สาเหตุที่มีนิวรณ์

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย oatthidet, 2 มกราคม 2011.

  1. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,876
    การปฎิบัตินั่งกรรมฐานส่วนใหญ่คนทั่วไปจะติดนิวรณ์ การจะระงับนิวรณ์นั้นต้องมีความศัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปจะมีความสงสัยในการนั่งกรรมฐาน จนทำให้ฟุ้งซาน และ หากหลงเพลินไปกับความฟุ้งซานส่วนมากจะหลับ และ ความฟุ้งซานยังก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกถึงเรื่องกามราคะจนบางครั้งนำพาไปถึงความโมโห ความโกรธ ไม่พึงพอใจได้ แต่หากเราเชื่อมั่นในธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนแล้ว มีความมุ่งมั่น จนขณะจิตหนึ่ง จิตจะเป็นสมาธิได้ง่าย เพราะหากเราเชื่อมั่นเราก็จะสนใจแต่คำภาวนา แต่อย่าลืมการน้อมจิตน้อมใจเข้าภายในกายด้วย การนำจิตเข้ากายยังให้เห็นสติ มีความรู้ตัวพร้อม สิ่งที่ปรากฎก็คือจิตนั่นเอง พอออกจากการนั่งกรรมฐาน ก็ให้เราจำเรื่องการเห็นจิต และ เฝ้าดูจิตว่าจิตทำอะไร คิดอะไร ประกอบด้วยพิจารณาด้วย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ก็จะเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รวมความได้ว่าเราได้สำรวมระวังจิต เป็นผู้ที่ไม่ประมาท ขอให้เจริญในธรรมครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2011
  2. yavoiii

    yavoiii Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    158
    ค่าพลัง:
    +65
    ----------------------
    -ใช่เลย!
     
  3. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,434
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,651
    นิวรณ์สำหรับผู้ปฏิบัติมันเป็นเรื่องคู่กันครับ.....และมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเอามากๆ....เพราะจิตเรามันมันมีกิเลสเป็นเบื้องฐานอยู่แล้วครับ.....

    การระงับนิวรณ์...จะใช้กรรมฐาน...หรืออันดับขั้นของสมาธิก็ได้ครับ....ข้อนี้ครูบาอาจารย์หลายท่านได้แนะนำไว้ดีแล้ว...ตลอดจนทั้งพระอภิธรรมก็มีบันทึกไว้....

    โมทนาสาธุกับเจตนาดีของ จขกท. ครับ..
     
  4. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    24,213
    กระทู้เรื่องเด่น:
    53
    ค่าพลัง:
    +21,727
    เห็นด้วยกับบทความครับ ปล่อยวางเเล้วทุกอย่างจะดีเองในการปฎิบัติธรรมของเรา เจริญในธรรมครับ
     
  5. Ongsathit

    Ongsathit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    625
    ค่าพลัง:
    +573
    นิวรณ์จะไม่เกิดกับผู้มีอินทรีย์ 5 แก่กล้า
     
  6. ผู้พันจุ่น

    ผู้พันจุ่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,396
    ค่าพลัง:
    +2,983
    อยากจะขอสนทนาธรรมด้วยดี เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ที่แตกต่างกัน โดยไม่คิดว่าเป็นความเห็นขัดแย้ง..... ขออโหสิกรรม หากเป็นการล่วงเกิน

    อ้างอิง 1.....

