สวด ภาวนา ในชีวิตประจำวัน ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 11 มีนาคม 2016.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    1f514.png 2728.png #ขั้นตอนการแก้กรรมที่ไม่ดีจากเจ้ากรรมนายเวร 1f56f.png 1f33f.png
    ให้อโหสิกรรมต่อกัน (คาถาพระพุทธเจ้าให้มา)
    ภัคกิมาแนะนำวิธีการแก้กรรมด้วยการเจริญพระกรรมฐาน และภาวนาพระคาถานี้
    บุญจากการนั่งกรรมฐาน เป็นบุญที่ใหญ่ที่สุด
    จึงสามารถผ่อนกรรมหนักให้กลายเป็นเบา
    จากกรรมเบาให้กลายเป็นจางมลายหายไปได้
    หลังสวดมนต์เสร็จ (หรือจะนั่งกรรมฐานเลยก็ได้)
    ให้นั่งสมาธิ โดยตั้งจิตอธิษฐานก่อนนั่งว่า
    2728.png #คำตั้งจิตอธิษฐาน 2728.png
    " ข้าพเจ้าขอเจริญพระกรรมฐาน เพื่อแผ่บุญแผ่เมตตาให้กับ......... (นึกถึงเจ้ากรรมนายเวรของเรา).........ขอให้เขามีความสุขและปราศจากความทุกข์ หากเคยมีหนี้กรรมกันมา ขอชดใช้กรรมกันด้วยบุญนี้ ขอให้วิบากกกรรมที่เรามีต่อกันเบาบางลงจนจางมลาญหายไปด้วยเทอญ"
    พออธิษฐานเสร็จแล้ว ให้ท่องพระคาถานี้
    .."พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติ สัมพุทโธ"..
    ท่องกี่จบก็ได้ จะท่องให้เป็นฌานก็ได้
    โดยกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก
    ตามแนวสติปัฏฐาน4
    ทำใจให้เบาสบาย อย่าตึงอย่าหย่อนเกินไป
    ให้เดินทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา)
    พระพุทธองค์ท่านก็สำเร็จมรรคผลไวด้วยการเดินทางสายกลาง
    ไม่ต้องนั่งนานก็ได้นะคะ เอาเท่าที่เราไหว
    และเบาสบาย แม้ 1 นาทีก็ยังเป็นบุญเลยค่ะ
    ภาวนาไปเรื่อยๆ
    นึกถึงรูปพระพุทธรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราชอบใจซักรูป เป็นพุทธานุสติกรรมฐาน ซึ่งเป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง เป็นกองที่มีพุทธานุภาพมากที่สุด เพราะเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า
    ------------------------
    1f33f.png ที่มาของพระคาถานี้
    หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านเป็นคนแนะนำให้สวดพระคาถาขออโหสิกรรมนี้
    .."พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติสัมพุทโธ"..
    (กรรมใดๆ ก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกัน ด้วยอานุภาพพระสัมพุทโธ)
    เป็นคาถาที่หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน
    ท่านได้เจริญภาวนาทุกวันก่อนบิณฑบาต
    ว่ากันว่าเป็นการแผ่เมตตาไปยังสัตว์โลกด้วย
    เพราะปรากฏว่าการเจริญพระคาถานี้
    ทำให้จระเข้ตัวนึงที่ชื่อไอ้สี
    เลิกอาละวาดทำร้ายคนเดินเรือในแม่น้ำน่าน
    เพราะว่าหลวงพ่อเงินท่านจะภาวนาทุกที
    ตอนที่บิณฑบาต(ทางเรือ)
    มันจะคอยว่ายน้ำตามเรือ ไม่ทำอะไรผู้คน
    จนบางทีถ้าหลวงพ่อเงินท่านจะข้ามแม่น้ำ
    ว่ากันว่ามันจะว่ายมาหา
    หลวงพ่อเงินก็นั่งบนหลังมันข้ามน้ำไปได้
    (เป็นคาถาเดียวกับที่สมเด็จโตใช้สะกด จระเข้)
    ผู้ที่เป็นเจ้าของวิชานี้คือหลวงพ่อใหญ่เมืองพิจิตรหนึ่งในอาจารย์ของสมเด็จโต
