วิญญาณทหารพม่า

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย mahamettayai, 16 พฤศจิกายน 2013.

  1. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    วิญญาณทหารพม่ามาขอส่วนบุญ ​


    เรื่องนี้ โพสต์ไว้โดยท่านพุทธวิริโย ภิกขุ

    เป็นประสบการณ์ของพระรูปหนึ่งที่ท่านพาญาติโยมไปทำบุญเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้แด่สรรพวิญญาณคนไทย ที่สถิตย์อยู่ ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร(เขตอรัญญิก)และบริเวณใกล้เคียง

    จุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มบุญกุศลและส่งวิญญาณเหล่านี้ให้ไปผุดไปเกิดเป็นมนุษย์ต่อไป

    ซึ่งวิญญาณคนไทยเหล่านี้ บ้างก็เป็นทหารเก่า บ้างเป็นชาวบ้าน บ้างเป็นชาววัง บ้างเป็นชาววัดผู้ปฏิบัติธรรม ซึ่งชาวไทยเหล่านี้ เวลาว่างจากทำไร่ทำนาก็มาปฏิบัติธรรม ณ บริเวณวัดเหล่านี้


    วิญญาณเกือบทั้งหมดที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากสงครามในตอนเสียกรุงครั้งที่ ๒ เพราะถูกศาตราวุธของผู้รุกรานปลิดชีพ

    ดังนั้น แม้ว่าหลายวิญญาณจะเคยเป็นมนุษย์ที่ดี แต่ในขณะที่เสียชีวิต ดวงจิตเศร้าหมอง (ตายโหง) จึงไปสุ่คติโลกสวรรค์ไม่ได้ (จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา) วิญญาณจึงติดอยู่ในบริเวณนี้ รอพบญาติในอดีตชาติมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

    ก่อนเดินทางไปทำบุญประมาณ 1 อาทิตย์ ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ น. ท่านได้นั่งรับแขกที่พระอุโบสถวัดอินทาราม เพื่อรับสิ่งของและจตุปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคอาทิ พระพุทธรูป ผ้าไตร สังฆทาน และธงธรรมจักร เป็นต้น เพื่อนำไปทำบุญตามวันที่กำหนดไว้

    หลังจากญาติโยมชุดแรกกราบลากลับไป ท่านผล็อยหลับไป แล้วฝันทันที ในความฝันนั้นชัดเจนมาก จนรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเรื่องจริง

    [​IMG]

    ในความฝัน ท่านได้นั่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง สักพักมีคนจำนวนหลายพันนายเข้ามากราบ สังเกตการแต่งตัวก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทย

    เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดจึงเห็นว่าหัวหน้าคณะเป็นทหารพม่าโบราณ ส่วนลูกน้อง แต่ละคนมีใบหน้าซูบซีดเหมือนผีดิบ (ซอมบี้) แต่งตัวซอมซ่อ เหมือนคนมีทุกข์ เมื่อพวกเขากราบเสร็จแล้ว

    หัวหน้าคณะ(ทหารพม่า ) : “ท่านครับ ได้ข่าวว่าวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มีนาคมนี้ คณะของพวกท่านจะไปทำบุญที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรใช่ไหมครับ”

    พระ : “ใช่ จะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วิญญาณชาวไทยให้ไปผุดไปเกิด”


    หัวหน้าคณะ(ทหารพม่า) :
    “ท่านครับ ช่วยบอกลูกศิษย์ท่านให้อุทิศส่วนกุศลให้พวกผมด้วยครับ”

    พระ : “พวกโยมเป็นใคร มีความเกี่ยวพันอะไรกับสถานที่ตรงนั้น”

    หัวหน้าคณะ (ทหารพม่า) : “ผมเป็นทหารพม่าที่มารบและเสียชีวิต ณ บริเวณนั้นครับ”
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    [​IMG]

    พระ : “อ้าว เป็นทหารพม่า มาฆ่าฟันคนไทยแล้วยังจะมาขอส่วนกุศลกับพวกเขาอีก ถามจริง ๆ เถอะ ที่โยมมารบกับไทยนี่ เต็มใจมาหรือเปล่า ?”

    ทหารพม่า: “เปล่าครับ พวกผมถูกเกณฑ์มา ทุกคนต่างก็มีลูกมีเมียและห่วงครอบครัวกันทั้งนั้น แต่ขัดพระบรมราชโองการกษัตริย์พม่าและพวกแม่ทัพผู้บ้าอำนาจไม่ได้

    ถ้าพวกผมไม่มารบ หัวขาดตั้งแต่อยู่หงสาวดีแล้วครับ เวลาชนะศึก พวกผมก็ไม่ได้เป็นวีรบุรุษ เวลาแพ้ก็เป็นผีไม่มีญาติ”


    พระ : “ในเมื่อพวกโยมอยู่บริเวณนี้มานานตั้ง ๒๐๐ กว่าปีแล้ว เวลาคนไทยทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้สรรพวิญญาณ ไม่ได้รับหรอกหรือ ?”

