วิชชาที่จะทำให้อยู่รอดจากยุคสมัยแห่งภัยพิบัติ

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย kananun, 17 กรกฎาคม 2006.

  1. imjoice

    imjoice เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2008
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +125
    ขอบคุณค่ะอาจารย์ เวลาเหลือน้อยแล้วใช่มั้ยคะ ส่วนการฝึกสมาธิให้จิตสงบเย็นและตั้งมั่น ต้องฝึกอย่างไหนคะ ขอถามแบบมือใหม่ค่ะ
     
  2. kungzaza88

    kungzaza88 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    414
    ค่าพลัง:
    +535
    งงที่จับภาพพระให้ใสเป็นเพชร ยังไงหรอครับ
    ถ้าผมปกติจับภาพรูปพระพุทธเจ้าแบบเหมือนภาพวาดตอนนั่งสมาธิอยู่ได้ป่าวครับหรือต้องเป็นภาพพระพุทธรูปอย่างเดียวแล้ว ให้ใสนี้ แบบเปร่งแสงสว่างๆสไวหรอแล้วเหมือนมีประกายเพชรป่าวหรือยังไงครับ
    ขอบคุณครับ
     
  3. Natachai

    Natachai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2009
    โพสต์:
    309
    ค่าพลัง:
    +934
    ที่บ้านคงมีแก้วน้ำนะครับ นึกไม่ออกว่าใสยังไง แก้วน้ำแก้วใสๆ
     
  4. ชัยมงคล

    ชัยมงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2007
    โพสต์:
    426
    ค่าพลัง:
    +2,472
    ดีใจจริงๆครับที่ได้มาเกิดในยุคนี้คุ้มค่ามากที่ได้ฝึกจิตฝึกใจ
    พอสถานะการณ์บีบคั้นในการดำรงค์ชีวิตมากขึ้น
    เหมือนเราอยู่ในเครื่องบีบคั้นน้ำผลไม้ 10>20>30>40>90>100
    ความอึดอัดทางกายทางใจเพิ่มมากขึ้น
    ใจที่ชอบสุขเกลียดทุกข์คงหาทางออกวิ่งกันพล่าน
    คงหาทางออกด้านทุจริตอกุศลมากขึ้นเพื่อแลกกับสุข
    ไล่มาจากคนฐานะตั่งแต่คนรับใช้ คนงาน ลูกจ้าง พ่อค้า ข้าราชการ นักการเมือง
    ได้เห็นลีลาการหนีทุกข์ของแต่ละคน ช่างวิจิตรพิสดารไม่เหมือนกัน
    คนที่มาเกิดเพื่อออกจากโลกเพื่ออยู่เหนือโลกยุคนี้เหมาะที่สุด
     
  5. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    จับภาพพระให้ใสเป็นเพชรที่ต้องกระทบแสงไฟครับ ใจเราเบาๆสบายๆ สงบเย็น เอาไว้ลืมตาเห็น หลับตาเห็น โดยเห็นด้วยใจ ที่ปราศจากข้อสงสัย
     
  6. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ตั้งแต่ วันฉัตรมงคล ที่ 5 พฤษภาคม 2554 ถึง 5 ธันวาคม 2554และตลอดไป จะมีการร่วมใจกัน ลงมือ ทำความดีถวายองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    โดยความดีดังกล่าวนี้ ตั้งใจให้แต่ละท่าน ลงมือ ทำความดีให้ครบ พันประการ พันสิ่ง พันครั้ง

    เมื่อผู้คน แสนคน แสนดวงใจ ร่วมใจกันทำความดี สร้างกุศล บุญย่อมปรากฏมากมายหาที่สุดไม่ได้ เป็นอภิจิต บุญมหากุศลที่มารวมเป็นหนึ่งเดียว

    และย่อนกลับมาเป็นบุญคุ้มครอง ผู้คนในชาติ คุ้มครองพระบวรพุทธศาสนนาและองค์พระมหากษัตริย์ต่อไป

    เมื่อบุญมวลรวมประชาชาติถักทอร่วมกัน ย่อมกางกั้นภัยพิบัติทั้งหลายให้บรรเทาเบาลงไป

    ขอให้ทุกท่านผู้มีจิตอันเป็นมหากุศล มีปัญญาอันละเอียดลึกซึ้งตรึกคิดเห็นในอานิสงค์ที่พึงเกิดต่อส่วนรวม มาร่วมใจกัน

    ลงมือทำความดีพันประการ

    เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน

    เพื่อให้ความดีแทนคุณพระบวรพุทธศาสนาและให้ความดีนี้สืบต่ออายุพระศาสนาตราบห้าพันปี

    เพื่อสนองพระเดชพระคุณองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำความดีให้บ้านเมืองของเราในทุกวิถีทาง

    เพื่อความดีงามในสังคมอันมี ศานติสุข ร่มเย็น

    เพื่อขัดเกลาใจเราให้เป็นกุศล

    และเพื่อความดีที่เราทำนั้นจะได้น้อมนำเราสู่เพื่อพระนิพพานเป็นที่สุดด้วยเทอญ
     
  7. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ความดีพันประการที่ส่งผลต่อตัวผู้ทำความดีนั้นเอง


    เมื่อผู้ทำความดีได้ลงมือสร้างมากขึ้น ดังเป็นการเอาน้ำดีมาไล่น้ำเสียออกไป โดยเราเองไม่ต้องไปเปรียบเทียบ ไปแข่ง ไปวัด ไปดู ไปติง ไปติคนอื่น เพียงเอาความดีที่ตั้งใจและได้ลงมือทำนั้นไปไล่ น้ำเสียหรืออกุศลออกจากใจของเราเองนั่นเอง เมื่อทำความดีคือกุศลมากเข้า ความชั่วก็ละลายค่อยๆหายไปจากจิตใจ ผลสะท้อนกลับทางโลกที่จะเห็นได้ก็คือ


