เรื่องเด่น วิสัยพุทธภูมิ ( คำสอนท่านธัมมสรโณ )

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 10 เมษายน 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ?temp_hash=a0631002cb24f7aac440c243ae2ae875.jpg




    ผู้ปรารถนาพุทธภูมิแท้จริง เขาไม่มีเพลาว่างที่จักมาพล่าม พร่ำเพ้อ ละเมอ เห่ออวดกันหรอกลูก!

    ทุกวินาทีมีค่าที่จักต้องสร้างบารมี อันเป็นไปเพื่อเปลื้องความทุกข์ให้แก่มหาชนคนทั้งหลาย

    ทุกวินาทีมีราคาที่จักต้องเพิ่มพูนบุญกุศลผลบารมีของตนให้เข้มข้นยิ่งล้นขึ้นไป

    จักต้องวางเรียงใบหอกอันคมกริบให้เต็มห้วงจักรวาล แลต้องมีกำลังใจในการก้าวเดินไปบนปลายใบหอกอันคมกล้านั้นอย่างมิกลัวเกรงภัยอันตรายใดๆ

    ทุกข์ของคนอื่น สัตว์อื่น แม้เล็กน้อยเพียงเท่าปลายเข็ม ย่อมกลายเป็นทุกข์ใหญ่หนักหนาเท่าภูเขาที่ตนต้องแบกไว้

    เช้าใดยังมิได้ให้ทาน เช้านั้นจักมิยอมกลืนกินสิ่งใด
    วันใดยังมิได้ช่วยเหลือสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ วันนั้นจักมิยอมนั่งพัก
    ค่ำคืนใดยังมิได้นั่งภาวนาให้ใจสงบ ระงับ ตั้งมั่นในคุณงามความดี ที่มีคุณพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง คืนนั้นจักมิยอมล้มตัวลงนอน

    อารมณ์จิตจักต้องคงไว้ในระดับฌานที่ ๕ (ย้ำว่าฌาน ๕ มิใช่ฌาน ๔) ผู้ปรารถนาพุทธภูมิย่อมทรงกำลังใจในอารมณ์สมาธิระดับนี้อยู่เป็นปกติ กระแสใจมองดูคล้ายกับพระอริยเจ้าระดับพระอนาคามีผล กล่าวคือ ราคะ ย่อมถูกกดข่มไว้ด้วยกำลังแห่งการพิจารณาอสุภะกรรมฐาน แลกายคตานุสสติ เป็นต้น แลเป็นปกติ โทสะ ย่อมถูกกดไว้ด้วยอารมณ์แห่งการให้อภัย ไร้การถือโทษโกรธเคืองใจ ในกำลังแห่งพรหมวิหาร ๔ อย่างเต็มที่เต็มภูมิของอารมณ์ใจในมหาเมตตาแห่งโพธิสัตว์

    เหล่านี้ต่างหาก ที่เป็นปฏิปทาของพระโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาพุทธภูมิในขั้นอุปบารมี ปรมัตถบารมี

    หากยังมีความประพฤติเหลวแหลกแหกคอก แลมีกำลังใจที่ตรงกันข้ามดังที่กล่าวมา ก็จงรู้ไว้เลยว่า “มั่วสิ้นดี”

    ทุกวันนี้ เห็นมีแต่เพ้อเจ้อพยากรณ์ตนเองว่าจักได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระองค์นี้ ก็ด้วยเหตุที่ไร้กำลังใจในการตัดสังโยชน์ ไร้กำลังที่จักละกามตัณหา ด้วยยังฝังใจฝักใฝ่หมกมุ่นกรุ่นอยู่ในกามคุณ ติดห่วงในบ่วงกามารมณ์ จึงได้แต่อุปาทานอ้างตนเองว่าปรารถนาพุทธภูมิ

    เฮ้ออ! น่าสงสารจังลูกเอ๊ย!