    วิญญาณทหารพม่า : “ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับหรอกครับ เพราะถึงแม้คนไทยจะทำบุญบ่อย แต่พอถึงตอนกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล จิตจะกั๊กบุญไว้ อุทิศบุญให้แต่พวกเดียวกัน ไม่ยอมอุทิศให้ทหารพม่าอย่างพวกผมหรอกครับ เพราะความเกลียดชังที่มีมาแต่เดิม.....

    .....ท่านครับ วิญญาณชาวไทยที่อยู่บริเวณนี้ลำบากแค่ไหน พวกผมลำบากยิ่งกว่านั้นหลายสิบเท่า เพราะพวกผมแทบจะไม่มีใครนึกถึงและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เลย พวกผมจะได้รับส่วนกุศลก็ต่อเมื่อมีคนดีมาก ๆ ทำให้เท่านั้น”

    พระ : “แล้วโยมเป็นนายทหารมียศชั้นไหน ?”

    วิญญาณทหารพม่า : “ยศของผมถ้าเทียบกับปัจจุบันก็อยู่ประมาณนายพันครับ”

    พระ : “แล้วพวกแม่ทัพพม่าไปไหนกันหมด”

    วิญญาณทหารพม่า : “พวกแม่ทัพ ถ้าไม่ไปสวรรค์ก็ไปนรกกันหมดแล้วครับ ที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นพวกทหารชั้นผู้น้อยและชาวเมืองที่ถูกเกณฑ์มาจากหัวเมืองต่าง ๆ พวกนี้มีหน้าที่ทำนาและส่งเสบียงแก่กองทัพ พวกนี้ไม่ได้มีจิตโหดร้าย ไม่ได้คิดร้ายต่อคนไทย ดังนั้นเมื่อตายไปจึงไม่ไปนรก แต่ติดขัดอยู่บริเวณนี้ รอผู้มีบุญทำบุญให้”

    พระ : “แล้วพวกเขาจะเชื่ออาตมาหรือ ? เพราะคนไทยส่วนใหญ่เกลียดพม่ามาก”

    วิญญาณทหารพม่า : “เชื่อครับ แต่ถ้าท่านอธิบายให้พวกเขาฟัง และอีกอย่าง คณะลูกศิษย์ท่านเป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์ เมื่อพวกเขาทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลมาให้ พวกผมจะหลุดพ้นจากความยากลำบากในทันที”

    พระ : “ OK จะบอกเขาให้”

    ก่อนลากลับ วิญญาณทหารพม่ากล่าวอีกว่า “ท่านครับ ท่านเป็นพุทธ พวกผมก็เป็นพุทธ ถ้าชาวพุทธไม่ช่วยชาวพุทธ แล้วใครที่ไหนจะมาช่วยเราละ ???”

    ขอบคุณรูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต

    �ԭ�ҳ���þ���
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. makigochan

    makigochan ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,182
    ค่าพลัง:
    +42,418
    คงจะเป็นเช่นนั้นจริงค่ะ เพราะเวลาเรากรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เราแทบไม่เคยนึกถึงวิญญาณนักรบเหล่านี้

    น่าสงสารวิญญาณทหารพม่า ขอให้พวกท่านไปสุ่สุขคติด้วยเทอญ
     
  4. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    ใช่ ค่ะ... คนไทยส่วนใหญ่จะถูกสอนให้ โกรธ เกลียด ตั้งแต่เด็ก สมัยเด็กตอนเรียนประวัติศาสตร์ ก็เคยรู้สึกว่า ไม่ชอบ มีอคติกับชนชาตินี้

    แต่พอมารู้ว่าอะไร เป็นอะไรมากขึ้น ทำให้ได้คิดว่า เวลาเราชนะศึก เราก็กวาดต้อนผู้คนเค้ามา พอเค้าชนะ เค้าก็กวาดต้อนผู้คนเราไป ที่เค้าเรียกว่าเทครัว

    กว่าจะมาถึงตอนนี้ผ่านมาตั้งหลายร้อยปี ก็ไม่รู้ว่าผสมกันทางชาติพันธุ์ แทบจะแยกไม่ออกแล้วมั้ง เลยเลิกเกลียด เลิกโกรธนานแล้ว

    ก็น่าเห็นใจ ทหารระดับชั้นผู้น้อย ทั้งทหารไทย ทหารพม่า เพราะบางรายก็ไม่ได้เต็มใจมารบ ต้องจากลูกจากเมีย จากบ้านเกิดเมืองนอน

    ยิ่งมาตายนอกบ้านเกิด เมืองนอน อย่างนี้ด้วย ยิ่งลำบากใหญ่ ไม่มีใครอุทิศบุญไปให้ ทำให้นึกถึงบรรพชน บรรพบุรุษไทยที่ต้องไปตายอยู่ที่โน่นเหมือนกัน

    ว่าแต่ แกเข้าใจพูดทิ้งท้าย ให้รู้สึกเห็นใจ "ท่านครับ ท่านเป็นพุทธ พวกผมก็เป็นพุทธ ถ้าชาวพุทธไม่ช่วยชาวพุทธ แล้วใครที่ไหนจะมาช่วยเราละ ???”

