เสียงธรรม สัจจะ &กฎแห่งกรรม๒๑ไฟล หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

ในห้อง 'ธรรมเทศนาทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 1 ตุลาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    เวรกรรมตามสนอง หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    เงาบุญเงาบาป หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    สารธรรมนำใจ
    Published on Jul 16, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 มิถุนายน 2018
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ยิ่งให้ ยิ่งได้ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม Live

    Siammelodies
    Published on Jan 27, 2016
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • photo.jpg
      photo.jpg
      ขนาดไฟล์:
      4.6 KB
      เปิดดู:
      24
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 เมษายน 2018
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    02 ฝึกวิชา ธรรมกาย กับ หลวงพ่อสด - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    03 เรียนกรรมฐาน กับ หลวงพ่อในป่า 1 - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    04 เรียนกรรมฐาน กับ หลวงพ่อในป่า 2 - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    05 เรียนกรรมฐาน กับ หลวงพ่อเดิม - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    DrSeripiput Srimuang
    Published on Nov 13, 2016


     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ความจริงเรื่องบางระจัน: หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    Double Colour 2
    Published on Aug 24, 2015
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    พบพระ พบธรรม : หลวงพ่อจรัญ (1) Live !

    พบพระ พบธรรม : หลวงพ่อจรัญ (2)

    ปภาวีร์ S
    Published on Aug 24, 2015

     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ชีวิตไม่สิ้นหวังกับความรัก : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    กรรมฐาน ทำให้ชีวิตรุ่งเรือง / หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

    ยิ่งให้ยิ่งได้
    Published on Jan 24, 2017
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    แผ่เมตตาข้ามทวีปช่วยแม่-หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม Live !

    satidream
    Published on May 7, 2013
     
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    พระราชสุทธิญาณมงคล


    คุณวีโก้ บรูน (Viggo Brune) ชาวนอร์เวย์ นำคณะครูจำนวน ๓๐ คน ซึ่งสอนวิชาศาสนาเปรียบเทียบ ระดับมัธยมปลาย จากโรงเรียนต่างๆ ในประเทศเดนมาร์ก เข้าร่วมฟังการบรรยายธรรม ณ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

    ขอเจริญพร คุณวีโก้ บรูน และคณะครูชาวเดนมาร์ก ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

    พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุผล มีทั้งด้านปริยัติ และด้านปฏิบัติ มุ่งสอนวิชาแก้ไขปัญหาชีวิต และวิชาแก้ปัญหาทุกข์

    พระพุทธเจ้าทรงสำเร็จวิชาระดับด๊อกเตอร์ถึง ๑๘ ศาสตร์ แล้วจึงเสด็จออกบรรพชา ไปทรงแสวงหาทางพ้นทุกข์ ใช้เวลานานถึง ๖ ปี สำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงได้มาสอนประชาชนให้พ้นทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงมีพระมหากรุณาอย่างล้นพ้น ทรงสอนให้เราแก้ปัญหาชีวิตด้วยการปฏิบัติธรรม เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง ต้องปฏิบัติเอง จึงจะพ้นทุกข์

    การปฏิบัติกรรมฐานแก้ปัญหาชีวิต กำหนดจิต คิดหนอ… โกรธหนอ… เป็นการแก้ปัญหาชีวิตที่ดีที่สุด ถ้าพูดแต่ศาสนาพุทธ เรียนแต่หนังสือ เหมือนอย่างพระมหาเปรียญ ๙ ประโยค แปลหนังสือได้ แต่ไม่เคยปฏิบัติ จึงแก้ปัญหาไม่ได้ เหมือนอย่างท่านทั้งหลายที่มากันนี้ เรียนแต่หนังสือ รู้มาก แต่ไม่รู้จริง คนรู้จริงต้องปฏิบัติได้ “รู้จริง ต้องทำ รู้จำ ต้องท่อง รู้แจ้ง ต้องคิดก่อน”

    ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ลึกซึ้งมาก มีอยู่ ๒ ธุระ คือ
    ๑) คันถธุระ
    ๒) วิปัสสนาธุระ

    คันถธุระ ต้องเรียน มีเรียนตามลำดับ และเรียนสันโดษ เรียนตามลำดับ คือเรียนวิชาไปตามขั้นตอน เรียนสันโดษ คือเรียนด้วยการปฏิบัติทั้งหมด ฟังบรรยายแล้วปฏิบัติตามที่ครูสอน อย่างที่คุณวีโก้ได้ปฏิบัติมาแล้ว เรียกว่าเรียนสันโดษ คุณวีโก้ก็มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาแล้วมาปฏิบัติเรียกว่ากรรมฐาน การกระทำให้ฐานะดี การกระทำให้จิตมีหลัก มีสติ มีปัญญา มีการแก้ปัญหาได้ มีรูป นาม ขันธ์ห้าเป็นอารมณ์ รู้จริง รู้แจ้ง เห็นจริง เห็นแจ้ง จึงเรียกว่าวิปัสสนา ส่วนมากเป็นครูอาจารย์มีแต่รู้คันถะธุระ รู้แต่วิชาการในหนังสือ หรือเรียนจากครูบาอาจารย์ ไม่เคยปฏิบัติเลย จะรู้จริงไม่ได้ รู้จริงต้องปฏิบัติ ปฏิบัติได้ แก้ปัญหาได้ ถึงจะสอนได้ดี ถ้าคนปฏิบัติได้จริงแล้วจะรู้ซึ้ง รู้เข้าใจ รู้แก้ปัญหาได้ทุกประการ พระพุทธเจ้าทรงสอนตรงนี้ คนเราจะได้ไม่มีปัญหาในครอบครัว จิตจะสงบ จะไม่สร้างความเลวร้ายให้กับใคร และตัวเองก็จะไม่ประพฤติชั่ว และไม่ไปทางอบายมุข อันนี้เป็นจุดสำหรับข้อปฏิบัติทั้งหมด

