หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม พระอริยเจ้าฯ ผู้สงเคราะห์โลก

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย อโศ, 21 กุมภาพันธ์ 2011.

  1. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,689
    ค่าพลัง:
    +5,830
    หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม
    พระอริยเจ้าฯ ผู้สงเคราะห์โลก


    จากหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
    คอลัมภ์ คาบใบลานผ่านลานพระ


    ท่านสงเคราะห์ผู้คนจำนวนมากทั้งใกล้ไกลเหลือจะคณานับ สิ่งที่พยายามพร่ำสอนคือ ให้ยึดมั่นในไตรสรณคมณ์ ไม่สร้างเวรสร้างกรรม ปกป้องกายใจด้วยศีลด้วยธรรม ให้รักษาศีลภาวนา....


    ในช่วงที่โยมมารดาของพระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม ยังไม่สิ้นนั้น ท่านไม่ค่อยมีกิจนิมนต์ทางไกลเท่าใดนัก มักจะอยู่แต่ในวัดหรือบริเวณแถวหมู่บ้าน ถ้าโยมผู้ใดมาขอพบแล้วไม่เจอท่าน ต้องถือว่าโชคไม่ดีมาก ต่อมาเมื่อโยมมารดาถึงแก่กรรมแล้ว ท่านเองก็อาพาธต้องเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ต้องมาตรวจตามแพทย์นัดเสมอๆ พลอยทำให้ได้มาโปรดญาติโยมในกรุงเทพฯ บ่อยขึ้น

    ประมาณปี 2537 คณะศิษย์จากกรุงเทพฯ ได้ร่วมกันถวายรถเก๋งยี่ห้อโฟล์ค เวนโต้ (VENTO) เพื่อให้ท่านสะดวกในการเดินทาง ถือว่าเป็นรถคันแรก ซึ่งท่านก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ท่านจะแวะไปโปรดญาติโยม|ที่มีทุกข์มากๆ เมื่อเขาดีขึ้นแล้วท่านก็จะห่างออกมา

    เวลาท่านสอนญาติโยมนั้นเป็นที่ น่าสังเกตว่า
    ท่านมักจะยกคำพ่อแม่ครูอาจารย์มาสาธกเสมอ
    ถ้าไม่พูดว่า “พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า...ก็มักจะพูดว่าท่านพ่อลีว่า...หรือ หลวงตาว่า...” เสมอ


    ท่านมักแนะให้ญาติโยมสวดคาถาของพระอาจารย์ลี
    บทที่ว่า “อรหัง พุทโธ อิติปิโส ภควา นะมามิหัง”

    ท่านสงเคราะห์ผู้คนจำนวนมากทั้งใกล้ไกลเหลือจะคณานับ สิ่งที่พยายามพร่ำสอนคือ ให้ยึดมั่นในไตรสรณคมณ์ ไม่สร้างเวรสร้างกรรม ปกป้องกายใจด้วยศีลด้วยธรรม ให้รักษาศีลภาวนา ฯลฯ ซึ่งบรรดาคนทุกข์ที่หลั่งไหลมาให้ท่านช่วยนั้น ถ้าทำตามที่ว่าแล้วมักมีชีวิตดีขึ้นโดยถ้วนหน้า ขณะเดียวกันเมื่อมาขอให้ท่านเป่ารักษา ขอน้ำมนต์หรือขอธูปเสกไปใช้แล้วมักมีประสบการณ์แปลกๆ เป็นที่อัศจรรย์เสมอ ผู้คนจึงโจษขานกันว่า ท่านเป็นพระศักดิ์สิทธิ์

    แม้แต่คนใกล้ชิดบางคน ก็จำไม่ได้ว่า พระอาจารย์ฟักเริ่มเสกธูป เป่ารักษาโรค ทำน้ำมนต์เมื่อไหร่ แต่สำหรับชาวสามผานแล้ว พระอาจารย์ฟักรณรงค์ให้พวกเขาเลิกใช้สารเคมีในเรือกสวนไร่นามาตั้งแต่ปี 2519

    ท่านว่าการทำมาหาเลี้ยงชีพต้องไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ถ้าใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงก็ไม่รู้ว่ามีสัตว์กี่มากน้อยที่ต้องตกตายไป สัตว์ก็มีชีวิตเหมือนกับเรา ภพนี้เราเป็นมนุษย์ก็จริง แต่ถ้าทำไม่ดี ภพหน้าอาจจะตกต่ำลงไปกว่านี้ก็ได้

