เรื่องเด่น ศีลโพธิสัตว์ 58 ข้อ

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย Kamen rider, 17 พฤศจิกายน 2004.

  1. Kamen rider

    Kamen rider เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    3,776
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,993
    987 copy1.jpg


    ศีลบารมี ในมหายานนั้นมีสิกขาบท 250 ข้อ ศีลโพธิสัตว์ 58 ข้อ ซึ่งแบ่งเป็นครุกาบัติ 10 ข้อ และลหุกาบัติ 48 ข้อ จากหนังสือพระพุทธศาสนามหายานของคณะสงฆ์จีนนิกาย

    ครุกาบัติ 10

    1. ผู้ฆ่าชีวิตมนุษย์ให้ตายด้วยมือตนเอง ใช้ผู้อื่นกระทำ หรือเป็นใจสมรู้ ตลอดจนฆ่าชีวิตสัตว์เล็กใหญ่ให้ตาย ต้องสถานโทษหนัก
    2. ผู้ถือเอาของผู้อื่น มีราคา 5 มาสก ตลอดจนลักเอาของไม่มีค่าที่เจ้าของไม่อนุญาตด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    3. ผู้เสพเมถุน นำนิมิตล่วงเข้าไปในทวารหลัก ทวารเบา หรือทางปากของผู้ชาย หรือผู้หญิงตลอดจนสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย ต้องสถานโทษหนัก
    4. ผู้อุตตริมนุษยธรรม อวดรู้ฌานรู้มรรคผลที่ไม่มีในตน ตลอดจนพูดมุสาวาทที่ไม่ใช่ความจริง กระทำด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    5. ผู้ผลิตสุราเมรัยน้ำเมา ตลอดจนยาดองสุราที่ไม่ใช่รักษาโรคโดยตรง กระทำหรือผลิตเองหรอใช้คนอื่นกระทำหรือผลิต ต้องสถานโทษหนัก
    6. ผู้กล่าวร้ายบริษัทสี่ ใส่ไคล้อาบัติชั่ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนศึกษามานะ (สิกขามานา) สามเณร และสามเณรี โดยไม่มีมูลด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    7. ผู้ยกตนข่มท่าน ติเตียนนินทาภิกษุอื่น ยกย่องตนเองเพื่อลาภด้วยตนเอง หรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    8. ผู้ตระหนี่เหนียวแน่น ไม่มีมุทิตาจิต ตลอดจนไม่เอื้อเฟื้อต่อผู้ยากจน ขอทานกลับขับไล่ไสส่ง กระทำด้วยตนเอง หรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    9. ผู้มุทะลุฉุนฉียว ตลอดจนก่อการวิวาท ใช้มีด ใช้ไม้ ใช้มือทุบตีภิกษุอื่น กระทำด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    10. ผู้ประทุษร้ายต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กระทำด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่นกระทำ ต้องสถานโทษหนัก
    ครุกาบัติ 10 ข้อนี้ผู้ใดล่วงละเมิดไม่ได้ถือว่าเป็นปาราชิก

