วิกฤติโลกร้อน มนุษย์ย้ายไปดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Lukhgai, 3 มกราคม 2011.

  1. Lukhgai

    Lukhgai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    3,000
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +8,241
    [​IMG]

    <TABLE><TBODY><TR><TD>วิกฤติโลกร้อน มนุษย์ย้ายไปดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020


    [​IMG]


    ดร.อาจองเผยวิกฤติโลกร้อน มนุษย์เตรียมอพยพสู่ดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020

    ช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา มนุษย์รับรู้เรื่องการปรวนแปรของธรรมชาติจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก แผ่นดินไหว เกิดพายุรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนทำให้คนล้มตาย ล่าสุดคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ไทยภายใน 30 ปี น้ำจะท่วมภาคกลางของไทย เพราะระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย

    โอกาสที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์นาซา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะโลกร้อน เดินทางมายังกรุงเทพมหานคร เพราะปกติจะใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนสัตยาไสย จ.ลพบุรี เพื่อมาบรรยายพิเศษเรื่องการผลิตบัณฑิตคุณภาพบนพื้นฐานคุณธรรม ณ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้ได้สละเวลาให้สัมภาษณ์ประเด็นของโลกร้อน และทางรอดของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่องนี้

    ดร.อาจองกล่าวว่า ตอนนี้ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงไปเยอะทุกอย่างมาจากภาวะโลกร้อน จะเห็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ในประเทศไทยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ผ่านมาเวียดนามมีหิมะตกเป็นครั้งแรก ล่าสุดมีหิมะตกในเคนยา ประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์จึงไม่ต้องตกใจหากในเดือนมกราคมหิมะจะตกในเมืองไทย เดือนมกราคมอากาศจะเย็นที่สุด หิมะน่าจะตกในภาคเหนือ



    [​IMG]


    ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ขั้วโลกเหนือละลายเร็วกว่าที่เราคิด จะเห็นว่าขณะนี้มีก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาใหญ่เท่ากับเมืองนิวยอร์กไหลลงสู่ทะเล แล้วก็ไปละลายในทะเลทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

    "เฉพาะแค่ช่วงชีวิตผมเอง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 16 เซนติเมตร ตอนนี้อายุผม 68 ปีแล้ว 16 เซนติเมตรถือว่าเยอะมากแค่ช่วงระยะสั้นๆ ปกติจะใช้เวลาเป็น 4,000-5,000 ปีไม่ใช่แค่ 100 ปี ตอนนี้กำลังเร่ง เพราะความร้อนมากขึ้นน้ำแข็งละลายมากขึ้น จะเร่งขึ้นไปเรื่อยๆ"

    เมื่อย้อนไปยังยุคน้ำแข็ง ตอนนั้นอากาศหนาวเกือบจะทั่วโลกมีหิมะตก น้ำเหล่านี้หมุนเวียนไปเป็นน้ำแข็ง มีน้ำสะสมอยู่บนภูเขา ตรงขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ ถ้าเราเปรียบเทียบตอนนั้นน้ำจากระดับน้ำทะเลระเหยขึ้นไปตกมากลายเป็นฝน และหิมะทำให้ระดับน้ำทะเลลดลง ตอนนั้นระดับน้ำทะเลอยู่ต่ำกว่าระดับปัจจุบัน 120 เมตร และถ้าน้ำแข็งละลายหมดระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 120 เมตรเพราะระดับน้ำทะเลไม่ได้หายไปไหนหมุนเวียนอยู่บนโลก

    เมื่อเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่า น้ำในทะเลสูงขึ้นจะค่อยๆ กินฝั่งของเราไปเรื่อยๆ อย่างเขตบางขุนเทียนที่กรุงเทพฯ เราสูญเสียแผ่นดินไปแล้ว 1 กิโลเมตร

    นักวิชาการทางทะเลบอกว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้คือปัญหากัดเซาะชายฝั่ง แต่ในมุมมองของอดีตนักวิทยาศาสตร์จากนาซาไม่เป็นเช่นนั้น