    “ถ้าเราทำดี อย่างต่ำก็จะได้เป็นมนุษย์ แต่ถ้าไปทำร้ายเขาตรงนี้ อนาคตเราอาจจะไปเป็นอย่างนั้น หนอนในถังส้วม ให้ระวังไว้นะ ให้ระวังไว้ มันมีสิทธิเป็นอย่างนั้นได้...ถ้าเราเลี้ยงชีพโดยไม่เบียดเบียนซึ่งกันและ กัน มันจะทำให้เราเป็นสุข ทุกภพทุกชาติไป...”

    ท่านมิได้บอกแค่ให้ เลิกใช้ยาปราบศัตรูพืชซึ่งเบียดเบียนชีวิตสัตว์ เบียดเบียนตัวเองเพราะทำให้ผู้ใช้เจ็บป่วย ทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายเปล่าๆ หากแต่ยังหาทางออกอื่นให้โดยเสกน้ำมนต์ให้เอาไปรดผลหมากรากไม้แทน

    น่าอัศจรรย์ว่า มันได้ผลจริงๆ

    ชาวสวนจันทบุรีแถบนั้นจำนวนมากจึงเลิกใช้ยาปราบศัตรูพืช หันมาใช้น้ำมนต์ของท่านแทน แม้แต่ยามเก็บเกี่ยวผลผลิต บางปีมีมดขึ้นเยอะจนยากที่จะเก็บไปขายได้ พอมากราบเรียนขอให้ท่านช่วย ท่านก็ว่า “ให้ใช้น้ำมนต์รดถี่ๆ ขึ้น เดี๋ยวเขาก็ไป”

    ไม่เพียงแต่ใช้ น้ำมนต์มารดผลหมากรากไม้ป้องกันแมลงศัตรูพืช ปรากฏว่า เมื่อมีผู้นำน้ำมนต์ของท่านไปให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลดื่ม ไม่ว่าคนท้องแก่จะคลอด หรือคนป่วยไข้ด้วยอาการบางโรคก็มีอาการดีขึ้น จนแพทย์ต้องแอบใช้น้ำมนต์ของท่านในโรงพยาบาลเพื่อจะได้ประหยัดค่ารักษา พยาบาล ไม่ต้องผ่าตัดคลอดให้เปลืองเงินเปลืองทอง เปลืองเวล่ำเวลากันอีก

    ในเรื่องธูปเสกนั้น พระอาจารย์ฟักเคยทำเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อมีผู้นำไปใช้แล้วก็ร่ำลือกันว่า ทำให้ค้าขายดี จึงมีคนมาขอให้ท่านเสกธูปให้อีก เพราะเชื่อกันว่า ถ้าวันไหนอยากค้าขายดีให้จุดธูปที่ท่านเสกให้ แล้วสวดคาถาพระอาจารย์ลีก็จะขายดิบขายดี ถ้าจะไปเจรจาความกับใครก็จะประสบความสำเร็จ

    เมื่อมีคนมาขอท่านก็จะ เทศน์ให้ฟังว่า “การเสกธูปมันเป็นเรื่องงมงาย ไม่ใช่วิถีของท่าน” แต่เมื่อมีผู้เรียนถามว่า แล้วผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นจากอะไร มิใช่จากธูปหรือ ท่านก็อธิบายให้กระจ่างว่า “ธูปเป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยว ความจริงก็คือ การที่เราจุดธูปไหว้พระก็คือ การไหว้พระพุทธเจ้าโดยผ่านธูปของท่านนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพราะแรงศรัทธาในพุทธศาสนาต่างหาก”


    เรื่องการเป่ารักษานั้น ท่านว่าเป็นเรื่องอจินไตย


    ท่าน เริ่มเป่ารักษาในปี 2548 ด้วยการเป่ารักษาพระอุปัฏฐากซึ่งอาพาธเป็นเนื้องอกที่ลูกนัยน์ตา ปรากฏว่าได้ผล เมื่อมีผู้ทราบเรื่องก็หลั่งไหลมาขอให้ท่านเป่ารักษาโรคต่างๆ อยู่ไม่ขาดสาย วันหนึ่งหลายร้อยคน

