เรื่องเด่น หลวงปู่มั่น โปรดชาวบ้าน ป่วยโรคระบาดทั้งหมู่บ้าน

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์, 1 เมษายน 2020.

  1. โพธิสัตว์

    โพธิสัตว์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    113
    กระทู้เรื่องเด่น:
    92
    ค่าพลัง:
    +704
    maxresdefault.jpg

    หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โปรดชาวบ้านป่วยโรคเรื้อนระบาดทั้งหมู่บ้าน ฉันข้าวเปื้อนน้ำเหลือง



    มีอยู่สถานที่หนึ่งที่หลวงปู่มั่น (พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) เดินทางไปปฏิบัติสมณธรรมอยู่ในเขตอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับหมู่บ้านโรคเรื้อน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน เป็นโรคเรื้อนมาอยู่รวมกัน

    เพราะในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ชาวบ้านเหล่านี้ได้เคยอาศัยอยู่ร่วมกับคนปกติ ต่อมามีโรคเรื้อนระบาด ชาวบ้านที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนจึงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ด้วยเหตุว่ารังเกียจและกลัวการติดต่อบุคคลเหล่านี้จึงมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ณ บริเวณใกล้ลำน้ำแม่งัด ในเขตอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

    หมู่บ้านแห่งนี้เอง หลวงปู่ท่านมีโอกาสได้พบกับหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ท่านทั้งสองได้แลกเปลี่ยนทัศนธรรมกันระยะหนึ่ง ภายหลังหลวงปู่สิม ท่านได้ออกเดินทางไปแสวงหาวิเวกในสถานที่อื่นต่อไป แต่หลวงปู่มั่นท่านยังคงได้อยู่โปรดชาวบ้านต่อ

    ทีแรกที่หลวงปู่มั่นได้เดินทางมาถึงที่นี่ใหม่ๆ ท่านได้สอบถามชาวบ้านถึงข้อขัดข้องของชาวบ้านในการที่หลวงปู่จะมาร่วมอาศัยอยู่ด้วย ชาวบ้านเหล่านี้ก็มิได้ขัดใดๆ แต่กลับมีความยินดีอย่างยิ่ง เพราะการที่หลวงปู่มั่นได้มาปฏิบัติอยู่ในสถานที่นี้ ชาวบ้านเขาจะได้มีโอกาสทำบุญทำทาน และได้ฟังธรรมจากท่าน โดยชาวบ้านได้ตอบหลวงปู่ว่า

    "นิมนต์ตุ๊เจ้า นิมนต์มาอยู่กับพวกกระผมนานๆ เน้อ!"

    เมื่อเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านทั้งหลายจึงกุลีกุจอช่วยท่าน ทำที่พักถวายหลวงปู่ พอเป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจได้ตามอัตภาพ ท่านอาศัยอยู่กับชาวบ้านตามปกติ ทำข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ
    โดยมิได้แสดงอาการรังเกียจชาวบ้านแต่อย่างใด

    การบิณฑบาตขบฉันของท่านอาหารที่ได้มาจากชาวบ้านโรคเรื้อน ซึ่งมือไม้มีแต่น้ำเหลืองไหลเยิ้ม มาหยิบจับอาหารใส่บาตร ทำให้ข้าวปลาอาหาร เปื้อนไปด้วยน้ำเลือดน้ำเหลือง แต่หลวงปู่ท่านก็ขบฉันตามปกติ โดยที่ท่านมิได้กลัวว่าโรคจะติดต่อท่านเลย

    หลวงปู่ได้เล่าให้ฟังว่า

    "บางครั้งนะ ตอนอาตมาออกบิณฑบาต ขณะชาวบ้านจับอาหารใส่บาตร น้ำเหลืองก็ได้หยดลงมาในบาตรด้วย อาตมาก็มิได้รังเกียจแต่อย่างใด นำกลับมาฉันตามปกติ"

    หลวงปู่มั่นปฏิบัติดังนี้ทุกวัน แต่ชาวบ้านก็ยังคลางแคลงสงสัยอยู่ว่าหลวงปู่ไม่รังเกียจพวกตนจริงหรือ หรือว่ารับบาตรแล้วนำไปเททิ้ง จึงพากันมาแอบดู ผู้คนเหล่านั้นได้เห็นในสิ่งที่หลวงปู่ปฏิบัติแล้ว จึงได้ประจักษ์แจ้งแก่สายตาของตนเองกันถ้วนทั่วทุกตัวคน การที่หลวงปู่ท่านตัดสินใจอยู่ร่วมกับชาวบ้านโรคเรื้อน และขบฉันอาหารของเขาโดยมิได้รังเกียจ หรือกลัวติดโรคจากเขาเหล่านั้น

