สมเด็จกรุวัดสะตือมีจริงหรือไม่

ในห้อง 'วิธีดูพระเครื่อง-เครื่องรางของขลัง' ตั้งกระทู้โดย ksriuta, 23 มิถุนายน 2008.

  1. CottonFields

    CottonFields เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +144
    พระสมเด็จวัดระฆัง บรรจุกรุวัดสะตือพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เคยอยู่ในการครอบครองของ พ.ต.อ. พันศักดิ์ วิเศษภักดี อดีตผู้บังคับการกองปราบ และหนึ่งในอัศวินแหวนเพชรของ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ โดยพระชุดนี้ได้จากครั้งมีการบูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์ และพระเจดีย์ที่วัดสะตือ ในปีพ.ศ. ๒๔๙๙ ที่มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธานในการบูรณะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. ขุนส่อง

    ขุนส่อง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +141
    อีกซักองค์ครับล้างรักออกเผยให้เห็นเนื้อในครับ
    ปล. เล่นแค่ชอบครับ ชอบในพุทธศิลป์ที่งดงามครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • image.jpg
      image.jpg
      ขนาดไฟล์:
      329.7 KB
      เปิดดู:
      1,266
  3. CottonFields

    CottonFields เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +144
    พระสมเด็จวัดระฆังฯ กรุวัดสะตือเป็นพระที่บรรจุในองค์พระพุทธไสยาสน์ และพระเจดีย์ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2414 ก่อนที่เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต จะมรณภาพ 1 ปี สร้างเพื่อระลึกถึงโยมมารดาของท่านเอง
    โดยได้มาทำการก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางพุทธไสยาสน์ ณ หมู่บ้านที่ถือกำเนิดที่วัดท่างาม ปัจจุบันคือ วัดสะตือ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งพระนอนใหญ่มีขนาด ยาว 52 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 16 เมตร องค์พระโปร่ง(ซึ่งใช้เป็นที่บรรจุพระไว้ภายใน)
    พระสมเด็จกรุวัดสะตือถูกค้นพบเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาปิดทองพระนอนวัดสะตือซึ่งเวลานั้นพระนอนอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากจึงบัญชาการให้กรมโยธาเทศบาลได้จัดการปฏิสังขรณ์พระนอนใหม่เมื่อ พ.ศ. 2499 จึงได้พบพระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ บรรจุอยู่
    แต่ด้วยในสมัยนั้นพระสมเด็จวัดระฆังยังไม่ได้เป็นที่นิยมโดยทั่วไปเยี่ยงในปัจจุบันนี้ จึงไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โต และไม่ได้มีผู้สนใจอยากได้พระสมเด็จที่ถูกพบดังกล่าว พระสมเด็จที่ถูกค้นพบในขณะนั้นจึงได้มีการแจกจ่ายเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะในขณะนั้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้นเท่านั้น และต่อมาพระชุดนี้ที่ก็ได้ตกทอดสู่ทายาท และมีการนำมาเปิดเผยในเวลาต่อมา พระกรุนี้ได้ถูกนำออกจากกรุเป็นจำนวนมากเมื่อผ่านมาไม่กี่ปีนี้เอง ราวพ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อมีการบูรณะองค์พระเจดีย์ที่อยู่ภายในวัด ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของพระพุทธไสยาสน์ริมแม่น้ำป่าสัก และปีพ.ศ. ๒๕๕๒ เมื่อมีการบูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์อีกครั้ง

    ปัจจุบันพระชุดนี้ยังพอมีหมุนเวียนในตลาดอยู่พอสมควร ท่านที่ยังลังเล แนะนำให้เสาะหามาเข้ารังไว้บ้างนะครับถ้าไม่มั่นใจก็องค์สององค์ก็พอ พระสมเด็จฯแท้ ๆ ราคายังแตะได้อย่างนี้อย่าปล่อยให้ผ่านมือไปจะได้ไม่เสียดายภายหลัง

    เนื้อหา พิมพ์ทรง ความเก่า มีมาตรฐานมาก ทำให้การทำเลียนแบบได้ยากยิ่ง นัก ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบว่ามีการเลียนแบบพระกรุนี้ แต่สมเด็จเงินล้านองค์คุณบุญส่งมีการทำเลียนแบบแล้วเหมือนองค์ครูทั้งหลาย แต่พระกรุนี้เข้าใจว่าการทำเลียนแบบนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะธรรมชาติความเก่าของพระกรุนี้ยังไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ พระมาตรฐานแบบนี้ต่อไปภายภาคหน้าความนิยมจะไม่น้อยหน้าองค์ที่เล่นหากันอยู่ปัจจุบันนี้ก็เป็นได้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. ขุนส่อง