    ใจเราอยากช่วยเหลือแบ่งปัน มากกว่าเป็นผู้เบียดเบียน
    ใจเรามีความสุขจากการให้ มากกว่าการเป็นผู้รับ ผู้กอบโกย
    ใจเราจดจ่ออยู่กับการทำความดี มากกว่าการคิดชั่ว คิดลบ
    ใจเราเกิดเมตตาจิต มากกว่าความคิดอาฆาตแค้นพยาบาท


    เราจะพบว่าจิตเราเป็นกุศลเป็นบุญเกิดความสุขความอิ่มเต็มภายในใจ เมื่อจิตเป็นกุศลก็ย่อมดึงดูดสิ่งดีงามมาสู่ชีวิต


    เมื่อจิตใจดี การคิดการเบียดเบียนกันก็ลดลง ศีลห้าก็พลอยบริสุทธิ์ พรหมวิหารสี่ก็พลอยเต็ม


    เป็นคนดีจากภายในใจ เป็นคนดีในความรู้สึกสัมผัสของคนรอบข้าง


    คิด พูด ทำแต่สิ่งที่สร้างสรรค์สังคม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีชาติศาสนา พระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง


    และแม้ความดีรวมตัว บารมีเต็มกุศลหนุนนำ ความดีนั้นย่อมส่งผลต่อมรรคผลทางธรรมได้


    หากความดีในแต่ละวันที่เราตั้งใจลงมือทำนั้น มี


    1.รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์
    2.มีความเคารพในพระรัตนไตรด้วยจิตนอบน้อมอ่อนโยนสิ้นสงสัยในธรรมทั้งปวง
    3.พิจารณาในธรรม อันได้แก่ความไม่เที่ยงแห่งร่างกายอัน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไปในที่สุด ด้วยความไม่ประมาทในสังขาร
    4.มีพรหมวิหารสี่เมตตาเต็มบริบูรณ์
    5.รักษาจิตให้เป็นกุศล ละดับอกุศลทุกประการ ประคองจิตให้ผ่องแผ้วเบิกบานใสประภัสสรเอาไว้


    จนธรรมทั้งห้าประการเป็นปกติของใจ เป็นธรรมชาติของจิต ก็จัดเป็นกำลังใจแห่งพระโสดาบันประอริยเจ้าเบื้องต้นแห่งพระพุทธศาสนา ปิดประตูนรกและอบายภูมิทั้งปวง


    ความดีพันประการที่ตั้งใจทำนั้น หากเราตั้งใจนำวาระแห่งนี้ พลิกจิตยกใจเราสูงขึ้นสู่กระแสโลกุตตระแล้วก็ยิ่งเป็น บุญ เป็นกุศลมหาศาลหาประมาณไม่ได้ จนเป็นเกราะแก้วคุ้มครองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ได้อย่างอัศจรรย์


    จิตอันตั้งไว้ดีแล้วย่อมนำประโยชน์สุขต่อตนเอง ต่อสังคมและส่วนรวมในที่สุด
     
  8. ชัยมงคล

    ชัยมงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2007
    โพสต์:
    426
    ค่าพลัง:
    +2,472
    ไม่ทราบว่า"เมตตาอัปปันนาณฌาณ"ที่อ.เล็กสอนอยู่หน้าไหนครับ
     
  9. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    อยู่ในช่วงค่อนข้างด้านหน้าครับ จะลองหาดูให้ครับ
     
  10. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    <table id="post4669664" class="tborder" align="center" border="0" cellpadding="6" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr valign="top"><td class="alt2" style="border: 1px solid #FFFFFF; border-top: 0px; border-bottom: 0px" width="175">เกษม [​IMG]
    ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิตพิเศษ

    [​IMG]

    วันที่สมัคร: Nov 2004
    ข้อความ: 7,085
    พลังการให้คะแนน: 4809 [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG]


    </td> <td class="alt1" id="td_post_4669664" style="border-right: 1px solid #FFFFFF">
    มงคลชีวิตข้อที่ ๒๕ มีความกตัญญู

    [​IMG]

    ความตัญญูคืออะไร ?

    ความกตัญญู คือ ความรู้คุณ หมายถึงความเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติปัญญาบริบูรณ์ รู้อุปการะคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน อีกนัยหนึ่ง ความกตัญญู หมายถึงความรู้บุญ หรือรู้อุปการะของบุญที่ตนทำไว้ รวมความแล้ว กตัญญูจึงหมายถึงการรู้จักบุญคุณ อะไรก็ตามที่เป็นบุญหรือมีคุณต่อตนแล้ว ก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่ลืมเลย

    สิ่งที่ควรกตัญญู

    1. กตัญญูต่อบุคคล คือใครก็ตามที่มีพระคุณต่อเรา ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงไรก็ตาม
    2. กตัญญูต่อสัตว์ คือสัตว์ที่มีคุณต่อเรา
    3. กตัญญูต่อสิ่งของ คือสิ่งใดก็ตามที่มีคุณค่าต่อเรา
    4. กตัญญูต่อบุญ คือรู้ว่าคนเราเกิดมาอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความสุขความเจริญ มีความก้าวหน้า มีทรัพย์สมบัติมาก ก็เนื่องมากจากผลของบุญ
    5. กตัญญูต่อตนเอง คือรู้ว่าร่างกายนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะใช้เอาศัยในการทำความดี ใช้ในการสร้างบุญกุศลนานาประการ เพื่อความสุขความเจริญก้าวหน้าแก่ตนเอง จึงทะนุถนอมดูแลร่างกาย รักษาสุขภาพให้ดี ไม่ทำลายด้วยการกินเหล้า เสพสิ่งเสพติด เที่ยวเตร่ดึกๆ ดื่นๆ และไม่นำร่างกายนี้ไปประกอบความชั่ว