    พระพุทธเจ้าทรงสอนอริยมรรค ๘ อริยสัจ ๔ อย่างที่เรียนกัน อยากจะเรียนถามว่า มรรคมีองค์ ๘ คืออะไร ปฏิบัติได้ไหม มรรคมีองค์ ๘ สรุปเหลือ ๓ คือ ไตรสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทุกคนถ้าเรียนแต่วิชาการจะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ เช่น ศีล จะเข้าใจผิดคิดว่าศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ อย่างนี้ยังใช้ไม่ได้ ต้องรู้ว่าศีลแปลว่าปกติ ปกติมาจากไหน คนที่จะปกติได้จะต้องมีสติสัมปชัญญะ นี่ถึงจะเรียกว่าศีล

    คนมีศีลต้องมีมารยาท กายจะยืน เดิน นั่ง นอน เหลียวซ้ายแลขวา มีสติสัมปชัญญะ วาจาก็พูดมีสัจจะความจริงต่อประชาชน จริงต่อตัวเอง และจริงต่อคนอื่น ถ้าคนขาดสติสัมปชัญญะก็หมดโอกาสที่จะมีศีล ถ้าไปสอนตามหนังสือไม่ได้ความ ต้องสอนภาคปฏิบัติ ถ้าใครปฏิบัติได้ จะรู้ว่าศีลแปลว่าปกติ คนที่ปกติจะดีมีสติสัมปชัญญะนั้น จะเรียบร้อยทุกอย่าง จะทำอะไรก็มีปัญญาทุกอย่าง นี่คือศีลชัดเจน ตั้งแต่ปาณาฯ ถึงสุราฯ นั้นไม่ใช่ศีล แปลว่าองค์ปฏิบัติ ถ้าคนมีสติสัมปชัญญะแล้วนั้น จะไม่ฆ่าสัตว์ คนมีสติสัมปชัญญะสูงขึ้นเป็นชั้นที่สองจะไม่อยากได้ทรัพย์ของคนอื่น จะไม่เห็นแก่ตัว ถ้าคนมีสติสัมปชัญญะดีมีปกติดีแล้วไม่ขาดสติ จะไม่ล่วงประเวณีกับลูกเขา เมียเขา จะไม่หลอกลวงโลกหวังเอาลาภ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ถ้าเรามีสติชั้นห้า เราจะไม่ดื่มสุรา เพราะสติมันครบวงจร

    ถ้ามีสติสัมปชัญญะดีแล้ว จะมีสมาธิโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าคนขาดสติสัมปชัญญะจะไม่มีสมาธิ สมาธิจะไม่เกิด จะเป็นคนวุ่นวาย เป็นคนฟุ้งซ่าน เป็นคนคิดมาก เป็นคนแก้ปัญหาไม่ได้ สมาธิแปลว่า จับจุดนั้นเป็นจุดเดียว ไม่คิดหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน คิดแต่เรื่องเดียว อย่าคิดหลายเรื่องในขณะนั้น หลายเรื่องมันสับสน เป็นสมาธิไม่ได้ ถ้าคนไม่มีสติสัมปชัญญะทำสมาธิไม่ได้เลย สมาธิแปลว่าจับจุดงาน อย่าทิ้งงาน และหน้าที่รับผิดชอบ คือสมาธิภาวนา

    เพราะฉะนั้นการสอนพระพุทธศาสนาจึงไม่เหมือนกัน การปฏิบัติกรรมฐานไม่เหมือนกัน ปฏิบัติไม่ถูก ต้องกันมาก ปฏิบัติที่ถูก ต้องมีสติ ใช้สติปัฏฐาน ๔ เป็นแนวปฏิบัติ การสอนพุทธศาสนาไม่ใช่สอนง่าย ถ้าเป็นครูอาจารย์ปฏิบัติไม่ได้อย่าไปสอน มันจะไม่ขลัง ดูหนังสือแล้วมาสอนใครก็สอนได้ ปฏิบัติไม่ได้ ไม่ได้ผล น่าจะพูดข้อปฏิบัติ ไม่ใช่เอาหนังสือมาพูด เพราะฉะนั้น สมาธิ แปลว่า สัจจะ ทำงานอย่าทิ้งงาน คนที่ทิ้งงานนี้จะเสียเวลามาก คนที่มีสมาธิไม่มีเดี๋ยว ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ต้องทำงานให้เสร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งโครงการไว้ แล้วงานนั้นเสร็จทันเวลา ไม่เสียเวลา เหมือนชาวไทยพุทธที่ไม่ปฏิบัติ จะโกงเวลาเก่ง มาทำงานก็สาย และกลับก่อนเวลา