    พูดหยั่งงี้ ถ้าไม่อุทิศบุญให้ ก็ใจดำเกินไปแล้ว
     
  5. wainkam

    wainkam เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กันยายน 2011
    โพสต์:
    759
    ค่าพลัง:
    +887
    น่าเห็นใจมากครับ ไม่ว่าชาติใด ศาสนาใดก็ตาม ก็เป็นดวงจิตเวียนว่ายตายเกิดในวัตตะเหมือนกันทั้งนั้นย่อมเป็นสหายร่วมวัตตะด้วยกัน
     
  6. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,012
    ค่าพลัง:
    +30,310

    เรื่องการอุทิศส่วนกุศลนะครับ.ไม่ว่าจะเคยเกิดเป็นชนชาติใดในโลกนี้ก็ตาม
    ถ้าเราอุทิศส่วนกุศลให้แบบการสร้างทานบารมี ณ จุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้นครับ
    .ส่วนเค้าจะรับได้หรือรับไม่ได้อีกเรื่องหนึ่งครับ

    ในประเด็นแรกนะครับ.อาจเป็นได้หลายๆกรณี้..
    ถ้าอ่านจากเรื่องที่นำมาลง..บุญที่ได้รับจากการอุทิศส่วนกุศล
    ในครั้งนี้สามารถทำให้ดวงวิญญานกลุ่มนี้ยกระดับภพภูมิสูงขึ้นได้แล้วเนื่องจาก

    .ระยะเวลาที่ได้เสียชีวิตมาจะมากกว่าอายุจริงๆบนโลกถ้าหาก
    ยังมีชีวิตอยู่..แต่หลังจากยกระดับภพภูมิแล้วจะไปไหนต่อเป็นคนละประเด็น
    แต่มีข้อสะกิดใจอะไรไหมครับว่า เวลาบนโลกผ่านมาแล้วตั้ง ๒oo ปี
    ทำไมถึงยังอยู่จนปัจจุบันนี้.
    .อาจจะเพราะมีวิบากกรรมตัวอื่นๆมาร่วมด้วย.หรือ
    ๒.เป็นเพราะการวางใจที่ยังไม่เป็นกลางเลยทำให้รับบุญยังไม่ได้เลย..
    ๓.หรือว่าวางใจเป็นกลางได้และรับทุกครั้งได้..แต่ได้ทีละเล็กละน้อยและสะสมมาจนถึง
    ในระดับที่เพียงพอให้เปลี่ยนภพภูมิได้ ณ เวลานี้พอดี..
    ๔.รับไม่ได้เลยแต่ระยะเวลาผ่านมานานเพียงพอจนพอมีกำลังในการไปปรากฏในลักษณะความฝันเสมือนจริงๆได้..
    ประเด็นเรื่องการทำบุญอุทิศส่วนกุศล.เป็นเรื่องปกติครับที่เราจะอุทิศ
    แบบเฉพาะเจาะจง.เพราะว่าเหตุการณ์ก็ได้ล่วงเลยมานานแล้ว.
    แต่ส่วนตัวคิดว่าผู้ที่อุทิศส่วนกุศลคงไม่ได้คิดแค้นทหารพม่าในอดีตกันทุกคน
    อะไรหรอกครับตามที่วิญญานทหารพม่าตนนั้นกล่าวเพราะบุคคลที่จะอุทิศ
    ส่วนกุศลมักจะมีเมตตาเป็นทุนเสมอครับ..เท่าที่ดูจากลักษณะสีผิวของดวงวิญญาน
    .
     
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,012
    ค่าพลัง:
    +30,310
    เป็นเพราะสาเหตุที่ตนเองเสียชีวิตและอยู่มานานจนพอมีกำลัง
    จิตสะสมเพียงพอ.และถึงเวลาที่จะยกระดับภพภูมิได้พอดี...
    ถ้าเป็นอย่างที่วิญญานกล่าวนะครับ.ก็คงจะต้องเป็น
    ในกรณีที่ จ.กำแพงเพชรจะเคยไม่มีผู้ที่สามารถอุทิศส่วนกุศล
    แบบขยายบารมีได้มาก่อนและไปบริเวณนั้นมาก่อนเลยครับ
    .คนที่อุทิศส่วนกุศลบ่อยๆมันจะมีสัญญานรับรู้ได้ดีในระดับหนึ่ง.
    และคนแบบนี้จะอุทิศเจาะจงอย่างเดียวก็คงยากเหมือนกันครับ.