    อานิสงส์การมีความกตัญญู

    1. ทำให้รักษาคุณความดีเดิมไว้ได้
    2. ทำให้สร้างคุณความดีใหม่เพิ่มได้อีก
    3. ทำให้เกิดสติ ไม่ประมาท
    4. ทำให้เกิดหิริโอตตัปปะ
    5. ทำให้เกิดขันติ
    6. ทำให้จิตใจผ่องใส มองโลกในแง่ดี
    7. ทำให้เป็นที่สรรเสริญของคนดี
    8. ทำให้มีคนอยากคบหาสมาคม
    9. ทำให้ทั้งมนุษย์และเทวดาอยากช่วยเหลือ
    10. ทำให้ไม่มีเวรไม่มีภัย
    11. ทำให้ลาภผลทั้งหลายเกิดขึ้นโดยง่าย
    12. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย
    ฯลฯ

    จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

    ที่มาhttp://yashima.exteen.com/20071028/entry
    <fieldset class="fieldset"> <legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG] [​IMG] [​IMG]
    </fieldset>


    ทษของการอกตัญญูต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ
    สืบเนื่องมาจากละครโทรทัศน์เรื่อง"ดอกส้มสีทอง"ที่สะท้อนความเสื่อมทรามของศีลธรรมในจิตใจมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้ที่ “เรยา” ตัว ละครเอกของเรื่อง ออกมาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ล่วงเกินต่อแม่บังเกิดเกล้าของตนเอง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอื้ออึง ถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมเช่นนี้ ผมจึงขออนุญาตินำเรื่องโทษภัยอันน่ากลัว 10 ประการ ของการอกตัญญูต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ มาแจ้งให้ได้รับทราบกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับเยาวชนทั้งหลาย จะได้พึงจดจำและงดเว้นที่จะทำตามพฤติกรรมอันไม่สมควรดังต่อไปนี้ครับ

    เหตุแห่งภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัว 10 ประการ

    ผู้บริสุทธิ์ที่บุคคลไม่ควรประทุษร้าย ไม่ควรปรามาส ไม่ควรล่วงเกินโดยประการทั้งปวงมิฉะนั้นจะเกิดภัยพิบัติ 10 ประการแก่บุคคลผู้ล่วงเกินและเป็นผลพวง นับเนื่อง ถึงบุคคลอื่น ๆ ซึ่งเป็นทายาทแห่งกรรมอันหนักนั้นด้วย ผู้บริสุทธิ์ที่บุคคลไม่ควรประทุษร้ายมีดังนี้:-

    - ผู้มีอุปการะก่อน โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น มารดา บิดา ฯลฯ

    - พระคุณครูอุปัชฌายะธรรมมาจารย์ผู้ทรงคุณทั้งหลายทั้งปวง

    - บรรดาลูกกตัญญูกตเวที พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

    - ผู้มีดวงใจอิ่มด้วยบุญ ทั้งที่เป็นมนุษย์หรือสรรพสัตว์น้อยใหญ่ แม้แต่รูปปั้น พระปฏิมากรของพระองค์ บรรดาผู้ทรงฌานบริสุทธิ์ ตลอดถึงผู้บรรลุธรรมตั้งแต่เบื้องต้นเป็นลำดับ ตั้งแต่พระอริยะเบื้องต้นตราบถึงพระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย

    - พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งปวง บุคคลทั้งปวงที่เป็นผู้บริสุทธิ์ สุจริต และมีดวงใจอันอิ่มด้วยบุญแม้แต่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชพุทธรรม

    - ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรทั้งหลายทั้งปวง ก็ตาม นับได้ว่า เป็นผู้มีพระคุณบริสุทธิ์โดยประการทั้งสิ้นทั้งปวง อันบุคคลมิบังควรประทุษร้าย มิบังควรปรามาส มิบังควรล่วงเกิน

    ภัยพิบัติ ๑๐ ประการมีดังนี้

    ภัย พิบัติ ๑๐ ประการ อันเกิดแต่การประทุษร้ายล่วงเกิน ปรามาสผู้ทรงคุณดังกล่าวบุคคลผู้กระทำกรรมหนักนั้น ย่อมได้รับผลอันเหมาะสมแก่การกระทำของตน ๑๐ ประการดังนี้.​

    ๑.แม้ มีเงินทอง ย่อมเปรียบเสมือนด้วยก้อนแห่งถ่านเพลิง แม้จับถือแล้วก็ต้องปล่อยทันที ไม่อาจเก็บงำไว้ได้เสมือนว่าเงินทองนั้นเป็นของร้อนเหมือนก้อนถ่านเพลิง ​

    ๒.แม้ ทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่ ย่อมเปรียบเสมือนกระเบื้องแตก มีความหมายว่า ถ้าเป็นกระเบื้องหลังคา ก็ไม่อาจกันร้อน ไม่อาจกันลม ไม่อาจกันฝนได้ ถ้าเปรียบด้วยกระเบื้องคือ ภาชนะ ก็ไม่อาจใส่อาหารได้อย่างโดยบริบูรณ์ ทรัพย์สมบัตินั้นเป็นทรัพย์สมบัติที่ใช้การไม่ได้ ประดุจดั่งว่า เมล็ดฝ้ายผุ ถูกหนอนเจาะเพาะไม่ขึ้น ทรัพย์สมบัติล้วนกลายเป็นของคนอื่น ทั้งหมดเขาเวนคืนหรือถูกยึดไป​

