สวด ภาวนา ในชีวิตประจำวัน ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 11 มีนาคม 2016.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    4VMuNhOYnvcOIy3luAgoJTMxWjasF7q7i&_nc_ohc=Lu2EyA7RdNYAX9tHRSk&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    เวลามีเรื่องทุกข์เดือดร้อนใจ มีเรื่องไม่สบายกายไม่สบายใจ #อย่าอยู่คนเดียว
    ให้หาคนปรึกษา หาพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ที่แก้ไขช่วยเหลือเราได้ หรือคนที่ปรึกษาแล้วไปในทิศทางเดียวกัน
    อย่าอยู่คนเดียว อย่าไปเศร้าหมอง อย่าให้ทุกข์จนจิตตก อย่าให้กำลังใจเราตกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เราทำอะไรไปโดยขาดสติได้
    แต่ถ้าหากว่าเรา ทุกข์ เครียด โกรธ จนทนไม่ไหวจริง ๆ จนต้องระบายหรือตัดสินใจทำอะไรลงไปก็อย่าให้มันเกินเลยในขอบเขตของศีลนะ
    • อย่าให้ถึงกับไปฆ่าใครเขา
    • อย่าให้ถึงกับต้องไปลักขโมยหรือไปโกงเขา
    • อย่าให้ถึงกับไปผิดลูก ผิดสามีภรรยาใครเขา
    • อย่าให้ถึงกับต้องโกหก ทำให้ใครเขาเดือดร้อน
    • อย่าให้ถึงกับต้องกินเหล้าเมามายจนเสียผู้เสียคน
    #เพราะถ้าเกินเลยขอบเขตของศีลแล้ว #กรรมจะดึงเราให้ตกต่ำจนยากจะแก้ไขนะ
    พระอาจารย์เอกลักษณ์ ปญฺญาคโม
    วัดพุทธพรหมยาน เกาะลัด จังหวัดฉะเชิงเทรา
    -kZHUdJvQZPqKum4hO1YhTevhYKYeMfuh&_nc_ohc=wGyCMv4rDBcAX9sB5yw&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    พระอาจารย์กล่าวว่า ระยะนี้ไม่ว่าจะเรื่องของการเมือง เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนกระทั่งภัยธรรมชาติก็ปรากฏขึ้น สร้างความเดือดร้อนอยู่ทั่วใป
    ในภาวะเช่นนี้ ถ้าเราไม่สามารถทำจิตของเราให้สงบได้ ก็จะส่งส่ายวุ่นวายไปกับเหตุการณ์บ้านเมือง ตลอดจนกระทั่งความน่ากลัวของโรคภัยไข้เจ็บ และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
    การที่จิตของเราส่งส่ายออกไปนั้น ก็บอกชัดอยู่แล้วว่าสภาพจิตไม่ได้อยู่กับตัวเรา การส่งออกของจิตนั้นเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งปวง สิ่งที่ทำให้เราเครียด ทำให้เรากังวล ทำให้เรากลัว ก็เพราะจิตของเราส่งออก แล้วยังไปปรุงแต่งเพิ่มเติมอีก
    วิธีที่จะขจัดสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ออกไปก็คือ การกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออก หรือเรียกว่ากลับมาอยู่กับปัจจุบัน การที่สภาพจิตของเราแน่วแน่อยู่กับลมหายใจเข้า...อยู่กับลมหายใจออก...อยู่กับคำภาวนา ไม่ส่งไปไหน ความฟุ้งซ่านต่าง ๆ ย่อมเข้ามาไม่ได้ ความเครียด ความกลัว ความกังวลต่าง ๆ ก็ย่อมลดน้อยถอยลง และหายไปโดยอัตโนมัติ ตามระดับกำลังใจของเราที่เข้าถึง