    และคาถานี้หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวง
    ได้ใช้เสกตะกรุดกระดูกแร้งจนลือเลื่องด้วย
    1f33f.png ที่มาของพระคาถานี้ในสมัยพุทธกาล
    ว่ากันว่าที่สาวัตถี มีตายายสองคนมีอาชีพหาปลา
    ตลอดชีวิตไม่เคยทำความดีเลย
    วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยปรมาภิเษกสัมโพธิญาณว่า ตากับยายคู่นี้เคยถวายสังฆทานแก่สมเด็จพระพุทธตัณหังกรมาก่อน
    แต่ก็มีการยักยอกเงินในสมัยพระพุทธเมธังกร
    ผลกรรมเลยต้องตกเป็นคนทุกข์ยากหลายชาติ
    พระองค์เห็นว่าสองตายายนี้จะต้องตายไปใน 7 วัน จึงควรจะสอนให้ภาวนาเพื่อไม่ให้ไปทางอบาย
    รุ่งเช้าพระพุทธองค์จึงทรง
    เสด็จไปที่ตากับยายพักอาศัย
    พอไปถึง
    พระองค์ทรงแสดงพระฉัพพรรณรังสีจนตายายสองคนเลื่อมใสได้ห่อข้าวยาคู ใส่บาตร
    พระองค์ทรงถามว่า อยากรวยไหม
    ตากับยายก็บอกว่าอยาก
    พระองค์บอกว่า ตถาคตจะให้คำภาวนา
    แล้วจะรวยตายายก็ดีใจ
    แต่ต้องนั่งบ่นภาวนาไปนะ ห้ามจับปลานะ
    ตายายทั้งสองก็รับคำก็นั่งภาวนา
    คำที่พระพุทธเจ้าทรงให้ก็คือ
    ..“พุทโธ กัมมัฏฐาโมกรรมมะจุติ สัมพุทโธ”..
    ตายายก็ภาวนา ผ่านไปสิ้น 7 วัน
    ทั้งสองก็ตายลง นายนิริยบาลมารับตัวไป
    แต่จิตที่ภาวนาไว้ก่อนตาย
    ทำให้ดวงวิญญาณทั้งสองจิตจับที่คำภาวนา
    ภาวนาไปตลอดทาง
    พอไปสำนักพระยายมราช
    นายบัญชีก็อ่านความดีความเลวของดวงวิญญาณทั้งสอง และเรียกวิญญาณกุ้งปลาเต่าที่ตายายเคยฆ่ามาให้การ
    ปรากฏว่าไม่มีใครมา ก็มีเต่ามาบอกว่าเธอทั้งสองภาวนาคาถา นี้เป็นการแผ่เมตตาขออโหสิกรรม
    ฉันไม่โกรธเธอหรอก อโหสิกรรมให้แล้ว
    แล้วเต่าก็เดินจากไป
    พระยายมราชจึงเสด็จลงมาจากบัลลังก์ตรัสว่า
    ไม่มีเจ้าทุกข์ ตายายใส่บาตรองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเกิดที่จาตุมหาราชิกได้
    ตายายก็งงว่าตนได้ฆ่ากุ้งปลาเต่ามามากมาย
    ทำไมได้ไปสวรรค์ พระยายมราชบอกว่า
    ก็พระที่พวกเจ้าเจอคือ
    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคาถาที่ให้
    “พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติ สัมพุทโธ”
    แปลว่ากรรมใดๆ ก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกัน
    ด้วยอานุภาพ พระสัมพุทโธ นะสิ
    พวกโจทก์ก็เลยอโหสิกรรมหมด
    ท่านก็ว่าดวงจิตเจ้าทั้งสองผูกกับคำภาวนานี้
    ผู้ถึงพระพุทโธเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน
    ไม่อาจลงอบายภูมิได้
    จึงไปได้จตุมหาราชิกาขึ้นไป
    หลังจากนั้นพระโมคคัลานะ
    ได้ไปพบเทพบุตรเทพธิดาทั้งสองนี้
    จึงได้จดจำพระคาถานี้ไว้
    ตกทอดมายังพระครูใหญ่วัดเมืองพิจิตร
    อาจารย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต
    และหลวงพ่อเงินวัดบางคลานอีกที
    จึงได้เรียนกัน และจำสืบๆกันมา
    #คาถาแก้กรรม