    พ่อ พระธัมมสรโณ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 8989.jpg
      8989.jpg
      ขนาดไฟล์:
      115.8 KB
      เปิดดู:
      330
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 เมษายน 2019
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ทุกวันนี้เห็นจักปรากฎก็แค่เพียงลมปาก ที่พากันปรารภถึงการปฏิบัติภาวนาของตน เพียงเพื่อพูดเลียบเคียงให้เพื่อนพ้อง คนรอบข้างได้ยิน ได้รู้ ด้วยวิสัยของเดิมฝังอยู่ คือ อยากอวดให้เขารู้ว่าเรามีดี นี่เห็นฤาไม่ว่าพาวนเข้าไปให้ติดอยู่กับความหลงอีก อย่าปล่อยให้ขี้สนิมมันเกรอะกรังในหัวใจ รีบขัด รีบถูกให้ขี้สนิมมันออกให้ได้ ไม่เช่นนั้นมันก็คอยกัดกร่อนอารมณ์ใจของตนเองอยู่ตลอด วนอยู่กับหลักที่มันจมปลักอยู่ในขี้โคลน มันจักโหนตัวขึ้นฝั่งไม่ทันก็จักกลับไปจมดิ่งสู่ก้นเหวดังแต่ก่อนจักมา

    มัวรอให้ใครมาสอน มาว่ากล่าวตักเตือนตนเองนัก ประเดี๋ยวท่านเหล่านั้น ครูบาอาจารย์ทั้งหลายนั้น ท่านก็ต้องล้มหายตายจากไป นี่ทุกวันนี้ท่านก็ทยอยกันไปมากแล้ว เราทั้งหลายล่ะ ยังประมาทรีรอกระไรอยู่ แค่เพียงความดีขั้นพื้นฐาน คือ รู้ลมหายใจเข้าออกที่ได้ฟังกันมาแต่เด็กก็ยังละทิ้ง มิได้สนใจที่จักกระทำเลย อยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ที่เขาวางโชว์ในร้านแต่ไม่เก็บรอมเงินไว้ซื้อ มันก็ได้แค่เพียงมองผ่านกระจกหน้าร้านกระนั้นล่ะ

    พอได้แล้วไอ้ประเภทหน้าไหว้หลังหลอกนี่นะ มันหลอกลวงได้แม้กระทั่งตัวเอง แล้วนับประสากระไรที่จักไม่หลอกลวงตอแหลผู้อื่นกันล่ะ อย่ามัวแต่เอาขี้ เอาไส้ออกมาพูดอวดกัน ไร้ประโยชน์ที่จักพึงมีพึงได้

    คนที่ภาวนาจริงๆ นี่ เขาไม่พูดมากนะ ด้วยเขากลัวความดีมันจักหลุดลอยหายไปกับลมปาก จึงได้เฝ้าคอยดูใจตนเอง มิให้หลงไหลไปกับความชั่วต่างๆ ที่มันทยอยเข้ามากระทบ หากทำจริงแล้วมันจักเอาเพลาที่ใดไปสนใจกับกิเลสโลกภายนอก ด้วยเขาเพียรมุ่งกำจัดกิเลสภายในกันทั้งนั้น เขาจึงพูดต่อน้อย พูดเท่าที่จำเป็นมิใช่พล่าม พร่ำเพ้อ เอออวดกันดั่งในทุกวันนี้

    หากไม่รักตนเอง ไม่เมตตาตนเองแล้ว เราจักไปรักแลเมตตาผู้อื่นด้วยน้ำใสใจจริงได้เช่นไรกัน หากเรายังไม่ปรารถนาความหลุดพ้นจากกองทุกข์นี้จริงๆ แลยังไม่รีบแก้ไขความจังไรของตนเองแล้ว ก็คงนับว่าไร้วาสนาที่ได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนในภพชาตินี้ แต่ก็อาจมีประโยชน์ต่อโลกบ้าง ด้วยการเป็นปุ๋ยในดินเมื่อตายแล้วกระนั้นเอง ไปตรองคิดทบทวน ตรวจดูตนเองนะ...!!!

