สอบถามเรื่องกรรมฐาน 5

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปวีรัศมิ์ชา, 9 พฤษภาคม 2019.

  1. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +83
    สอบถามคุณ ผช ที่เคยบวชพระ เรื่อง
    การฝึกกรรมฐาน 5 ได้ยินว่าเป็นกรรมฐานที่มีความสำคัญมาก

    ฝึกกันยังไงคะ รบกวนแชร์เป็นธรรมทานหน่อยค่ะ
     
  2. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,249
    ค่าพลัง:
    +10,195
    มู้ว์นี้เน้น ผู้ชายที่บวชแล้วตอบได้
    ส่วนแมงกะตุ๊ดทั้งหลายห้ามตอบหยอฮับ
     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    455
    ค่าพลัง:
    +715
    ผม ก็เป็น ความคิดอันหนึ่ง
    ขน ก็เป็น ความคิดอันหนึ่ง
    เล็บ ก็เป็น ความคิดอันหนึ่ง
    ฟัน ก็เป็น ความคิดอันหนึ่ง
    หนัง ก็เป็น ความคิดอันหนึ่ง

    เมื่อมีความคิดพิจรณาตามความเป็นจริงว่า ความคิดนั้นเป็นชิ้น เป็นส่วน
    ไม่มีความเป็น ตน ทิฐิย่อมถูกลดลงไปจากความไม่ยึดถือความคิดว่าเป็นตน
    มานะ/ความถือตัว ว่าได้ถือครองในพื้นที่นั้นๆก็ย่อมจะถูกลดลงไป
    เพราะ ทิฐิ ที่เข้าไปยึดไปถือนั้นมันถูกลด
    เมื่อพื้นที่ที่เป็นของตัวน้อยลงไป พื้นที่ๆเป็นสาธารณะก็เพิ่มขึ้น
    ไปไหนก็ไม่หนักเพราะไม่มี มานะ/ความถือตัว ต้องแบกภาระ
    ความคิดเข้าได้ทีละพื้นที่ จังหวัด ประเทศ ทวีป
    ธรรมะเปรียบเสมือน แสงพระอาทิตย์ ไม่ได้เลือกเข้าเฉพาะที่
    ความนึกคิดปรุงแต่งจึงเป็นตัวสร้างความคับแคบให้กับธรรมะ หากยึดถือความคิดตน
    การสละความยึดถือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง
    ก็เป็นการสละความยึดถือความนึดคิดปรุงแต่ง เพื่อเปิดรับธรรมะ

    ส่วน ทิฐิมานะ หากมีมากก็เป็นการใช้ความคิดเห็นตัวเองเป็นตัวตัดสินในพื้นที่นั้นๆ
    ถืออยู่ในความคิดของตัวเองเป็นเสียงแทนส่วนมาก
    หากมีลดลงมาหน่อยก็อาจจะใช้ไปในทางประชาธิปไตย แต่ก็ยังน้อมไปทางทิฐิมานะ
    เพราะยังมีการแบ่งเป็นพวกเป็นพ้องตามความคิดเห็นนั้นๆ

    องค์รวม/พรรค/มานะ
    ทิฐิ/ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง/ตนต่างๆในพรรค

    เมื่อตนต่างๆในพรรค ไม่เข้าไปยึดถือในพรรค/มานะ ความถือตัวก็ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้
    เมื่อลดทิฐิมานะก็จะไม่ถือแต่ว่าฝ่ายตนจะต้องเป็นฝ่ายจะชนะเท่านั้นแพ้ใครไม่ได้
    เมื่อรู้จักที่จะแพ้เป็น ก็แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร
     
  4. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,174
    ค่าพลัง:
    +765
    นั่งดูแบบต่อเนื่องไงมันเป็นเบื้องต้นที่ทุกคนจำเป็นต้องเห็นไม่เฉพาะเพียงหญิงหรือชาย ความไม่เที่ยงในความเป็นจริงของ ผม ขน หนัง ฟัน และเล็บ ให้คำตอบกับสิ่งที่เห็นได้ ก็ผ่านไปได้ และจึงก้าวต่อไปในธรรมเบื้องสูงหรือเบื้องปลายได้
     
