากรรมในโลกมนุษย์ทั้งสิ้น

    เมื่อได้รับคตเต่ามา ท่านจึงติดต่อด้วยญาณวิถีกับกายสิทธิ์ที่อยู่ภายในนั้น ท่านพบพราหมณ์เฒ่าตาปะขาวในโพธิวงศ์มากมายเข้าสมาบัติอยู่ โดยได้บอกกับท่านว่าจะช่วยเหลือท่านทุกเรื่อง ดั่งพญาเต่าโพธิสัตว์อันมีจิตเมตตาต่อผู้คน ปรารถนาให้ผู้คนพบแต่ความสุขแม้กระทั่งเลือดเนื้อและชีวิต ก็ยอมสละให้ได้ เมื่อท่านเห็นประโยชน์อันยิ่งที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องต่อไป ท่านจึงบอกกล่าวคตเต่าพ่อพราหมณ์เฒ่าตาปะขาวผมยาวทั้งหลาย ให้ช่วยกันออกไปสร้างบารมีเสียคราวหนึ่ง โดยท่านได้พลีคตเต่ากายสิทธิ์นี้ทำผง ถือเป็นมวลสารหลักในการทำพระขุนแผนพรายกูรมานี้ ด้วยว่ากายสิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ในองค์พระนี้ ท่านก็พร้อมจะช่วยเหลือผู้ถือครองเคารพศรัทธาท่านเช่นพญาเต่าเรือนโพธิสัตว์อันเป็นต้นตระกูลนั่นเอง

    ท่านว่าจิตเทพ จิตโพธิสัตว์อันยิ่งในสมาบัติและอิทธิวิธีทั้งหลายนี้ มีคุณดีกว่าและสูงกว่าพรายภูติพรายผีมากนัก ท่านจึงเรียกว่าพรายกูรมาด้วยการนำปางอวตารของพระนารายณ์มาตั้งชื่อให้เป็นมงคลนามแก่ผู้บูชาต่อไป ท่านว่าพระขุนแผนรุ่นนี้จะเร็วมากและแรงมาก ด้วยดวงจิตเทพและเหล่าโพธิสัตว์ที่สาปสรรค์ตัวเองเพื่อเข้ากรรมอยู่ในภพมนุษย์ อยู่ร่วมภูมิเดียวกับเรา ท่านว่าเหมือนคนอยู่ใกล้กันจะพูดจาอะไรเขาก็ได้ยิน ถ้าอยู่ไกลกันจะพูดกันก็ต้องใช้กำลังใจมากขึ้น

    เมื่อได้แม่พิมพ์แล้ว ท่านจึงได้ขึ้นรูปองค์พระโดยผสมคติธรรมไปด้วย โดยวางมือแปรออกจากลักษณะมารวิชัยเดิม ทั้งนี้ท่านว่าจากหน้ามือจะได้เป็นหลังมือ พลิกสถานการณ์ได้ทุกเรื่องจากร้ายสิ่งใด เมื่อมาถึงตัวก็จะได้กลับกลายเป็นสิ่งดีงาม ท่านเรียกว่าขุนแผนมือแปรจากไม่รักก็จะได้รักและชอบพอ พ่ออาจารย์ท่านได้นำมวลสารพิเศษต่างๆมากมาย มาผสมเพื่อสร้างพระขุนแผนรุ่นนี้ โดยหนักทางน้ำมันและสีผึ้งของครูบาอาจารย์แต่โบราณมาก ท่านว่าเน้นเฉพาะด้านเสน่ห์ล้วนๆใช้ผง น้ำมัน สีผึ้ง เข้ากับว่านยาทำให้องค์พระมีกลิ่นหอมอ่อนๆ โดยท่านได้นำผงคตเต่าที่เตรียมไว้ ผสมกับของมงคลต่างๆดังนี้
    - ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ท่านใส่ให้เป็นเชื้อเป็นคุณเท่านั้น
    - ผงอิทธิเจ ขรัวตาคง(ปรมาจารย์ขุนแผน)
    - ผงกอดนางนอน
    - ผงมหาภูติ
    - ผงสาลิการ้อยรัก
    - ผงดิน 7 โป่ง
    - ผงยาจินดามณี
    - สีผึ้งเก่าเจ้าขุนชัยพรหม
    - สีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบ
    - สีผึ้งช้างผสมโขลง
    - สีผึ้งพญาหงส์ทอง
    - น้ำมันภูติพระเจ้า(น้ำมันในตำนาน)
    - ว่านเสน่ห์ที่พลีตามระยะเวลา 108 ชนิด เป็นต้น

    ท่านว่าให้บอกเค้าเพียงเท่านี้ แต่ที่จริงในการทำผงทำสูตรท่านผสมไว้เยอะกว่านี้แต่ละอย่างไม่สมควรจะเปิดเผยออกไป โดยจะเน้นแต่ส่วนผสมที่มีคุณมีอานุภาพทางด้านเสน่ห์เมตตาเท่านั้น ซึ่งแต่ละอย่างนั้น ท่านว่าลำพังก็แรงจนมึนหัว หลงหัวปักหัวปำอยู่แล้ว ซึ่งผงต่างๆเหล่านี้ท่านได้ทำและรวบรวมไว้นานแล้ว จึงเอาออกมาสร้างฉลองศรัทธาคนที่ต้องการเสียคราวหนึ่ง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าหลักใหญ่ที่ท่านตั้งใจจริงๆเลยสำหรับพระขุนแผนรุ่นนี้ก็คือ โดยปกตินั้น มีแต่คนจะปรามาสพระขุนแผนว่าใช้แล้วจะจน เป็นพระทางราคะใช้ทางทำมาหากินและตั้งตัวไม่ได้ท่านว่าท่านจึงเข้าสูตรมวลสารด้วยคตเต่าผสมกับเสกคาถาทางด้านเศรษฐีลงไปอีกหลายบท เพื่อจะให้ใช้ได้ครอบจักรวาล ไม่ใช่ดีทางเสน่ห์อย่างเดียวแต่ยังหนุนดวงให้รวยและมั่นคง เป็นของค้ำคูณจิตวิญญาณตนเอง ให้ผู้ใช้บูชานั้นเข้มแข็งมีสุขภาพกายและใจที่ดี สมกับคำที่ว่าบุรุษชาติอาชาไนยนั้น ไม่เพียงแต่อิสตรี หากแต่ต้องมีพร้อมทั้งทรัพย์และบริวาร