    =AZX2tF3ZjqIehgSIigjZGZtffyzqsGeM1MLqcQY6A80_LUspemb8moLdWDjbKTWXzCatBtF4TDQcvSp60TezbJMEOF2tM2MHawwMHVHY509Rtr_Mc0nDmCJVM4WQeRGdxD-Cp9AIrmL8ngX2qp4f24qeY8ROMSwO-lUhQTTwYT0ulnp_QF0S4b0TGt0fCBWiIT8&__tn__=EH-R'] __ROvicrFeRySjuLxQXKDjcbeGVctlVB4to1Ca2So9yw&_nc_ohc=TG3gqL5c_R8AX_NMGVZ&_nc_ht=scontent.fbkk2-7.jpg

    https://web.facebook.com/Queendhamma/
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    FT3ATUwmkAT3BToWN8OrPr-2j0Jh0nsQLw9bAxLAKcXz&_nc_ohc=6bwojCYAJmkAX9cHQHD&_nc_ht=scontent.fbkk2-5.jpg
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    _tu4F6AUu-cQmGafFxe4-0cFL47suQL_vU8or3_alZR&_nc_ohc=FKjLwZ53Xr8AX8yVGPh&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    "เปลี่ยนแปลงเพราะหลวงปู่ดู่"
    หลายๆ คนที่ทันได้ไปกราบหลวงปู่ดู่สมัยที่ท่านยังอยู่ จะได้เรียนรู้ซึ่งอาจถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายๆ เรื่อง อาทิ
    ๑) เปลี่ยนจากความคุ้นชินในการกรวดน้ำ มาเป็นแบบกรวดแห้ง ด้วยวิธีตั้งจิตให้เป็นสมาธิ แล้วน้อมอาราธนาบารมีพระ อุทิศบุญออกไป
    ๒) เปลี่ยนจากที่เคยมุ่งเรื่องทาน มามุ่งเรื่องศีลและภาวนา เพราะเรื่องทานเป็นสิ่งคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว ที่ยังพร่องคือการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ทุกข้อ รวมทั้งการเจริญภาวนาให้เป็นกิจวัตร
    ๓) เปลี่ยนจากความไม่สำรวมระวัง เช่นพูดคุยส่งเสียงดัง มาเป็นสำรวมระวังมากขึ้น เพราะหลวงปู่สรรเสริญความเงียบ เพื่อมิให้รบกวนผู้มานั่งปฏิบัติสมาธิภาวนา
    ๔) เปลี่ยนจากคนหยาบมาเป็นคนละเอียดมากขึ้น พิจารณาอะไรๆ มากขึ้น รู้กาลเทศะมากขึ้น เพราะหลวงปู่ท่านสอนให้ละเอียด เช่น จะกราบพระ ก็ดูโอกาสและสถานที่ให้ดี อย่าไปนั่งกราบขวางทางหรือบังใครๆ เขา จะชวนคนเข้าวัดก็ให้พิจารณาให้ดี อย่าไปเป็นต้นบาปให้คนเขาต้องหาเรื่องโกหกเพื่อจะปฏิเสธการไปวัด รวมทั้งให้ฉลาดทำบุญชนิดที่ไม่ต้องใช้เงิน ตลอดถึงทำความดีแล้วต้องรักษาความดีเหมือนปิดฝาหม้อแกง อย่าเที่ยวพูดอวดความดี หรืออวดผลการปฏิบัติให้ใครๆ ฟัง นอกจากนี้ อย่าได้เผลอเอาครูบาอาจารย์เป็นเพื่อน พูดหยอกล้อกับท่าน หรือใช้ท่านทำนั่นทำนี่ให้ หรือแม้แต่ขอให้ท่านส่งซองมาให้เราใส่เงินทำบุญ เป็นต้น
    "พอ" (๕ มิถุนายน ๒๕๖๔)
    _OruJliF9Z42YJ9WAxC_FFi1nutnIKHshXSLfjHiYfjg&_nc_ohc=2cZcEsiW2vAAX-y4GWV&_nc_ht=scontent.fbkk2-3.jpg
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    9/7/2564
    "..ข้าจะเตือนเอ็ง ฝึกแล้วจิต
    มันต้องเบา ความเบาคือความไม่
    รำคาญนั่นแล่ะ ถ้าเอ็งต้องอยู่ร่วม
    กับคนหมู่มาก และถ้าต่างคนต่างฝึก
    ต่างคนต่างสวดมนต์ แผ่เมตตา บัน
    ทึกบุญ มันก็จะไม่มีปัญหาอะไร จะ
    ไม่มีการพุดส่อเสียดเพ้อเจ้ออะไร
    ทั้งนั่นแล่ะ จำเอาไว้ ถ้าเอ็งคุยกับ
    ใครแล้วเขาพูดถึงเรื่องคนอื่นให้เอ็ง
    ฟัง หรือนินทาคนอื่นในทางที่ไม่ดี
    ให้เอ็งฟังเนี่ย เอ็งอย่าไปเข้าใกล้มัน
    เด็ดขาด เพราะลับหลังเอ็งมันก็อาจ
    จะว่าเอ็ง ให้เอ็งพยายามห่างคนแบบ
    นั้น ต่างคนต่างฝึกก็แล้วกัน.."
