หลวงปู่มีชัย กามฉินโท วัดปราการชัยพัฒนาราม สุรินทร์

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย Noo Norway, 12 พฤษภาคม 2015.

  1. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    สวัสดีค่ะทุกท่าน

    เนื่องจาก "อ.จเร ดวงธรรมและหนู" ได้มารู้จักหลวงปู่มีชัยและเกิความเคารพศรัทธาท่านเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นมาก็ได้น้อมถวายงานบุญต่างๆแด่ท่านระยะนึงแล้ว (ทั้งทางเว็บพลังจิต ทางไลน์และทางเฟสบุ๊ค) ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับท่านมาพอสมควร ทั้งในด้านจริยวัตรปฏิปทา ประสบการณ์ปาฏิหารย์และวัตถุมงคลต่างๆ เราทั้งสองจึงมีความประสงค์อยากเผยแพร่เกียรติคุณของท่านในรูปแบบที่เราได้สัมผัสมา จึงตัดสินใจเปิดกระทู้นี้เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาต่อหลวงปู่มีชัยทั้งหลายได้ร่วมกันแชร์เรื่องราวต่างๆตามอัธยาศัยค่ะ

    อีกทั้งกระทู้นี้จะเป็นศูนย์รวมในการประชาสัมพันธ์กระจายข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆของหลวงปู่และทางวัดด้วย

    ในฐานะที่ "อ.จเร ดวงธรรม" ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมของหลวงปู่และได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากทางวัดเป็น "ประธานกรรมการ วัดปราการชัยพัฒนาราม" และหนูเองก็ได้น้อมถวายตัวเป็นลูกสาวคนเล็กของท่านด้วยในเวลาเดียวกันกับอ.จเร เราทั้ง 2 ขอประกาศแจ้งให้ทราบว่ากระทู้นี้เปิดขึ้นเพื่อต้องการเผยแพร่เกียรติคุณหลวงปู่มีชัยเท่านั้น จึงหวังว่าท่านทั้งหลายที่เข้ามาร่วมแชร์เรื่องราวต่างๆในกระทู้นี้มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน มิได้เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์อันใดจากหลวงปู่นะคะ

    [​IMG] [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กันยายน 2015
  2. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    [​IMG]

    หนูได้เจอหลวงปู่มีชัยเป็นครั้งแรกพร้อมกับอ.จเร ดวงธรรมและคณะญาติธรรม เมื่อทริปทัวร์บุญอีสาน 13-15 มีนาคม 2557 ได้เข้ากราบท่านครั้งแรกก็เกิดความเคารพศรัทธามากกว่าทุนเดิมที่ได้เคยรู้เรื่องราวต่างๆของท่านมาก่อน ท่านเมตตามากๆ เมตตาทุกๆคนเท่ากันหมดไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะ ทุกคนประทับใจมาก ได้รับของดีจากท่านกันมาคนละหลายรายการ

    ของดีที่หนูได้รับจากท่านในครั้งนั้นหนูยังคงเก็บรักษาเป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านแจกธนบัตรขวัญถุงให้กับทุกคนในคณะ หนูได้แบ็งค์ 500 มาก็นำมาเคลือบพลาสติกอย่างดีเก็บใส่ในกระเป๋าสตางค์ไม่เคยขาด รวมทั้งทองคำเปลวด้วย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2015
  3. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ครั้งนั้นหลวงปู่ได้เมตตาลงทองให้ทุกคนในคณะด้วยค่ะ กระดาษหุ้มทองคำเปลวที่ท่านเมตตาลงทองให้ หนูนำมาเคลือบพลาสติกรวมกันกับของครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ เก็บไว้บูชาติดกระเป๋าสตางค์ไม่เคยขาดเช่นกัน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2015
  4. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    หลวงปู่มีชัยเมตตามาเข้าฝันหนูก่อนที่หนูจะได้ไปเจอท่านจริงๆที่วัดปราการชัยพัฒนารามครั้งแรกเมื่อปี 2557

    ฝันว่าหนูได้เข้าไปอยู่ในป่าดงดิบ หน้ากระท่อมไม้หลังเล็กหลังนึง หนูเข้าไปแล้วได้เจอแม่ชีท่านนึง พอท่านเห็นหนูก็ทำท่าตกใจแล้วถามว่า "เข้ามาได้ยังไง ตรงนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม บุคคลภายนอกห้ามเข้า" หนูก็ตอบท่านไปว่าหนูไม่รู้ว่ามาได้ยังไง อยู่ดีๆหนูก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร ไหนๆก็เข้ามาได้แล้ว งั้นท่านจะอนุญาตให้เจอหลวงปู่ได้ วินาทีนั้นก็มีพระสงฆ์รูปร่างเล็กห่มคลุมจีวรสีเข้มออกมายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังนั้น ตอนนั้นหนูยังไม่รู้จักว่าท่านเป็นใคร ไม่เคยเห็นท่านมาก่อน แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันศรัทธาท่านมากจนบอกไม่ถูก หนูได้ก้มลงกราบท่านแนบเท้าเลย ท่านเองก็เมตตาให้ศีลให้พรเป็นอย่างดี จากนั้นก็ได้แต่คิดไว้ในใจว่าอยากไปกราบท่านจัง สักครั้งก็ยังดี แต่คงไม่มีโอกาสมั้งเพราะท่านอยู่ถึงใต้ และหนูเองก็ไม่เคยคิดที่จะไปแถวทางใต้อยู่แล้ว แต่คงเป็นเพราะบุญสัมพันธ์และหลวงปู่ท่านคงรับรู้ถึงการตั้งจิตอธิษฐานของหนูมั้ง ทำให้หนูได้มารู้จักท่านเป็นครั้งแรกจากเว็บพลังจิตนี่แหละ จากกระทู้ของพี่ รตอ.ประกิจ

    [​IMG]

    วันนึงพี่ รตอ.ประกิจได้นำรูปหลวงปู่มาลงไว้พอหนูเห็นปุ๊บก็จำได้ทันทีว่านี่คือหลวงปู่ที่หนูเคยฝันถึงในป่าดงดิบนั่นเอง จากนั้นยิ่งทำให้ศรัทธาในองค์ท่านมากขึ้นเป็นทวีคูณ และแล้วหนูก็ได้มีโอกาสได้ไปกราบท่านโดยบังเอิญเมื่อปี 57 คือหนูได้ไปทัวร์บุญทริปอีสาน 3 วัน ก็ได้แวะไปที่สุรินทร์เพื่อไปกราบ "หลวงปู่หงษ์" ที่สุสานทุ่งมนด้วย ช่วงนั้นก็มีญาติธรรมได้ส่งข่าวมาว่าให้หาโอกาสแวะไปกราบพระรูปนึงที่อ.ปราสาท เป็นพระดี หนูก็ไปตามคำแนะนำ เมื่อไปถึงหนูถึงกลับตะลึงเพราะหลวงปู่ที่หนูไปกราบนั้นคือหลวงปู๋มีชัยนั่นเอง หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้กราบท่าน เพราะนึกว่าท่านยังอยู่ทางใต้ และแล้วสิ่งที่หนูตั้งจิตอธิษฐานไว้ก็เป็นจริง หนูได้เคยเล่าเรื่องความฝันให้หลวงปู่ฟัง ท่านฟังแล้วก็บอกอย่างอารมณ์ดีว่า "นั่นแหละ"
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 9.jpg
      9.jpg
      ขนาดไฟล์:
      152.1 KB
      เปิดดู:
      4,586
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2015
  5. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    สัจจะวาจาของหลวงปู่มีชัย กามฉินโท