    ด้านหลังองค์พระนั้น พ่ออาจารย์ท่านฝังสิ่งสำคัญอยู่สามอย่าง
    - อสุรินทรราหู ท่านตั้งใจฝังให้โดยเฉพาะ ท่านว่าขุนแผนของท่านนั้นมีไว้กันและแก้ กันความอัปโชค ล่มสลาย กันวิบัติภัยนานา กันความไม่สมปรารถนาไม่ให้เข้ามากล้ำกราย และแก้ไขสิ่งที่ขาดหายไปให้มีพร้อมสำหรับผู้บูชา โดยที่ท่านตั้งใจฝังอสุรินทรราหูนี้ ก็เพื่อกันดวงตกแก้ดวงแตกให้แก่ผู้บูชาทุกคน ท่านว่าราหูตำรับท่านเป็นพระมหาโพธิสัตว์ที่มีพระชาติที่แน่นอน ไม่ใช่ปีศาจยักษ์มารที่ไหน ท่านอัญเชิญบารมีมหาโพธิสัตว์ลงมาเพื่อสงเคราะห์ด้วยเมตตา คนที่ดวงไม่มี เสน่ห์ไม่มี ทำอะไรก็ไม่ดีหากินก็ไม่ขึ้น ท่านว่าจะได้กันและแก้พร้อมทั้งหนุนดวงเราไปในตัวให้มีพร้อมในทุกสิ่ง สมกับความตั้งใจของท่านที่สร้างพระขุนแผนนี้ ท่านว่าถ้าจะเอาดีทางโลก ราหูรุ่นนี้มีครบทีเดียว เพราะท่านลงเสก ทั้งทำพิธีรับส่งราหูมานานก่อนจะนำมาฝังนั่นเอง
    - ตะกรุดทองแดง(ลึงค์ทอง) วิชาเสน่ห์สายเขมรโบราณพันปี ที่ท่านไม่เคยปรารถนาจะลงให้แก่ผู้ใด โดยวิชานี้จะต้องลงบริเวณของลับของท่านชายโดยเฉพาะ ท่านว่าเป็นเสน่ห์หัวกะไดไม่แห้ง เสริมกำลังให้กับลึงค์เป็นยอดแห่งลึงค์เป็นสุดยอดของสายวิชาเสน่ห์ที่ลงอาถรรพ์ไว้กับลึงค์อีกแบบหนึ่ง แต่เดิมนั้นจะลงให้กับผู้ชายที่ปรารถนาสาวที่ตนเองรักแล้วไม่สมหวัง หรือคนอับโชคทางด้านคู่ครองเท่านั้น แต่ท่านเองก็ไม่ปรารถนาที่จะทำขนาดนั้น คือเรียนไว้แต่ก็ไม่ได้เมตตาลงให้กับใคร ครั้งนี้ท่านจึงลงเป็นตะกรุดแทน โดยลงใส่ตะกรุดทองแดงไว้ท่านว่าสีแดงแข็งกร้าวเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชาย โดยท่านลงรูปลึงค์พร้อมกับเสกเรียกรูปนามให้มีชีวิต เป็นลึงค์กายสิทธิ์พร้อมกับลงวิชาลึงค์ทองกำกับไว้ ท่านว่าแค่นี้เเหละไม่ต้องยุ่งยาก เอาไปใช้ก็ให้ผลเสมอกัน ไม่ใช่ของต่ำเพราะเป็นเครื่องกำเนิดชีวิต ท่านเรียกตะกรุดทองแดงว่าตัวพ่อ
    - ตะกรุดทองเหลือง(โยนีทอง) สอดรับเป็นคู่กันกับวิชาลึงค์ทอง แต่เป็นวิชาเสน่ห์ของท่านหญิงที่จะต้องลงบริเวณจุดลับเช่นกัน ท่านว่าท่านก็ไม่ปรารถนาที่จะทำถ้าจะให้ไปลงอย่างนั้น ท่านจึงทำเป็นตะกรุดไว้คู่กันโดยลงจารเป็นจุดลับสตรีใส่วิชาแม่กำเนิดเรียกรูปนามลงกำกับด้วยโยนีทอง ท่านว่าเพราะวิชานี้มันคู่กัน ถ้าอยู่แยกกันมันก็เป็นเสน่ห์อย่างที่สุด แต่ถ้ามาอยู่ด้วยกัน มันจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นท่านว่าแล้วแต่คนจะใช้ เพราะเป็นเครื่องมหากำเนิด เกิดได้ เกิดมีได้ทุกอย่าง สุดแต่กำลังใจของผู้บูชา (ท่านว่านี่นะ ถ้าไม่คิดเรื่องเสน่ห์มากไป คิดเอาดีทางทำมาหากินทรัพย์สมบัติมันก็เกิดขึ้นได้) ท่านว่าลงไว้มีผลเสมอกันไม่ต่างจากลงที่เครื่องเพศอย่างใด
    * เฉพาะตะกรุดลึงค์ทอง โยนีทองนี้ ท่านว่าดีกว่าวิชาเสน่ห์ใดๆทั้งหมด เพราะเสริมและขับพลังให้กับองค์กำเนิดโดยเฉพาะ อยู่ที่ผู้ใช้จะเป็นเพศไหนก็อธิษฐานให้เพศตรงข้ามเข้ามาหา ดุจเราเป็นเหยื่อ เขาก็เป็นปลาต้องวิ่งงับเหยือ วิ่งตามเราฉันใดก็ฉันนั้น

    ท่านว่าพระพิมพ์นี้ ตัวท่านเองทำแบบโบราณ องค์พระน้ำหนักเบา เพราะท่านเน้นใช้ผงและมวลสารล้วนๆมาประกอบ โดยได้พลีคตเต่าไปจำนวน 5 ตัว เหลือให้ท่านเลี้ยงไว้ 4 ตัวเท่านั้น ท่านว่าแบ่งเอาไปใช้กัน อยากให้เค้าได้บูชาพระที่สร้างจากมวลสารล้วนๆไม่ต้องใส่แป้งใส่ปูนโดยด้านหน้าขององค์พระทุกองค์นั้นก่อนเสกท่านได้นำผงแร่สเกลล่าที่มีผู้ถวายไว้ ท่านนำมาเจิมทุกองค์ ท่านว่าแร่นี้เป็นแร่ภูเขาไฟ มีพลังธาตุพลังงานที่สะสมมานาน เมื่อเสกกำกับก็จะดูดซับพลังงานและอานุภาพได้มากกว่าปกติ ซ้ำยังเสริมกำลังให้กับผู้ใช้ด้วย ท่านว่าดีอย่างไรก็ลองใช้กันดูเอง ถึงท่านบอกว่าดีแค่ไหนมันก็ไม่เท่าเอาไปใช้เองอยู่ดี

