สาวก พุทธทาส งง

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย awtshell, 31 กรกฎาคม 2006.

  1. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    ผมรู้จักคำว่าพุทธทาสจาก astv ทางโฆษณาของอ.เจิมศักดิ์
    เลยลองมาหาอ่านตามเวปและโหลดไฟล์เสียงไปฟัง

    บอกตามตรงว่าเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์
    เมื่อก่อนจะเบื่อและไม่ชอบมาก แต่ได้ฟังแล้วก็ทำให้อยากลองฝึก
    อานาปานสติเพราะต้องการให้อ่านหนังสือได้ง่ายและมากขึ้น
    เพราะหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์มันอ่านยาก
    ไม่เหมือนนิยายอย่าง Harry Potter อ่านทั่งวันก็ไม่เป็นไร

    ตอนนี้ก็ฝึกมาเกือบอาทิตย์แล้วสองสามวันแรกก็ปกติดีแต่หลังจากนั้น
    ก็เวลาทำปวดหัวทุกลมหายใจเข้าออก เหมือนโดนบีบหัว
    แต่ที่น่าสังเกตุคืออ่านหนังสือได้มากขึ้น
    เดาว่าเหมือนปวดกล้ามเนื้อเวลาออกกำลังกาย
    (ตอนที่ไม่ได้ฝึกอานาปานสติไม่ปวดหัว)


    ***แต่มาอ่านเวปบอร์ดนี้แล้ว"งง"ไปเลยครับ อานาปานสติ
    กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ผมเข้าใจคือขันแรกสมองจะสงบพักผ่อน
    ได้ดีกว่านอนหลับขั้นสูงก็ควบคุมอารมณ์เหมือนกับว่าเราเล่นเกมส์
    ชนะเราก็ดีใจแต่ถ้าเราฝึกได้สูงแล้วไม่ต้องชนะเกมส์เราก็บังคับจิตให้ดีใจได้เลย


    แล้วมันขัดกันด้วยผมอ่านบ้างอันบอกว่าถอดจิตไปไหนต่อไหนได้
    ผมว่าถ้าเราบังคับให้จิตเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ได้ ก็ไม่รู้จะถอดไปทำไมครับ
    เพราะอยู่กับที่เราก็ได้อารมณ์ครบทุกแบบตามที่เราต้องการอยู่แล้ว

    ผู้รู้โปรดช่วยชี้แนะด้วยครับ
     
  2. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    เพิ่มเติมครับ ผมก็ศึกษาพุทธทาสไม่ไม่เกินสองอาทิตย์ครับ

    เคยฟังเรื่องสิ่งที่ดีที่สุดของมนุดมอยู่ประโยคผมชอบมากคือ

    ไม่ได้สำคัญว่าเป็นอะไรสำคัญว่า"เป็นแล้วรู้สึกอย่างไร"

    ผมว่าจริงนะครับ ตอนผมทอดไข่เป็นกับตอนผมต่อวงจรไฟฟ้าได้ครั้งแรก
    ก็ดีใจ ภูมิใจเหมือนกันครับ

    เลยเห็นด้วยว่าถ้าควบคุมอารมณ์ได้แล้วน่าจะมีความสุขเหมือนกัน

    อย่างถอดจิตแล้วเรารู้สึกอย่างไร ดีใจ ภูมิใจ ฯลฯ เราก็สร้างควรมรู้สึก
    มันขึ้นมาเลยโดยไม่ต้องถอดแบบนี้คิดว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ
     
  3. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,776
    ค่าพลัง:
    +36,838
    สวัสดีค่ะ

    อาณาปาณสติ คือพื้นฐานที่สำคัญค่ะ มีมาช้านาน พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ได้ก็ด้วยอาณาปาณสติเป็นสำคัญนี่ล่ะค่ะ

    ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้อายุเท่าไรคะ แต่คิดว่าคงไม่เด็กนักนะคะ งั้นเราอธิบายแบบผู้ที่เริ่มสนใจในความจริงดีกว่านะคะ

