วันรัชกาลที่ 7

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย omio, 30 พฤษภาคม 2012.

  1. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    วันที่ 30 พฤษภาคมนั้น รัฐบาลได้มีมติให้เป็นวันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพราะวันนี้เมื่อ พ.ศ.2484 ท่ามกลางควันสงครามที่มีอยู่ทั่วไปในยุโรปและเอเชีย รัชกาลที่ 7 สวรรคตที่พระตำหนักเล็ก ๆ ในตำบลเวอร์จิเนีย วอเตอร์ นอกกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยโรคพระหทัยพิการ พระชนมพรรษา 48 พรรษา

    รัชกาลที่ 7 เป็นพระมหากษัตริย์ที่จะว่าอาภัพก็ได้ ต้องสละราชสมบัติและไปสวรรคตในต่างแดน สมัยอยุธยาเคยมีกรณีพระเจ้าแผ่นดินสละราชสมบัติอยู่บ้างเหมือนกันแต่เป็นคนละเหตุ พระบรมไตรโลกนาถทรงสละราชสมบัติเพื่อไปผนวชอยู่ที่พิษณุโลก พระมหาจักรพรรดิทรงสละราชสมบัติให้พระมหินทราชา พระราชโอรสครองราชย์แต่ไม่นานก็กลับมาทรงเป็นกษัตริย์ใหม่ พระเจ้าอาทิตยวงศ์สละราชสมบัติไปผนวช พระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรสละราชสมบัติให้พี่ชายคือพระเจ้าเอกทัศ แต่รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติเพราะมีข้อขัดแย้งไม่ลงรอยกับรัฐบาล และไม่ทรงปรารถนาจะเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลในขณะนั้น

    ส่วนการไปสวรรคตในต่างแดนก็มีพระเจ้าอุทุมพรพระองค์เดียวที่พม่ายึดกรุงได้แล้วเกณฑ์ไปเป็นเชลยจนสวรรคตที่พม่า

    ปี 2476 รัชกาลที่ 7 เสด็จออกไปรักษาพระเนตรที่อังกฤษ มีข่าวล่วงหน้ามาก่อนแล้วว่าอาจทรงสละราชสมบัติ รัฐบาลจึงส่งคณะผู้แทนไปถวายรายงานว่าสิ่งใดรัฐบาลรับได้ รับไม่ได้ เมื่อ “การประนีประนอม” ไม่เป็นผลก็มีพระราชหัตถเลขามาทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 และประทับอยู่ที่อังกฤษต่อไป ทางเมืองไทยรัฐสภาได้มีมติเชิญพระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระชนมายุ 9 ปี ขณะนั้นประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นเป็นรัชกาลที่ 8

    รัชกาลที่ 7 ประทับอยู่เงียบ ๆ กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ข้าราชการและคนไทยที่ผ่านไปมาไม่ใคร่กล้าไปเฝ้าฯ เพราะเกรงว่าทาง “เมืองไทย” จะ “เขม่นเอา” เพราะขณะนั้นมีการดำเนินการต่อพระองค์อยู่หลายเรื่องในเมืองไทย

    เป็นที่รู้อยู่แล้วว่าพระสุขภาพของรัชกาลที่ 7 ไม่สู้ดีนักตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แพทย์เคยถวายความเห็นว่าควรให้ทรงเรียนวิชาทหารจะได้ออกพระกำลังและแข็งแรง ต่อมาพระเชษฐาร่วมพระบรมราชชนนีต่างทยอยสิ้นพระชนม์จนหมด รัชกาลที่ 6 ก็มามีพระราชธิดาเสียอีก ซึ่งขณะนั้นเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ ราชสมบัติจึงตกแก่สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา พระชนมายุ 32 ปี ทั้งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาแต่แรกเพราะมีพระเชษฐาร่วมพระครรภ์อยู่อีก 5 พระองค์ และทรงเป็นเจ้านายอายุน้อยที่สุด เพราะเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 76 จาก 77 พระองค์ของ
    รัชกาลที่ 5 พระองค์ที่ 77 สิ้นพระชนม์ตั้งแต่แรก จึงเท่ากับทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์สุดท้าย ไม่มีพระอนุชาไม่ว่าจะร่วมหรือต่างพระครรภ์