    ก็แปลว่าในสถานการณ์บ้านเมืองของเราที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะด้วยภาวะการเมือง โรคภัยไข้เจ็บ หรือภัยธรรมชาติ เราจะเอาตัวรอดได้ ต้องกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกเท่านั้น ถ้าเราอยู่กับลมหายใจเข้าออก...อยู่กับปัจจุบัน หายใจเข้ากำหนดรู้ตามเข้าไปจนสุด...หายใจออกกำหนดรู้ตามออกมาจนสุด...พร้อมกับคำภาวนา สภาพจิตของเราก็จะหยุดอยู่กับปัจจุบันเฉพาะหน้า
    แต่ด้วยความที่พวกเราอ่อนซ้อม ขาดการฝึกฝน จึงอยู่ได้แค่พักเดียว สภาพจิตก็จะเคลื่อนคลายออกไปหาอารมณ์ภายนอกอีก เมื่อได้สติรู้ตัวก็ต้องรีบดึงกลับคืนมา ให้อยู่กับลมหายใจและคำภาวนาต่อไป
    ถ้าสมาธิเริ่มทรงตัวมั่นคง สภาพจิตก็จะหยุดฟุ้งซ่าน รัก โลภ โกรธ หลง ต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยอำนาจสมาธิที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ
    เมื่อสามารถทรงตัวจนถึงที่สุดแล้ว ถ้าหากว่าไปต่อไม่ได้ สภาพจิตก็จะคลายออกมาเองโดยอัตโนมัติ เราก็ต้องรีบหาวิปัสสนาญาณให้สภาพจิตของเราได้ขบคิด ได้ใช้กำลังที่สะสมไว้ ไปในการลด ละ ตัดกิเลสต่าง ๆ ถ้าเราไม่ใช้ กิเลสก็จะเอากำลังส่วนนี้ไปฟุ้งซ่านแทน ก็เท่ากับว่าเราเลี้ยงโจรไว้ปล้นตัวเราเอง
    ถ้าหากว่าเราขบคิดในวิปัสสนาญาณต่าง ๆ อย่างเช่นว่า ดูความไม่เที่ยง ดูความเป็นทุกข์ ความไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเราในร่างกายนี้ ถ้าเห็นชัดเจน สภาพจิตยอมรับ ก็จะเริ่มปล่อยวาง เพราะเห็นคำว่าธรรมดา
    ธรรมดาของการเกิดมาต้องเป็นแบบนี้ ธรรมดาของการเกิดมาต้องพบเจอกับสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ธรรมดาของการที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารก็ต้องพบพานสิ่งทั้งหลายเหล่านี้
    เมื่อเห็นคำว่าธรรมดา..สภาพจิตก็จะเริ่มปลด เริ่มละจากความยึดมั่นถือมั่น เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่า แม้กระทั่งความผิดชอบชั่วดีต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเช่นกัน สิ่งที่ดีแท้คือหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น
    ก็จะกลับมาทบทวนศีลของตนเองทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ไม่ล่วงศีลด้วยตนเอง ไม่ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นล่วงศีล ไม่ยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นล่วงละเมิดในศีล
    เมื่อเห็นคุณความดีของพระรัตนตรัย ก็จะมีความเคารพใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแน่นแฟ้น ไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    ก็เหลืออยู่แค่การใช้ปัญญาพิจารณาต่อนิดเดียวว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา แต่ถ้าหากว่าตายแล้วเกิดใหม่ ต้องพบกับความทุกข์เช่นนี้อีก ก็ถือว่าขาดทุน สถานที่เดียวที่จะพ้นตาย พ้นเกิด ไม่ต้องมาทุกข์เช่นนี้อีก ก็คือพระนิพพาน แล้วให้เราเอากำลังใจสุดท้ายเกาะพระนิพพานเอาไว้