    พุทธธรรม คือ ความจริงค่ะ เป็นวิทยาศาสตร์ มีการทดลองได้ มีหลายอย่างเลยค่ะที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบคำตอบ ทั้งๆ ที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบและชี้แนวทางไว้แล้วสองพันห้าร้อยกว่าปีค่ะ

    หลวงพ่อพุทธทาส ท่านก็ทราบดีค่ะว่า ธรรมของพระพุทธเจ้าทำแล้วพิสูจน์ได้ว่าจริง เป็นวิทยาศาสตร์และศาสตร์ที่เหนือปรัชญาค่ะ

    การสอนของแต่ล่ะครูบาอาจารย์นั้นจะเลือกตามสภาวะแวดล้อม ตามสังคมที่จะได้รับการสอน สอนตามพื้นฐานจริตของแต่ล่ะบุคคล กลุ่ม ค่ะ

    อย่างถ้าคุณอยากจะเป็นช่างเย็บผ้า คุณก็ต้องไปหาครูบาอาจารย์ที่สอนการเย็บผ้าให้คุณได้ ไม่ใช่ไปวนเรียนในสายที่ไม่ได้ทำให้คุณเป็นช่างเย็บผ้า เสียเวลา และคุณต้องรักการเย็บผ้าด้วย

    ผู้ศึกษาไม่ว่าแนวไหน ต้องรู้จุดประสงค์ของตัวเอง ความชอบของตัวเอง และสถานการณ์ที่เป็นไปได้ ที่เหมาะสม เป้าหมายทุกอย่างในการเรียนคือรู้ที่อยากรู้ เป็นที่อยากเป็น ถ้ารู้แล้วเป็นแล้ว เราจะพอใจเพียงไร อยากเปลี่ยนไปสนใจอย่างใหม่ๆ ก็ย่อมได้ ปริญญายังมีการได้รับหลายๆ ใบเลย ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งเป็น

    พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนครอบไว้หมดล่ะค่ะ ไม่มีกิริยาไหนๆ เลยที่พระพุทธเจ้าท่านมิได้เห็นแจ้งแทงตลอด

    แต่สิ่งที่มันไม่จำเป็นต้องเน้น ท่านก็มิทรงตรัส เหมือนที่ท่านเคยเอาใบไม้มากำไว้ในมือ คือท่านเน้นให้เห็นทางออกแห่งทุกข์ที่แท้จริง ท่านให้เอาแก่นของการเข้าถึงทางหลุดพ้นการ เวียนว่าย ตาย เกิด การเสวยสุขใดๆ หาได้สุขแท้เทียมเท่าเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานเลย

    อย่างยายผีป่า ถ้าจะจับให้ลูกๆ สนใจธรรม รักษษและสร้างความดี ยายผีป่าต้องดูวัยของเขา ดูบุคคลิคของเขา ลูกยายผีป่าแต่ล่ะคนออกมาจากท้องแม่คนเดียวกัน ได้รับเชื้อจากพ่อคนเดียวกัน เลี้ยงดูด้วยพื้นฐานเดียวกัน แต่นิสสัย บุคคลิคของลูกๆ แต่ล่ะคน ต่างกัน

    ยายผีป่าก็ต้องรู้ว่าลูกคนไหนจะสอนอย่างไร สอนโดยไม่คาดหวัง การคาดหวังมันเป็นกรอบที่ทำให้เราไม่สงบ แต่เฝ้ามองอย่างเมตตา

    ยายจะไม่บังคับว่า เอ้าลูกนั่งสมาธินะ นั่งตามแม่ คือถ้าอยากนั่งหนูดูตัวอย่างแม่ แต่ถ้าไม่นั่งหนูไปทำอะไรก็ได้ที่หนูอยากทำ แต่ต้องไม่ทำให้มันผิด ก็จะอธิบายง่ายๆ ว่าความผิดเป็นอย่างไร ป้อนทีล่ะนิด ผิดคือบาปนะ บาปมันเป็นอย่างไร เพราะบาปมันมีทั้งนามธรรมและรูปธรรมเหมือนกับบุญนั่นล่ะ ส่งผลในปัจจุบันได้และย่อมส่งผลในอนาคตได้เช่นกัน การเรียนรู้การทำดีของลูกๆ ยายเขาจะแตกต่าง อย่างคนหนึ่งชอบกวาดลานวัด นี่เขาฝึกอารมณ์อย่างนี้ เขากวาดไปจิตเขาสงบ เขาทำด้วยอาณาปาณสติที่ไม่รู้ตัว อีกคนเขาชอบล้างจาน เขาก็ต้องรู้ว่าทำอย่างไรจะล้างจานได้สะอาด สะอาดของเขาสะอาดแค่ไหนสำหรับเรา เขาต้องรู้ว่าทำอย่างไรไม่ให้จานหรือแก้วแตก แตกก็ทำอย่างไรที่จะไม่รู้สึกว่า กลัวการล้างจาน หรือตำหนิตัวเอง แม่ก็ต้องรู้ว่าจะสอนลูกชื่นชมลูกอย่างไร

