สัตว์เดรัจฉาน กลาย เป็นเทวดา

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย Kamen rider, 23 กุมภาพันธ์ 2005.

  1. Kamen rider

    Kamen rider เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    3,776
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,997
    เดรัจฉานนั้นสามารถที่จะเป็นเทวดาได้ในขณะที่มนุษย์หลายคนดิ่งลงนรกอยู่ ปกติดเดรัจฉานนั้นฟังภาษาคนก็ไม้รู้เรื่องปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้ แต่ว่ามันรู้เรื่อง

    เดรัจฉานกลายเป็นเทวดานั้นเป็นเรื่องตอนที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้นประทับอยู่ที่วิหารริมฝั่งสระโบกขรณีใกล้เมืองปาวามหานคร วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาจวนใกล้รุ่ง พระองค์ก็ทรงบำเพ็ญพุทธกิจประจำวันโดยทรงพิจารณาดูหมู่สัตว์ทั้งหลายอันที่จะมาข้องอยู่ในข่ายของพระญาณที่เกี่ยวพันกับพระองค์ ก็ทรงเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า ในช่วงประมาณสายัญสมัยในวันนี้ก็จะถึงคราวที่พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดเวไนยนิกร ก็คือสัตว์ประเสริฐและบุคคลที่สอนได้ก็จะมีมัณฑุกะชาติซึ่งเป็นชื่อของกบตัวหนึ่ง คือชาติของกบมัณฑุกะ ซึ่งฟังพระธรรมเทศนาไม่รู้เรื่องแต่จะถือเอานิมิตรในพระสุรเสียงของพระพุทธองค์แล้วก็จักได้ทำกาลกิริยาตาย คือเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิ ไปบังเกิดในสวรรค์ ครั้นทรงทราบดังนั้นพอดีเป็นเวลารุ่งแจ้ง พระองค์ก็ลุกลงจากพระพุทธอาสน์ ทรงบาตรและจีวรเสด็จนำพระภิกษุสงฆ์เข้าไปสู่พระนครปาวาเพื่อบิณฑบาตตามปกติ ครั้นเสด็จกลับทำภัตกิจแล้ว ก็ทรงแสดงข้อวัตรปฏิบัติกับพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง และก็ได้ประทานบทพระกัมมฐานแก่พระภิกษุบางรูปที่มาทูลขอ หลังจากนั้นต่างก็พากันถวายนมัสการแยกไปสู่ที่สบายแห่งตน สมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จไปสู่พระคันธกุฎี ทรงยับยั้งด้วยผลสมาบัติ ก็หมายถึงการทำสมาธิ ทำสมาบัติ จนกระทั่งถึงเวลาค่ำ ตอนนั้นก็จะมีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มาประชุมโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อที่จักสดับตรับฟังพระสัทธธรรมเทศนาตามปกติ สมเด็จพระพุทธองค์ก็ทรงเสด็จออกจากพระคันธกุฎีด้วยพุทธลีลาและก็เสด็จไปสู่มณฑปที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสระโบกขรณี และประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ ซึ่งปูลาดตกแต่งเป็นที่งดงาม เมื่อพุทธบริษัททั้งหลายพร้อมเพรียงที่จะได้สดับตรัสฟัง ซึ่งก็คือการนิ่งเงียบด้วยอาการอันสงบ(การไปฟังเทศน์ ฟังธรรมนั้นต้องพร้อมที่จะฟัง หากว่าพูดคุยสงเสียงดัง ก็ไม่ควรที่จะเข้าไป เป็นการรบกวนและถือเป็นบาปด้วย) พระสุรเสียงของพระพุทธองค์นั้นเป็นพระสุรเสียงที่ประกอบไปด้วยองค์ ๘ ประการ