    หลวงปู่จะปฎิบัติธรรมไม่ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ ไม่พบอริยะสัจสี่ จะไม่ได้เห็นแม้แต่กระดูกของหลวงปู่ แต่ถ้าหลวงปู่พบอริยสัจสี่ หลวงปู่จะนำเนื้อนาบุญมาฝากญาติโยม

    ประวัติหลวงปู่มีชัย กามฉินโท ภูมิหลัง เดิมชื่อ นายมีชัย สกุล ตรงเที่ยง ถือกำเนิดที่ บ้านยาง ต.เทนมีย์ (เดิม) ปัจจุบันเป็น ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2479 (บัตรประชาชนแจ้งเกิดผิด ที่ถูกต้อง เกิดปี 2474) เป็นบุตรของโยมพ่อใหญ่ลอย ตรงเที่ยง และแม่ไมย์ ตรงเที่ยง หลวงปู่มีชัย มีพี่น้องร่วมสายโลหิตจำนวน 9 คน เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางน้ำ(จมน้ำ)ในวัยเด็กหนึ่งคนเหลือ 8 คน ดังนี้คือ...

    1. นาย มูล ตรงเที่ยง (เสียชีวิตแล้ว)
    2. นายเป็จ ตรงเที่ยง (เสียชีวิตแล้ว)
    3. นายปราโมทย์ ตรงเที่ยง (ยังมีชีวิตอยู่)
    4. นางเปา อยู่ปูน (เสียชีวิตแล้ว)
    5. นางปาย ลำภู (ยังมีชีวิตอยู่)
    6. นางปวย ผดุงดี (เสียชีวิตแล้ว)
    7. หลวงปู่มีชัย กามฉินโท (มรณภาพแล้ว)
    8. นายสวัสดิ์ ตรงเที่ยง (ยังมีชีวิตอยู่)


    หลวงปู่มีชัย กามฉินฺโท ได้ถึงแก่มรณะกาลด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๔.๐๙ น. โดยประมาณ ตรงกัน วันพระ แรม ๑๔ ค่ำเดือน ๙
    สิริอายุ ๘๔ ปี พรรษา ๓๐
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  6. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    "หลวงปู่มีชัย กามฉินโท" อุปสมบทครั้งแรกในวัยหนุ่ม ซึ่งขณะนั้น พี่ชายคือ นายปราโมทย์ ตรงเที่ยง ได้อุปสมบทมาแล้ว 2 พรรษา หลวงปู่มีชัย กามฉินโท ได้อุปสมบทตามแล้วมาจำพรรษาอยู่วัดเดียวกันกับพระพี่ชายที่ วัดศิริจันทร์ ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ในขณะนั้นมีหลวงปู่เสน รัตนโชโต เป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่มีชัย บวชอยู่ได้ 2 พรรษา จึงได้ลาสิกขา เพื่อช่วยบิดา มารดา ประกอบสัมมาชีพ

    นายมีชัย ท่านเป็นผู้มีความสามารถในการตัดเย็บเสื้อผ้า จึงได้เปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าและมีลูกจ้างประมาณ10 คน คอยช่วยเหลืองาน ตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ได้ประมาณ 3 ปี บิดามารดา จึงเห็นสมควรแก่การมีครอบครัว จึงหาคู่ครองที่เหมาะสมแต่งงาน ตามประเพณี โดยได้แต่งงานกับนางสาวสำอาง เชื้อเหิม ซึ่งเป็นบุตรนายเยียม นางพวง เชื้อเหิม บ้านโคกเพชร ต.ไพล องปราสาท จ.สุรินทร์ มีบุตร 5 คน

    ต่อมา นายมีชัยและนางสำอาง ได้ย้ายมาตั้งรกรากที่บ้านปราสาท ต.ไพล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชีวิตในการครองเรือนช่วงชีวิตคฤหัถ์ ประกอบอาชีพ การทำไร่ ทำนา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ซึ่งในขณะนั้น ท่านได้เล่าให้ลูกๆฟังว่า...พ่อเป็นคนใจร้อนมาก ๆ มีอยู่วันหนึ่ง หมูที่ท่านเลี้ยงไว้ เกิดหลุดจากคอกแล้ววิ่งไปเหยียบต้นข้าวที่ปลูก จนเกิดความเสียหาย พ่อโกรธมากจนระงับจิตใจไม่ไหวก็เลยตีหมูตัวนั้นตาย และขุดหลุมฝังไว้ โดยประกาศไม่ให้ใครมาขุดเอาไปกินเป็นอันขาด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  7. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    อีกเหตุการณ์ที่ท่านเล่าให้ลูกๆฟัง..ตอนนั้นท่านปลูกผักสวนครัว ปรากฏว่ามีแมลงศัตรูพืช พวกหนอนมากัดกินจนเกิดความเสียหายทั้งหมด ท่านจึงใช้ยาปราบศัตรูพืชที่ชื่อว่า โฟลิดอล ซึ่งมีฤทธิ์แรงมาก หมายกำจัดศัตรูพืชให้หมดไป ท่านเล่าต่อไปว่า ท่านได้สูดดมกลิ่นยาปราบศัตรูพืช เข้าจมูกจนทำให้หมดสติและเสียชีวิต ได้ศพสวดอภิธรรม 3 วัน

    ในช่วงก่อนเกิดเหตุกาณ์นี้ นางสำอางภรรยาคู่ชีวิตได้ฝันว่า..บ้านได้เกิดเพลิงไหม้ครึ่งหลัง แต่สามารถหาคนช่วยดับไฟได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์นายมีชัยเสียชีวิต นางสำอาง จึงไม่ยอมให้ฉีดยาฟอร์มาลีน และไม่ให้ใส่โลงศพเพราะแม่สำอางมั่นใจว่ายังไงต้องฟื้นแน่นอน

    ครั้นสวดศพได้ 3 วัน ในคืนของวันที่ 3 ขณะที่พระกำลังสวดพระอภิธรรมอยู่นั้น ศพนายมีชัยก็กระดุกกระดิก คนในงานพากันหวาดกลัว ตกใจขวัญกระเจิง เมื่อทุกคนได้สติ ก็พากันมามาปฐมพยาบาล จนกระทั่งฟื้นเป็นปกติ

    ท่านเล่าถึงเหตุการณ์ตายแล้วฟื้นว่า....หลังจากท่านสิ้นลมหายใจ ท่านบอกว่าเหมือนมีคนมาเรียกชื่อท่าน ท่านก็ขานรับแล้วเค้าก็พาท่านไป คนพาท่านไปแต่งตัวใส่ชุดสีฟ้า คล้ายกับหมอหรือพยาบาลในโรงพยาบาล ขึงขังน่ากลัวมาก หลังจากเขาพาท่านไป ท่านบอกว่าก็ผ่านโลกมนุษย์ผ่านโลกวิญญาณ ไปถึงที่แห่งหนึ่ง เหมือนศาลาว่าการ พอไปถึงก็จะไปลงทะเบียน แล้วจะมีความดี ความชั่วที่เราทำปรากฏมาให้เห็นทั้งหมด อาหาร ผ้าไตร หรืออะไรที่เราเคยทำไว้ จำได้หรือไม่ได้มันผ่านมาให้เห็นทั้งหมด แล้วยมบาลถามว่า ที่ทำนี่จริงใช่หรือเปล่า นายมีชัยก็บอกว่าใช่