    การจะระงับนิวรณ์นั้นต้องมีความศัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปจะมีความสงสัยในการนั่งกรรมฐาน จนทำให้ฟุ้งซาน และ หากหลงเพลินไปกับความฟุ้งซานส่วนมากจะหลับ และ ความฟุ้งซานยังก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกถึงเรื่องกามราคะจนบางครั้งนำพาไปถึงความโมโห ความโกรธ ไม่พึงพอใจได้

    การมีความศรัทธา..ความสงสัย ..ความฟุ้งซ่าน ที่ทำให้เกิดกามราคะ และความฟุ้งซ่านทำให้เกิดความโกรธ..ตามที่เขียนมานั้น ไม่น่าจะทำให้เป็นเหตุที่มีนิวรณ์

    ขอให้นึกถึงในตอนแรก ก่อนที่เราจะเข้ามาฝึกสมาธิ มันเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามากที่จิตต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อฝึกหัดไประยะหนึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้มันจะค่อย ๆ หายไป ทำให้เราเข้าถึงความสงบในสมาธิได้เร็วขึ้น นั่นคือ เริ่มบังคับจิตให้ปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ได้ จนมีความสงบมาก เหมือนเก็บกวาดสิ่งของ รก รุงรัง ในบ้านออกไป มันก็จะมีที่ว่างในบ้านมาก นั่นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับ ความศรัทธา สงสัย ฟุ้งซ่านอะไร เลย ........ทำจริงก็ต้องได้จริง โจรมันยังทำได้ ถ้าทำถูก

    อ้างอิง 2......

    แต่หากเราเชื่อมั่นในธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนแล้ว มีความมุ่งมั่น จนขณะจิตหนึ่ง จิตจะเป็นสมาธิได้ง่าย เพราะหากเราเชื่อมั่นเราก็จะสนใจแต่คำภาวนา แต่อย่าลืมการน้อมจิตน้อมใจเข้าภายในกายด้วย การนำจิตเข้ากายยังให้เห็นสติ มีความรู้ตัวพร้อม สิ่งที่ปรากฎก็คือจิตนั่นเอง

    การฝึกจิตจนเราบังคับจิตของเราให้สงบได้ และน้อมนำเข้าสู่ภายในกาย ก็จะต้องผ่านการฝึกให้มาก จนจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ รวมจิตได้เป็นหนึ่งวางจิตลงในกายภายในตรงไหนก็ได้ และการมีสติมันก็ต้องมีมาตั้งแต่เกิดเป็นตัวตนมาแล้ว ไม่ไช่จะเพิ่งเห็นตอนนำจิตเข้ามาภายในกาย สมาธิแบบนี้เป็นไปเพื่อความสงบ สุข เท่านั้น พวกฤาษี ปริพาชก นักบวชนิกายต่าง ๆ เขาก็ฝึกสอนกันตั้งแต่ก่อนมีพุทธศาสนาแล้ว ความเชื่อมั่นศรัทธาอย่างเดียวใช้ไม่ได้ จะทำให้งมงายไม่มีปัญญา รู้ไม่ทันคน

    การฝึกสติให้รู้เท่าทันความคิด นึก ต่าง ๆ การเคลื่อนไหวของกาย รู้ทันในเวทนา อารมณ์ ความรู้สึก สุข ทุกข์ เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนของพระองค์ ได้นำไปปฏิบัติ เพื่อบรรลุถึงความรู้แจ้งด้วยปัญญา จนนำไปสู่การดับทุกข์ทั้งปวง


    อ้างอิง 3 ........

    พอออกจากการนั่งกรรมฐาน ก็ให้เราจำเรื่องการเห็นจิต และ เฝ้าดูจิตว่าจิตทำอะไร คิดอะไร ประกอบด้วยพิจารณาด้วย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ก็จะเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รวมความได้ว่าเราได้สำรวมระวังจิต เป็นผู้ที่ไม่ประมาท...

    ถ้าทำได้เท่านี้แล้ว ..จนเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็บรรลุเป็นอริยะบุคคล ผมก็คงคิดว่าผมเป็นพระอรหันต์แล้วแน่นอน ...ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะคิดสอนพระอริยสัจจ์ ท่านก็ทรงคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะสอนให้เวไนยสัตว์ รู้ เข้าใจในสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสรู้มา แต่หากไม่สอน บุคคลที่มีปัญญาพอที่จะรู้ธรรมได้ก็จะไม่มีโอกาส...จึงทรงตั้งใจสอน แต่ก็ต้องเลือกบุคคลที่จะทรงสอนก่อน ....

