///วัตถุมงคล...///เครื่องรางของขลัง...เริ่มหน้า 66..///...

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Pitiphat, 20 มกราคม 2018.

  1. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1244 ผงพระลีลา ( หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน )
    ผงพุทธคุณล้วนๆ กับพิมพืพระลีลาอ่อนช้อย..วัดป่าโสตถิผล ( หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน ) สุดยอดแห่งเมตตา....
    บูชา 200 บาท
    IMG_25620901_153416.JPG
    IMG_25620901_153347.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กันยายน 2019
  2. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1245 รูปหล่อชูชก หลวงพ่อสมพงษ์ วัดใหม่ปิ่นเกลียว จ.นครปฐม
    หลวงพ่อสมพงษ์ ธีรธัมโม เจ้าอาวาสวัดใหม่ปิ่นเกลียว ผู้สร้างและปลุกเสกเครื่องรางพ่อปู่ ชูชก จนโด่งดังเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว แต่ละวันจะมีผู้เดินทางไปสักการะบูชามิได้ขาด และก็จะได้อะไร ๆ ตามประสงค์ อย่างเช่น บางคนมีลูกหนี้ทวงเท่าใดก็ไม่ได้เงินคืน เมื่อมากราบสักการะแล้วขอ เอารูปจำลองไปบูชาที่บ้าน ไม่นานที่คิดว่าหนี้สูญก็กลับได้คืนอย่างไม่น่าเชื่อ

    หรือแม้แต่ทำมาค้าขายที่ฝืดเคือง เมื่อบูชาพ่อปู่ชูชก ก็ทำให้ทำมาค้าคล่องอย่างไม่น่าเชื่อ มาก ๆ ราย หลาย ๆ เหตุการณ์สะสมมากเข้า ความเลื่อมใสจึงพอกพูน

    ชูชกมีดวงเกิดที่ถือว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว ห่อทอง ดวงเสาร์ร่วมราหูกุมลักษณ์ เป็นดวงของเย็น เป็นผู้ที่มีกายเย็น วาจาเย็น (สุภาพ) จิตใจเย็น ผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้จะเป็นผู้ที่มีเงินทอง ซึ่งเป็นของกายสิทธิ์ไหลเข้ามาแล้วไม่ไหลออก จึงร่ำรวยมั่นคง ไม่เหมือนกับ ผู้ที่ดวงชะตารุ่มร้อน เงินทองก็ไม่อยากจะอยู่ด้วย

    และในแผ่นดวงของชูชก ดวงดาวอาทิตย์ พุธ ศุกร์ เล็งลัคนากันถือว่าเป็นศุภ แม้ว่ารูปร่างหน้าตาหรืออายุมาก แต่มักจะได้อะไรสวย ๆ งาม ๆ เป็นคู่ครอง และคู่ครองจะซื่อสัตย์ไม่คิดนอกอกนอกใจ อย่างเช่นที่ได้นางอมิตตามีอายุคราวลูก แต่ก็ยังรักและรับใช้ชูชกอย่างไม่หน่ายแหนง

    มีประสบการณ์สูง บูชาไว้ติดตัวหรือไว้กับห้างร้านบ้านพักที่อยู่อาศัยเรียกเงินทอง โชคลาภ เพิ่มพูนทรัพย์ ชูชกสายนี้เขามีประสบการณ์ดีจริง ๆ ครับ

    คาถาบูชาชูชก
    หลวงพ่อสมพงษ์ วัดใหม่ปิ่นเกลียว จ.นครปฐม
    ตั้งนะโมฯ 3 จบ จุดธูป 5 ดอก
    อิติ สุคะโต ชะนาสุโภ ชูชะโก สุคะโต อิติ (5 จบ)

    อธิษฐานขอพรตามปรารถนา นำติดตัวเวลาเดินทาง ปฏิบัติงาน ค้าขาย

    บูชา 200 บาท
    IMG_25620901_154211.JPG
    IMG_25620901_154133.JPG IMG_25620901_154027.JPG
     
  3. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1246 หนุมานเชิญธง เนื้อผงมีแป้งเจิม พิธีใหญ่ หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม นครปฐม
    หนุมาน ตำรับ'หลวงพ่อพูล อตฺตรกฺโข'
    หนุมาน เป็นลิงเผือกที่มีกายเป็นสีขาว และมีลักษณะพิเศษตรงที่มีกุณฑลขนเพชร มีเขี้ยวอยู่กลางเพดานปาก สามารถแผลงฤทธิ์ให้มี ๔ หน้า ๘ มือได้ อีกทั้งยังสามารถหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ด้วย หนุมานมีตรีเพชร หรือสามง่ามเป็นอาวุธประจำตัว มีไว้เพื่อใช้รบกับยักษ์ตัวสำคัญๆ และที่สำคัญหนุมานจะไม่มีวันตาย เนื่องจากเป็นลูกของพระพาย (ลม) กับนางสวาหะ แต่เมื่อตายไปแล้ว เมื่อโดนลมพัดก็จะฟื้นขึ้นมาได้ในทันที คนไทยจะรู้จักหนุมานในฐานะละครเอกตัวหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์

    หนุมานนั้นมีอยู่ในวัฒนธรรมตะวันออกหลายประเทศ การสื่อรูปร่างหนุมานนั้นก็ต่างกันไปตามศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชาติ แต่ในความเป็นหนุมานของไทยนั้น ต้องถือว่าเป็นศิลปะที่ทรงคุณค่า โบราณถือว่าเป็นที่สุดแห่งเทพหนุมาน นับเป็นยอดแห่ง “พญาวานร” มีตบะมหาอำนาจ เป็นยอดแห่งขุนพล สุดยอดทหารเอกที่ทรงฤทธิ์ครบวงจร

    วงการพระเครื่องและเครื่องรางของไทยยกให้ “หนุมาน” เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่งในชุดเบญจภาคีเครื่องราง อันได้แก่ “ปลัดขิก หลวงพ่อเหลือ เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัวปั้นหุ่น วัดศีรษะทอง เบี้ยแก้กันของ วัดนายโรง”

    หนุมาน ของพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าต้องยกให้หนุมาน หลวงพ่อสุ่น จันทโชติ วัดศาลากุน เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี เพราะหลวงพ่อสุ่นถือได้ว่าเป็นต้นตำรับการสร้าง “หนุมาน” ที่ทรงไว้ซึ่งประสบการณ์ปรากฏเเก่ผู้ที่ครอบครองบูชา

    ส่วนหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จะแกะด้วยไม้รัก และรากปลาไหลเผือก ฝีมือไม่จัดเท่าใดนัก ที่สำคัญ คือ ท่านเรียกว่า “ลิง” และลิงของหลวงพ่อดิ่งส่วนมากแกะเป็นรูปลิงจับหลักหรือไม่ก็ลิงถืออาวุธ รูปแบบมีแตกต่างกันไป ท่านจะปลุกเสกเอง แล้วลงอักขระด้วย