    วันที่ 30 พฤษภาคม 2484 เวลาเช้าสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงเห็นว่าวันนี้อากาศดี ทั้งพระอาการก็ดูดีขึ้น จึงทูลลาเข้าไปดูพระตำหนักเก่าในกรุงลอนดอนว่าทรุดโทรมอย่างไรเพราะให้ทหารอังกฤษเข้าไปอยู่ ขณะนั้นรัชกาลที่ 7 ทรงฉลองพระองค์ธรรมดาอยู่กับบ้าน ทรงอ่านหนังสือพิมพ์ยังตรัสให้เก็บดอกไม้ที่โปรดมาถวายด้วย สมเด็จฯ เสด็จออกไปได้ไม่นานก็มีตำรวจมาสกัดรถกลางทาง ตรวจเช็กรถจนพบจึงทูลว่ามีโทรศัพท์แจ้งว่าหากพบรถเลขนี้ให้ขอให้รีบกลับด่วน เมื่อเสด็จกลับไปถึงพระตำหนักจึงทรงทราบว่ารัชกาลที่ 7 สวรรคตแล้ว!

    อังกฤษเวลานั้นอยู่ระหว่างสงคราม ไม่มีวัดไทย ไม่มีพระไทย และทางการก็ไม่ให้ตั้งพระศพนาน จึงต้องรีบทำพิธีถวายพระเพลิงไปเท่าที่ทำได้ในสุสานเล็ก ๆ ไม่มีพระโกศ ไม่มีพระเมรุ ไม่มีขบวน ไม่มีประโคม วันถวายพระเพลิงมีแต่พระญาติและคนไทยมาร่วมงานไม่กี่คน จนฝรั่งคนหนึ่งเห็นว่างานนี้เงียบเหงานักจึงรับอาสาสีไวโอลินให้ที่ข้างหีบพระบรมศพ

    อีกหลายปีต่อมาจนสงครามสงบ รัฐบาลจึงให้เชิญพระบรมอัฐิกลับมาประดิษฐานในประเทศไทย

    เรื่องราวของรัชกาลที่ 7 น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงช่วงที่สละราชสมบัติ น่าตั้งเป็นวิชาพระปกเกล้าศึกษาได้เพราะเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในเวลานั้น บางอย่างยังส่งผลต่อมาจนเวลานี้ ปีนี้ครบ 80 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองอยู่ด้วย

    คนที่อยากรู้เรื่องของรัชกาลที่ 7 ควรหาเวลาไปชมพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เชิงสะพานผ่านฟ้า จะได้ความรู้ ได้อารมณ์ และได้ความคิดดี ๆ อีกเยอะ.


    ดร.วิษณุ เครืองาม
    วันรัชกาลที่ 7 | เดลินิวส์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 พฤษภาคม 2012
  2. yeepun

    yeepun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    202
    ค่าพลัง:
    +425
    อ่านแล้ว น้ำตาจะไหลเลยคะ ทำไมรัฐบาลสมัยนั้นทำกับพระองค์แบบนั้น
     
  3. สุโขสุขี

    สุโขสุขี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    904
    ค่าพลัง:
    +1,468
    ประโยคนี้ทำให้รู้สึกเศร้าใจมาก ครับ
     
  4. Pukku

    Pukku เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2012
    โพสต์:
    327
    ค่าพลัง:
    +899
    พูดไม่ออกเลยค่ะ เศร้า :(
     
  5. สุดขอบฟ้า

    สุดขอบฟ้า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    149
    ค่าพลัง:
    +127
    ไม่เคยเศร้าขนาดนี้มาก่อนเลยนะคะ
    ขอถวายบุญกุศลที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจุบันชาติ,กราบถวายฝ่าพระบาทพระองค์ท่านด้วยเจ้าค่ะ
     
  6. nunatara

    nunatara Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    42
    ค่าพลัง:
    +63
    น่าเศร้าใจจริง ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะเศร้าได้ขนาดนี้......
    ขอถวายบุญกุศลที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจุบันชาติ,กราบถวายฝ่าพระบาทพระองค์ท่าน....ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ...
     