    เอาแค่จะทำให้ทำสติตั้งมั่นให้ได้ชั่วลัดนิ้วมือเดียว คนสมัยนี้ยังทำได้ยากมาก ๆ การจะฝึกสติให้ตั้งมั่น รู้เท่าทันความคิดของตนเอง แล้วสลัดมันออกไปทันที ก็ยังไม่รู้ แล้วจะไปเห็นการเกิด-ดับ ของขันธ์ และฝึกจนปล่อยวางขันธ์ได้ เพราะเห็นในความเป็น ของไม่เที่ยง เป็นดังฝีหนอง เป็นดังศรทิ่มแทง ที่ต้องกำจัดออกไป....มันจะทำได้หรือ???????

    แค่ฝึกให้เฝ้าดูจิต เห็นจิต พิจารณาเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ก็จะเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา... เป็นการสำรวมจิต เป็นผู้ไม่ประมาท......ก็คงเป็นแค่ คำกล่าว ที่ท่องมาของผู้ที่ศรัทธา แล้วนำสาวกที่อาศัยศรัทธา ลงเหวไปตาม ๆ กัน...เพราะมันไม่รู้วิธีทำ มีแตคำพูดสวยหรู ไร้แนวทาง วิธีปฏิบัติ ....เจ้าสำนักบางคน มันถึงมีเงินเก็บ เงินฝาก เป็นหลายสิบล้าน มันร้ายนะ ไอ้ความศรัทธานี่...............

    ต้องขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่ทำให้ผมได้บอกความในใจออกมาได้ เพราะสงสารคนที่มีแต่ศรัทธา ขาดปัญญา จึงตกเป็นเหยื่อ ไม่รู้จักมีมันสมอง ต่อต้านพวกอาศัย พระพุทธองค์ เป็นเครื่องมือ ..............ล่วงเกินก็ขออโหสิกรรมด้วย ผมต้องแทนบุญคุณพระพุทธเจ้า ในทุกวิถีทาง ที่พอทำได้.
     
  7. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,876
    การที่ผมได้กล่าวไปนั้นเป็นทางที่ควรเดิน การที่จะเห็นจริงนั้นต้องปฎิบัติเอง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นผู้ที่ปฎิบัติถึงจะรู้ ตัวผมเองไม่ได้รู้จักกับใครในนี้แต่ที่กล่าวนั้นเพื่อต้องการให้บุคคลหลายๆคนได้มองเห็นถึงสิ่งที่เกิดในขณะนั่งกรรมฐานเท่านั้น ผมแค่มาอธิบายเท่านั้นไม่ได้โต้เถียงอันใด จิตเพียงตัวเดียวที่จะนำเราไปสู่สิ่งที่หลุดพ้น ผู้ปฎิบัติเท่านั้นที่จะเห็นจิตได้รู้ถึงจิตที่กำลังทำงาน การปฎิบัติเป็นไปเพื่อการพักจิต ความเคยชินทั้งหลายที่เกิดนั้นมาจากการที่เราเกิด ไม่ว่าจะครอบครัว ญาติมิตรสหาย ตลอดจนครูบาอาจารย์ หรือสังคมที่เราอยู่ เป็นสิ่งที่สะสมของสำนึก สำนึกนั้นทำให้เราไม่เห็นในสิ่งที่ควรเห็น ไม่รู้ในสิ่งที่ควรรู้ แต่คนส่วนใหญ่กลับศัทธาหรือเรียกว่างมงายกับสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็น อันนี้เป็นทุกข์ ปฎิบัติเถอะครับ หากไม่เชื่อสำนักไหนก็ปฎิบัติที่บ้านครับ พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ดีแล้วครับ หากเห็นจิตแล้วจะรู้เองว่าการสำรวมระวังจิตเป็นเช่นไรครับ ขอให้เจริญในธรรมครับ
     