    การนำไปสู้ปริญญาสูงสุดของมนุษย์มีหลายแนวทางค่ะ ย่อมาสรุปได้ ๖ แนวทาง ไม่ต่างจากการเลือกเรียนสายต่างๆ อยากเป็นหมอ จะไปเรียนสายอาชีวะได้อย่างไร ต้องเรียนสายวิทย์ สนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกแขนงใช่ไหมและการเป็นหมอ เป็นช่างเย็บผ้า เป็นกับตันขับเครื่องบิน เป็นทุกๆ อาชีพ ต้องมีสติ สติจะเกิดไม่ได้หากเราไม่มีการฝึกการรู้จักตัวเอง การรู้ระบบความนึกคิดของตัวเอง รู้เท่าทันจิต ความคิด อารมณ์ต่างๆ ของตัวเองงัยคะ อาณาปาณสติ หรือการระลึกรู้นี่ล่ะค่ะ ทุกคนเลย ต้องมี ต้องรู้ ต้องเป็น หากไม่มีตรงนี้จะกลายเป็ฯคนที่ฟุ้งซ่าน และหาเป้าหมายของการเป็นไม่ได้

    ยายผีป่าอยากเห็นหิมะ แต่พอได้เห็น รู้แล้วหิมะเป็นอย่างไร บอกได้ เล่าได้ แต่คนที่ไม่เคยเห็นก็เพียงแค่คิดตาม แต่ไม่ได้รู้จริง เขาจึงอยากสัมผัสจริง บางคนเออ...ไม่เห็นก็ได้ว่ะ ไม่จำเป็น

    เราไม่จำเป็นต้องแบ่งสายนะคะ
     
  4. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,776
    ค่าพลัง:
    +36,838
    เฮ๊ย!!! กดทีเดียว ทำไมมันขึ้นหลายหน้า เออ...อ่านกันจนตาลาย เป็นการทดสอบอารมณ์คนเข้ามาเจอด้วยล่ะ บางคนขำ บางคนมองว่าบ้า บางคนเฉยๆ บางคนซื่ออ่านทุกหน้า อิอิ
     
  5. ธง

    ธง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +40
    การศึกษาไม่ใช่อยู่เพียงแค่ความคิด แต่ต้องนำความคิดนั้นมาใช้แก้ไขปัญหาได้ด้วย พระธรรม ที่ถูกหรือผิด ที่อยู่ในความคิดนั้น ยังไม่มีประโยชน์อะไรมาก เราต้องนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้จริงๆ ขอให้ นำพระธรรม มาใช้แก้ไขปัญหา ให้มากๆ แล้ว จะรู้เองว่า พระธรรมคืออะไร และ ถ้าใช้แก้ปัญหาได้ ก็จะไม่สงสัยว่า พระธรรมที่ถูกต้องเป็นอย่างไร นี่คือ ความหมายของการปฏิบัติธรรม ที่พระพุทธเจ้าต้องการให้เป็น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2006
  6. mayongnes

    mayongnes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2006
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +2,448
    อนุโมทนา ครับพี่ยายผีป่า
    จะแบ่งสายไปทำไม เป้าหมายของคนโพสมีอารมณ์เช่นไรล่ะจ๊ะ
     
  7. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    งง ครับ เรื่องแนวทางก็ไม่ได้ติดใจอะไรครับ
    อย่างพุทธทาสก็บอกว่านั่งก็ได้นอนก็ได้
    หรือจะเพ่งอะไรก็ได้