    .ไม่งั้นคงไม่มาถึงการมีสัญญานรับรู้ในเรื่องนี้ได้.
    คิดว่าเป็นเพราะว่าหลายๆสาเหตุร่วมที่
    ทำให้ดวงวิญญานหลายๆดวงยังรับไม่ได้มากกว่าครับ..
    วิญญานแบบนี้อย่าคิดว่า..จะไม่มีพวกได้คืบจะเอาศอกนะครับ..
    และอย่าคิดว่าพูดเบี่ยงเบนประเด็นไม่ได้..แทนที่จะรับบุญเพื่อ
    ยกระดับภูมิจิตตนเอง กลับคิดจะแปรสภาพบุญเป็นไปตามกิเลส
    ในใจตนตั้งแต่สมัยยังมีชีวิตอยู่ก็มีครับ..
    ปกติดวงวิญญานแบบที่จะสามารถยกระดับภพภูมิได้จากการอุทิศ
    ส่วนกุศลมักจะมาให้เห็นแต่ไม่พูดอะไร..แต่ควรต้องระวังในกรณี
    แบบนี้ ถ้าพูดได้อย่างนี้ .อย่าเชื่อในทุกเรื่องที่เค้าพูดแต่การทำบุญ
    อุทิศส่วนกุศลให้ควรต้องทำ.กรณีมาแบบพูดได้อย่างนี้ส่วนตัวเคย
    เจอมาบ้างแล้ว.เลยพอเข้าใจ..

    และเหตุให้นึกไม่ถึง.เรื่องการอุทิศส่วนกุศลถ้าหากไม่ได้ฝึกมาก็อยากที่จะคิดเรื่อง
    ทำนองนี้ได้เหมือนได้กัน
    ถ้าไม่ใช่สายบารมีของหลวงปู่มีชื่อท่านหนึ่งในปัจจุบันที่ท่านสอนอยู่
    ต่อให้อยู่ในสายท่านบางคนก็อาจจะลืมประเด็นนี้ได้ครับ...
    แต่ถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไรและไม่เก็บเอาเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาเป็น
    ประเด็นอะไรหรือเป็นข้อแม้อะไรในการอุทิศส่วนกุศล.
    และมั่นใจในกำลังสมาธิของเรา.ถ้าเราอยู่บริเวณนั้นเราบอกว่า
    ขออุทิศส่วนกุศลให้ทุกๆดวงจิต ณ บริเวณนั้น บอกเค้าด้วย
    ให้วางใจเป็นกลางและให้กล่าวคำว่าโมทนาด้วย
    เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับแทนก็ได้ครับ.
    ไม่มีปัญหาอะไร
     
  8. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    อนุโมทนา ค่ะ ท่าน nopphakan

    เคยมีประสบการณ์ เจอดวงวิญญาณมาขอส่วนบุญ ไม่ใช่ทหารพม่า แต่น่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่า มานั่งเป็นเงาดำทะมึน อยู่เฉยๆ เต็มห้องพัก (แพรีสอร์ท ) ในเขื่อนแห่งหนึ่ง

    เพียงแค่ก่อนจะเข้าที่พัก พูดขึ้นขณะอยู่ในรถว่า เออ..ดีแฮะ..แถวนี้มีวัดอยู่ใกล้ ๆ ด้วย พรุ่งนี้ไปใส่บาตรดีกว่า แล้วก็ชวนผู้ที่พักห้องเดียวกัน อีก 2-3 คนไปด้วย

    ตอนกลางคืนก็ช่วยกันเตรียมของใส่บาตรเพื่อให้ครบตามจำนวนพระในวัด ปรากฎว่าเช้ามืดวันถัดมา ฝันเห็นเงาคนทั้งหญิงและชาย มองไม่เห็นหน้า เหมือนมานั่งรออะไร อยู่อย่างสงบเรียบร้อย

    (แต่ความรู้สึกเหมือนตื่นขึ้นมาเห็นคนนั่งอยู่เต็มห้องจริง ๆ )

    ตอนเช้าตื่นขึ้นมา ยังคิดว่าใคร (ฟะ) มานั่งทำอะไร ???เต็มห้องเราไปหมด ก็ ไม่ได้คิดอะไร ไปวัดเสร็จ ก็กรวดน้ำอุทิศบุญกุศล ทุกภพภูมิ รวมทั้งสัมภเวสี เร่ร่อน(ตามปกติอยู่แล้ว)

    ตอนนั้นไม่ทราบว่า มีดวงวิญญาณมารอรับส่วนบุญ กลับมาจากวัดคุยกับเด็กที่นอนเป็นเพื่อน ว่าเมื่อคืนมีใครเข้ามาทำอะไรในห้องรึป่าว?? เด็กบอกไม่มี... หลับตั้งแต่หัวค่ำ

    อีกคนก็บอกไม่ได้พาใครเข้ามา ปรากฎว่าเด็กที่บอกว่าหลับตั้งแต่หัวค่ำ..ฝันเห็นเงาดำ ๆ เหมือนกัน