    ในขณะที่หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จะแกะเป็นรูปองคตนั่งอยู่บนขนดหางด้วยตาลปัตรที่ได้ผ่านพิธีกรรมทางพุทธศาสนามาก่อนแล้วในรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท่าน นอกจากนี้ยังมีท่านอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ แห่งวัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านจะแกะด้วยงาช้าง งาเป็นที่เรียกว่า “งากำจัด และงากำจาย” ซึ่งเป็นวัตถุอาถรรพณ์อย่างหนึ่งด้วย ฝีมือเป็นยอดเช่นกัน

    การจัดสร้างหนุมานในยุคปัจจุบันแม้ว่าจะมีการสร้างหนุมานออกมาหลายวัด หลายสำนัก แต่หนุมานที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ คือ “พระมงคลสิทธิการ” หรือ “หลวงพ่อพูล อตฺตรกฺโข” อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นพระเกจิอีกรูปที่สร้างหนุมานได้ขลังไม่แพ้พระเกจิรุ่นเก่าๆ หลวงพ่อพูลเคยสร้างรูปหล่อหนุมานรุ่นแรกไว้หลายสิบปีแล้ว ที่ได้รับความนิยมมากคือพระกริ่งหนุมาน ปี ๒๕๑๓ ลักษณะหล่อด้วยทองเหลืองไม่ค่อยสวยนัก ลูกอมหนุมานครองเมือง หนุมานชาญสมร เนื้อผงดินสอพองผสมหินเขี้ยวหนุมาน เป็นต้น

    หลวงพ่อพูลได้นำหนุมานมารังสรรค์ สร้างขึ้นเป็นพุทธศิลป์ พุทธคุณ ที่ล้ำค่า ทั้งด้านโชคลาภ เสริมอำนาจบารมี คุ้มครองป้องกันจากศาสตราวุธ ขจัดปัดเป่าภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง ตลอดจนถึงให้คุณด้านเมตตามหานิยมอีกด้วย

    พุทธศิลป์ ประติมากรรม หนุมาน นับเป็นวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณคงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลัง อีกทั้งกระแสความต้องการของประชาชนมีค่อนข้างมาก เนื่องเพราะมีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ค้าขายดีมีกำไร มีอำนาจบารมี เมื่อบูชาแล้วต่างเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

    คาถาหนุมานหลวงพ่อพูล อตฺตรกฺโข

    หนุมาน เป็นลิงที่มีฤทธิ์มาก สามารถสำแดงเดชต่างๆ ได้หลายประการ เช่น การขยายร่างกายให้ใหญ่โต การยืดหางให้ยาว เป็นต้น นอกจากนี้ หนุมานยังได้ชื่อว่าเป็นอมตะ คือ ไม่มีวันตาย เนื่องจากเป็นบุตรของพระพาย (ลม) กับนางสวาหะ ด้วยเหตุนี้ เมื่อหนุมานมีอันตรายถึงตายแล้ว เพียงแค่มีลมพัดมา หนุมานก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ด้วยอำนาจของพระพายผู้เป็นบิดา

    ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหนุมานตำรับหลวงพ่อพูล ขึ้นชื่อว่า มีประสบการณ์สูงด้านคุ้มครองป้องกันภยันตราย คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด โชคลาภเมตตามหานิยมอย่างสูง บรรดาศิลปินนักแสดงถ้ามีหนุมานหลวงพ่อพูลโชคลาภเกิดขึ้นอยู่เสมอ หนุมานหลวงพ่อพูลจึงอยู่ในความนิยมของบรรดาศิษยานุศิษย์ทุกสารทิศ ทำให้หนุมานหลวงพ่อพูลเป็นของหายากมีค่านิยมอยู่ในระดับสูง

    คาถาหนุมาน ตำรับหลวงพ่อพูล ก่อนภาวนาให้ตั้ง นะโม ๓ จบ แล้วจึงภาวนาว่า “โอม หะนุมานัง พะพลับพลานัง พุทธัง อำโน พุทโธ กินนัง จะปาคะรัง จึงมาบังกายา ธัมมัง กินโน ธัมโม อำนัง จะปาคะรัง จึงมาบังกายา สังฆัง อำโน สังโฆ กินนัง จะปาคะรัง จึงมาบังกายา สัพเพชะนา พะหูชะนา เตชะสุเนมะ ภูจะนาวิเว ฯ”
    บูชา 200 บาท

    IMG_25620301_204609.JPG IMG_25620301_204517.JPG
     
  4. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1247 พระฤษีโคบุตร วัดเขาวงษ์ จ.ลพบุรีเนื้อผง กล่องเดิม
    พุทธคุณ ผสมว่านยามหาเสน่ห์ ด้านหลังเป็นยันต์พระลักษณ์ เด่นด้านเมตตามหาเสน่ห์แก่ผู้ใช้

    ปู่ฤาษีโคบุตร อธิษฐานขอบารมีแห่งแรงครูท่านจะสำเร็จได้ทุกเรื่อง

    พระฤาษีโคบุตรพระฤาษีโคบุตรผู้ถอดดวงในทศกัณฐ์ นับเป็นพระฤาษีที่มีฤทธิ์มาก เป็นครูฝ่ายยักษ์ มีลูกศิษย์ที่สำคัญสองคน คือทศกัณฐ์ และอินทรชิต ได้สั่งสอนวิชาเวทวิทยาอาคมขลังจนทำให้ทศกัณฐ์ กำเริบเสิบสานระรานทั่วทั้งสามโลก แต่ภายหลังสู้พระรามไม่ได้ ทศกัณฐ์ขอร้องให้อาจารย์ช่วยถอดดวงใจ เพื่อตนจะได้เป็นอมตะไม่มีวันตาย เมื่อพระฤาษีโคบุตรเห็นใจช่วยถอดดวงใจออกมาไว้นอกร่างกายทศกัณฐ์ก็ยิ่งมีฤทธิ์ไม่กลั วตายเพราะใครก็ทำอะไรตนเองไม่ได้ ที่สุดพิเภกบอกกลอุบายให้พระรามและหนุมานได้ทราบ หนุมานจึงไปหลอกทศกัณฐ์ว่าตนทะเลาะกับพระรามไม่ขออยู่ดวยแล้วต่อไปนี้จะช่วยทศกัณฐ์ร บ ทศกัณฐ์หลงกลรักหนุมานดั่งลูก ที่สุดหนุมานสืบได้ว่ากล่องดวงใจอยู่ที่พระฤาษีโคบุตร หนุมานกับองคตจึงเข้าไปหลอกล่อ ลวงขอกล่องดวงใจของทศกัณฐ์ ที่สุดพระฤาษีโคบุตรเสียรู้ ทศกัณฐ์จึงต้องตายในสนามรบ โดยพระรามแผลงศร ในขณะที่หนุมานขยี้กล่องดวงใจ เป็นอันว่าทศกัณฐ์ จึงสิ้นใจในที่สุด วิชาถอดกล่องดวงใจนี้ถือว่าเป็นยอดวิชาที่สร้างความคงกระพันไม่มีวันตายได้ ดังนั้นเรื่องตบะฌานอันแก่กล้าของพระฤาษีโคบุตรจึงถือว่าสุดยอดหาผู้ใดมาเปรียบด้วยยาก เพราะมีเพียงพระฤาษีไม่กี่ตนเท่านั้นที่จะสามารถทำวิชาอันน่าอัศจรรย์นี้ได้