    ขุนส่อง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +141
    มีหูรำไรครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • image.jpg
      image.jpg
      ขนาดไฟล์:
      108.5 KB
      เปิดดู:
      661
  5. CottonFields

    CottonFields เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +144
    องค์เนื้อสวย ๆแบบของท่านขุนส่อง เคยถูกแซวว่าเป็นสมเด็จฯ09มาแล้วนะครับ แต่เพราะองค์พระถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีพอล้างรักออกผิวจึงขาวสวยอย่างที่เห็นครับ

    ผมประมาณว่าปีหน้า พระคงจะมีหมุนเวียนน้อยลงมากเพราะมีคนเก็บกันมากโดยเฉพาะคนที่รู้ ตอนนี้ถ้าเทียบเอาราคาก็เขยิบไปพอสมควร

    อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ท่านที่มีอยู่แต่ยังลังเลหรือท่านที่พอจะเสาะหาองค์พระรุ่นนี้ได้ ถ้าอยากปล่อยผมรับได้หนึ่งร้อยองค์ครับ มีข้อแม้ว่าส่งล็อตละสิบองค์นะครับ ขี้เกียจโอนเงินบ่อย ๆ พีเอ็มมาหลังไมค์นะครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • aaa.jpg
      aaa.jpg
      ขนาดไฟล์:
      329.7 KB
      เปิดดู:
      1,587
  6. ขุนส่อง

    ขุนส่อง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +141
    5555 ยังอุตส่าห์จำได้นะครับ ผมก็ตามเก็บได้บ้าง ตามทุนทรัพย์ครับ
     
  7. ขุนส่อง

    ขุนส่อง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +141
    เก็บเพิ่มได้อีกองค์ละครับ รอเวลาให้วงการยอมรับมากขึ้นครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 12.jpg
      12.jpg
      ขนาดไฟล์:
      346.1 KB
      เปิดดู:
      933
    • 13.jpg
      13.jpg
      ขนาดไฟล์:
      357.8 KB
      เปิดดู:
      881
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2015
  8. doraemorn

    doraemorn สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2016
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +1
    มีการแตกกรุ หรือเอาพระสมเด็จกรุวัดสะตือออกจากองค์พระนอน
    จากการศึกษาตามคำบอกเล่า ในช่วงน้ำท่วมเมือปีพศ. 2538 โดยกรรมการวัด พระในวัด และผู้ปกครองท้องถิ่นในสมัยนั้น ถือครองอยู่คนละจำนวนมาก และผู้ที่เช่าเก็บไว้จำนวนหลายกระสอบ ราคากระสอบละไม่กี่พัน และนำมาสร้างกระแส โฆษณาในนิตยสาร และออกหนังสือเพื่อยกระดับของพระกรุวัดสะตือให้มีความเสมอเหมือพระสมเด็จวัดระฆังบรรจุกรุ
    โดยมีใจความหลักๆที่คิดขึ้นเองและมีหลักฐานมาผสมโรงด้วยอีกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และขายพระองค์ละ 50,000-100,000
    และมีพระภิกษุอีกรูปหนึ่งอยู่ที่วัดแถวๆ ลพบุรี ก็เก็บไว้จำนวนมากนับพันองค์ ได้นำออกจำหน่ายองค์ละ 4,000-10,000 บาท
     