  7. simking

    simking เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    135
    ค่าพลัง:
    +433
    ขอถวายบุญกุศลที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจุบันชาติ,กราบถวายฝ่าพระบาทพระองค์ท่านด้วยเจ้าค่ะ
     
  8. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=VPIT3a7AOVM]ราตรีประดับดาว - Zansab Philharmonic Orchestra - YouTube[/ame]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 มิถุนายน 2012
  9. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    [​IMG]

    วันนี้ แสนสุดยินดี พระจันทร์วันเพ็ญ
    ขอเชิญสายใจเจ้าไปเที่ยวเล่น(๒) ลมพัดเย็นเย็น หอมกลิ่นมาลี
    หอมดอกราตรี แม้ไม่สดสี แต่หอมดีน่าดม
    เหมือนงามน้ำใจ แม้ไม่ขำคม
    กิริยาน่าชม สมใจจริงเอย
    ชมแต่ดวงเดือน ที่ไหนจะเหมือน ได้ชมหน้าน้อง
    พี่อยู่แดเดียว เปลี่ยวใจหม่นหมอง เจ้าอย่าขุ่นข้องจงได้เมตตา
    หอมดอกชำมะนาด สีไม่ฉูดฉาด แต่หอมยวนใจ
    เหมือนน้ำใจดี ปรานีปราศรัย
    ผูกจิตสนิทได้ ให้รักจริงเอย
    สองชั้น ขอเชิญเจ้าฟังเพลงวังเวงใจ เพลงของท่านแต่ใหม่ในวังหลวง
    หอมดอกแก้วยามเย็น ไม่เห็นใจพี่เสียเลยเอย
    ดวงจันทร์หลั่นลดเกือบหมดดวง โอ้หนาวทรวงยอดชีวาไม่ปรานี
    หอมมะลิกลีบซ้อน อ้อนวอนเจ้าไม่ฟังเอย
    ชั้นเดียว จวนจะรุ่งแล้วนะเจ้าพี่ขอลา แสงทองส่องฟ้าสง่าศรี
    หอมดอกกระดังงา ชิชะช่างน่าเจ็บใจจริงเอย
    หมู่ภมรร่อนหาช่อมาลี แต่ตัวพี่จำจากพรากไปไกล
    หอมดอกจำปี นี่แน่พรุ่งนี้จะกลับมาเอย ฯ
     
  10. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    วันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๗๕
    (พระราชหัตถเลขาฉบับนี้รัชกาลที่ ๗ ทรงเมื่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิ.ย.๒๔๗๕ แล้วประมาณ ๘ เดือน เพราะยังนับเดือนเมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้น มี.ค.ยังใช้พ.ศ.เดิม)


    ถึงลูกที่รัก
    (หมายถึงพระโอรสบุญธรรม คือ พระองค์จิรศักดิ์สุประภาต )