    ท่านพระฤษีโคบุตรนี้มีเสน่ห์ที่ร้อนแรงมาก จนกระทั่งนักแสดงทั้งหลายโดยทั่วๆไป มักนิยมปั้นเศียรของพระฤษีโคบุตรนั้นเอาไว้ใช้ในการครอบ เพื่อจะเพิ่มอิทธิมงคลและมีเมตตามหานิยมให้คนดูหลงใหลใฝ่ฝันศิลปินส์ประเภทนี้ก็มี โขน ละคร ลิเก พอถึงตรงจุดนี้ ท่านผู้อ่านจะต้องร้องอ๋อ พวกลิเกเสน่ห์แรง เห็นไปที่ไหนสาวๆติดกรอ บางทีตามมาด้วยก็มี จะขอเตือนเอาไว้ให้เป็นคิดว่าบรรดาพวกศิลปินที่รูปหล่อๆน่ะ ก็เปรียบได้กับค้างคาวที่อยู่ในถ้ำ(คือตัวของพระฤษีโคบุตรนั่นเอง) ได้แต่ิออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนตอนกลางวันก็ห้อยหัวนอนงานการอะไรก็มักจะทำไม่เป็น เกียจคร้านในทุกวิถีทาง ได้แต่นั่งกินนอนกินเพราะว่าชันษาของเขาอย่างนั้น สำหรับผู้ที่ไปหลงรักก็จงคิดทบทวนให้ดีและก็จงระวังให้ดี บางทีคุณอาจจะไม่มีอะไรเหลืออีกเลยก็อาจจะเป็นได้(แต่ก็ต้องขอประทานอภัยสำหรับผู้ที่เป็นศิลปินเต็มตัว และศิลปินที่ดีของประชาชน ที่ไม่กระทำตัวให้เสื่อมศรัทธา ข้าพเจ้ามิได้ด่าว่าคนดีหรือศิลปินที่ดีหรอกนะครับ แต่ก็นั้นแหละที่ดีๆ นั้น ข้าพเจ้าก็เห็นว่ามีอยู่ไม่มากนัก และก็รู้สึกว่าจะมีอยู่น้อยเต็มทีครับ)



    ท่านก็ได้ทราบถึงชีวประวัติของพระฤาษีโคบุตรไปอีกองค์หนึ่งแล้วที่บรรดาศิลปินทั้งหลายได้มีความเคารพนับถือ กราบไหว้บูชากันแล้วไม่ผิดหวัง อีกทั้งยังได้ยอมตนเป็นลูกและลูกศิษย์ของพระฤาษีโคบุตรกันทั้งหมดอีกด้วย แต่โดยเฉพาะผู้ที่เป็นลูกศิษย์ของพ่อทั้งหลาย ท่านก็จะคอยเอาใจใส่ดูแลโดยทั่วถึงกันทั้งหมดทุกคน และท่านก็จะค่อยส่งเสริมประทานพระพรและบารมีให้ เมื่อไม่ถึงคราวอดก็ไม่อด เมื่อถึงคราวที่ไม่มีก็จะต้องมีสิ่งบังเอิญให้มีลาภผลจะเข้ามาหามิได้ขาดสายทั้งในเรื่องของด้านใน ทุกข์ภัยอันตรายต่างๆ ท่านก็จะช่วยกำจัดปัดเป่าให้ห่างหายออกไป ถ้าหากใครเป็นลูกและลูกศิษย์ของพ่อแก่พระฤาษีโคบุตรโดยแท้จริงแล้วมักจะไม่มีการตายโหง

    ลิเก ละคร และศิลปินไทยๆ ของเรามักจะต้องนำเอาเคียรพระฤาษีที่เรียกกันว่า เศียรพ่อแก่ หรือเศียรครู ไปด้วยในทุกหนทุกแห่งโดยทั่วไป ข้าพเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องขอร้องท่านผู้อ่านอีกว่า ขอให้ท่านจงเคารพท่านด้วยใจจริง ให้มีความซื่อสัตย์กตัญญูรู้คุณคน ขอให้จงเป็นศิลปินที่ดีของประชาชนโดยไม่หลอกไม่ลวง ไม่หักหลัง ไม่กลั่นแกล้ง ไม่อิจฉาริษยา ไม่นำเอาพ่อแก่ไปทำความเสื่อมเสียหรือจะไม่นำเอาพ่อแก่ออกไปขอทาน มันเป็นการที่ไม่สมควรที่จะต้องงดเว้นขอให้ช่วยกันรักษาศักดิ์ศรีในคำที่ว่าศิลปินให้ยืนยงคงอยู่คู่กับประเทศชาติ และเป็นสมบัติของพวกเราชาวไทยกันให้ยั่งยืนและยาวนานสืบต่อเนื่อง ควรจะอนุรักษ์และเก็บรักษามรดกของไทยอันล้ำค่ามหาศาลนี้เอาไว้ให้นานแสนนานให้ลูกหลานของเราได้หากินสืบต่อๆ กันไป ถ้าหากท่านผู้อ่านทั้งหลายมีจิตใจที่มุ่งมั่นเคารพจงรักพ่อแก่อย่างแท้จริงแล้ว ท่านก็คงจะไม่ทอดทิ้งหรือนิ่งนอนใจ และในไม่ช้าผู้ที่กระทำความดีก็จะต้องมีความเจริญขึ้นไป
    คาถาหัวใจฤาษีโคบุตร
    ภาวนาว่า รือ อะ ลือ อุ นะทะนะ อะ 3จบ 7จบ 9จบ

    บูชา 200 บาท
    IMG_25620904_214813.JPG
    IMG_25620904_214823.JPG IMG_25620904_214846.JPG IMG_25620904_213534.JPG
     