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    อย่าเที่ยวเป็นคนหลงโง่โชว์อวดกันนักเลย!
    อวดเก่ง อวดฉลาด อวดความคิด อวดรวย อวดหน้าตา อวดร่างกาย อวดภูมิรู้ อวดภูมิธรรม สารพัดที่จักเอาออกมาอวด ล้วนแต่มิได้ทำให้ชีวิตมันดีขึ้นมาเลย

    คนที่เขากินข้าวอิ่มแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกใครๆ ว่าอิ่ม
    คนหิว คนกระหาย จึงจำเป็นต้องละเมอเห่ออวด ด้วยไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตนเคยขาด ตนไม่พอ

    คนที่เขารวยจริง ไม่เห็นต้องบอกอวดใครต่อใคร
    เศรษฐีร้านทอง เจ้าของร้านเพชร มีใครเขาเอามาใส่ประดับอวดรวยบ้างล่ะรึ?

    ท่านผู้มีปัญญาจึงกล่าวว่า.. ใครชอบอวดสิ่งใด ก็เพราะขาดในสิ่งนั้น ฤาเคยขาดตกบกพร่องในสิ่งนั้นๆ มาก่อน

    ความสุขลวงโลก คือ ความรู้สึกว่าตนดีกว่าใครในแค่ช่วงเพลาสั้นๆ จากนั้นความเดียวดาย ความว้าเหว่ ความรู้สึกไม่มีใคร ก็จักเข้ามาแทนที่ความสุขลวงๆ นั้น อีกคราหนึ่ง

    ความรู้สึกว่าตนดีกว่าใคร ตนเด่นดังกว่าใคร ตนเหนือใคร จึงเป็นจุดเริ่มที่จักคิดเปรียบเทียบกับผู้อื่น

    ความรู้สึกคิดเปรียบเทียบ จึงเป็นจุดเริ่มในการดูหมิ่น ดูแคลน เหยียดหยามผู้อื่น

    ความรู้สึกดูหมิ่น ดูแคลน หยามเหยียดผู้อื่น จึงเป็นเหตุให้คอยเที่ยวตัดสินผู้อื่น ด้วยอคติ แลกิเลสที่พอกพูนอยู่ในจิตใจของตน คือความหลง

    ความหลง จักเปลี่ยนแปลงจิตใจให้กลายกลับเป็นคนคิดลบ ยังผลให้กลายเป็นคนพาลสันดานร้ายได้ในที่สุด

    การอวด จึงเป็นการสร้างอัตตา สร้างตัวตน ให้เกิดขึ้นมา ซึ่งเป็นความหลง เป็นกิเลสแม่ใหญ่ในพระพุทธศาสนา

    องค์สมเด็จพ่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสสอนให้เราทั้งหลายพากันละความหลง ความโกรธ ความโลภ แต่เรากลับเดินเข้าหาความหลงโดยไม่ยั้งคิด ไม่รู้ตัว ด้วยการติดกับดักความเขลาแห่งความหลงโง่

    จงหัดทำตัวเป็นคนธรรมดาๆ ที่ไร้ความสำคัญ ไม่ต้องเที่ยวโชว์อวดใครต่อใครซะบ้างนะลูก เผื่อจักได้พบกับความสุขที่แท้จริงกับเขาบ้าง!

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ที่ได้กุศลมากกว่าการทำบุญ คือการละบาป ไม่สร้างบาปเวรเพิ่ม

    จิตคิดสร้างพระพุทธรูป สร้างพระไตรปิฎก บวชพระสงฆ์องค์เณร คิดสร้างบุญกุศล แต่..ใจยังพยาบาท อาฆาต จองเวร ยังคิดแก้แค้น ..เยี่ยงนี้ยังใช้ไม่ได้

    ปากสวดมนต์บูชาคุณพระฯ แต่..ยังพูดติเตียน พูดนินทา พูดคำหยาบช้า พูดยุแยงให้เขาแตกร้าวกัน ..เยี่ยงนี้ยังใช้ไม่ได้

