ศาสนาพุทธ... จบกิจด้านในจบแล้วจบเลยฮับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Neoworld, 29 สิงหาคม 2019.

  1. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,561
    ค่าพลัง:
    +10,776
    เมื่อคิดจะปฏิบัติภาวนาเพื่อ
    เห็นความเป็นจริงของกายของใจ
    ว่าเป็นไตรลักษณ์
    ด้วยวิธีวิปัสสนากรรมฐานเรียกว่าการภาวนา
    เพื่อการพ้นทุกข์ ย่อมจะป็นการปฏิบัติ
    เพื่อที่จะไปถึง
    ที่สุดของทางศาสนาพุทธ เรียกว่าจบกิจ
    หรือจบการดำเนินจิต(ด้านใน)
    คือไม่ต้องกลับมาทำวนๆ ซ้ำๆ แบบการ
    ดำเนินกาย(ด้านนอก)เช่นต้องกิน ต้องนอน
    ต้องขับถ่าย ต้องเสพโน่นนี่นั่น
    นี่เป็นความเห็นที่ช่วย
    สร้างแรงบันดาลใจฮับ
     
  2. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    798
    ค่าพลัง:
    +1,257
    ใช่แล้วฮับ จบแล้ว จบเลย ไม่มีเข้าๆออกๆ ปรากฎแล้ว ปรากฎเลย
     
  3. ชมทรัพย์

    ชมทรัพย์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2015
    โพสต์:
    419
    ค่าพลัง:
    +197
    รู้อารมณ์ เสมอๆ รู้อารมณ์ไม่ใช่ว่าเป็นอารมณ์นะแจ๊ะ ด้วยความปราถนาดี
     
  4. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    396
    ค่าพลัง:
    +773
    สายดูจิตสมัยนี้ที่สอน...เขาแอนตี้สมถะไหมคะลุง อ่านดูคล้ายๆ จะแบบนั้น
     
  5. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,561
    ค่าพลัง:
    +10,776
    สำหรับโยคีที่ไม่มีสติ ไม่มีจิตตั้งมั่น
    ต้องฝึกสมถะกรรมฐานเพื่อให้มีสติมีสมาธิ
    ตั้งมั่นก่อนการพิจารณากาย จิตฮับ
    ดังนั้น ใครสติหย่อนๆ ยังต้องพึ่งสมถะกรรมฐาน
    เพื่อให้จิตมีความตั้งมั่นก่อนไปพิจารณา
    กายหรือพิจารณาจิตฮับ
     
  6. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    798
    ค่าพลัง:
    +1,257
    เสนอแนะโพสนี้เลยละกันฮับ

    จริงๆ ต้องระบุไปเลย ที่ว่า สายไหน สายไหน นั่นหมายถึงใคร เป็นผู้สอน
    เพราะจะทำให้เป็นมุมกว้างเกินไป ต้องเจาะจงไปเลย ถ้าว่าเป็น สาย มันกว้าง

    จะเหมาบาป ปรามาสไม่รู้ตัว

    เพราะจะทำให้ คำว่า สมถะ ผิดความหมายไป

    ในวิธี สมถะกรรมฐาน หรือ วิปัสนา กรรมฐาน
    มันมีทั้ง สมถะและวิปัสนาคู่กัน
    มันเป็นแต่ชื่อวิธี

    ครูอาจารย์ที่เข้าใจ ไม่มี ใคร ละเลย มีแต่คนที่ไม่เข้าใจ ที่สอนละเลย

    ฉะนั้น ต้องระบุสำนักไปเลย

    วิธี ของ หลวงพ่อเยื้อน สมถะ ก้เกิด แต่เป็นในแบบ ลักขณูปนิชฌานไปเลย

    วิธี ของหลวงปู่พุธ ท่านสอน สมถะ ทั้งสองแบบ หรือสมาธิ ทั้งสองแบบ
    ไม่ว่าจะวิธีไหน มันจะมี ทั้ง สมถะ และ วิปัสนา คู่กัน ถ้าฝึกตามท่านจริงๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 สิงหาคม 2019
  7. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,198
    ค่าพลัง:
    +8,748
    +++ การ "เห็น" ไตรลักษณ์ เป็นเพียง "เริ่มต้น" เท่านั้น (อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ)
    +++ "วิ+ปัสสนา/กรรม+ฐาน"