  5. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1248 รูปหล่อพระอวโลกิเตศวร อุดกริ่ง เนื้อโลหะผสม
    พระอวโลกิเตศวรในฐานะเป็นพระธยานิโพธิสัตว์ องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร
    คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้
    พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง
    พระคัมภีร์พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ แปลโดย.....เสถียร โพธินันทะ
    ในลัทธิมหายานมีพระคัมภีร์อรรถว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (ศากยมุนี) ตรัส พระอมิตาภะสูตร (ออนีท้อเก็ง) แก่พระสารีบุตรเถระ มีใจความย่อดังนี้.-
    "จำเดิมแต่เวลาล่วงมาถึง 10 กัปป์แล้ว ได้มี พระพุทธอมิตาภะ (ออนีท้อฮุก) ประทับ อยู่ ณ แดนสุขาวดีทางทิศปัจฉิม (เกกลักสี่ก่าย-ไซที) พระพุทธอักโษภยา ทางทิศบูรพา, พระพุทธรัตนสมภพ ทางทิศทักษิณ พระพุทธอโมฆสิทธิ์ ทางทิศอุดร พระพุทธไวโรจน์ อยู่ศูนย์กลาง ฯลฯ พระพุทธเจ้า เหล่านั้นล้วนเป็นพระฌานีพุทธ (ไม่ได้เสด็จลงมาตรัสในโลกมนุษย์)
    กับยังมีพระฌานีโพธิสัตว์จำนวนมากไม่สมัครพระทัยที่จะเสด็จเข้าสู่พุทธภูมิ ดับขันธ์เพียงแค่ชาตนั้น (เป็นพระพุทธเจ้าไปแต่ก็ไม่มีแม้เยื่อใยเหลือไว้แก่โลกอีก คือไม่โปรดสัตว์แล้ว) ทรงตั้งปณิธานขอโปรดสัตว์โลกในไตรภูมิต่อไป เพื่อให้สัตว์โลกในอนคตได้รับพระเมตตากรุณาเช่นเดียวกับสัตว์โลกในอดีต"
    มีพระมหาโพธิสัตว์องค์สำคัญยิ่งมีพระนามว่า พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระกวนอีม เป็นพระมหาโพธิสัตว์ที่บรรดาพุทธศาสนิกชนฝ่ายมหายานเคารพนับถือมากที่สุด ด้วยพระองค์ทรงพระเมตตากรุณาโปรดสัตว์ทั่วทั้งไตรภูมิให้พ้นจากกองทุกข์ เนื่องด้วยพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ ทรงมีพระวทัญญู (ความเมตตากรุณาธิคุณ) คอยปลดเปลื้องความทุกข์ภัยของสัตว์โลก จึงมี พระเนมิตตกนาม (นามที่มาจากลักษณะและคุณสมบัติ) ตามภาษาจีนเรียกว่า พระกวนซีอิมไต่พู่สัก แปลว่า พระมหาโพธิสัตว์ที่มีพระกรรณาวธานโลกาศัพย์ หรือที่เรียกง่าย ๆ คือ พระมหาโพธิสัตว์ที่เงี่ยหูฟังเสียงโลก (พวกที่มีทุกข์ใจไปบนบานถือศีลกินเจ แล้วมักจะเกิดผลดีในทางจิตใจ พวกที่กินเจไม่ได้เลย…ก็ยังช่วยทำบุญก็มีมาก คืออุทิศเงินให้ผู้อื่นถือศีลแทนตน)
    ตามคติในมหายานกล่าวว่า เมื่อพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือพระกวนอีมจะเสด็จไปโปรด ท้าวพระยามหากษัตริย์ พระองค์ก็แปลงพระองค์เป็น เมธาตถมาณพทรงเครื่องภูษามาลามหากษัตริย์ ถนิมอลังการสง่ากว่าพระมหากษัตริย์องค์นั้น เมื่อพระองค์เสด็จไปโปรด ท้าวนางพระยาและบรรดาสตรีเพศ พระองค์ทรงจำแลงพระองค์เป็น สตรีอันทรงอิตถีรูป (มีความงามของผู้หญิง) ทรงสมรรถนะเป็นที่น่าวันทาอภิวันท์ พระองค์ทรงปฏิบัติพระองค์เช่นนี้ ให้เหมาะสมกัลกาละเทศะ เพื่อว่าง่ายสอนง่าย
    พระรูปของพระองค์ส่วนมากมักนิยมทำหรือเขียนเป็นพระมหาโพธิสัตว์ผู้หญิง และเป็นพระมหาโพธิสัตว์องค์เดียวเท่านั้นที่บรรดาสตรีจีน ทั้งในประเทศและนอกประเทศจีนรู้จักกันและเคารพนับถือมากที่สุด
    พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระกวนอีม ในพระสูตร (โพ้วมึ้งปิ้ง) มีกล่าวว่า ถ้าบุคคลใดจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตาม เมื่อระลึกถึงพระองค์ด้วยความเลื่อมใสอ้อนวอนขอให้พระองค์ช่วยเหลือ พระองค์จะแผ่เมตตากรุณามาปลดเปลื้องทุกข์ภัยของผู้นั้นสมประสงค์ (เป็นสื่อกลางดึงดูดบันดาลใจให้คนมีเมตตากรุณาจิตมาก)

    ในพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร (ฮวบฮั้วเก็ง)
    พระคัมภีร์กล่าวว่า พระมหาโพธิสัตว์กวนอีม มี พระคุณาลังการ อันประกอบด้วย
    1.พระปัญญาคุณ 2. พระสันติคุณ และ 3. พระเมตตากรุณาธิคุณ
    ผู้ใดเข้าถึงหรือมีคุณาการ (บ่อรวมความดี) ตามอย่างพระองค์ก็จะเป็นผู้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งหลายได้จริง การภาวนาพระคาถาของพระองค์จะต้องการะทำประกอบพร้อมทั้งองค์ 3 คือ กาย วาจา และ ใจ โน้วน้าวไปตาม ธรรมานุธรรมปฏิบัติ (ความประพฤติดีงามตามสถานะ) จึงจะเกิด ธรรมสาระคุณ (คุณในแก่นแห่งธรรม) คือบรรลุถึง "วิปัสสนาปัญญา" เช่น
    1. คุณในปัญญา
    2. คุณในสันติและ
    3. คุณในเมตตากรุณา
    พระองค์เป็นแต่ผู้ให้ คุโณปการ (การอุดหนุนให้ทำคุณงามความดีต่าง ๆ ) ชี้ทางและเตือนใจให้สร้างคุณธรรมนั้น ๆ ขึ้น อนึ่ง ในลัทธิมหายาน มักจะมีอรรถข้อความเรียกว่า กลบท หรือเป็น ธรรมปริศนา แบบต้นตออินเดียของเดิมแท้นั้น ไว้ให้ขบคิดกันเอง ถ้าขบคิดไม่ตก ก็แปลว่ายังค้นหาช่องทางไม่ถูก เข้ายังไม่ถึงหรือว่ายังมองไม่ทะลุ ธรรมบท นั้น ๆ ถ้าขบคิดตกแล้วก็หมายถึงซึ่งความสว่างแล้ว ดังในพระสูตรกล่าว เช่น .-

