หลวงปู่ดือ อินฺทธมฺโม พระเกจิร่วมสมัยหลวงปู่มี

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 20 พฤษภาคม 2007.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    19,919
    กระทู้เรื่องเด่น:
    154
    ค่าพลัง:
    +62,256
    หลวงปู่ดือ อินฺทธมฺโม พระเกจิร่วมสมัย'หลวงปู่มี'

    หลวงปู่ดือ อินฺทธมฺโม พระเกจิร่วมสมัย"หลวงปู่มี"

    คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

    เชิด ขันตี ณ พล



    [​IMG]

    "หลวงปู่ดือ อินทธมฺโม" หรือ "พระครูพิสัยนวการ" วัดโพธาราม บ้านดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าอีกรูปหนึ่งที่วัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีพลังจิตที่แก่กล้า พลังใจที่เข็มแข็ง และเรืองวิทยาคม

    หลวงปู่ดือ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคอีสาน ร่วมสมัยกับหลวงปู่มี กนฺตสีโล วัดแวงดง

    แม้ทั้งสองท่านจะมรณภาพไปนานหลายปีแต่ยังอยู่ในศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวอีสานตราบจนปัจจุบัน

    อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า พุทธา พวงศรีเคน เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2454 ณ บ้านดงบัง ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายสิงห์และนางเม พวงศรีเคน

    หลังจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนประชาบาลบ้านดงบัง จากนั้นได้ช่วยงานครอบครัวทำไร่ทำนาอยู่ประมาณ 2 ปี

    ด้วยความเป็นผู้มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรม ได้ขอให้บิดามารดา นำไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดในหมู่บ้าน

    ต่อมาครั้นอายุครบ 20 ปี ในปีพ.ศ.2475 ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดโพธาราม มีพระครูจันทสีตลคุณ เจ้าคณะแขวง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูปลัดดำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระครูจันดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=1><TBODY><TR bgColor=#ffe9ff><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>

    หลังอุปสมบทแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความขยันขันแข็งที่วัดในหมู่บ้าน ต่อมาได้เดินทางไปจำพรรษาที่วัดบ้านดอนหมี ต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น เป็นสำนักเรียนใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคนั้น

    มุมานะเรียนมูลกัจจาย บาลี ไวยากรณ์ ศึกษาอักขรโบราณ อักษรขอม อักษรธรรม ไทยน้อย จนจบหลักสูตร นอกจากนี้ ยังเรียนเทศก์ปุจฉา วิสัชนา จนมีความรู้อย่างแตกฉาน

    พ.ศ.2487 หลวงปู่ดือ เดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธารามบ้านเกิด เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่ญาติโยมอย่างรวดเร็วเนื่องจากท่านเทศก์ปุจฉา วิสัชนา ได้อย่างเฉียบแหลม เนื่องจากท่านเรียนหนังสือเก่ง

    หลวงปู่ดือ ยังให้ความสนใจศึกษาด้านไสยเวทย์ ขอฝากตัวเป็นศิษย์กับพระครูจันทรสีตลคุณ และพระครูจันดี พ.ศ.2490 หลวงปู่ดือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธาราม ช่วงนี้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังมาก เคียงคู่กับหลวงปู่มี วัดแวงดง บรรดาญาติโยมทั้งใกล้และไกลต่างเดินทางมารับฟังธรรมและปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่เข้มขลังจากหลวงปู่ดือ อย่างคลาคล่ำทั้งในวันธรรมดาและวันสำคัญทางศาสนา

    หลวงปู่ดือ ได้จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นที่วัดโพธาราม ละยังเปิดสอนอักษรธรรมโบราณ สนับสนุนให้พระเณร ศึกษาค้นคว้านำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบันทึกไว้เพื่อการศึกษา

    หลวงปู่ดือ ยังมีจิตใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยเฉพาะภายในวัดโพธาราม มีภาพเขียนสีโบราณอายุหลายร้อยปีสภาพสวยมากคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

    ตำแหน่งงานด้านปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2490 เป็นเจ้าคณะตำบลภารแอ่น พ.ศ.2506 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรีที่ "พระครูพิสัยนวการ" พ.ศ.2512 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม

    พ.ศ.2515 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนาดูน

    คำสอนที่หลวงปู่ดือ พร่ำสอนญาติโยม คือ "ให้สำนึกถึงความตายเสมอและถามตนเองว่าก่อนตายได้ทำความดีอะไรให้เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณชน ถ้ายังไม่มีให้รีบละเว้นการทำชั่ว และมาบำเพ็ญทำความดีเสียตั้งแต่วันนี้ หรือถ้าทำดีอยู่แล้วก็ให้เพียรสร้างคุณความดีต่อไป"

    แม้หลวงปู่ดือ จะล่วงเข้าสู่ปัจฉิมวัย แต่สุขภาพของท่านยังแข็งแรงเดินเหินสะดวก รับกิจนิมนต์เป็นปกติ แต่ท่านได้มรณภาพลงแบบที่ญาติโยมคาดไม่ถึง โดยกุฏิของท่านที่จำวัดอยู่ได้เกิดเพลิงไหม้ ในคืนวันที่ 17 กรกฎาคม 2546

    ญาติโยมใช้บันไดพาดหน้าต่างให้ท่านลงมา แต่หลวงปู่ดือ กลับโบกมือลา ขอทิ้งสังขารอยู่ในกองเพลิง สิริอายุ 93 พรรษาที่ 71

    ถึงแม้หลวงปู่จะละสังขารไปแล้วแต่คุณงามความดีของท่านยังคงปรากฏอยู่ในจิตใจของพุทธศาสนิกชนตราบจนปัจจุบัน

    ---------------
    ที่มา:ข่าวสด
    http://www.matichon.co.th/khaosod/k...g=03bud03200550&day=2007/05/20&sectionid=0307
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...