    จริงหรือ ที่พระบรมศาสดา(4) มิเคย
    สอน เรื่องการปรับภพภูมิให้มนุษย์ ??
    "..จริงอยู่ที่พระองค์สอนถึงการอุทิศบุญ
    ให้สรรพสัตว์ สรรพจิตทั้งหลาย.แต่มิได้
    หมายว่าการปรับภพภูมิ...จะเป็นการฝืน
    กฏแห่งกรรม..สมควรจะทำหรือ..????
    ก่อนที่พระองค์จะบรรลุธรรมเป็น มหา
    ศาสดาเอก พระองค์ทรงดำเนินวิถีทาง
    แห่งโพธิสัตว์มานับกาลมิได้ เพราะยาว
    นานมาก การอุทิศบุญให้แก่สรรพสัตว์
    ทั้งหลายนั้น เนื่องจากมีมิติทิพย์ทับซ้อน
    สะท้อนภพสะเทือนภูมิอยู่มาก.เพราะ...
    ชาวมิติทิพย์แต่ละกลุ่มมีบุญไม่เท่ากัน.
    ชอบไม่เหมือนกัน..กำลังไม่เท่ากัน....
    ในโลกทิพย์โลกวิญญาณมีหลายกลุ่มที่
    รับบุญจากการแผ่บุญได้ และการที่เรา
    นำบารมีของพระพุทธ พระธรรม และ
    พระสงฆ์ พระโพธิสัตว์.น้อมมาในการ
    แผ่บุญ.ย่อมทำให้บุญมีกำลังมากขึ้น...
    เพราะเป็นมหาอุปายะ ทั้งทางตรงและ
    ทางอ้อม ในการสร้างบารมี ต้องไม่ลืม
    ว่า มหาโพธิสัตว์ก็คือมหาพุทธะ แล้วจะ
    ยากอะไรกับการแบ่งจิตเพื่อ ปณิธานที่
    พระองค์ตั้งมั่นมาไว้อย่างยาวนาน..."
    ..เป็นเพียงนิยายไร้สาระ โปรดอภัย......

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    3C-7fueq3lpOfH8nY2C3qcmtc8LGmlRjWDOR5aLsaSAF&_nc_ohc=rTX6-yS75TkAX-oBhm2&_nc_ht=scontent.fbkk2-7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    ปลดปล่อยดวงวิญญาณด้วยคาถาจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่


    การปรับภพภูมิส่งวิญญาณนั้น เป็นวิชาชั้นสูงของครูบาอาจารย์ตั้งแต่โบราณกาล และได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์มาโดยตลอดโดยจะเลือกผู้ที่มีบุญเชื่อมกัน โดยเฉพาะหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญวัดสะแก จ.อยุธยา ที่ท่านได้รับสืบทอดมาและได้สั่งสอนลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก โดยที่ท่านได้สร้างพระผงพระจักรพรรดิและมีคาถาพระจักรพรรดิเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับภพภูมิ
    พระจักรพรรดินั้น เป็นพระปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเนรมิตพระรูปของพระองค์ดังพระจักรพรรดิที่ใหญ่กว่ากษัตริย์ทั้งปวงเพื่อปราบมาร ที่เรารู้จักกันดี ในพระพุทธรูปปางทรงเครื่อง ที่เป็นพระประธานที่หน้าวัดพระเมรุ จ.อยุธยา
    คาถาพระจักรพรรดิ นั้นเป็นคาถาที่รวมพุทธคุณครอบจักรวาล ที่มีพลานุภาพมาก ในเรื่องต่างๆ จากร้ายให้กลับกลายมาเป็นดี จากที่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
    พระผงพระจักรพรรดิและคาถาพระจักรพรรดิเป็นของสูง ผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์สามารถที่จะสวดนำไปแผ่เมตตาให้ดวงจิตวิญญาณทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เพื่อปรับภพภูมิต่างๆ ให้เขาสูงขึ้น ไม่ทนทุกข์ทรมาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ในบริเวณบ้าน ตามถนน ตลาด หรือที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ
    อยากเรียนให้ทราบว่า ในทุกอณูที่อยู่รอบตัวเรานั้น มีดวงจิตวิญาณจำนวนมากที่นับไม่ได้อาศัยกันอยู่และซ้อนภพกันมากมาย ทั้งเป็นดวงจิตวิญญาณที่สิงสถิตตามต้นไม้ ตามบ้านเรือน ตามถนนหนทาง มีสัมภเวสี ดวงวิญญาณเร่ร่อน ตามบุญและกรรมที่เขาทำมา
    ถ้าเราสามารถช่วยเขาให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากจะเป็นการสงเคราะห์ที่ได้บุญแล้ว ดวงวิญาณเหล่านั้นอาจจะได้ไปเกิดเป็นเทวดาหรือในภพภูมิอื่นที่ดีขึ้น เมื่อเราเคยมีการทำบุญไปให้เขา เมื่อเขามีอำนาจ มีพลังมากขึ้น ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าได้ เมื่อเรานั้นตกอยู่ในวิบากกรรมไม่ดี