    แต่คิดว่าเค้าคงจะได้รับค่ะ เพราะเค้าให้โชค หมายเลขห้องที่พักออกเลขท้าย 3 ตัว(มั้ง) งวดนั้นหลังจากกลับมา พวกที่ไปด้วย โชคดี ถูกกันหลายคน ที่น่าเสียดาย คือตัวเองกลับไม่ได้ซื้ออ้ะ
     
  9. makigochan

    makigochan ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,182
    ค่าพลัง:
    +42,418
    มาถึงสมัยปัจจุบันี้ ไม่ทราบว่าตามเจดีย์ วัดร้างต่าง ในอยุธยาจะยังมีดวงวิญญาณ

    เหล่าทหารนักรบทั้งไทย พม่า ตกค้างอยู่บ้างหรือเปล่าหนอ

    เวลาขับรถผ่านทีไร ก็ได้แต่นึกถึง หวังว่าท่านเหล่านั้นคงไปสู่สุขคติภพกันหมดแล้ว

    เพราะว่าในสมัยนี้ก็ไม่ได้ยิน ชาวอยุธยาปัจจุบันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดวงวิญญาณอะไรเลย

    อืม แต่เวลาผ่านไปตามเจดีย์วัดร้าง ไม่รู้สิคะ จะมีความรู้สึกเศร้าใจอยูลึกๆ

    และก็อันนึงคือ ตนเองไปวัดมเหยงค์ พอไปถึงไปเห็นวัดเจดีย์ ก็ทำให้ร้องไห้และสะอื้นในอกค่ะ

    พยายามที่จะอดกลั้นไว้แต่ก็ทำไม่ได้ค่ะ ทั้งๆที่ก็ไปเที่ยวชมวัดโบราณในอยุธยามา

    เกือบครบทุกที่แล้ว แต่ไม่มีอาการเช่นนี้เลย แม้ขณะที่พิมพ์โพสท์ข้อความนี้ก็ขนลุกค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2013
  10. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +20,849

    เรื่องแบบนี้จริง ครับ

    เคยไปหล่อพระและรูปพระมหาเถรคันฉ่อง
    ที่วัดโพธิสาวหาญ จ.อยุธยา

    ผู้คนรอบวัดต่างรู้เรื่องนี้ดีว่า วิญญานไทย/พม่า
    ตกค้างอยู่รอบบริเวณนั้น เพราะเป็นสมรภูมิรบ
    อีกแห่งหนึ่งที่พ่อเจ้าตากสินฝ่าวงล้อมออกจากกรุงศรีฯ
    และได้ปะทะกับทหารพม่าที่นี่ รบกันถึงประจันบาญ ตะลุมบอน

    ดวงวิญญานของทหารทั้งสองฝ่ายจึงติดค้างอยู่
    ทางวัดจึงได้ดำหริสร้างพระและองค์พระมหาเถรฯขึ้นมา
    เพื่อปลดปล่อยวิญญานทั้งสองฝ่าย
     
  11. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644

    ถ้าเกิดความรู้สึกแรงขนาดนี้ เวลาไปอยุธยาหรือสถานที่ที่รู้สึกผูกพัน ลองอธิษฐานจิตดูสิคะ เพราะถ้าเราเคยเกิด หรือผูกพันกับสถานที่นั้นๆ อาจจะทราบเรื่องราวในอดีตของตัวเองก็ได้ บางทีมันเป็นสัญญาเก่าที่ติดตัวเรามา

    สำหรับที่วัดมเหยงค์ เคยอ่านเจอพบว่า มีคนเคยได้ยินเสียงสวดมนต์ท่วงทำนองที่ไพเราะ ดังพร้อมเพรียงกันเป็นหมู่คณะ สวดช้าๆ และเยือกเย็นดังแว่วมาจากอุโบสถ ทำนองสวดไม่เหมือนในปัจจุบัน

    และจะดังขึ้นเวลาเช้าตรู่ แต่พอเดินไปดูที่ที่มาของเสียงกลับไม่มีใครเลย แล้วเสียงนั้นมาจากไหน ยังเป็นปริศนามาถึงทุกวันนี้

    อ่านแล้ว....นึกถึงเรื่องที่เด็กเค้าเล่าให้ฟัง ตอนไปทำความสะอาดศาลาวัดแห่งนึงที่อยุธยาหลังน้ำท่วม ว่าได้ยินเสียงคนคุยกัน หน้าห้องน้ำ ของวัด แต่พอเดินไปดู กลับไม่เห็นใคร เลย
     
  12. pin pin

    pin pin Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +25
    ขออุทิศส่วนกุศลให้กับทุกดวงจิตทุกวิญญาน จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
     
  13. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    เรื่องที่คล้าย ๆ กันกับที่ท่าน Nirvana เล่ามา เมื่อต้นปีที่แล้ว นี้เอง ที่ตำบลๆ นึง ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่า พื้นที่นี้สมเด็จพระนเรศวรท่านเคยตั้งค่ายกองทัพไทย ชาวบ้านเจอวิญญาณทหารพม่าเฮี้ยน (พวกที่ยกทัพมาขัดขวางทัพไทย) คอยหลอกหลอนชาวบ้าน