    เมื่ออธิษฐานจิตเสร็จ ท่านมีนิมิตรเห็นครูบาอาจารย์หลายรูป แม้แต่ครูสมเด็จ(ขรัวโต) ก็ยังหยิบพระขึ้นมาดูและกล่าวว่า ดีแล้ว ดีแล้ว พระแบบนี้ ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะทำจริงๆบรรพชิตอื่นๆก็เช่นกัน เก็บไว้ให้กับคนที่เขาจะเอาดีทางโลก ถ้าเขาเอาดีทางศาสนานั้นอย่าไปให้เขา

    คาถาบูชา
    โอม ตะไมเทวราทะทัง โอมสิมหาสิ นามะอิตถี(ถ้ารู้ชื่อคนที่ชอบก็ต่อไว้เลย) กาละมะมะ เอหิ เอหิ มึงรักกูดั่งป่ารักน้ำ มึงรักกูดั่งราชสีห์รักถ้ำ มึงรักกูล้ำกว่าแม่มึง สวาหะ


    IMG_2523.jpg IMG_2525.jpg
    IMG_2523.jpg IMG_2525.jpg

    ราคา 4000 บาท รวมส่งครับ
    line id : brightkri

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ธันวาคม 2019
  2. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
    รายการที่ 4 พระผงมหาบุรุษชาติศรีหริกัลกีอวตาล (ฝังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณและนางแม่พระธรณี)

    มนุษย์เอ๋ย ..คราใดที่พระสัจธรรมเสื่อมถอย
    แลอธรรมกำเริบเสิบสาน ยามนั้น..เราจักมา
    เพื่อประโยชน์คุ้มครองต่อผู้ภักดี และลงโทษผู้ประพฤติบาป


    พ่ออาจารย์ท่านได้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาในสังคมโลกปัจจุบัน กอปรกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่เดือดร้อนและมีความทุกข์ตกต่ำลงอย่างน่าสังเวชใจ ซ้ำท่านยังได้รับบุพนิมิตรเตือนจากเทพยดาและครูอาจารย์ทั้งหลาย เป็นเสียงดังก้องอยู่ในโสตว่า กัลกิ กัลกิ กัลกิ ท่านจึงได้ทราบเจตนาของครูบาอาจารย์และนำพระผงมหาบุรุษชาติกัลกีอวตารออกมาให้ร่วมทำบุญบูชา ด้วยว่าถึงกาลและเวลาที่จะรื้อขนสัตว์ออกจากทุกข์และความตกต่ำตามมติแห่งองค์พระและครูเทพเบื้องบน

    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ลงตะกรุดพระนารายณ์หนุนจักรดอกเล็กๆเนื้อทองเหลืองไว้จำนวนหนึ่ง เมื่อทำการปลุกเสกและเชิญครูพระวิษณุมาทำการประสิทธิ์วิชา ท่านก็ได้รับข่าวจากครูมหานารายณ์ว่า ยุคนี้โลกตกต่ำลงสู่กลียุคอย่างรวดเร็วฉับพลัน วิชาทั้งหลายนั้นได้สถาปนาไว้ในการณ์ปกติไม่สามารถจะใช้ระงับเหตุหรือจะคุ้มโทษโทสาได้ มีแต่เราเท่านั้นที่จะนำแสงสว่างมาแทนที่ความมืดและสถาปนาความสุขนิรันดร์ให้เกิดแก่สรรพชีวิต ว่าพลางก็เกิดรูปมหากัลกีออกมา โดยการนิรมาณกายของพระผู้เป็นเจ้า

    พ่ออาจารย์ท่านจึงคิดพิจารณาก็รู้ว่า คำกล่าวจากพระวิษณุเจ้านั้นมีเลศนัยน์แฝงอยู่ จริงอยู่ว่ามหากัลกีนั้นจะอุบัติขึ้นในยามที่โลกกาหลและเป็นปางที่ยังรอการอุบัติเพื่อกวาดล้างอธรรมให้สิ้นโลกต่างจากปางอื่นๆทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นไปแล้ว เพราะเป็นหน้าที่เพียงอย่างเดียวของพระวิษณุนารายณ์ที่ยังค้างคาและมีสัญญาใจว่าจะลงมาช่วยเหลือ กอบกู้สรรพสิ่งและสถาปนาคุณธรรมให้ดำรงค์เสถียรภาพคงอยู่คู่โลกอีกกาลวาระหนึ่งนั่นเอง หรือว่าจะถึงเวลานั้นแล้วท่านจึงได้บอกใบ้ว่าให้สร้างมหาบุรุษชาติกัลกีขึ้นมา อย่าเสียเวลาไปกับวิชาอันได้สถาปนาไว้ยามที่เหตุการณ์ของโลกเป็นปกติ เพื่อจะเป็นเหตุให้สรรพสัตว์ล่วงทุกข์ตามอาถรรพ์แห่งเทวานุภาพ

    พ่ออาจารย์ท่านจึงแกะแม่พิมพ์ขึ้นมา โดยกระทำเป็นบุรุษชูดาบขี่ม้า แต่แกะเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เลือดมากเท่านั้น แกะต่อไปไม่ได้เลยเพราะมือจะพังเสีย ท่านว่าเป็นเหตุการณ์ผิดปกติที่ท่านเองก็ไม่เคยเจอมาก่อน จนพระวิษณุเจ้าหรือครูพระนารายณ์นั้นได้แนะนำท่านว่าให้ทำเป็นรูปมหาบุรุษถือดาบสองมือและมีฐานด้านล่างเป็นพระยาสินธพชาติอัสดร โดยพระผงนี้จะมีคุณเป็นเอกด้านตัดกรรมให้สงบระงับไปโดยฉับพลัน ท่านเห็นว่าไหนๆก็ทำแล้วจะมานั่งคิดถึงความสวยงามก็ไม่สม ควรจะทำตามลักษณะที่ครูท่านต้องการจะให้เป็นเช่นนั้นดีกว่า อาจจะไม่สวยแต่ว่ายอดขลังเพราะทำตามความต้องการของท่านเอง