    แต่ว่ามันน่าจะได้เหมือนกันคือ สงบ แล้วควบคุมจิตใจได้
    ไม่เหมือนกับถอดจิตนะครับ คือการควบคุมให้จิต
    มีอารมณ์ต่าง ๆ ตามที่ต้องการ ดีใจ เสียใจ
    หรืออะไรที่เราต้องการได้เลย

    แต่ทำไมตามบอร์ดนี้ได้ไม่เหมือนกัน
     
  8. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    ถามเพิ่มอีกนิดครับนอกจาก อานาปานสติ แล้ว
    วิธีอื่น ๆ มีอะไรบ้างครับอยากจะลองศึกษาดู
    เอาแบบที่มีในพระไตรปิฎกนะครับ

    เห็นบอกว่ามี 6 วิธี
    เอาแค่ชื่อก็พอเดี๋ยวผลลองไป search หา
    ใน google เองก็ได้ครับ

    เผื่อมีวิธีที่โดนใจมากกว่า อานาปานสต

    ขอบคุณครับ
     
  9. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    เพิ่มเติมครั้งที่ 2

    ตอบ mayongnes ไม่ได้ตั้งใจมากวนนะครับ
    ผมฝึกแล้วมันปวดหัวมากเหมือนโดดบีบหัว

    ที่นี้ผมฟังมากจากพุทธทาสก็ไปถามท่านไม่ได้
    เนื่องจากท่านได้เสียชีวิตแล้ว

    เลยมาหาตามเวปบอร์ดว่ามีคนเป็นไหมมีคำแนะนำไหม
    ให้ปวดน้อย ๆ หน่อยนะครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ

    แต่พอมาอ่านแล้วต้องนั่งหงายท้องตึงเลยครับ :)
    ก็เลยถามดูเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร
     
  10. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    เพิ่มเติมครั้งที่ 3

    ผมอ่านบางอันบอกว่าฝึกสมาธิท่านอนตะแคงอยู่
    แล้วพอจะนอนหงายพอพลิกมาบอกเห็นตัวเองนอนตะแคงอยู่
    แล้วบอกว่าถอดจิตได้

    บอกว่าถอดออกไปเข้าเฝ้าพระบางรูปอะไรแบบนี้

    บอกตามตรงถ้าเป็นจริงผมไม่กล้าฝึกครับ
    ผมเป็นคนกลัวมีมาก มากที่สุดในโลก

    วันหนึ่งถ้าผมฝึกอยู่แล้วลืมตามเห็นร่างตัวเอง
    นั่งหรือนอนอยู่ ผมต้องช๊อคตายแน่นอน

    แต่ถ้าฝึกแล้วสงบ ควบคุมอารมณ์ได้นี้ก็น่าลองบ้างนะครับ
    T T
     
  11. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    เพิ่มเติมครั้งที่ 4

    อานาปานสติมีข้อเสียคือเวลาคัดจมูกแล้วฝึกยาก

    ผมนอนห้องแอร์ ทำงานห้องแอร์ เพราะฉนั้น
    จะคัดจมูกบ่อยมาก แต่เป็นแปล็บเดียวก็หาย

    แต่วันหนึ่งจะเป็นหลายรอบเหมือนกัน

    เลยอยากศึกษาวิธีอื่น(ในพระไตรปิฎก)เอาไว้บ้าง
    ผมไม่เคยศึกษาธรรมเลยไม่รู้จะไปหาที่ไหน
    จะไล่อ่านก็น่าจะนานเพราะพระไตปิฎกมีเนื่อหาเยอะมากเลย
    เลยลองมาถามดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2006
  12. ปองจัง

    ปองจัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    64
    ค่าพลัง:
    +369

    ผมเองก็เคยซื้อตำราท่านพุทธทาสมาอ่านครับ

    ตำราของท่านพุทธทาสมีเยอะมากแต่ก็ไม่ช่วยให้ผมหายสงสัยได้เลย ยิ่งอ่านยิ่งงง

    ต่อมาภายหลัง ผมโชคดีที่ได้มาศึกษาจากตำราของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้ฝึกมโนมยิทธิแล้ว จึงได้หายงงครับ

    ผมอยากจะแนะนำให้คุณ ฝึกมโนมยิทธิตามที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านสอนด้วยนะครับ คุณอาจจะชอบก็ได้ครับ

    เพราะถ้าทำได้แล้วมันจะสนุกมากเลยครับ คุณอาจจะแว่บไปคุยกับท่านพุทธทาส จริงๆเลยก็ได้

    เมื่อคุณพบท่านแล้ว คุณอาจจะเข้าใจและหมดคำถามแล้วก็อาจเป็นได้ ...

