วิญญาณในขันธ์ ๕ ไม่ใช่จิต

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ชนะ สิริไพโรจน์, 23 กันยายน 2012.

  1. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,893
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +35,177
    [​IMG]

    วิญญาณในขันธ์ ๕ ไม่ใช่จิต
    ธรรมโอวาท หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    สักกายทิฎฐิ เห็นว่าร่างกายนี้ ไม่ใช่ของเรา
    เราไม่มีในกาย กายไม่มีในเรา ท่านละความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน
    เป็นสัตว์บุคคล เราเขาเสียได้ " โดยเห็นว่า ร่างกายนี้เป็นเพียง
    ... แต่ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประชุมกันชั่วคราว เป็นที่อาศัย
    ของนามธรรม คือ
    เวทนา ความรู้สึกสุขทุกข์ และไม่สุข ไม่ทุกข์ คืออารมณ์
    วางเฉยจากอารมณ์สุขทุกข์
    สัญญา มีความจดจำเรื่องราวที่ล่วงมาแล้ว
    สังขาร อารมณ์ชั่วร้ายและอารมณ์เมตตาปรานีสดชื่น
    อันเกิดต่ออารมณ์ที่เป็นกุศล คือความดีและอารมณ์ที่เป็นอกุศล
    คือความชั่วที่เรียกกันว่า อารมณ์เป็นบุญ และอารมณ์เป็นบาป
    ที่คอยเข้าควบคุมใจ
    วิญญาณ คือ ความรู้ หนาว ร้อน หิวกระหาย เผ็ดเปรี้ยวหวานมันเค็ม และการสัมผัสถูกต้องเป็นต้น
    วิญญาณนี้ไม่ใช่ตัวนึกคิด ตัวนึกคิดนั้นคือจิต วิญญาณกับจิตนี้
    คนละอันแต่นักแต่งหนังสือมักจะเอาไปเขียนเป็นอันเดียวกัน
    ทำให้เข้าใจเขว ควรจะแยกกันเสีย เพื่อความเข้าใจง่าย
    อีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามาอาศัยกายและไม่ตายร่วมกับร่างกาย
    สิ่งนั้นก็คือจิต เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนี้
    ตายร่วมกับร่างกาย คือกายตายก็ตายด้วย
    แต่จิตที่เข้ามาอาศัยกายนี้ เข้ามาอาศัยชั่วคราว
    เมื่อกายตั้งอยู่ คือดำรงอยู่ร่วมพร้อมกับ เวทนา สัญญา
    สังขาร วิญญาณ จิตก็อาศัยอยู่ แต่ถ้าขันธ์ ๕
    มีร่างกายเป็นประธานตายแล้วจิตก็ท่องเที่ยวไป
    แสวงหาที่อาศัยใหม่
    คำว่าเราในที่นี้ ท่านหมายเอาจิตที่เข้ามาอาศัยกาย
    เมื่อท่านทราบอย่างนี้ท่านจึงไม่หนักใจ และผูกใจว่า
    ขันธ์ ๕ คือร่างกายนี้เป็นเราเป็นของเรา
    เราไม่มีในกายกายไม่มีในเรา เราคือจิตที่เข้ามาอาศัยในกาย
    คือ ขันธ์ ๕ นี้ ขันธ์ ๕ ถ้าทรงอยู่ได้รักษาได้ก็อาศัยต่อไป
    ถ้าผุพังแล้วท่านก็ไม่หนักใจ ไม่ตกใจ ไม่เสียดายห่วงใย
    ในขันธ์ ๕ ท่านปล่อยไปตามกฎของธรรมดา

    BuddhaSattha | Facebook

    เชิญแวะอ่านธรรมะของหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ที่
    เฟสบุ๊ค ศูนย์พุทธศรัทธา
    และร่วมกันแบ่งปันธรรมะของหลวงพ่อฯ ไปยังกระดานของท่านเพื่อเป็นธรรมทาน

    <STRONG>เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O[​IMG]
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O[​IMG]
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่www.tangnipparn.com<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com[​IMG]ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา

    [​IMG]</O:p>
    ดูเพิ่มเติม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2012
  2. somchai_eee

    somchai_eee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    332
    ค่าพลัง:
    +413
    เอามาให้พิจารณาเพิ่มเติมครับ หลังจากทิ้งวิญญาณ ก็ต้องทิ้ง จิต ด้วย หรืออย่างไร


    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
    ! ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว จะพึงเบื่อหน่ายได้บ้าง พึงคลาย
    กำหนัดได้บ้าง

    พึงปล่อยวางได้บ้าง ในกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเพราะเหตุว่า การก่อขึ้นก็ดี การสลายลงก็ดี การถูกยึดครองก็ดี การทอดทิ้งซากไว้ก็ดี แห่งกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้ ย่อมปรากฎอยู่. เพราะเหตุนั้น ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว จึงเบื่อหน่ายได้บ้างจึงคลายกำหนัดได้บ้าง จึงปล่อยวางได้บ้าง ในกายนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ส่วนสิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี ว่า "วิญญาณ" ก็ดี ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ไม่อาจจะเบื่อหน่าย ไม่อาจจะคลายกำหนัด ไม่อาจจะปล่อยวาง ซึ่งจิตนั้น. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเพราะเหตุว่า สิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนี้เป็นสิ่งที่ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ได้ถึงทับแล้วตัณหา ได้ยึดถือแล้วด้วยทิฏฐิโดยความเป็นตัวตน มาตลอดกาลช้านานว่า "นั่นของเรา นั่นเป็นเรานั่นเป็นตัวตนของเรา" ดังนี้;
    เพราะเหตุนั้น ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว จึงไม่อาจจะเบื่อหน่าย ไม่อาจจะคลายกำหนัดไม่อาจจะปล่อยวาง ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนั้น