    <CENTER><TABLE style="BORDER-TOP-WIDTH: 0px; BORDER-LEFT-WIDTH: 0px; BORDER-BOTTOM-WIDTH: 0px; BORDER-RIGHT-WIDTH: 0px" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="50%" border=1><TBODY><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๑. เสียงแจ่มใส</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๒. ชัดถ้อยชัดคำ</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๓. นุ่มนวล หวาน กล่อมใจ</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๔. เสนาะโสติ น่าฟัง</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๕. กลมกล่อมหยดย้อย</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๖. ไม่พร่าไม่แตก</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๗. ลึกซึ้ง</TD></TR><TR><TD style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; BORDER-LEFT: medium none; BORDER-BOTTOM: medium none" width="100%">๘. กังวาน</TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER>​
    ในการแสดงพระธรรมเทศนาพร้อมสุรเสียงแบบนี้ประกอบพร้อมทั้งอาการดุจดังไกรสรสีหราช ซึ่งกำลังบรรลือสีหนาทเหนือมโนศิลาอาสน์ ในตอนนั้นเองก็มีมัณฑุกะชาติคือกบตัวหนึ่งแหวกว่ายตามแม่น้ำขึ้นมาจากสระ แว่วได้ยินเสียงพระธรรมเทศนาแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดา กบตัวนั้นไม่เข้าใจในเนื้อความ และก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นบุญ อะไรเป็นบาป แต่ว่าซาบซึ้งยินดีในพระสุรเสียงที่มากระทบ จึงกระโดดไปนอนหมอบอยู่ที่ภายใต้แผ่นไม้ ซึ่งมีอยู่ใกล้สระโบกขรณี และก็หลับตาฟังเสียงด้วยความเพลิดเพลิน แค่เพียงฟังเสียงเท่านั้น ตอนนั้นมีโคบาลคนเลี้ยงโคผู้หนึ่งเดินผ่านมาถึงตรงนั้น ประเทศคือสถานที่ ครั้นแลเห็นสมเด็จพระพุทธองค์กำลังทรงแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางพุทธบริษัททั้งหลายด้วยอาการอันน่าเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง นายโคบาลนั้นก็เกิดความยินดี คิดที่จะสดับตรัสฟังธรรมแห่งพระองค์ ครั้นว่าจะเข้าไปในหมู่พุทธบริษัทก็เห็นว่าตนเองนั้นแต่งกายไม่เรียบร้อย (การฟังธรรมนั้นก็ควรจะนุ่งห่มให้เรียบร้อย เป็นการเคารพกับสถานที่ จริง ๆ แล้วไม่ใช่แต่เพียงแค่การไปฟังธรรมเท่านั้น ไม่ว่าจะเข้าไปในสถานที่ใดก็ตามควรจะแต่งกายให้เรียบร้อยเป็นการให้ความเคารพแก่สถานที่ ให้เกียรติกับคนที่เป็นเจ้าของ) นายโคบาลเมื่อคิดเช่นนั้นจึงค่อย ๆ ขึ้นไปยืนบนแผ่นไม้โดยที่ไม่ทันเห็นกบ ทั้งนี้เพราะว่ามัวแต่จ้องดูสมเด็จพระพุทธองค์ เมื่อขึ้นไปยืนเหยียบแผ่นไม้ซึ่งมีกบหลับตาฟังพระสัจธรรมเทศนาอยู่ข้างใต้ แผ่นไม้ก็ทับลงบนร่างของกบจนถึงแก่ความตายทันที เพราะเหตุที่มีกรรมฝ่ายกุศล ถือเอานิมิตรในพระสุรเสียงแสดงธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้นว่าไม่เข้าใจในข้อความ ไม่รู้ว่าพระองค์ตรัสอย่างไร แต่เกิดความยินดีพอใจไปตามประสาเดรัจฉาน และจิตนั้นแน่วนิ่งสงบ ก็ถือเป็นกรรมฝ่ายกุศลบังเกิดขึ้นแล้วในจิตใจ ดังนั้นเมื่อกบตัวนี้ตายไปเพราะว่าถูกแผ่นไม้ทับร่างแหลก กรรมฝ่ายกุศลก็กระทำหน้าที่โดยชักนำให้ไปปฏิสนธิในสุคติภูมิ คือไปอุบัติเกิดเป็นเทพบุตรที่ดาวดึงส์ จากกบขึ้นไปที่ดาวดึงส์ทันทีเลย ยังไม่ได้ปฏิบัติเลยแต่ว่าจิตสงบนิ่งไปตามเสียง เป็นเรื่องราวที่พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายไว้ล่วงหน้าและเหตุการณ์ก็เป็นไปตามนั้น ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วในขณะที่ฟังเสียงนั้น กบไม่ได้มีจิตวอกแวกสอดส่ายไปที่อื่นเลยคือสงบนิ่งเหมือนเป็นการทำสมาธิ ในวาระสุดท้าย