    ในกรณีโจรภัย
    พระคัมภีร์กล่าวว่า : "บุคคลใดกล่าวภาวนาคาถาของพระมหาโพธิสัตว์ กวนอีม โจรภัยก็ปราศจากไป คำว่า โจร ณ ที่นี้ ในธรรมาธิษฐานมีความหมายถึง โจรแห่งอารมณ์ฟุ้งซ่าน หาใช่โจรธรรมดาไม่ โจรที่จุดคบไฟแดงโห่ร้องเข้าปล้นบ้านนั้น เป็นโจรชนิดออกหน้าออกตามาให้แลเห็น แต่โจรแห่งอารณ์ฟุ้งซ่านนั้น เป็นโจรชนิดไม่มีตัวตน (เพราะตาเรามองไม่เห็นตัวตนของมัน) ปล้นอย่างเงียบ ๆ และใจเย็น รุมกันเข้าปล้นเราทาง รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และ ใจ ผู้ถูกปล้น มีสติเพลิดเพลินหลงใหลทรัพย์สินเงินทองสมบัติหมดเปลือง ถูกขนของออกจากบ้านไป โดยการปล้นชนิดนี้ทีละเล็กทีละน้อยจนหมดเนื้อประดาตัว โจรชนิดนี้ไม่ใช่โจรที่จะมาปล้นเป็นครั้งคราว มันทำการปล้นทั้งกลางวันและกลางคือทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ผู้ถูกปล้นอยู่ในขณะมีสติสัมปชัญญะดีอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น.-
    ทางหู อยากฟังเสียงขับร้องเสนาะเพราะ ๆ อยากฟังเสียงอ่อนหวานยวนยีให้เกิดอารมณในตัณหา เสียงที่ยกยอปอปั้นจากบุคคลหัวประจบ ส่งเสริมไปในทางอบายมุข เหล่านี้เรียกว่า โจรปล้นทางหู ทางตา อยากดูหนังแล้วก็พากันไปที่โรงภาพยนต์คิงส์ หรือ ควีน อยากดูละคร ก็พากันไปที่โรงละครศรีอยุธยา, อยากดูงิ้ว ก็พากันไปโรงงิ้วแถวทีกัวที, อยากดูของงาม ๆ หรือภาพสวย ๆ ก็ไปจัดซื้อหามาเก็บไว้ดูเพลิน ๆ เหล่านี้คือโจรปล้นทางตา
    ทางจมูก อยากสูดกลิ่นเสาวคนธ์ กลิ่นหอมระรวยต่าง ๆ ก็พากันไปซื้อน้ำอบฝรั่งอย่างชนิดดี ๆ จะแพงเท่าไหร่ไม่ว่า ยิ่งชนิดเข้าชะมดเชียงหอมทนได้ตั้งอาทิตย์สองอาทิตย์ยิ่งดีใหญ่ ทั้งที่นอนหมอนมุ้ง ตลอดจนอาบน้ำก็ชะโลมด้วยเครื่องหอม เหล่านี้คือโจรปล้นทางจมูก
    ทางปาก อยากรับประทานของที่มีรสอร่อย ๆ เช่น กับข้าวฝรั่งก็พากันไปยังโฮเต็ลโทรคาเดโร, โอเรียลเต็ล กับข้าวจีนก็ไปยังห้อยเทียนเหลา เยาวยื่น กับข้าวไทยก็ไปภัตตาคารสวนลุมชายทะเล ยิ่งแถมสุราเข้าไปด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ๋ โจรเหล่านี้คือ โจรปล้นทางปาก
    ทางกาย อยากแต่งตัวด้วยอาภรณ์จินดา อยากนั่งรถยนต์คันโต ๆ โก้สง่า อยากอยู่ตึกหลังใหญ่ ๆ มีการรื่นเริงเลี้ยงดูกันด้วย สุรานารี ฟ้อนรำ ทำเพลงสนุกสนาน เมื่อขัดสนเข้าก็กู้เงินเขามาใช้จ่ายโดยเสียดอกเบี้ย อย่างนี้คือโจรปล้นทางกาย ปล้นทั้งเงินทองและปล้นทั้งสุขภาพอนามัย และหนัก ๆ เข้าก็ปล้นถอนเอาเสาเรือนเป็นหลัง ๆ ไปเลย
    ทางใจ เมื่อใจคิดอยากได้ในสิ่งต่าง ๆ ไม่ประสบผลสมประสงค์อย่างหนึ่ง คือความอยากใด ๆ ได้บรรลุผลสมความปรารถนามาแล้ว แต่ถึงขนาดสภาพมีรายได้มาปิดหีบไม่ลง ใจก็เกิดฟุ้งซ่านเดินเลยขอบเขตอันดีงามไป คือ คิดวิธีหาเงินในทางอกุศล แล้วอกุศลกรรมก็นำไปสู่ความหายนะอย่างนี้ คือโจรปล้นทางใจ โจรชนิดนี้ยังปล้นเอาความอิสรภาพไปอีกด้วย
    หากบุคคลใดสามารถไตร่ตรองตามทำนองในพระคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอีม โดยนำเอาเพียง ปัญญาคุณ อย่างเดียวพิจารณา ก็จะแลเห็นว่า ทรัพย์ที่ได้พยายามหามาด้วยการลำบากยากและเหน็ดเหนื่อยนั้น ได้ถูกปล้นไปในทางแห่งอารมณ์ฟุ้งซ่าน ถ้าจะเอาปัญญาคุณมาใช้ โจรภัยแห่งอารมณ์ฟุ้งซ่านเหล่านี้ ก็จะปราศจากไปเอง
    ในกรณีอัคคีภัย กล่าวว่า: บุคคลใดเมื่อภาวนาคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอีม อัคคีภัยจะทำอะไรไม่ได้
    พระคัมภีร์นี้ถ้าถอดเป็นพระธรรมาธิษฐาน อัคคีภัย ณ ที่นี้ หมายถึง
    1. โลภะ อัคนี
    2. โทสะ อัคนี และ
    3. โมหะ อัคนี
    หาใช่อัคคีภัยที่เผาผลาญบ้านเรือนไม่ อัคคีภัยที่เกิดถึงขนาดร้ายแรง เช่น เกิดจากลูกระเบิด ปรมาณูไหม้กันวินาศหมดไปทั้งเมืองก็ยังสามารถดับได้ด้วยน้ำ แต่ไฟชนิดอันมีนามว่า อัคคีแห่งกิเลสราคะ นั้น จะอาศัยเอาน้ำในมหาสมุทรมาดับก็ไม่ยังผล อัคคีชนิดนี้ลุกลามแพร่แผ่ไพศาลครอบงำมนุษย์ทั่วโลกและกำลังคุกคามเผาโลกให้ลุกเป็นเปลวแดงอยู่ในขณะนี้ (90 % คนมองข้ามไฟนี้ไป กรรม…)
    อัคคีภัยแห่งกิเลสราคะ นั้น คอยจี้มนุษย์ให้ร้อนเป็นไฟโดยมิรู้สึกตัว (ร้อนในทางเลือดไม่ใช่ร้อนทางกาย) ถึงขนาดเจ้าโลภะ โทสะ และ โมหะ ก็เข้าบงการจิตใจ เช่น :-
    1. รบราฆ่าฟันกัน
    2. ไปลอบฆ่าคนตาย
    3. ไปทำร้ายร่างกาย
    4. ไปปล้นทรัพย์
    5. ไปฉ้อฉลยักยอก
    6. ไปผิดศีลธรรมในลูกเมียเขา
    เมื่อเหตุก่อเกิดขึ้น ผลก็มาตามหลัง คือตกทุกข์ได้ยากและต้องรับโทษทัณฑ์ ก็เนื่องจากกองอัคคีดังกล่าวนี้ ผู้ที่เจริญพระคาถาของพระกวนอีม หากนำเอาคำในพระคัมภีร์มาพิจารณาใช้ก็จะเกิดประโยชน์ กล่าวคือ:-
    1. อัคคีภัยแห่งราคะ จะดับได้ด้วย สันติคุณ
    2. อัคคีภัยแห่งโทสะ จะดับได้ด้วย เมตตากรุณาธิคุณ
    3. อัคคีภัยแห่งโมหะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ
    ในเมื่อบุคคลใดขบคิดปัญหากลบท หรือเรียกว่าปริศนาธรรมในพระคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอีมแตกฉาน อัคคีภัยที่กล่าวข้างต้นก็จะทำอะไรไม่ได้จริง ๆ

