สักยันต์

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย paang, 12 กรกฎาคม 2005.

  1. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,496
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,316
    [​IMG]

    <TABLE width=580 border=0><TBODY><TR><TD height=4523>สักยันต์ วัฒนธรรมการสักบนผิวหนัง การสักลวดลายบนผิวหนังหรือที่เรียกว่าสักลายหรือสักยันต์เป็นวัฒธรรมอย่างหนึ่งของไทย ที่มีมาช้านานแต่ทุกวันนี้ลายสักหรือสักยันต์ตามความเชื่ออย่างโบราณแทบจะไม่มีแล้ว จะมีเพื่อความสวยงามเป็นการตกแต่งเสริมความงามให้กับร่างกายบ้างแต่ไม่มากนัก

    เรื่องราวของลายสักของคนไทยเป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นคว้าเรื่องหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใคร สนใจใคร่ศึกษามากนัก ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งและนับวันจะสูญหายไป

    "สัก" คืออะไร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เขียนว่า "สัก" คือ การเอาเหล็กแหลมแทงลงด้วยวิธีการหรือเพื่อประโยชน์ต่างๆ กันใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึกหรือน้ำมันงาผสมว่าน ๑๐๘ ชนิดเป็นต้นแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระเครื่องหมายหรือลวดลายถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก, ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมันทำเครื่องหมายสักเพื่อแสดงเป็นหลักฐานเช่น "สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือมีสังกัดกรมกองแล้วสักหน้าแสดงว่าเป็นผู้ต้องโทษปราชิกเป็นต้น" จากคำอธิบายดังกล่าวทำให้รู้ว่าการสักลายหรือลายสักของไทยคืออะไร ประเพณีการสักนั้นมีไม่แพร่หลายนักบางหมู่บ้านจะพบว่าผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่มักมีลายสักที่หน้าอกและแผ่นหลังตามสมัยนิยมในขณะที่ผู้ชำนาญในการสักของท้องถิ่นแสดงความสามารถที่สืบทอดมาอย่างเต็มที่ผู้ที่ทำหน้าที่สักมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส (คนธรรมดา)

    ในอดีตสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสักไม่ได้รับความสนใจเหมือนอดีต คือชาวเมืองและรวมถึงผู้คนทั่วไปมองว่าผู้ที่มีลายสักเป็นคนชั้นต่ำ เป็นนักเลงความคิดเช่นนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกที่มองผู้ที่มีลายสักว่าส่วนใหญ่มักเป็นกลาสีขี้เมาหรือคนจรจัด คนเมืองจึงเกิดความรู้สึกว่าลายสักเป็นวัฒนธรรมของคนบ้านนอกคนไม่มีการศึกษา ทัศนคติเช่นนี้มิได้มีแต่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นแต่แพร่ไปสู่เมืองอื่นๆ ด้วย โดยคิดว่า การสักลายเป็นเรื่องของคนจน กรรมกร และคนบ้านนอก ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องลายสัก จึงกระทำได้ยากในปัจจุบัน เพราะคนที่มีลายสักมักจะปกปิดลายสักไว้อย่างมิดชิด ผู้ที่จะให้ข้อมูลและเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการสักจะเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อในอำนาจของศิลปะโบราณนี้เท่านั้น

    การศึกษาค้นคว้าศิลปะชาวบ้านประเภทนี้ ควรจะได้รับการศึกษาบันทึกเกี่ยวกับการออกแบบ กรรมวิธีและพิธีกรรม ศึกษาเปรียบเทียบแต่ละกลุ่มชน ศึกษาค่านิยมและความเปลี่ยนแปลง ศึกษาการสักที่สืบทอดมาแต่โบราณ การสักมีรูปแบบที่แตกต่างกันอยู่ ๒ รูปแบบคือ ลายสักที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ และลายสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ แต่ละรูปแบบจะมีวิวัฒนาการตามแบบฉบับของมันและแสดงให้เห็นรูปแบบของธรรมเนียมในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในแต่ละแง่แต่ละมุมของลายสักที่สืบทอดกันมาในสังคมไทย