    เมื่อแกะแม่พิมพ์เสร็จแล้ว พ่ออาจารย์ท่านได้รับเทวบัญชาต่อเนื่องให้สร้างรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ กับนางแม่พระธรณีขึ้นเพื่อจะทำวิชาฝังลงไปด้านหลัง ด้วยเหตุว่าสรรพสัตว์นั้นดำรงค์อยู่ในท่ามกลาง เบื้องบนนั้นมีจอมเขาพระสิเนุราชมีพระอินทร์ประทับเป็นประธานแห่งเทวสภาในฉกามาพจรภูมิ เบื้องล่างนั้นก็มีพระแม่ธรณีศรีวสุนธราสถิตย์ปกครองอยู่ ครูท่านจึงประสงค์จะให้สัตว์ที่ตกถึงทุกข์มีพลังศักสิทธิ์เกื้อหนุนดูแลไม่ว่าจะเหนือฟ้าหรือใต้พิภพก็ตาม พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำตะกั่วอวนตีนแหที่ท่านลงยันต์นำมาแช่น้ำมนต์เก็บไว้มาทำพิธีหลอมหล่อพร้อมทั้งจารแผ่นยันต์บังคับนะปถมัง 14 นะและพระยันต์ 108 ใส่ลงไปด้วย พร้อมกับอักขระหัวใจพระอินทร์และนางพระธรณีแยกกันอีกตำรับหนึ่ง

    เมื่อท่านหล่อรูปสำคัญเป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณและนางแม่พระธรณีขึ้นมาแล้ว ท่านได้ทำการบวงสรวงเชิญครูและทำการปลุกเสกซึ่งต้องแยกกันเสกถึงสองวาระ สำหรับมวลสารขององค์พระนั้น พ่ออาจารย์ท่านมีดำริแต่แรกว่าจะสร้างรูปพระมหากัลกีนี้ ทำให้เป็นเกียรติยศแก่ตัวทานเอง โดยท่านจะใช้ผงลบคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านไปขอผู้สืบทอดสายวิชาเป็นผงลบของครูบาอาจารย์ยุคเก่าต่างๆนำมาผสมสร้างให้ครบถ้วนทั้งหมด ท่านได้นำผงวิเศษทั้ง 5 ชนิด ประกอบด้วย ผงปัถมัง อิทธะเจ มหาราช พุทธคุณ และตรีนิสิงเห นำมาผสมคละกันกับผงมหาจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่ ซึ่งท่านเน้นให้ใช้เนื้อหาผงมวลสารล้วนๆมาประกอบกันขึ้นเพื่อให้องค์พระนั้นแก่อิทธิคุณ

    นอกจากนั้นท่านยังผสมด้วยผงที่พระเถราจารย์แต่อดีตเคยลบถมไว้ ไม่ว่าจะเป็นผงของหลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว , หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว , หลวงปู่ภู วัดอินทร์ , หลวงปู่นาค วัดระฆัง , หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก , หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา , หลวงพ่อคง วัดวังกะพ้อม , หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ , หลวงพ่อเจ้าคุณโพธิ์ วัดชัยพฤกษ์ , เจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์ , หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่จันทร์ วัดโฉลกหลำ , หลวงพ่อกวย วัดโฆษิต , หลวงพ่อสุ่น วัดหนองปลาหมอ, หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน , หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค , หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส , หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ เป็นต้น

    ท่านได้นำผงวิเศษเหล่านั้น มาผสมนวดเข้ากันกับน้ำมันพระเจ้าตาก น้ำมันว่านตระกูลเศรษฐี น้ำมันช้างลืมโขลง น้ำมันมหาวิเศษ น้ำมันหงส์เหิร น้ำมันเทพรัญจวน น้ำมันแกแล น้ำมันว่านพญาไก่แดง ก่อนที่จะพิมพ์พระขึ้นรูปและฝังของอาถรรพ์ต่างๆ

    การสร้างพระผงมหาบุรุษชาติกัลกีอวตารนั้น คือปางของพระวิษณุมหานารายณ์ที่ปัจจุบันนั้นอยู่ในระหว่างการรอเสด็จลงมา โดยพ่ออาจารย์บอกว่าการมาของพระองค์คือการสิ้นสุดของกลียุคสิ้นสุดความเดือดร้อนทุกข์ยากความลำบากทั้งหลาย ท่านว่าสสรรพสัตว์นั้นจะเวียนว่ายไปตามกระแสโลกแลกฏแห่งกรรมของตน หากได้รับพระผงมหาบุรุษชาติกัลกีนี้ไว้บูชา ท่านว่าแม้กลียุคอันชนต้องประสบกันทั้งโลกยังแก้ไขได้ ถึงจุดสิ้นสุดได้ นับประสาอะไรกับชีวิตคนเพียงผู้เดียว ที่จะไม่งอกงามเบ่งบาน จะไม่ดีขึ้นโดยฉับพลันทันทีได้อย่างไร นี่ประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าวิษณุมหานารายณ์นะเพียงแค่ท่านมาเอาว่าเรื่องเฮงซวย โชคร้าย โดนกลั่นแกล้ง โดนกระทำ ความมืด อุปสรรค อธรรมทั้งหลายเอาว่าท่านผลาญสิ้นโคตรก็แล้วกัน ไม่เหลือต้นตอที่จะให้เกิดอีกได้เลย ไม่เพียงแต่มาทำลายเท่านั้น พระองค์ยังนำออกและเปิดทางให้อีกด้วย นำออกจากสถานการณ์เลวร้ายที่เจออยู่เพียงระลึกถึงก็จะผ่านพ้นไปอย่างน่าพิศวง ซ้ำยังเปิดทางให้เจอแสงสว่าง ให้มีอนาคตที่ดีเป็นที่ไปไม่ตกต่ำย่ำกลับมาสู่กลียุคอีกหนหนึ่ง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าจุดนี้เราต้องสำรวจตนเองว่าชีวิตเรานั้นผจญอยู่ในกลียุคหรือไม่ โดนใครคดโกงหรือเปล่า ตกอยู่ในความเสื่อมทั้งตัวเราเองที่เสื่อมหรือสังคมรอบข้างที่เสื่อมหรือไม่ มืดมนหรือไม่ สับสนวุ่นวายหรือไม่ ซึ่งความมืดมนทั้งหลายนี้มักจะมาในเรื่องของการงาน ความรัก ปากท้อง ครอบครัว หรือสังคมแวดล้อม ถ้ารู้ว่าชีวิตหนีจากเรื่องเหล่านี้ไม่พ้น ก็ถึงเวลาที่เราควรจะให้โอกาศแก่ชีวิตตนเอง รับเอาครูศรีหริกัลกีอวตารเข้าไปแล้วทุกอย่างจะพลันเปลี่ยนไปโดยฉับพลันทันที