    แม้จะเหนื่อยแต่ท่านก็มีความสุข กับการช่วยคน ไม่เคยเห็นท่านบ่นว่า คนมากไปเป่าไม่ไหว หรือขอให้กลับไปก่อน ท่านจะเป่าไปเรื่อยๆ จนหมดครบทุกคน ไม่ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดไหนก็ตาม แต่บางครั้งก็มีคนป่วยมาปลุกให้ช่วยตอนตี 2 ตี 3 ซึ่งท่านก็แนะนำว่า “น่าจะไปพบแพทย์มากกว่ามาปลุกอาตมาเพราะอาตมาไม่ใช่หมอ”

    ท่านสอน ศิษย์เสมอว่า การภาวนาสามารถรักษาโรคได้ ที่มีผู้ลือว่าท่านเป็นพระศักดิ์สิทธิ์นั้นจริงๆ แล้วอยู่ที่ตัวของเราเอง เมื่อเรามีความเคารพศรัทธาเลื่อมใสในองค์ท่าน เราก็จะปฏิบัติตามที่ท่านสอน ท่านบอกให้รักษาศีลเราก็ทำตาม

    ฉะนั้นความศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้นจากผลที่เราปฏิบัตินั่นเอง

    กรณีนายหมีคนไกลวัดแห่งบ้านสามผานนั้น เป็นกรณีตัวอย่างแรกๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้น

    นายหมีไม่รักษาศีล 5 ซ้ำยังออกหวยเถื่อน ต้มเหล้าเถื่อนขาย อยู่มาวันหนึ่งท้องนายหมีก็ปูดโปนขึ้นมา เพื่อนบ้านก็ว่าเป็นโรคท้องมานให้พากันเตรียมเอาไปส่งสถาบันโรคมะเร็ง แต่เมื่อพระอาจารย์ฟักไปเยี่ยมถามไถ่อาการว่า “เป็นอย่างไรบ้างนายหมี” ว่าแล้วก็เอามือจับท้องนายหมีดูแล้วก็แนะว่า “ให้สวดมนต์ไหว้พระแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรนะ” นายหมีก็รับคำ นายหมีทำตามว่าอยู่ไม่กี่วันก็หลับฝันเห็นว่า มีตัวอะไรไม่รู้ยาวๆ ออกมาจากจมูกคล้ายกับเส้นหมี่ พอเอามือสาวดึงออกมาก็ไหลออกมาเรื่อยๆ สุดท้ายกลายเป็นดอกบานไม่รู้โรย จากวันนั้นนายหมีหายป่วย ทุกวันนี้เขารับไตรสรณคมณ์ ท่านพาทำอะไรก็ทำจนมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ

    ท่าน สงเคราะห์ญาติโยมในแบบฉบับของท่าน ซึ่งยังผลให้ผู้ทุกข์ร้อนเหล่านั้นได้ปลดเปลื้องความทุกข์ของตัวและเชื่อ มั่นในพระรัตนตรัยมากยิ่งขึ้น เรื่องราวเหล่านี้มีมากมายเล่าขานกันไม่มีวันจบสิ้น และผู้ได้รับการสงเคราะห์จากนั้นก็มีจำนวนมาก ไม่ว่ายากดีมีจน เห็นได้จากยามที่ท่านอาพาธ เพียงมีข่าวแพร่กระจายออกไปเพียงวันเดียว ก็จะมีผู้คนที่เคารพศรัทธาท่านแห่มาเยี่ยมจำนวนมากในทันทีทันควันเสมอไป

    ความเมตตาของพระอาจารย์ฟักนี้สาธุชนทั้งหลายที่ได้รู้จักท่านย่อมประจักษ์เรื่อง นี้แก่ใจกันถ้วนหน้า ท่านว่า “พระในประเทศไทยไม่มีใครเหมือนเรา มีที่ไหนเปิดโทรศัพท์มือถือ 24 ชั่วโมง เราน่ะสงสารเขานะ” แต่ผลจากการนั้นก็ทำให้ท่านได้สงเคราะห์โลกแบบไร้สายจริงๆ

    บางคน สามีเจ็บป่วยหนักกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกลางดึก โทรศัพท์มาขอให้ท่านเมตตาให้ ปรากฏว่าพอเล่าเรื่องให้ฟังเสร็จ ท่านก็ถามชื่อนามสกุล ตัวสะกดแล้วบอกว่า อีก 10 นาทีให้โทร.กลับมาใหม่ พอโทร.ไปท่านก็ถามว่าเป็นอย่างไร เมื่อเรียนว่า ดีขึ้นแบบทรงๆ ท่านก็ว่า อีก 15 นาทีให้โทร.มาอีก หายไปตามเวลาที่ว่า พอโทร.กลับมาก็ปรากฏว่า คนเจ็บดีขึ้นมากอาการเจ็บไข้ได้ปวดเหลือเพียง 2% เท่านั้น


    พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม ได้กล่าวถึงพระจารย์ฟักว่า ท่านมีความสมบูรณ์มาก

    “ความงามของท่านก็คือมีจิตใจน้อมเข้าสู่เมตตาอย่างเต็มที่ ไอ้ความเมตตาของท่านที่ครอบโลกธาตุของลูกศิษย์ลูกหาและคนที่เข้ามาเกี่ยว ข้องกับท่าน เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาหาหลวงปู่ฟักจะได้รับความอบอุ่นและไม่มีเบื่อเลย ไม่ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนหรือคุยอะไรก็ไม่เบื่อ
    อันนี้เพราะความเมตตาของท่าน ถ้าเป็นรูปอื่นก็ยังเบื่อ

    ถ้า พระทุกรูปมีความเมตตาเหมือนท่านจะทำให้ญาติโยมได้รับความอบอุ่น สังคมชาวพุทธเราก็จะอบอุ่นมาก แต่พระเรายังมีความเห็นแก่ตัวอยู่มากกว่า ยังขาดเมตตาอยู่ ศรัทธาญาติโยมเลยขาดความอบอุ่น สังคมเราถึงยังขาดความอบอุ่น...”

    แม้ธาตุขันธ์จะไม่เป็นปกติเช่น แต่ก่อน แต่พระอาจารย์ฟักก็ยังเดินหน้าสงเคราะห์ผู้คนไปทั่ว ยิ่งเมื่อพระอาจารย์มหาบัว เริ่มโครงการช่วยชาติบิณฑบาตยกแผ่นดิน ด้วยการหาเงินเข้าคลังหลวง ท่านก็ยิ่งทุ่มเทสรรพกำลังที่มีทั้งหมดเพื่อให้โครงการของพ่อแม่ครูอาจารย์ บรรลุผลสำเร็จ
    นี่เป็นเหตุให้ต้องเดินทางไปเหนือจรดใต้ และเป็นผู้แทนของพระอาจารย์มหาบัวไปรับกฐินช่วยชาติยังสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ
    ขณะ เดียวกันท่านก็ได้นำคณะศิษยานุศิษย์จัดงานสมทบทุนช่วยชาติ 4 ครั้งคือในปี 2541 2543 2546 และ 2547 ที่วัดเขาน้อยสามผาน ได้ทองคำ เงินดอลลาร์ และเงินบาทสมทบเข้าคลังหลวง 72 ล้านบาท โดยมิได้ใช้เงินวัด
    เลย


    20 กุมภาพันธ์ 2554
     
  2. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,689
    ค่าพลัง:
    +5,830


    [​IMG]


    ตัวอย่างจดหมายที่หลวงตามหาบัวเขียนถึงหลวงปู่ฟัก


    รับที่ 11 มิ.ย. 2516
    วันที่ 8 มิ.ย. 2516

    ท่านฟักทราบ

    ผม รอจดหมายท่านอยู่หลายวัน เพราะกลัวเช็คสูญหายกลางทาง เพิ่งได้รับตอบจากท่านวันนี้ เช้านี้ผมเขียนถึงท่านและใส่ซองติดแสตมป์เรียบร้อยแล้วจะส่งวันรุ่งขึ้น เลยต้องฉีกทิ้ง เขียนใหม่อยู่ขณะนี้ เช็คจะเข้าบัญชีเสร็จหรือไม่เสร็จก็ตาม ที่ถูกท่านควรตอบรับก่อนหลังจากรับเช็คและจดหมายแล้ว ดังที่ท่านตอบรับผมฉบับก่อนนี้ ดังที่ท่านตอบรับผมฉบับก่อนนั้นถูกต้องแล้ว ทางโน้นก็หายห่วงไปเป็นพักๆ ส่วยขึ้นเงินได้เรียบร้อยแล้ว หรือขึ้นไม่ได้ บอกไปอีกครั้งหนึ่งนั้น เช็คเหล่านี้แน่นอน 100% เป็นเพียงช้าบ้างเป็นธรรมดาเท่านั้น


