หลวงปู่สาร์ กนฺตสีโล : พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 14 พฤษภาคม 2011.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    บันทึกของหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท


    ท่านผู้อ่านคงยังพอจำได้ว่า การเดินทางไปเมืองลาวเป็นคณะที่๓ นั้น มีหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท กับพระอาจารย์บุญเพ็ง นารโท หลานของหลวงปู่ใหญ่ ได้ไปพักรออยู่ที่บ้านห้วยสาหัว เขตนครจำปาศักดิ์ รออยู่ที่นั่นราว ๔ เดือน

    เหตุการณ์การมรณภาพของ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล จากปากคำของหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท มีดังต่อไปนี้: -

    “ในกาลต่อมา พระครูเม้า วัดอำมาตย์ (น่าจะเป็น พระครูนาคบุรีศรีคณาภิบาล (ม้าว)_ปฐม) ให้คนถือจดหมายมาบอกให้ทราบว่าหลวงปู่เสาร์ป่วยหนัก และท่านกำลังจะเดินทางโดยทางเรือ มาถึงนครจำปาศักดิ์ประมาณ ๕ โมงเย็น ให้เรากับพระเพ็งผู้เป็นหลานของหลวงปู่เสาร์ มารอรับท่านหลวงปู่เสาร์จะมาถึงนครจำปาศักดิ์ประมาณ ๕ โมงเย็น

    เมื่อเรือของหลวงปู่เสาร์มาถึง เราพร้อมกับพระเพ็งก็ลงไปรับท่านในเรือ พบว่าหลวงปู่เสาร์ท่านมีอาการหนักมาก จึงจัดเปลหามเข้าไปในวัดอำมาตย์ พาท่านเข้าไปในอุโบสถที่ทำด้วยไม้ ท่านก็ทำกิริยาให้ประคองท่านขึ้นกราบพระ เราทั้งสองก็ประคองท่านขึ้นเพื่อกราบพระ

    เมื่อกราบลงครั้งที่สาม สังเกตเห็นท่านกราบนานผิดปกติ จึงจับชีพจรดู จึงรู้ว่าชีพจรไม่ทำงาน

    พระทั้งหลายที่อยู่ในพระอุโบสถก็ว่า “หลวงปู่เสาร์มรณภาพแล้วๆ”

    เราจึงตะโกนพูดขึ้นว่า
    “ปู่ยังไม่มรณภาพ ตอนนี้ปู่เข้าสมาธิอยู่ ใครไม่รู้เรื่องอย่าเข้ามายุ่ง”

    จึงพยุงท่านจากอิริยาบถนั่ง เป็นอิริยาบถนอน แต่ทำได้ยากเพราะมีอาการจะดับขันธ์อยู่แล้ว

    ขณะที่พยุงท่านให้ลงนอนนั้น สังเกตเห็นมีพระเณรนั่งร้องไห้อยู่หลายรูป เราจึงไล่พระเณรเหล่านั้นออกไป

    หลวงปู่เสาร์ เข้าสู่อิริยาบถนอน ท่านก็หายใจยาวๆ ๓ ครั้ง แล้วท่านก็ถึงแก่กาลกิริยาโดยสงบ เมื่อเวลา ๑๗.๓๐ น. วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕

    <TABLE id=table80 border=0 width=122 align=right><TBODY><TR><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>
    พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
    </TD></TR></TBODY></TABLE>​
    เราจึงได้จัดเรื่องงานศพทุกอย่างสุดความสามารถให้สมกับหน้าที่ที่ท่านพระอาจารย์มั่นไว้ใจ และมอบหมายจัดแจงทุกอย่างที่เห็นว่าเป็นสิ่งสมควรทำ ส่งโทรเลขไปบอกคุณวิชิต (โกศัลวิตร) จังหวัดอุบลราชธานี

    แล้วหาครกใหญ่ๆ มารองตำถ่าน เราถอดอังสะเหน็บเตี่ยวหาไม้ใหญ่ๆ มา ยกตำๆ ตัวนี้ดำหมด ตำถ่านใส่โลงท่าน เราตำเองทั้งหมดถ่านนี้ใส่รองพื้นโลง เพื่อดูดน้ำเหลืองไม่ให้เหม็น วางถ่านรองพื้นโลงเสร็จแล้ว เอาผ้าขาวปูทับอีกทีหนึ่ง