    รอสักพัก มีคนเอาตัวท่านไปอีกที่ ท่านบอกว่า เป็นห้อง มีทั้งหมด 11 ห้อง แล้วห้องที่ท่านถูกพาไปเป็นห้องสุดท้ายพอดี ห้องที่ 11 พอเข้าไปห้องนั้นภาพที่เคยทำไว้ฉายออกมาหมดเลย แล้วอีกสักครู่ มีท่านพญายมราชเข้ามาพร้อมกับบัญชีในมือ ถามว่า...ชื่ออะไร หลวงปู่ตอบว่า ชื่อ มีชัย แล้วพยายมราชถามนามสกุลท่าน ท่านบอกว่า... ไม่ใช่ คนนั้นอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งถัดไป แสดงว่าท่านพญายมราช รับมาผิดคน ชื่อเหมืนกัน แต่นามสกุลไม่เหมือนกัน

    ในเมื่อ...ผู้ที่ต้องเสียชีวิต มารับคำพิพากษา ไม่ใช่หลวงปู่มีชัย ท่านพญายมราช จึงบอกว่า อ้าวอย่างนี้ผิดตัวแล้ว เอาไปส่งคืน หลวงปู่มีชัย บอกว่า....พยายมราช หน้าตาดุดัน น่ากลัวมากที่สุด หลังจากนั้นมีคนพาท่านออกจากห้อง แล้วก็พามาส่งที่บ้าน โดยให้นั่งบนมีม้าสีขาวมีบังเหียน พร้อมสรรพ มาส่งที่บ้าน

    พอท่านลงจากหลังม้า ท่านก็พบว่าท่านมาอยู่บริเวณบ้าน แล้วท่านมาเดิน ๆ อยู่รอบ ๆ บ้าน แล้วมานั่งพักอยู่โคนต้นมะม่วง แล้วไม่รู้อย่างไรอยู่ดี เดินวนอยู่ที่ศพท่าน มองไปก็เห็นร่างของตนเองนอนอยู่ มีญาติพี่น้องเต็มบ้าน จึงคิดหาวิธีการที่จะเข้าร่าง เดินวนรอบร่างตนเองแล้วจับที่ผ้าที่คลุมศพ จึงสามารถเข้าร่างตนเองได้ แต่ขากรรไกรแข็งไปหมด พูดก็ไม่ได้ ก็เลยดิ้น จึงเป็นเหตุให้คนตกใจ แล้วได้ยินคนบอกว่า ผีตื่น แล้ววิ่งกันทั้งงาน

    หลังจากฟื้นจากตาย..ท่านได้เล่าเรื่องราวชีวิตหลังความตายให้ลูก ๆ พ่อแม่ พี่น้องและนางสำอางฟังทั้งหมด และชวนกันให้มาสร้างบุญกุศลถือศีลห้าและเลิกการฆ่าสัตว์ตลอดชีวิต หมั่นปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิอบรมธรรมะแก่ตนเรื่อยมาจนกระทั่งบุตรสาวคนโตแต่งงาน เป็นฝั่งเป็นฝาท่านก็ดีใจและปลื้มใจบอกกับลูกๆว่า...พ่อจะเข้าสู่เส้นทางธรรมะแล้วให้ดูแลกันและกันให้ดี
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  8. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ในพศ.2528 เข้าสู่วัย 52 ปี ตอนนั้นหลานชายคนแรกมีอายุได้ 3 เดือนและลูกชายคนที่ 5 อายุได้ 10 ขวบปี ตรงกับวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2528 ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์

    อุปสมบท วันที่ 22 เมษายน 2528 เวลา 10.30 น. ณ วัดป่าไตรวิเวก ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมี พระโอภาส ธรรมญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูคุณสารพินิจ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระวสันต์ วงคีโส เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา..กามฉินโท...

    หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้เร่งสมาธิปฏิบัติธรรมตามแนวทางของหลวงปู่ดุลย์ อตุโล หลวงปู่สาม อกิญจโน หลวงปู่เทสน์ เทสรังสี หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และภูมิธรรมะความรู้จากหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่ท่านมอบไว้ให้นำไปปฏิบัติธรรมเมื่อตอนเป็นคฤหัสถ์ หลวงปู่มีชัยได้เดินทางธุดงค์รอนแรมไปทั่วสารทิศ พำนักตามถ้ำคูหา ที่สงบสงัด วิเวกทางภาคใต้และพำนักที่จังหวัดยะลา ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย จนกระทั่งกลับมาที่วัดปราการชัยพัฒนาราม ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ (วัดพระชรา)ที่ท่านสร้างไว้

    หลวงปู่มีชัย กามฉินโท พระสายธรรมยุติ ศิษย์พระราชวุฒาจารย์ หรือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ ท่านเป็นคนอารมณ์ดี พูดน้อย ท่านจะไม่มีอิริยาบทนอน คือ ใช้วิธีนั่งหลับ ฉันอาหารเจ ฉันมื้อเดียว ฉันในบาตร ตื่นนอนแต่เช้า ตีสาม ท่านบอกว่า ถ้าทำสมาธิลึก ๆ หลับจริง ๆ วันละครึ่งชั่วโมงก็อิ่มแล้ว

    ท่านเคยนั่งสมาธิ 7 วัน 15 วัน โดยไม่นอน ไม่ฉัน ติดต่อกัน (หรือที่เรียกว่าการเข้านิโรธสมาบัติ) แต่เวลาท่านสอนลูกศิษย์ ท่านบอกว่า นั่งสมาธิเพชร เพื่อเข้าถึงทุกขเวทนา จะได้ใจสัจธรรม การนั่งสมาธิ ไม่ต้องนั่งนานหรอก ถ้าเดินจงกรม 1 ชั่วโมง ให้มานั่งพิจารณา 15 นาที แล้วไปเดินใหม่ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือ ถ้าใช้ชีวิตประจำวันปกติ ก็ให้มีสติตลอด พยายามให้จิตมาอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด อย่าให้ไปไหนไกล

    ท่านเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ ท่านบอกว่าเคยเป็นเด็กวัด วัดบูรพาราม แล้วก่อนท่านบวชเคยเป็นโยมอุปัฏฐากหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์เคยเมตตาไปงานศพของโยมพ่อ ของหลวงปู่ หลวงปู่บอกว่าหลวงปู่ดูลย์กับหลวงปู่สามจะสนิทกันมาก แค่คนไม่ค่อยรู้จักหลวงปู่สามดี เพราะท่านไปอยู่ในป่าเสียมากกว่า ส่วนหลวงปู่ดูลย์ท่านอยู่ในเมือง เคยถามหลวงปู่มีชัยว่า หลวงปู่ดูลย์ท่านสอนเรื่องอะไรบ้าง หลวงปู่บอกว่า ท่านเน้นเรื่องสติ อย่างเดียวเลย (ตอบมาสั้นๆ อย่างนี้)