    (f)
     
  13. ภูตัง

    ภูตัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +187
    ตั้งใจให้ตรงน่ะ แล้วตอบตัวเองน่ะ ที่ถามมา ต้องการคำตอบจริงๆเหรอ

    คิดว่าดี กว่าเขา ซิเราแย่
    มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่บาปใหญ่
    ส่วนตัวเอง บาปลึก นึกให้ไกล
    มันบาปเบา อยู่เมื่อไร ให้นึกดู
    เขาติดซ้าย เราติดขวา ถ้ามานึก
    มันยังติด เหลือลึก กันทั้งคู่
    แม้ติดซ้าย เลวกว่า ไม่น่าดู
    แต่ติดขวา มันก็หรู อยู่เมื่อไร
    มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่ยังเลว
    ส่วนตัวเอง ก็ยังเหลว ไม่ไปไหน
    เฝ้าเกลียดซ้าย รักขวา เป็นบ้าใจ
    มันก็ไพล่ พลัดห่าง ทางนิพพานฯ
     
  14. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    ไม่ไหวครับเรื่องจะไปเจอคนที่ตายแล้ว

    บอกไปแล้ว่าผมกลัวผีมาก ๆ

    ขอแค่วิธีที่ทำให้จิตสงบ อ่านหนังสือง่ายพอครับ
     
  15. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    ตอบ ภูตัง

    ซ้ายกับขวา ชั่วกับเลวคนละอย่างกันครับ

    ซ้ายกับขวา คุณอาจจะเลือกอยู่กลางได้

    แต่ชั่วกับเลวหวังว่าคุณคงไม่เลือกอยู่กลางนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2006
  16. ปองจัง

    ปองจัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    64
    ค่าพลัง:
    +369
    ถ้าอย่างนั้นคุณน่าจะเลือก ปฏิบัติกรรมฐานแบบ สุขวิปัสโก น่าจะเหมาะกว่า

    ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านก็สอนหลักสูตรนี้ไว้ด้วยเช่นกันครับ แบบง่ายๆครับ

    อยากอ่านหนังสือและเรียนเก่ง ควรใช้คาถาพระอินทร์ ภาวนาเป็นประจำ สิครับ

    เคยได้ยินใหมครับ

    สหัสเนตโต เทวินโท ทิพจักขุง วิโสทายิ

    (verygood)
     
  17. awtshell

    awtshell สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +20
    ผมชอบศึกษาเฉพาะในด้านของวิทยาศาสตร์ครับ
    ผมไม่ชอบการสวดมนต์หรือถ่องคาถาครับ

    อยากเรียกศาสนาเหมือนเรียนฟิสิกซ์ครับเรียนด้วยความเข้าใจ

    ย้ำอีกครั้งว่า พุทธทาส ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

    ก็เลยคิดว่าจะลอง แต่ถ้าเป็นเรื่องเวทย์มนต์คาถาขอตัวก่อนครับ

    คาถามันก็เหมือนกับการที่ผมมี fiber optic แล้วคุณมีแค่
    สายโทรศัพท์นะผมว่า

    ไม่มีเกี่ยวกับการพ้นทุกข์ หรือจิตใจที่สงบ แล้วทำให้
    สมองแจ่มใสและศึกษาสิ่งต่าง ๆ ได้มาก

    ปัญหาคืออ่านแล้วมันปวดหัวเหนื่องจากใช้สมองมาก
    ต้องการพักด้วยวิธีพิเศษ ถ้าเป็นขาหรือแขนเราก็สามารถนวดได้
    แต่ถ้าเป็นสมองผมคิดว่าน่าจะเป็นสมาธิครับ