    นักประวัติศาสตร์ซึ่งคุ้นเคยกับชีวิตแบบไทย ๆ คงจะทราบความจริงว่าข้าราชการของไทยจะทำตำหนิที่ข้อมือคนในบังคับซึ่งเป็นหน้าที่ของแผนกทะเบียนเป็นผู้บันทึกและรวบรวมสถิติชาย และอาจะเดาได้ว่าการสักเป็นจุดเริ่มต้นขอการแบ่งส่วนราชการของไทย หรือการสักเป็นไปตามการแบ่งส่วนราชการ การทำเครื่องหมายลงบนร่างกายนี้อาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ( พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑ )

    การสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ วัตถุประสงค์ของการสัก ผู้ชายบางคนจะสักยันต์ด้วยเหตุผลทางเวทมนต์คาถาเพื่อความแข็ง แกร่งของจิตใจและต้องการอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประเพณีนิยมใน ชนบางกลุ่ม การสักลักษณะนี้จะสักให้เฉพาะชายฉกรรจ์เท่านั้น การสักมีลักษณะที่สอดแทรกไว้ด้วยความเชื่อและพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนทำการสักจะต้องมีการทำพิธีไหว้ครู ในการสักนั้นก็จะประกอบด้วยการร่ายเวทมนต์โดยอาจารย์สักจะถูผิวหนังของผู้มาสักทั้งก่อน ขณะสักลายหรือสักยันต์ และหลังจากสักเสร็จแล้ว อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเอง และผู้ที่ต้องการจะสักสามารถเลือกลายที่อาจารย์มีอยู่ได้ตามต้องการ ส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และ เป็นอักขระขอมและเลขยันต์ อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกัน ดังนั้นลายสักของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

    การสักในประเทศไทยอาจจะมีมาแต่โบราณ แต่จะมีมาตั้งแต่สมัยใด ไม่มีหลักฐานชัดเจน การสักยันต์เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันนั้นเชื่อว่ามีมานานแล้วดังปรากฎในวรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผน และวรรณกรรมอื่นๆ แต่การสักมักมองว่าเป็นเรื่องของนักเลง ถูกมองไปในทางลบ ทำให้ศิลปะบนผิวหนังประเภทนี้เกือบจะสูญไปจากสังคมไทย

    เหตุผลที่การสักยังคงมีอยู่คือ หลาย ๆ คนยังเชื่อว่าการสักจะทำให้มีโชคและอยู่ยงคงกระพันพ้นอันตราย รูปแบบของการสักแต่ละชนิดจะมีความขลังที่แตกต่างกัน ลายสักหรือยันต์บางชนิดสามารถช่วยผู้ที่สักให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้ สัญลัษณ์บางอย่างของลายสักสามารถทำให้ผิว หนังเหนียวได้ ศัตรูยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เชื่อว่าการสักจะช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้ด้วย

    นอกจากนี้ การสักทางไสยศาสตร์ยังเชื่อมโยงกับการระวังอันตรายและความปลอดภัย ทำให้แคล้วคลาดต่ออันตรายต่างๆ ศิลปะพื้นบ้านประเภทนี้ อาจจะกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดศรัทธาความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจ มันอาจเป็นเครื่องแสดงความจริงต่างๆ วัฒนธรรมสมัยใหม่นั้นเมื่อมองแล้วอาจจะไม่ทำให้ปลอดภัย ส่วนวัฒนธรรมการสักยันต์จึงช่วยให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้จิตใจเขามีความมั่นใจมั่นคงมากยิ่งๆ ขึ้น

    ลายสักยอดนิยม ลวดลายสักแต่ละสำนักแต่ละครูอาจารย์มักจะมีความคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ เช่น ลายเสือเผ่นลายหนุมาน ลายยันต์ชนิดต่างๆ ฯลฯ จะแตกต่างกันที่รายละเอียดในส่วนปลีกย่อย เท่านั้น เช่น ถ้าเป็นลายหนุมาน แต่ละอาจารย์ก็จะคงรูปร่างลักษณะและโครงร่างของหนุมานไว้แต่จะมีความแตกต่างกันที่รายละเอียดของนิ้วมือ นิ้วเท้า และเครื่องประดับของหนุมานเป็นต้น