    สันนิษฐานว่าคงจะมีการต่อสู้กันจนล้มตายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรและอัญเชิญพระองค์ท่านมาไว้ข่มวิญญาณต่างๆ (คงจะทั้งทหารไทย และทั้งทหารพม่า) เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจ

    ผ่านมาเกือบจะห้าร้อยปีแล้ว ดวงวิญญาณเหล่านี้ ก็ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่คิดๆ ดูแล้ว เป็นไปได้มั้ยว่า การที่ออกมาหลอกหลอนผู้คน...เค้าอาจจะมาขอส่วนบุญก็ได้ ???
     
  14. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,012
    ค่าพลัง:
    +30,310
    เรื่องการที่เราจะต้องเข้าใจอะไรเกี่ยวกับภพภูมิ.หรืออะไรแปลกๆที่เล่าๆกันมา
    ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ประเด็นหลักอะไรมากมายครับเราให้น้ำหนักไปที่
    การอุทิสส่วนกุศลไม่ว่าจะทำในใจตอนนั้นเลยหรือว่าทำหลังจากที่ได้ทำบุญให้แล้วในทุกๆกรณีถือว่าดีทั้งนั้น
    เป็นการฝึกเมตตาในจิต.เป็นการสร้างทาน
    บารมีในเบื้องต้น.เป็นการฝึกกำลังสมาธิไปในตัว ลดความตะหนี่ในใจลงได้..

    ต่อไปจะได้พันธมิตรทางภพภูมิคอยช่วยเหลือ ไปไหนก็มีภพภูมิคอยดูแล..
    และเป็นมิตรเพราะเค้าจะมองเห็นกระแสตรงนี้ได้
    ที่สำคัญเป็นฐานสำคัญของปัญญาบารมีในทางการปฏิบัติของเราด้วยครับ.
    .แรกๆเราอาจใช้กำลังใจตัวเองไปก่อนเป็นการสะสมกำลังเราไปด้วยในตัว
    .พอความสามารถในการรับรู้เราขยายวงมากขึ้น กำลังสมาธิสะสมมากขึ้น.สัมผัสได้คล้ายๆลำดับที่เราให้ฟัง

    เราก็มาฝึกขอบารมีพระรัตนตรัยรวมทั้งครูบาร์อาจารย์ ตั้งต้นไว้ก่อนแล้วถึงดึงบารมีที่เราเคยทำมาตั้งแต่ชาติต้นยันชาติปัจจุบัน
    เพื่อให้ไปรวมกัน.แล้วทำการอุทิศส่วนกุศลไม่ว่าจะเจาะจงหรือไม่เจาะจง.
    ผลที่ได้รับจะดีกว่าอย่างที่เราคาดไม่ถึงครับ.ส่วนความสามารถในการ
    รับรู้อะไรที่พิเศษๆอื่นๆ.แม้เราไม่อยากมี.มันก็มีของมันเองได้
    มันก็มาของมันได้โดยไม่ต้องไปฝึกด้วยครับ..

    ปล.ประมาณนี้ครับ
     
  15. makigochan

    makigochan ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,182
    ค่าพลัง:
    +42,418
    ที่จริง เดิมทีไม่ได้อยู่ที่อยุธยา เกิดและโตที่ภาคอื่น

    แต่ชอบอยุธยามาตั้งแต่เป็นเด็ก ถึงขนาดเอาเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับอยุธยามาอ่าน

    สมัยนั้นหนังสือก็ราคาไม่ใช่น้อยเลย สำหรับเด็กวัยประถม

    จนเรียนจบ ก็ทำงานที่ใกล้บ้าน

    แต่ใจก็คิดว่าอยากมาอยู่ แต่ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ พ่อแม่พี่น้องเราอยู่ภาคนี้หมด

    การงานเราก็มั่นคง เราจะมาได้อย่างไร จนในที่สุด ณ ปัจจุบันนี้ ก็ได้มาอยุู่ที่นี่ค่ะ

    อยากทราบเหมือนกันว่าเราจะมีสํญญาเก่าเกี่ยวพันกับที่อยุธยาหรือไม่

    จะลองอธิษฐานจิตดู ตามที่คุณmahamettayai ได้กรุณาแนะนำมาค่ะ

    ขอบพระคุณมากค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2013
  16. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +20,849
    การกำเนิดของผู้คน ความผูกพันต่อเหตุการณ์ สถานที่

    ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
    เรื่องนี้ Nirvana พิสูจน์ด้วยตนเองมาหลายครั้ง
    จนมีความมั่นใจถึงกฏแห่งกรรมและพยายามบริหารชีวิตในจุดนี้

    เรื่องการเกิดใหม่ของผู้คนที่เคยอยู่ในอดีต
    ก็มีผลเกี่ยวเนื่องมาจากกกรมอีกนั่นแหละ