    ในกรณีมหาวาตภัยเรือล่มในทะเล
    กล่าวว่า : บุคคลใดถ้าภาวนาระลึกถึงพระมหาโพธิสัตว์กวนอีมก็จะรอดพ้นจากการจมน้ำตาย ทะเล ในกรณีนี้ พระคัมภีร์มีความหมายถึง ทะเลทุกข์ ซึ่งเรียกกันในพระพุทธศาสนา สัตว์โลกอุปมาดังผู้อาศัยอยู่ในเรือน้อยลอยลำร่อนเร่พเนจรอยู่ในกลางทะเลทุกข์ อันเป็นวัฏฏสงสาร เวียนเกิดเวียนตายอยู่ในโลก คือได้แก่:-
    การเกิด การแก่ การเจ็บ และ การตาย
    สัตว์โลกจะหนีรอดพ้นจากอาการทั้งสี่ที่กล่าวนี้ไม่ได้ ต้องอยู่ในสภาพอันผันแปรอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก เช่น :-
    1. สภาพเป็นเด็กเล็กแล้วก็ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปเป็นผู้ใหญ่
    2. สภาพเป็นคนหนุ่มแน่นภายหลังก็ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนแก่ชรา
    3. สภาพเป็นคนแข็งแรงในสุขภาพ แล้วก็ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนเพียบไปด้วยโรคาพยาธิ
    4. สภาพเป็นคนเกิดมาในโลก แล้วก็ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนตายไปจากโลก
    การผันแปรเปลี่ยนแปลงอยู่ทุก ๆ นาทีนี้ เช่นเดียวกับการลาดเอียงสูงต่ำแห่งกระแสคลื่นในทะเล จะมีอะไรเป็นแก่นสารก็หาไม่ ขันธ์ทั้ง 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็อยู่เพียงระยะชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรจะคงทนอยู่ได้ตลอดกาล โดยไม่มีการผันแปรเปลี่ยนแปลงเสื่อมคลาย และสูญดับ
    อนิจจัง คือ ความไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง
    ทุกขัง คือ ความทุกข์ ความยาก
    อนัตตา คือ สิ่งที่ไม่ใช่เป็นตัวตนของตนเอง
    เหล่านี้เป็นไปตาม กรรมบถ คือ ทางของกุศลกรรมคลุกเคล้าอกุศลกรรม เป็นปัจจัยกระทำให้สัตว์โลกมีการเวียนเกิดเวียนตายอยู่ในทะเลทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น (จมน้ำตายกันอย่างนี้)
    ถ้าบุคคลใดตีปัญหาปริศนาธรรมในพระคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอีมแตก ก็จะเกิดปัญญาคุณ คือ มีปัญญาหลักแหลมมองทะลุความจริงได้ ก็เท่ากับสามารถนำเรือของตนเข้าถึงฝั่งจากมหาวาตภัยและรอดจากการจมน้ำตายได้จริง

    ในกรณีศัสตราภัย
    กล่าวว่า : - บุคคลใดเมื่อภาวนาพระคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอีม อาวุธแหลมทุกชนิดจะไม่สามารถระคายผิวได้
    คำในคาถาข้อสุดท้ายนี้แหละ แสดงให้แลเห็นเด่นชัดว่าในมหายานมีธรรมคาถาเป็น กลบท ชั้นเชิงทำให้ฉงนไปในทางหนึ่งนัยว่า ต้องการให้มีความไหวพริบ คือ ปัญญา (ให้เกิดปัญญาขึ้นในตัวไม่ต้องไปหาปัญญาจากที่อื่น) ถ้าเกิดปัญญาคุณขึ้นแล้วก็มองทะลุความจริงว่า พระคาถานี้หาได้มีความหมายตายตัวตามศัพท์ที่ว่าไม่ เพราะผิวหนังมนุษย์ไม่ใช่เหล็กกล้าจึงจะคงกระพันชาตรี เมื่อเป็นเช่นนี้อรรถในพระคาถานี้คงหมายความเป็นปริศนาธรรมให้ขบคิด และจุดอันแท้จริงของพระคาถานี้ ได้แก่ :-
    บุคคลที่สามารถรักษา อายตนะทั้งหก คือ อินทรีย์ทั้ง 6 นั้นเอง อายตนะ มี ตา ËÙ จมูก ปาก กาย และใจ อันเชื่อมโยงไปใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และ อารมณ์
    ถ้าบุคคลใดมีความสามารถ ไม่ยองใย และตัดขาดจากสิ่งที่จะมากระทบให้เกิดอกุศลกรรม กล่าวคือ :-
    1. เมื่อหูได้ยิน ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น เช่นหูไม่ได้ยิน
    2. เมื่อตาและเห็น ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น เมินไม่แลเห็น
    3. เมื่อจมูกได้กลิ่น ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น เหมือนมิได้ดมกลิ่น
    4. เมื่อลิ้มรส ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น เหมือนมิได้รับรสรู้
    5. เมื่อกายสัมผัส ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น ประดุจไม่ได้สัมผัส
    6. เมื่อใจได้รับอารมณ์ ในสิ่งอกุศล ก็ทำเป็น เฉยเฉื่อยไม่ได้รับรู้ในอารมณ์นั้น ๆ และไม่หวั่นไหว ระงับ ตัณหา ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิด อกุศล เจตนาขึ้น คือ :-
    1. ความปรารถนา
    2. ความดิ้นรน
    3. ความอยาก และ
    4. ความเสน่หา

    เมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่บังเกิดขึ้น อำนาจแห่ง ธรรมมิตร ก็เข้าชักจูงเรียกร้องดูดดึงเอา สันติคุณ ตลอดจน เมตตากรุณาธิคุณ เข้ามาไว้ในตัว ก็จะเสมือนว่า เป็นเกราะบังป้องกันศัตราวุธไม่ระคายผิวหนังตามพระคาถาได้ไม่ต้องสงสัย
    เท่าที่บรรยายมาเบื้องต้น พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระกวนอิม จึงเป็นที่เคารพบูชานับถือว่า พระองค์เป็นที่พึ่งของปวงสัตว์โลก ทั้งเป็นผู้มีพระเมตตาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยของสัตว์โลกทั่วไตรภูมิ และทรงปฏิบัติเช่นนี้เป็นนิจสิน
    พระคาถาของพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมนั้น ไม่ใช่แต่เพียงท่องบ่นอย่างเดียว เป็นกลบทในปริศนาธรรมให้ขบคิดด้วยพร้อมกัน และในเมื่อบุคคลใดสามารถขบปัญหาแตกกับปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ได้ชื่อว่าอัญเชิญพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์มาอยู่ในดวงจิตของบุคคลนั้น และบุคคลผู้นั้นก็ปลอดภัยจากอันตรายนานาประการ ดังได้บรรยายมาแล้ว
    พระอวโลกิเตศวร หรือพระกวนอีมมหาโพธิสัตว์นี้ ทางอุตรนิกายนับถือว่า เป็นพระปัทมปาณีมหาโพธิสัตว์ ได้โปรดสัตว์โลกในอดีตมานานแล้ว ทั้งทรงตั้งปณิธานวัฒนาการโปรดสัตว์โลกต่อไปอีกในอนาคต จึงยังไม่เสด็จเข้าสู่พระพุทธภูมิ
    อนึ่ง มวลพิธีที่มีในนิกายนี้ เช่น มีพิธีกงเต็ก เป็นต้น พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์อัญเชิญพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ เสด็จมาประทับรับการบูชาในพิธีเพื่ออานิสงส์ ส่วนพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ และองค์อื่น ๆ นั้น อัญเชิญมาเป็นประมุขในการประกอบพิธีโปรดสัตว์โลกให้รอดตาย คือไม่ฆ่าชีวิตสัตว์ และยังไม่เสพเลือดเนื้อสัตว์ เจริญมหาเมตตากรุณาธรรมจริง ๆ ตามลัทธิ ด้วยประการฉะนี้ ขอจบการวิสัชชนา เรื่องพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระมหาโพธิสัตว์กวนอีม แต่เพียงนี้

    (ที่มา : จากหนังสือพระคัมภีร์ กวนอีมมหาโพธิสัตว์ แปลโดย เสถียร โพธินันทะ พิมพ์แจกเป็นธรรมทานโดย ชมรมธรรมทาน ทางไปรษณีย์ พุทธสถานโรงเจ เป้าเก็งเต๊ง ซอยปลูกจิต 2 ถนนพระราม 4 กทม.)