    หลวงปู่มีชัย ท่านใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำมาประมาณ 17-18 ปี ถ้ำที่ท่านอยู่นานที่สุดคือ ถ้ำกระแชง ในนั้นมีเขาชื่อ เขาหิมะพานต์ (หลวงปู่เอามาตั้งชื่อวัดที่ปีนัง ที่ท่านสร้างไว้) ในถ้ำนั้นมีสิ่งแปลกประหลาดมากมาย

    โล๊กเซี่ย เคยเล่าว่าหลวงปู่ เคยบอกว่าถ้ำระแวกนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่ ๆพระพุทธเจ้าและพระสาวก มาปฏิบัติภาวนากัน ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะกลับไปตรัสรู้ โล๊กเซี่ยเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งเค้าเดินไปสำรวจบริเวณถ้ำ แล้วอยู่ดี ๆ ถ้ำที่เคยเห็นทุกวัน กลับกลายเป็นคล้าย ๆ เหวลงไป แล้วผนังถ้ำจะเป็นถ้ำเล็ก ๆ แต่ละถ้ำจะเป็นที่นั่งภาวนาของพระอริยสงฆ์ แต่ละถ้ำจะมีพระธาตุประจำถ้ำ แล้วแต่ละถ้ำจะติดผนังถ้ำ เวลาเดินไปแต่ละถ้ำเหมือนกับมองลงเหว แต่เขาแปลกใจว่าทำไมเขาถึงข้ามไปได้ เขาไปแต่ละถ้ำเก็บพระธาตุที่ประจำแต่ละถ้ำมาด้วย มีพระธาตุพระสิวลี พระโมคลาน์ พระสารีบุตร และอีกหลาย ๆ พระธาตุ

    โล๊กเซี่ย บอกว่าหลวงปู่ บอกว่าตรงนั้น เขาเรียกป่าหิมะพานต์ มีทั้งพระอรหันต์ คนธรรพ์ เทวดา นางฟ้า และอีกมากมาย (จำไม่ได้หมด) โล๊กเสี่ยบอกว่าเขาตื่นเต้นมาก แล้วเค้าพาภรรยาของเค้ามา อยากให้เห็นเหมือนที่เขาเห็น แต่คราวนี้ไป กลับกลายเป็นเถาวัลย์ปกคลุมไปทั่ว ต่างกับวันนั้นที่เขาเห็นมาก

    เช่นเดียว กับพี่กวย (เฮียเปรมชัย ต้นครองจันทร์) เคยเห็นหินงอกออกมาคล้าย ๆ คน หลวงปู่ บอกว่าเป็นพระอรหันต์ท่านทิ้งร่างไว้ วันต่อมาพี่กวยพาภรรยามาเพื่อจะไปดูอีก แต่ปรากฏว่าหายไปแล้ว หลวงปู่เลยบอกว่า ของพวกนี้เขาตั้งใจให้ดูเป็นคน ๆ ไป ไม่ใช่ให้ทุกคนไปดู

    ทุกคนเลยเข้าใจ พี่กวยเคยบอกว่า ถ้าอยู่กับหลวงปู่ ลองถามเรื่องธรรมะสิ หลวงปู่ จะอ้างอิงไปถึงสมัยพระพุทธเจ้า เล่าได้เป็นฉาก ๆ เลย พี่กวยบอกว่าหลวงปู่ ไม่ได้ใช้วิธีจำจากพระไตรปิฏก แต่น่าจะมีญาณอะไรดู (อิอิ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ)

    หลวงปู่ เคยให้คาถาแก้วสารพัดนึกมา ท่านบอกว่า พระธุดงค์ ไม่ใช่จะปลอดภัยทุกรูปนะ มีตายจากสัตว์ร้าย สิ่งไม่ดีต่างๆ ในป่า มีจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิตไป หลวงปู่บอกว่า คาถานี้หลวงปู่ท่องทุกวัน ตอนอยู่ในถ้ำ ป้องกันสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ หรือสิ่งที่จะมาทำร้ายเรา

    พี่หมวย ก็เคยเล่าว่า (พี่หมวยกับสามีเคยไปปฏิบัติ หลวงปู่อยู่บนถ้ำ) ตอนนี้ถ้ำปิดแล้ว เพราะไม่มีหลวงปู่อยู่ มีงูเยอะ งูใหญ่ งูมีพิษเยอะ ไม่มีใครกล้าเข้าไป พูดถึงงู เคยมีงูใหญ่ตามหลวงปู่ มาที่วัดที่ปีนัง มานอนอยู่บนเบาะที่หลวงปู่ใช้นั่ง ทุกคนตกใจ กำลังจะไล่ไป พอหลวงปู่มาเห็นหลวงปู่บอกว่า อย่าไปทำร้ายเขา เขามาดี เขาตามหลวงปู่มาจากบนเขา แล้วหลวงปู่หันไปพูดกับงูว่า กลับไปเถอะ อย่ามาที่นี่เลย คนเค้ากลัว เค้าจะทำร้ายเอา อีกแป๊ปงูเลื้อยลงจากเบาะหลวงปู่ หายเข้าไปในป่าเลย

    หลวงปู่บอกว่า พวกงูพวกนี้เขาปฏิบัติเหมือนคนแหละ เขาจะไปภาวนาในถ้ำ ถ้าเจออย่าทำร้ายเขานะ แต่ไม่นานก็มีงูใหญ่ อีกตัวมาที่วัด ที่ปีนังอีก ตอนนี้อยู่บนต้นไม้ หลวงปู่ให้กลับไม่ยอมกลับ จะห้อยตัวบนต้นไม้ แต่หลวงปู่ สั่งคนแถวนั้นว่า ห้ามไปทำร้ายงูตัวนั้น

    ตอนหลวงปู่ จะออกจากวัดเพื่อไปรับกิจนิมนต์ งูจะขู่ฟ่อใหญ่ทุกครั้ง ผลที่สุดงูนี้ก็กลับเข้าป่าไปอีก

    ตอนที่เกิดซึนามิ ตอนนั้นหลวงปู่ ท่านอยู่ปีนัง ท่านได้บอกบรรดาลูกศิษย์ และโล๊กเซี่ยว่า พรุ่งนี้ห้ามออกไปทะเล ไปชายหาดนะ จะเกิดมีคลื่นใหญ่ แล้วก็ให้บอกต่อ ๆ กัน

    แต่เหมือนว่าจะไม่มีใครเชื่อเลย คืนนั้นหลวงปู่ บอกบรรดาลูกศิษย์ ให้มานั่งสมาธิ เพื่อช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา พอวันรุ่งขึ้นมีข่าวซึนามิจริง ๆ ที่ปีนังมีคนตายเยอะเหมือนกัน เป็นจุดที่ซึนามิเข้าจุดเดียวของมาเลเซีย แต่ในข่าวเราไม่ค่อยได้ยินว่า ที่ปีนังมีความเสียหายมากพอควร

    (วันนั้นข้าพเจ้าอยู่ที่ถ้ำวัวแดง ไปตามหาหลวงพ่อดิเรก เพื่อจัดการเรื่องบวชให้พ่อ) วันที่ข้าพเจ้ากลับมาทำงาน โล๊กเซี่ยโทรมาหาด้วยความตื่นเต้นมาก ถามว่าข้าพเจ้าสบายดีเหร๋อ แล้วเล่าเรื่องหลวงปู่ เตือนพวกเราก่อนหน้าเกิดเหตุ โล๊กเซี่ยยังบอกอีกว่า หลวงปู่บอกว่า ดีที่เกิดขึ้นวันพระพอดี ยังบรรเทาความแรงไปได้บ้าง