    "ตอนนี้เสาไฟฟ้าอยู่ในทะเล หลายคนบอกว่าไม่ใช่น้ำทะเลสูงขึ้น แต่เป็นการเซาะฝั่ง ข้อบ่งชี้ว่าหากน้ำเซาะฝั่งเสาไฟฟ้าก็ล้มไปแล้วแสดงว่า ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเป็นอย่างนี้ทั่วโลก อเมริกาออกมาพูดว่า เมืองไมอามีอีกหน่อยก็จะไม่มีเหลือ ไม่ได้จม หมายความว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้น"

    ภาวะโลกร้อนแผ่อานุภาพไปทั่วโลก ดูเหมือนว่า จะเป็นปัญหาที่ยากจะเยียวยา อาจตรงกับคำทำนายของนอสตราดามุสว่าโลกจะแตก แต่ทางวิทยาศาสตร์บอกว่า ไม่ได้หมายความว่าแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ จะพัง เพราะน้ำท่วม แผ่นดินไหว อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้มนุษย์อยู่อย่างลำบาก ประกอบกับจำนวนประชากรของโลกเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน จำนวนผู้บริโภคมากขึ้นทำให้โลกยิ่งร้อน ซึ่งมีคนคิดถึงทางออกของปัญหานี้ไว้แล้ว

    ดร.อาจองเล่าว่า องค์การนาซา มีโครงการจะไปเริ่มสร้างเมืองในอวกาศ โดยเลือกพื้นที่ดาวอังคาร เพราะมีสภาพเหมือนกับโลก ขณะที่ดาวดวงอื่นเต็มไปด้วยอากาศพิษ ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ดาวพฤหัสฯ มีสภาพเป็นกรด ดาวอังคารแม้อากาศหนาวและมีสภาพไร้น้ำหนัก แต่มนุษย์อยู่ได้ด้วยการไปสร้างเมืองกระจกทำให้มีแรงโน้มถ่วงเหมือนกับอยู่บนโลกได้ เพราะสภาพไร้น้ำหนักทำให้กระดูกเราอ่อนไม่แข็ง กล้ามเนื้อจะหายไป

    ในเบื้องต้นจะส่งคนออกไปสร้างอุตสาหกรรมในอวกาศ ใช้วัตถุดิบจากดวงจันทร์ของดาวอังคาร ซึ่งมีอยู่ 2 ดวง จะมีสารทุกอย่างที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ยิปซัม แร่ธาตุต่างๆ และการขนย้ายแร่ธาตุเหล่านี้จะเป็นไปโดยง่ายบนสภาพไร้น้ำหนัก

    ขณะเดียวกันเราเจอน้ำบนดวงจันทร์เยอะมาก จะสร้างฐานบนดวงจันทร์เป็นจุดเติมพลังงาน เอาน้ำที่อยู่บนดวงจันทร์มาใช้พลังงานแสงอาทิตย์แยกออกซิเจน เป็นพลังงานไฮโดรเจน ใช้พลังงานนี้ไปขับเคลื่อนกับยานต่างๆ ทำให้การเดินทางบนอวกาศเป็นเรื่องธรรมดาโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน



    [​IMG]


    วางแผนว่ามนุษย์ครึ่งหนึ่งของโลกจะต้องอพยพไปอยู่บนดาวอังคาร อาจไปไม่หมด เพราะโลกวิกฤติมนุษย์อยู่ลำบากแล้ว การออกแบบสร้างเมืองจะแบ่งเป็นเมืองขนาดเล็กอยู่สัก 2 แสนคน เป็นเมืองในอวกาศโดยสร้างระบบให้มีน้ำหนัก สามารถเดินไปมา ไม่ใช่ลอยไปมา ส่วนการเดินทางในอวกาศจะสร้างเรือใบรับรังสีพลาสม่า เพื่อให้พาหนะนี้เคลื่อนไปในอวกาศได้

    การดำรงชีวิตในอวกาศไม่ต้องใช้น้ำมันจะใช้แสงแดดแทน เพราะมีเหลือเฟือ โดยจะสร้างแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่แค่ไหนก็ได้ รับรองไม่หล่นลงมาบนพื้นโลก เพราะในอากาศมีสภาพไร้น้ำหนัก สามารถรับแสงแดดได้ตลอดเวลาอีกทั้งไม่มีเมฆมาบดบัง

