หลวงปู่เหยียบรถเดี่ยง

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย pongio, 29 พฤศจิกายน 2013.

  1. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
    ประวัติ หลวงปู่วรพรตวิธาน “หลวงปู่วรพรตเหยียบรถเดี่ยง”
    .. นามเดิมท่านชื่อ “พันธ์ ทับงาม” เกิดวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2444 ที่บ้านน้ำอ้อม อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
    (ที่จริงแล้วท่านเกิดในปี พ.ศ 2437 แต่แจ้งวันเกิดช้ากว่ากำหนดโดยวันเดือนเกิดไม่ทราบแน่ชัด) บิดาชื่อ พ่อศิลา มารดาชื่อ แม่ทอง ทับงาม ชีวิตเยาว์วัยท่านเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาก จนขุนเกษตรวิสัยเจ้าเมืองร้อยเอ็ดเอาไปรับราชการเป็นเสมียนประจำตัวท่าน รับราชการจนอายุได้ 16 ปี จึงลาบวชเป็นสามเณร ณ.วัดบ้านน้ำอ้อม จนอายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระต่อโดยมีพระครูธรรมสังฆบาลเป็นพระอุปัชณาย์มีฉายาว่า “ติสโส” ท่านเป็นพระหนุ่มที่เรียนหนังสือเก่งมากท่องปฏิโมกข์ได้ตั้งแต่พรรษาแรก และปี พ.ศ 2472 หลวงปู่ ท่านสอบนักธรรมชั้นเอกได้ ในปีนั้นหลวงปู่สอบนักธรรมเอกได้เพียงองรูปเดียวเท่านั้นทั่วมณฑลร้อยเอ็ด (รวมกาฬสินและมหาสารคามด้วย) จนได้รับรูปท่านเจ้าคุณพระโพธิวาศจารย์แม่กองธรรมอุบลเป็นรางวัล
    หลวงปู่ได้มาเรียนเทศนากับท่านเจ้าคุณกัณหา ณ วัด หนองทุ่ม อ.พล จ.ขอนแก่น (เจ้าคุณกัณหาเจ้าคณะ จังหวัดขอนแก่น ในสมัยนั้น พ.ศ 2473) ปี พ.ศ 2475 บ้านเมืองได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเจ้าคุณกัณหาจึงได้ส่งหลวงปู่วรพรตมาเป็นเจ้าอาวาสวัดจุมพล บ้านก้านเหลือง อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น อายุการสร้างวัดจุมพล ประมาณ 150 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 5
    พ.ศ 2480 หลวงปู่ได้สร้าง อุโบสถขึ้นมาใหม่ เสร็จเอาปี พ.ศ 2483 ค่าก่อสร้างเป็นเงิน 2,500 บาท ปูนชีเมนต์สมัยนั้นถุงละ 1.50 บาท ปี พ.ศ. 2482 หลวงปู่ได้ขอพระราชทาน พระปรมาภิไธย์ย่อ
    ของรัชการที่ 8 แต่พระองค์ท่านได้พระราชทานเหรียญพระฉายาลักษณ์ของท่านให้หลวงปู่วรพรต หลวงปู่ท่านเอาเหรียญนั้นติดไว้หน้าพระอุโบสถต่อจากนั้นมาหลวงปู่ก็ได้พัฒนาวัดจุมพลมาเรื่อยๆ ตลอดจนวัดต่างๆ ในอำเภอแวงน้อย และอำเภอพล (แต่ก่อนอำเภอแวงน้อยเป็นตำบล ขึ้นอยู่กับอำเภอพล) ในการสร้างพระอุโบสถและกุฎิ รวมทั้งศาลาการเปรียญ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 30 หลัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการขยายการปกครองออกไปอีก ทางการจึงตั้งตำบลแวงน้อยขึ้นเป็นอำเภอแวงน้อย หลวงปู่วรพรตวิธานจึงได้เป็นเจ้าคณะอำเภอแวงน้อยรูปแรก
    หลวงปู่ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมขลังมาก ได้เรียนวิชาอาคมมาจาก 5 อาจารย์ด้วยกัน เช่น หลวงศรีธรรมศาสตร์ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม หลวงปู่ศึกษาวิชาไสยศาสตร์ จากอาจารย์ครีธรรมศาสตร์ จนเรียนจบเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมจาก พระอาจารย์ขันวัดท่าสะแบง ต.มะบ้า อ.ธวัชบุรี จ. ร้อยเอ็ด พระอาจารย์ขันวัดท่าสะแบงนี้ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมรูปหนึ่งในภาคอีสานในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาอาคมทางด้านเมตตามหานิยม, คงกระพันชาตรี, แคล้วคลาด, มหาอุต ป้องกันขับไล่ คุณไสย คุณผี คุณคน หลวงปู่วรพรตท่าน ก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากพระอาจารย์ขันจนหมดสิ้น แล้วหลวงปู่ก็ได้ไปศึกษากับอาจารย์บ้านฟ้าเหลี่ยม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เกจิอาจารย์ดังองค์หนึ่งในสมัยนั้น ขนาดท่านปัสสาวะรดต้นไม้ เอาปืนยิงต้นไม้ ยังยิงไม่ออกแต่ก็ยังไม่พอความต้องการของหลวงปู่ หลังจากนั้นท่านก็ได้มุ่งหน้าไปศึกษากับ หลวงปู่ชม ฐานธัมโม แห่งวัดกู่ พระโกนา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่าน หลวงปู่ชมรูปนี้ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถมาก มีอิทธิปาฏิหาริย์นานัปการ ท่านสามารถล่องหนหายตัวได้ หลวงปู่ชมท่านได้สร้าง วัดขึ้นบริเวณใกล้กับกู่โกนาอยู่ทางจะไป อ. ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ้งไปเขมรต่ำ (ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน) หลวงปู่ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมและวิปัสนากัมมัฏฐาน อยู่ 2 ปี เมื่อ พ.ศ. 2479 ท่านได้กราบลาหลวงปู่ชม ออกมุ่งหน้ามายัง จ. ขอนแก่น เพื่อกับวัดจุมพลของท่าน
    หลังจากที่ท่านได้เล่าเรียนวิชาอาคมจากพระอาจารย์ ต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ไปกับหลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต และได้แยกทางกันที่ อ. มัญจาคีรี จากนั้นหลวงปู่วรพรตท่านก็ได้เดินผ่านดงพญาเย็น-พญาไฟ ผ่านไปประเทศลาว พม่า เขมร เรื่องราวตอนที่ท่านเดินธุดงค์ ไปนั้นมีมากมาย ผจญทั้งสัตว์ร้ายและภูตผีปีศาจ แต่ท่านก็ผ่านอุปสรรคนั้นมาได้