    +++ วิ เป็นอาการ แจ้ง จริง (พิเศษ)
    +++ ปัสสนา เป็นอาการ เห็น (ทัศนา)

    +++ วิปัสสนา เป็นอาการของ "สติเห็น" เท่านั้น นอกนั้น "ไม่ใช่"
    +++ อาการ "รู้แจ้ง" เป็นอาการของ "สติรู้ จนจบกระบวนการ" เท่านั้น นอกนั้น "ไม่ใช่"

    +++ กรรม+ฐาน
    +++ กรรม นับที่ การทำงานของจิต นับที่ "กิริยาจิต"
    +++ ฐาน คือ อาการ "ดำรงค์ สติมั่น"

    +++ "วิปัสสนากรรมฐาน" ในที่นี้คือ อาการ "ดำรงค์สติมั่น รู้แจ้ง/เห็นแจ้ง กิริยาจิตเฉพาะหน้า"
    ====================================
    +++ เมื่อ "รู้จักและลงมือทำ" ได้จริง ๆ แล้ว ไม่นานก็จะรู้จักอาการของ "กิริยาจิต" ได้เอง
    +++ อาการของ "กิริยาจิต" จริง ๆ คือ "อาการ เกิด/ดับ ใน 1 วาระจิต"

    +++ ตรงนี้แล... ที่เป็นอาการของ

    ยังกิญจิ สมุทยธัมมัง สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
    สัพพันตัง นิโรธธัมมัง สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา
    ====================================
    +++ ไม่ว่าใครก็ตาม "เมื่อผ่าน อาการ รู้แจ้ง" แม้แค่เพียง ชั้นเริ่มต้น
    +++ ก็จะ "ไม่หวลกลับ" มาในชั้นนั้น ๆ อีก
    +++ และ "สิ้นสงสัยในสภาวะนั้น" ไปเลย
    +++ ตรงนี้ "ไม่หวลกลับ มาอีก ตลอดกาลนาน"
    ====================================
    +++ ลำพัง "ความเห็น ที่มาจาก ความคิด" ช่วยอะไรไม่ได้เลย
    +++ ลุงแมว "พยายาม เร่งความเพียร" แล้ว เอามาถาม
    +++ ย่อมได้ประโยชน์มากกว่า "การตั้งคำถาม เพื่อให้คิด" นะครับ
     
  8. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,198
    ค่าพลัง:
    +8,748
    +++ สายดูจิต ต้นฉบับมาจาก "หลวงปู่ดูลย์ สอนศิษย์ที่ รู้จักสติ ที่แท้จริง" มาก่อนแล้ว
    +++ ดังนั้น "การสอน" จึงต่างออกไปจาก "ชั้นสมถะ ที่ยังไม่รู้จัก สติที่แท้จริง"

    +++ หลวงปู่ดูลย์ เป็นศิษย์รุ่นแรก ของหลวงปู่มั่น ร่วมกับ หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
    +++ หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นอาจารย์ของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

    +++ ดังนั้น ให้พิจารณาให้ละเอียด "การดูจิตที่แท้จริง" นั้น
    +++ จะสอนกันเป็น "วงในเฉพาะ ผู้ที่ รู้จัก สติที่แท้แล้ว เท่านั้น"


    +++ ผู้ใดที่ยัง "ไม่รู้จัก อาการของสติที่แท้" ย่อมไม่อยู่ใน "แวดวงการสอนนี้"

    +++ บุคคลใด ที่นำเอาการสอน "การดูจิต" มาสอนในหมู่ของผู้ที่ "ยังไม่รู้จักสติ"
    +++ ย่อมกล่าวได้ว่า "เป็นการสอน อันไม่สมควร" ลงท้ายก็ "แตกแยกกันเป็นพวก ๆ"