    และขอบคุณเรื่องคาถานะครับ แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้น
    ต้องการฝึกและใช้ความพยายามของตัวเอง
    ไม่หัวพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิหรืออิทธิฤทธิ์อะไรครับ


    อยากได้ชื่อวิธีฝึกในพระไตรปิฎกครับ
    เห็นบอกว่ามี 6 วิธีก็เลยจะลองเอามาฝึกบ้าง
    ตอนนี้รู้เฉพาะ อานาปานสติที่ พุทธทาสบอกไว้ครับ
     
  18. Tibetannun

    Tibetannun Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2006
    โพสต์:
    65
    ค่าพลัง:
    +89
    สาธุ
    สายหลวงพ่อพุทธทาส หลวงพ่อฤาษีลิงดำ และสายอื่น ๆ แก่นของคำสอนย่อมเหมือนกัน
    แต่วิธีปฏิบัติ ต่างกัน
    ควรจะเลือกเอาตามจริตค่ะ
     
  19. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,776
    ค่าพลัง:
    +36,838
    อุ๊ย...ถามเสียยายตอบไม่ทันเลย เอ๊ย...ถามยายหรือถามใครก็ได้

    ถ้าจะให้ไปตามอ่านที่ยายโพสเรื่ยราดไว้ อ๊วกแตกตายเลย

    เอาเป็นว่า ยายเคยไปวัดหลวงปู่พุทธทาสมานะคะ ไปเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ ก็เป็นวัดที่สงบเงียบค่ะ ห้ามนำรถเข้าไป ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามเปิดเครื่องเสียง หรือมือถือ ยามหลังสองทุ่ม วัดนี้จะสับคัทเอาต์ไฟฟ้าค่ะ แยกฝั่งชายและหญิง

    ท่านจะเอาศาสตร์ของแต่ล่ะศาสนามาประสานเป็นหนึ่งเดียว ให้เป็นสากล ให้รู้ว่า ความดี เป็นสากล ทำได้ทุกชนชาติ ศาสนาและความเชื่อ ท่านสอนให้ยอมรับซึ่งกันและกัน ให้มีความรักต่อเพื่อนร่วมโลก เพื่อสันติสุขของโลกค่ะ นี่ล่ะค่ะคือเหตุที่ท่านได้รับรางวัลจากองค์การยูเนสโกค่ะ

    พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนนะคะเรื่องความรักนี่ หากไม่มีความรัก โลกจะวุ่นวายมาก พระพุทธเจ้าท่านได้ประธานความรักที่ยิ่งใหญ่ให้พวกเราเห็นเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ เอ๊ะ บางคนบอกว่า ไหนพระพุทธเจ้าตรัสว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ อ๋อ...ความรักที่พระพุทธเจ้าท่านหมายถึง คือรักที่บริสุทธิ์ค่ะ ไม่รักติดในกามคุณ (รัก โลภ โกรธ หลง กิเลส ราคะ ตัณหาต่างๆ นี่ท่านบอกไม่ใช่รักที่แท้จริงนะคะ)

    การทำอาณาปาณสติ สมัยพระพุทธกาลนั้นไม่ได้สอนให้นั่งหลับตาอย่างเดียวนะคะ ทุกกิริยาสามารถทำอาณาปาณสติได้ค่ะ นั่ง ยืน เดิน นอน เราอยู่ได้ด้วยอาณาปาณสติ คือเอาจิตอยู่กับลมหายใจเข้าออก เป็นพื้นฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เราฟุ้งซ่าน ว่อกแว่ก เราคุมจิตได้ก็เหมือนเราสอนให้สัตว์ป่าเชื่องนั่นล่ะค่ะ อาจเชื่องและทำตามเราขณะหนึ่ง ก็ฝึกไปเรื่อยๆ จับลิงให้นั่งนิ่งๆ ได้นานเท่าไร ทำงานตามที่เราสั่งได้ดีเท่าไร นั่นยิ่งดีจ๊ะ