  5. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,174
    ค่าพลัง:
    +765
    ต้องเรียนรู้ว่าอะไรกำหนด เวลาคืออะไร ธรรมคืออะไร ธรรมชาติคืออะไร ทำไมต้องสุขต้องทุกข์ มันมาจากจุดนั้นนั่นแหละ
     
  6. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,249
    ค่าพลัง:
    +10,195
    ความจริงส่วนตัวลุงแมวสนใจการเมือง
    แต่รังเกียจนักการเมืองที่มันเอาตัว
    ตนพร้อมกิเลส เข้ามาเล่นการเมือง
    ก่อเวรก่อกรรมแก่ตนเองและประชาชน
    ทั้งแผ่นดิน
    จนบ่อยครั้งทำให้เราปรุงแต่งอารมย์
    ให้ไหลตามไปจนเกิดความพอใจบ้าง
    ไม่พอใจบ้าง (เพราะไม่เป็นไปตามที่เราอยากให้เป็นกลายเป็นกิเลสหนักเข้าไปอีก)
    ดังนั้น มาฟังการอธิบายกรรมฐาน 5
    เกสา โลมา นัขขา ทันตา ตะโจ
    คลุกเคล้ากับระบบพรรคการเมือง
    และวิธีการการเลือกตั้ง
    ในเม้นท์นี้ถ้าปล่อยวางด้วยการยอมรับ
    ในความหลากหลายของความคิดไม่ได้
    ก็อาจทำให้เกิดกิเลส
    ด้วยความงุนงงได้เช่นกันฮับ
    ดังนั้น กิเลสทั้งหลายละได้ด้วยการยอมรับ
    สภาพสังขารธรรมต่างๆ ตามที่มันเกิดขึ้น
    ในขณะนั้นๆฮับ
     
  7. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    527
    ค่าพลัง:
    +641
    ฝึกได้ทั้งเอามาบริกรรม ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง
    หรือจะบริกรรมเป็นบาลี ก็ "เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ"

    พอจิต สงบๆ ก็ตั้งรูป นิมิต ด้วยการนึก

    ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เลือกมาอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน

    มาตั้งรูปด้วยการนึก ตั้งแต่เกิดมาเส้นผม เป็นอย่างไร
    ตั้งแต่ ทารก ไปจน เด้ก หนุ่ม สาว แก่ เจ็บไปจนตาย
    แล้วก็จากตายไปมาหาทารก

    จนภาพที่ตั้งใจนึก มีความชัดเจน เหมือนเรานั่งดูทีวี และสามารถ บังคับ ย่อ ขยาย กำหนดได้

    และก็ทำซ้ำไปเรื่อยๆ วนไปเรื่อยๆซ้ำไปซ้ำมา ( ใช้เวลาไม่เบาเลย )

    อย่างที่เหลือ ก็เช่นกัน
     
  8. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +83
    อ๋อ คงคล้ายๆ การเพ่งกระดูกของ ลพ พุธใช่ป่ะคะ ที่ว่าลอกเนื้อออก แล้วเพ่งกระดูกส่วนไหนก็ได้ สะกดจิตให้จิตเชื่อ พอจิตเชื่อ ก็จะเห็นร่างกายเป็นกระดูก

    จริงๆ ปวีเคยฝึกช่วงนึง เห็นภาพข้างหน้าในสมาธินั่งหันหน้าเข้าหาเรา แต่ไม่ใช่ตัวเรา เนื้อค่อยๆ ร่อนออก ย่อยสลายลงไป เหลือกระดูก ค่อยๆ ร่อนสลายออกไป แล้วก็กลับขึ้นมาประกอบเริ่มต้นใหม่ ซ้ำไปซ้ำมา คล้ายๆ แบบนี้มั้ยคะ แต่ตอนนั้นปวีเพ่งกระดูกนำ แล้วไม่ได้กำหนดออก เลยเพลินนิมิตร
     
  9. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    527
    ค่าพลัง:
    +641
    ใช่ครับ เหมือนกัน

    เพียงแต่ว่า ให้ทำซ้ำๆ ความสำคัญ คือการทำซ้ำๆ เนืองๆ

    มันจะมีจุดเชื่อม ของเจตนากับ พ้นเจตนาเอง ถ้าถนัดมาแนวนี้ก็ไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่ม