    ๓.บ้านแตก สาแหรกขาด ญาติพี่น้องแตกแยก ขาดความสมาน ขาดความปรองดอง ขาดความสามัคคี แม้นมียศศักดิ์ ฐานันดร อันสูงส่ง ก็เป็นคนปราศจากสง่าราศี เป็นคนไม่มีราศี ย่อมถูกบุคคลผู้เป็นคู่เวรกลั่นแกล้ง ถูกขุดคุ้ยเรื่องเลวร้ายให้ขยาย กระจายความขึ้นเกินกว่าเหตุ ถูกอาเภท ให้บุคคลคู่เวรได้ใส่ร้ายป้ายสี ต่าง ๆ นานา เป็นเหตุให้เป็นที่รังเกียจแก่ผองชนทั่วไป​

    ๔.ย่อมถูกราชทัณฑ์ ต้องโทษ ถูกจองจำ ถูกกฎหมายบีบบังคับ ให้ต้องอาญาร้ายแรง ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว​

    ๕.ย่อมเกิดทุกขเวทนาอย่างแก่กล้าแสนสาหัส โดยหาสมมุติฐานแห่งโรคไม่พบ​

    ๖.ย่อมเกิดโรคร้ายแรง เป็นที่ยิ่ง อันเป็นเหตุ ให้เกิดความทุกขเวทนาแสนสาหัส​

    ๗.อวัยวะร่างกายของเขา ย่อมพิกลพิการไป ด้วยเพราะการประสบอุบัติเหตุในลักษณะต่าง ๆ​

    ๘.จิตใจ ของเขาผู้นั้น ย่อมไม่อาจหยั่งลงสู่สมาธิรสอันลึกซึ้งได้ ขาดความปราโมทย์ ขาดความสดชื่น ขาดความแช่มชื่นจิต ขาดความปลื้มจิตปีติใจ จิตใจขาดความสุขุมเยือกเย็น ขาดความหนักแน่น ขาดความตั้งมั่นของจิตใจ จิตใจเสียการทรงตัว จิตใจมิอาจเข้าแถวเขาแนวให้เป็นระบียบได้ จิตใจซัดส่าย ฟุ้งซ่าน คิดมาก เกิดความเครียดอย่างแสนสาหัส เป็นเหตุให้เกิด โรคประสาทโรคจิต ชนิดต่าง ๆ ​

    ๙.ทุมเมโท.... เขาผู้นั้น ย่อมถึงแก่ความเป็นคนบ้า ควบคุมสติไม่อยู่ แม้นได้รับการบำบัดเยียวยา ด้วยหยูกยาต่าง ๆ ก็มิอาจบำบัดให้หายเป็นปกติได้​

    ๑๐.ปาว โก... เทวทัณโฑ อัสนี อันว่าไฟแห่งบาปเวร ผู้ชำระ อันเกิดขึ้นโดยเหมาะสม แก่การกระทำของตน ย่อมเผาไหม้สมบัติบ้านเรือน ปีละหนบ้าง สองหนบ้าง หากแม้นว่า อันว่าไฟแห่งบาปเวรผู้ชำระ มิล้างผลาญซึ่งสมบัติบ้านเรือนแล้วไซร้ เทวทัณโฑ อัสนี อันว่าอาญาแห่งเทพ คืออัสนีบาต ย่อมฟาดลงกลางกระหม่อม แห่งเขาผู้กระทำซึ่งกรรมนักนั้น (ฟ้าผ่า หรือไฟช๊อตตาย) อันเป็นลางร้ายเป็นความหมายแห่งไฟอันเกิดแต่ไฟแห่งอเวจี เข้ามาเผาผลาญเขาผู้นั้นให้ย่อยยับ เพื่อจักได้อบรมบ่มอุปนิสัยให้ได้เกิดความสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดี รู้ความบังควรหรือมิบังควร โดยประการไร ๆ​

    ดัง กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นภัยพิบัติ 10 ประการ ที่เกิดขึ้นจากการประทุษร้าย ปรามาสล่วงเกิน ท่านผู้บริสุทธิ์ดังกล่าว ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสเทศนาไว้แก่พุทธบริษัททั้งหลาย มีภิกษุ ภิกษุณี สามเณร สามเณรี สิกขมานา อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายทั้งปวง เป็นต้น​

    ซึ่ง ในปัจจุบันนี้ ปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนี้ ได้ประสบกันโดยมากและเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันโดยมาก และน่าสะพรึงกลัวมากอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น เหล่าบุคคล ผู้รักสงบ รักสันติสุข อย่างโดยชอบธรรม ควรแนะนำซึ่งกันและกัน ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และทั่วถึง ถึงสาเหตุแห่งภัยพิบัติ ๑๐ ประการนี้ แล้วพากันระงับเหตุแห่งภัยพิบัติทั้ง ๑๐ ประการดังกล่าว มิให้เกิดภัยพิบัติทั้ง ๑๐ ประการ อันน่าสะพึงกลัวดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ​

    ทั้ง แก่ตน คนที่รัก ญาติสนิท มิตรสหาย บริวาร และบุคคลอื่น ๆ ตลอดถึงเพื่อนร่วมชีวิต เพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งปวง ด้วยการพากันสำนึก พินิจตรึกตรองโดยอย่างถี่ถ้วนถ่องแท้ ว่า ณ ทุก ๆ ปัจจุบันขณะนี้ ทุกข์นี้มีมาแต่ไหน และจะดับเหตุแห่งทุกข์นี้ ด้วยวิธีประการไร จึงจะถูกวิธีอย่างโดยบริบูรณ์ อย่างโดยเร่งด่วน จงอย่าได้ประมาทในชีวิตอันน้อยนิดนี้ และจงอย่าได้เป็นผู้ต้องเสียใจ และเดือดร้อนใจในภายหลังเลย ​