    ถ่านต้องเลือก อย่าเอาที่แตกๆ เวลาปูลงที่พื้นโลงให้ถ่านสูงประมาณ ๑ คืบ ใช้ถ่านประมาณ ๒ กระสอบก็เพียงพอ

    เมื่อตำถ่านเสร็จแล้วตัวดำหมดเลย เราลงโดดน้ำโขง ตูม ! ตูม ! เราเป็นคนแข็งแรง ทำอะไรคนอื่นทำไม่ทัน

    เมื่อเอาถ่านรอง ผ้าขาวปู ก็เอาศพท่านวางให้เรียบร้อย แล้วขอขมา ตั้งศพไว้ระยะหนึ่งให้ชาวจำปาศักดิ์มาสักการบูชา

    เมื่อเห็นสมควรจึงนำศพท่านลงเรือกลับอุบลฯ ข้ามฝั่งโขงแล้ว ต่อมา คุณวิชิต โกศัลวิตร ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่าน กับพระเถระมีพระอาจารย์ทอง (อโสโก) เป็นต้น และญาติโยมชาวจังหวัดอุบลฯ จึงได้จัดขบวนรถยนต์ไปรับศพท่านกลับมายังจังหวัดอุบลราชธานี

    ส่วนเรา (หลวงปู่เจี๊ยะ) เมื่อนำศพหลวงปู่เสาร์ลงเรือกลับอุบลฯ แล้ว เราจึงเดินธุดงค์จากประเทศลาวเข้าทางจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ มาพักที่วัดพระอาจารย์ทอง อโสโก ศิษย์ผู้ใหญ่ของหลวงปู่เสาร์ เดินทางต่อมาทางนครพนม สกลนคร เพื่อร่วมจำพรรษากับท่านพระอาจารย์มั่น และกราบเรียนเรื่องการมรณภาพของหลวงปู่เสาร์ให้ท่านพระอาจารย์มั่นทราบ

     
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    เดินทางไปรับศพหลวงปู่ใหญ่


    ข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโลก็แผ่กระจายออกไปเรื่อยๆ จนทางบ้านเมือง ญาติโยม พระเณร ชาวนครจำปาศักดิ์ขอตั้งศพท่านไว้ทำบุญ และให้ประชาชนมาสักการะเป็นเวลา ๓ วัน ก่อนอัญเชิญศพกลับเมืองไทย

    ทางด้านจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อทางหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโมและคณะได้ทราบข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ใหญ่ จึงได้นำหีบศพที่หลวงปู่ใหญ่ได้เตรียมไว้ที่วัดบูรพารามคราวทำบุญอายุครบ ๘๐ ปีมุ่งหน้าเดินทางไปนครจำปาศักดิ์โดยด่วน

    การเดินทางได้ใช้รถยนต์ของคุณหญิงตุ่น โกศัลวิตร กับ แม่ชีผุย ซึ่งเคยให้บริการเมื่อครั้งคณะของหลวงปู่ใหญ่เดินทางเข้ามาทางฝั่งลาวก่อนที่ท่านจะมรณภาพ

    ขบวนรถนำหีบศพแล่นพ้นเขตอำเภอพิบูลมังสาหารเข้าไปทางช่องเม็ก มุ่งหน้าสู่เมืองเก่านครจำปาศักดิ์

    เพียงเข้าเขตประเทศลาว รถวิ่งอยู่ดี ๆ ก็เกิดยางระเบิด พอเปลี่ยนยางเสร็จวิ่งไปได้สักครู่เครื่องยนต์ก็เกิดดับขึ้นเฉยๆ แก้ไขอย่างไรเครื่องก็ไม่ยอมติด ตะวันก็จวนจะมืดค่ำลงทุกขณะ บริเวณนั้นก็เป็นป่าเปลี่ยวด้วย จนปัญญาที่สารถจะแก้ไขให้รถยนต์วิ่งต่อไปได้

    หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม จึงพูดขึ้นว่า “หรือว่าพวกเราจะขัดความประสงค์ของท่านอาจารย์ เทวดาทั้งหลายจึงได้ขัดขวางการที่พวกเราจะไปเคลื่อนศพท่านกลับมาประเทศไทย”

    หลวงปู่สิงห์ ให้คนจัดหาดอกไม้ธูปเทียนถวายท่าน แล้วท่านก็ลงคุกเข่าอยู่ตรงข้างๆ รถ ผินหน้าไปทางนครจำปาศักดิ์ กล่าวคำขมาโทษครูบาอาจารย์ แล้วพูดดังๆ ป่าวประกาศให้เทวดาฟ้าดินทั้งหลายได้รับทราบทั่วกันว่า

    “..ที่มานี้ก็มีความประสงค์อย่างแน่วแน่ที่จะไปรับศพของพระอาจารย์กลับมาบำเพ็ญกุศลทางฝั่งไทย เพราะลูกศิษย์ลูกหาทางฝั่งนั้นมีมาก หากพวกเขาจะต้องเดินทางมาบำเพ็ญกุศลทางฝั่งนี้จะเป็นการลำบากวุ่นวาย ไม่สะดวกโดยประการทั้งปวง

    ฉะนั้น ข้าพเจ้า พระอาจารย์สิงห์ จึงขอป่าวประกาศให้เทวดาฟ้าดินตลอดทั้งรุกขเทวดา อากาศเทวดา ภุมเทวดาทั้งหลายได้โปรดทราบโดยถ้วนทั่ว และขอศพพระอาจารย์เพื่อไปบำเพ็ญกุศลทางฝั่งประเทศไทยเถิด


    พอหลวงปู่สิงห์กล่าวจบลง ท่านก็สั่งให้คนขับติดเครื่องทันที

    เป็นเรื่องที่แปลกและอัศจรรย์มาก หลวงปู่สิงห์ยังไม่ลุกจากที่นั่ง สตาร์ทเครื่องเพียงครั้งเดียวเครื่องยนต์ก็ติด รถจึงได้ออกแล่นมุ่งตรงไปยังนครจำปาศักดิ์เพื่อไปรับศพหลวงปู่ใหญ่ ที่วัดอำมาตยารามต่อไป
     
  3. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    อัญเชิญศพกลับสู่เมืองอุบลฯ


    หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม พร้อมคณะ ได้ขอศพหลวงปู่ใหญ่กลับไปบำเพ็ญกุศลที่เมืองอุบลฯ เจ้าเมืองนครจำปาศักดิ์ พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลถวายอย่างสมเกียรติแก่พระบูรพาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเวลาพอสมควรแล้วและเห็นว่าระยะเวลานั้นอยู่ในช่วงสงครามอินโดจีนของฝรั่งเศส หรือสงครามบูรพาอาคเนย์ยังร้อนระอุอยู่ จะจัดงานศพครูบาอาจารย์ทางฝั่งลาวคงไม่สะดวกนัก จึงได้มอบศพหลวงปู่ใหญ่ ให้คณะของหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ได้เคลื่อนย้ายจากวัดอำมาตยาราม นครจำปาศักดิ์ สู่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป

    เมื่อศพหลวงปู่ใหญ่ เดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบูรพาราม เมื่อเป็นเวลาพอสมควรแล้ว หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จึงสั่งให้บรรจุเก็บศพของท่านไว้ก่อน รอความพร้อมที่จะฌาปนกิจในปีต่อไป

    บันทึกถึงบรรยากาศและความรู้สึกของหลวงพ่อโชติ มีดังนี้ :-

    “...ดวงประทีปอันเจิดจ้าได้พลันมาดับวูบลงจากดวงใจของบรรดาศิษยานุศิษย์ พุทธบริษัท ในขณะที่โลกซีกนี้กำลังร้อนระอุด้วยภัยสงคราม ประชาชนได้รับทุกข์ทรมานโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม สุมไหม้อยู่ในดวงใจเป็นล้นพ้น ผู้คนต้องหลบหลีกภัยในหลุมเพลาะหาเกราะที่กำบัง กลางคืนเงียบเหงาเศร้าสร้อย แสงไฟและเสียงพูดคุยกันแทบจะไม่มี ต่างมุดอยู่ในความมืดเพื่อหลบหลีกภัยจากสงคราม