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ วันที่ข้าพเจ้าไปกราบหลวงปู่ (ไปกับโล๊กเซี่ย เบญจ์กับครอบครัว) พวกเราได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่ เลยเรียนถามหลวงปู่ ว่าได้ยินข่าวมาว่า มีคนพยากรณ์ว่า จะมีสงครามใหญ่เร็ว ๆ นี้ใช่ไหมคะ

    หลวงปู่ ท่านบอกว่า มันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ท่านบอกว่า คนเราไม่มีการให้อภัยกันมันก็จะเป็นอย่างนี้ แล้วข้าพเจ้าถามหลวงปู่ต่อว่า หลวงปู่เคยมีคนบอกว่าจะมีภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ แผ่นดินโลกจะหายไปด้วย จะจริงป่าวอ่ะคะ หลวงปู่บอกว่า จริง

    ข้าพเจ้าบอกว่า อย่างนี้ก็ตายสิ หลวงปู่บอกว่า ก็มันเป็นภัยธรรมชาติยากที่จะหลีกเลี่ยง หลวงปู่จึงบอกว่า ให้รีบทำความเพียรไง มีสติตลอด เลยถามหลวงปู่ ว่าแล้วภัยธรรมชาติที่จะเกิดเร็ว ๆ นี้จะมีไหม ท่านตอบว่า ระวังอัคคีภัย วาตะภัย อุทกภัย อหิวาตกโรค ให้ดีนะ

    แล้วข้าพเจ้าก็จะถามท่านเรื่องที่เพื่อนๆ ฝากมาถามอีก หลวงปู่ ดุข้าพเจ้าว่า ไอ้เราหน่ะอยากรู้แต่เรื่องนอกตัว เรื่องในตัวไม่อยากรู้ หลวงปู่ไม่อยากตอบแล้ว ข้าพเจ้าก็เรียนท่านว่า เพื่อนๆ ฝากถามมา ท่านบอกว่า อือ อยากรู้แต่เรื่องของคนอื่น เรื่องในตัวไม่สน.

    ข้าพเจ้าเลยจ๋อยไปสักพัก แล้วก็มาถามท่านเรื่องภาวนา หลวงปู่ท่านยิ้ม แล้วตอบว่า อือ ถามอย่างนี้ค่อยน่าตอบหน่อย ปฏิบัติเข้าไป มีปัญหาในการภาวนาอะไร ถามได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  9. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ครูบาอาจารย์ในถ้ำ ของหลวงปู่มีชัย

    เมื่อประมาณเดือน มิถุนายน 2558 ณ ศาลาวัดปราการชัยพัฒนาราม สุรินทร์

    พระอาจารย์สมชาย วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ ได้กราบเรียนถามหลวงปู่มีชัย ว่ารูปป้ันหลวงปู่ทวด สมเด็จโต และหลวงปู่เทพโลกอุดร ที่ตั้งในศาลานี้ เกี่ยวพันกับหลวงปู่ อย่างไรครับ

    หลวงปู่มีชัย ท่านตอบว่า เป็นครูบาอาจารย์ของเราทั้งหมด

    หลวงปู่ทวดและสมเด็จโต ท่านมาสอนเราในถ้ำ เป็นครั้งคราว มาๆ ไปๆ
    หลวงปู่เทพโลกอุดร ท่านมาสอนเราเป็นประจำ มาเป็นเสียงบ้าง มาเป็นกายเนื้อ มานั่งสอนตรงหน้าเรา มายืนสอนตรงหน้าเรา เป็นประจำ

    หลวงปู่เทพโลกอุดร จะมาสอนบ่อยกว่าหลวงปู่ทวดและสมเด็จโต

    หลวงปู่มีชัย กามฉินฺโท เกิดเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๔๗๙ ที่บ้านยาง ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เดิมชื่อ นายมีชัย ตรงเที่ยง ขณะที่ท่านเป็นฆราวาสท่านได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงปู่ดูลย์อตุโลวัดบรูพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นเวลาหลายปี หลังจากหลวงปู่ดูลย์ละสังขารเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ หลวงปู่มีชัยได้ทำการอุปสมบทต่อหน้าศพหรือเรียกว่าบวชหน้าไฟ หลังจากนั้นก็สึกออกมา และอุปสมบทอีกเป็นครั้งที่ ๒ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยหลวงปู่ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะไม่ลาสิกขาบทอีกอย่างเด็ดขาด ครั้งนี้หลวงปู่ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดป่าไตรวิเวก ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๘ หลังจากนั้นได้จำพรรษาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ป่าเรือนจำ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นเวลา ๑ พรรษา ช่วงออกพรรษาหลวงปู่มีชัยธุดงค์ไปกราบหลวงปู่เทสก์เทสรังสี ที่จังหวัดหนองคาย ตามที่ตั้งจิตไว้แต่ต้น หลังจากนั้นธุดงค์ไปเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แล้วธุดงค์มากรุงเทพฯ มีพระภิกษุรูปหนึ่งชวนหลวงปู่ไปปฏิบัติธรรมที่ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หลวงปู่ตอบตกลง แต่ขอเดินธุดงค์ไปด้วยการเดินเท้า โดยหลวงปู่นัดพบกับพระภิกษุรูปนั้นที่ตำบลคึกคัก อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ในป่าช้ามีศาลาเก่า ๆ เห็นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เพราะสงบเงียบห่างไกลผู้คน ท่านจึงจำพรรษาที่ป่าช้า เป็นพรรษาที่ ๒ ชาวบ้านเริ่มรู้ข่าวมากราบนมัสการหลวงปู่มากขึ้น และนิมนต์ให้หลวงปู่สร้างป่าช้าเป็นสำนักสงฆ์ หลวงปู่รับนิมนต์ ให้ตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์มรณศาสตร์” โดยมีโยมไข่พร้อมทั้งคณะศิษย์เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกันในการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เพื่อจะขอสร้างเป็นวัดหลวงปู่อยู่ที่นี่เป็นเวลา ๗ ปีเศษ เมื่อเห็นว่าสถานที่นี้เจริญ หลวงปู่ธุดงค์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปพบป้ายสุดเขตประเทศไทย หลวงปู่จึงเดินลัดป่าดงดิบจากอำเภอเบตงไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา ๔ วัน ๓ คืน เดินทะลุแนวป่ามาพบหมู่บ้านชาวไทยพุทธ ชื่อ บ้านไอร์บือแต ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส รอบ ๆ หมู่บ้านจะเป็นชาวไทยมุสลิม หลวงปู่พำนักอยู่ที่หมู่บ้านไอร์บือแตและได้พบกับคุณหมอโอภาส ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่นั่น คุณหมอได้ถวายที่ดิน ๕๐ ไร่ให้สร้างสำนักสงฆ์ หลวงปู่จึงเริ่มสร้างสำนักสงฆ์ร่วมกับชาวบ้าน โดยสร้างศาลาใหญ่ไว้ ๑ หลัง เมื่อจำพรรษาได้ ๔ ปี หลวงปู่ก็บอกลาญาติโยมออกธุดงค์ไปอำเภอสุคิริน วกกลับมาอำเภอแว้ง อำเภอไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอบาเจาะ ใกล้เวลาเข้าพรรษาหลวงปู่ธุดงค์ไป อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ตามที่หลวงปู่ใหญ่สั่ง (หลวงปู่เทพโลกอุดร) และจำพรรษาที่ศาลาร้างในนิคมสร้างตนเองสายบน ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้พำนักในช่วงเข้าพรรษา หลวงปู่ได้พำนักอยู่ ๓ พรรษา พร้อมก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ และเมื่อออกพรรษาหลวงปู่ใหญ่มาในนิมิตให้หลวงปู่มีชัยไปปฏิบัติธรรมที่ถ้ำกระแชง ท่านจึงออกธุดงค์ถามชาวบ้านไปเรื่อย ๆ ผ่านหมู่บ้านชาวไทยมุสลิมจนถึงถ้ำกระแชง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หลวงปู่ขึ้นเขาไปถึงถ้ำนางแก้วที่อยู่สูงขึ้นไปจากถ้ำกระแซง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ที่นี่เป็นป่ามีฝูงลิงค่างห้อยโหนไปมาไม่กลัวคน หลวงปุ่จึงอยู่ปฏิบัติธรรมที่ถ้ำนางแก้ว เมื่อปลายปี ๒๕๓๘ มีโยมเปรมชัย (โกกวย) มากราบนมัสการ และนำวัสดุก่อสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ มาถวายเพื่อสร้างสถานที่พำนักปฏิบัติธรรมให้กับหลวงปู่ หลังจากนั้นญาติโยมก็เริ่มเข้ามากราบนมัสการหลวงปู่มากขึ้น จนกระทั่งต้นปี ๒๕๔๖ หลวงปู่ก็ออกธุดงค์ไปประเทศมาเลเซีย โดยท่านบอกกับญาติโยมว่าจะไปเผยแผ่พุทธศาสนาให้ชาวจีนที่นับถือศาสนาพุทธที่มาเลเซีย เพราะที่นั่นไม่มีคนนำจิตวิญญาณและสอนการสร้างบุญที่ถูกต้องตามคำสอนของพุทธองค์ หลวงปู่ได้ไปสร้างสถานปฏิบัติธรรมไว้ในมาเลเซีย ๔-๕ แห่ง ต่อมาได้มีญาติโยมที่เป็นชาวพุทธในอินโดนีเซียนิมนต์ไปสร้างวัดที่อินโดนีเซียด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่