    ถ้าขาดความคล่องตัว ไม่รู้ว่าพระนิพพานมีสภาพอย่างไร ก็ให้เกาะภาพพระพุทธรูปที่เรารักเราชอบองค์ใดองค์หนึ่งเอาไว้ ให้คิดว่านั่นคือพระพุทธนิมิตแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่บนพระนิพพาน ตราบใดที่เรายังเห็นพระองค์ท่าน..ก็คือเราอยู่ใกล้กับพระองค์ท่าน ตราบใดที่เราอยู่ใกล้พระองค์ท่าน..ก็คือเราอยู่บนพระนิพพาน
    แล้วรักษากำลังใจเช่นนี้เอาไว้ ให้อยู่กับเราให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้ายังมีลมหายใจเข้าออก...ดูลมพร้อมกับคำภาวนาไปด้วย ถ้าลมหายใจเบาลง...ก็กำหนดรู้ว่าลมหายใจเบาลง ถ้าลมหายใจหายไป...คำภาวนาหายไป...ก็กำหนดรู้ว่าตอนนี้ลมหายใจหายไป... คำภาวนาหายไป อย่าพยายามเข้าไปสู่ภาวะอย่างนั้น และอย่าดิ้นรนให้หลุดพ้นจากภาวะเช่นนั้น เรามีหน้าที่ตามดู ตามรู้ รักษาอารมณ์ให้อยู่เฉพาะหน้าไปเรื่อย ๆ สมาธิจิตของเราจะค่อย ๆ ก้าวหน้าขึ้นไปเอง

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com


    ?temp_hash=fdea82aaed0eb5b20c736d21798ae94b.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    #คำอธิษฐานถอนคำสาป
    #ก่อนนำไปใช้ผู้โพสต์ขอให้ท่านทำบุญถวายตุ๊พ่อท่านเพื่อเป็นบูชาพระคุณครูอาจารย์เสียก่อน
    #การถอนคำสาป
    สถานที่บางแห่งจะอยู่อาศัยก็ไม่ได้ จะทำประโยชน์จะปลูกสร้างอะไรก็ไม่ได้ หรือว่าเป็นที่ที่ดีอยู่แล้ว แต่ภายหลังกลับมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา ค้าขายอยู่ดี ๆ ลูกค้าหายไปเลยอย่างนี้เป็นต้น ไม่เจริญรุ่งเรืองทำอะไรไม่สำเร็จ มีแต่เรื่องที่ทำให้กลุ้มแล้วก็กลุ้มอยู่นั่นแล
    บางรายก็เป็นเพราะตัวเราเองไม่มีศีล ไม่มีกุศลกรรมบทสิบ ก็เลยทำให้มีเรื่องกลุ้มมาก ก็จำต้องแก้ไขตัวเราเอง ปรับตัวแก้ไข ทำบุญให้ทาน ไหว้พระ รักษาศีลภาวนา ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ แก้ไขโดยยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เช่นนี้ ฝืนใจทำไปหน่อย ทำบ่อย ๆ แล้วก็จะดีไปเอง
    บางงานเกี่ยวกับสถานที่จริง ๆ ที่พวกวิญญาณหวงแหนคุ้มครองอยู่ หรือบางแห่งวิญญาณเขาเคียดแค้น สาปแช่งไว้ หรือว่าคนที่ไม่ชอบเรา มาทำให้ที่ของเราเกิดอาถรรพ์ขึ้นมา ถ้าแบบนี้โบราณเขาก็ให้ทำ พิธีถอน พิธีถอนก็มีหลายแบบ หลายตำรา ฯ
    •อันดับแรกให้จัดทำพิธีกรรมบวงสรวงตามฐานะของท่านเจ้าภาพในหนังสือธัมมวิโมกข์ ของวัดท่าซุง เดือนสิงหาคม ๒๕๓๑ ในรายการหลวงพ่อตอบปัญหาว่า หัวหมู ไก่ ๑ ตัว ใช้กับวัด สถานที่ราชการ บริษัทห้างร้าน หรือโรงงาน ถ้าชาวบ้านเขาใช้หมูชิ้น แต่อย่าให้ต่ำกว่าครึ่งกิโล ถ้าไม่เข้าใจเรื่องพิธีบวงสรวงก็ให้สืบถามผู้ที่เขาเข้าใจดู