  8. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850
    อยากจะขอสนทนาธรรมด้วยดี เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ที่แตกต่างกัน โดยไม่คิดว่าเป็นความเห็นขัดแย้ง..... ขออโหสิกรรม หากเป็นการล่วงเกิน

    (ขอยืมครับผู้พันฯ ไม่ให้ยืมก็ขออภัยครับ แต่เอามาแล้ว)


    อันนิวรณ์ เป็น อาหาร อวิชา
    ตาบใดที่ยังไม่ทำลายอวิชา มันก็ออกหาอาหารอยู่ร่ำไป ​

    ด้วยการ สงสัย เกิดสงสัยแล้ว มันก็ได้กินอาหาร
    ด้วยการพยาบาท เกิดพบาบาทแล้วมันก็ได้กินอาหาร
    ด้วยการฟุ้งซ่าน เกิดฟุ้งซ่านแล้วมันก็ได้กินอาหาร
    ด้วยการง่วง หาวนอน เกิดการง่วง หาวนอนแล้ว มันก็ได้กินอาหาร
    ด้วยกามฉันทะ เกิดกามฉันทะแล้ว มันก็ได้กินอาหาร


    จะทำลายอวิชา ก็ต้อง เห็นมัน
    จะเห็นอวิชามันออกมาก็ต้องทำลายอาหารมัน
    จะทำลายอาหารมัน ก็ต้องเห็น อาหารมัน
    จึงจะรู้ ว่า นี่แหล่ะ อาหารมัน
    เห็นแล้วก็ต้องจับมันทิ้ง
    จะจับ อาหารมันได้ก็ต้องจับ ด้วย สัมมาสติที่เริ่มมี
    จะเควี่ยงอาหารมันทิ้งได้ก็ด้วย ปัญญาที่เริ่มเกิด
    จะมีแรงเควี่ยงก็ด้วย สัมมาสมาธิ ที่เริ่มเป็น


    จะมี สัมมาสติก็ด้วย การเจริญสติ

    การเจริญสติจะเป็นผลก็ต้องมีศีล
    จะสัมปยุตกันก็ต่อเมื่อ ทำบ่อยๆ ทำเนืองๆ ทำบ่อยๆ ทำเนืองๆ





    การตั้งใจจับมันทิ้งเป็นการทิ้งด้วยการข่ม
    ผลของการ ตั้งใจจับมันทิ้งบ่อยๆ ทำเนืองๆ มันจะทิ้งเอง
    การทิ้งเองคือการกะเทาะออก


    จะเจริญสติเป็นก็ต้องฟังพระธรรมคำสอน

    ผู้สอนพระธรรมคำสอนก็คือ พระสงฆ์สาวก

    พระสงฆ์ สาวก ก็คือ
    พระสงฆ์ที่
    ปฏิบัติ ดี
    ปฏิบัติ ตรง
    ปฏิบัติถูก
    ปฏิบัติชอบ


    ฟังแล้วก็ควรฟังซ้ำ
    ฟังซ้ำก็ต้องจำให้ได้
    จำให้ได้ก็นำไปทำตาม
    ทำตามก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ไม่หยุดๆ ทำๆ