    หากเราไปแห่งหนตำบลใด หากต้องการแผ่บุญปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภูมิแถวนั้นให้กำหนดขอพลังจากองค์พระพร้อมบริกรรมบทพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไปจะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้นโดยวิชานี้ทำได้ แม้ยังไม่เห็นภพภูมิก็ตามขอแค่จิตเราน้อมไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดี(การแผ่บุญครอบบุญใช้กับคนที่เราหวังดีได้ด้วยเช่นกันหรือแม้กระทั่งกับศัตรูเราให้เขามาเป็นมิตรกับเรา)
    กำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดิเรานำไปใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆขึ้นได้ โดยมิได้เป็นการใช้พุทธคุณในการเบียดเบียนเขาแต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญซึ่งเรียกว่าการปรับภพปรับภูมิและเราจะช่วยดวงวิญญาณได้จำนวนมาก
    การนำไปใช้ไม่ยากอาราธนาองค์พระกำไว้ในมือสวดคาถาจักรพรรดิ 1 จบแล้วตามด้วยบทสัพเพแล้วก็นึกน้อมบุญนี้ให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญถึงนับได้ว่าพระผงจักรพรรดิใช้เพื่อการการแผ่บุญอย่างแท้จริงสงเคราะห์สัตว์โลกอย่างแท้จริง นึกถึงความดีของพระพุทธเจ้าไว้เป็นการทำใจให้ทรงความดี มีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุติทา อุเบกขา เป็นที่พึ่งการไม่ถือโกรธผู้ใดมีแต่ความหวังดีเป็นการทำใจให้สว่าง เมื่อใจเราสว่างฉันใดย่อมกลบความมืดฉันนั้น
    วิธีการสวดมหาจักรพรรดิเพื่อปรับภพภูมิ
    ***สำหรับท่านที่ไม่มีพระผงจักรพรรดิ ขอให้ทำจิตน้อมรำลึกถึงพระพุทธรูปปางพระจักรพรรดิ์หรือพระพุทธรูปทรงเครื่อง และเริ่มสวดคาถา
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
    (กราบ 3 ครั้ง สวดตามกำลังของแต่ละวัน อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 พฤหัส 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10)
    คาถามหาจักรพรรดิ
    นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
    มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
    พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
    พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
    อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง
    อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย
    อะหังวันทามิ สัพพะโส
    พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
    ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน จงศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ
    อิมัง สัจจะวานัง อธิษฐามิ พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
    เชิญพระเข้าตัว แผ่บุญปรับภพภูมิส่งวิญญาน
    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
    พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
    (5 จบ)
    พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
    (ให้อธิฐานจิตแผ่เมตตาออกไปให้กับดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย และระบุสถานที่ด้วยก็ได้)
    ป.ล. ลองทำดูครับ เวลาเดินทางไกลไปไหนรู้สึกถึงความปลอดภัยเพราะกระแสบุญที่เราปลดปล่อยวิญญาณนั้นจะทำให้วิญญาณในสถานที่ๆเราไปเขารับรู้ได้และเขาพร้อมที่จะอนุโมทนาบุญจากเราครับ