    ลวดลายที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในบรรดาผู้ที่นิยมการสักคือ ลวดลายสักที่ให้ผลทางไสยศาสตร์ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ชนิด คือเพื่อผลทางเมตตามหานิยม และเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีให้แคล้วคลาดจากของมีคม อุบัติเหตุ หรืออันตรายทั้งปวถ้าเป็นการสักเพื่อผลทางเมตตามหานิยมมักจะสักเป็นรูปจิ้งจก หรือนกสาริกาเพื่อเป็นตัวแทนของความมีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป โดยเฉพาะให้ผลดีทางการเจรจา ค้าขายทำให้เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น

    ส่วนลายสักเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี จะนิยมสักลวดลายซึ่งเป็นตัวแทนความดุร้ายความปราดเปรียว ความสง่างาม ความกล้าหาญ ได้แก่ลายเสือเผ่น หนุมานคลุกฝุ่น หงส์ และลายสิงห์ เป็นต้น หรือเป็นลายที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภยันตราย เช่น เก้ายอด ยันต์เกราะเพชร หรือลายยันต์ชนิดต่างๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นแก่นแท้ของการสักเพื่อผลทางไสยศาสตร์ และถือกันว่าเป็นหัวใจของการสักคือ หัวใจของคาถาที่กำกับลวดลายสักแต่ละลายอยู่ เพราะสิ่งนี้คือเคล็ดลับวิชาคาถาอาคมที่เป็นวิชาชั้นสูงของแต่ละอาจารย์สักที่จะไม่เปิดเผยให้แก่ผู้ใดเป็นอันขาดนอกจากลูกศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับถายทอดวิชาสักของอาจารย์สืบต่อไป

    นอกจากนั้นยังมีผู้นิยมสักเพื่อความสวยงาม ซึ่งการสักเพื่อความสวยงามจะไม่เกี่ยวข้องกับกับการเพื่อผลทางไสยศาสตร์แต่อย่างใด ดังนั้นจึงเป็นการสักเฉพาะรูปสวยเฉยๆ ไม่มีการลงหัวใจของอักขระเลขยันต์ต่างๆ หรือลงอักขระกำกับรูปภาพ ลวดลายสักจึงมักขึ้นอยู่กับความต้องการหรือรสนิยมของผู้สัก เช่น รูปผู้หญิงเปลือย ผีเสื้อ ดอกไม้ หัวใจ ฯลฯ โดยรูปภาพเหล่านี้จะบอกนิสัยใจคอของผู้สักหรือบอกอดีตที่เป็นความประทับใจหรือความทรงจำของผู้สักที่ต้องการประทับตราไว้กับตัวเขาตลอดไป เช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ วันเดือนที่สำคัญ เป็นต้น

    ลายสักดังกล่าวจะต้องถูกสักอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ควร ไม่เช่นนั้นความขลังจะไม่เกิด โดยมากผู้มาสักประสงค์จะให้ลายสักอยู่ภายในร่มผ้ามากที่สุด ตำแหน่งที่นิยมสักเรียงตามลำดับดังนี้คือ บริเวณหลัง หน้าอก คอ ศีรษะ ไหล่ แขน ชายโครง หน้า มือ และหัวเข่า

    แดวงคนสักลาย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการสักคือเพื่อผลทางไสยศาสตร์ จึงต้องสักโดยครูอาจารย์ที่มีวิชาอาคมศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเท่านั้น ฆราวาสหรือบุคคลธรรมดาที่ไม่มีวิชาความรู้ทางด้านนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ ครู และอาจารย์และช่างสักส่วนใหญ่จึงเป็นพระภิกษุ หรือเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับการยอมรับนับถือจากบุคคลทั่วไป และความศักดิ์สิทธิ์ของการสักก็มักจะได้รับการทดสอบจนเห็นผลเป็นที่ร่ำลือมาแล้ว