    ภาคปฏิบัติไม่ใช่ของง่าย แต่ก็ไม่ใช่ของยากถ้าตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนผ่านไปเฉยๆ ไม่มีประโยชน์แล้วก็จะมาว่าศาสนาพุทธไม่มีประโยชน์ สมาธิมีอยู่มาก คือจับงานอย่าทิ้งงาน และหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าคนไม่มีสติสัมปชัญญะจะไม่รับผิดชอบ แค่ตัวเองก็ยังไม่รับผิดชอบตัวเอง แล้วจะไปรับผิดชอบคนอื่นเขาได้หรือ ชาวพุทธบางคนไม่รับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ชาวพุทธแท้ แต่เป็นชาวพุทธแต่ในแบบฟอร์ม เรียนมาด้วยกันทั้งนั้นแต่ไม่ปฏิบัติ เหมือนชาวพุทธแบบฟอร์ม รู้แต่ข้าวขันแกงโถไปวัดตักบาตร สมาธิคือไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าใครผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เอางานเอาการคนนั้นขาดสมาธิ ทำไมขาดสมาธิ เพราะขาดสติสัมปชัญญะ ถ้ามีสติ สัมปชัญญะครบวงจร วิสัยทัศน์กว้างขวาง วิสัยทัศน์กว้างไกล คนนั้นจะมีอัธยาศัย มีน้ำใจ จะมีเมตตา เรียกว่าสมาธิภาวนา มันผุดขึ้นเอง ถ้าสมาธิได้จากการอ่านหนังสือทำอย่างไรก็ไม่ได้ผล ต้องให้มันผุดขึ้นมาเอง ในเมื่อมันผุดขึ้นมาแล้วก็จะเกิดปัญญาแก้ไขปัญหาได้ นี่คือสมาธิ

    คนมีสติสัมปชัญญะดี มีสมาธิดี แล้วก็เกิดมั่นใจในตัวเอง สมาธินั้นทำงานเสร็จทันเวลา คิดได้เร็ว และความคิดนั้นถูกต้อง และนำไปใช้ได้ทันที

    สมาธินั้นประกอบด้วย สติสัมปชัญญะ คือ สติปัฏฐาน ๔ จะทำอะไรเรียบร้อย จะไม่ขยันนอกหน้าที่การงาน จะขยันเฉพาะในหน้าที่การงานของตนเท่านั้น คนที่ขยันนอกหน้าที่การงานนั้นเป็นคนขาดสมาธิ ขาดสติ คนที่มีสติสัมปชัญญะกำหนดกรรมฐานได้ จะจัดงานอะไรก็เรียบร้อย ทำอะไรก็ไม่บกพร่อง ทำอะไรก็ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ทำอะไรก็ไม่เห็นแก่ตัว คนที่มีสมาธิจะไม่กลัวลำบาก ความยากจะไม่เกิดขึ้นแก่เขา

    ปัญญา ถ้าปฏิบัติได้ มีสติได้ จะเกิดปัญญามี ๒ ประการ คือ โลกียปัญญา และ โลกุตตรปัญญา

    โลกียปัญญา คือปัญญาทางโลก คนเกิดมาในโลกนี้ ถ้าไม่มีความรู้จะไร้ความหมาย จะเป็นวิชาแพทย์ วิชาวิศวกรรม วิชาต่างๆ นั้น เป็นโลกียปัญญา ไม่เรียนไม่ได้

    แต่มีวิชาความรู้ดีอย่างไรก็ตาม ความรู้นั้นเอามาแก้ปัญหาชีวิตไม่ได้ แก้ปัญหาได้เฉพาะการงานที่ทำตามหน้าที่ที่ได้เรียน เช่น เป็นวิศวกรไฟฟ้า ต้องเรียนไฟฟ้าให้จบ เป็นวิศวกรโยธาต้องเรียนให้จบ เป็นนักธุรกิจ หรือเป็นรัฐศาสตร์การปกครองต้องเรียนให้จบ แต่วิชาการเหล่านี้ทั้งหมดไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาชีวิตของเขาได้ ถึงเขาจะมีความรู้ก็รู้มาก แต่ขาดความรู้จริง ถ้ามีความรู้จริงที่จะแก้ปัญหาได้แน่นอนต้องเข้าไปสู่โลกุตรปัญญา

    โลกุตรปัญญา นั้น เป็นปัญญาทางธรรมที่จะใช้แก้ไขปัญหาชีวิต แก้ปัญหาทุกข์ แก้เหตุการณ์ที่เกิดเฉพาะหน้าได้

    คุณวีโก้ มีโลกียปัญญามาดี แต่ถ้าขาดปัญญาแก้ไขปัญหา คุณวีโก้จะไร้ความหมาย สรุป “ความรู้ต้องคู่กับความดี” ความดีเท่านั้นจะส่งเสริมให้คุณวีโก้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