    บางคนเป็นทหารออกรบในชาติก่อนๆ
    มาชาตินี้บวชเป็นพระแบบไม่สึกก็มี

    บางคนเป็นทหารรบทัพจับศึกมาแต่ปางก่อน
    ชาตินี้กลับเกิดมาเป็นผู้หญิงก็มี

    ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากผลกรรมที่ทำต่อเนื่องกันมานั่นเอง
     
  17. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +20,849
    ถ้าเป็นไปได้ช่วยไปบอกชาวบ้านแถวนั้น

    ให้จัดงานบุญใหญ่เช่น ถวายมหาสังฆทาน
    สวดพระปริตรและเจริญพระธรรมจักรฯ แผ่ส่วนกุศล
    ให้วิญญานทั้งหลายเหล่านั้นเสีย

    การออกมาหลอกหลอนชาวบ้านก็เพราะพวกเค้าทุกข์ยาก
    ลำบากไม่มีใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้มานานนับร้อยปี
    จึงอยากไปเกิดในภพภูมิที่ดีขึ้น แต่ทุนบุญกุศลมีไม่พอ
    เลยต้องเป็นสัมภเวสีร่อนเร่อยู่แถวนั้น
     
  18. ธรรมภูมิ

    ธรรมภูมิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +142
    พอผมอ่านข้อความกระทู้ข้างต้นนี้เสร็จ อารมณ์ที่ผุดขึ้นมาโดยฉับพลันในจิตอย่างแรงมาก ก็คือ ความรู้สึกเมตตาสงสารต่อวิญญาณทหารพม่าเหล่านั้น จนเกือบทำให้ผมน้ำตาคลอ ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า เรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเรื่องจริง ยังมีวิญญาณทหารพม่าที่ทนทุกข์ทรมานอยู่มากมายในบริเวณนั้น ด้วยเมตตาจิตที่มี ผมจึงกล่าวคำอธิษฐานจิตอุทิศบุญตั้งแต่ในอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติให้สรรพวิญญาณทหารพม่าเหล่านั้น รวมถึงสรรพวิญญาณของคนไทยในบริเวณนั้นด้วยครับ... การที่ผมมาเขียนบอกเล่าความรู้สึกนี้ให้ทุกท่านได้รับทราบ ก็เพราะว่า ปรารถนาที่จะให้ทุกท่านได้ร่วมอุทิศบุญกุศลเช่นกันครับ ตามเมตตาจิตของทุกท่านที่มี ผมขออนุโมทนาบุญในเมตตาจิตของทุกท่านล่วงหน้าครับ สาธุ...

    มีเมตตาซึ่งกันและกันตามวาระที่มี โดยไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนานะครับ
    ธรรมภูมิ.
     
  19. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    สารภาพตามตรงว่าค่ะ แต่ก่อนเป็นคนไม่มี sense เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่มาระยะหลังๆ หลังจาก พ่อ แม่เสีย ก็เลยชอบทำบุญมากขึ้น หันมาสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา บวชเนกขัมมะบ้าง ตามแต่โอกาส ฯลฯ

    แต่ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกันรึป่าว นะคะ???

    มันก็น่าขำ เรื่องความรู้สึกช้าของตัวเอง แม้กระทั่งตอนนี้ เวลาเห็นอะไร เช่น เงาดำๆ มักจะคิดว่าตัวเองตาฝาดไป (เพราะสายตาสั้นด้วย)

    เวลาได้ยินเสียง ได้กลิ่น หรืออื่นๆ ที่มาแบบไม่ปกติ ก็จะหาเหตุผลมาตอบก่อน ก่อนจะสรุปว่าผีหลอก (เพื่อจะได้ไม่กลัวด้วย)

    แล้วก็พยายามหาที่มาต้นตอของเสียง ของกลิ่นนั้นๆ หรือเหตุการณ์อื่นๆที่แปลกๆ เพื่อจะได้ยืนยันชัดเจนว่ามีสาเหตุจากอะไรกันแน่ แต่มันก็ไม่เจอ หรือบางเรื่องมันก็อธิบายไม่ได้

    บางทีมานั่งทบทวนเหตุการณ์หรือมานั่งคิดๆ ดู กว่าจะมารู้ว่าเจอดีเข้าแล้ว บางทีผ่านไปเกือบเดือน อ้าว โดนผีหลอกนี่หว่าเรา อิอิ
     
  20. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,644
    พอดีช่วงนี้ งานยังไม่รัดตัวเท่าไร มีเวลานั่งโพสต์ได้เรื่อยๆ เรื่องนี้ แถม นำมาให้อ่านกัน (อย่างหวาดๆ ) เพราะเข้ากันกับหัวข้อที่โพสต์พอดี