    มีเรื่องราวของเทพบุตรอีกองค์หนึ่งตอนเป็นเดรัจฉานสมัยสมเด็จพระมหากัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า มีงูเหลือมใหญ่ตัวหนึ่งอาศัยในป่าอันเป็นเขตท้ายวัดใหญ่ในพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น และในวัดป่าแห่งนี้มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษามากมายในบรรดาแห่งคณะพระภิกษุเหล่านั้นพระภิกษุบางคณะที่เล่าเรียนศึกษาในพระวินัยก็พากันทำสังวัธยายพระวินัย ขณะที่พระภิกษุที่เล่าเรียนศึกษาในพระสุตตันตปิฎก ก็พากันกระทำคณะสังวัธยายคณะพระภิกษุที่เล่าเรียนศึกษาในพระอภิธรรมปิฏกก็พากันกระทำคณะสังวัธยายพระอภิธรรม ต่างคนต่างก็ทำกิจในพระศาสนา เนื่องด้วยคันถธุระ ดังกล่าวหมดทั้ง ๓ ประการยังมีคณะพระภิกษุผู้มีปกติเห็นภายในวัฏสงสาร ก็พากันบำเพ็ญวิปัสสนาภาวนาคือ คำว่าวิปัสสนาหมายถึงการทำสมถะภาวนาให้ปรากฏคือมีสมาธิจิตแน่วนิ่ง คือนิ่งเป็นหนึ่งเดียวและก็น้อมพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือความไม่เที่ยงของสังขาร สรุปแล้วรวมความว่าพระภิกษุทั้งหลายในอาวาสป่านี้ต่างก็กระทำกิจของตนตามสมณะวิสัยอย่างเต็มที่ในตอนนั้นขณะคณะภิกษุพระอภิธรรมเมื่ออุตสาหะเล่าเรียนพระอภิธรรมปิฎกจนจำได้แล้ว แต่เพื่อความชำนาญก็ชวนกันเข้าไปในป่าอาวาสหาที่ได้แล้วก็ทำคณะสังวัธยายพระอภิธรรมปิฎก ณ ที่ใกล้ ๆ งูเหลือมใหญ่อาศัยอยู่โดยไม่รู้ตัวเลย ตอนนั้นงูเหลือมหลับอยู่ตามปกติวิสัยของงูที่ชอบหลับ(ใครที่หลับนานหลับยาวนี้จัดอยู่ในประเภทภูมิงู) งูหลับก็ไม่ได้มีอาการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด พระภิกษุนักอภิธรรมทั้งหลายพากันสวดสังวัธยาย มาถึงพระบาลีแจกอายตนะซึ่งมีทวงทำนองน่าฟัง ซึ่งพระภิกษุก็สวดไปเรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย งูเหลือมใหญ่ก็ตื่นจากความหลับ พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงแห่งพระสงฆ์สังวัธยาย อายตนะวิภัง ก็เกิดความยินดีชอบใจในเสียงสวดนั้นไปตามประสา ตะแคงฟังอยู่โดยไม่รู้ว่าเสียงนั้นคืออะไร ใครเป็นผู้สวด และสวดไปทำไม ฟังเพลินจนพระภิกษุเหล่านั้นสวดจนจบก็หลับต่อ ต่อมาเมื่อพระภิกษุคณะพระอภิธรรมพากันมากระทำคณะสังวัธยาย สวดพระอภิธรรมในที่นั้นอีกงูเหลือมใหญ่ซึ่งอาศัยอยู่ในที่นั่นก็ไม่หลีกหนีหรือคิดทำร้าย ก็มีใจยินดีที่จะฟังพระธรรมอยู่ทั้ง ๆที่ตนก็ไม่เคยรู้เรื่องแต่ประการใดเลย เหตุการณ์ก็เป็นไปเช่นนี้มานานจนงูเหลือมใหญ่ที่ฟังในเสียงพระสวดนั้นฟังเป็นประจำ มันเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยก็นอนซมในที่อาศัยไปไหนมาไหนไม่ได้ และในตอนหัวเลี้ยงหัวต่ออันสำคัญของชีวิตก็ดูเหมือนจะเป็นกุศลแต่หนหลังมาดลบันดาลให้เป็นไป เพราะเมื่อถึงเวลาบ่ายพระภิกษุทั้งหลายที่เล่าเรียนพระอภิธรรมคณะเก่านั้นเองก็พากันมาสวดพระอภิธรรมอีกตามเคย และเมื่อพระท่านทั้งหลายสวดถึงพระบาลีแจกอายตนะวิภังซึ่งเป็นตอนที่งูตัวนี้ชอบฟังมันก็ฟื้นขึ้นจากพิษไข้ และก็ตะแคงหูฟังเหมือนเดิม พอสวดพระบาลีนั้นจบลง งูเหลือมใหญ่ก็ขาดใจตายพอดี ด้วยกรรมอันเป็นฝ่ายกุศลก็ทำหน้าที่ชักนำไปถือปฏิสนธิในสุคติภูมิเป็นเทพบุตรบนชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ช้านานมาถึงพุทธกาล หมายถึงสมัยของพระบรมครูพระศาสดาของเราพระองค์นี้ พวกสัตว์ทั้งหลายพากันตื่นตัวและก็ได้รับอมตะธรรมพอสมควร เทพบุตรซึ่งเป็นอดีตงูเหลือมหลังวัดนั้นก็จุติจากเทวโลกลงมาเกิดในตระกูลพราหมณ์ซึ่งมีทรัพย์มากมาย เมื่อเจริญวัยขึ้นก็เกิดเบื่อหน่ายในฆราวาสวิสัยและเห็นอานิสงส์ในการบรรพชาจึงออกจากบ้านเรือนไปสู่ป่า ทรงพรตบวชเป็นดาบสภายนอกพระบวรพุทธศาสนาตั้งหน้าบำเพ็ญเพียรตามประเพณีแห่งดาบสมีนามว่า ชรสานาชีมกะ ซึ่งปรากฏว่าดาบสชรสานาชีมกะเกียรติประวัติดีเด่น มีปัญญาลึกล้ำ พวกชีวกทั้งหลายต่างก็พากันยกย่องนับถือเป็นอาจารย์ ต่อมาหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จดับขรรค์ปรินิพพานไปแล้ว ตนเองเพิ่งจะได้มีโอกาสฟังธรรมจากสำนักแห่งองค์อรหันต์พระอัตถะเถระเจ้าก็เกิดความเลื่อมใสได้บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา และก็บำเพ็ญธรรมวิปัสนาภาวนาได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์อริยบุคคลในที่สุด คือจากเดรัจฉานภูมิขึ้นมาเป็นเทวดา ลงมาและได้บวชและบรรลุอรหัตผลภายในชาติเดียวนั้นเอง