    หลวงปู่มีชัย กามฉินฺโท มีวัตรปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งท่านฉันอาหารมื้อเดียว ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ไม่เอนกายนอนให้หลังแตะพื้น ท่านจะเมตตาสอนธรรมะ สอนการนั่งสมาธิให้แก่ญาติโยม ไม่ว่าจะมีผู้มาปฏิบัติมากน้อยเพียงใด ท่านครองผ้า ๓ ผืน ไม่สะสมสิ่งของใด ๆ ทั้งสิ้น ใครขออะไรให้หมด ท่านจะยิ้มอยู่เสมอ และมีคำพูดที่ใช้ประจำคือคำว่า “ได้ ๆ ๆ” และ “ดี ๆ ๆ” ท่านเป็นพระภิกษุที่เจริญรอยตามพุทธองค์จริง ๆ อีกองค์หนึ่ง ที่ทุกท่านถ้ามีโอกาสได้กราบนมัสการ หลวงปู่มีชัย กามฉินฺโท จะถือเป็นมงคลกับตนเองอย่างยิ่ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  10. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ข้อมูลเรื่องเล่าจาก ท่านพระครูไพรัชปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลในเมือง จ. สรินทร์ (หลวงพ่อป้อม ) ลูกศิษย์หลวงปู่ ผู้เคยติดตามหลวงปู่ไปปฎิบัติธรรม ธุดงค์ที่พังงา สำนักสงฆ์ มรณศาสตร์

    หลวงพ่อป้อม ท่านเมตตาเล่าว่า จริยวัตรของหลวงปู่มีชัย ที่หน้ากุฎิของหลวงปู่มีชัย จะมีป้ายเล็กๆ เขียนว่าเข้านิโรจฯ 3 วัน 5 วัน 7 วันหรือ 15 วัน

    หลวงปู่มีชัย จะบอกหลวงพ่อป้อมว่า เราจะเข้านิโรจสมาบัติ นะ เรามาอดข้าวด้วยกันมั้ย 7 วัน หลวงพ่อป้อมตอบหลวงปู่มีชัยว่า หลวงปู่อดข้าว อดน้ำ ไม่นอนได้ แต่กระผมทำไม่ได้ครับ หลวงปู่มีชัย เข้านิโรจฯ องค์เดียวเถอะครับ

    ส่วน ชาวบ้านมาเห็นป้ายที่หลวงปู่มีชัย เขียนไว้ที่หน้ากุฎิ ก็จะรู้เพราะจะเป็นปกติ ของหลวงปู่มีชัย ที่ท่านเข้านิโรจฯ เป็นประจำ

    หลวงปู่มีชัย จะเข้าไปปักกรดอยู่ในป่าช้า โคนต้นไม้ ในกุฏิเล็กๆ ไม่เอนกายลงนอน จนครบตามที่ตั้งปฎิธานไว้

    ลุงไข่ ศิษย์เก่าแก่ทางใต้ เล่าให้ฟังว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่มีชัย เข้านิโรจสมาบัติ 15 วัน หลังจากหลวงปู่ ออกจากนิโรจสมาบัติจะเดินโซเซด้วยความที่ร่างกายหมดแรง ลุงไข่ตกใจจนต้องไปปรึกษาหมอที่อนามัยว่าควรทำอย่างไร ถ้าพระอดข้าว 15 วัน หมอก็บอกว่าโดยปกติถ้าอดข้าว ก็ตายนะซิ แต่ถ้ารอดก็ให้ประเคนถวายน้ำเกลือแร่ เพื่อเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  11. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ประวัติการธุดงค์ หลวงปู่มีชัย กามฉินโท จากพังงาสู่ถ้ำนางแก้ว