    จากคำบอกเล่าของพระอาจารย์ชื่อดังท่านหนึ่งให้ความรู้ว่า ปัจจุบันอาจารย์สักที่ลงคาถาอาคมและมีอานุภาพดังคำร่ำลือมีไม่เกิน ๑๐ สำนักในเมืองไทย ผลการศึกษาของนักวิชาการระบุออกมาว่า อาจารย์สักส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป มีประสบการณ์มากกว่า ๒๐ ปี อาจารย์สักถ้าเป็นผู้หญิงจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เช่นเดียวกับผู้ที่มารับการสักโดยมากจะเป็นผู้ชาย จะเป็นผู้หญิงก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งมักจะมาสักเพียงเพื่อต้องการจะดึงดูดเพศตรงข้าม หรือต้องการจะมีเสน่ห์ในการพูดจาเพื่อค้าขายได้คล่อง ฉะนั้นลายสัก นะหน้าทอง และสาริกาลิ้นทอง จึงเป็นลายสักที่ นิยมในเพศหญิง ตรงกันข้ามกับฝ่ายขายที่มีความกระหายอยากจะได้ของดีติดตัวคือเหตุผลที่มาเป็นอันดับหนึ่ง ความศรัทธาเชื่อมั่นในครูอาจารย์และเพื่อนฝูงญาติพี่น้องชักชวนให้มาสัก เป็นเหตุผลที่รองลงมาแต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ชายหรือหญิงคนนั้นจะต้องมีใจรักและเชื่อมั่นในเรื่องนี้อย่างเหนียวแน่น เท่าที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับการสักครั้งแรกไปแล้วก็มักจะกลับมาสักอีกครั้งเป็นอย่างน้อย บางคนอาจถึง ๑๐ ครั้งขึ้นไป

    อย่างไรก็ตาม แม้ทุกวันนี้จะมีผู้เชื่อมั่นและศรัทธาในการสักอยู่ แต่ก็นับว่าลดลงไปมากเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา และนับวันข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับลายสักจะสืบค้นได้ยากยิ่งขึ้น เป็นเพราะขาดผู้รู้ผู้ชำนาญ อาจารย์บางท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ค่อยถ่ายทอดวิชาให้แก่ศิษย์ ทำให้นับวันผู้ที่รู้วิชานี้ยิ่งลดน้อยลงทุกที อีกทั้งสังคมปัจจุบันไม่ค่อยยอมรับคนที่มีลายสักโดยดุษณีเช่นแต่ก่อนอีกแล้วในทางกลับกันทัศนคติของคนไทยในวันนี้กลับมองว่าคนที่มีรอยสักเป็นผู้ที่มีการศึกษาน้อย เป็นผู้มีอาชีพใช้แรงงาน เป็นนักเลงหัวไม้ หรือเข้าใจหนักลงไปอีกว่า คนที่สักลายคือ พวกขี้คุกขี้ตรางที่มีลายสักซึ่งสักกันเองภายในเรือนจำ ประกอบกับการสักเป็นอุปสรรคในการรับราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือน

    ความเสื่อมอีกประการหนึ่ง ผู้ได้รับการสักปฏิบัติตนไม่เหมาะสมใช้ผลของการสักทางไสยศาสตร์หรือการอยู่ยงคงกระพันชาตรีไปในทางที่ผิด เช่น โอ้อวด ท้าทาย ประลองต่อสู้กับผู้อื่น ทำตนเป็นมิจฉาชีพ ก่ออาชญากรรม ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ค่านิยมของคนที่มีต่อลายสักเป็นไปในทางลบยิ่งขึ้น

    ผู้ที่มีลายสักจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลบรอยสักนั้นทิ้งเสีย อาจด้วยความรู้สึกว่าเมื่ออายุมากขึ้นลายสักบนผิวหนังกายทำให้แลดูสกปรกเลอะเทอะ หรือทำให้คนตั้งข้อรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เป็นต้น ในบางรายก็ค้นพบด้วยตนเองว่าการสักไม่ได้ให้ผลทางไสยศาสตร์แก่ตนแต่อย่างใดเพราะความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันทำให้ไม่สามารถยึดถือปฏิบัติสัจจะที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัดได้ ทว่า การลบรอยสักนั้นเป็นไปได้ยากมากเพราะหมึกที่ใช้สักถูกฝังลึกเข้าไปถึงชั้นของหนังแท้ ถ้าลบออกจะทำให้เกิดแผลเน่าน่าเกลียด แต่ก็อาจทำได้โดยกรรมวิธีศัลยกรรมตกแต่ง คือ ลอกผิวหนังตรงที่มีรอยสักทิ้งไป แล้วเอาผิวหนังส่วนอื่นของร่างกายปะไว้แทน แต่ก็จะเป็นรอยแผลเป็นอยู่ดี ฉนั้นจึงกล่าวได้ว่าการที่จะลบรอย สักโดยไม่ให้เหลือร่องรอยปรากฎอยู่เลยนั้น
     