    ความว้าเหว่รันทดหดหู่ใจในการสูญเสียหลักใจในครั้งนั้นเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ของคณะกรรมฐานเลยทีเดียว

    ท่านพระอาจารย์เสาร์ ผู้เป็นหลักชัยไม้เท้าของหมู่คณะ เป็นศูนย์รวมจิตใจของหมู่บรรพชิตและคฤหัสถ์ผู้ใคร่ในการปฏิบัติธรรม นับแต่ครูบาอาจารย์ ไปถึงสามเณรน้อย ที่เคยได้เห็นท่านพระอาจารย์ทุกเมื่อเชื่อวัน เคยได้อุปัฏฐากรับใช้ ปฏิบัติถูขี้เหงื่อขี้ไคลยามสรงน้ำ เคยนวดเฟ้นบีบจับเส้นเอ็นถวาย เคยได้ฟังเทศน์อบรมสั่งสอนจากท่าน

    เมื่อท่านพระอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ไปที่ใดในถ้ำ ในเหว ป่าเปลี่ยว ป่าช้า ก็ช่างอบอุ่นใจเหลือเกิน

    แต่มาบัดนี้ท่านพระอาจารย์ได้จากพวกเราไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันจะหวนกลับคืน มันช่างเป็นความเศร้าโศกาอาดูรเสียนี่กระไร

    สิ่งหนึ่งสิ่งใด มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา สังขารดับสิ้นทั้งอินทรีย์ แต่ความดียังปรากฏอยู่คู่โลกา

    ท่านจากไปเพียงสังขารร่างกายเท่านั้น คุณความดีอันเป็นพระคุณของท่านยังปรากฏอยู่จนกระทั่งบัดนี้ ให้กุลบุตร กุลธิดา ลูกศิษย์ลูกหารุ่นหลังได้ถือเป็นเนติแบบอย่างสืบไป
     
  4. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    ฌาปนกิจศพสี่บูรพาจารย์เมืองอุบล


    กำหนดวันจัดงานฌาปนกิจศพหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖ ซึ่งเป็นเวลาอีก ๑๔ เดือน หลังจากการมรณภาพของท่าน ในช่วงวันที่ ๑๐-๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖ นี้เป็นช่วงเผาศพบูรพาจารย์แห่งเมืองอุบลฯ ถึง ๔ รูป คือ

    ๑. หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล จัดงานฌาปนกิจ ที่วัดบูรพาในวันที่ ๑๕-๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖

    ๒. พระศาสนดิลก (ชิตเสโน เสน) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีทอง เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี จัดขึ้นที่วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) วันที่ ๑๐-๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖

    ๓ พระมหารัฐ รฏฺฐปาโล อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนาราม จัดขึ้นที่วัดศรีทอง (ศรีอุบลรัตนาราม) วันที่ ๑๐-๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖

    ๔. พระครูวิโรจน์รัตโนมล (บุญรอด นนฺตโร) อดีตเจ้าอาวาส วัดทุ่งศรีเมือง ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖

    ทางด้านการเตรียมงานเผาศพของหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล นั้นเมื่อใกล้จะถึงวันงาน พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ศิษย์อาวุโส ผู้มีฝีมือทางด้านศิลปะและงานก่อสร้าง ได้เป็นแม่งานจัดเตรียมสถานที่สร้างเมรุ โดยกำหนดเอาลานว่างตรงหน้าศาลาใหม่ของวัดบูรพาเป็นที่จัดสร้างเมรุ

    การสร้างเมรุเป็นฝีมือของลูกศิษย์ฝ่ายอรัญวาสี โดยทำเป็นรูปภูเขาจำลอง ใช้ไม้ไผ่สานเป็นโครงสร้างปิดกระดาษหุ้มทับ