    ลหุกาบัติ 48

    1. ผู้ไม่เคารพ ผู้มีอาวุโส ชั้นอาจารย์ของตน
    2. ผู้ดื่ม สุรา เมรัย
    3. ผู้บริโภค โภชนาหารปลาและเนื้อ
    4. ผู้บริโภคผักมีกลิ่นแรงฉุน ให้โทษเกิดราคะ 5 ชนิด คือ 1. หอม
    2. กระเทียม 3. กุไฉ 4. หลักเกี๋ย 5. เฮงกื่อ
    5. ผู้ไม่ตักเตือน ผู้ต้องอาบัติให้แสดงอาบัติ
    6. ผู้ไม่บริจาค สังฆทานแก่ธรรมกถึก
    7. ผู้ไม่ไปฟังการสอนธรรม
    8. ผู้คัดค้าน - พระพุทธศาสนาในมหายานนิกาย
    9. ผู้ไม่ช่วยเหลือ - คนป่วย
    10. ผู้เก็บอาวุธ - สำหรับฆ่ามนุษย์หรือสัตว์ไว้ในครอบครอง
    11. ผู้เป็นทูตสื่อสารในทางการเมือง
    12. ผู้ค้า - มนุษย์ไปเป็นทาส ขายสัตว์ไปให้เขาฆ่าหรือใช้งาน
    13. ผู้พูดนินทาใส่ร้ายผู้อื่น
    14. ผู้วางเพลิงเผ่าป่า
    15. ผู้พูดบิดเบือนข้อความพระธรรมให้เสื่อมเสีย
    16. ผู้พูดอุบายเพื่อประโยชน์ตน
    17. ผู้ประพฤติข่มขี่บังคับเขาให้ทานวัตถุ
    18. ผู้อวดอ้างตนเป็นอาจารย์เมื่อตนเองยังเขลาอยู่
    19. ผู้พูดกลับกลอกสองลิ้น
    20. ผู้ไม่ช่วยสัตว์ เมื่อเห็นสัตว์นั้นตกอยู่ในภยันตราย
    21. ผู้ผูกพยาบาท คาดแค้น
    22. ผู้ทะนงตัว ไม่ขวนขวายศึกษาธรรม
    23. ผู้เย่อหยิ่ง กระด้างก้าวร้าว
    24. ผู้ไม่ศึกษาพระธรรม
    25. ผู้ไม่ระงับการวาทเมื่อสามารถสงบได้
    26. ผู้ละโมภเห็นแก่ตัว
    27. ผู้น้อมลาภที่เขาถวายสงฆ์อื่นมาเพื่อตน
    28. ผู้น้อมลาภ ที่เขาจะถวายสงฆ์ไปตามชอบใจ
    29. ผู้ทำเสน่ห์ยาแฝดฤทธิ์เวท ให้คนคลั่งไคล้
    30. ผู้ชักสื่อ ให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน
    31. ผู้ไม่ช่วยเหลือ ไถ่ค่าตัวคนให้พ้นจากเป็นทาสเมื่อสามารถ
    32. ผู้ซื้อขาย อาวุธสำหรับฆ่ามนุษย์และสัตว์
    33. ผู้ไปดู กระบวนทัพมหรสพ และฟังขับร้อง
    34. ผู้ไม่มีขันติ อดทนสมาทานต่อศีล
    35. ผู้ปราศจากกตัญญูต่อบิดา มารดา อุปัชฌาอาจารย์
    36. ผู้ปราศจากสัตย์ต่อคำปฏิญาณ จะตั้งอยู่ในพรหมจรรย์
    37. ผู้ปฏิบัติธุดงควัตรในถิ่นที่มีภยันตราย
    38. ผู้ไม่มีคารวะ ไม่รู้จักต่ำสูง
    39. ผู้ไม่มีกุศลจิต ไม่สร้างบุญสร้างกุศล ทำทาน
    40. ผู้มีฉันทาคติ ลำเอียงการให้บรรพชาและอุปสมบท
    41. ผู้เป็นอาจารย์สอนด้วยการเห็นแก่ลาภ
    42. ผู้กระทำสังฆกรรมแก่ผู้มีมิจฉามรรยา
    43. ผู้เจตนา ฝ่าฝืนวินัย
    44. ผู้ไม่เคารพ สมุดพระธรรมคัมภีร์
    45. ผู้ไม่สงเคราะห์โปรดเวไนยสัตว์
    46. ผู้ยืนหรือนั่งที่ต่ำแสดงธรรม
    47. ผู้ยอมจำนนต่ออำนาจธรรมโรธี (อำนาจที่ผิดธรรม)
    48. ผู้ล่วงละเมิดธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา

    ที่มา
    http://www.thai-folksy.com/ELearning/Religion/13-03-Buthda.htm
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 9 มกราคม 2019
  2. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +388
    58 ข้อ ก็เพียงพอสำหรับ อัศวิน

    ผู้หมายพุ่งรบกับ กิเลส

    และยังกิจของตนให้ลุล่วง
     
  3. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +388
    จะว่าไปก็มีอยู่ข้อเดียวที่พึงยึดถือ กล่าวคือ...

    การประกอบการใดพึงเป็นไปด้วยกุศลในทุกเบื้อง ที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง และเบียดเบียนผู้อื่น

    เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว สำหรับควบคุมในกฏใดๆ ของการดำเนินชีวิต และสร้างสมความเป็นหน่อเนื้อแห่งพุทธาร์งกุล ในเบื้องต้น......
     
  4. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +388
    ผุ้มีเครื่องหมายแห่งพุทธบุตร เป็นหน่อเนื้อแห่งโพธิฯทายาท จักมี อุปายะวิธี ในการโปรด แสดง และโวหารที่จำแนกไปจาก หยาบ กลาง ไปจนละเอียด ด้วย
    มหาปัญญา
    มหากรุณา
    มหาอุปายะ คือธรรมลักษณะแห่งพระโพธิสัตว์
    อุปายะ คืออุบายธรรม และอุบายธรรม ไม่ใช่มายาภาพ ที่หาค่าไม่ได้ หากแต่ตรงกันข้าม อุบายธรรม คือความจริงในกรอบหนึ่ง เรียกว่า ความจริงสมมุติ เราวัดคุณค่ากันตรงที่การใช้ ทำให้บรรลุเป้าหมาย อุบายธรรมกับสัจธรรม ไม่อาจแยกขาดจากกันเป็นสองส่วน