  2. nnn

    nnn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2005
    โพสต์:
    314
    ค่าพลัง:
    +1,298
  3. ร้านพระเครื่อง เจ้าสัว คลองถม

    ร้านพระเครื่อง เจ้าสัว คลองถม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +13
    ถ้าคุณชอบสักยันต์ อาจารย์ผู้นี้เก่งจริงๆ ยันต์สวยเลือกได้ ค่าพานครูเท่าวัดเลย

    ผมเป็นบุคคลหนึ่งที่ชื่นชอบการสักยันต์มาก
    อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองทำให้เชื่อว่าศาสตร์แห่งการสักยันต์นั้นมีอยู่จริง
    เริ่มแรกเพียงการชักชวนของเพื่อนฝูงตามประสาวัยรุ่นทั่วๆไปที่ชอบไปไหนไปกันไม่เข้าใจหรอกว่าการสักยันต์คืออะไร
    ตามๆเขาไป
    ที่แรกจำได้ว่าไปวัดบางพระที่นครปฐมเมื่อประมาณเกือบ20ปีที่แล้วเดินทางลำบากมากต้องนั่งรถต่อเข้าไปไกลมากในสมัยนั้นแต่ก็รู้สึกสนุกเพราะได้ไปกับเพื่อนๆ
    พอไปถึงก็จัดแจงซื้อดอกไม้ธูปเทียน บุหรี่
    สมัยนั้นถ้าจำไม่ผิดพานครูประมาณ20บาท
    แต่หลวงพ่อเปิ่นท่านไม่ได้จับเข็มแล้วด้วยเหตุผลทางด้านการเมืองท้องถิ่นนิดหน่อยจึงทำให้ถูกผู้ใหญ่ห้ามเอาไว้แต่พวกเราก็พร้อมใจที่จะให้หลวงพี่ที่คอยประจำเป็นลูกมืออยู่นั้นทำการลงเข็มให้เพราะไหนๆก็ไหนๆแล้วไม่อยากให้เสียเที่ยว
    ตัวเพื่อนทุกคนลงหมึกทั้งนั้นมีผมคนเดียวที่ตอนนั้นยังเกรงใจคุณพ่อซึ่งเป็นนายตำรวจอยู่จึงมิกล้าลงหมึกเพียงได้แต่ลงน้ำมัน
    เท่านั้น แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับวัยรุ่นที่อยากลอง
    พวกเรานำพาลอยสักไปให้หลวงพ่อเปิ่นเป่าครอบทับอีกครั้งเป็นอันเสร็จพิธี
    และเดินเล่นบริเวณรอบเช่าหาตะกรุดมาคาดเอวคนละดอกเป็นอันต้องกลับบ้าน
    แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดถึงก็มาให้ทดสอบพระพุทธคุณลอยสักยันต์แห่งวัดบางพระโดยไม่คาดคิดถึงมาก่อนเมื่อรถบัสของพวกเราพุ่งประสานงากับสิบล้อขนดินที่สวนทางมาจากทางแยกเต็มแรงพวกเราซึ่งนั่งตรงริมหน้าต่างด้านที่ชนพอดีถึงกับกระเด็นไปคนละทาง
    ส่วนตัวผมเองต้องบอกตรงๆว่าเวลานั้นเหมือนเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก
    ตัวลอยออกนอกรถไปตกอยู่นาข้าวข้างทางสลบไปชั่วระยะหนึ่งมาลุกกขึ้นอีกทีเพื่อนก็หิ้วขึ้นรถพยาบาล
    ในใจเพื่อนเล่าให้ฟังว่าเห็นตนเองกระเด็นตามแรงออกนอกหน้าต่างไปนึกว่าเพื่อนเราคงจบชีวิตเป็นแน่แท้แต่เห็นผมฟื้นขึ้นก็ดีใจกันยกใหญ่
    ทุกคนต่างลงความเห็นกันว่าเป็นเพราะพวกเราได้ไปสักยันต์ที่วัดบางพระกันมาทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย
    หลังจากนั้นพวกเราก็แวะเวียนเข้าออกวัดบางพระกันเป็นกิจวัตรทุกอาทิตย์จนเรียนจบแยกย้ายกันไปแต่หลังของผมเองก็ยังมิได้ลงหมึกกับใครอาจเป็นเพราะเคยชินกับน้ำมัน