    นี่แหละมีความสำคัญมาก ไม่ได้ปฏิบัติแล้วจะรู้ซึ้งในศาสนาพุทธไม่ได้ ศาสนาพุทธนี้บริสุทธิ์ ไม่มีการบังคับ บังคับไม่ได้ แล้วแต่ใจของคน ถ้าจิตใจคุณมีกุศล คุณก็ปฏิบัติเอง ถ้าจิตใจของคุณไม่มีกุศลก็ไม่สามารถที่จะบังคับให้คุณเข้ามาในข้อปฏิบัติของศาสนาพุทธได้ เพราะฉะนั้นปัญญาตัวนี้สำคัญมาก ปัญญาทั้งสองอย่างสำคัญ ปัญญาโลกุตระมี ๓ ลักษณะ เหมือนลักษณะทางโลก และทางธรรมรวมกันดังต่อไปนี้

    ๑. จินตามยปัญญา ปัญญาเกิดจากความคิด คิดก่อน ถ้าไม่คิดเกิดปัญญาไม่ได้
    ๒. สุตมยปัญญา ปัญญาเกิดจากการฟัง เช่นการฟังจากครูอาจารย์ให้เกิดปัญญา ความคิดกับการฟังนั้น ถ้าตั้งใจฟัง สนใจฟัง ทบทวนกำหนดจดจำได้ปัญญา แต่ก็ยังไม่เกิดประโยชน์ ประโยชน์จะมาต้องคิดก่อน ว่าคิดด้วยปัญญาไหม ที่ฟังนี้เอาไปใช้อะไรได้บ้าง ใช้เป็นประโยชน์ไหม ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็ฟังเสียประโยชน์ ปัญญาเกิดจากความคิด คิดแล้วว่าใช้ประโยชน์ได้ ก็เอามาใช้ คิดก่อนคือมีสติกรรมฐาน อย่างนี้เรียกว่าสองปัญญา
    ๓. ภาวนามยปัญญา ภาวนาให้เกิดปัญญา ภาวนามยปัญญานี้ทุกคนไม่ได้ทำ แต่สุตมยปัญญา และ จินตามยปัญญา มีคนทำมากแล้ว มีคนปฏิบัติได้ แต่ภาวนามีคนทำน้อย ภาวนามยปัญญาเรียกว่าเจริญภาวนา เจริญสติปัญญา เรียกว่าเจริญกรรมฐาน น้อยคนที่จะทำ ภาวนาให้มันเกิดขึ้นเอง เรียกว่า อ่านหนังสือไม่มีตัว มันผุดขึ้นมาเอง ปัญญาเกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม เป็นปัญญาแก้ไขปัญหาได้ สมมติว่า คุณวีโก้มีความทุกข์ หนังสือแก้ไม่ได้ มีปัญหาในครอบครัว วิชาไหนในเล่มใดที่จะแก้ปัญหาได้ ไม่มีเลย ต้องใช้ปัญญาในตัว ปัญญาในตัวนี้คือภาวนาให้มันเกิดปัญญา “ปัญญาติดมากับตัว ความรู้อยู่ในตำรา สนใจศึกษาเอง”

    ปัญญาเกิดจากการภาวนานี้ ของใครของมัน ต้องฝึก จะไปเอาปัญญาของคนอื่นเขามาแก้ไม่ได้ แต่ปัญญาที่จะแก้ให้คนอื่นได้มีอยู่ ๒ อย่าง ได้แก่ วิชาการที่สอน และการขัดข้องทางวิทยานิพนธ์ อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถจะเป็นที่ปรึกษาสอนได้ แต่โลกุตรปัญญานั้นทุกคนเป็นที่ปรึกษาให้ไม่ได้ ต้องทำขึ้นเอง ภาวนามยปัญญา เช่น พองหนอ ยุบหนอ เกิดขึ้นตั้งสติไว้ที่ลมหายใจนั้น และมันจะเกิดขึ้นเองว่ามีปัญหาอะไรจะออกมาแก้ได้ ที่เราเจริญกรรมฐานกำหนดจิตเป็นการฝากฝังหน่วยกิตไว้ที่คอมพิวเตอร์ จิตเป็นธรรมชาติที่จะต้องคิดอ่านอารมณ์ รับรู้อารมณ์ไว้ได้นานเหมือนเทปบันทึกเสียง ไม่มีตัวตน คือจิต ในเมื่อมีสติสัมปชัญญะอยู่ที่จิตภาวนาแล้วนั้น มันจะผุดขึ้นมาแก้เอง ว่าปัญหาของคุณนี้มันจะแก้ได้อย่างไร เราเท่านั้นเป็นผู้รู้จริง ภาวนามยปัญญาต้องทำให้รู้จริง รู้แจ้ง เห็นจริง เห็นแจ้ง ไม่ต้องคนอื่นมาบอก ไม่ต้องไปหาหมอดู อะไรจะรู้จริงเท่าเราเองไม่มี อย่างคุณวีโก้ หากทำชั่วก็รู้เอง ทำดีก็รู้เอง แล้วเราก็แก้ของเราเอง มันจะผุดขึ้นมาสอนเราเอง ทำให้เราช่วยตัวเองได้ ทำให้พึ่งตนเองได้ ทำให้สอนตัวเองได้ ตัวปัญญาจะบอกให้เรารู้ว่าควรแก้อย่างไร เราจะยอมรับเหตุผลโดยไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนอื่นมาสอนเราจะไม่ยอมรับ ถ้าเราสอนตัวเองโดยที่รู้จริงรู้แจ้งของเราเอง เข้าใจเองจะสอนตัวเองได้ง่าย เราจะไปสอนคนอื่นเขาก็ไม่ยอมรับ ถ้าเขารู้จริงรู้แจ้งด้วยตัวเองแล้ว เขาจะสอนตัวเองได้ดีมาก ตรงนี้คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญมากของชาวพุทธ คนอื่นจะมาสอนเราเท่าไร ก็สู้เราสอนตัวเองไม่ได้ ในเมื่อเราสอนตัวเองได้แล้ว มีปัญหาอะไรก็แก้ได้ทั้งนั้น เช่น เราโกรธ ปัญญาแก้ได้ โกรธคือไม่พอใจ ถ้าสติดี โกรธนั้นจะหายไป จะไม่โกรธค้างคืนให้อารมณ์ค้าง ถ้าเราเป็นครูอาจารย์มีปัญหาโกรธค้างคืนจะสอนไม่ได้ดี

