สวด ภาวนา ในชีวิตประจำวัน ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 11 มีนาคม 2016.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
    348LeaNg-MSbQyUv4G9XX6b-pzuOU9XhJfWHG-R2P5BNn1DBucQlNVBZDfczxj8UIomB_Drk&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    เรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือคนไทยเรานี่เอง #คนไทยเราติดเชื้อโควิดเยอะมาก #แต่ไม่ออกอาการ คนไทยที่ไปต่างประเทศโดนตรวจเจอทุกทีเลย โดยเฉพาะที่ไปประเทศญี่ปุ่น

    อาตมาเดาเอาว่าเกิดจากสองสาเหตุ สาเหตุแรกก็คือ เนื่องจากอาตมาเห็นว่าคณะผู้ทำให้เกิดโรคระบาดเป็นเทวดาสองชุด ชุดหนึ่งทำให้เกิดโรคระบาดสำหรับคน อีกชุดหนึ่งทำให้เกิดโรคระบาดสำหรับสัตว์ #แล้วคนไทยสวดมนต์ไหว้พระกันเป็นปกติ #เทวดาท่านเลยเกรงใจ แต่สาเหตุนี้ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ไม่ได้

    ประการที่สองก็คือ ความโชคดีของเรา เพราะว่าเรามีฝุ่น PM ๒.๕ มานานก่อนหน้านี้แล้ว #ทำให้พวกเราใส่หน้ากากกันเป็นปกติ เมื่อถึงเวลาโควิดเข้ามา เราจึงติดกันน้อยมาก จนร่างกายปรับภูมิคุ้มกันทัน ในเมื่อปรับภูมิคุ้มกันทัน ก็ไม่รู้สึกว่าป่วย เลยไม่ไปให้หมอตรวจ ดังนั้นเลยไม่ทราบว่าติด #แต่เวลาไปต่างประเทศ ต้องตรวจก่อนเข้าบ้านเขา #แล้วก็เจอเชื้อทุกรายเลย เขาก็คงสงสัยว่าป่วยภาษาอะไรกัน #ไม่เห็นเป็นอะไรเลย...!”

    “สาเหตุแรกในเรื่องของการสวดมนต์ไหว้พระ กรรมฐาน อุทิศส่วนกุศล น้องพลอย ลูกสาวที่เรียนอยู่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส #อยู่กลางดงโควิดเลย #เพื่อนในมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ติดไปหลายคนแล้ว #แต่น้องพลอยยังไม่เป็นอะไรเลย ก็บอกไปว่า “ลูกอย่าเผลอนะ #อย่างไรก็ต้องสวดมนต์ไหว้พระ #อุทิศส่วนกุศลทุกวัน

    ตอนนี้น้องพลอยจะเป็นผู้พิสูจน์ทฤษฎีว่า #การสวดมนต์ไหว้พระนั่งกรรมฐานจะทำให้ผีเกรงใจ โดยเฉพาะผีโรคระบาด”

    เรื่องโควิดเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก #แสดงให้เห็นว่าคนเราทำกรรมมา..#อย่างไรก็ต้องรับ

    สมัยก่อนที่กาฬโรคระบาด ไข้หวัดใหญ่ระบาด ไข้เหลืองระบาด #คนตายกันเป็นล้านเพราะว่าสมัยนั้นการสาธารณสุขยังไม่ดี แต่สมัยนี้การสาธารณสุขถึงระดับคำนวณด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์แล้ว #ยังตายกันเป็นล้านอยู่อีก

    วันนี้เห็นยอดผู้ตายเกินล้านไปเท่าไรแล้วก็ไม่ทราบ แต่ส่วนที่ติดเชื้อนี่ ๓๗ ล้านกว่าคนแล้ว ในยุคที่การสาธารณสุขถือว่าดีมาก #ยังเป็นโรคระบาดที่ทำให้คนตายเป็นล้านได้ เหลือเชื่อจริง ๆ ถ้าหากว่าตายในระดับ ๑ - ๒ แสนคนก็พอรับได้อยู่ แต่เป็นล้านนี่เยอะเกินไป

    เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๖๓
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
    ?temp_hash=4b9ebe3a3c341336101ca915473cf0b7.jpg