    มือหยิบข้าวของใส่บาตรถวายพระ แต่..ยังใช้นิ้วพิมพ์กร่นด่าว่าร้าย พาดพิงผู้อื่นให้เสียหายตามแต่อารมณ์ตน ..เยี่ยงนี้ยังใช้ไม่ได้

    อย่ามัวเพลินตักน้ำใส่โอ่ง แต่ไม่ปะรอยร้าว ไม่อุดรูรั่ว การออกแรงตักน้ำนั้น ก็ย่อมเหนื่อยเปล่า

    อย่าคิดสร้างบารมีด้วยการทำบุญ เพียงอย่างเดียว
    แต่..จงเพียรละความเลว ความชั่วที่มีอยู่ในกาย วาจา ใจของตนเองด้วยนะลูก

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ใครจักกล้าประกันให้ได้ว่า..ชาติต่อไปจักได้กลับมาเกิดเป็นคนอีก จักได้พบพระพุทธศาสนาอีก จักได้พบพระอริยสงฆ์ พระสุปฏิปันโน ได้พบกับครูบาอาจารย์อีก จักได้เจอกับกัลยาณมิตรอีก

    ชาตินี้มีใจเป็นสัมมาทิฏฐิ ได้พบแล้ว ได้เจอแล้ว แต่เหตุอันใดจึงไม่รีบขวนขวาย ไม่หาหนทางปฏิบัติภาวนาเพื่อให้รู้ครบจบชาติ

    ยังมัวเมาหลงโลกโลกีย์ ยังหลงโง่โคจรอยู่ในทางอกุศล ยังวกวนติดอยู่ในก้นหลุมบ่อกาม เพื่อกระไร?

    กาลเพลาที่ผ้านพ้นไปแต่ละนาที ล้วนมีค่า มีความหมายกับจิตวิญญาณของตนยิ่งนักแล้ว!

    ที่สุดแล้ว..ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า
    ที่สุดแล้ว..กาลเพลาก็หมดไป
    ที่สุดแล้ว..ชีวิตก็ต้องแตกดับตายไป

    แล้วกลับมาวนเกิด เวียนตายใหม่ โดยที่มิอาจรู้ได้เลยว่าจักไปเกิดอยู่ในอบายภูมิฤาไม่? จักได้กลับมาเกิดเป็นคนอีกฤาไม่? แลจักมีจิตวิญญาณเป็นมิจฉาทิฏฐิด้วยฤาไม่?

    การเดินทางในสังสารวัฏอันยาวนาน..นั้นน่ากลัวยิ่งนัก!

    หามีใครช่วยตรองคิดได้ไม่! ตรองให้ดี คิดให้ได้ ตัดสินใจใหม่นะลูก!!

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ

    *************************

     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    c_oc=AQlFA6vD8h88Q8Nd1aAzIX3ptN3ZyCz3CTx3YZ4gc8kn77P59a7UT9jfCJDDEKZ2H7M&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg






    ในบางครา..

    ยามเมื่อลูกต้องสะดุดหกล้ม ก็จงอย่าเพิ่งรีบลุกขึ้น

    ยามเมื่อลูกต้องล้มเหลว ก็จงอย่าเพิ่งรีบตั้งหลัก

    ยังไม่ต้องรีบหรอกลูก! แต่ให้ตั้งสติ นั่งคิดทบทวนถึงความผิดพลาดที่ผ่านมาของตนเองให้ดีก่อน แล้วจึงค่อยลุกขึ้นตั้งหลักให้มั่นคง

    นั่นล่ะ! การเดินทางของลูกในก้าวต่อๆ ไปจักมั่นคง แลย่อมไปได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    พระธรรม...วันคุณพระฯ
    (๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐)
    อย่าคิดว่าได้มีชื่ออยู่ในบัญชีทอง เพราะได้สร้างพระบรมรูปสมเด็จองค์ปฐม แล้วจักรอดพ้นนรก รอดพ้นอบายภูมินะ!
    หากรักษาอารมณ์ปีติ อิ่มใจไว้ได้ตลอด นึกถึงบุญกุศลในส่วนนี้แล้วชื่นใจ ดีใจได้ในทุกคราที่ได้ระฦกถึง นั่นหมายถึงเป็นผู้มีใจอิ่มบุญ ผลานิสงส์ก็เพิ่มไปได้เรื่อย เพราะมีใจโมทนาบุญที่ตนได้เคยสร้างไว้