    #คำอธิษฐานถอนคำสาป
    ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาคุณเทพเจ้าทั้งหลาย มีองค์ท่านปู่มหาชมภูพรหม และองค์ท่านปู่พระอินทร์เป็นต้น ตลอดถึงท่านผู้ทรงฤทธิ์ทั้งหลาย ทุก ๆ พระองค์
    ขอทุก ๆ พระองค์ได้โปรดเมตตากรุณาสงเคราะห์ประสิทธิ์ประสาทพร แผ่พระบารมีช่วยถอดถอนคำสาป เวทย์มนต์ ของที่ไม่ดีทุก ๆ อย่าง ที่มีอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ขอให้มลายเสื่อมหายไปโดยฉับพลัน ณ บัดนี้ ถ้าสิ่งใดไม่สามารถเคลื่อนคล้ายย้ายได้ ก็ขอให้เสื่อมจากความเลวร้ายทั้งปวงโดยฉับพลัน ณ บัดนี้เถิด
    ขอทุก ๆ พระองค์ได้โปรดเมตตาแผ่บารมี อำนวยอวยชัยให้พร ให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย พร้อมด้วยญาติ บริวาร ยานพาหนะ และสมบัติทั้งปวง จงปลอดภัยจากอันตรายทุก ๆ อย่าง ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญ ความรุ่งเรืองไปด้วยธรรมรังษี ด้วยอำนาจพระพุทธบารมี ธรรมะบารมี สังฆบารมี และบารมีของเทพพรหมทั้งหลาย ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเจริญไปด้วยสัมมานมสิการ ตั้งใจปฏิบัติธรรม เผยแผ่พระธรรมเป็นทานแก่ปวงชนทั่วไปไม่เลือกหน้า ชักชวนกันทำความดี ให้ทาน รักษาศีล ภาวนา เร่งสร้างบารมี เร่งสร้างบุญวาสนา เพิ่มความสุข ความเจริญให้แก่ตนและหมู่คณะไปตลอดอายุ
    นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้อลำเค็ญทั้งหลาย ขอให้คลายหาย ขจัดตัดสิ่งร้ายกลายเป็นดี เดชศรีเจริญยิ่ง สละสิ่งโสโครกโรคสูญ ก่อเพิ่มพูนสรรพลาภไหลหลั่งอาบเอิบมาดุจธารารอบทิศ จงสถิตประสิทธิคุณ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย จงมีความสุขร่ำรวยมหาศาลเหลือกินเหลือทานไปตลอด ตราบเท่าเข้าสู่ภพนิพพานเทอญ
    ตุ๊พ่อพระมหาสิงห์ วิสุทฺโธ
    วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่
    อ.ลี้ จ.ลำพูน
    ที่มา เสียงธรรมจากถ้ำป่าไผ่
    ภาพจาก Chananya Drew
    R-0EcTtGCQsyM-VTj5qizXta6jLWAUlTY&_nc_ohc=9gFdAFL5xSEAX-2rBQh&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    ?temp_hash=da63b340606e9e493a2cb17877a96c66.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    ถาม : การงานสะดุด ?
    ตอบ : ไปนั่งภาวนาคาถาเงินล้านของหลวงพ่อวัดท่าซุง ทำให้สม่ำเสมอทุกวัน ถ้าทำจริง ๆ จัง ๆ ไม่เกิน ๒ เดือนเท่านั้นแหละ งานจะทับตาย เมื่องานสะดุดก็ต้องหาบุญใหญ่มาช่วย บุญใหญ่ที่สุดก็คือภาวนา แล้วถ้าภาวนาคาถาเงินล้าน ก็จะมีความคล่องตัวมาก
    ถาม : อย่างเดียวหรือครับ ?