    ถาม..... ถ้าเราไม่ได้เชิญ ภพภูมิจะมาร่วมสวดเองได้หรือไม่?
    หลวงตา..... ภพภูมิมาสวดเองก็ได้ แต่ไม่ได้บุญ เพราะละเอียดต่อละเอียดมันยาก เราอยู่ตรงกลาง ทุกอย่างต้องผ่านมนุษย์ ต้องผ่านมาฟอกที่เราก่อน แล้วจึงไปที่เขา
    ถาม..... ถ้าสวดสองทุ่มครึ่งไม่ทัน จะสวดแบบเดียวกันหลังสองทุ่มครึ่งได้หรือไม่?
    หลวงตา..... ไม่ได้ แต่ฝากกระแสได้ ให้สวด นะโม 3 จบ แล้วจักรพรรดิ 1 จบแล้วสัพเพฯฝากกระแสบุญในวันนั้น
    (พระเดชพระคุณหลวงตาม้า)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
    ?temp_hash=9ee1ddc857c61fbdee2d3d585d66b51d.jpg
    “เงินต่อเบี้ย”

    พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงเคยสอนไว้ในพิธีเป่ายันต์เกราะเพชรว่า ให้นำธนบัตรอะไรก็ได้ไว้ที่หน้าตักหรือด้านหน้าของเรา เมื่อถึงเวลาเป่ายันต์ พระท่านจะสงเคราะห์เสกให้ และธนบัตรนั้นจะเป็นเงินที่ต่อเบี้ยเป็นเงินขวัญถุง ให้เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ เพื่อดึงดูดเงินเข้ากระเป๋าเรา... แต่โยมต้องทำสัญลักษณ์เอาไว้ให้ดีด้วย เพราะมีหลายคนเผลอหยิบออกไปใช้ แล้วมาเสียดายทีหลังก็ไม่ทันแล้ว..!

    คำสอนของพระอาจารย์เอ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
    เมื่อกายผ่อนคลาย ใจผ่อนคลาย มีสิ่งให้สติระลึก ( มีสัมปชัญญะย้อนมารู้กาย-ใจ) มีสิ่งให้ใจรับรู้

    จึงสามารถทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคนเรา เปี่ยมด้วยปิติ ชุ่มชื่น ชุ่มเย็น เป็นสมาธิได้ครับ
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    สมัยเด็กๆ ไม่ได้คิดวิตกกังวลกับเรื่องการทำมาหากิน การหาเลี้ยงชีพ ฐานะ เศรษฐกิจ ฯลฯ
    สิ่งเดียวที่ทำให้เด็กๆและวัยรุ่นจะเครียด ฟุ้งซ่านจนเป็นทุกข์ขนาดหนักน่าจะเป็นเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ได้เล่นสนุก ไม่ได้ทำสิ่งที่รักดั่งใจ

    ตอนอายุไม่ถึงสิบขวบผมขี้โรคมาก ก็ทุกข์กับร่างกายมาก
    การเพลินเพลินจากการเดิน ทำให้เดินได้ไกลขึ้นๆ จนพัฒนาเป็นวิ่งทุกวัน จนร่างกายแข็งแรง
    จากเด็กที่วิ่งได้ไม่ถึงนาทีก็หอบ กลายเป็นนักวิ่งมาราธอนระยะสั้น

    จากกีฬา ที่เริ่มทำสำเร็จหนึ่งอย่าง ก็ให้กำลังใจตนเอง ที่จะเล่นอย่างอื่น
    จากเด็กที่กลัวน้ำ ก็กลายเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ

    จากเด็กขี้โมโห แต่พอที่จะวาดการ์ตูนได้ ก็อาศัยการวาดภาพ วาดเรื่องราวต่างๆ
    ระบายสี วาดภาพเหมือน การวาดครั้งหนึ่งๆ เมื่อทำเสร็จ จิตจะเบามาก ใจนิ่ง

    การใช้ลมหายใจเล่นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ต่างๆ ทำให้ระบายอารมณ์ความรู้สึก
    ออกมาทางเสียงดนตรีได้ ใจคลายเร็ว และ อาศัยเสียงดนตรี เสียงน้ำไหล เสียงลม
    เสียงต่างๆมาช่วยให้ใจผ่อนคลาย เป็นสมาธิได้

    สมัยเด็กๆ ชอบอ่านนิยายจีนแปล เป็นเล่มหนาๆ เป็นการฝึกสมาธิได้ดี แต่ เป็นการฝึกโดย
    อาศัยความชอบ-ความชัง ในตัวละคร แม้เป็นสมาธิได้ แต่ไม่ถาวร ไม่ทำให้ใจพัฒนาในการ
    ถอดถอนนิสัยทำอะไรด้วยรัก-ชัง (กิเลส )



    หลายอย่าง คนเราสามารถทำด้วยใจรัก เพลิน จนใจนิ่ง
    แต่พอเจอตัวแพ้ทาง มาสะกิดต่อมไร้รัก มักชัง ก็ระเบิดได้ง่าย