    สำหรับพระผงศรีหริกัลกีอวตารนี้ ด้านหลังได้ฝังของวิเศษไว้สามชนิด นั่นคือ เหรียญหล่อพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ตะกรุดพระนารายณ์หนุนจักร และนางพระแม่ธรณี ตามประสงค์แห่งองค์พระวิษณุเทพที่ให้กระทำขึ้น
    - เหรียญหล่อพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระอินทร์นั้นเป็นประธานเทวสภาและเป็นตำแหน่งของราชาแห่งทวยเทพทั้งมวล ปกครองทั้งสวรรค์ คุมทัพเทพเจ้าทุกวิมานในอากาศ เป็นตัวแทนของจอมเทพในสวรรค์ทั้งหกชั้น ในส่วนของช้างเอราวัณเทพบุตรนั้นท่านเป็นเทพบุตรสายนาคาซึ่งมีบารมีมาก มีฤทธิ์มาก ด้วยว่าได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟังธรรมอยู่เสมอ เมื่อพระอินทร์จอมเทพประสงค์จะเสด็จที่แห่งใด เอราวัณเทพบุตรก็จะนิรมิตรรูปกายของตนเป็นพญาช้างสามสิบสามเศียร เมื่อพระอินทร์เสด็จขึ้นประทับแล้ว เทพยดาที่เหลืออีก 32 องค์อันเป็นสหชาติและมีบุญบารมีเสมอกันกับพระอินทร์ก็จะเสด็จประทับขึ้นพร้อมกัน พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเสกยากนักเป็นเหรียญที่มีเทวานุภาพมาก มันยากและมากกว่ารูปที่เห็น เพราะโดยพิธีแล้วท่านต้องเชิญเทพบดีทั้ง 33 ลงมาสถิตย์พร้อมกันที่ช้างเอราวัณนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระวรุณ พระประชาบดี สุริยเทพ จุลรถ มหารถ อเนกวัณณ และพระองค์อื่นๆโดยพร้อมกันไม่ใช่ว่านึกจะทำก็ทำเสียเฉยๆ จึงเป็นตราสัญลักษณ์พิเศษที่มีอำนาจมากเมื่อเสกอย่างถูกต้องแล้วท่านว่าเวลาไปที่แห่งหนไหนก็สั่นสะเทือนไปทุกภพภูมิ ด้วยอานุภาพของเทพยดาทั้ง 33 พระองค์อันเป็นจอมเทพบดีแห่งดาวดึงส์ และช้างเอราวัณนี้ เมื่อจะมีความสำคัญบอกกล่าวอย่างไร มีกิจธุระอย่างไรให้ระลึกถึงองค์พระอินทร์อันเป็นประธานเพียงองค์เดียวให้มั่นคงกระทำสัตย์อธิษฐานไป พ่ออาจารย์ท่านว่าความนั้นย่อมตกและทราบทั่วถึงกันทั้งดาวดึงส์นอกจากพระอินทร์แล้วจอมเทพอีกทั้ง 32 พระองค์ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเราด้วยไม่รวมเหล่าเทพบริพารทั้งดาวดึงส์สวรรค์ท่านว่าเพียงแต่อธิษฐานเอาก็พอ ไม่จำเป็นอย่าไปบนอะไรท่านมากเพราะท่านมีใจจะช่วยกันอยู่แล้ว พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า ในพิภพดาวดึงส์นั้นเทพยดาโปรดที่จะสร้างบารมีร่วมกันกับมนุษย์ท่านจึงเชิญตัวนายมาเสียให้ครบในคราเดียวเพราะเมื่อนายมา บริษัทแวดล้อมทั้งหลายก็ย่อมจะมาด้วย และเขามีหน้าที่สำคัญเป็นสัญญาใจที่จะช่วยเหลือมนุษย์อยากเห็นมนุษย์ได้ดีและกลับขึ้นไปรวมอยู่กับเขาในท้ายที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นโอกาสดีนะ ดีที่จะได้อยู่กับพระอินทร์ อยู่ในสายตาของท่าน ทำให้ท่านพอใจ อีกนัยน์หนึ่งตายไปไม่ต้องกลัวตกนรกเลย หากเธอยังเป็นคนดีรู้จักประกอบการกุศลอยู่บ้าง ก็พระอินทร์นั่นแหละจะเป็นพยานในการสร้างกุศลของเธอเตรียมวิมานในดาวดึงส์ไว้รอเธอ สำคัญถึงปานนั้น
    - นางพระแม่ธรณี พ่ออาจารย์ท่านว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายนั้นได้อาศัยอยู่บนพื้นดิน เปรียบก็เหมือนดั่งลูกอยู่ในอ้อมกอดของแม่นั่นเอง จะเจริญก็อยู่บนแผ่นดินนี้ จะวิบัติก็อยู่บนแผ่นดินนี้เช่นกัน หากใครมีพลังของแม่พระธรณีเกื้อหนุนช่วิตแล้ว ความตกต่ำยากไร้ ทำมาหากินไม่ขึ้น โดนคนกลั่นแกล้ง สิ่งต่างๆเลวร้ายทั้งหลายนั้นย่อมไม่มีเป็นแม่นมั่น เพราะแม่ท่านรักและช่วยเหลือประดุจเลือดในอกของพระองค์ท่านเลยกระนั้น หากเรารู้คุณท่านอยู่บ้างระลึกถึงท่านขอบารมีท่านจะมีแต่เจริญขึ้นโดยสถานเดียว พ่ออาจารย์ท่านทำเป็นรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผมอย่างมีนัยยะสำคัญบางประการ ท่านเมตตาเล่าว่า พระแม่ธรณีนี้เคยบอกกับท่านว่าตัวของแม่เองได้เป็นพยานการเกิดขึ้นของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมถึงปัจจุบัน ได้รองรับกระแสอุทกธาราที่เหล่าพระมหาโพธิสัตว์มากมายหลั่งรินไว้เวลาประกอบธรรมกำกุศล ได้ขึ้นมาช่วยเหล่าพระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ทุกพระองค์ในทุกกาลทุกวาระเมื่อจะต้องประจญด้วยพญามาร พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็จะอ้างเอาพระแม่ธรณีนี้เป็นพยานนั่นเอง ท่านจึงว่าพระแม่ธรณีนี่แหละเก่งที่สุดในโลก ท่านอยู่ในทุกที่ทั้งโลก โอบอุ้มทุกชนชาติศาสนามาเนิ่นนาน รองรับบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ตั้งแต่คราวพระชินสีห์องค์ปฐมได้ค้นพบและตรัสรู้สัพพัญญุตญาณเป็นพระสัพพัญญูในโลกธาตุจวบจนถึงพระองค์ปัจจุบัน ได้อยู่เป็นสักขีพยานและเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระนางมีบารมีมากถึงปานนั้น สำหรับเหรียญหล่อนางแม่พระธรณีนี้พ่ออาจารย์บอกว่าท่านทำเป็นปางบีบมวยผมคราวพระเจ้าผจญมาร เพื่อให้ผู้บูชาอาศัยบารมีของแม่ชนะมารชนะอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย แม้กิจใดที่แม้แต่เหล่าเทพไม่สามารถกระทำได้ ไม่สามารถช่วยเหลือได้หรือเทพเจ้ายังหวาดกลัวนั้น ท่านว่าแม้อันตรายถึงปานนั้นแม่ก็ยังอยู่กับลูกเสมอและพร้อมที่จะช่วยลูกในกาลทุกเมื่อนั่นเอง เหรียญนางพระแม่ธรณีนี้สำคัญนัก เพราะเทพเจ้าฝ่ายมารจะกลัวกันมาก เทพยดามิจฉาทิฏฐิทั้งหลายจะไม่กล้ากลั่นแกล้งให้โทษแก่เราเลย
    - ตะกรุดพระนารายณ์หนุนจักร พ่ออาจารย์ท่านว่าป็นเวทย์วิชาสำคัญที่นอกจากจะมีพุทธคุณของตัวเองแล้วยังเป็นวิชาที่ช่วยประสานทุกพระองค์ทั้งมหาบุรุษกัลกี พระอินทร์และคณะเทพยดาทั้งสามสิบสองตลอดจนนางพระแม่ธรณีให้แผ่พลังมาเกื้อหนุนยกชูเราโดยเฉพาะ ซ้ำยังหนุนดวงผู้บูชาแม้มีเคราะห์ก็คลายออก แม้มีกรรมก็สะเดาะเสียให้พ้นจากกาลและวาระกรรมเหล่านั้น ทั้งธรณีสารและเรื่องราวเดือดร้อนทั้งหลายทำอันตรายสิ่งใดเรามิได้เลย คนที่ชีวิตลุ่มๆดอนๆ ดีก็ไม่สุด สะดุดมาทั้งชีวิต ก้าวมาถอยกลับ อยู่กับที่ หรือมีความรู้สึกว่าตัวเองมันยังไปไม่ได้ นี่เพราะเราไม่มีสิ่งใดหนุน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็ไม่เข้ามาหนุนเรา พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แก้เคล็ดกัน ทั้งคุณแห่งวิชาและมหาอวตารกัลกี รวมทั้งคณะเทพดาวดึงส์ตลอดจนนางพระแม่ธรณี ท่านจะเข้ามาหนุนแก้รากฐานชีวิตเรา รับรองว่าหนุนชนิดที่เรียกว่าดีวันดีคืน ทั้งปราบปราม ทั้งทำลายและหนุนนำยกชู ประเสริฐสิ้นถึงเพียงนี้แล