    โพสต์โดยคุณ มุณีธรรม 28/02/2552 (2:56 pm)

    ที่มา http://www.navagaprom.com/oldsite/show1.php?id=642

    ขออนุญาตนำข้อความที่พี่เกษมโพสต์มาลงครับเพราะบางครั้ง เราปฏิบัติธรรมกันว่าเราก้าวหน้า ได้ญาณได้ฌาน แต่กลับละเลยคุณธรรมความดีพื้นฐานสำคัญของใจ คือความกตัญญู

    เมื่อวานนี้ผมได้ยินเรื่องราว ในงาน"หนึ่งพันความดี แสนดวงใจถวายแด่พ่อหลวง"

    เป็นเรื่องจริงที่ มีหญิงท่านหนึ่ง กราบเท้าคุณพ่อ คุณแม่ และนำน้ำมาชำระล้างเท้า ท่าน จากนั้นนำน้ำนั้นมาดื่มเป็นน้ำมนต์ น้ำมงคลแห่งชีวิต

    จนหลานสาวเธอเห็นและ "เกิดแรงบันดาลใจ" ทำสิ่งเดียวกันนี้กราบและล้างเท้าคุณพ่อคุณแม่ของตนเองบ้าง

    น่าชื่นใจเพียงใด ธรรมมะที่แท้จริง ย่อมนำศานติ งดงามสู่ดวงใจ ตนเองและผู้คนรอบด้านครับ

    </td></tr></tbody></table>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 พฤษภาคม 2011
  11. 99kansita

    99kansita เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    77
    ค่าพลัง:
    +310
    ขออนุโมทนาบุญกับพี่คณานันท์ในกุศลจิตทั้งหลายต่อมวลมนุษย์โลก
    และขอขอบคุณสำหรับคำสอน คำแนะนำที่มีประโยชน์ น้องขออนุญาตคัดลอก วิธีปฏิบัติไปอ่านทบทวนเพื่อทำความเข้าใจ เพื่อเป็นความรู้อันประเสริฐต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
     
  12. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ยินดีเผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทานต่อทุกๆดวงจิตครับ
     
  13. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ขอให้ท่านทั้งหลายจงอย่าได้ประมาทในชีวิตเพราะชีวิตเป็นของไม่เที่ยง

    ธรรมใดที่เจริญแล้วจงรักษา และพึงปฏิบัติให้ก้าวหน้า

    ธรรมใดที่ยังไม่ปรากฏก็จงทำให้ปรากฏกระจ่างแก่ใจจนสิ้นสงสัย

    พิจารณาน้อม ตรองใน ศีลว่า ศีลของเราสะอาดบริสุทธิ์ไหม เกิดจากภายในใจ หรือจากจิตที่ต้องฝืน รักษา หากต้องฝืนใจ เราพึงเจริญเมตตา พรมวิหารสี่ให้มากๆ

    พิจารณาน้อมในไตรสรณคมม์ ว่าใจเรามั่นคง เคารพ นอบน้อมอ่อนโยนในพระพุทธ พระธรรม พระอริยะสงฆ์เพียงใด ความสงสัยหวั่นไหวสั่นคลอนในคุณพระพุทธเจ้า มีไหม หมั่นพิจารณาในพระคุณของพระพุทธเจ้าเอาไว้ให้ละเอียด จนจิตน้อมยอมรับอ่อนโยน สลายความกระด้างทิฐิมานะอัตตาตัวตนของเราออกไปพร้อมๆกัน จนจิตเรานุ่มนวลอ่อนโยนนอบน้อมต่อพระรัตนไตรอย่างถึงที่สุด ในขณะเดียวกันก็เด็ดเดี่ยวมั่นคงในไตรสรณคมม์ด้วยชีวิต ด้วยเศียรเกล้า

    น้อมพิจารณาในธรรม โดยมองในกาย ในอสุภสัญญา ในมรณานุสติ ในอนิจจะลักษณะจนใจเรายอมรับความไม่เที่ยง ความไม่ใช่ ความไม่มี ความไม่เป็น ความไม่เกาะในกายเนื้อนี้ จนเกิดสังขารุเบกขาญาณ จิตที่รู้เท่าทันและปล่อยวาง เป็นอุเบกขาในร่างกายนี้ ไม่ทุกข์ ไม่กังวลกับกายจนเกินไป ดูแลรักษาไปตามสภาพ

    แต่เรารู้ว่าเราคือจิต อาทิสมานกายที่มาอาศัยขันธุ์ห้านี้ และอาทิสมานกายนี้ มีจุดหมายที่ไปคือพระนิพพาน

    นิพพานะปัจจะโยโหตุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

    ขอน้อมกราบในทุกกุศลเจตนาเพื่อพระนิพพานของท่านทั้งหลายด้วยเทอญ
     
  14. P.S._FabriNET

    P.S._FabriNET เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2010
    โพสต์:
    366
    ค่าพลัง:
    +803
    ความสามารถในสมาธิของผมยังไม่ไปถึงไหน แต่ความเคารพในพระรัตนตรัยนั้นมีอยู่เต็มหัวจิตหัวใจครับอาจารย์ และจะตั้งใจเพียรพยายามให้สำเร็จในขั้นสูงขึ้นต่อๆไปครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่อาจารย์เมตตาแนะนำสั่งสอนและคอยเตือนสติครับ สาธุ
    สัทธา ทานัง อนุโมทามิ
    สัทธา ทานัง อนุโมทามิ
    สัทธา ทานัง อนุโมทามิ
     
  15. Nakamura

    Nakamura Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2005
    โพสต์:
    2,002
    ค่าพลัง:
    +17,588
    เอาข้อธรรมอีกแง่มุมนึงที่ไม่ค่อยมีใครรู้มาฝากทุกท่านที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีฯครับ เรื่องการเป่ายันต์เกาะเพชร พระท่านเล่าให้ฟังว่า...