    คุณJS1213 ปิดครับ
    IMG_25620904_214734.JPG
    IMG_25620904_214745.JPG IMG_25620904_214755.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กันยายน 2019
  6. JS1213

    JS1213 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2008
    โพสต์:
    261
    ค่าพลัง:
    +5,340
    จองค่ะ
     
  7. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รับทราบการจองครับ...ขอบคุณครับ
     
  8. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1249 กุมารเทวฤทธิ์ เนื้อผงผสมชานหมาก หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี รุ่นเรียกทรัพย์ พุทธคุณดีเลิศ เมตตาค้าขาน เฝ้าบ้าน เข้าหาผู้ใหญ่ดีเยี่ยมครับ..พร้อมกล่องเดิมครับ
    คุณshaj ปิดครับ
    IMG_25620908_075732.JPG
    IMG_25620908_075711.JPG IMG_25620908_075808.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 กันยายน 2019 at 22:51
  9. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,783
    ค่าพลัง:
    +2,481
    ขอจองครับ
     
  10. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รับทราบการจองครับ...ขอบคุณครับ
     
  11. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1250 รูปถ่ายหลวงพ่อเคน วัดถ้ำเขาอีโต้ หลังตะกรุด ไซ และนกสาริกา รูปหัวใจ ยุคเก่า
    หลวงพ่อเคนท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่มีอายุยืนมาก ตอนที่มรณภาพท่านมีอายุถึง 111 ปี วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงของท่านคือไซดักเงิน และนกสาริกาและนกคุ้มที่ทำมาจากไม้กาหลง ซึ่งจะเด่นทางด้านเมตตา มหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี รูปถ่ายนี้มาพร้อมเลี่ยมพลาสติกเดิม ๆ จากวัด ยุคเก่า
    บูชา 200 บาท

    IMG_25620908_085420.JPG IMG_25620908_085443.JPG
     
  12. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1251 เหรียญพระเจ้าแสนล้าน (พระพุทธมหาเศรษฐีแสนล้านมหาลาภทันใจ) + พระเจ้าแสนสุข กะหลั่ยเงิน ตอกโค๊ต ปี48 หลวงปู่จันทร์ กุสโล วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่
    บูชา 200 บาท

    IMG_25620908_182615.JPG
    IMG_25620908_182641.JPG
     
  13. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1252 เศียรพ่อแก่ปู่ฤษีนะหน้าทองหลังกุมารทอง ครูบาแบ่ง ฐามุตฺตโม เจ้าอาวาส วัดบ้านโตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เนื้อกระไหล่ชุบทองลงยา ฝั่งพลอยคริสตัน
    บูชา 200 บาท
    IMG_25620908_182542.JPG
    IMG_25620908_182522.JPG IMG_25620908_182413.JPG IMG_25620908_182439.JPG
     
  14. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1253 พระผงพรายกุมาร แม่นางพันธุรัตน์ ตะกรุดเงินสรหลวงพ่อสาคร ปลุกเสก ณ.พิพิธภัณฑ์ยันต์ วัดหนองกรับ ปี 53
    สุดยอดประสบการณ์แห่งตำนานอาถรรพณ์เวทย์! นางพันธุรัตน์จินดามณีรวมทรัพย์ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ รายละเอียดสุดยอดวิชาอาถรรพณ์ที่เด่นด้าน เมตตา โชคลาภ อย่างเอกอุ **ต้นสายวิชาจินดามณีที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปีกับเครื่องรางที่หาคนรู้จริงสร้างได้น้อยค่ะ นั่นก็คือนางพันธุรัตน์มหาจินดามณีรวมทรัพย์ ของหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับนางพันธุรัตน์นี้เป็นเจ้าของวิชาจินดามณีที่มอบให้พระสังข์ทองก่อนสิ้นใจ มีอานุภาพ เรียกเนื้อ เรียกปลา เรียกเงินทองและสิ่งมีชีวิตมาสู่ผู้ภาวนา มีอานุภาพด้านเมตตา มหานิยมเด่นมาก
    บูชา 200 บาท

    IMG_25620908_182754.JPG
    IMG_25620908_182717.JPG IMG_25620909_094825.JPG IMG_25620909_094839.JPG get_auc3_img.jpeg
     
  15. JS1213

    JS1213 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2008
    โพสต์:
    261
    ค่าพลัง:
    +5,340
    รายการที่ 1248 โอนเรียบร้อยแล้วนะคะ
     
  16. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    ปิดครับ
     
  17. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1254 เหรียญ 123ปี ชาตกาลหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ปี2556 เนื้อทองแดงลงดำ
    พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม เป็นพระเถระผู้เข้มขลังในพระเวทวิทยาคม ดังจะเห็นได้จากวัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านสร้าง และปลุกเสกเอาไว้ มีผู้นำไปใช้อาราธนาติดตัว แล้วเกิดประสบการณ์มาอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน หลวงพ่อเงินได้รับขนานนามจากชาวนครปฐม และสานุศิษย์ทั่วประเทศว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งวัดดอนยายหอม"

    ในช่วงที่บวชใหม่ๆ ท่านได้บอกแก่โยมพ่อของท่านว่า "อาตมาสละหมดทุกอย่างแล้ว โดยขอให้สัจจะปฏิญาณแก่พี่น้องชาวตำบลนี้ว่า อาตมาจะไม่ขอลาสิกขา อาตมาจะเป็นแสงสว่างทางให้เพื่อนมนุษย์ ขอให้โยมร่วมอนุโมทนาด้วยความยินดีและมั่นใจ"

    บูชา 200 บาท

    IMG_25620911_211222.JPG
    IMG_25620911_211155.JPG
     
  18. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1255 พระนาคปรกพิมพ์ใหญ่ พระบรมธาตุนาดูน ปี2547 เนื้อผงผสมเนื้อพระดินเผาเก่าแตกหักที่ขุดพบจากกรุพระธาตุนาดูน เมื่อปี พ.ศ. 2522 ที่อำเภอนาดูน จ.มหาสารคาม กล่องเดิม
    บูชา 200 บาท