     
  9. Igiko_L

    Igiko_L เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    1,407
    ค่าพลัง:
    +2,836
    :cool: หนูน้องใหม่(ไม่)ร้าย ในวงการผู้ปฏิบัติธรรม ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ หากผิดพลาดประการใด พี่ๆเพื่อนๆ ท่านผู้รู้จะชี้แนะ ก็เชิญเลยนะคะ ^^
    ก่อนนั่งสมาธิ, เดินจงกรม หรือปฏิบัตกรรมฐานทุกอย่าง จุดมุ่งหมาย ทุกคนคงจะไม่แตกต่างกันหรืออาจจะต่าง(มั้ง) แต่คิดว่า ต้องการความสงบ สุข แห่งใจ
    ดังนั้นพระอาจารย์ มั่น สอนหนูว่า ก่อนเข้าสมาธิให้วาง ทุกอย่างกองไว้ก่อน ซึ่งหนูก็ได้ปฏิบัต ตามคำสอน แต่ก็มีติดมาบ้างคือ ความลังเล คงเพราะหนูเป็นคนช่างสงสัยตามประสาเด็กเรียนวิทย์ บ้าวิทยาศาสตร์ ก็ติดอยู่นานพอสมควร จนพระอาจารย์ สมเด็จโต ท่านมาสอนต่อว่า "ให้ทำใจเป็นกลาง ไม่ต้องเชื่อ แต่อย่าพึงปฏิเสธ เพราะถึงแม้พระอาจารย์ อยู่ต่อหน้า จริงๆ หากใจปฏิเสธก็ไม่เห็นพระอาจารย์"
    เพราะใจ หนูไม่ได้อยากได้อะไร ไม่ได้สนใจอะไร ตั้งแต่แรก ก็เลยไม่รู้สึกยินดี ไม่ยินร้ายกับสิ่งที่เห็น แค่รับรูปว่าเห็น ได้ยิน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะพิสูจน์ เลย ขอพระสมเด็จกับพระอาจารย์ ซึ่งพระอาจารย์ก็เมตตาให้มา คะ ^^
    ตอนเด็กๆ เวลาจะเข้าสมาธิ ถ้ามีเรื่องให้โกรธ ขุ่นเคือง ก็จะรู้สึกว่า เข้าสมาธิได้เร็วกว่าปกติ เพราะสำหรับหนู การเข้าสมาธิ คือการ เข้าไปกำจัดนิวรค์5 คะ
    ตอนนี้ก็เจริญ สติ ตลอดเวลา ไม่ได้สงสัยแล้ว คงเพราะ ไม่สนใจ(อะไร)มั้งคะ :boo:
    อนุโมทนา บุญคะ
     
  10. ไม่ยึด

    ไม่ยึด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +263
    อื้อขออภัยก่างล่วงเกินล่วงหน้าครับ แต่ผมสงสัยกับคำว่า

    ห้ามกิเลสด้วยจิตอันเป้นสังขาร

    ข่มนิวรแบบนี้เป้นการข่มกิเลสด้วยจิตอันเป้นสังขารรึเปล่าครับ
    จริงๆรู้อย่างเดียว
    รึว่าเอาแน่เอานอนไม่ได้
    รู้แล้วดึงกลับมาคำภาวนา รุ้เวทนาแล้วดึงกลับมาคำภาวนา มันจะเป้นเรามากๆเลยครับ

    แต่รุ้แล้วชั่งมัน รุ้ เฉย ชั่งมัน ปล่อยไป ดูๆแล้วจะทำให้เข้าสมาธิได้ค่อนข้างดีรึเปล่า

    แหะๆคือช่วงนี้ฟุ้งมากๆเลยอ่ะครับ ขอความจากผมผู้ยังด้อยประสบการณ์อยุ่ ขอคำแนะนำด้วยคร๊าบบบบ(k)
     
  11. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850

    บอกไปแล้วไม่ทำตามจะบอกทำม๊าย
     
  12. ไม่ยึด

    ไม่ยึด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +263
    ทำเด้อที่ว่าจิตข้ามันมีแต่ความคิดอ่ะ นั่งดูเลยอ่าเด้อ พี่ชาย

    ที่ว่าความคิดมันปุดๆขึ้นมานี่มันจะทำมันเอง (สรุปคือยังจับจุดให้เป้นปัจจุบันยังไม่ได้อ่ะแหละครับ ยังดูว่ามันปุดๆมาเองไม่ได้ มันเลยไม่ข้ามวิตกวิจารยืซะที)