    พระพุทธองค์ จึง สอน " สัมมาสมาธิ" ไว้ ดังนี้

    สัมมาสมาธิ เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะวิตกวิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอมีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌาน ที่พระอริยทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข เธอบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ อันนี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ ฯ
     
  16. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
     
  17. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    19,859
    กระทู้เรื่องเด่น:
    460
    ค่าพลัง:
    +64,690
    qvH7q_QzPGhAxkZ7A-sGvyQF88LXjFmE6P4qPtx3Jmpu&_nc_ohc=FTym-ByO4kUAX-pz7-H&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    พระอาจารย์กล่าวว่า "เด็กรุ่นหลัง ๆ ไม่รู้ว่าทำไมพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จึงทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับในหลวง ที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ ไม่ให้ความสำคัญกับในหลวง เพราะว่ารุ่นของเขาไม่เคยผ่านความทุกข์ยากลำบากมา เหมือนกับรุ่นพ่อรุ่นแม่

    ถ้าเขาได้ผ่านช่วงสงครามโลก สงครามมหาเอเชียบูรพา เขาจะรู้ว่าในระหว่างประเทศชาติวิกฤตขนาดนั้น ศูนย์รวมใจเพียงหนึ่งเดียวของเราคือในหลวง ในระหว่างที่ประเทศชาติเกิดความแตกแยกทางความคิด ฝ่ายหนึ่งเข้าป่าจับอาวุธ อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ในเมือง พระองค์ท่านทำจนกระทั่งเขาเปลี่ยนความคิด จากศัตรูกลับมาร่วมกันพัฒนาประเทศชาติได้

    ในช่วงที่เผด็จการทหารครองเมือง ถึงเวลาชาวบ้านและนักศึกษาประท้วงก็โดนปราบโดนฆ่า พระองค์ท่านก็สามารถระงับเหตุทั้งหลายเหล่านั้นลงได้

    บรรดาชาวเขาที่ปลูกฝิ่นเป็นอาชีพเพราะว่าทำเงินให้กับเขาได้ เนื่องจากว่าปลูกมาก็มีคนซื้อ พระองค์ท่านก็ไปเปลี่ยนเป็นการปลูกพืชผลในพื้นที่สูง จนกระทั่งมีฐานะมั่นคง มีโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ออกมา ทำให้พวกเขาอยู่กินกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยยาเสพติด

    ดังนั้น..คนรุ่นนั้นจะเห็นชัด ๆ ว่าในหลวงสร้างคุณประโยชน์มหาศาลเพื่อประเทศชาติและประชาชนขนาดไหน ก็จะเกิดความเคารพขึ้นมาเอง เกิดความรักขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปปลุกใจ ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกร้อง แต่ว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ เขาไม่ได้ผ่านสภาวะประเทศชาติที่เป็นอย่างนั้นมาก่อน ต่อให้เกิดปี ๒๕๓๕ ที่ประเทศชาติเกิดวิกฤตครั้งสุดท้าย ปีนี้เขาก็อายุ ๒๐ ปีโดยไม่เคยเห็นเรื่องเหล่านั้นมาก่อนเลย

    เพราะฉะนั้น..เด็กรุ่นหลังจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ถึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับในหลวงได้ขนาดนั้น ต้องบอกว่าคนรุ่นหลังนี้เสียชาติเกิดจริง ๆ..!"

    "ที่ขำ ๆ กว่านั้นก็คือ หลวงปู่หลวงพ่อรุ่นครูบาอาจารย์เก่า ๆ เป็นพระเถระ ๔-๕ แผ่นดิน เพราะถ้าเกิดช่วงรัชกาลที่ ๖-๘ ก็ไม่กี่ปี ยิ่งไปเจอหลวงปู่สีเป็นพระเถระตั้ง ๕ แผ่นดิน มารุ่นของอาตมานี่ต่อให้อายุ ๖๕ แล้วก็ยังแผ่นดินเดียว เพราะในหลวงทรงครองราชย์มาเป็นปีที่ ๖๖ แล้ว

    ต่างประเทศเขารู้และเห็นคุณค่าของในหลวงมากกว่าพวกเราหลายเท่า พวกเราเหมือนหนูอยู่บนกองข้าวสาร จึงไม่เห็นคุณค่า วันไหนไปเป็นหนูในทะเลทราย กว่าจะหาข้าวสารได้สักเม็ดหนึ่งไม่รู้ว่ากี่คืนกี่วัน ตอนนั้นถึงจะเห็นคุณค่า แต่ก็อาจจะสายไปแล้วก็ได้"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๕
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...