    ปีติ จัดเป็นอารมณ์สมาธิใกล้ปฐมฌาน หากในขณะนั้นนิวรณ์ทั้ง ๕ ถูกระงับดับไป อารมณ์จิตก็ย่อมถึงปฐมฌานทันที ต่อด้วยเอาจิตจับภาพองค์พระให้สว่างใสเป็นประกายพรึกขึ้นมาได้ อารมณ์จิตก็แล่นเข้าสู่ฌาน ๔ ได้อย่างไม่ยากเลย จากนั้นจึงทบทวนความบริสุทธิ์ให้มั่นใจในศีลของตน จับบารมี ๑๐ มาพิจารณาให้เต็มอารมณ์ แลไล่อารมณ์ตัดสังโยชน์ทั้ง ๑๐ จบที่ตัดอวิชชา เพียงเท่านี้ก็จบเรื่อง! นี่ท่านทำกันเยี่ยงนี้ จึงได้มีชื่ออยู่ในบัญชีทองคำ! อย่ามัวแต่มองคนอื่น มองให้มาก เห็นให้มาก คือมองเห็นอารมณ์ใจของตนเองว่าขณะนี้ขุ่น มัว ดี ชั่วประการใด หากกล้าประกาศตนว่าเป็นศิษย์ในพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านจริง เขาจักไม่ประมาทกันเลย แลต้องเพียรปฏิบัติกันให้ได้เยี่ยงนี้ทั้งนั้นนะ

    แต่ทุกวันนี้มิใช่เยี่ยงนั้น! ส่วนใหญ่มีแต่ร่วมกันสร้างองค์พระภายนอก มิได้สร้างองค์พระภายในตามที่พระคุณหลวงพ่อท่านได้เมตตาสอนเลย คิดว่าตนมีชื่ออยู่ในบัญชีทองแล้ว เยี่ยงไรก็พ้นแน่ ไปได้แน่ แต่กาย วาจา ใจมิได้คิดสำรวมระวัง ยังประมาทไม่รู้จักทบทวนบารมีทั้ง ๑๐ ประการ ประมาทไม่พิจารณาตัดสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ให้ขาดกระเด็นเป็นสมุทเฉทจบสิ้นไป มัวแต่พูดเพ้อพล่ามหาแต่พระนิพพานๆๆ แบบนิพพานปากเปล่า ซ้ำตัวก็ยังมัวหลงระเริงอยู่ในเพลิงกามก็มี เร่าร้อนอยู่ในเพลิงโกรธ เพลิงแค้นก็มี แล้วเยี่ยงนี้จักมีปัญญาจบกิจในชาตินี้ได้ฤา

    อย่าลืมนะลูก! กรรมของการปรามาสคุณพระรัตนตรัยมีโทษหนักอุจฉกรรจ์นัก ชาติภพนี้แม้จักเคยมีโอกาสสร้างบุญทานการกุศลไว้มากเพียงใดก็ตาม แม้เคยสร้างพระบรมรูปสมเด็จองค์ปฐม เคยสร้างองค์พระชำระหนี้สงฆ์ กี่หมื่น กี่แสนพระองค์ก็ตาม แต่หากได้เคยปรามาสคุณพระฯ ไว้ จักด้วยเจตนา ฤามิได้เจตนาก็ตาม ก่อนตาย ก่อนจิตจักดับลง ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่อารมณ์จิตย่อมกระสับกระส่าย แลมิอาจนึกถึงบุญกุศลใดๆ ได้เลย ย่อมเห็นนิมิตก่อนจิตดับ คือกองไฟ แลจักมีอารมณ์ใจร้อนรนกระวนกระวายเพราะนิมิตที่ตนเห็นนั้น จึงย่อมมีทุคติเป็นที่ไป