    ดร.อาจองบอกว่า องค์การนาซาวางแผนไว้ปี ค.ศ. 2020 มนุษย์จะลงไปบนดาวอังคารเป็นครั้งแรก เพื่อจะเริ่มไปเยี่ยมไปศึกษา อยู่ที่นั่นสักพักว่าจะอยู่กันได้สะดวกสบายแค่ไหน หลังจากนั้นจะเริ่มเอาคนไปอยู่สร้างตึกสร้างเมือง ตอนแรกจะมีเรือนกระจกแบบกลมๆ เราเข้าไปอยู่ในนั้นปลูกผักปลูกข้าว

    ต้นไม้บนดาวอังคารจะโตเร็วกว่าโลกของเรา ที่โตเร็วเพราะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เยอะ ต้นไม้ชอบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันเราไม่ต้องขนออกซิเจนไป ปลูกต้นไม้ก็คายออกซิเจนให้กับตัวเราได้

    เมื่อผู้คนอพยพมามากขึ้น อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ปกติบนดาวอังคารอุณหภูมิตอนนี้ติดลบ เมื่อมนุษย์อยู่มีเครื่องไม้เครื่องมือก็ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น แต่ตรงนั้นไม่ต้องห่วง เพราะอุณหภูมิต่ำอยู่แล้ว อุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส มนุษย์เข้าไปอยู่ได้อีกเยอะ และยิ่งอยู่เยอะยิ่งดีทำให้อากาศร้อนขึ้น

    ที่สุดแล้วเด็กในวันนี้จะเดินทางไปทำงานอวกาศแทนที่จะเดินทางไปตะวันออกกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น การเดินทางไปดาวอังคารจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาเหมือนกับการเดินทางขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ

    ระยะทางจากโลกไปดาวอังคารไม่แน่นอน บางครั้งอยู่ใกล้กัน บางครั้งไกลออกไป ตอนที่ผมไปช่วยเขาส่งยานอวกาศลงบนดาวอังคารใช้เวลา 11 เดือน แต่ระยะเวลาที่ใกล้สุดระหว่างดาวอังคารกับโลกคือ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับจังหวะว่าโลกจะหมุนเข้าใกล้ดาวอังคารช่วงไหนของปี

    "เราต้องมองการณ์ไกลเริ่มคิดได้แล้วว่า ประเทศอื่นส่งคนขึ้นไปบนอวกาศแล้ว ของเรายังไม่มีคนไทยขึ้นไปสักคน ไม่ใช่ว่าเราต้องสร้างเอง แต่เราไปร่วมมือกับเขาให้ส่งคนของเราขึ้นไปบ้าง เพื่อที่เราจะได้มีประสบการณ์ได้เรียนรู้ จีนเริ่มส่งขึ้นไปแล้ว มีทั้งญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง คนไทยเรายังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไป" ดร.อาจองกล่าวทิ้งท้าย

    ความหวังที่มนุษย์จะไปอยู่บนโลกใบใหม่ใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    บทความ วิกฤติโลกร้อน มนุษย์ย้ายไปดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020
     
  2. แน้ว

    แน้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2010
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +222
    *คนเก่ง คนฉลาด เป็นผู้สร้างกรรม ( ภาวะโลกร้อน ) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก แผ่นดินไหว เกิดพายุรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนทำให้คนล้มตาย แล้วคนเก่ง คนฉลาด ก็หนีไปอยู่ดาวอื่น
    *คนไม่เก่ง คนไม่ฉลาด เป็นผู้รับกรรม ( จากภาวะโลกร้อน ) เนื่องจากหนีไปที่ไหนไม่ได้ แล้วกฎแห่งกรรมทำงานอย่างไรครับ เนื่องจากคนทำกรรมหนีได้ คนไม่ได้ทำกรรมต้องรับกรรม
     
  3. sutanon

    sutanon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    1,553
    ค่าพลัง:
    +170
    -----------

    จงศรัทธาต่อกฏแห่งกรรม
    ถ้าจะต้องตายกันทั้งหมด คงเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
    ผู้ที่หนีไปใช่ว่าจะรอด คงไม่ตายดีไปกว่ากัน
     
  4. obs2553

    obs2553 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2011
    โพสต์:
    1,289
    ค่าพลัง:
    +176
    อยากให้มีคนไทยได้ไปร่วมทีมสำรวจอวกาศ