    อาทิตย์นี้ฉันไม่ได้หนังสือจากเล็กอีกเปนอาทิตย์ที่ ๒ คงเปนเพราะเมล์แต่ก็เจ้ากรรมที่สุดที่มักจะยุ่งอย่างนี้ พร้อมกับเวลาที่ฉันไม่สบายที่สุดเสมอ หนังสือฉบับก่อนที่เขียนไปนั้น เล็กอาจเห็นว่าฉันตื่นอะไรต่างๆ ไม่เปนเรื่อง แล้วก็ไม่มีเหตุยุ่งอะไร เพราะว่ากว่าหนังสือจะไปถึงเล็กเรื่องจะมีหรือไม่มีก็แล้วไปแล้ว อย่างไรก็ดี พวกเราอยู่กันที่นี่กลัวกันจริงๆ และตกใจกันจริงๆด้วย เราทุกคนรู้ไม่ได้เลยว่าจะถูกเชือดคอเมื่อไร เสียวกันอยู่เสมอ พอมีลืออะไรกันทีหนึ่งก็ตกใจกันแทบตาย เพราะจะไม่เชื่อเสียงลือก็ไม่ได้ เข็ดจากคราวก่อนที่ไม่เชื่อกัน แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ เวลานี้มีเสียงลืออะไรก็ต้องเชื่อหมด ฉันเองก็เชื่อแน่ว่าความยุ่งยากในเมืองไทยจะต้องมีต่อไปอีกอย่างน้อย ๒๐ ปี เพราะอะไรๆมันยุ่งๆไปหมด ไม่มีใครไว้ใจกันหมดทั้งเมืองไทย เวลานี้เปนนรกแท้ๆ


    ข่าวลือหลังนี้ที่น่าเชื่อถือก็มีมากและที่เหลวก็มี เสียงลือที่มีมาก็ว่าจะจับฉันเซ็นอะไรต่าง ๆ ในงานฉัตรมงคล เช่น เซ็นให้คณะราษฎรเป็น dictator ถึงกับเตรียม cabinet ไว้แล้วด้วยซ้ำ เสียงลืออันนี้จึงน่าเชื่อมาก และพวกคณะราษฎรก็กลัวพวกคณะชาติจะลุกขึ้นเล่นอะไรเต็มทีแล้ว นอกจากนี้ว่าจะให้ฉันยกพระคลังข้างที่ให้แก่ชาติให้หมด แล้วให้ abdicate เขาจะประกาศเปน republic และจะจับพวกเจ้าและฉันขังไว้เปนตัวประกัน บางทีเสียงก็ว่าจะจับพวกเจ้าฆ่าให้หมด ซึ่งเห็นจะพูดมากไป เพราะถ้าทำดังนั้นฝรั่งก็เข้ามาแน่ พวกเจ้ากลัวกันมากเลยหนีจากกรุงเทพเปนจำนวนมาก ข้าราชการที่หนีไปก็มีบ้าง เสียงลือคราวนี้น่าเชื่อถือมากเพราะพระยาพหล ราชวังสัน พระยาฤทธี ก็ไปเสียจากกรุงเทพทั้งนั้น เลยพากันว่าหนี เพราะไม่เห็นด้วยกับอีกพวก แต่ก็ไม่กล้าจะคัดค้าน เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วมาพระยามโนลงมาที่นี่ ก็ว่าไม่มีเรื่องอะไรเลย อะไรๆก็เรียบร้อยหมด แกว่าเหตุที่เกิดลือกันมากมายนี้ มีอยู่นิดเดียวคือเวลานี้ เขากำลังพิจารณา economic policy กันอยู่เปนรูป five year plan แบบบอลเชวิกทีเดียว การประชุมเรื่องนี้ พระยาราชวังสันนัดประชุมอนุกรรมการที่กระทรวงกลาโหม ที่จริงไม่มีใครเห็นด้วยเลย พระยามโนก็มาออดจะให้ฉันกลับกรุงเทพให้ได้ ตามที่เราเดากันไว้แล้ว และออกจาก threaten เอาด้วยว่าถ้าไม่กลับจะลาออก เพราะคนจะหมดความเชื่อถือในรัฐบาล ฉันเกี่ยงว่าให้แกจัดการให้คนสำคัญบางคนในคณะราษฎรลงมาเฝ้าฉันที่นี่จะได้หมดสงสัย และให้เรียกพระยาพหลและพระยาราชวังสันกลับเสียด้วย แกก็ออกจะอึดอัดแต่ก็รับว่าจะไปลองดูเราเดากันว่าคงไปจัดคนสำคัญนั้นลงมานี่ไม่ได้ เพราะกลัวถูกยิงตายกลางทาง ถ้าเปนเช่นนั้น ฉันก็จะไม่ไปเหมือนกัน เพราะที่จริง unfair เหลือเกินที่จะให้ฉัน risk อะไรทุกอย่าง บอกป่วยก็ไม่ได้ บางคนบอกป่วยได้ บางคนกลัวตายได้