    หากยังโชคดี ได้ผ่านสำนักพระยายม เพราะได้เคยกล่าวคำอุทิศกุศลฝากไว้เมื่อคราวที่ยังมีชีวิต เมื่อมีการไต่สวนทวนความถึงบุญกุศลที่เคยสร้าง ดวงจิตวิญญาณของตนย่อมรู้เห็นได้ เพราะปกติของจิตย่อมมีสภาพจำ แต่..กฏของกรรมจักบังคับให้พูดโต้ตอบใดๆ มิได้เลย แม้ถามถึง ๓ ครา ก็ไร้คำตอบจากดวงจิตนั้น จึงย่อมมีทุคติเป็นที่ไปอีกเช่นกัน

    บุญย่อมอยู่ฝ่ายบุญ บาปย่อมอยู่ฝ่ายบาป ลบล้างกันมิได้ ก่อนตายหากจิตเศร้าหมอง จึงย่อมมีทุคติเป็นที่ไปเป็นธรรมดา บุญกุศลที่เคยสร้างไว้ก็มิได้หายไปไหน บุญยังคงค้างไว้เช่นนั้น รอเพลากาลที่จักให้ผลในคราที่กรรมหนักได้เบาบางลง

    นี่เป็นผลแห่งการที่ตนได้เคยปรามาสคุณพระฯ เอาไว้นั่นเอง เมื่อคิดได้ก็จงไปขอขมาลาโทษคุณพระฯ ท่านแต่โดยไว มิใช่เพียงแค่เอ่ยกล่าววาจาสัพพัง อปราทังฯ ดั่งที่เคยมักง่าย ด้วยคุณพระรัตนตรัย ได้แก่คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ นั้นมีคุณอนันต์เหลือคณานับ เมื่อผู้หนึ่งผู้ใดจาบจ้วงล่วงเกิน โทษานุโทษจึงมีอย่างมหันต์เป็นธรรมดาเฉกเช่นเดียวกัน ตนเคยใช้กาย วาจา ใจ เหยียบย่ำ ทำลาย เหยียดหยาม จาบจ้วง ล่วงเกินในพระคุณท่านหนักหนาสาหัสเพียงใด การขอขมาลาโทษ จึงต้องศิโรราบให้ดีให้บริสุทธิ์ ด้วยกาย วาจา ใจให้สูงส่งเพียงนั้น จึงพอจักนับได้ว่าพ้นจากวาระกรรมแห่งโทษานุโทษนั้นได้บ้าง
    สำรวจตรวจใจตนเองให้ถ้วนถี่นะลูก
    พ่อ พระธัมมสรโณ
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    หากยังหวั่นไหวอยู่กับความอิจฉาริษยา แลคำนินทาว่าร้าย ที่ใครๆ เขาพากันหยิบยื่นให้กับเรา ก็แสดงว่าบุญบารมีของเรานั้นยังไม่เพียงพอ

    จำไว้นะลูก..ยามใดที่เราไม่ไหวหวั่นต่อคำสรรเสริญ แลคำนินทาจากปากผู้อื่นแล้ว เมื่อนั้นล่ะ! บุญวาสนาบารมีของเราจักเพิ่มพูนแข็งกล้าขึ้น

    #พ่อ #พระธัมมสรโณ


    c_oc=AQkG3zDHIfrxShrIfRq0BFR7611cx2RHG2Z8SsWFuGx8GAOWmOzyY4DJwst6nOJcshg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    c_oc=AQm-ctnMD9xyk312inCxO5X4D-Wuy9yV1WyraGERYNT7tQ6AM6u3vr3qQYU1CaIVHwY&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ?temp_hash=94ca993884cc4a632f8ddf74f5767848.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,144
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    c_oc=AQnwrUr5bK1-QqN7pb3IU8mtNy91JaIELIAt5B9Z8uxnga2WNJzrq41Za9dwMLS6vf4&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...