    ข้อมูลจากพี่เปรมชัย ต้นครองจันทร์

    ประวัติก่อนหน้านี้ไม่ทราบ จึงขอเริ่มต้นจากพังงา
    เริ่มต้นจากสำนักสงฆ์ป่าโพธิวาส เขาหลัก จ.พังงา หลวงปู่มีชัย สร้างสำนักสงฆ์และสร้างถาวรวัตถุไว้ที่นี้หลายอย่าง ที่สำคัญคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ เพื่อเทิดพระเกีรยติถวายพระเจ้าอยู่หัว พระพุทธรูปองค์นี้เมื่อครั้งเกิดสุนามิ ไม่เสียหายแม้แต่น้อย จากคำบอกเล่าว่าคลื่นได้แหวกออกไม่กระทบองค์พระ แต่บริเวณอื่นเสียหายหมด เมื่อหลวงปู่มีชัย จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ชาวบ้านก็จะนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่ เมื่อทราบเจตนาของชาวบ้านเช่นนี้จึงธุดงค์หนี้เดินเลียบชายทะเล เพราะท่านบอกว่าถ้าเดินบนถนน ชาวบ้านก็จะตามท่านเจอ เมื่อชาวบ้านทราบว่าหลวงปู่ หนี้ไปก็ร้องห่มร้องไห้ด้วยความอาลัยและออกตามหา แต่ไม่เจอ ช่วงหลวงปู่ออกจากพังงา มาท่านได้เดินธุดงค์มาเรื่อย ๆ จนไปถึง อ.เบตง .จ.ยะลา แล้วออกธุดงค์เข้าป่าใหญ่ดงดิบ จากเบตงเดินในป่าอยู่ 4 วัน 3 คืน มาถึง บ้านกุมุง อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีชาวไทยพุทธ อาศัยอยู่กลุ่มหนึ่ง นอกนั้นจะเป็นไทยมุสลิมชาวบ้านจึงได้นิมนต์ให้หลวงปู่อยู่ ที่บ้านกุมุง หลวงปู่ก็รับปากและเริ่มสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นมาชาวบ้านช่วยงานอย่างแข็งขันจนมีศาลาไม้หลังใหญ่ หลังจากนั้น หลวงปู่ท่านก็ได้ออกธุดงค์ต่อมาที่ อ.ศรีสาครครับ แล้วก็สร้างที่พักสงฆ์ขึ้นมาอีกแห่งซึ่งปัจจุบัน ยังคงอยู่ทั้ง 2 แห่ง และหลวงปู่ ท่านก็ธุดงค์ไปอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ท่านสร้างที่พักสงฆ์ที่นี้และจำพรรษาประมาณ 2 ปี ที่นี้ที่เจอกระดูกช้างคู่บารมีเก่าของหลวงปู่ กระดูกช้างนี้อยู่ในเนินดินมานาน แต่ชาวบ้านแถวนั้นไม่ทราบมาก่อนว่าเนินดินนี้มีกระดูกช้างฝังอยู่ ระยะห่างจากที่ท่านพักหลวงปู่ไม่ไกล อยู่ในบริเวณที่พักสงฆ์ของหลวงปู่ อยู่มาวันหนึ่งฝนได้ตกหนัก ชะล้างเนินดินนั้นจะเห็นกระดูกช้าง ชาวบ้านจึงกราบเรียนหลวงปู่ ท่านจึงให้นำกระดูกช้างมากองรวมกันที่ในศาลา แต่ไม่มีใครเห็นงาช้าง รุ่งเช้าหลวงปู่ ท่านจึงเดินไปเก็บงาช้าง ขนาด 1 ฟุต เป็นช้างงาเดียว และหลวงปู่ ก็ซื้อเลื่อยตัดเหล็กมานั่งตัดงาช้างเอง หลวงปู่จำพรรษาที่ศรีสาคร ได้ระยะเวลาอันสมควรหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ก็มาบอกให้ท่านไปอยู่ถ้ำกระแซง อำเภอบังนังสตา จังหวัดยะลา

    หลวงปู่ ท่านก็ธุดงค์ต่อไปเดินผ่านป่าเขา ถามชาวบ้านไปเลื่อย ๆ ว่าถ้ำกระแซงอยู่ที่ไหน ซึ่งหลวงปู่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าถ้ำอยู่ไหน แต่หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรบอกให้ไปอยู่ถ้ำกระแซง จนเจอถ้ำกระแซง เป็นถ้ำที่อยู่ด้านล่าง ในถ้ำนี้มีพระสงฆ์องค์หนึ่งชื่อพระบุณส่ง ได้จำพรรษาอยู่ในถ้ำก่อนแล้ว และไม่ค่อยพอใจที่หลวงปู่ จะมาอยู่ด้วย ให้หลวงปู่ไปอยู่ถ้ำด้านนอก ซึ่งเป็นบริเวณไม่ค่อยเหมาะสม หลวงปู่ท่านก็ออกมาจากถ้ำกระแซง แต่มาเจอคนแก่ชุดขาวเดินผ่านหน้าหลวงปู่ไปทางขวามือ หลวงปู่ท่านก็เดินตามคนแก่ชุดขาวไป ขึ้นเขา 1 ลูกและเดินลงเขาอีกหน่อยก็เจอถ้ำนางแก้ว ถ้ำนี้เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ถายในถ้ำโล่งเป็นโดมสูงมาก ความกว้างประมาณ ครึ่งสนามฟุตบอล มีเสาหินงอกหินย้อยขนาดใหย่ อากาศภายในถ้ำเย็นสบาย ไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีขี้ค้างคาว ไม่มีแมลงและยุง แต่ออกมาแค่ปากถ้ำยุงเต็มไปหมด

    พี่เปรมชัย เล่าว่าตอนที่เจอหลวงปู่มีชัย เนื่องจากเฮียเคี้ยง รู้จักหลวงปู่มีชัย สมัยท่านอยู่ศรีสาครและตามมาถึงถ้ำนางแก้ว ตอนนั้นพี่เปรมชัย เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาลบันนังสตา อ.บันนังสตา ห่างจากตัวจังหวัดยะลา ประมาณ 50 กม
    และโรงพยาบาลบันนังสตา ห่างจากถ้ำกระแชงประมาณ 5-6 กม

    เฮียเคียงมาบอกว่าจะพาไปกราบพระธุดงค์องค์หนึ่งท่านเก่งมาก เมื่อไปเจอหลวงปู่ ที่ถ้ำนางแก้วหลวงปู่ อยู่ในถ้ำนี้ประมาณ 4 วัน ภายในถ้ำไม่มีอะไรเลย อัฐบริขารหลวงปู่ มีแต่บาตร กับหม้อ 1 ใบ หลวงปู่ ท่านนั่งอยู่กับพื้นถ้ำ สบงจีวรเปี้ยกหมดเนื่องจากความชื้นภายในถ้ำ พี่เปรมชัย กราบเรียนถามหลวงปู่ว่า กรดของหลวงปู่ ไม่มีหรอ หลวงปู่ท่านตอบว่าจะแบกกรดมาทำมัย แต่แบกสังขารก็หนักพอแล้ว วันต่อมาพี่เปรมชัยและเฮียเคียง ก็ซื้อเสื่อน้ำมัน เตาแก๊สปิกนิค ที่มีหัวต้มและเปลี่ยนหัวเป็นตะเกียงได้ ถ้วย ช้อน จาน ชาม โต๊ะญี่ปุ่นไว้วางของ แบกขึ้นเขาไปถวายหลวงปู่ในถ้ำ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  12. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    เรื่องหมาสีขาวนำทาง หมาตัวนี้แปลกมา จะอยู่ตีนเขาก่อนถึงถ้ำกระแซง เมื่อมีคนเดินถือถุงถือของมาเพื่อจะขึ้นไปกราบหลวงปู่ หมาสีขาวตัวนี้จะวิ่งมาจากไหนไม่รู้จะเดินนำหน้าคนตลอด ทิ้งระยะห่างประมาณ 5 เมตร เมื่อคนเหนื่อยหยุดพัก หมาก็จะหยุดรอ เมื่อคนเดินต่อ หมาก็จะเดินต่อ ไปส่งจนถึงถ้ำระหว่างทางเป็นป่า ถ้าไม่มีหมานำทาง ต้องมีคนหลงทางแน่นอน