    การแก้ปัญหาชีวิตนี้มีความสำคัญสำหรับชาวพุทธ อย่าอารมณ์ค้าง โกรธ เสียใจ ไม่สบายใจแล้วไม่แก้ ถ้าเราเจริญสติปัฏฐาน ๔ เจริญกรรมฐานแก้ได้ทันที จะทำอะไรก็สำเร็จ

    ตัวปัญญานี้ แปลว่าความรู้ รอบรู้ รู้จริง รู้แจ้ง เรียกว่าตัวปัญญา ปัญญาตัวนี้ไม่ใช่ปัญญาที่จะต้องรู้วิชา พระพุทธเจ้านี่ยอดพัฒนา พัฒนาจิตได้ดีมาก ตัวปัญญานี้แก้ไขปัญหาได้ ถ้าใครเก็บความทุกข์เอาไว้ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหา ไม่มีความเจริญรุ่งเรืองเลย มีแต่ความทุกข์ตลอด ไม่มีความสุข ถ้ามีปัญญามันก็ปัดทุกข์ออก ความสุขมาแทนที่ได้

    ปัญญาจะรู้กาลเทศะ รู้กาลเวลา รู้กิจลักษณะ รู้ว่าเด็ก รู้ว่าผู้ใหญ่ รู้หน้าที่การงาน รู้เหตุการณ์ของชีวิตได้เช่นนี้แล้ว สามารถจะแก้ปัญหาได้ ศัพท์ไทยก็คือ รู้บาป รู้บุญ รู้คุณ รู้โทษ รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่างกันอย่างไร

    ปัญญาตัวนี้ไม่มีใครจะสร้าง ไม่มีใครควรจะปฏิบัติกัน มีแต่จะเรียนรู้กันทุกศาสนาอย่างวิชาศาสนาเปรียบเทียบ ทุกศาสนาเขาเรียนจบด้านวิชาการตามหนังสือ แต่โดยวิธีปฏิบัติทุกศาสนาไม่ปฏิบัติ อย่างศาสนาอิสลาม คริสต์ ฮินดู ดีหมดเขาสอนให้เป็นคนดีทั้งนั้น แต่ตื้นลึกหนาบางไม่เหมือนกัน

    จิตเป็นธรรมชาติต้องคิดอ่านอารมณ์ของตัวเอง อารมณ์ดีหรือไม่ดี ไม่มีตัวตนที่จะเอามือคลำได้ เหมือนอย่างร่างกายของคุณวีโก้ แต่จิตมีอำนาจใช้กายของคุณวีโก้ให้เดินมาได้ มันเป็นความคิดเท่านั้น จิตเป็นธรรมชาติทุกอย่างสั่งได้ สั่งให้เราเดิน สั่งให้เรานั่ง สั่งให้เราทำงาน ถ้าจิตของเราขาดสติสัมปชัญญะขาดผู้ควบคุมดูแล เขาจะเดินผิดทาง เขาจะทำงานไม่ถูกต้อง ถ้าจิตดีแล้วทำดีหมดทุกอย่าง ถ้าจิตไม่ดีทำเสียหมดทุกอย่าง จิตสำคัญมากที่สุด ถ้าจิตใจเราไม่ดีแล้ว กายก็เลว จิตใจก็อ่อนไหวไปหมด จึงต้องพัฒนาจิต ต้องการให้มีหลักธรรมยึดเหนี่ยวทางจิต เพื่อดำเนินงานทางสังขารร่างกายให้ถูกต้อง จิตที่เป็นธรรมชาติไม่มีตัวตน ถ้าหากปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว คนนั้นจะดีเด่นเห็นชัด และเห็นไกล ปัญญาจะเกิดขึ้นตรงนั้น พระพุทธเจ้าจึงเน้นพัฒนาจิต ตั้งสติไว้ทุกประการ อารมณ์ของจิตก็คือลมหายใจ หายใจเข้า-หายใจออกนี้เป็นอารมณ์ของจิตโดยไม่มีตัวตน ตั้งสติไว้ที่อารมณ์นี้เท่านั้น ถ้าอารมณ์ดีจิตดีแล้ว ทำงานดีหมด คนก็ใจเย็นลง ใจไม่ร้อนทำอะไรก็ดีมีประโยชน์ ปัญญาเกิดตอนใจเย็น