    มันจะได้มโนมยิทธิไปในตัว
     
  10. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,424
    ส่วนแรกที่เล่าคือทั่วไปๆนะ
    อานิสงค์จะได้ไปทางเรื่องการตัด
    การยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
    พูดง่ายๆว่าไม่ชื่มชมในกามอารมณ์
    กับกามคุณง่ายๆ เพราะมันตัดได้ถึง
    ขั้นละเอียดในเรื่องนี้

    แต่มีอีกวิธีนะ แต่ใช้กำลังสมาธิสูงหน่อย
    จนสามารถแยกจิตกับกายและมีกำลังพอ
    ที่จะบังคับให้จิตอยู่นิ่งๆในกายที่มันแยก
    กันอยู่(บังคับจิตที่แยกแล้วชั่วคราวจนมันนิ่งๆในกายได้ )
    และมันวิ่งดูอวัยวะภายในร่างกาย
    ได้จนสุดท้ายเกิดการระเบิดเสียงดังกัมปนาท
    ที่เล่ามาตรงนี้มันจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
    บังคับไม่ได้นะ เพราะบางคนก็วิ่งซ้อนไปในจิตเรื่อยๆระเบิดแล้วระเบิดอีกก็มี
    พวกนี้จะได้ในเรื่องของเก่าบางกองกลับมา
    ในชีวิตปกติประจำวัน เป็นหมอดูมีชื่อ
    อยู่จนทุกวันนี้ แต่ไม่ได้เรื่องกำลังจิตนะ



    และเรื่องที่ได้แน่ๆคือเรื่อง
    ของสายตาที่ดีกว่าปกติหน่อย

    ถามหน่อย เรามี
    มีเหตุอะไร ที่จะต้องสายสายตา
    ที่ดีกว่าปกติหรือเปล่า?
    ทำไมถึงได้สนใจ
    ฝึกกรรมฐานกองนี้

    ส่วนมากที่เห็นคนที่ฝึกกองนี้เพิ่ม
    คือคนที่เค้ารักษาโรคให้คนอื่นได้
    หรือพวกที่เค้าเป็นตัวกลาง
    ในการเคลียวิบากกรรม
    ให้คนอื่นๆได้

    เค้าฝึกเพื่อจะนำไปเพื่อใช้หนุนในการ
    รักษาโรคภายในกายให้คนอื่นๆนะ
    เพราะว่า มันจะมองเห็นภายใน
    ได้ชัดเจนกว่า ซึ่งส่งผลต่อ
    การรักษาได้คลอบคลุมกว่า

    มีเหตุอะไรต้องใช้ทางด้านนี้หรือ?
    อานิสงค์อื่นๆคงไม่ถามเพราะ
    Google คงมีคำตอบ

    ถามเฉยๆเด้อ

    ปล. วิธีนี้ ไม่เกี่ยวกับการได้มโนยิทธินะครับ
    แต่ช่วยให้ความชัดเจนในการเห็นดีขึ้น
    ในส่วนของผู้ที่ใช้หรือชอบวิชามโนยิทธินะครับ
     
  11. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +83
    สายตาปกติค่ะ เรื่องกรรมหรือรักษาโรค ไม่รู้เรื่องตรงนี้เลยค่ะ จากกรรมฐานกองนี้

    แต่ที่คอยถามๆ เพราะตามที่เขาอธิบายให้อ่าน จาก 7 คน สัก 5 คนก็จะพูดในแนวๆ คลายความยึดมั่นในร่างกายลง พยามหาอ่านในเน็ต หรือตามยูทูป พระท่านก็จะอธิบายกว้างๆ... บ้างก็บอกเพื่อซัพพอร์ตสมาธิให้เกิดญาณ ให้เกิดสติ บลาๆ คือโดยส่วนใหญ่ อธิบายไม่เหมือนกัน

    ส่วนวิธีฝึก ก็อธิบายให้ไม่ได้ ว่าจริงๆ ทำยังไง แต่มีคนนึงอธิบายแบบคุณปราบ ว่ายก 1 ใน 5 มาพิจารณา ทำซ้ำไปมา นานพอสมควร กว่าจะเกิดผล

    ปวีสนใจเพราะอยากเอามาเป็นแนวทางประกอบการฝึกสายที่เราทำอยู่ ให้มากขึ้น อยากได้แบบง่ายๆ ธรรมดาๆ ที่ไม่ออกแนวฤทธิ์หรือนิมิตหน่ะค่ะ
     
  12. ขาจอน

    ขาจอน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    677
    ค่าพลัง:
    +271
    ถึงปวีในฐานะเคยเคียงบ่า
    เคียงไหล่กันมาพักนึง คนอื่นอย่าเสียก...