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระผงมหาบุรุษชาติศรีหริกัลกีอวตารขึ้นมาโดยอาศัยเหตุและโองการแห่งพระนารายณ์เป็นเจ้านั้น ท่านตั้งใจจะทำให้ดีมากที่สุด แม้ในวาระการปลุกเสกท่านก็ยังกล่าวอัญเชิญครูบาอาจารย์เจ้าของผงผู้ล่วงลับไปแล้วทั้งหลายมาช่วยกันภาวนาอธิษฐานจิตอีกคำรบหนึ่ง และที่สำคัญด้านหน้าทุกองค์นั้น ท่านนำผงศักดิ์สิทธิ์ มวลสารเก่าแก่ล้วนๆที่นอกจากจะผสมอยู่ในเนื้อพระแล้ว ท่านยังเมตตานำมาโรยไปทั่วทุกองค์ พระจึงจะขาดความคมชัดไปบ้างแต่เอาว่าแรงและขลังด้วยผงหัวเชื้อระดับบรมครูทั้งหมด

    คาถาบูชา
    โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกษณัม สะหาระวักษะสถะละ เกาสตุภะศริยัม นะมามิ วิษณุม ศิระสา จตุรภุซัม
    - นมัสการพระอินทร์ โอม สักกัสสะ เทวะนะมินทัสสะ สักการัง
    - เรียกนางแม่พระธรณี พระสุนทเร เทวะธิดา พุมโม สุกะคีตตะวา สมาคะมา อิมินานัปพะเลตะวัง ชานาหีปุญญะกำเม อากาศเทวา นาคะนาคาวันนัง ปุคคลาพันทังวา จะพันทังอาคิทันตา จะวาเย ปัญจะพุทธานะมามิหัง(ภาวนาเรียกแม่พระธรณี ใช้ใจเรียกอย่าไปใช้เท้าจิกผืนดิน แม้ได้อาราธนาเรียกพระนางที่ฝังอยู่ด้านหลังแล้ว พ่ออาจารย์บอกว่ากาลแห่งทุกข์เวทนาจะคลี่คลายโดยฉับพลัน จะเรียกพระนางมาบอกกล่าวขอพรอะไรก็สุดแล้วแต่จะอธิษฐานบูชา ใช้ได้ทุกเรื่องทุกทางตามเห็นว่าสมควร)


    IMG_2519.jpg IMG_2521.jpg

    ราคา 3500 บาท รวมส่งครับ
    line id : brightkri
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ธันวาคม 2019
  3. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
    รายการที่ 5 มหาสัญลักษณ์มงคลประสิทธิ์กำเนิดพร (พระตรีมูรติประทับพนัสบดี)

    สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ได้สร้างเหรียญหล่ออันเรียกว่ามหาสัญลักษณ์ขึ้น โดยประสงค์จะให้เป็นจุดศูนย์รวมแห่งครูพระเวทย์และพระธรรม ครูมหาเทพทั้งหลาย โดยท่านได้ปลุกเสกมาอย่างยาวนาน อาศัยเวลาวาระที่พระอิศวร(ครูพระสยม)เสด็จเยือนโลกมนุษย์ และช่วงเวลาที่พระวิษณุและมหาลักษมี(ครูพระนารายณ์)เสด็จเยือนโลกมนุษย์ ท่านใช้เวลาอัญเชิญมหาเทพและเสกเก็บมายาวนานเพื่อที่จะให้ได้ชื่อว่าดีที่สุดนั่นเอง

    ด้วยแรกเริ่มเดิมทีนั้น ท่านมีนิมิตรถึงสมเด็จองค์ปฐม ได้ประทานให้ท่านเห็นสัตว์มงคลชนิดหนึ่งคือ พระพนัสบดีอันเป็นราชยานพาหนะของพระองค์ท่าน โดยบอกให้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ เพราะนี่คือขุมพลังของจักรวาล กำเนิดด้วยพระเวทย์และพระธรรม เป็นสิ่งลี้ลับนอกเหนือกฏธรรมชาติ มีพระเดชอันใหญ่และพระคุณอันยิ่ง ให้ท่านทำด้วยเวทย์สวรรค์ โองการกำเนิดพระเจ้า จะได้เป็นสิริมงคลต่อผู้ครอบครอง มีไว้สืบกันไปในหมู่ผู้รู้ค่าและคู่ควร