    +++ 1. พิจารณาผู้สอน 2. สื่อ/ผู้ ถ่ายทอด 3. ผู้รับ/ฟัง 4. ผู้แบ่งพวก/ตีกัน

    +++ ปัจจุบัณ "2. สื่อ/ผู้ ถ่ายทอด" ทั้ง "คลิป/เสียง/บทความ" ต่าง ๆ มีเกลื่อนไปหมด
    +++ อยู่ที่ "3. ผู้รับ/ฟัง" จะ "รับ/ฟัง" "มีสติ" ในสิ่งที่เหมาะสมกับ "ตน" หรือไม่
    +++ ตรงนี้ "หนีไม่พ้น การฟังแล้วปรุงมโน เอาเอง" จากนั้นจึงเข้าสู่ "วงจรที่ 4"
    +++ ฟังมาแล้ว "มโนไม่ตรงกัน" จากนั้นจึง "4. ผู้แบ่งพวก/ตีกัน" ไปตามการ "มโนส่วนบุคคล"

    +++ ต้นฉบับ มาจาก สอนศิษย์ที่ รู้จัก "สติ ที่แท้จริง" มาแล้ว
    +++ พอแพร่หลายออกมาทาง Internet ผู้รับเป็น "สาธารณะ"
    +++ ตรงนี้แล... Fidgette ลองคุยกับ "ลุงแมว" ก็แล้วกันว่า
    +++ ตลอดสายวงจรจาก "1-4" นั้น "จุดสะดุด" มันอยู่ตรงไหนนะ

    +++ เอามาจาก Internet แล้ว "มโนเอาเองกันเป็นพวก ๆ"
    +++ จากนั้น "แบ่งพวกตีกัน" นัวเนียไปหมด
    +++ ลุงแมวว่า "จิงม่ะ" มันกลายเป็น "จบกัน ไม่ใช่ จบกิจ" นะ
     
  9. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    กายสังขารที่ยังมีชีวิต เคยทำหรือเคยชินอย่างไรในชีวิตประจำวัน ต้องปฏิบัติไปตามรูปแบบเดิม แม้กระทั่ง กาย เวทนา จิต ธรรม เพื่อความไม่ประมาทในพระธรรมคำสั่งสอน นั่นคือตัวสติ

    ส่วนจิตที่รับรู้สภาวะของนิพพาน ว่าพ้นแล้ว(นิพพานเป็นสิ่งที่ถูกรู้) เกิดจากความไม่อยากได้ ไม่อยากเอา ไม่อยากเป็น ด้วยความบริสุทธิ์ใจล้วน ปราศจากการเสแสร้งและปรุงแต่ง ถึงจะสามารถเข้าถึงสภาวะของนิพพาน
     
  10. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +89

    วิราคะธรรม

    ใครแสดงตัวว่า เป็นพระอรหัตย์แต่ แสดงความเป็นภพ ยังเป็นภพ ยังไม่บริบูรณ์
     
  11. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    หัวใจว่างเปล่า ไม่มีอะไรในหัวใจ..ตั้งอยู่อย่างนั้น ไม่เกิด ไม่ดับ..นึกกี่ที ก็ยังชัดเจน
     
  12. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    ใครแสดงตัวว่าเป็น "วิราคะธรรม"
     
  13. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    ผมเห็นเงาทำท่านั่งกระดิกเท้า อยู่ในหัวใจ สักพักเงาดับหายไปไหนไม่ทราบ เหลือแต่หัวใจ ที่มีความว่างอยู่ในนั้น..สักพักนึง พลังงานขนลุกที่เกิดขึ้นเอง วิ่งลงมาที่หัวใจ แต่ติดอยู่ภายนอก
     
  14. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    นอนรอคำชี้แนะ
     
  15. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    798
    ค่าพลัง:
    +1,257
    หึ๋ยยย ฝึกกับอาจารย์ดังๆมา ยังจะมาหาใคร ชี้แนะอี๊กกกก
     
  16. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    กันหลงทางไงครับ คุณปราบ
     
  17. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,513
    ค่าพลัง:
    +9,277
    ถ้าไม่ให้กายสังขารที่ยังมีชีวิตแสดง แล้วจะเอาอะไรมาบอกเล่า กล่าวขาน ต่างๆนาๆ
     
  18. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    798
    ค่าพลัง:
    +1,257
    AW570561_09.gif
     
  19. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    664
    ค่าพลัง:
    +798
    หลงอยู่ในความว่าง.
    คือหลงติดอยู่ใน.
    กิเลส.ที่ละเอียดสุขุมที่สุด.
    หลุดออกจากความว่างไม่ได้.
    ก็ยังไม่พ้นทุกข์.
    ปล่อยวางจิตใจ.
    ที่ว่างได้.
    คือนิพพานดิบ.
    เมื่อร่างกายสังขารแตกดับ.
    ก็เข้าสู่..นิพพานสุข...
     