    ช่วงหลังเหมือนจะเหน
    ข้อสงสัย เปรียบเทียบชายหญิงจากโพสปวีบ่อยๆ
    เปนธรรมดา ไม่ต้องไปตัดพ้อ

    สัตว์โลกทุกดวงใจว้าเหว่ ...
    พอเหนได้มันมีสองทาง คือหาที่พึ่งกะทางออก
    ปวีมาถูกแล้ว แต่
    มันควานหาสิ่งที่ถูก สูตรสำเร็จ ลงล๊อกกำกระถาง ให้เหมือนๆ ให้รู้ไว้เลยว่าไม่ใช่ธรรม โดนมันหลอกแล้ว

    ธรรมะไม่ใช่การกล่อม
    สะกดจิตหมู่ด้วยกลุ่มคน ที่คนนี้ก็เหมือนคนนั้นก็เหมือน สุดท้ายตัวเองไม่ได้อะไร

    ธรรมะจะพิจารณา
    ข้อไหนก็ได้
    ถ้ามีปัญญาสัมปยุต ถูกหมด

    แต่ควร ทำกรรมฐานอย่างเดียวก่อน ที่ตนถนัด
    อย่าไปหวั่นไหว พอคนนู้นว่าดีคนนั้นว่าดี
    อย่าเปลี่ยน อดทน เปลี่ยนบ่อยทำหลายอย่างจะไม่ได้สักอย่าง

    หลังพุทธองค์ดับขันธ์ ไม่มีใครมารู้ได้ว่าเราเหมาะกับอะไร

    แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือความเพียร
    คบกับความเพียร ไม่ต้องรอใครมารับรอง
    ไม่ต้องรอใครมาพยากรณ์

    ทางนี้เปนทางเดินคนเดียว
    ไม่มีหญิง ชาย เปนทางของคนเข้มแข็ง

    ธรรมะแท้ๆพ้นสมมติ ถ้ายังเหมือนๆหมายๆ
    ใกล้แล้วๆ ไม่ใช่

    ไม่รู้จะต่ออะไร ไม่คุ้น
    จบละกัน.
     
  13. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,424
    To จขกท

    คำว่าสายตาดีกว่าปกติคือ
    การใช้ตาแบบทิพยจักขุนี่หละ
    ในการมอง
    อวัยวะภายใน
    ร่างกายผู่ป่วยคล้ายๆการสแกน
    ด้วยเครื่องอัลต้าซาว์
    เพียงแต่กรรมฐานนี้ช่วยหนุน
    แต่ความสามารถในการรักษา
    ไม่ได้มาจากกรรมกองนี้

    ก็เลยสงสัยว่า ไปเกี่ยวข้องกับการรักษาคน
    ด้วยหรือช่วยแก้กรรมอะไรถึงสนใจกรรมฐานแนวนี้ ประเด็นนี้เคลีย์
    เข้าใจตรงกันเนาะ


    ถ้าจะฝึกจริงๆคล้ายๆที่เราดูกายอีกกายนั้นหละ เพียงแต่ปัญหาคือ พวกเล็บ ขน ฯลฯ
    มันไม่ได้ขึ้นมาเป็นภาพแบบ อีกกายให้เรา
    ได้เห็นเหมือนเมื่อก่อน มันต้องอาศัยทริคเพิ่มเติมเพื่อให้การฝึกกรรมฐานกองนี้ให้ได้ผล
    ต่อตัวจิตก็คือ