    แม้แต่เดรัจฉานที่ฟังไม่เข้าใจถ้ามีโอกาสได้สดับตรัสฟังคือ ได้ยิน ได้ฟัง จากโสตทางหูไม่เข้าใจในธรรม แต่เข้าใจในทำนอง หากคนเราฟังทุกวันมีโอกาสไปฟังธรรม ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่จิตเกิดความนิ่ง อาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด จิตก็สามารถยกระดับสูงขึ้นได้ คนโบราณผู้เฒ่าผู้แก่ไม่มีอะไรทำแล้ว จึงไปฟังเทศน์ฟังธรรม ฟังไปหลับไป แต่จิตใจสงบเยือกเย็นสบาย ก็มีโอกาสที่จะได้บรรลุธรรม อย่างน้อยก็ไปเกิดบนสวรรค์ก่อนแล้วบรรลุธรรมเหมือนงูเหลือมก็ได้ เพราะงูเหลือมนั้นฟังธรรมเป็นประจำ ถึงแม้จะไม่ได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์โดยตรงเหมือนอย่างกบ แต่งูเหลือมซึ่งฟังจากพระสวดเท่านั้นเองก็สามารถเป็นเทวดาได้ ฉะนั้นการฟังเทปธรรมะต่าง ๆ ถึงแม้จะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็ได้ผล เป็นการยกระดับจิตใจ เป็นกำลังใจ ขนาดเดรัจฉานฟังเสียงพระสวดยังได้ผลของกุศลกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างกบ ขณะที่ฟังและก็ตายตอนนั้น บางคนที่กังวลว่าจะนั่งสมาธิเข้าฌาณระดับสูงอย่างไร ก็ไม่ต้องกังวลในฟังธรรมเช่นนี้ หากว่าเราไม่ได้เรื่องการปฏิบัติสมาธิ อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาพอขอให้มีเวลาที่จะฟังธรรมและก็มีจิตที่เยือกเย็นและก็ทำใจไปตามนั้น คือมีความศรัทธาอย่างกบ คือทุ่มเทตั้งใจฟังทุกคำทุกสุรเสียงของพระพุทธเจ้า และอย่างงูเหลือมคือตื่นขึ้นมาฟังไม่ใช่หลับฟัง ต้องสวดจบก่อนจึงจะหลับ การตั้งใจฟังเช่นนี้ย่อมมีอานิสงส์แน่นอน