    เรื่องที่ท่านปรึกษาไปนั้น ผมพิจารณาแล้ว ได้ความตามภาษาของผมว่า “ควรพักไว้ก่อน” แม้ไม้เศษยังมีอยู่ก็เก็บไว้เรียบร้อยเสีย เมื่อตกหน้าแล้งค่อยเริ่มทำกันใหม่ ทั้งนี้มิได้หมายความว่า “เงินจะไม่พอ” แต่หมายถึงงานจะพร่ำเพรื่อเรื้อรัง เสียงทางด้านจิตตภาวนาและความสงบที่ควรได้รับเป็นคู่กันไป ขณะนี้กำลังย่างเข้าหน้าฝนและพรรษากาล ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับสมณธรรมทางใจอยู่แล้ว เผื่อเราและเพื่อนฝูงจะได้มีโอกาสบำเพ็ญเต็มเม็ดเต็มหน่วย อันเงินสำหรับค่าก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เมื่อเริ่มสร้างหากค่อยๆ มีมาเอง ผมเองไม่วิตกกับสิ่งเหล่านี้ยิ่งกว่าความเพียรทางใจ

    ฉะนั้นควรสงวน เวลาในกาลที่ควรสงวน ออกพรรษาหน้าแล้งค่อยพิจารณากันตามที่เห็นควร ระยะนี้พอศาลาอันเป็นอันเป็นส่วนจำเป็นเสร็จผ่านไปแล้ว ขอให้พากันพักงาน แล้วเริ่มเร่งทางจิตตภาวนาเข้าให้มาก อย่าสนใจกับอะไรภายนอกต่อไปอีกสนใจเฉพาะใจกับธรรม คือ สติ ปัญญา ความเพียรต่อไป นี่เป็นความเหมาะสมสำหรับพระปฏิบัติเรา การทำงานจิตต้องคิดพะวงในงานเป็นธรรมดา ทำสิ่งใดใจต้องคิดกังวลกับสิ่งนั้น จึงควรได้พักผ่อน หย่อนเวลาเพื่อความพอดี

    รักเมตตา
    บัว

    [​IMG]


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 กุมภาพันธ์ 2011
  3. nantapong

    nantapong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    913
    ค่าพลัง:
    +2,154
    [​IMG]

    กราบ กราบ กราบ หลวงปู่ฟัก สนฺติธมฺโม ครับ
     
  4. ๒ อัฐ

    ๒ อัฐ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    333
    ค่าพลัง:
    +140
    กราบนอบน้อมพ่อแม่ครูอาจารย์ครับ อนุโมทนาเจ้าของกระทู้ครับ สาธุ สาธุ สาธุ
     
  5. dangcarry

    dangcarry เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2005
    โพสต์:
    1,396
    ค่าพลัง:
    +4,310
    ขอกราบน้อบน้อม องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
    ขอกราบน้อบน้อม หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม
    ขออนุโมทนา กับท่านอโศ ค่ะ
     
  6. jowpoy

    jowpoy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    326
    ค่าพลัง:
    +758
    กราบนมัสการจิตสังขารหลวงตาบัว และหลวงปู่ฟักครับ
     
  7. ปัทมินทร์

    ปัทมินทร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    467
    ค่าพลัง:
    +1,393
    ทุกๆเช้า ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน จะอาราธนาพระหินหยกขึ้นคอทุกเช้า ระลึกถึงท่านพ่อลี หลวงปู่ฟัก หลวงตามหาบัว ระลึกถึงองค์ท่านที่เมตตาสงเคราะห์โลกอย่างสุดความสามารถเกินกว่าที่จะมีบุคคลใดๆโดยทั่วไปสามารถกระทำเช่นองค์ท่านทั้ง 3 ได้ ซึ่งเป็นแบบอย่าง เป็นกำลังใจให้เราเดินตามองค์ท่าน เพื่อความสุข เพื่อบารมีของผู้ประพฤติธรรมตามทางที่ท่านได้ดำเนินเป็นแบบอย่างไว้ก่อนแล้ว
     
  8. wiraj

    wiraj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2010
    โพสต์:
    390
    ค่าพลัง:
    +1,630
    ท่านอาจารย์ ผมคิดถึงท่านอาจารย์เหลือเกิน ผ่านไปหลายปีแล้ว นึกทีไร น้ำตาไหลทุกที
     

แชร์หน้านี้

Loading...