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นสอดคล้องว่าเป็นมหามงคลโดยแท้ ด้วยรูปพระพนัสบดีนั้นนับถือกันมาแต่อดีตกาล ต่อมาการสร้างก็ขาดหายไป แม้มีทำบ้างในบางวาระแต่จะให้มีคุณเป็นเอนกจริงก็หาคนที่จะทำจริงได้ยาก เพราะเป็นวิชาเฉพาะ การทำพระพนัสบดีนี้พ่ออาจารย์กล่าวว่าทำกันมาเป็นพันปีแล้วหรือนานกว่านั้น ตั้งแต่ยุคทวาราวดี พุทธศาสนิกชนก็นิยมรับเอาคติพราหมณ์มาผสมกับพระพุทธรูป ด้วยทำโดยกระบวนการความรู้ทั้งพุทธทั้งไสยอันเป็นเครื่องที่จะช่วยให้หลุดพ้นแลหากผู้ใดได้ครอบครองก็เจริญรุ่งเรือง

    พระพนัสบดีนี้ พ่ออาจารย์บอกว่าเป็นการรวมตัวกันของขุมกำลังสำคัญที่ยิ่งใหญ่ กล่าวคือ
    - วัวอุสุภราช (พระศิวะ) วัวอุสุภราชนั้นเป็นพาหนะขององค์พระสยม เป็นราชาแห่งสัตว์จตุบททวิบาททั้งมวล มีกำลังมากเป็นที่หวาดกลัวของภูติผีปีศาจ ด้วยเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่านันทิมหาราช ทั้งยังมีพระภาคเป็นพระฤาษีหน้าวัว มีฤทธิ์มากดั่งโคแก้วสารพัดนึก วัวอุสุภราชนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ คงามงอกเงย มั่งมี สมปรารถนาทุกสิ่ง ท่านว่าแต่เดิมนั้นมนุษย์นี้ในวัฏฏสงสาร ล้วนเป็นไปด้วยกาม เสพและบริโภคสิ่งที่เป้นกามคุณทั้งสิ้น ด้วยอำนาจของโคอุสุภราชนั้น จะทำให้เธอบริบูรณ์ในกามคุณ มีทุกอย่างสมกับที่มนุษย์ชาติหนึ่งนั้นควรจะมี ไม่ขาดไม่พร่องแต่อย่างใด
    - จอมครุฑ (พระนารายณ์)
    พญาครุฑสุเรนทรชิตนั้น คือเทพแห่งผืนฟ้าเป็นราชาในหมู่เทพวิหคทั้งปวง จอมครุฑนั้นคือสัตว์ที่มีฤทธิ์เสมอด้วยพระผู้เป็นเจ้า ด้วยว่ารบชนะพระอินทร์ และเสมอกับพระนารายณ์ จึงได้รับการยำเกรงไปทั่วโลกธาตุ จอมครุฑนี้ให้คุณด้านความเจริญรุ่งเรืองดุจดวงดาวที่ไม่มีวันดับแสง ซ้ำยังทำลายล้างอุปาทวจัญไรสิ่งไม่ดีต่างๆ ภูติผีปีศาจสัมภเวสีต่างๆ อาถรรพฺคุณไสยต่างๆล้วยพ่ายต่ออำนาจของจอมคุฑทั้งสิ้น ทำลายล้างสิ่งไม่ดีเพื่อให้เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไม่มีหยุดชะงัก ซ้ำยังเป็นมหาเดช มีเดชมาก ไม่เป็นสองรองใคร แม้คุ้มเกรงผู้ใดใครคิดไม่ดีจะแพ้ภัยใครปองร้ายก็จะพินาศด้วยบารมีจอมครุฑนี้
    - สุวรรณหงส์ (พระพรหม)
    เป็นสัตว์ตระกูลสูง รักความสะอาด มีเสียงไพเราอย่างที่สุด บินเหนือลมเหนือเมฆ รักเกียรติยิ่งชีวิตประกอบด้วยเกียรติยศสูงสุดในบรรดาสัตว์จตุบททวิบาททั้งหมด หงส์ทองนี้ได้ชื่อว่ามีฤทธิ์มาก แต่เป็นสัตว์ที่รักสงบยิ่งนัก แม้กระนั้นหากใครรังแกก็ไม่แพ้ให้กับผู้ใดเช่นกัน สุวรรณหงส์นี้ให้คุณด้านการดำเนินชีวิต จะมีเกียรติคุณค้ำฟ้าดินบันดาลให้งานและสิ่งที่ทำราบรื่นได้ดี มีเกียรติปรากฏในวงสังคม เป็นที่นับหน้าถือตาดั่งราชหงส์ ซ้ำยังมีกระแสของมหานิยมอยู่ในตนเองเป็นราชเสน่ห์ชั้นสู ใครก็ปรารถนาจะเข้าหาคบค้าสมาคมด้วย
    พระพนัสบดีนี้คือการรวมเอาสัตว์เทพทั้งสามไว้ในร่างเดียวกัน มีอานุภาพครอบคลุมทุกสิ่งเป็นใหญ่ในฟ้าดินอย่างแท้จริง ท่านว่าเสกยากนักเพราะต้องเชิญสัตว์เทพทั้งสามให้จุติพร้อมกัน เป็นร่างและชีวิตเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่มีในธรรมชาติ อยู่เหนือกฏของโลก มีอำนาจต่อต้านกระแสกรรมได้

    เมื่อจะทำแล้วท่านว่าก็ปรารถนาจะทำให้ดีที่สุด โดยท่านได้นำรูปเคารพพระตรีมูรติประดิษฐานไว้เหนือพระพนัสบดีด้วย ท่านว่าคติพระตรีมูรตินี้เมื่อไทยนำมาบูชา ได้ผิดแยกแปลกเพี้ยนไป โดยทำเป็นพระศิวะปางปัญจมุขแต่องค์เดียว ท่านจึงเห็นควรว่าจะทำให้ถูกต้องเสียคราวหนึ่ง

    พระตรีมูรตินี้คือการรวมตัวกันของพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม อันได้แก่พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหมท่านว่าเมื่อทำเป็นพระรูปพระตรีมูรติเสด็จประทับพนัสบดีนี้ จึงเป็นมหาสัญลักษณ์มงคล ให้คุณครอบคลุมฟ้าดินและครอบคลุมครูเทพครูพรหมต่างๆทั้งหมด

    พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ทำเป็นพระตรีมูรติเพื่อต้องการรวมขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามของมหาจักรวาลมาไว้ในจุดเดียวกัน คือพลังของการสร้างสรรค์ การทำนุบำรุงรักษา และการทำลายล้างเพื่อให้กำเนิดสัจธรรม เมื่อรวมกันแล้วขอบเขตและพลังอำนาจของมงคลมูรติก็มีเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้สามารถขอพรได้กว้างขวางและลึกซึ้งกว่าการสักการะมหาเทพองค์ใดพระองค์เดียว ซ้ำนี่คือการแสดงความเคารพต่อครูเทพครูพรหมทั้งหมด ท่านว่าตั้งใจให้ดี ยกมือนมัสการทั้งเดียวก็ไปได้ทั่วทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาล เป็นเครื่องมงคลที่เทพเจ้าและทิพย์กายหรือแม้แต่อสูรกายทั้งหลาย ก็ให้ความเคารพและยำเกรง

    ท่านเทด้วยเหล็กไหลวัชรธาตุเข้ากับหยาดน้ำฟ้าทวาราวดี ซ้ำยังใส่แร่พลวงเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ และได้ลงจารแผ่นดีบุกด้วยคาถาภูติพระเจ้าหลอมลงไปด้วย ท่านว่าทั้งดีและบุก ดีมากๆจะได้มีจิตวิญญาณมีความเป็นทิพยกายจากภายใน ดุจเราอัญเชิญพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามไว้ประดิษฐานอยู่กับร่างกายตนไม่แยกจากกัน

    ด้านหลังนั้นท่านทำวิชาฝังตะกรุดมงคลเปิดฟ้าดินเอาไว้ ท่านว่าสำคัญนักให้ผลกับความเจริญรุ่งเรืองอย่างถึงที่สุดไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ เพราะรวมเอาอานุภาพของธาตุแสง ธาตุลม และธาตุไฟ เข้าไว้ด้วยกัน ดุจดวงสุริยะที่ทำลายความมืดมิด ความหนาวเย็นเฉกเช่นนั้น ท่านว่าวิชานี้ครูท่านให้ลงเฉพาะบทกาลและวาระที่สำคัญ สำหรับทำเครื่องมงคลชั้นสูง ที่จะพลิกชะตาเปลี่ยนชีวิตคนบูชาได้ ท่านว่ามันเปิดหมดนะ เปิดฟ้าดิน คือจากฟ้าดินที่ปิดอยู่ถูกความมืดกดทับไว้อยู่ ไม่รู้จักแสงสว่างก็เปิดขึ้นพบความสว่าง ชีวิตคนก็เช่นเดียวกัน หากปิดอยู่โดนชะตากรรมกดทับไว้ไม่พบทางสว่างก็จะเปิดขึ้นดุจเดียวกัน บอกได้สั้นๆเพียงเท่านี้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญนี้สำคัญนัก คำของเราเล็กเกินกว่าจะกล่าวได้เสียทั้งหมด เพราะเมื่อเสกนั้นท่านได้ขออนุญาติอัญเชิญเฉพาะพระคุณในส่วนของมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามให้จุติมารวมกันโดยส่วนเดียว เพื่อให้เครื่องมงคลนี้มีอิทธิคุณแฝดบูชาแล้วเป็นมหาเมตตาอย่างถึงที่สุด และยังช่วยให้การกราบไหว้ขอพรใดๆต่อพระเป็นเจ้าได้ผลไว้ขึ้นถนัดตา เพราะว่าท่านเอาแต่มหากรุณาเอาแต่พระคุณอันจะให้คุณแก่ผู้ศรัทธา พระเดชอันจะให้โทษแก่ใครทั้งหลายนั้นท่านไม่เอา ท่านว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่สร้างมา เพราะพระเดชนั้นมีมากพอในพนัสบดีแล้ว ดีที่มีนายคือองค์ตรีมูรติประทับยืนบงการไว้ เราปรารถนาจะใช้งานหรือสั่งการใดก็จะทำได้สะดวกรวดเร็วอย่างใจนึก

    ในส่วนของพนัสบดีที่มีจิตเต็มขั้นนี้ พ่ออาจารย์บอกว่า พูดให้เข้าใจง่ายๆ ให้เลี่ยงเค้าเหมือนกุมารทองแล้วกัน เค้ามีจิตมีความรู้สึกนึกคิดของเค้า ให้พูดคุยกับเค้าบ่อยๆไปไหนก้บอกกล่าวชวนเค้าไป จะทำงานทำอะไรก็พูดก็บอกเค้า นี่แหละวิธีใช้มันมีเท่านี้ ทำได้แค่นี้ชีวิตเธอดีกว่าคนอื่นหมืื่นแสนแน่นอน ทำความสนิทคุ้นเคยกับเค้าก่อน ต่อไปขออะไรกันไว้ก็ไม่แคล้วจะสมปรารถนาง่ายๆไม่ต้องบนบานศาลกล่าวแต่อย่างใด ท่านว่าท่านทำพระพนัสบดีนั้น ให้กระพือปีกบิน คนใช้จะได้รุดหน้าไม่อยู่นิ่งกับที่นานๆ พัดพาเอาความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งง และสิ่งที่ปรารถนามาสู่ผู้ครอบครอง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้คือมหาสัญลักษณ์เป็นจุดรวมของพรแห่งเทวะอันประเสริฐสุด จึงปรารถนาให้คนที่รู้ค่าและเป็นคนดีได้ไป เมื่อครอบครองแล้วก็ให้หมั่นเจริญสติ ประพฤติดีละเว้นชั่ว ทำตัวให้สมกับคำว่าคนดีเถิด มหามงคลและพระพรศักดิ์สิทธิ์ต่างๆจะมารวมกันอยู่ในตัวของผุ้บูชาเอง ทำดีเค้าไว้ ที่ไม่ดีอย่าทำ

    คาถาบูชา
    โอม อิศรา พรหมมา นารายัน วิทัมเห ทัตตาเตรยะ วิชยะ เตตะราม
    IMG_2556.jpg IMG_2557.jpg

    ราคา 3500 บาท รวมส่งครับ
    line id : brightkri
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ธันวาคม 2019
  4. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
    ทักมาคุย ทักมาถามกันได้นะครับ :D
     
  5. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
  6. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
  7. KritapobKrub

    KritapobKrub สมาชิกใหม่ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2019
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0

แชร์หน้านี้

Loading...