    "ศีล ๒ ข้อที่หลวงพ่อปานท่านให้รักษานี้ ก็คือศีล ๕ นั่นเอง คือไม่ลักขโมยชีวิตใคร ไม่ลักทรัพย์ใคร ไม่ลักคนในความปกครองของผู้อื่น ไม่ขโมยความจริง และไม่ดื่มสุราทำให้ขาดสติ อันจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ศีลทั้งหมดขาดได้"
     
  16. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    ละอกุศลทั้งของเราและของเขาออกไปจากใจ เพราะเมื่ออกุศลของเขามาอยู่ในใจเราเมื่อนั้นก็เป็นมลทิน ความเศร้าหมอง

    ยังกุศลจิต กุศลเจตนาให้มั่นคง กุศลใดปรากฏแล้วพึงรักษาไว้ กุศลใดยังไม่ปรากฏก็จงทำให้ปรากฏกระจ่างแจ้งแก่ใจของเรา

    ประคองจิตเราให้ผ่องแผ้วเบิกบาน ในธรรมฉันทะ ในไตรสรณะคมม์ ในอารมณ์พระนิพพานเป็นปกติ

    เมื่อนั้นเราย่อมเป็นผู้ปฏิบัติในแก่นแห่งพระพุทธศาสนา
     
  17. marine24

    marine24 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    2,224
    ค่าพลัง:
    +15,629
    ผมพึ่งรู้มาว่า ยันต์เกราะดังมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะทหารกองหนึ่งถวายอารักขาพระเจ้าตากสินขณะถอยร่นหนีกองทหารหงสาวดี กำลังน้อยกว่า แต่ต้านทานทหารข้าศึกได้ เพราะคงกระพันจากการสักยันต์เกราะเพชร
     
  18. kananun

    kananun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2006
    โพสต์:
    10,282
    ค่าพลัง:
    +114,774
    กำไล กำไร
    ได้มีโอกาสไปร่วมงานพระอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งท่านเมตตาลูกหลาน จัดงานพุทธาภิเษกอธิษฐานจิตกำไลให้ใส่เอาไว้ติดตัว
    เพื่อให้ชีวิตทุกๆคนโชคดีมีกำไรเงิน ทอง มีความคล่องตัวทางโลก
    และท่านขอให้ผู้เข้าร่วมพิธี
    - รักษาศีลห้าให้ได้อย่างน้อย วันละ 3 ชั่วโมง
    -มีความเคารพในพระรัตนไตร
    -และนำกำไรเงินทองที่ได้แบ่งไปทำบุญในสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์คือ สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
    ท่านเมตตากล่าวในพิธีว่า มีหลายต่อหลายคนที่ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมแต่ก็ยังลำบากอยู่ ท่านอยากช่วยให้ คนดีที่ทำให้ส่วนรวมสบายขึ้น จะได้เกิดกำลังความดี ปฏิปทาสาธารณะประโยชน์ในวงกว้างได้


    กลับมาที่บ้าน มีคนที่ได้ฝากกำไลไปเข้าพิธี โชคดี ได้มรดกเป็นบ้านและที่ดินอย่างไม่คาดฝัน


    ในเวลาที่ไม่ห่างกัน ก็ได้มีโอกาสไปฟังเทศน์ของพระอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านเมตตาสอนว่า ในเรื่องแห่ง ศรัทธา เรามีวิธีคิดพิจารณา ง่ายๆ เอาเรื่อง"กำไร"มาเปรียบเทียบ โดยที่ท่านยกมาเป็นเรื่อง ของบุญกรรม การเวียนว่ายตายเกิด เป็นข้อคิดของคนในยุคที่มีความสงสัย


    ท่านกล่าวว่า
    เรามาลองดูว่าหากเราเชื่อว่า บุญกรรมมีจริง การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง เราทำความดี เอาไว้ หากสวรรค์นรกมี เรากำไรหรือขาดทุน
    หากถึงสวรรค์นรกไม่มี เราทำความดีเอาไว้เราเป็นสุข ก็ก็ยังกำไรอยู่ดี


    แต่หากเราไม่เชื่อเรื่องของสวรรค์นรก เราทำตามอำเภอใจของกิเลส ไม่ทำความดี ไม่สร้างกุศล ประมาทในชีวิต
    หากนรก สวรรค์มีจริง เราขาดทุนอย่างแรง
    และหากไม่มี เราก็แค่เท่าทุน และยังขาดทุนที่เป็นผู้เบียดเบียนผู้อื่นสร้างศัตรูในระหว่างมีชีวิตเสียอีก


    คนเราสิ่งใดเป็นกำไร เราจงทำ หากสิ่งใดขาดทุนหรือเสมอตัวเราจะไปทำให้เหนื่อยทำไม
    เราทำบุญ เป็นกำไร เราทำ
    ส่วนการทำบาป ขาดทุน เราก็จงอย่าทำ
    ไม่ทำบุญ ไม่ทำบาปเป็นเพียงเสมอตัว กินทุนเก่า(กินบุญเก่า)