    ตอบ : อย่างเดียวก็พอแล้วจ้ะ ขอให้ทำจริงเท่านั้นแหละ


    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ณ บ้านวิริยบารมี
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    #พระอาจารย์กล่าวถึงพระอภิธรรมว่า "พระอภิธรรมเขาเพิ่งจะมาใช้สวดงานศพในระยะหลังนี่เอง ที่ประหลาดที่สุดก็คือก่อนหน้านี้พระอภิธรรมเขาสวดในงานมงคล อย่างเช่นงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานวันเกิด
    แต่พอเขาเอาพระอภิธรรมมาสวดในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สมัยรัชกาลที่ ๕ ตั้งแต่นั้นมาคนก็เลยถือว่าอภิธรรมเป็นการสวดในงานอวมงคล แล้วไม่ไปใช้ในงานมงคลอีกเลย
    เพราะฉะนั้น..งานแต่งงานของใคร ถ้าเขาให้ขึ้น " #กุสลา #ธมฺมา" ทำใจไว้ได้เลยต้องเจริญมากแน่ ๆ เพราะว่าพระอภิธรรม ๗ บทเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าเทศน์แล้วมีผู้บรรลุมรรคผลมากที่สุด ก็คือ ๘๐ โกฏิ
    เราจะว่าเห็นพระพุทธเจ้าทรงเทศน์อนุปุพพิกถา บรรลุธรรมไป ๑๑๐,๐๐๐ คน เข้าถึงไตรสรณาคมน์อีก ๑๐,๐๐๐ คน ถือว่ามากมายมหาศาลแล้ว แต่พระอภิธรรม ๗ บทนี่บรรลุธรรมตั้ง ๘๐ โกฏิ"..
    ———————————————————-
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    U-C-rpIeCfgPlP681NxZ9qOu8GzsUss9Q&_nc_ohc=BBgF8jReoB4AX_7ZPib&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-3.jpg


    ถาม : ผลบุญเวลาเราใช้ก็หมด ต้องเติมใหม่อีก ใช้ก็หมด เติมใหม่อีก บุญหมดอย่างไรครับ ?
    ตอบ : บุญไม่ได้หมด แต่ความต้องการของคุณมากขึ้น จำเป็นต้องหามาให้มากขึ้น ตอนแรกคุณขึ้นรถเมล์มีเงิน ๘.๕๐ บาท คุณก็ขึ้นได้ พอคุณขยับมาขึ้นรถไฟฟ้าก็ต้องมี ๒๕ บาทเป็นอย่างต่ำ พอขยับมาขึ้นแท็กซี่ก็ต้อง ๓๕ บาทขึ้นไป ครั้นมาซื้อรถส่วนตัวก็ต้องดาวน์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าซื้อรถญี่ปุ่นราคาประมาณ ๗-๘ แสน ไม่เกินล้านเศษ ๆ ไปซื้อรถเยอรมันก็ ๓ ล้านกว่า ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการประณีต ละเอียดมากขึ้น กำลังที่ต้องการใช้นั้นสูงกว่า ก็ต้องสั่งสมบารมีให้ได้ใกล้เคียงกัน
    ถาม : ก็คือบุญยังไม่หมด ?
    ตอบ : บุญไม่หมด แต่ไม่เพียงพอกับสิ่งที่คุณต้องการ เพราะฉะนั้น...สิ่งที่เราทำไม่ได้ไปไหน ยังสั่งสมตัวอยู่ ขังตัวอยู่ ถ้าหากว่าคุณสร้างเหตุจนเพียงพอต่อระดับบุญของตนเอง ผลก็จะเกิด
    ถาม : อย่างนี้กรรมก็ไม่หมด กรรมอยู่ด้วย เราก็รับกรรมไป ?