    มันจะต้องใช้ควบคู่กับอสุภะกรรมฐานนะ
    ไม่งั้นกรรมฐาน ๕ มันก็จะเป็นเพียงสัญญา
    ของมันอยู่แบบนั้น ไม่ส่งผลต่อตัวจิตอะไร
    ได้เเค่ปลงๆ แต่การใช้คู่กับอสุภะกรรมฐาน
    จำเป็นที่เราจะต้องสร้างสัญญาให้มันก่อน
    เพื่อเป็นแนวทางให้จิต สร้างเป็นภาพ
    ไม่ใช่ไปดูศพนะ แต่ต้องศึกษาภาพอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ให้ติดเป็นสัญญา
    ในตัวจิตเรา ชนิดที่ว่า รู้ว่าอวัยวะชิ้นนี้
    ชื่ออะไร รูปร่างอย่างไร
    และ อยู่ส่วนไหนของร่างกาย

    แล้วก็ใช้ หลักการเดียวกัน กับตอนที่เห็นอีกกาย และดูอวัยวะเหล่านั้น ไปจนหมด
    กระทั่งจิตไม่อยากดูอีก คล้ายไตอนเห็นกาย

    ต่อไป พวกกรรมฐาน ๕ มันถึงจะขึ้น
    มาเป็นภาพ ให้เห็นเหมือนตอนเห็นกาย
    เห็นอวัยวะได้เอง

    คือ กรรมฐาน ๕ นี้มันแปลกคือ
    ถ้าไม่ผ่านอสุภะ
    แบบที่เล่ามาก่อน มันจะไม่ขึ้นเป็นภาพ
    ขึ้นมาเหมือนกาย เหมือนการขึ้น
    เป็นภาพเนี่ยมันจะไล่ลำดับ ตามความสำคัญของโครงสร้างร่างกาย ที่เน้นส่วนเป็นหลักๆก่อน ค่อยไปย่อยๆ จากกาย กระดูก อวัยวะ และถึง
    ไปกรรมฐาน ๕ เรียกว่าจากหยาบไปละเอียดนั่นเอง


    ถ้าเราพอเข้าใจธรรมชาติ
    ตรงนี้ของร่างกายมัน ก็จะเข้าใจเอง ว่า
    ทำไมต้องผ่านอสุภะก่อน เครเนาะ

    หวังว่าจะอ่านทริคนี้เข้าใจ ^_^
     
  14. Supop

    Supop เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    520
    ค่าพลัง:
    +3,055
    ขออนุโมทนาในธรรมของทุกท่านด้วยความเคารพครับ

    การฝึกกรรมฐาน 5 นั้น ตามประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าเคยฝึกมา ในผม ขน เล็บ ฟัน หนัง สิ่งใดที่เราติดมันมากที่สุด ให้พิจารณาสิ่งนั้นก่อน เช่น เรารู้สึกว่า เราหลงใหลในตัวบุคคลที่สุดที่เตะตาเราที่ต้องมองคือ ผิวหนัง เราก็พิจารณาที่ผิวหนังก่อน

    หากสมาธิยังไม่ลึกพอ ก็พิจารณาโดยการคิด หากลึกกว่านั้นก็พิจารณาโดยนิมิต หากลึกกว่านั้นก็พิจารณาโดยอารมณ์ การพิจารณาตรงนี้อย่างไรเสียก็ต้องใช้นิมิต เพราะมันเป็นเครื่องมือ ไม่ต้องกลัวว่าเราจะได้ฤทธิ์นู่นนี่นั่น เพราะเราไม่เอายังไงมันก็ไม่เอา

    ทีนี้ก็อยู่ที่การวางอารมณ์ไว้แต่ต้น ว่าจะพิจารณาถึงสิ่งนั้นเพื่ออะไร หากเพื่อให้ได้ฤทธิ์ก็จะได้ฤทธิ์ หากเพื่อเป็นความรู้ก็จะได้ความรู้ หากเพื่อการสละปล่อยวางก็จะได้สละปล่อยวาง

    นี่เป็นการทำในเบื้องต้นแค่นั้นครับ

    การกำหนดนั้น คงต้องข้ามการคิดเพราะข้าพเจ้าไปทางนิมิตได้เลยจึงบอกเล่าไม่ได้ครับ ทางนิมิตนั้นก็ดูจากผิวหนังของเราหรือจะของคนที่เราชอบผิวหนังของเขา และให้ประครองให้อยู่ที่นิมิตนี้ อย่าไปปรุงแต่งมันเอง เดี๋ยวจิตมันจะแสดงให้ดูเอง แต่มันจะแสดงเพื่อให้เกิดอารมณ์ไปทางไหนก็อยู่ที่การตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นตามที่บอกไปแล้ว