    จนแวะเวียนมาตามหน้าเว๊บต่างๆเห็นอาจารย์สักยันต์ผู้หนึ่งชื่ออาจารย์เสือต่างมีศิษย์มาลงเล่าเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆหลายๆท่านจึงให้ความสนใจ
    ต้องยอมรับว่ากระแสอาจารย์เสือท่านนี้มาแรงมากเพราะมีการพูดคุยโต้ตอบซึ่งกันและกัน
    แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหน้ากระดานต่างๆจึงทำให้ตัวผมอยากรู้อยากทราบข้อมูลท่านอาจารย์เสือท่านนี้
    เพราะท่านไม่ได้ไปอยู่ที่ไหนไกลเลย กลับอยู่ประจำที่สถานที่ใกล้ๆห้างเดอะมอลล์
    งามวงศ์วาน
    ซึ่งยิ่งหน้าสงสัยว่าท่านมีดีอะไรจึงกล้าอยู่กลางเมืองท้าทายสายตาผู้เดินไปเดินมา
    ซึ่งแน่นอนยอมมีทั้งคนชื่นชอบและคนที่ยังสงสัยอยู่
    ก็ยิ่งทำให้ตัวผมเองต้องไปพิสูจน์ให้ได้
    ผมเดินทางไปโดยไม่ลังเลหลังเลิกงานขับรถตรงดิ่งไปจอดที่ห้างโลตัส
    ใกล้ๆแยกพงศ์เพชร เดินไปไม่นานก็เจอทานตะวัน ซึ่งเป็นคล้ายๆบาร์ซ่า
    จตุจักรประมาณนั้น วันนั้นคนเยอะมากผมเลยไปถามยามที่นั้น
    ยามก็ใจดีนะจูงมือไปเลยบอกผมว่าท่านเก่งนะศิษย์เยอะมากๆ คนในนี้รู้จักหมดละ
    เมื่อไปถึงหน้าร้านดูเหมือนศูนย์พระเครื่องมากกว่ามีคนมารออยู่หน้าร้านสิบกว่าคนผมจึงเข้าไปถามว่ามีอะไรกันหรือ
    ศิษย์ท่านหนึ่งตอบว่าวันนี้วันพฤหัสยังไง
    จะมีการครอบเศียรครูสายสักยันต์ทุกๆวันพฤหัส
    วันนี้ผมสงสัยจะมาไม่ได้ของดีแน่เลยเพราะเข้าไม่ถึงตัวท่าน
    บังเอิญได้คุยกับคุณหมวยผู้ดูแล ก็เลยได้ความว่าต้องรออีกสักพักจึงมีเวลาว่าง
    และได้ข้อมูลมากพอสมควรว่า ณ สถานที่แห่งนี้ได้ทำการสักยันต์
    ประเภทต่างๆนับพันยันต์ซึ่งมีทั้งหมึกและน้ำมัน
    ส่วนหมึกนั้นอาจารย์เสือท่านได้เปลี่ยนจากเข็มเป็นเครื่องไฟฟ้าแล้วเนื่องจากเวลาท่านมีน้อยถ้าจะทำการสักยันต์ด้วยแรงมือเกรงว่าท่านอาจารย์จะเหนื่อยมากจึงหันมาใช้เครื่องไฟฟ้าซึ่งมีความสวยงามกว่าที่นี้ไม่มีการใช้บล็อคเหมือนที่อื่นสักกันสดๆลวดลายจึงแตกต่างกันไม่เหมือนกัน
    จึงได้อารมณ์ของงานศิลป์โดยแท้จริง
    ซึ่งอาจารย์ผู้ที่จะทำการสักยันต์แบบสดๆโดยไม่มีบล็อคได้และมีความสวยงามเป็นเลิศขนาดนี้ผมว่าหายากนะครับ
    เพราะดูจากหลังน้องๆที่มาครอบเศียรในวันนี้ไม่ธรรมดาเลย
    งานมีความสวยงามอ่อนช้อยตามแรงมือการตวัดเส้นมีความนุ่มนวลเหมือนภาพเขียนผมว่าสวยงามมากไม่เหมือนงานที่ผมเห็นจากสำนักอื่นที่เหมือนๆกันหมดขาดจินตนาการ
    เพราะผมถือว่าการสักยันต์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ผมคงไม่เอาอะไรที่มันเลอะเทอะติดตัวผมไปทั้งชาติหรอก
    เมื่อผมได้สอบถามพูดคุยกับศิษย์หลายๆคนแล้วไม่น่าเชื่อว่าคนเหล่านี้จะผ่านการสักยันต์มาแล้วแทบทุกที่
    ที่ไหนที่ว่าดีไปมาหมดแล้ว ผมจึงถามว่าแล้วที่ไหนดีกว่ากันละ
    เขามองหน้าผมและบอกว่าของอย่างนี้เขาไม่ให้เปรียบเทียบกัน