    เดี๋ยวไล่ดูคำถามทีล่ะข้อก่อน กันการตอบวกไปวนมา
     
  20. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,776
    ค่าพลัง:
    +36,838
    จงฝึกด้วยความน้อมนำ เชื่อมั่นในพระพุทธเจ้า พระรัตนตรัย และครูบาอาจารย์
    จริงๆ แล้วเราทุกคนได้รับการอบรมจิตมาตั้งแต่ปฏิสนธิค่ะ แต่ที่เหห็นชัดก็ตอนคลอดออกมางัยคะ

    อย่างร้องไห้ ด้วยความหิว เราร้องๆๆๆๆๆ พอแม่มาอุ้ม เออ...เราค่อยๆ สงบ กินนมไป จิตทารกจับที่ไออุ่นของแม่ และการดูดนม เป็นอาณาปาณสติโดยไม่ได้ตั้งใจฝึก แม่ก็ต้องมีสมาธิในการโอบกอดลูกเพื่อดื่มนม เขย่าลูกอย่างมีจังหวะ อดทนรอกว่าลูกจะดื่มนมอิ่ม คอยเฝ้าดูลูกน้อย ไกวแปล จิตแม่ก็จับที่แปล ดูจังหวะการไกลแปล หากแม่จิตไม่สงบ ไม่จับที่การกระทำของแม่ แปลอาจไกลไม่ได้จังหวะ ลูกน้อยก็ร้องไห้ อาณาปาณสติทำให้จิตมีหลักยึด พอจิตสงบ เป็นสมถะสมาธิ สมาธิที่ไม่ได้อะไรนอกจากความสงบ แต่ถ้าเราจิตสงบเป็นความชาชิน เราไม่ต้องคอยกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกหรอก ไม่ต้องคอยคิดว่า อุ๊ย ลืมกำหนดรู้ลมหายใจ มันจะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติจ๊ะ อย่างเราเคยหายใจสั้นๆ พอฝึกๆ ไปลมหายใจเรายาวขึ้น ทำอะไรรู้รอบคอบขึ้น ไม่วู่วาม สมองโล่ง เพราะลมหายใจเรายาวขึ้น อากาศหมุนเวียนดีขึ้น อย่างการกำหนดด้วยการเพ่งอะไรก็ได้ ไม่ใช่พระพุทธทาสบอก ท่านทำตามพระพุทธเจ้าบอกค่ะ ครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ก็บอกเหมือนกัน อย่างมองต้นไม้ มองนิ่งๆ ทอดสายตาสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไร นี่เป็นอาณาปาณสติอย่างหนึ่งค่ะ ยายผีป่าก็ทำอย่างนี้เช่นกัน คือยืนสบายๆ มองทอดสายตาไปยังวิวข้างหน้า ไม่สนใจไม่ต้องกำหนดว่าจะมองเพื่ออะไร มองอะไร ไม่ต้องตั้งคำถามในใจเวลามีอะไรแว้บมาให้คิด สลัดมันออกไป จะภาวนาหรือไม่ภาวนาก็ได้

    พอจิตเรามีสมาธิ ความสงบย่อมเกิด พอความสงบเกิด มันจะมีผลต่อเนื่องให้เกิดปัญญาค่ะ

    ทำชีวิตให้ปกติ(คือรู้ว่าสิ่งใดดี จงทำ) มีสมาธิ มีสติ ปัญญาเกิด

    ปัญญาจะขาดสติและสมาธิย่อมไม่ได้เช่นกัน มันเกี่ยวเนื่องกัน

    เอาเป็นว่า เราไม่อยากรู้อยากเห็นตอนนี้หรอกนะ

    คุณไปฝึกอาณาปาณสติแนวที่คุณชอบนะคะ คุณไม่ต้องสงสัยเรื่องการได้ฤทธิ์ได้เดชหรอกนะคะ ทำไปทีล่ะขั้นตอน เอาแค่จิตสงบก่อน ลองทำดู

    เอาเวลาไหนก็ได้ อย่าจำกัดว่า สองทุ่มต้องทำ ทำนานเท่านั้นเท่านี้ บอกแล้วงัยคะ การกำหนดรู้ การคุมจิต(ความนึกคิด) เราทำได้ทุกอากัปกิริยาจ๊ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...