  20. คนไทบ้านๆ

    คนไทบ้านๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2018
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +267
    ระวังเรื่องความว่างหน่อยก็ดีครับ อย่าเผลอไปยึดเข้า ถ้าเผลอไปยึดแล้วก็รู้ทันเอาครับ มันก็อย่างนี้แหละ มีแต่รู้กับหลง แล้วก็ยังมีรู้ว่ารู้และรู้ว่าหลงอีกที รู้ทันทุกมุม การภาวนาจึงเริ่มไม่ติดฝั่งใดๆ ก็จะกลางเป็นมัชฌิมาปฏิปทาเข้ามาเองโดยปริยาย อันนี้ผมลองทวนให้ดูเฉยๆครับ

    ผมชอบปฏิปทาที่ว่า ทำความดีทิ้งเหว คือผมเห็นว่ามันเป็นปฏิปทาแห่งมัชฌิมาปฏิปทาดีๆนี่เองครับ ลองนึกดูนะครับ ทำความดีทิ้งเหว ก็คือทำแบบไม่คาดไม่หวังผลตอบแทนอะไรๆทั้งนั้น แปลว่า ไม่ให้ความเชื่อใดๆเข้ามาเป็นใหญ่ได้ ทำความดีแล้วจบ ทำความดีแล้วจบ จบตรงนั้นๆ

    ทำได้ไหม จบตรงนั้น จบไม่จบก็รู้เท่ารู้ทันไป นี่เป็นความเพียรชอบอย่างหนึ่ง เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรระวังบาปใหม่ไม่ให้เกิดขึ้น เกิดขึ้นก็รู้ทันไป ค่อยๆคลายความยึดในความเชื่อเข้าถึงความจริงจริงๆแทน รู้ความเมาบ่อยๆ ทำความดีทิ้งเหวไปเรื่อย กลายเป็นลักษณะให้ทานจนกระทั่งจิตว่างจากความยึดไปชั่วคราว

    จิตที่มีความยึดคือจิตส่งออก พอคลายความเมาความยึดได้ จิตไม่ส่งออก จิตก็คืนสภาพอยู่ที่ฐานเดิม มันเลยทำให้ได้รู้จักสภาพที่จิตอยู่กับฐานจริงๆว่าเป็นยังไง รู้จักสภาพที่จิตยังไม่ทันหลงส่งออกแบบหลงๆไปตามรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสนั้นมันเป็นยังไง ถ้ารู้ความจริงตรงนี้ได้มันก็จะแยกแยะออกได้เอง แบบไหนเรียกว่าหลง (หลงก็คือ หลงขันธ์ ๕ นั่นแหละครับ เพราะเรามีแต่ตามรู้อาการขันธ์ ๕ ตอนที่มันทำงานครบหน้าที่แล้วทั้งนั้นครับ) และแบบไหนคือยังไม่ทันหลง อันนี้ตัวสติเริ่มประกอบด้วยปัญญาเป็นสัมมาสติแล้ว เริ่มมีสัมมาสมาธิแล้ว ส่วนสัมมาทิฏฐิปัญญาเห็นชอบเริ่มมีมาตั้งแต่เริ่มรู้ถึงฐานและแยกแยะอะไรเป็นอะไรออกตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง จริงๆพอวิเคราะห์ดีๆ เวลามรรคทำงาน ทำงานผสานรับกันหมดทั้ง ๘ องค์เสมอครับ

    ส่วนตัวพอสรุปได้ว่า ถ้ารู้มัชฌิมาปฏิปทา พอเข้าถูกทาง ทุกอย่างก็จะดำเนินไปตามครรลองแห่งมรรคเอง เร็วช้าอยู่ที่อินทรีย์พละของแต่ละบุคคล สำคัญว่าไม่เลิกละกลางคันไปเสียก่อน ยังไงอริยสัจก็ต้องได้เห็น พอรู้มรรครู้ทางแล้วทีนี้ก็มีแต่เดินตรงแน่วเข้าถึง ทำความเห็นแจ้งตามความเป็นจริงไปเรื่อยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 สิงหาคม 2019

แชร์หน้านี้

Loading...