    แต่พวกเข้าเหล่านี้กลับพอใจที่จะให้อาจารย์เสือลงยันต์แทบทั้งตัวเพราะเหตุผลที่ว่า"
    ยันต์ที่นี้ไม่เหมือนใคร อาจารย์ตามใจศิษย์
    อยากได้อะไรอาจารย์เสือไม่เคยว่าให้หมด"
    จนเป็นที่ร่ำลือว่าอาจารย์เสือผู้นี้ใจดีมาก
    พระเครื่องดีๆที่เขาเช่ากันเป็นร้อยอาจารย์เสือหยิบให้ฟรี
    สีผึ้งดีๆมีว่านเต็มไปหมดอาจารย์เสือก็ให้ฟรี
    โดยเฉพาะสีผึ้งของท่านโดดเด่นมากศิษย์ทุกคนที่นำไปบูชาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมตตาเป็นที่หนึ่ง
    ที่อื่นขายกันตลับเป็นร้อยอาจารย์เสือให้ฟรี ต้องบอกว่าที่นี้ใจดีมากๆ
    เมื่อยิ่งผมได้พูดคุยกับอาจารย์เสือท่านแล้วยิ่งถูกคอเป็นยิ่งนักท่านดูอายุไม่มากคาดว่า40กว่าๆแต่ดูภูมิฐานใจดี
    ดูเป็นคนมีความรู้ผมจึงถามท่านว่าท่านอาจารย์ทำไมพูดจาดูเหมือนคนมีความรู้
    มีศิษย์ท่านหนึ่งตอบแทนว่า อ้าวคุณไม่รู้หรืออาจารย์เราจบนอกเลยนะ จบโทมา
    ผมร้องด้วยความสงสัย ท่านตอบว่า ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจชอบ
    เรียนมาสูงเพื่อทำงาน ไสยศาสตร์เรียนมาเพื่อช่วยคน
    ผมจึงถามต่อไปว่าแล้วเอาสีผึ้งหรือพระเครื่องมาแจกจะไม่ขาดทุนหรือครับ
    ท่านอาจารย์บอกว่า
    เราเรียนมาจากพระเลยติดนิสัยพระมามีอะไรช่วยได้ก็ช่วยมีอะไรแจกได้ก็แจก
    ไม่มีกำไรขาดทุนเพราะงานการของเราก็มีฐานะดีอยู่แล้วมาที่นี้ก็เพื่อช่วย
    เมื่อพูดคุยกันนานพอสมควรไม่รู้เป็นอะไรผมรู้สึกศรัทธาท่านมากยอมสักหมึกกับท่านโดยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะกล้าเพราะเคยคิดไว้ว่าชาตินั้จะไม่คิดสักหมึก
    ผมขอท่านอาจารย์เสือสักยันต์พระพิฆเณศให้ซึ่งอกมาสวยงามมากผมชอบมากรู้สึกดีและคิดว่าตัวเองต้องกลับมาสักอีกแน่นอน
    ก็เป็นเรื่องอีกประสบการณ์ที่เขียนมาเล่าให้พี่ๆน้องๆศิษย์อาจารย์เสือทุกท่านที่เรียกได้ว่ามีอยู่เยอะจริงๆ
    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสักยันต์ทั้งน้ำมันและหมึกผมแนะนำว่าที่นี้ดีมากครับ
    ทั้งอาจารย์เสือเองก็เป็นกันเอง สถานที่ก็เดินทางมาสะดวก
    ส่วนหมึกใช้เครื่องTATTOO สักยันต์ ซึ่งได้งานที่สวยงามและขนาดที่เราต้องการ
    พระพุทธคุณที่เต็มเปี่ยมซึ่งไม่ต้องบอกนะครับว่าท่านเก่งแค่ไหน
    สำหรับท่านที่เคยไปที่ไหนแล้วไม่ประทับใจ งานไม่สวย เลือกยันต์ไม่ได้
    ศิษย์นิสัยไม่ดี อาจารย์ไม่สนใจใยดี ลองมาที่นี่
    ผมจะให้รายละเอียดไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
    สำนักสักยันต์อาจารย์เสือ อยู่ที่ศูนย์พระเครื่องเจ้าสัว คลองถม
    ในทานตะวันบาร์ซ่า ติดกับโรงพยาบาลนนทเวช ข้างๆเดอะมอลล์งามวงศ์วาน
    ถ้าท่านเดินมาจากเดอะมอลล์ให้เดินผ่านหน้าโรงพยาบาลนนทเวชก็จะเจอศูนย์การค้าทานตะวันบาร์ซ่า
    ร้านอยู่เลขที่C13 ด้านหน้าถ้าไม่รู้ให้ถามยามดูว่า ร้านสักยันต์อยู่ตรงไหน