    .
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย


    ! ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว จะพึงเข้าไปยึดถือเอากาย
    อันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้ โดยความเป็นตัวตน ยังดีกว่า

    . แต่จะเข้าไปยึดถือเอาจิตโดยความเป็นตัวตน ไม่ดีเลย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเพราะเหตุว่า กายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้ ดำรงอยู่ปีหนึ่งบ้าง สองปีบ้าง สามปีบ้าง สี่ปีบ้าง ห้าปีบ้าง สิบปีบ้าง ยี่สิบปีบ้าง สามสิบปีบ้างสี่สิบปีบ้าง ห้าสิบปีบ้าง ร้อยปีบ้าง เกินกว่าร้อยปีบ้าง ปรากฏอยู่. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!
    ส่วน


    สิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี ว่า "วิญญาณ" ก็ดี นั้น ดวงอื่น
    เกิดขึ้น ดวงอื่นดับไป

    ตลอดวัน ตลอดคืน.
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย


    ! เปรียบเหมือน วานร เมื่อเที่ยวไปอยู่ในป่าใหญ่ ย่อม
    จับกิ่งไม้

    : ปล่อยกิ่งนั้น จับกิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่จับเดิม เหนียวกิ่งอื่น เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป,ข้อนี้ฉันใด; ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! สิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี
    ว่า
    "วิญญาณ" ก็ดี นั้น ดวงอื่นเกิดขึ้น ดวงอื่นดับ ไป ตลอดวัน .

    สาธุ สาธุ สาธุ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 กันยายน 2012
  3. huayhik

    huayhik เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2010
    โพสต์:
    181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127

    ขออนุโมทนากับอ.ชนะ...และลูกขอกราบแทบเท้าหลวงพ่อที่เคารพรักยิ่ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 กันยายน 2012
  4. s3515941

    s3515941 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    288
    ค่าพลัง:
    +1,142
    เรื่องขันธ์ ๕ เป็นธรรมะที่ลึกซึ้งมาก จะอาศัยความจำเพียงอย่างเดียวแล้วถือเอาว่าเข้าใจนั้น ไม่ได้ ต้องพินิจพิจารณาตามอย่างที่หลวงพ่อบอก กลับไป-กลับมา จึงจะเริ่มเข้าใจทีละน้อยๆครับ
     
  5. kijjakorn

    kijjakorn สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +17
    การเผ่ยแผ่ธรรม แบบผิดๆเป็นการทำลายพระศาสนา โดยเฉพาะผู้เป็นพระสาวกผูดขัดแย้งกับพระศาสดาของตัวเอง พระพุทธเจ้าเรียกพระสาวกแบบนนี้ว่า โมฆบุรุษ
     
  6. พูน

    พูน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    594
    ค่าพลัง:
    +2,456
    :cool:
    เขียนได้ความหมาย แต่ใจคิดจะหมายถึงใคร อันนี้ผมไม่เกี่ยว
     
  7. ชัชวาล เพ่งวรรธนะ

    ชัชวาล เพ่งวรรธนะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    843
    ค่าพลัง:
    +4,119
    สิ่งที่หลวงพ่อกล่าวมาชอบแล้วครับ...
    วิญญาณธาตุ วิญญาณขันธ์...
    วิญญาณธาตุ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้าง วิญญาณขันธ์ ก่อน แล้วในที่สุด วิญญาณขันธ์ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการข่วยสร้าง วิญญาณธาตุ

    พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่ในมหานิทานสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ ว่า:

    "ดูกรอานนท์เพราะนามรูปเป็นปัจจัยดังนี้แล จึงเกิดวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป..."

    วิญญาณในนามรูป (วิญญาณขันธ์) เป็นคนละตัวกับ
    วิญญาณที่เกิดจากจิตสังขารในปฏิจจสมุปบาท

    วิญญาณสร้างนามรูป และในที่สุดนามรูปก็สร้างวิญญาณ...

    ความหมายของวิญญาณมีรายละเอียดพอสังเขปมากครับ
    จึงควรศึกษาก่อนที่จะปรามาสครูอาจารย์

    ถ้ายังไม่รู้จริงจะเป็นภัยเสียเปล่านะครับ...
     
  8. mongkolsak

    mongkolsak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +191
    อนุโมทนาครับ ขอกราบหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
    ข้อนี้พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัวเทศน์ไว้ตรงกับหลวงพ่อครับ และตรงกับพระไตรปิฎกทุกประการ

    เบื้องต้นต้องตัดอุปาทานขันธ์ทิ้งก่อนให้ได้
     

แชร์หน้านี้

Loading...