    จาก
    http://www.ajarnann.com/HTML/general/เดรัจฉานกลายเป็นเทวดา.html
     
  2. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,787
    ครับผมแล้วการตั้งใจสวดมนต์สาธยายมนต์ต่าง ๆแม้เราไม่เข้าใจความหมายนี่มีอานิสงน์ยังไงมั่งครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • jw007.jpg
      jw007.jpg
      ขนาดไฟล์:
      314.5 KB
      เปิดดู:
      88
    • pkk004.jpg
      pkk004.jpg
      ขนาดไฟล์:
      205.8 KB
      เปิดดู:
      74
  3. กระสือข้างส้วม

    กระสือข้างส้วม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,212
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +392
    การสวดมนต์ก็นับเป็นกุศลโลบายวิธีหนึ่งที่จะทำให้จิตนิ่ง สงบเป็นสมาธิ เป็นการเพิ่มบารมีให้กับจิต อานิสงค์ขึ้นอยู่กับความตั้งใจมากน้อยของจิตในขณะที่สวดค่ะ
     
  4. มหา

    มหา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    832
    ค่าพลัง:
    +975
    มีอีกครับที่ว่า
    มีพระไปสวดท่องพระธรรมอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งที่มีค้างคาวมากมายนับได้โดยประมาณแล้ว 500 ตัวเมื่อพระ(คงจะหลายรูปสวดพระธรรม)ค้างคาวได้ยินคงเหมือยกับงูเหลือมกับกบข้างบนแหละครับ เคลิบเคลิ้ม (จริงไหม แม้แต่คนเวลาพระเทศน์ยังเคลิบเคลิ้มหลับเลยตื่นขึ้นมาอีกทีพระก็เอวังแล้ว ) พอเคลิบเคลิ้มก็ลืมตัวมีสมาธิตั้งมั่นขาที่ห้อยอยุ่กับเพดานถ้ำก็หลุดตกลงมา พากันตายไปดาวดึงส์กันยกใหญ่ พอจุติจากเทวดา ก็ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้บวชเป็นพระแล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้ง 500องค์นั้นเอง
    เล่าไปเล่ามาก็อาย กบ อายงูเหลือม อายค้างคาวเนอะ
     
  5. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,787
    โมทนาอีกครั้งครับ
     
  6. kiwibird

    kiwibird เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +288
    ขออนุโมทนา สาธุ ด้วยครับ
     
  7. วิทย์

    วิทย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    2,037
    ค่าพลัง:
    +8,442
    ขออนุโมทนาครับ _/\_
     
  8. MBNY

    MBNY Administrator ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2003
    โพสต์:
    6,844
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +22,431
    กำลังขุดๆ กระทู้คาเมน อยู่จ้ะ
    หลงเข้ามา ในกระทู้นี้ อนุโมทนาด้วยค่ะ
     
  9. toya

    toya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    186
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,010
    อนุโมทนาด้วยครับ
    ขนาดสัตว์เดรัจฉานยังสามารถเป็นเทวดา มนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ต้องทำให้ได้มากกว่าสัตว์เดรัจฉานนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...