    การปฏิบัติกรรมฐานเราจะเห็นได้ชัดเจน ลมหายใจเข้า-ออก เป็นตัวหนังสือได้ สามารถโทรจิตไปเป็นตัวหนังสือได้ ทุกคนไม่ลึกซึ้ง เรียนไม่จริง ปฏิบัติไม่จริง ทุกคนจึงไม่สามารถสอนได้จริง สอนได้แต่เพียงผิวเผิน ทุกศาสนาไม่ได้ปฏิบัติจนถึงขั้นของเขา จะไปว่าศาสนาพุทธไม่ดี ศาสนาคริสต์ไม่ดี ศาสนาอิสลามไม่ดี ไม่ใช่ แต่ปฏิบัติไม่ถึงขั้นของเขา ไม่ถึงที่ของเขา เดินทางไม่ถึงจุดมุ่งหมายของเขา จะดีได้อย่างไร

    จิตนี้อยู่ตรงไหน จิตอยู่ตรงไหนต้องพัฒนาตรงนั้น บางท่านเรียนศาสนาพุทธมาก็จริง แต่อาจจะไม่ทราบว่าจิตอยู่ตรงไหน แก้ไขจิตอย่างไร ทำจิตให้ดีได้อย่างไร เขาไม่ทราบแน่นอน จิตอยู่ที่อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ จิตอยู่ที่ตา จิตอยู่ที่หู จิตอยู่ที่จมูก จิตอยู่ที่ลิ้น จิตอยู่ที่กายสัมผัสร้อนหนาว เรียกว่า ทวาร ๖
    ทวาร ๓ คือ กายทวาร วจีทวาร มโนทวาร เป็นบ่อบุญ และบ่อบาป เป็นที่มาของบุญ และบาป
    ทวาร ๖ เป็นที่มาของจิต จิตอยู่ที่ทวาร ๖ คือ ตา (จักขุทวาร) หู (โสตทวาร) จมูก (ฆานทวาร) ลิ้น (ชิวหาทวาร) กาย (กายทวาร) จิต (มโนทวาร)
    ทวาร ๙ เป็นที่มาของอสุภกรรมฐาน คือ ตา ๒ หู ๒ จมูก ๒ ปาก ๑ ทวารหนัก ๑ ทวารเบา ๑

    ทวาร ๖ ที่มาของจิต จิตเป็นธรรมชาติที่จะต้องคิดอ่านอารมณ์ รับรู้อารมณ์ไว้ได้นานเหมือนเทปบันทึก เสียง ทวาร ๖ นี้สำคัญมาก คนชาวพุทธชอบทำบุญ ถวายสังฆทาน สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร เป็นการสงเคราะห์คนอื่น แต่การปฏิบัติสร้างความดีเป็นการสงเคราะห์ตัวเอง คนไทยไม่สนใจเท่าไร คนชาวพุทธชอบทำบุญ ไม่ชอบสร้างบุญ ทำบุญคือสงเคราะห์คนอื่น สร้างบุญนี่คือการสร้างให้ตัวเองมีความสุข บุญแปลว่าความสุข ทุกคนต้องการมีความสุข แต่ทำไมเอาทุกข์มาใส่ไว้ในใจ

    พัฒนา แปลว่า ทำให้ความเจริญเกิดขึ้น มือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ เป็นที่พึ่งให้พัฒนาจิตได้ พัฒนาที่ตา กำหนด เห็นหนอ… ส่งกระแสจิตออกไปทางหน้าผากนี้ เห็นด้วยปัญญา เห็นคนนี้นิสัยเป็นอย่างไรบอกได้ทันที ถ้าทำภาวนาได้ ตั้งสติไว้ที่ตา ตั้งสติไว้ที่หู หูได้ยินเสียงไม่มีตัวตน ตั้งสติไว้ กำหนดว่า เสียงหนอ… ถ้าสติดี จะรู้ว่าเสียงคนที่พูดกับเราโกหก นี่มีประโยชน์มาก ลมหายใจเข้า-ออก เหม็นหรือหอมตั้งสติไว้ ตรงนี้เป็นการพัฒนา เหม็นก็ไม่สนใจ หอมก็ไม่สนใจ ชอบเป็นโลภะ ไม่ชอบเป็นโทสะ ขาดสติเป็นโมหะ ทวารปาก ลิ้นรับรส เปรี้ยว หวาน มันเค็ม มีสติไว้ เกิดปัญญา กายสัมผัสร้อนหรือหนาว อ่อนหรือแข็งที่นั่งลงไป ตั้งสติไว้ มีสติปัญญาตรงนี้ถึงจะถูกต้อง

    ภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ทำให้ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้มีเมตตา ทำให้แก้ปัญหาได้ ทำให้โลภ โกรธ หลงลดลงไปได้ ทำให้ใจเย็นลงได้มาก ด้วยลมหายใจเข้า-ออก การคิด และการแก้ปัญหาชีวิตนั้นอยู่ที่ลิ้นปี่ โดยหายใจยาวๆ กำหนดโกรธหนอตรงนี้ คิดไม่ออก ให้หายใจยาวๆ คิดหนอ… คิดออกมาจนได้ ออกมาเป็นตัวปัญญาที่ถูกต้อง คิดให้เกิดปัญญาตรงนี้ เอาไปสอนนักเรียนนักศึกษาได้

    ท่านสาธุชน และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ถ้าจะแก้ปัญหาให้แก้ตรงนี้ที่ลิ้นปี่นี่ หายใจยาวๆ คนเราหายใจสั้น ใจร้อน ไม่มีปัญญา หายใจให้ยาวๆ ตั้งสติไว้จะมีปัญญามากมาย จะเห็นอะไรดูด้วยปัญญา อย่าดูด้วยกิเลส อย่าดูด้วยความ โลภ โกรธ หลง ต้องดูด้วยปัญญา โดยตั้งสติไว้ที่หน้าผากนี้ เสียงหนอ… ตั้งสติไว้ให้มั่น ถ้าเรามีสมาธิอยู่เดิม แก้ปัญหาได้เดี๋ยวนี้ ถ้าหากว่าไม่ได้ฝึกไว้ก่อน ไม่มีสมาธิ แก้ปัญหาไม่ได้ ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ก่อน เสียงหนอ… จะรู้ว่าคนนี้โกหก มีประโยชน์ต่อนักธุรกิจ นักบริหารประเทศชาติ กลิ่นหนอ… เหม็นไม่พอใจเป็นโทสะ หอมชอบเป็นโลภะ ขาดสติสัมปชัญญะกลายเป็นคนโมหะไม่มีปัญญา ลิ้นรับรสอาหาร ถ้าขาดสติอยากจะกินโน่นกินนี่ โดยไม่รู้จักการประมาณในการรับประทานอาหาร ต้องพัฒนาตรงนี้ อีกอย่างหนึ่ง กายสัมผัสร้อนหนาว ต้องมีสติ ถ้าเราไม่มีสติทนร้อนทนหนาวไม่ได้ หนาวนักไม่ทำงาน ร้อนนักไม่ทำงาน เช้าไม่ทำงาน สายไม่ทำงาน บ่ายเย็นไม่ทำงาน แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีสติอยู่ที่กาย คือจิตต้องพัฒนากายด้วย

    การพัฒนาจิตจึงมีประโยชน์แก่ชีวิตมาก เพราะฉะนั้น หายใจให้ยาวๆ ไว้ คนที่หายใจสั้นจะทำอะไรไม่สำเร็จ ลมหายใจเป็นตัวหนังสือได้ คนมีโลภะหายใจอย่างนี้ กลิ่นตัวเหม็นอย่างนี้ คนมีโทสะอิจฉาเก่งต้องหายใจอย่างนี้ กลิ่นตัวต้องอย่างนี้ คนมีโมหะไม่สนใจใคร ต้องหายใจระบบนี้ กลิ่นตัวต้องอย่างนี้

    ท่านทั้งหลาย ถ้าปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาได้ มีสติสัมปชัญญะจากที่สรุป มีศีล สมาธิ ปัญญา คนมีศีลต้องมีสติสัมปชัญญะ ศีล-สมาธิ-ปัญญา ย่อลงเหลือ ๒ คือ สติ สัมปชัญญะ สรุปเหลือ ๑ คือ อยู่ด้วยความไม่ประมาท

    คนที่มีศาสนาต้อง
    ๑) พึ่งตัวเองได้
    ๒) ช่วยตัวเองได้
    ๓) สอนตัวเองได้
    สุดท้ายนี้ก็ขอเจริญพร คุณวีโก้ บรูน ที่ได้เคยมาบวชที่วัดอัมพวัน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ ขอถามคุณวีโก้ ว่าทำไมจึงมาบวช คุณได้อะไรจากการบวช ช่วยอธิบายให้ท่านสาธุชนฟังด้วย

    (วีโก้ บรูน เล่าว่า)
    “ผมมาประเทศไทยเพื่อศึกษาเล่าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนิสิตปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ มาเรียนภาษาไทย และเพื่อนที่รู้จักกันที่หอพักชาย เขาพามาที่บ้านแป้ง ซึ่งลุงของเพื่อนคนหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นั่น แล้วก็มาเยี่ยมวัดอัมพวันด้วย เกิดความเลื่อมใสในหลวงพ่อมาก จึงตั้งใจไว้ว่าจะบวชเรียนกับท่าน หลังจากนั้นสัก ๒-๓ สัปดาห์ก็ได้มาบวช ตอนนั้นก็โกนศีรษะนุ่งขาว เรียนขานนาคอยู่ก่อนที่จะบวช หลังจากบวชแล้วก็ได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวัน โดยพักอยู่ที่กุฏิไม้หลังเล็กๆ ซึ่งในปัจจุบันถูกรื้อไปแล้ว ได้ปฏิบัติธรรมอยู่ที่โบสถ์ ตอนนั้นตั้งใจพยายามฝึกหัดวิปัสสนากรรมฐานโดยที่หลวงพ่อกรุณาสอนให้ทุกวัน”