    กลับมาเล่าเรื่องพระบุญส่ง องค์นี้มีวิชาอาคมเก่งมาก เสกของ เช่น ตะปู เข็ม ด้าย หนังวัว เสกส่งมาทำร้ายหลวงปู่เป็นประจำ แต่มิสามารถทำอะไรหลวงปู่ได้ เสกมาก็ตกลงพื้นในบริเวณที่หลวงปู่นั่งสมาธิ

    เรื่องการยกพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตัก 1.5 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร หนักประมาณ 400 กิโลกรัม พี่เปรมชัย ได้ขอกำลังพลทหารพรานประมาณ 50 คน มาช่วยยกไม้ที่พี่เปรมชัย ขนมา 1 คันรถสิบล้อ และอีกส่วนหนึ่ง ช่วยกันยกพระพุทธรูป พระองค์นี้ใหญ่และหนักมาก ยกขึ้นเขาเข้าป่า แต่ที่อัศจรรย์ใจและน่ากลัวที่สุดคือตรงบริเวณหน้าฝาลึก ที่ใช้ท่อน้ำ PVC ขนาดใหญ่พาดเป็นสะพานข้าม ทหารช่วยกันยกข้ามทีละศอก ทีละศอก เนื่องด้วยช่องทางที่แคบและอันตรายมาก หลวงปู่ท่านสร้างขึ้นมาเลียบไปกับหน้าผากว้างประมาณ1.5 เมตร ยาวระยะทางร่วม 250-300 ม. ซึ่งตอนทหารยกข้ามมาบนสะพาน PVC ท่อก็จะดังเอี๊ยด อ๊าดๆๆๆ ตลอดผมนั่งใจตุบตับๆๆ กลัวสะพานหัก แต่หลวงปู่ท่านบอกว่าไม่เป็นไรดอกมาเด้อ ๆ ในครั้งนั้นหลวงปู่มีชัย เดินนำหน้าขบวนตลอดทาง

    เรื่องเครืองดนตรี หลวงปุ่ ท่านซื้อเครื่องดนตรี เช่น ระนาด กลอง ฆ้อง ฉิง ฉาบ ต่าง ๆ ตอนแรกก็อยู่พื้นถ้ำนางแก้ว แต่วันต่อมา เครืองดนตรีชุดนี้ ขึ้นไปอยู่บนหน้าฝาสูง ด้านบนถ้ำนางแก้ว ได้อย่างไรไม่มีใครทราบ เพราะมีแค่หลวงปู่ อยู่องค์เดียว บันไดก็ไม่มี แต่ใครยกขึ้นไปก็ไม่ทราบ เครื่องดนตรีชุดนี้ หลวงปู่ท่านบอกว่าให้เหล่าคนธรรณ์ไว้ใช้เล่น คนธรรณ์เหล่านี้ชอบสนุกสนาน ชอบดนตรี

    ระยะทางการธุดงค์ของหลวงปู่มีชัย จากพังงา ไปถ้ำนางแก้ว ระยะทางประมาณ 600 กม

    ขอขอบคุณข้อมูลพี่เปรมชัย ต้นครองจันทร์
    ขอขอบคุณผู้ที่เขียนข้อมูล จากเวปและFacebook
    พุทธาคม ปาฎิหารย์ฯ , ศิษย์พรานบุญ, คัมภีนิวส์
    สารวัตรประกิจ, คุณSolardogwp และบุตรหลานหลวงปู่
    ขอขอบคุณผู้ที่เขียนข้อมูล ผู้ที่ผมไม่ได้เอ่ยนาม
    เรียบเรียงโดย Wat Chai


    หมายเหตุ ข้อมูลนี้อาจมีข้อผิดพลาด จาดตกบกพร่อง เนื่องจากเป็นการรับฟังเรื่องบอกเล่าเรื่องจริงจากพี่เปรมชัย ผู้รับข้อมูลอาจจะจดจำได้ไม่หมด จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ท่านใดมีข้อมูลที่จะเพิ่มเติม กรุณาช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อเป็นประโยชน์เป็นวิทยาทานให้แก่คนรุ่นหลัง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มีนาคม 2016
  13. mrchainarong

    mrchainarong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    1,227
    ค่าพลัง:
    +2,108
    อืม อย่าหาว่าผมมาป่วนเลยนะครับ
    ในเมือมีกระทู้แชร์ประสบการ์อยู่แล้ว
    แล้วมาเปิดกระทู้ใหม่เพื่อ????
     
  14. ธีระนะโม

    ธีระนะโม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    1,462
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +5,579
    ได้ยินปรกใบมะขาม กำลังมาแร็ง ครับ
     
  15. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    ก็ตามที่หนูได้แจ้งไว้ในเบื้องต้นแหละค่ะว่ากระทู้นี้จะแชร์เรื่องราวในรูปแบบที่หนูได้สัมผัสมาและเกี่ยวกับงานบุญต่างๆที่หนูและอ.จเรได้ร่วมกันทำถวายท่าน หนูก็ไม่ได้ไปบังคับใครว่าห้ามเข้าไปแชร์ในกระทู้ที่มีอยู่แล้วนะคะ แล้วแต่ทุกท่านจะพิจารณาและเห็นควรตามความสมัครใจค่ะ
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,423
    ค่าพลัง:
    +20,833
    เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากันไหงละครับ.....เพราะป้องกันมีการทะเลาะกันแขวะกัน
    .....เหตุการณ์ทำนองนี้มีเยอะแล้วในพลังจิต......และคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าเดี๋ยวก็มีเหตุการณ์แบบนี้ในกระทู้นี้อีก.......

    และก็คงเป็นุมมมองอีกมุมของคนอีกคนประมาณนั้น
     
  17. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    วัตถุมงคลของหลวงปู่ตอนนี้กระแสมาแรงแทบทุกรายการ แต่จะเล่นหาก็ควรระวังหน่อยนะคะเพราะมีหลายรายการที่มีเจตนาการสร้างไม่ดี พูดง่ายๆคือมาหากินกับหลวงปู่ค่ะ
     
  18. Noo Norway

    Noo Norway เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    23,659
    ค่าพลัง:
    +82,086
    เชื่อว่าปัญหานั้นต้องเกิดขึ้นแน่นอนค่ะคุณเอ แต่หนูก็จะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด เราทำอะไรอยู่เรารู้ดี
     
  19. watjang2

    watjang2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,082
    ค่าพลัง:
    +4,742
    กระทู้นี้ เขียนจากประสบการณ์บุคคลใกล้ชิด
    และกิจประจำวันของหลวงปู่มีชัย
    หลังจากหลวงปู่มาอยู่วัดปราการชัยพัฒนาราม สุรินทร์
    ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จะ Update เป็นข้อมูลใหม่ ๆ
    ท่านจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน

    และกระทู้นี้ หลวงปู่อนุญาตให้เป็นลายลักษ์อักษร
     
  20. watjang2

    watjang2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,082
    ค่าพลัง:
    +4,742
    เคยมั้ยครับ
    อ่านประวัติบุคคลสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น
    และต่อมาประวัติขาดหายไป
    ไม่มีใครเขียนต่อ

    คนที่ติดตามต้องอยากรู้ข้อมูลปัจจุบัน

    คนที่จะเขียนต่อต้องเป็นคนที่รู้จริง
    ถึงจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
     

แชร์หน้านี้

Loading...