    ตอบ : ก็รับกรรมไป ในส่วนของกรรม ถ้าเราชดใช้ไปจนเป็นที่พออกพอใจของเขา เขาก็อโหสิกรรมให้ แต่ถ้าหากไม่ใช่ในส่วนที่เขาพออกพอใจ เพราะว่าตัวเจ้ากรรมนายเวรก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว ผลกรรมที่ตอบแทนอยู่นั้น ก็เพราะการกระทำของเราตอบแทนเราเอง เหมือนอย่างกับเตะฟุตบอลใส่ผนัง ก็เด้งกลับมาใส่เราเอง แต่ถ้าหากว่าคุณสามารถที่จะเอาตัวของคุณออกพ้นไปจากตรงจุดนั้น ลูกบอลก็ไม่รู้ว่าจะไปเด้งใส่ใคร ก็เท่ากับหมดเรื่องกันไป ฉะนั้น...สำคัญอยู่ตรงที่คุณปลดใจของคุณออกจากกรรมนั้น หรือเจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิกรรมให้ เรื่องก็จบ
    ฟังให้ดี ๆ นะ...เจ้ากรรมนายเวรมีทั้งที่เขาตามจองเวร เพราะเขายังไม่ได้ไปไหน กับที่เขาไปเกิดตามบุญตามกรรมของเขาแล้ว แต่การกระทำของเราเองเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ถ้าแยกตรงนี้ไม่ออกเดี๋ยวก็มั่วอีก เพราะฉะนั้น...ในส่วนที่เจ้ากรรมนายเวรยังไม่ไปเกิด เขายังจองเวรอยู่ ถ้าเราชดเชยให้จนเป็นที่พอใจ เขาอโหสิกรรมให้ แค่นี้ก็จบ แต่ถ้าหากว่าเป็นแรงกรรมที่เราทำเอง ส่งผลต่อเราเอง เราสามารถปลดตัวเราเองออกจากตรงจุดนั้นได้ ก็จบ
    คราวนี้การปลดตัวเราเองจากจุดนั้นได้ ส่วนใหญ่ก็คือสร้างความดีและอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรไป ถ้าเจ้ากรรมนายเวรไม่มีตัวตน เราอุทิศไปเขาเองก็ไม่รู้จะรับอย่างไร แต่ตัวเราเองต่างหาก ที่เรารู้สึกว่าเราได้ทำความดีให้แก่เขาแล้ว ใจเรารู้สึกว่าเราได้ชดเชยแล้ว เราก็ไม่ไปยึดไปเกาะตรงนั้น กลายเป็นว่าเรายกตัวเราเองออกมาจากตรงจุดนั้น แรงกรรมที่จะสนองเราก็หมดไป
    ฟังแล้วเครียดไหม ? เดี๋ยวก็ได้บ้ากันบ้าง ต้องมาทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรามองไม่เห็นนี่ยุ่งนะ (หัวเราะ)
    ....................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com
     
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
    #ใครมีพระพุทธรูปอยู่ที่บ้าน จะเป็นพระอิฐ พระปูน พระทองเหลือง พระแก้วก็ดี #อย่านึกว่าไหว้แล้วพระพุทธเจ้าไม่รู้
    มันมีเรื่องๆหนึ่งอยู่ที่วัด
    #มีคนมาขอพระพุทธรูปข้างโบสถ์ที่วัด
    #พอขอไปแล้วพระพุทธเจ้ามาบอกกับหลวงพ่อว่า
    "ต่อไปนี้ใครมาขอฉันไป คุณอย่าให้นะ
    ไอ้พวกนี้มันไม่ไหว้ฉันหรอก มันเอาไปหากิน”
    #พระพุทธเจ้าแม้จะปรินิพพานแล้ว
    ใครจะกราบท่าน ไหว้ท่าน ท่านรู้
    สังเกตดู #หลวงพ่อจะกราบพระอิฐพระปูนข้างวัด
    ก็ช่างเถอะ เรางี้อาย ท่านกราบแบบนอบน้อม
    ยกมือแต่ละครั้ง
    เหมือนกับว่าท่านไหว้พ่อไหว้แม่จริงๆ
    เห็นใครกราบพระไม่สวยเท่าหลวงพ่อเลย
    เราต้องอายเลย ท่านกราบด้วยใจจริงๆ
    (จากคอลัมภ์ "จากคำบอกเล่า" ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 146 เมษายน 2536 หน้า 107)


    ?temp_hash=81c478480469835e0bdbbe8fe12a86b6.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    22,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    606
    ค่าพลัง:
    +67,318
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...