    คุณเองก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ

    ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ
     
  15. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,006
    ค่าพลัง:
    +6,378
    @ เมื่อนั้นฮานุมารคลานมาหอน
    หริบหรี่ญานอนรุ่มร้อนกายา
    พระพราอุปปัชชามะเคยมี
    แต่อัคคีสาวภัตตาอะมีอยู่

    @ แม้นอดสูขอชูชักพามาเอน
    โน้มน้อมเห็นกามคุณ5มะดูดู๊
    หนังสลายกายระเบิดเจิดจำรูญ
    พิศดูคุณของกามสร้างกายี

    ติ๊ง จบ! ขนหัวตั้ง
     
  16. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    455
    ค่าพลัง:
    +715
    นอกคือนอก ในคือใน ครับ

    ตัวที่ออกไปสัมผัสภายนอกแล้วนำกลับมาเป็นเรื่องของตัว
    มันก็จะเกิดการคลุกเคล้าโดยนำเรื่องภายนอกเข้ามาผสมโรงกับเรื่องตัวเองได้ครับ
     
  17. กล่องไม้ขีดไฟ

    กล่องไม้ขีดไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    1,536
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,275
    สำคัญมากๆๆๆครับ
    พระพุทธองค์บอกไว้เลย..
    วิธีฝึก หาอ่าน(ฟังยูทูป)เอาครับ จะละเอียดกว่า
    แต่ละองค์อาจต่างกันบ้างแล้วแต่จริตเจ้าของ
    เช่นหลวงตามหาบัว หลวงพ่อพุธ หลวงปู่เหรียญ

    เป้าหมาย เห็นตัวพอใจในรูปร่างตัวเอง
    ที่ฝังตัวอยู่ในความรู้สึกเจ้าของ
     
  18. ~หัตถ์oBuddha~

    ~หัตถ์oBuddha~ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2017
    โพสต์:
    402
    ค่าพลัง:
    +199
    อ่านเเล้วเพลินดีครับ ได้สาระเเละทริคต่างฯ อ่านมาถึงที่คุณ NPK พูดถึงการระเบิด ก็เลยคิดได้ว่ามันมีจริงอีกเสียงเเต่ไม่เคยได้ยินใครคนอื่นพูดถึงหรือเเม้เเต่ตำราอะไรก็ไม่มี มันจะดังก้องในรูหู เเต่ที่เคยเจอไม่ได้เป็นระเบิดนิวเคลียร์อะไร ก็เเค่เสียงคล้าย popcorn ตอนคั่วไปมา หรือคล้ายพลุในวันฉลองปีใหม่ครับ มันก็เป็นของมันเองเเบบไม่ได้กำหนด หรือตั่งใจอะไร ก็เเปลกดีครับ
    จะเป็นไรก็ช่างมันครับ สภาวะธรรมเกิดเเล้วก็ให้ปล่อยวาง ไม่ต้องอยาก ไม่ต้องยึด
     
  19. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,237
    ค่าพลัง:
    +2,218
    เมื่อเรามองเห็น ร่างกาย ของเพศที่เราชอบ
    ให้เราพิจารณาอยู่เนืองๆว่า หนังหนอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    หรือ หนังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    หรือ หนังเน่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เมื่อพิจารณาบ่อยๆ ในขณะที่เรามองผู้อื่นที่เราชื่นชอบ
    เราจะรู้สึกว่า ความอยากที่จะครอบครองเค้าลดลงไปเรื่อยๆ
    จนในที่สุดก็เบื่อกันไปเลย
    นี่เรียกว่า การปลงอสุภะกรรมฐานอย่างหนึ่ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2019
  20. ปวีรัศมิ์ชา

    ปวีรัศมิ์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +83
    ขอบคุณทุกๆ คน สำหรับคำแนะนำนะคะ ตอนแรกนึกว่าจะมีคนตอบไม่เท่าไหร่ เห็นห้องเงียบๆ แต่ผิดคาดมากๆๆๆ

    ขอให้เจริญๆ ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...