    ก็เพราะหลวงปู่ท่านได้พิจารณาแล้วว่า

    "สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตน
    อันนี้มันเป็นกรรมแต่ของเขา

    ถ้าหากเราไม่เคยทำเวรทำกรรมร่วมกันกับเขา
    เราคงจะไม่เป็นอะไร หากแต่เราเคยทำกรรมร่วมกันกับเขามา จะอย่างไรคงจะหลีกไม่พ้น

    อย่างนั้น ก็ให้มันเป็นไปซะ
    เรามันเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม"

    เมื่อท่านพิจาณาอย่างนี้ ท่านจึงมิได้เกิดความรังเกียจใดๆ เลย ณ ที่แห่งนี้ หลวงปู่ทำความเพียรอย่างเต็มที่ ทั้งนั่งสมาธิ เดินจงกรม ข้อวัตรต่างๆ ท่านถือปฏิบัติอย่างมิได้ขาดตกบกพร่องเลย คืนหนึ่งขณะที่ท่านกำลังเดินจงกรมอยู่ มีเสือใหญ่มาร้องคำรามอยู่ที่เชิงเขา

    ซึ่งไม่ห่างจากที่พักของหลวงปู่เลย แต่หลวงปู่ท่านก็มิได้ประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด ท่านกับกล่าวขึ้นว่า "เออ! แกนะมานี่แล้วหรือ เอ้า! มาก็มา เราจะเดินจงกรมอยู่ที่นี่ จะกินก็กิน เราไม่สนใจ"

    และแล้วเสือใหญ่ตัวนั้นก็หนีจากไป

    หลวงปู่มั่นพำนักปฏิบัติอยู่หมู่บ้านโรคเรื้อนแห่งนั้น ประมาณ 1 เดือน

    การปฏิบัติภาวนาของหลวงปู่ ณ ที่แห่งนี้ นับว่าได้ผลพอสมควร เกิดปีติอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน อันเกิดจากการถือปฏิบัติอย่างไม่กลัวแม้แต่ความตาย

    ยอมเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ก็ย่อมได้อานิสงส์ในการปฏิบัติอย่างแท้จริง เมื่อหลวงปู่อยู่โปรดชาวบ้านแห่งนั้นตามสมควรแล้ว ท่านจึงได้เดินทางกลับไปยังธาตุแม่โกน เพื่อไปพบกับพระอาจารย์เนียม และร่วมกันเดินทางไปกราบหลวงปู่มั่น ระหว่างที่เดินทางไปพบหลวงปู่มั่นด้วยกัน พระอาจารย์เนียมได้สอบถามถึงการภาวนาของหลวงปู่ และได้ทราบว่าหลวงปู่ไปอาศัยร่วมกับชาวบ้านโรคเรื้อน จึงเกิดความรังเกียจ และเกรงว่าหลวงปู่จะนำเอาโรคเรื้อนไปติดหมู่คณะ ครั้นเมื่อพบกับหลวงปู่มั่นแล้ว พระอาจารย์เนียม จึงได้กราบเรียนแก่หลวงปู่มั่นว่า

    "ท่านเหรียญน่ะ ไปอยู่กับคนเป็นขี้ทูด ผมกลัวว่าจะเอาโรคขี้ทูดมาแพร่เชื้อให้กับหมู่คณะครับ"

    หลวงปู่มั่น กล่าวว่า...
    "เรื่องนี้มันเป็นแต่กรรมแต่เวรของคน ถ้ากรรมเราเวรเราไม่มี ไม่เป็นไรดอก"

    สิ่งที่หลวงปู่มั่นกล่าวแก่พระอาจารย์เนียมนั้นก็ตรงกับความคิดของหลวงปู่
    จึงทำให้หลวงปู่ท่านเกิดความปีติมากขึ้น แต่หมู่คณะก็ยังไม่คลายรังเกียจ และหวาดกลัวว่าจะติดโรคเรื้อนจากหลวงปู่

    ต่อเมื่อเวลาผ่านไป ก็มิได้มีภิกษุรูปใดติดโรคจากหลวงปู่เลย เรื่องนี้จึงเงียบไป พร้อมกับกาลเวลา หลังจากนั้น หลวงปู่มั่นจึงได้พาคณะเที่ยวจาริกแสวงหาวิเวกตามสถานที่ต่างๆ อยู่ระยะหนึ่ง




    ที่มา : พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) จัดพิมพ์บรรณาการ เนื่องในงานเสด็จพระราชทานเพลิงศพ
    และอนุโมทนา เหนือโลก - NuaLok
     

แชร์หน้านี้

Loading...