    พวกเขา “รักชาติ” เขาก็หาอำนาจใส่ตัว หาเงินเข้ากระเป๋า ส่วนฉันนั้นถ้า “รักชาติ” ต้องปล่อยอำนาจให้หมด ต้องยอมเปน slave และต้องยอมลดรายได้ และมีเงินเท่าไรก็ต้องให้เขาหมด ดูมันเปน square deal เลยไม่ไหวจริงๆ เมื่อแย่งอำนาจเอาไปแล้วก็ควรไปรักษาเอาไว้ให้ได้ ทำไมต้องมาคอยร้องให้เราช่วยบังคับให้คนไทยเปนบ่าว ฉันฉุนเหลือเกิน อยากเล่นบ้าอะไรต่างๆ จัง แต่ยังกลัวนิดหน่อยว่าพวกเจ้าจะถูกเชือดคอหมดเท่านั้นเอง แต่การที่คนจะทน sacrifice อะไรต่างๆนั้นมันมี limit พอ ถ้าข่มขี่กันนัก ก็เห็นจะต้องเล่นบ้าเอาจริงสักที เวลานี้ฉันไม่สบาย อีกหน่อยก็ตายเปนแน่ ฉันผอมเหลือแต่กระดูก น้ำหนักลดตั้ง ๔ kilo และนอนไม่หลับกินไม่ได้เลย ที่กรุงเทพเขาพยายามทำเปนว่าเงียบเรียบร้อยไม่มีเรื่องอะไรเลย เช่นมีการปล่อยทหารออกเที่ยว และเลิกการเล่นรถเปนกลกลางคืน เปนต้น แต่การเงียบอย่างนี้ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเลย วันที่ ๑๑ เดือนนี้เรือรบฝรั่งเศสจะเข้าเยี่ยมเมืองไทยจะอยู่ราว ๓ วัน บางคนเห็นว่าถ้าเรากลับไปกรุงเทพเวลานั้นจะไม่มีอันตราย แต่เราก็กลัวกันอยู่บ้างว่าจะหา excuse อะไรต่างๆมา พูดไม่ให้เรากลับจนกว่าเขาจะพร้อมที่จะทำอะไรกัน ซึ่งนัยว่าจะทำก่อนเรือรบฝรั่งเศสมาหรือทำเมื่อกลับไปแล้ว การที่เขาจะทำอะไรสำเร็จได้ดีหรือไม่นั้น ข้อสำคัญมันต้องอยู่ที่จับตัวฉันเปนประกันได้หรือไม่ เราได้ข่าวว่าเขาจะส่งคนลงมาที่หัวหิน ผ่อนลงมาเปน tourist ทีละน้อย เพราะเวลานี้ก็เปนน่าฮาลีเดแล้ว ความจริงเวลานี้ก็มีคนมากขึ้นเอาจริงๆด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าใครเปนใคร แต่ที่เปน spy แน่ๆ ๒ คน นอกจากนี้เขาส่งนายทหารเรือ ๒ คน ทหารบก ๑ คน และพลทหาร ๒ คน ลงไปทางใต้ว่าจะไปสุไหงโกลกเลยสงขลาลงไป และพวกหีบไม้โตๆลงไปด้วย ๖ หีบ เราสงสัยกันว่าอาจเปนดินระเบิดสำหรับระเบิดทางรถไฟกันไม่ให้เราหนีได้หรืออาจจะเปนปืนและลูกกระสุนก็เปนได้ ฉันถามพระยามโนเรื่องนี้ ออกจะทำหน้าตื่นหน่อยๆ แล้วบอกว่าบางคนในคณะราษฎรเขาส่งคนของเขาลงไป สำหรับแก้ในการที่พวกคณะราษฎรไป lecture ผิดๆเอาไว้ ตอบนี้โกหกแน่ๆเพราะทราบจากวิบุลย์ว่า พระยามโนบอกเขาว่าส่งปืนลงไปให้พวกคณะราษฏรทางใต้เพื่อจะป้องกันไม่ให้มีเหตุยุ่งอะไรขึ้นได้ ที่จริงเราเคยรู้กันทีหนึ่งแล้วว่า พวกปัตตานีไม่พอใจในการเปลี่ยนแปลงคราวนี้เลย อาจเปนเรื่องนี้ก็ได้ และ at the same time เลยกันไม่ให้เราหนีได้ด้วย การที่ฉันเชื่อว่าเวลานี้อาจจะมี plot อะไรจริงๆนั้น เพราะมีเหตุว่าคณะราษฎรกำลังคลอนเต็มที และคนเกลียดมากขึ้นทุกวัน มีคนคิดจะล้มอยู่มาก ที่เปนอย่างนี้ทำให้ฉันนึกว่าเขาคงอยากจะจับตัวฉันเปนตัวประกันแล้วจะปราบพวกคณะชาติ เราอยู่ที่นี่ก็คิดแปลนอะไรกันต่างๆ จนหัวยุ่งเสมอ แต่เรื่องแปลนเหล่านี้ จะไม่เล่าเพราะกลัวถูกเปิดหนังสือแต่อย่างไรก็ดี เราจะพยายาม give a damned good fight ก่อนยอมให้ถูกจับง่ายๆ ฉันรู้สึกว่า crisis คราวนี้จะเปนคราวที่สุดในชีวิตของฉัน ถ้ามันเรียบร้อยไม่มีอะไรจริงๆก็เห็นจะเงียบไปได้นาน แต่ถ้าเกิดเรื่องยุ่งขึ้นก็อาจตายเลยหรือหนีไปได้ แต่น่าจะไม่เปน King อยู่ต่อไปเปนแน่ คนทุกคนดูรู้สึกว่าจะต้องมี crisis อะไรก่อนสิ้นปีนี้ และถ้ามี election เรียบร้อยก็อาจหมดยุ่งกันไปคราว ๑