  9. doraemorn

    doraemorn สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2016
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +1
    เอกลักษณะของพระกรุวัดสะตือ
    พระกรุวัดสะตือถือว่าเป็นพระที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นดังนี้
    -ลงรักสีดำ-สีแดงลูกหว้า เนื่องจากมีการผสมรักและชาดเข้าด้วยกัน ส่วนที่มีชาดจะมีสีออกแดงลูกหว้าจะติดองค์พระบางๆและแน่น และหากส่วนที่ไม่มีชาดจะมีสีดำหนาเหนียว
    -พิมพ์ทรงสวยงาม มีมิติ คือ การแกะพิมพ์จะมีการให้แสงเงา หากจินตนาการว่าหากเรามองพระประธานโดยนั่งหันหน้าเข้าหาองค์พระ และอยู่เยื้องๆมาทางด้านขวามือของเรา จะเห็นว่าฐานซุกชีด้านซ้ายขององค์พระเป็นมุมตั้งด้านซ้ายแหลมกว่า เข่าซ้ายนูนสูงขึ้น(แนวระนาบ) รักแร้ซ้ายแหลม
    -มีผงพุทธคุณ ลักษณะเป็นเม็ดคล้ายดอกจัน และรอบๆจะยุบตัวลง เนื่องจากดินสอพองที่นำมาเขียนยันต์ คาถา และผสมในเนื้อพระมีความหนาแน่นน้อยกว่าปูน เมื่อรวมตัวกันจะมีการแห้งตัวเร็วกว่า จึงกลายเป็นเม็ดที่รอบๆตัวยุบลง
    -เนื้อพระมีลักษณะละเอียด สัณณิษฐานว่า หลวงวิจารณ์ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในสมัยนั้นเข้ามาใช้ คือรางบดยาแบบจีน ซึ่งเป็นรางและลูกกลิ้งเหล็กทำให้บดมวลสารต่างๆได้ละเอียด
    -ผิวพระ
    ---แบบผิวเดิมมีลักษณะเรียบละเอียดสะอาดไม่มีคราบรัก
    ---แบบแตกลายงา จะมีการแตกลายเล็กละเอียดบริเวณผิวๆลึก1-2 มม. มีคราบรัก เนื่องจากรักที่ทาเคลือบไว้มีน้ำผสมอยู่มาก เมื่อน้ำระเหยออกจากรักทำให้เกิดเป็นลายและทำให้ส่วนที่มีรักติดอยู่ดึงเนื้อพระแยกออกมา จึงเป็นลายงา
    -หลังพรุนและหลังเรียบ ความพรุนเกิดจากการเสื่อมสลายของอินทรีย์วัตถุ เช่น ดอกไม้ ผงธูปที่โรยด้านหลังองค์พระและมีการปาดเนื้อพระเมื่อกดพิมพ์ ทำให้รูพรุนเห็นเป็นเส้นเป็นแนว และรวมถึงการระเหยของน้ำที่ถูกพรมลงด้านหลังองค์พระเพื่อให้ปาดเนื้อจากพิมพ์พระได้ง่าย
     
  10. กัณ ยันต์โสฬส

    กัณ ยันต์โสฬส สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    พระสมเด็จฯกรุวัดสะตือ ครับ องค์นี้คราบกรุและรักน้ำเกลี้ยง เกาะหนา ลองล้างดูเนื้อในโดยแช่น้ำมะกรูด ใว้หลายชั่วโมง แล้วใช้พูกัน ปัดเบาๆ ใช้เวลา หลายชั่วโมง หลังล้างคราบกรุออก รอให้แห้ง ก็จะเห็นร่องรอย แตกลายงา ในเนื้อพระองค์นี้ ดูแล้วสวยงามตามธรรมชาติดีครับ อายุการหดและแตกลายงา แบบนี้ 100-150 ปีขึ้นแน่นอน ครับ ส่วนตัวเชื่อว่า สมเด็จฯกรุวัดสะตือ ที่ 62323952_1297886403703904_6762985757754785792_n.jpg ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จฯโต ท่านสร้างใว้ บรรจุลงกรุ วัดนี้ นั้นมีจริงครับ
     
  11. กัณ ยันต์โสฬส

    กัณ ยันต์โสฬส สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    62102724_1297886560370555_8823480881898323968_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. กัณ ยันต์โสฬส

    กัณ ยันต์โสฬส สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
  13. กรุงเก่า

    กรุงเก่า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2004
    โพสต์:
    151
    ค่าพลัง:
    +330
    ผมเป็นเด็กแถวนั้น ไปเล่นกับเพื่อนในอุโมงท้องหลวงพ่อโตวัดสะตือ จุดเทียนเข้าไป เจอแต่ค้างคาวครับ คลานเข้าไปลึกก็จะเจอการก่ออิฐปิดโดยเปิดช่องให้คลานเข้าไปได้ทีละคนครับ เล่นประสาเด็ก เข้าไปไม่กี่ครั้ง พอไม่เห็นมีอะไรสนุกๆให้ดูก็เลยไม่เข้ากันไปอีกครับ แต่ปัจจุบันใต้ฐานพระนอนหลวงพ่อโตยังมีพระสมเด็จอยู่นะครับ พระสมเด็จน่ะอยู่ที่พระนอนกับเพดานโบสถ์เก่าหน้าหลวงพ่อ แต่ที่เพดานโบสถ์เก่าของออกไปหมดก่อนตั้งแต่ผู้ใหญ่ทั้งหลายไปกันนั่นแหละ ผมเกิดไม่ทัน มายุคผมเป็นเด็กญาติปีนเอามือกราดๆดูบนเพดาน ไม่มีเหลือเลย...555 ไม่มีความเห็นเรื่องที่ว่ามาจากเจดีย์ครับ เพดานโบสถ์สภาพพระดีกว่าเพราะไม่ได้โดนน้ำท่วมครับ ที่บอกว่ามีแค่สีดำกับเขียวนั้นไม่จริงครับ วันหลังไปเจอลูกลุงจะขอถ่ายภาพองค์ของเขามาให้ดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2019

แชร์หน้านี้

Loading...