    ขอเจริญพรทุกท่าน อาตมาขอขอบคุณ คุณวีโก้ บรูน ที่ไม่ลืมวัดอัมพวัน เมื่อสามสิบกว่าปีผ่านมาแล้วนั้น คุณวีโก้ได้มาบวชอยู่ที่วัดอัมพวัน คุณวีโก้ บรูน ชาวนอร์เวย์นี้ อดีตชาติเป็นฮอลันดา นำเรือกำปั่นมาจอดที่หน้าวัด มิฉะนั้นคุณวีโก้จะไม่มีโอกาสมาที่นี่ เป็นแรงดลบันดาลให้คุณวีโก้ได้มาบวชที่บ้านแป้ง ตั้งใจจะบวชที่วัดกลาง ธนรินทร์ โดยท่านเจ้าคุณพรหมโมลีเป็นเจ้าอาวาส คุณวีโก้ไปถามปัญหา ๑๐ ข้อ แล้วก็มาที่วัดนี้ อาตมาก็ตอบไปโดยที่ไม่ทราบว่าถูกหรือไม่ถูก คุณวีโก้ก็หายไปประมาณ ๑๐–๑๕ วัน แบกหีบกลับมาขอบวช มาเป็นนาคที่วัดอัมพวัน บวชแล้วก็ได้อยู่ที่กุฏิที่หญิงสองร่างนางสองชาติได้มาสร้างไว้ เป็นกุฏิหลังแรกที่วัดอัมพวัน คุณวีโก้อ่านหนังสือแล้วก็นั่งสมาธิ นั่งสมาธิแล้วดูหนังสือ ดูหนังสือเที่ยวเดียวจำได้ ท่องขานนาค ๓ ชั่วโมงได้หมด คุณวีโก้ทราบดีว่ามาบวชนี้ได้อะไรจากวัดอัมพวัน กลับไปแล้วได้ผลประการใด จึงได้กลับมาอีกหลายครั้ง มาทำวิทยานิพนธ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขียนวิทยานิพนธ์เรื่องผี และได้พาภรรยาที่เป็นง่อยมาเยี่ยมวัดนี้

    สุดท้ายนี้ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ขอเจริญพร
    ............................................................
    :- https://rulesofkarma.wordpress.com/๑๓๙-โรคมะเร็งในกระดูกหา/๑๓๒๘-ธรรมบรรยายแก่คณะขอ/
     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    กิเลสมนุษย์ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    แนะนำสติปัฏฐาน๔ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน (1/2) หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม


    วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน (2/2) หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    Jiu_Thalinee
    Published on May 26, 2014
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    อย่าประมาท หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    อย่าประมาทในเวลา พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

    ปิดทองหลังพระ ๑๖ พ.ค.๓๙ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    อารมณ์ดี สุขสงบ
    Published on Nov 7, 2014
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มีนาคม 2018
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ปาฏิหารย์ การฝึกกรรมฐานของหลวงพ่อจรัญ (3 ชั่วโมง) ☼ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    ข้อดีของการเจริญกรรมฐาน หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    ธรรมดีต่อใจ

    Published on Jul 8, 2017
     
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ๗ มี.ค.๔๐ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    ปีศาจในตัวเรา หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    satidream
    Published on Aug 3, 2013
     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    การสำรวจตน ๑๑ พ.ย.๔๓ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    การบริหารจิต ๑๙ ก.ย.๓๙ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    ประตูเกิดประตูตาย ๒๙ เม.ย.๔๐ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    satidream

    Published on Mar 26, 2012
     
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    หญ้าปากคอก ๑/๒ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    หญ้าปากคอก ๒/๒ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    satidream
    Published on Jul 31, 2013
     
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    ขันติจากกรรมฐาน หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

    satidream
    Published on Oct 28, 2013
     
  20. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    158
    ค่าพลัง:
    +25,884
    การเจริญกรรมฐานเพื่ออะไร 21พ.ย.2536 หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    สมถะและวิปัสสนา(2ก.พ.2539) หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    วิธีการปฏิบัติ ยืน เดิน นั่ง 8ต.ค. 2536 หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

    ธรรมะ วันพระ
    Published on Sep 30, 2016
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - สัจจะ &กฎแห่งกรรม๒๑ไฟล หลวงพ่อจรัญ
  1. วิญญาณนิพพาน
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    507
  2. วิริยะ13
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    502
  3. นรศิษย์
    ตอบ:
    15
    เปิดดู:
    8,285
  4. metha9999
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    0
  5. ต้นปลาย
    ตอบ:
    71
    เปิดดู:
    2,983

แชร์หน้านี้

Loading...