    ------------------------------------------------------------


    ก็ได้มาน้อมคิดพิจารณาต่อไปว่า เหตุที่ท่านเทศน์เช่นนี้ เพราะคนเราอยู่ในโลกแห่งทุนนิยม ยุคที่เงินทองมามีผลต่อจิตใจค่อนข้างสูง เมื่อยกเรื่อง กำไล กำไรมาเทศน์เป็น สติเมื่อมองเห็นกำไลที่ข้อมือ เป็นเครื่องเตือนใจ เครื่องสะกิดใจเราได้ง่ายกว่า


    คนเราทุกคนชอบกำไร อยากมีกำไรกันทุกๆคน
    ไม่มีใครสักคนที่อยากขาดทุน


    ก็มาได้ข้อธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นว่า


    ต่อไปเราจะเป็นผู้ที่มี กำไรเงินทอง กำไรธรรม กำไรบุญ กำไรกุศล กำไรชีวิต โดยน้อมนำมาสู่การปฏิบัติว่า


    สิ่งใดที่เราทำแล้ว ขาดทุนเราไม่ทำ


    สิ่งใดที่ทำแล้ว กำไรเราทำให้มาก


    กำไรเงินทอง
    สิ่งใดที่คิดแล้ว ลงมือแล้ว ทำให้การทำงานอาชีพ องค์กร บริษัทเรารุ่งเรือง มีกำไรเราทำให้มากๆ นำพลัง ความร่วมมือ ความคิดบวกความคิดดีๆมาร่วมกันทำให้เกิดกำไรเงินทอง
    สิ่งใดคิด และหากทำ จะส่งผลเสีย ขาดทุน เราไม่ทำ เราหยุด เราไม่เอาถึงแม้จะเพียงเสมอตัวเราก็ไม่ยอมเหนื่อยเปล่า ไร้ประโยชน์เราไม่ทำ


    กำไรธรรม
    สิ่งใดที่เราที่เราพิจารณาในธรรมแล้วธรรมย่อมเจริญงอกงามแผ่ไพศาลในใจของเรา ถ่ายทอดแบ่งปันสู่ใจของผู้อื่นด้วย เราย่อมเกิดกำไรในธรรม ยังให้ระดับภูมิธรรมของเราสูงขึ้น เราทำให้ยิ่ง


    สิ่งใดที่ปั่นทอนกระทบต่อธรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นจากภายในใจเรา หรือจากบุคคลภายนอกมากระทบให้หดหู่เศร้าหมอง คิดว่าคิดเช่นนี้ ขาดทุนแล้วหนอ เราละเสีย ดับเสียทันที


    กำไรบุญ
    สิ่งใดที่เราทำแล้วเกิดเป็นบุญเป็นความดี ทั้งต่อตัวเราและบุคคลอื่น เราจงยินดีว่าเรามีกำไรหนอ เราได้ทำบุญ โอกาสอันดีเกิดขึ้นต่อเราแล้วหนอ ยิ่งเราโมทนาบุญ เราได้แบ่งบุญให้ผู้อื่น เรายิ่งมีกำไรมหาศาล ยิ่งเป็นบุญในปฏิปทาสาธารณะประโยชน์ ยิ่งกำไรบุญมหาศาล ยิ่งชื่นใจยิ่งสุขใจ
    สิ่งใดที่เราไปติไปว่า ไปบั่นทอนความดีผู้อื่น ทำลายความดี ทำลายกำลังใจในการทำความดีผู้อื่น เราขาดทุนป่นปี้ สิ่งเหล่านี้เราไม่ทำ ไม่โมทนาบุญผู้อื่นเราก็แค่เสมอตัวทั้งที่เราหากำไรบุญฟรีๆง่ายๆจากการ อนุโมทนาเราควรทำดีไหม


    กำไรกุศล
    สิ่งใดที่เราคิดแล้ว เราพูดแล้ว เราทำแล้ว เกิดกุศลจิต คือเกิดความสุขความสบายใจความผ่องใส ทั้งต่อจิตใจของเราเองและต่อจิตใจของคนอื่นก็ตาม นั่นคือหัวใจของเราเกิดกำไรกุศลขึ้น ยิ่งผ่องใสมากยิ่งกำไร ยิ่งผู้คนที่เรารู้จักรอบๆตัวเรา มีจิตผ่องใสไปด้วยยิ่งกำไรทวีคูณเพราะต่างฝ่ายก็จะยิ่งแบ่งกำลังใจ กระแส รัศมีของความดี ความผ่องใสและสร้างสิ่งดีๆให้เกิดมากขึ้น มากขึ้นยิ่งเป็นกำไรแห่งกุศลที่ไม่มีที่สิ้นสุด


    พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าการทำสมาธิจิตให้ผ่องใสเพียงเวลาชั่วช้างกระดิกหูงูแลบ ลิ้นก็เกิดกุศลมหาศาลแล้ว เราจะประคองรักษาจิตให้ผ่องใสตลอดไปให้ยิ่งเกิดกำไรกุศล