    ที่ให้สำรวมศีลนี่ทำอยุ่นะพยายามกะศีล 5 อยู่

    ปัญญาน้อยมากๆแหละครับพี่ยังตีโจทย์ไม่แต่

    ที่ว่าข้ามเวทนาตอนแรกนึกว่าเวทนาจากการนั่งมันไม่เกิดเพราะเราชิน
    แต่ก่อนนั่งขัดสมาธิเพรชป๊อบแป๊บนี่จะเกิดเวทนาจากการนั่งแล้วทุกวันนี้มันชินนึกว่ามันจะไม่เกิด
    30 มะกี้ไปสวดอิติ 108 มา สวดไปๆ นานมากๆแล้วมันมีเวทนาขึ้นมาถึงอ้อว่าเวทนานี้นี่เองที่ต้องสัมผัสตอนนั่งดันนึกว่ามันไม่เกิดมาตั้งนาน:boo:
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 มกราคม 2011
  13. ผู้พันจุ่น

    ผู้พันจุ่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,396
    ค่าพลัง:
    +2,983
    อ้างอิง....

    ทำเด้อที่ว่าจิตข้ามันมีแต่ความคิดอ่ะ นั่งดูเลยอ่าเด้อ พี่ชาย<!-- google_ad_section_end -->

    จิตข้า มันมีแต่ความคิด ....แน่ใจหรือว่า จิต นี้มันเป็นของข้า จริง ๆ มันมีแต่ความคิด ก็ถ้าจิตมันเป็นของข้าจริง ๆ ก็ต้องบังคับมันไม่ให้คิดอะไรซิ บังคับมันให้อยู่เฉย ๆ อย่าคิดไปในเรื่องอดีต อนาคต ปรุงแต่งไปเรื่อยจนบางครั้ง คิดซะจนกลุ้ม ปวดหัว เป็นทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง .....

    แล้วอย่างนี้ จิตมันจะเป็นของข้า อยู่อีกหรือ ......แม่นบ่.
     
  14. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    5,337
    ค่าพลัง:
    +6,850

    ....กี่รอบแล้วน้องชาย....

    ครบ 50 หรือยัง จะเติมอีก 50 สะตังค์ก็ได้นะ จะได้ ครบบาท
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 3 มกราคม 2011
  15. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,876
    อันรูปขันธ์เกิดสิ่งที่เกิดตามมาคือความรู้สึก ขณะที่ความรู้สึกเกิดขึ้นนั้นจิตก็จะตามมา ขณะที่จิตตามมา หากว่าเรานำจิตไปรับความรู้สึกก็จะกระทำตาม แต่หากเรายกจิตออกสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะดับไป แต่ในขณะนั้นที่เราจะยกจิตออกเราจะเห็นเหตุแห่งทุกข์ปรากฎเราจึงยกจิตออกเพราะรู้แล้วว่าหากกระทำลงไปจะเกิดเป็นทุกข์ นี่คือการสำรวมระวังจิตของตัวผมเอง(ในความเข้าใจเอง)จึงทำให้รู้ว่าหากขันธ์ 5 ไม่สมบูรณ์อาสวะจะไม่เกิดจนเข้าใจสิ่งที่ครูบาอาจารย์หลายๆท่านได้กล่าวไว้ว่าอยู่ที่ปัจจุบัน ให้อยู่กับปัจจุบัน เห็นเหตุก็ปัจจุบัน ดับก็ดับที่ปัจจุบัน ขอให้เจริญในธรรมครับ
     
  16. ไม่ยึด

    ไม่ยึด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +263
    ดูตลอดแหละครับ พยายามอยู่นะ อินทรีย์อาจไม่แก่กล้า ยังอ่อนด๋อยอยุ่ แต่ก็ยังหาเวลาทำอยุ่ เอาแค่สติอยุ่กับตัวนี่ก้ยากแล้วพี่ชาย ขับรถใจลอยเลยแยกประจำ แหะ สวัสดีปีใหม่ครับ:cool: ฟัง 50 รอบ (คิดได้ละ) จะลองทำต่อดู มันลืม ความจำสั้นมากๆเลยครับ กลัว อัลไซด์เมอร์ ตะหงิดๆละ
     

แชร์หน้านี้

Loading...