    สำหรับดิฉัน อวกาศเหมือนเป็นเรื่องในจินตนาการ เพราะที่ผ่านมาล้วนแต่ได้ยิน ได้ฟัง ได้เรียนรู้มาจากข้อมูลของคนอื่นๆ ไม่มีโอกาสที่จะได้รู้ได้เห็นกับตาตนเอง แต่ก็ยังอยากให้มีคนไทยได้ไปกับเขาบ้าง

    เห็นด้วยกับ ดร.อาจอง น่าจะมีมนุษย์อวกาศคนไทยได้แล้ว :cool:
     
  5. obs2553

    obs2553 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2011
    โพสต์:
    1,289
    ค่าพลัง:
    +176
    นึกถึงชื่อหนัง..กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน

    ร่วมคิดสนุกๆ ด้วยคนนะคะ

    คิดในอีกแง่ คนที่รอดอาจไม่ใช่ผู้สร้างกรรมกับโลกทุกคน
    แต่เขาถูกคัดเลือกให้ต้องรอดเพื่อไปสร้างเมืองใหม่ สังคมใหม่

    อาจมีคนเก่ง คนฉลาดที่เป็นผู้สร้างกรรมรอดไปด้วย
    แต่การต้องหนีไปอยู่ดาวอื่น ก็คงไม่ได้อยู่อย่างสบายนัก
    คงมีเรื่องให้ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดกันต่อไป
    นั่นก็คงเท่ากับว่าพวกเขาต้องรับผลกรรมที่ก่ออยู่เหมือนกันนะ

    แต่ที่สุดแล้ว สัจธรรมของชีวิตมนุษย์ คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
    ไม่ว่าจะหนีได้ หรือไม่ได้
    เก่ง-ฉลาด หรือไม่เก่ง-ไม่ฉลาด
    ก็ไม่พ้นสัจธรรมเหล่านี้อยู่ดี

    เหมือนที่เขาพูดกันขำๆว่า..ตายช้า ตายเร็ว ก็ตายเหมือนกัน
    เพียงแต่ใครตายเร็วกว่า ก็เป็นผีรุ่นพี่
    ใครตายช้ากว่า ก็เป็นผีรุ่นน้อง

    :VO
     
  6. mamboo

    mamboo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,129
    ค่าพลัง:
    +1,973
    ดร.อาจอง พูดเหมือนสารคดี ที่ mamboo ดูเมื่อ 4-5 ปีก่อนนี้เลยค่ะ ^^

    เมื่อ 4-5 ปีก่อน เขาก็บอกว่า เราต้องอพยพมนุษย์ไปดาวอังคาร ..

    แล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ที่ NASA ส่งยานกลับไปดวงจันทร์ โครงการ Back to the moon ก็เพราะว่า ดวงจันทร์ ทำเป็นน้ำได้ .. แล้วในอนาคต ดวงจันทร์จะเป็นแหล่งพลังงานให้กับดาวอังคาร

    แล้วก็เหมือน ที่น้องคนหนึ่งเค้าบอกเลยว่า .. เค้าเคยคุยกับมนุษย์ต่างดาว(ที่เป็นมนุษย์จากโลกอนาคต)

    น้องคนนั้นก็มองเห็นอนาคตว่า ต่อไปมนุษย์จะอยู่บนดาว 3 ดวง คือ ดาวโลก(คนจน) ดาวอังคาร(คนรวย บุคคลสำคัญ นักวิทยาศาสตร์) และ ดวงจันทร์(คนงานและนักวิทยาศาสตร์ วิศวะกร)
     
  7. n@kARin

    n@kARin Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +94
    อยากให้ไปให้หมดตอนนี้เลย ทั้งคนรวยและนักวิทยาศาสตร์ โลกจะได้สงบซักที ผมจะสร้างโลกนี้ให้น่าอยู่เอง อยู่แบบคนจนๆนี้แหละ ถ้าไอ้พวกนั้นมันทำลายดาวอังคาร กับดวงจันทร์ จนไม่สามารถจะอยู่ได้เมื่อไหร่ อย่ากลับมาโลกนี้อีกนะ จะไปอยู่ดาวดวงไหนก็ไป:boo:
     

แชร์หน้านี้

Loading...