    IMG_25620911_211540.JPG
    IMG_25620911_211519.JPG IMG_25620911_211622.JPG
     
  19. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1256 “พญาเต่าไม้พยุงแกะ จารมือ” เครื่องรางแห่งความร่ำรวย ค้าขาย มงคล
    พญาเต่าเรือน สร้างขึ้นเนื่องจากคติความเชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับ พระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระองค์ได้ทรงเสวยพระชาติเป็นพญาเต่าตัวใหญ่สละตนเพื่อเป็นอาหารให้กับเหล่าพ่อค้าที่อดอยากจากเหตุเรืออับปาง เป็นคติกำเนิดเครื่องราง “พญาเต่าเรือน” ที่สร้างจากโลหะ จารอักขระเลขยันต์กำกับ ปลุกเสกอธิษฐานจิตจากผู้ทรงเวทย์ ทำให้พญาเต่าเรือน มีอานุภาพโดดเด่นด้าน โชคลาภ เมตตามหานิยม โภคทรัพย์ โดยเฉพาะด้านโชคลาภ ถือว่าพญาเต่าเรือนให้ผลอย่างอย่างน่าอัศจรรย์ เช่น มีลาภลอย ดึงดูดโภคทรัพย์ให้เข้ามาไม่ขาดสาย

    เต่าถือว่าเป็นสัตว์มงคลตามตำราฮวงจุ้ยของจีน อุปนิสัยชอบเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่เป็น เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุที่ยั่งยืน และความอุดมสมบูรณ์ มีความมั่นคง เป็นเครื่องรางทางด้านการค้าขาย เรียกว่าลาภและป้องกันคดีความ เหมาะสำหรับผู้ดำเนินธุรกิจค้าขาย สร้างความร่ำรวยให้ก้าวหน้าต่อไป

    เมื่อครั้งอดีต ตอนที่พระโพธิสัตว์เจ้า เสวยพระชาติเป็นพญาเต่าเรือนคือมีตัวใหญ่อย่างเรือนหรือบ้านเล็กๆ มีนามว่า “มหาจิตรจุล” อาศัยอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่มาไม่นานเกิดเหตุการณ์พายุเข้าบริเวณเกาะ จึงเป็นเหตุให้เรือสำเภาที่ผ่านบริเวณนั้นอับปางเกาะดังกล่าวมีผู้คนว่ายน้ำ หนีตายมาอาศัยที่เกาะ เป็นจำนวนมากต่างขาดอาหารและน้ำ ชาวบ้านต่างจึงคิดที่ทำร้ายกันพญาเต่าโพธิสัตว์ ในครั้งนั้นพญาเต่าโพธิสัตว์จึงคิดว่า ในเมื่อชาวบ้านต่างเดือดร้อน ถึงขนาด ต้องคิดฆ่าตัวเราเพื่ออยู่รอด พญาเต่าโพธิสัตว์มีจิตอนุเคราะห์ จึงกลิ้งตัวจากภูเขา หมายที่จะบริจาคทานด้วยเลือดและเนื้อของตน ในที่สุดเมื่อ ตกลงมาถึงตีนเขาก็ถึงกาลกิริยาแตกดับ ผู้คนเหล่านั้นก็ได้อาศัยเนื้อพระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือนบริโภคเป็นอาหาร แล้วเอากระดอง ทำเป็นพาหนะ กลับสู่บ้านเมืองอย่างปลอดภัย ภายหลังผู้คนเหล่านั้นได้ระลึกนึกถึงบุญคุณของพญาเต่าเรือน จึงได้วาดภาพไว้สักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และต่อมาจึงได้มีการสร้างเป็นวัตถุมงคลรูปเต่าลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกไว้ บูชาสืบทอดมาถึงปัจจุบันด้วยอานุภาพแห่งมหาทานอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น


    ดังนั้นครูบาอาจารย์ในสมัยโบราณ จึงได้สร้างวัตถุมงคลเป็นรูปพญาเต่าเรือน ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ทำมาค้าขายดี เพราะถือว่าพญาเต่าเรือนอยู่ในชาติหนึ่ง ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น พระองค์เคยเสวยชาติเป็นพญาเต่าเรือน ได้สละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อเป็นทานแก่สัตว์ผู้ยากไร้ เกจิอาจารย์ต่างๆ ในอดีตจึงมีการสักยันต์ตามตัวและทำเครื่องรางเพื่อไว้ใช้ ด้วยเหตุที่ว่าสารพัดใช้ ตามอธิษฐาน วิเศษนักเป็นได้ทุกอย่าง เช่นทำให้มีโชคลาภ เงินทองหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ค้าขายจะเจริญก้าวหน้า และเป็นมงคลแก่ผู้บูชายิ่งนัก การทำเครื่องรางพญาเต่าเรือนในสมัยโบราณนั้น มักนิยมใช้ กระดองเต่าตายซากหรือตายเองซึ่งถือเป็นหลักโดยห้ามฆ่าจากนั้นก็จะ นำกระดองเต่ามาลงอักขระหัวใจพญาเต่าเรือน(นาสังสิโม)และอักขระ พระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ)จากนั้นนำไปปลุกเสก ซึ่งถือเป็นของดีที่หายากและมีความสำคัญประจำบ้าน เรือน และป้องกันภัยพิบัติอันตรายทุกประการจากโจรภัย วาตภัย อัคคีภัย ฯเรียกว่าหากใครมีไว้บูชาถือว่าเป็นแก้วสารพัดนึกเลยก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันกระดองเต่าที่ตายซากหรือตายเองหาได้ยาก เกจิอาจารย์จึงใช้วิธีเขียนอักขระ บนแผ่นโลหะหรือผ้ายันต์เป็นรูป “พญาเต่าเรือน” แล้วนำมาปลุกเสก

    วิธีบูชา : เมื่อนำพญาเต่าเข้าบ้านให้จุดรูปธูปเทียน 5 ดอก บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านให้รับรับรู้ ขออนุญาตนำพญาเต่ามาอยู่ในบ้านเพื่อช่วยคุ้มครองและนำโชคลาภมาให้ ส่วนสถานที่บูชาให้จัดวางไว้ในพาน หรือวางบนภาชนะอื่นๆ ที่มีน้ำ โดยรินน้ำพอปริ่มๆหรือครึ่งตัวเต่า อย่าให้จมน้ำทั้งตัว วางไว้ที่ด้านล่างของหิ้งพระ และต่ำกว่าพระพุทธรูป หรือจัดวางไว้บนตู้บนโต๊ะเก็บเงินได้ทั้งนั้น

    บูชา 200 บาท

    IMG_25620911_211454.JPG
    IMG_25620911_211426.JPG IMG_25620911_211402.JPG IMG_25620911_211331.JPG
     
  20. Pitiphat

    Pitiphat 51 สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4,167
    ค่าพลัง:
    +62
    รายการที่1257 เหรียญเม็ดแตงหลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ ขอนแก่น
    หลวงพ่อผาง ท่านเป็นยอดพระเกจิ วัตถุมงคลท่านป้องกันอันตราย เขี้ยวงาอาวุธ เมตตาโชคลาภ ครบถ้วน แขวนติดตัวสบายใจหายห่วงครับ
    บูชา 200 บาท
    IMG_25620914_204343.JPG
    IMG_25620914_204321.JPG
     

แชร์หน้านี้

Loading...