    กว่าหนังสือจะไปถึงเล็ก เรื่องมันคงเสร็จกันไปแล้วเล็กอาจเห็นฉันพูดมากไป ตื่นมากไปก็ได้ หรือจะได้รับเมื่อฉันตายแล้วก็เปนได้เหมือนกัน ถ้าฉันต้องตายในคราวนี้ ฉันอยากขอให้เล็กทำอะไรสักอย่าง คือ ต่อไปถ้าเล็กมีลูกขอให้ใช้นามสกุลว่า “ศักดิเดชน์ “ ซึ่งเปนชื่อของฉัน และจะเติมเข้ากับ “ภาณุพันธุ์” ก็ได้ แต่ฉันอยากให้มันมีติดอยู่ว่า เล็กเปนลูกของฉันจะทำให้สบายใจมาก เสียใจที่เรื่องสนุกไม่มีเสียเลย เพราะเรากำลัง gloomy กันจัง นั่งมึน และขรึมกันโดยมาก เพราะ คอย ! คอย ! คอย ! วันตาย เมื่อถึงเวลา fight จริงๆ สบายกว่ามาก


    คิดถึงเหลือเกิน
    จากพ่อ
    ประชาธิปก





    (หมายเหตุ คัดมาจากหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงมณี สิริวรสาร)
     
  11. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    [​IMG]

    พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต และ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

    ภาพจากหนังสือ ชีวิตเหมือนฝัน โดยคุณหญิงมณี สิริวรสาร
     

แชร์หน้านี้

Loading...