    แล้วทาสีให้เหมือนจริง ประดับตามซอกชั้นแซมด้วยต้นไม้ใบหญ้าดูสมจริง จนมีผู้ไปนั่งไปยืนพิงเกือบเสียหายไปก็มี

    หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ศิษย์อาวุโสมากกว่าพระอาจารย์ดี ฉนฺโน เป็นแม่งานในการจัดเตรียมงานทั้งหมดแทน หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ศิษย์ผู้มีอาวุโสมากที่สุด ที่กำลังเดินทางจากบ้านโคก จังหวัดสกลนครมาเป็นประมุข ประธานก่อนวันเผาราว ๓ วัน และอยู่ต่ออีก ๑ วันหลังวันงาน จึงได้เดินทางกลับจังหวัดสกลนคร

    ในหนังสือของอาจารย์พิศิษฐ์ ไสยสมบัติ ได้บรรยายถึงบรรยากาศการเผาตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า

    “ระหว่าง ๑๐-๑๖ เมษายน ๒๔๘๖ เป็นช่วงงานเผาศพ ๔ พระอาจารย์ผู้อาวุโสแห่งเมืองอุบลฯ บนท้องฟ้าปรากฏประหนึ่งรูป ๔ พระอาจารย์ลอยอยู่เหนือเมืองอุบลฯ

    วันเผานั้น เผาตอนเที่ยงคืน สัปเหร่อทำการถอดกระดูก พระเณรลูกศิษย์ทั้งหลายช่วยกันขัดล้างกระดูกแล้วห่อด้วยผ้าขาว ใส่หีบศพประชุมเพลิงด้วยไม้จันทน์

    รุ่งขึ้นท่านพระอาจารย์สิงห์เป็นผู้จัดแบ่งอัฐิพระอาจารย์ไปยังวัดต่างๆ ที่เห็นสมควร ที่เหลือได้มอบให้วัดบูรพารามเก็บรักษา

    หลวงพ่อโชติ อาภคฺโค ได้จบบันทึกของท่านด้วยบรรยากาศการจัดงานเผาศพของหลวงปู่ใหญ่ ดังนี้ : -

    “ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพท่าน โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) เป็นประธานในงานพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม และพระเถรานุเถระผู้ศิษย์ ร่วมกันจัดการฌาปนกิจศพท่านโดยพร้อมเพรียง ทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร เป็นการเชิดชูเกียรติประวัติของพระป่าผู้ใฝ่ธรรม ปฏิบัติธุดงคกรรมฐาน ตามแบบโบราณาจารย์แต่ปางก่อนเคยสอนสืบๆ มา นับเนื่องเป็นพระบูรพาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบควรแก่การยกย่องนับถือ เป็นปูชนียบุคคลโดยแท้ สาธุ !”

    <TABLE id=table81 border=0 width=122><TBODY><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>
    พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
    </TD><TD>
    ท่านเจ้าคุณพระศาสนดิลก
    (เสน ชิตเสโน)
    </TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>
    [​IMG]
    </TD></TR><TR><TD>
    พระมหารัฐ รฏฺฐปาโล
    </TD><TD>
    พระครูวิใรจน์รัตโนบล
    (บุญรอด นนฺตโร)
    </TD></TR></TBODY></TABLE>​
     
  5. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,527
    คำเทศน์หลวงปู่มั่นในงานเผาศพหลวงปู่ใหญ่


    ต่อไปนี้เป็นคำบอกเล่าของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตสามเณรอุปัฏฐากหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล

    หลวงพ่อพุธ เน้นคำเทศน์ของหลวงปู่มั่น ว่า “ลูกศิษย์พระอาจารย์มั่น ต้องปฏิบัติอย่างพระอาจารย์มั่นปฏิบัติ”

    รายละเอียดมีดังนี้

    จำได้ว่างานศพหลวงปู่เสาร์ ตอนนั้นหลวงพ่อบวชเป็นพระได้พรรษาหนึ่ง อยู่วัดสระปทุม (วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ) ใครต่อใครเขาก็ไปกัน แต่พระอุปัชฌาย์ (เจ้าคุณพระปัญญาพิศาลเถร-หนู ฐิตปญฺโญ) ให้หลวงพ่อเฝ้ากุฏิ เลยไม่ได้ไปกับเขา