    สิ่งใด การกระทบจากบุคคลใด การกระทบจากอายตนะใดคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อารมณ์จิต ให้เศร้าหมอง เรื่องกล่าวร้าย การนินทากัน การปรุงแต่งใจไปในทางลบ การคิดลบ คิดห่วง คิดกังวล เราไม่พูด เราไม่ฟัง เราไม่เอาไปคิด เราไม่เก็บไปคิด
    แค่ไปฟังก็ขาดทุน
    ไปพูดต่อเกิดความแตกแยก เราก็ขาดทุน
    คิดคิดต่อเกิดความเกลียดชังกัน เรายิ่งขาดทุนป่นปี้
    ฟัง แล้ว พูดแล้ว คิดแล้ว ใจเราสุขสบายผ่องใส หรือเกิด อคติ เกิดความระแวง เกิดความเกลียดชังแตกแยก ตกลงกำไรหรือ ขาดทุน ขาดทุนมากหรือหรือขาดทุนน้อย และเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของเรา หรือเรื่องของเขา
    ทำไมเรามาขาดทุนมหาศาล ทั้งเสียความรู้สึก เสียเวลา เกิดอกุศลจิต เกิดวจีอกุศล ไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องได้ขนาดนี้หนอ
    เมื่อเกิดปัญญาแล้วเรา รู้ว่าขาดทุน เราก็ละเสีย ละให้สิ้นจากใจเรา ไม่เอาไม่พบ ไม่คบกับอารมณ์จิตแบบนี้อีก
    เราจะมีจิตที่ผ่องใส คิดดี คิดเป็นบวก คิดเป็นบุญ คิดเป็นกำไรกุศลเท่านั้น เพื่อใจที่เป็นสุข


    กำไรชีวิต


    สิ่งใดทำให้ชีวิตของเราเกิดคุณค่าขึ้นต่อผู้อื่นเราทำ สิ่งใดที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นเราทำ สิ่งใดที่ส่งเสริมเชิดชูคุณค่าความดีงามของผู้คนและสังคมเราทำ เพราะสิ่งต่างๆที่ดีงามเหล่านี้ คือคุณค่าแห่งการมีชีวิต ไม่สำคัญว่าเราเกิดที่ไหน เกิดในสกุลใดประเทศใด แต่สำคัญที่เรามีชีวิตอยู่เยี่ยงใด
    มีชีวิตอย่างเกิดคุณค่าต่อโลกใบนี้ไหม
    มีชิวิตที่มีคุณค่าต่อสังคม ประเทศชาติไหม
    มีชีวิตอย่างมีคุณค่าเป็นกำลังใจเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างได้ไหม


    ยิ่งเรามีชีวิตอย่างมีคุณค่ามากเท่าไร เรายิ่งมีกำไรชีวิตมหาศาล


    หากชีวิตเราทำลายชีวิตอื่น กอบโกย สูบกินทำลายล้างทรัพยากรโลกอยู่โดยการเบียดเบียนกัน เมื่อนั้นเราใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าและทำลายคุณค่าของโลกใบนี้ เป็นชีวิตที่สูญเปล่าและขาดทุนอย่างสิ้นเชิง


    พลิกใจ พลิกความคิด พลิกชีวิตขึ้นมาใหม่ สร้างกำไรให้ชีวิต โดยการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า


    สิ่งที่เคยพลาดที่เคยผ่านมา เราพลิกมาเป็นบทเรียนแห่งชีวิตที่เราจะไม่ผิดซ้ำ และเราใช้เป็นแรงบันดาลใจต่อเราเองและคนอื่นให้ สร้างชีวิตเราให้เกิดคุณค่าได้


    เมื่อเกิดเป็นมนุษย์แล้วจงใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าสูงสุดเท่าที่ศักยภาพเราจะพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด


    เพราะเมื่อเราละจากโลกนี้ไปแล้ว เราจะไม่เคยนึกเสียใจ ไม่นึกห่วง หรือยึดติดใดๆเลย เพราะเราใช้ชีวิตนี้อย่างมีคุณค่าที่สุดแล้ว


    ตั้งใจและบอกกับใจเราเอง ว่า เราจะเป็นผู้มีกำไรเงินทอง กำไรธรรม กำไรบุญ กำไรกุศล กำไรชีวิต ทั้งหมดนี้ มีกำไรที่เห็นสัมผัสรู้สึกได้อย่างชัดเจนทุกลมหายใจว่า เราเกิดกำไรแห่งความสุขตลอดไปตราบถึงซึ่งพระนิพพาน


    หลวงพ่อท่านพูดตอน รับสังฆทานเสมอ


    "รวยชาตินี้ นิพพานชาตินี้"


    รำลึกเสมอว่าให้ชีวิตเรา กำไรความสุข ความคล่องตัว กำไรบุญ กำไรกุศล กำไรความดี และที่สำคัญที่สุด เพื่อพระนิพพาน
     
  19. Saksurat

    Saksurat เป็นที่รู้จักกันดี Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    115
    ค่าพลัง:
    +529
    สวัสดีครับ คุณ kananun
    ถ้าเริ่มตอนนี้จะทันไหมครับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจการปฏิบัติสมาธิมาก่อน
    จะกระทั่งได้มาบวช แล้วได้ปฏิบัติ รู้สึกดีมาก ผมเลยค้นหาข้อมูลการทำสมาธิอย่างละเอียดจนเจอเว็บนี้เข้า และได้ทราบว่ามีพยากรณ์แบบนี้ด้วย ผมคิดอยากจะช่วย ครอบครัว และเพื่อนๆ ให้พ้นจากมหันตภัยนี้...ส่วนขั้นตอนในการบูชาครูนั้นเหมือนกับฆารวาสเลยหรือเปล่าครับ

    ต้องขออภัยหากเป็นการไม่เหมาะสม แต่ผมเป็นเพียงสมมติสงฆ์ ที่ยังมีกิเลสหนากว่าอีกหลายท่านในที่นี้นัก
     
  20. คุชินาดะ

    คุชินาดะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    141
    ค่าพลัง:
    +1,215
    ขออนุโมทนากับคำสอนของอาจารย์คณานันท์ด้วยค่ะ


    fishh_
     

แชร์หน้านี้

Loading...