    ไม่มีอุบาย ก็แปลว่า ไม่มีการใช้คำสอน เมื่อไม่มีการใช้คำสอน ผลลัพท์ก็ไม่ปรากฏ เมื่อผลลัพท์ไม่ปรากฏ ผู้คนก็ไม่รู้ว่าอะไรคือสัจธรรม เมื่อไม่รู้ว่าอะไรคือสัจธรรม อุบายธรรมก็ไม่ปรากฏ มันเป็นลูกโซ่ ที่ต่อเนื่อง เพราะอุบายธรรมก็ต้องอาศัยสัจธรรม และการมีอยู่ของสัจธรรม ก็ขึ้นอยู่กับการมีอยู่ของอุบายธรรม การมี"ธรรม"โดยไม่ผ่านรูป มันเป็นเรื่องจินตนาการ สุดท้ายก็ต้องอาศัย รูปแบบบางอย่างในการอธิบายธรรมอยู่ดี ถ้าไม่มีรูป เราก็ไม่มีทางที่จะรู้จักธรรมด้วยซ้ำไป

    ดังนั้น ธรรมสมมุติกับธรรมวิมุติมันจึงอิงอาศัยกัน ซึ่งผู้ที่มองทะลุ ข้ามผ่าน ท่ามกลางได้ ก็คือผู้มองปฎิจจสมุปบาท หรือธรรมตถตา...

    ทั้งหมดทั้งสิ้น เมื่อเวลารับฟังจึงควรพิจารณา เป็นคำ เป็นประโยค หรือ ย้อนประโยค เพื่อไล่เรียง ความหนาแน่นของที่มานั้น ว่ารวมสิ่งใดอยู่ เทียบเคียงเหล่าใด มีที่มาเป็นฉันใด มีที่ไปอย่างไร ตั้งอยู่หรือไม่ ดับไปด้วยปัจจัยใด ในแต่ละห้วง หรือช่วงในขณะนั้นเป็นต้น.....
     
  5. Fallenz

    Fallenz ○~พบแล้ว เจอแล้ว เสวนาแล้ว ที่เหลือแล้วแต่วาสนา~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +388
    จริงอยู่ ศีลที่ยกมาเป็นทางฝั่งมหายาน แต่จะสำคัญอย่างไรในเมื่อ ศีลนั้นไม่ใช่เครื่องยึด แต่เป็นองค์ประกอบในส่วนหนึ่งที่เป็นเครื่องรั้ง ให้ห่างจากอกุศล ภายนอก และภายใน

    ซึ่งทั้งนี้ส่งผลเป็นอย่างดี ต่อการขัดเกลาความหยาบของอุปนิสัยในชั้นต้น ส่งผลต่อกุศลจิตภายในช่วงท่ามกลาง และยังผลให้เจริญงอกงามทั้งความสงบภายนอก เยือกเย็นภายในเป็นที่สุด

    องค์ของศีลนี้ ยิ่งยึดแน่น หลักก็ยิ่งแน่นตามไป หากแต่พึงควบคู่ด้วยกำลังใจ ตามระดับที่พึงมี ได้ตามกำลังที่พึงรักษา

    ด้วยประการฉะนี้ การอยู่ในสมณะเพศ จึงเป็นเครื่องชี้แจงว่า เหมาะควร แก่อนุสัยของผู้มีปรารถนาใหญ่ ด้วยเพศสภาพ เหมาะแก่การบำเพ็ญตนอยู่อย่างนั้น

    แต่อย่ากังวล เรื่องการมีศีลเป็นเครื่องยึดถือ นั้นมีแต่ตามกำลังใจของตน หากแต่ในชั้นถัดๆ ไป ทุกอย่างจะง่ายเมื่อด้วยว่า ได้สะสม ประกอบตน ในอยู่ในองค์ศีลไว้เป็นอย่างดีแล้ว

    เท่านี้ ก็คงเพียงพอต่อการ กล่าวถึงเรื่องศีล ของอัศวิน

    เจริญในธรรม เจริญในเมตตา เจริญในความเป็นผู้มีกำลังใจใหญ่อยู่เสมอ เมื่อไรพร่อง ให้ย้อนดูว่า สิ่งนี้ติดขัดด้วยประการใด แบบนี้น่ะ

    สู้ๆ อัศวินทั้งหลาย....
     

แชร์หน้านี้

Loading...