    พอพระอุปัชฌาย์ท่านไป กลับมาก็มาเทศน์ให้ฟัง

    เจ้าคุณพระปัญญาพิศาลเถร กับหลวงปู่เสาร์ นี่ท่านให้คำมั่นสัญญากัน ถ้าใครตายก่อนให้ไปทำศพ หลวงปู่เสาร์ตายก่อนจึงทำที่วัดบูรพา ฯ

    และอีกอย่างหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านอาจารย์เสาร์ได้มรณภาพลงแล้ว ก็ได้ทำฌาปนกิจ คือถวายพระเพลิงศพท่านอาจารย์เสาร์

    ในงานนั้นท่านอาจารย์มั่นก็ไปร่วมงานด้วยในฐานะที่ท่านก็เป็นอันเตวาสิก (ศิษย์) ของท่านอาจารย์เสาร์ ซึ่งอยู่ในระดับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

    ในขณะที่ท่านแสดงธรรมท่านอาจารย์มั่นแสดงธรรมว่า

    “เมื่อสมัยท่านอาจารย์เสาร์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนเรา บัดนี้ท่านอาจารย์เสาร์ได้มรณภาพไปแล้ว ก็ยังเหลือแต่เราพระอาจารย์มั่น จะเป็นอาจารย์อบรมสั่งสอนหมู่ในสายนี้ต่อไป

    ดังนั้น ท่านผู้ใดสมัครใจเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่นต้องปฏิบัติตามปฏิปทาของท่านอาจารย์มั่น ถ้าใครไม่สมัครใจหรือปฏิบัติตามไม่ได้ อย่ามายุ่งกับท่านอาจารย์มั่นเป็นอันขาด

    ทีนี้ถ้าเราคืออาจารย์มั่น ตายไปแล้ว ก็ยังเหลือแต่ท่านสิงห์นั่นแหละ พอจะเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนหมู่ได้


    ท่านเทศน์ไว้อย่างนี้จำไว้นะ ไม่ทราบว่าสหธรรมิกซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์มั่นจะจำได้หรือเปล่า ถ้าหากจำได้ก็ขออภัยด้วย ถ้าหากจำไม่ได้ ก็ลองเอาไปคิดเป็นการบ้านดูซิว่า ปฏิปทาของอาจารย์มั่นท่านปฏิบัติอย่างไร แล้วเราควรจะดำเนินตามแนวทางของท่านอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์มั่น

    ท่านทั้งหลายลองคิดดูซิว่า สมัยที่ท่านอาจารย์มั่น ท่านอาจารย์เสาร์ยังอยู่ บางสิ่งบางอย่างที่เราอนุโลมตามความต้องการของชาวโลกแทบจะไม่ปรากฏ

    แม้แต่การทำบุญมหาชาติ การจัดงานวัดมีมหรสพต่างๆ เราไม่เคยมี

    สมัยปัจจุบันนี้ ครูบาอาจารย์เป็นนักธุรกิจ ไปกันเสียไม่ได้หยุด จากเหนือไปใต้ จากใต้ไปเหนือ ไปเที่ยวโปรดญาติโยม แต่ไม่แน่นักว่าให้ญาติโยมโปรด หรือไปโปรดญาติโยมกันแน่ก็ไม่ทราบ

    อันนี้คือของฝากให้ลูกศิษย์ครูบาอาจารย์ได้นำไปพิจารณาเป็นการบ้าน

    ผมก็ขอจบเรื่องราวของหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล ลงเพียงแค่นี้ หากมีสิ่งใดผิดพลาดไม่สมควร ไม่เหมาะสมด้วยประการใดๆ ผมขอกราบแทบเท้าขอขมาต่อองค์หลวงปู่ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านด้วยครับ

    กราบหลวงปู่ใหญ่ด้วยใจเคารพอย่างสูงสุด


    ขอขอบพระคุณข้อมูลโดย
    รศ.ดร.ปฐม นิคมานนท์
    www.dharma-gateway.com
     

แชร์หน้านี้

Loading...