วิธีปฏิบัติเพื่อไปเกิดในสมัยพระศรีอาริยเมตไตรย ฟังเทศน์จบเดียวบรรลุธรรม

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Apinya Smabut, 3 กันยายน 2019.

  1. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,044
    กระทู้เรื่องเด่น:
    27
    ค่าพลัง:
    +1,626
    ถาม : ว่าจะเปลี่ยนใจไปเกิดต่อในสมัยพระศรีอาริยเมตไตรย
    ตอบ : โลกนี้น่าเบื่อจะตาย ไม่มีเวลาไหนที่ไม่ทุกข์เลย แม้กระทั่งนั่งอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็ยังปวดยังเมื่อยเป็นปกติ ถ้านานไป ๆ สภาพจิตของเราละเอียดขึ้น ปัญญามีมากขึ้น เห็นทุกข์แล้วจะทนไม่ได้ เดี๋ยวก็จะเลิกคิดเกิดไปเอง คงไม่ไปคิดเกิดในสมัยพระศรีอาริยเมตไตรยแล้ว

    อาตมาเองสมัยเด็ก ๆ ผู้ใหญ่เขาสอนมา สมัยนั้นเขาไม่รู้จักพระนิพพานกันหรอก เขาให้อธิษฐานว่า "ขอให้เกิดมาสวย ๆ ขอให้เกิดมารวย ๆ ขอให้เกิดมาทันพระศรีอาริย์" เขาให้อธิษฐานแค่นี้จริง ๆ

    อาตมามารู้จักพระนิพพาน หลังจากอายุ ๑๖ แล้ว ได้ปฏิบัติตามสายหลวงพ่อวัดท่าซุง สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยท่านก็ฝากบริวารไว้กับหลวงพ่อวัดท่าซุงเยอะ แต่ท่านสั่งเอาไว้ว่า ถ้าต้องการเกิดในสมัยท่าน ให้รักษาศีล ๑๑ ข้อ

    ข้อที่ ๑ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามทรมานสัตว์ให้ลำบากโดยเจตนา
    ข้อที่ ๒ ห้ามลักขโมยของคนอื่นเขา ของที่เขาไม่ได้ให้ก็ห้ามหยิบฉวยมาด้วย
    ข้อที่ ๓ ห้ามประพฤติในกาม ไม่ว่าจะลูกเขาเมียใคร ถ้าผู้ปกครองเขาไม่อนุญาต แตะต้องไม่ได้
    ข้อที่ ๔ ห้ามพูดโกหก

    ข้อที่ ๕ ห้ามพูดคำหยาบ
    ข้อที่ ๖ ห้ามพูดวาจาส่อเสียดให้คนเขาแตกร้าวกัน
    ข้อที่ ๗ ห้ามพูดวาจาเพ้อเจ้อไร้ประโยชน์
    ข้อที่ ๘ ห้ามดื่มสุราเมรัย

    ข้อที่ ๙ ห้ามโลภอยากได้ของคนอื่น จนถึงขนาดทำผิดศีลผิดธรรม อยากได้อะไรให้เสาะหามาให้ถูกต้องตามศีลตามธรรม
    ข้อที่ ๑๐ ห้ามพยาบาทอาฆาตแค้นคนอื่น โกรธได้ แต่หลังจากนั้นแล้วให้ลืมเสีย อย่าไปผูกโกรธ
    ข้อที่ ๑๑ ต้องมีความเห็นถูก ว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์สอน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั้น เป็นสิ่งที่ดี ให้เราตั้งใจทำตาม

    ท่านบอกว่า ถ้าตั้งใจรักษา ๑๑ ข้อนี้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วตั้งใจไปเกิดสมัยท่าน ได้ไปแน่นอน ท่านยินดีรับเป็นบริวาร"

    สมัยที่หลวงพ่อวัดท่าซุงยังอยู่ สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยจะผ่านร่างทรงท่านหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อว่า "ท่านปรีชาทรงธรรม" ท่านจะเขียนคำทำนายแต่ละปี ถวายให้หลวงพ่อวัดท่าซุงอยู่เสมอ และหลวงพ่อวัดท่าซุงต้องการอะไร ท่านก็จะให้คนหามาถวาย

    สมัยที่หลวงพ่อท่านยังรับสังฆทานอยู่ที่ศาลานวราชบพิตร ถ้าใครไปทันรุ่นนั้น จะเห็นโต๊ะรับแขกไม้แกะสลักเก่า ๆ อยู่ชุดหนึ่ง ชุดนั้นแหละ..ที่สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยท่านถวายมา เป็นเรื่องแปลกตรงที่ว่า คนที่ถวายก็ไม่รู้จักหลวงพ่อ

    เขาบอกว่า สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยไปหาเขาเอง แล้วบอกว่า "ทางวัดท่าซุงต้องการชุดรับแขกชุดนี้ ช่วยเอาไปถวายให้หน่อย ถ้าหากเขาถามว่ามาจากใคร ให้บอกว่ามาจากท่านปรีชาทรงธรรม แล้วหลวงพ่อวัดท่าซุงจะรู้เอง"

    เจ้าของโต๊ะรับแขกถึงไม่แน่ใจ แต่ยังอุตส่าห์เอาไปถวาย พอบอกว่ามาจากท่านปรีชาทรงธรรม หลวงพ่อจึงบอกว่าเป็นสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย เขาจึงได้เชื่อว่า พระที่ท่าน "ถึงกัน" จริง ๆ ยังมีอยู่

    ถาม : ท่านที่ไปเกิดในสมัยสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย ท่านจะได้ไปพระนิพพานหมดไหมครับ ?
    ตอบ : คนในสมัยนั้นไปพระนิพพานกันหมด ในสมัยของสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย คนชั่วเขาห้ามเกิด..!

    การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าแต่ละประเภทนั้น ปัญญาธิกะอย่างสมัยของเราปัจจุบัน พระพุทธเจ้าท่านสร้างบารมีมา ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป บริวารของท่านมีดีมีชั่ว มีรวยมีจน มีสวยงามมีอัปลักษณ์ ปนเปกันไป บุคคลที่ตั้งใจปฏิบัติจริง ๆ จึงจะเข้าถึงมรรคผลพระนิพพานได้

    สมัยพระพุทธเจ้าที่เป็นศรัทธาธิกะ ท่านจะสร้างบารมีมา ๘ อสงไขยกับแสนมหากัป บารมีมากขึ้นอีกเท่าตัว ในยุคนั้น เขตที่ท่านประกาศศาสนา คนชั่วจะเข้าไปรบกวนบริวารท่านไม่ได้ เหมือนกับโดนจำกัดเขตไว้เลย คุณจะชั่วก็ได้ แต่ต้องไปชั่วที่อื่น

    แต่พระพุทธเจ้าประเภทวิริยาธิกะ ท่านสร้างบารมีมา ๑๖ อสงไขยกับแสนมหากัป อย่างสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย พระองค์ท่านทุ่มเทเพื่อบริวารอีกเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้น..บริวารของพระองค์ท่านจะปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง โลกยุคนั้นคนชั่วจะเกิดไม่ได้ บริวารที่มาเกิดพอได้ฟังพระองค์ท่านเทศน์ ก็ยกขบวนไปพระนิพพานกันหมดเลย จะรอเกิดสมัยท่านไหม ?


    ถาม : ไม่รอค่ะ แล้วเมื่อไรเราจะฉลาดเหมือนบริวารของท่าน ? ทำมาเยอะแต่ไม่กระดิกเลยค่ะ
    ตอบ : ศีล สมาธิ ปัญญา นี่แหละ ค่อย ๆ ทำไป ถ้าหากคนทั่ว ๆ ไป ก็คือ ทาน ศีล ภาวนา

    สิ่งที่เราทำจะเป็นความดีรวมตัวอยู่ แต่เราไม่ค่อยเห็นต้นทุนตัวเอง เราจะเห็นต้นทุนตัวเองก็ต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อย่างเช่น เจ็บไข้ได้ป่วยชนิดเป็นหนักจนปางตาย กำลังความดีที่รวมตัวจะทำให้เราเห็นเลยว่า เรามีต้นทุนเพียงพอที่จะไปนิพพานหรือยัง ?

    หรือบางท่านเกิดอุบัติเหตุรถชน แต่ทำไมเราไม่ตกใจเหมือนคนอื่นเขาเลย ? ทำไมเราถึงได้มีสติอยู่ตลอดเวลา ? รู้อยู่ว่าควรจะแก้ไขอย่างไร ควรจะหลบเลี่ยงอย่างไร ? ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วเราจะรู้ว่าต้นทุนของเรามีเท่าไร แต่ถ้ายังไม่ฉุกเฉิน จะไม่รู้หรอก ต้องทำไปเรื่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ


    ถาม : ถ้าคนที่ยังไม่ปรารถนาพระนิพพาน ก็ยังไม่ควรไปเกิดในสมัยพระศรีอาริย์หรือครับ ?
    ตอบ : ถ้าเป็นยุคที่ท่านประกาศศาสนาก็ไม่ได้เกิด เพราะว่าคนที่จะไปก็คือบริวารที่ท่านจะเก็บไปล้วน ๆ เลย ถึงแม้จะเป็นบริวารสายอื่น แต่ถ้ารักษาศีล ๑๑ ข้อนี้ได้อย่างเคร่งครัด ไปสมัยนั้นฟังท่านเทศน์จบเดียวก็ไปพระนิพพานเลย

    บอกแล้วว่าโลกยุคนั้นคนชั่วห้ามเกิด พระองค์ท่านเอาแต่คนดีจริง ๆ


    ถาม : คนปรารถนาพุทธภูมิไม่ควรไปเกิดในยุคนั้นหรือเปล่า ?
    ตอบ : ไม่ใช่ไม่ควรไปเกิด แต่คงไม่ได้ไปเกิด เพราะว่าเทศน์ไปแล้วก็คงไม่ได้ไปกับเขา

    แต่คนปรารถนาพุทธภูมิก็ไม่นับว่าเป็นคนชั่วนี่นะ คนปรารถนาพุทธภูมิก็ถือว่าเป็นคนดี อาจจะไปรอท่านพยากรณ์ให้ก็ได้ ไปรอท่านพยากรณ์ว่า อีกนานแสนนานเหลือเกินกว่าจะถึงคิวตัวเอง..!


    ที่มา วัดท่าขนุน
     

แชร์หน้านี้

Loading...