    DEh7Kes_mgMDLhmO_aM7ANuC4Tv_cWE_xSo7zC1kbdG&_nc_ohc=AlZZbjVI-FoAX8uWgJL&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    dsibjz62MNWbthYygf-jDaVC_rgC-_WtY7AXtRr1Uod&_nc_ohc=MeZLfrfpx2MAX9B9odZ&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    R3RweDbC0VhhBpkba2OzyZO__A7C3m13m6H4lC0ELtj&_nc_ohc=GiIxvJQDzYsAX-yHbNx&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    การที่เรากระทบกระทั่งกับใคร ถือเป็นบทเรียนให้เรานำมาพัฒนาตนเอง เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาก็มีโยมคนหนึ่ง ตั้งใจจะไปอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดท่าขนุน พอไปกระทบอารมณ์เข้าก็เปลี่ยนใจว่าไม่อยู่แล้ว วัดนี้เรื่องมาก ต้องบอกว่าเขาฉลาดน้อยไปหน่อย สถานที่ใดก็ตามที่ไม่มีแรงกระทบเลย เราไม่สามารถวัดตัวเราเองได้ว่า การปฏิบัติของเราไปถึงไหนแล้ว แต่ถ้าสถานที่ใดมีแรงกระทบอยู่ตลอดเวลา แล้วเรารู้จักนำมาพัฒนาตนเอง การปฏิบัติธรรมจะก้าวหน้าเร็วมาก เหมือนกับมีเครื่องวัดว่าตอนนี้กำลังใจของเราเป็นอย่างไร ? ขึ้นหรือลง ? เมื่อเรารู้จักนำมาพัฒนาตนเอง ก็จะได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
    บางคนไปวัดหวังว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ เวลาท่านไปไหนจะได้แห่ตามไปด้วย ฝันไปเถอะ..! ถ้าคิดแบบนั้นแล้วกำลังใจต่ำมาก อย่าไปอยู่วัดเลย
    อาตมาบวชอยู่วัดท่าซุง ๗ พรรษาเต็ม ๆ ขึ้นปีที่ ๘ ไม่เคยไปต่างประเทศกับหลวงพ่อวัดท่าซุงเลยสักครั้งเดียว แม้ว่าท่านจะชวนก็ปฏิเสธ ไม่ใช่เสียดายค่าเครื่องบินเท่านั้น แต่ถ้าไปกันหมดแล้วใครจะทำงานที่วัด ? แม้กระทั่งในประเทศซึ่งจัดเวรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตามไปรับใช้ท่าน อาตมาก็เคยไปครั้งเดียว ที่เหลือไม่ไป อยู่ทำงานที่วัดดีกว่า ถึงได้ว่าพอออกจากวัดมาแล้ว หลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ต้องหาพระไปแทนตั้ง ๕ รูป คราวนี้รู้หรือยังว่างานที่อมไว้เยอะขนาดไหน ? ถ้าเรายังไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่แล้วจะมีใครทำงาน ?
    วันก่อนในงานของครูบาวิฑูรย์ถึงได้กล่าวว่า การที่จะทำงานถวายการรับใช้ครูบาอาจารย์ เราต้องมีความเสียสละ ไม่ใช่เอาแต่ไปเสนอหน้าอยู่ใกล้ ๆ ท่าน ถ้าอย่างนั้นงานไกลงานห่างใครจะทำ ?
    ดังนั้น..การที่ญาติโยมบอกว่ามาทดลองอยู่แล้วไม่สามารถที่จะอยู่ได้ คงต้องไปอยู่ที่อื่น อาตมาไม่ได้เสียดายเลย แต่ถ้าเสียดายก็คือเสียดายว่า เขาไม่รู้จักใช้วิกฤตินั้นเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ถ้าอาตมาคิดอย่างเขา ชาตินี้พระอาจารย์เล็กไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก เพราะฉะนั้น..สู้ต่อไปไอ้มดแดง...!
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com
    SN0kCpemWQfuSSEoqLng2UU&_nc_ohc=14ijUBD4X_0AX8lWwjF&tn=32SMgKculfo9F24p&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     
  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    nHiHGWHtFbByZsKOsjqsqAv&_nc_ohc=ManfG6-LARUAX8EmgOi&tn=32SMgKculfo9F24p&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    คาถาหลวงปู่ทวดเปิดโลก
    (นะโม ๓ จบ)
    "นะโมโพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา"
    (สวด ๓ จบ)
    การบูชาหลวงปู่ทวด
    ให้บูชาท่านด้วย ธูปแขก ๙ ดอก มะลิขาว ๙ ดอก ตั้งนะโม ๓ จบ หรือจะบูชาท่านในกรณีที่ไม่มีเครื่องบูชาได้ด้วยการระลึกถึงท่าน และสวดพระคาถาเช่นกัน เพราะสำคัญที่ใจ มีจิตบูชาท่าน สำคัญที่สุด โดยมีไตรสรณคม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะสูงสุด
    การใช้คาถาบทนี้ คือ ให้สวดภาวนาพระคาถา ก่อนขึ้นรถ ลงเรือ ติดต่อค้าขาย จักเกิดสิริมงคล โชคลาภมากมาย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ท่านว่าให้หมั่นสวด เจริญภาวนา พระคาถา หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดนี้เถิด จักบังเกิดสิ่งอัศจรรย์แก่ตนเองและครอบครัว ขณะเดียวกันยังมีคติความเชื่อด้วยว่าพุทธคุณคาถานั้น หากท่องเป็นประจำจะคุ้มครองให้เราแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เช่นเดียวกับการแขวนพระหลวงปู่ทวด
    นอกจากนี้แล้ว เพื่อเพิ่มความเข้มขลังของคาถาหลวงปู่ทวด ยังมีการเพิ่มคาถาหัวใจพระเจ้า ๕ พระองค์ไว้ด้านหน้าและด้านหลัง กลายเป็น “คาถาหลวงปู่ทวดเปิดโลก” คือ
    “นะ เปิด โม เปิด พุท เปิด ธา เปิด ยะ เปิดโลกด้วย
    นะโมโพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภควา ยะธาพุทโมนะ”
    ทั้งนี้ในส่วนของคาถาบทหลังนั้น เป็นการท่องคาถาพระเจ้า ๕ พระองค์แบบถอยหลังที่ว่า “ยะ ธา พุท โม นะ”
    คาถาพระเจ้า ๕ พระองค์ หรือ คาถาแม่ธาตุใหญ่ ที่ว่า “นะ โม พุท ธา ยะ” ซึ่งมีพุทธคุณเหนือยันต์ทั้งปวง รวมทั้งความเชื่อสืบต่อกันว่า “ผู้ใดที่ท่องหรือบริกรรมพระคาถาบทนี้ ด้วยจิตอันสงบและมั่นคงแล้ว จะมีพุทธคุณคุ้มครองครอบจักรวาล” หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ “มีพุทธคุณครบทุกด้าน เช่น เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ป้องกันภัย มหาเสน่ห์ มหาอุด รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย”
    xs6yxaKlSs4GxNnCC2DqK9U&_nc_ohc=eB161_zVlecAX_Tk0Ki&tn=32SMgKculfo9F24p&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     
  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    Z449qOCxaSuifr2LmF9Tdl3fH0OKoCmjvS6VVOhiTXw&_nc_ohc=7aHVgMj4HTAAX_emmhZ&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    13 – 01 – 63
    "อย่าคิดว่าตัวดี"
    จะได้ฌานได้ญาณแบบไหนก็ตาม อย่าเพิ่งนึกว่าตัวดี ถ้าเรายังไม่สามารถทรงอารมณ์พระโสดาบันได้ อย่าไว้วางใจตัวเอง ต้องถือว่ายังมีสิทธิ์ลงนรก 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องรักษาอารมณ์พระโสดาบันให้ได้
    ถ้ารักษาอารมณ์พระโสดาบันได้แล้ว จงอย่านึกว่าตัวดี เพราะเรายังไม่ถึงพระอรหันต์
    เมื่อถึงพระอรหันต์แล้วยังไม่ถึงพระนิพพาน ก็จงอย่านึกว่าเราดี เรายังอยู่ในเขตของความไม่ดี คือร่างกายมันไม่ดี ร่างกายมันยังรบกวนเรา จงคิดว่าขณะใดที่จิตยังอยู่ในร่างกายความดีของร่างกายมันไม่มีเลย มันก็ยังมีกิจทรมานเราอยู่ เราจะประมาทไม่ได้
    แต่ว่าเป็นอรหันต์ไม่เป็นไร จิตเขาพร้อม อรหันต์เวลาป่วยไข้ไม่สบายอารมณ์ก็เป็นสุข แก่ก็สุข หนุ่มก็สุข สาวก็สุข เหลาเหย่ก็สุข มีฟันมากก็สุข มีฟันน้อยก็สุข ไม่มีฟันเลยก็สุข มีเหงือกก็สุข ไม่มีเหงือกก็เป็นสุข มีไหมคนไม่มีเหงือก? คนมีเหงือกดีกว่าคนมีฟัน กินอาหารคล่องกว่าไม่ต้องเคี้ยว ไม่เสียเวลาในการกิน
    ก็รวมความว่าทุกคนจงอย่าคิดว่าเราดี นี่สำคัญมากนะ ถ้าคิดว่าเราดีเมื่อไรความประมาทมันเกิด "ปมาโท มัจจุโน ปทัง" ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
    ถ้าเราคิดว่าเราดีเมื่อไรเราจะหยุดยั้งไม่ทำความดีต่อไป นั่นคือเราจะต้องร่วงลงอบายภูมิ
    พระราชพรหมยาน,ธัมมวิโมกข์ (2528),56,66-67
    Facebook : นิตยสารธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง
    (ภาพนี้ หลวงพ่อเล็ก เกสโร กับ หลวงพ่อ ที่วัดบางนมโค )
    =AZV1BimR6p2TVG5p-koPLmkI9rvSXXnzEaAKMkFxnUktUK-Gz02p8Zw7tEXobJrwTpnLz-_5n6uVeapJ3y24ycdyZbVvo4NHhgsYy8BEl0oHSPs2g-ppIitGtiR21sfN44z8r6avsmqroCcEliL8BrHyl1kkrnRMsMrp2ZkwcIJYJBgKN7P-vrUep8YYqedJShs&__tn__=EH-R'] vI6KovRmiwu8mFjO52P3z-PY3owgjhOE1Lifch6VC2c&_nc_ohc=Obu35iwN6e8AX9mlmjc&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    edDiQZQz-1o3UDZ4O7hWKLDasXaYuhVKAm-YDPZqCXe&_nc_ohc=1fJB1fEkdL8AX8zRP4H&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  16. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
     
  17. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
     
  18. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
     
  19. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    %E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2-jpg.jpg


    วิธีการสวดมนต์เพื่อไปพระนิพพาน


    การสวดมนต์ทำวัตร ถึงเราจะชอบภาวนาก็ตามให้พยายามทำไว้ เพราะว่าการภาวนาจิตใจของเราอาจจะฟุ้งซ่านไม่ทรงตัวก็ได้ การสวดมนต์ทำวัตรจริง ๆ แล้วถ้าเราทำเป็น ก็คือการทำสมาธิดี ๆ นี่เอง อีกอย่างหนึ่งถ้ากำลังใจเราเฮงซวยห่วยแตกจริง ๆ ตอนนั้นจะคิดชั่วอย่างไรก็ตาม แต่เราพูดชั่วไม่ได้ เพราะว่าสวดมนต์อยู่ ทำชั่วไม่ได้เพราะว่านั่งอยู่ต่อหน้าพระ อย่างน้อย ๆ ความเลว ๓ อย่างก็โดนตัดไป ๒ อย่างเป็นอย่างน้อยแล้ว

    เพราะฉะนั้น...หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านถึงได้สั่งพระของท่านว่า ให้สวดมนต์ทำวัตรทุกวันอย่าให้ขาด ถ้าหากว่าทำเป็น การสวดมนต์ทำวัตรสร้างเป็นทิพจักขุญาณได้ เข้าฌานเข้าสมาบัติได้ ไปพระนิพพานได้ง่ายนิดเดียว จะทำเป็นทิพจักขุญาณก็นึกถึงตัวหนังสือขึ้นมาเลย อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ขึ้นมาทีละตัวเลย ชัดเจนแค่ไหนก็เห็นผีเห็นเทวดาชัดแค่นั้น จะไปพระนิพพานก็ยกจิตขึ้นไปกราบพระบนพระนิพพานเลย แล้วตั้งใจสวดถวายเป็นพุทธบูชาอยู่ตรงนั้น

    ตราบใดที่จิตยังมีงานทำก็จะไม่เคลื่อนไปจากจุดนั้น เราสวดได้นานเท่าไหร่เราก็อยู่บนพระนิพพานได้นานเท่านั้น ตกลงว่าถ้าทำเป็นทุกอย่างล้วนแล้วแต่ทรงความดีได้จนถึงที่สุดทั้งนั้น



    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (พระอาจารย์ เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
    เดือนเมษายน ๒๕๔๕ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ


    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  20. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    535
    ค่าพลัง:
    +66,450
    “อยู่คนเดียวสบายดี”
    คนที่อยากมีคู่เพราะรู้สึกเหงา อาตมาก็อยากจะบอกโยมเหมือนกันว่า ให้เปลี่ยนใจเถอะ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาระบายให้ฟัง ก็มีแต่คนที่มีคู่แล้วทั้งนั้น บ่นเรื่องของพิษรัก ในมุมต่างๆที่ตนเจอมา ยังไม่เห็นคนที่ไม่มีคู่มาบ่นอะไร...ทั้งนี้เพราะความเหงามันบำบัดได้เร็ว แต่ความทุกข์ เดือดร้อนใจ ขัดใจ น้อยใจ หึงหวง ห่วงหาอาลัย ย่อมคลายได้ยาก และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับคนมีชีวิตคู่ ดังนั้น จงรู้ไว้ว่า อยู่ตรงนี้แหละสบายดีแล้ว อย่าได้กระโดดลงไปหาเรื่องใส่ตัวเลย
    คำสอนของพระอาจารย์เอ
    brVt8BYAbl5WPTZ_8fxiMo7yv6ezbQnwkTvvECHSJHh&_nc_ohc=juLwdG5kLQgAX9ElC1G&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...