    ค่าพานครู
    สักยันต์น้ำมันว่าน108 พานครู 300 บาท
    สักยันต์หมึกใช้เครื่องTATTOO พานครู 300 บาท
    ยันต์พิเศษ พานครู 500 บาท (ซึ่งผมว่าถูกมากนะ คุณไปTATTOO
    อย่างน้อยร้านพวกนี้ต้องคิดคุณเป็นพันแน่ๆแต่ที่นี้แค่หลักร้อยเองเรียกได้ว่าอาจารย์เสือใจดีจริงๆ
    แถมได้พระพุทธคุณจากการปลุกเสกด้วย)
    ลงนะหน้าทอง สาลิกาลิ้นทอง สองอย่าง พานครู 300 บาท
    (ถ้าชอบเรื่องเสน่ห์มาลงนะสองตัวนี้ได้เลยไม่เจ็บตัว ดีมากๆ)
    ***ต้องเตรียม พวงมาลัย 1 พวง บุหรี่กรองทิพย์ 1 ซอง
    มาด้วยทุกครั้งเพื่อใส่พาน ต้องนำมาเองนะครับ*****
    อาจารย์เสือเปิดทุกวัน เวลาตั้งแต่บ่าย 4 โมงเย็นเป็นต้นไป จนถึง 4 ทุ่ม
    ตอนกลางวันอาจารย์ท่านทำธุรกิจส่วนตัวครับ มาหาท่านได้เลยใครมาก่อนได้ก่อน
    ช้าอด หมดเลย อย่าลืมเตรียมของมาด้วยนะครับ
    ***ส่วนท่านที่มีปัญหาเรื่องความรัก รักสามเศร้า สามี ภรรยาปันใจ
    ลองมาปรึกษาท่านได้นะครับ ที่นี่ของจริงช่วยได้ *****
     
  4. 168

    168 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    48
    ค่าพลัง:
    +265
    สำนักสักยันต์อาจารย์เสือ เบญจฤทธิ์
    อยู่ซอยแก้วอินทร์ ใกล้ตลาดบางใหญ่
    แจกพระผงจักรพรรดิฟรี ไปขอรับได้เลย
     
  5. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,276
    ค่าพลัง:
    +82,670
    สมัยเด็กๆ มีความรู้สึกกลัวคนที่สักยันต์ค่ะ
    โตมาจนป่านนี้ ความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่
     

แชร์หน้านี้

Loading...