    ผีพม่าที่ศรีมหาโพธิ

    เป็นอีกเรื่องที่อ่านเจอมา ที่ อ. ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี (เป็นประสบการณ์ของเจ้าของเรื่องซึ่งเป็นคนศรีมหาโพธิ ) ก็ร่ำสือกันว่า สมัยก่อน ก็มีความน่ากลัวไม่แพ้ที่กรุงศรีอยุธยา เพราะเคยเป็นสนามรบนองเลือดของไทย กับพม่าเช่นกัน (สมัยเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 )

    [​IMG]


    .......ว่ากันว่าที่แห่งนี้ กองทัพพระยาตากท่านนำทหารม้าห้าร้อยนายตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาจากกรุงศรีอยุธยา มุ่งหน้าเข้านครนายกแล้วตัดตรงเข้าศรีมหาโพธิ

    โดยมีกองทัพทหารม้าของข้าศึกไล่ตามอย่างกระชั้นชิด แต่กำลังฝ่ายพม่ามีมากกว่า พระยาตากท่านจึงวางอุบายเลือกชัยภูมิ โดยใช้พงไม้กำบังแทนแนวค่ายซุ่มกำลังไว้

    แล้วใช้กำลังพลประมาณ 100 คน ออกไปรบล่อข้าศึกให้รุกไล่เข้าไปในพื้นที่ที่ซุ่มกำลังไว้ ซึ่งพระยาตากท่านตั้งปืนใหญ่เตรียมรอไว้อยู่แล้ว

    เมื่อทหารพม่าติดตามมา ก็ระดมยิงเข้าใส่ จนทหารพม่า บาดเจ็บล้มตายมากมาย เลือดไหลนองไปทั่วพื้นแผ่นดิน ศรีมหาโพธิ

    ... เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าศึกจนปัญญาและสิ้นกำลังใจจึงต้อง ล่าถอย และเลิกติดตาม ปล่อยให้พระยาตากยกกำลังพลไปถึงชลบุรีและระยอง

    ดังนั้น ที่อ.ศรีมหาโพธิ จึงกลายเป็นอีกที่หนึ่งที่มีนักรบบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก คิดถึงสภาพเหตุการณ์ตอนนั้น นักรบแต่ละคนก็คงจะตายอย่างเจ็บปวดและ สยดสยอง

    เพราะตกดึกเงียบสงัด บางคืนชาวบ้านต้องสะดุ้งตื่น เนื่องจากได้ยินเสียงคนควบม้ามากมายนับร้อยๆ ตัว ดังกึกก้องใกล้เข้ามาในหมู่บ้าน ตอนแรกชาวบ้านคิดว่าพวกผู้ร้ายจะเข้ามาปล้นสะดมหมู่บ้าน

    แต่ก็นึกเอะใจว่าทำไมถึงมีม้ามากมายนับร้อยๆ ตัว บางคืนก็จะมีเสียงเอะอะเกรียวกราว เสียงโห่ร้องอย่างคึกคะนอง เสียงคมดาบปะทะกัน ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยโหยหวน บอกถึงความเจ็บปวดเพราะโดนคมอาวุธจนสิ้นใจ

    แต่ไม่มีใครกล้าลุกออกมาดู จนกว่าเสียงสยดสยองนั้นจะเงียบหายไป ( เป็นเรา ถ้าได้ยินอย่างนี้ คงคลุมโปงเหมือนกัน) นัยว่าคงจะเป็นวิญญาณทหารพม่านับร้อยๆ ที่ยังมีเวรมีกรรม

    ทำให้ต้องวนเวียนสิงสถิตย์อยู่ ณ สถานที่ที่ตัวเองตาย

    พอวันร้ายคืนร้ายก็ส่งเสียงหวีดร้องโหยหวนบ้าง ปรากฏร่างขอส่วนบุญบ้าง... แต่มาเดี๋ยวนี้ พอศรีมหาโพธิเจริญขึ้น ทุ่งนาป่าเขาแทบไม่เหลือ ตึกรามบ้านช่อง ร้านค้าต่างๆ ผุดขึ้นเต็มไปหมด

    ...วิญญาณทหารพม่าที่เคยมาปรากฏในรูปแบบต่างๆ ก็ค่อยๆ เงียบหายไป...

    ......กว่าจะกู้ชาติบ้านเมือง เพื่อรักษาผืนแผ่นดิน ไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังๆ ได้มีพสุธาอาศัยตราบเท่าทุกวันนี้ พระมหากษัตริย์ไทยแต่ละพระองค์และบรรพบุรุษนักรบของเรา

    ต้องเสียสละ ตัวเอง เผชิญกับความยากลำบากตรากตรำ พลีชีพ เสียเลือดเสียเนื้อของตัวเอง แล้วยังต้องปลิดชีพข้าศึก ไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ลูกหลานไทยต้องสำนึกในบุญคุณไว้ให้มากๆ

    ขอบคุณที่มาผีพม่าที่ศรีมหาโพธิ - มีคำตอบ - กูรู
     

แชร์หน้านี้

Loading...