    หลวงปู่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในสมัยรัชการที่ 8 มีพระราชทินนามว่า “พระครูวรพรตวิธาน” เราจึงเรียกติดปากว่า “หลวงปู่วรพรต” ตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่ได้แสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้คนเป็นครั้งแรก ก็คือ เรื่องหลวงปู่เหยีบรถกระดก (ลอยขึ้น) เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2503 หลวงปู่จะออกเดินทางจาก อ. พล จ. ขอนแก่น ด้วยรถโดยสารเพื่อจะไป จ.ร้อยเอ็ด รถคันที่หลวงปู่จะขึ้นเป็นรถสองแถวขนาดใหญ่ ตามธรรมดาโดยทั่วไปแล้วพระเณรจะต้องนั่งด้านหน้าติดกับคนขับ เพื่อจะได้ไม่ปะปนกับผู้โดยสารคนอื่น แต่รถคันนี้มีผู้หญิงนั่งเต็มอยู่ด้านหน้าแล้ว ด้านหลังรถยังพอมีที่นั่งได้ คนขับรถจึงบอกให้หลวงปู่ขึ้นทางท้ายรถ หลวงปู่ก็ได้ปฏิบัติตามโดยดี แต่ก่อนจะขึ้นรถหลวงปู่ได้พูดกับคนขับรถว่า “รถจะไม่เดี่ยงหรือ”(เดี่ยงเป็นภาษาไทยอีสานแปลว่า “ กระดก”) คนขับก็บอกว่า “ไม่เดี่ยงแน่เพราะรถรับน้ำหนักได้หลายตัน” พอคนขับพูดจบ หลวงปู่ก็ก้าวเท้าขึ้นรถ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นทันที ด้านหน้ารถลอยขึ้น เหมือนมีมือยักษ์มาจับยกขึ้น คนขับรถเห็นเช่นนั้นถึงกับตกตะลึงจึงกราบนิมนต์หลวงปู่มานั่งด้านหน้า โดยให้พวกผู้หญิงไปนั่งด้านหลัง ตั้งแต่นั้นมาสมญานาม “หลวงปู่วรพรตเหยียบรถเดี่ยง” จึงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในเขตขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ต่างก็รู้เรื่องกันดี เคยมีญาติโยมที่อยู่ไกลถึง จ. กระบี่ เดินทาง มากราบขอคาถาเหยียบรถกระดกจากท่าน ท่านก็มอบคาถานะโมพุทธายะให้ไป แต่จะทำได้เหมือนหลวงปู่หรือเปล่าไม่ทราบ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • get_auc3_img.jpg
      get_auc3_img.jpg
      ขนาดไฟล์:
      17.3 KB
      เปิดดู:
      2,520
    • download.jpg
      download.jpg
      ขนาดไฟล์:
      10 KB
      เปิดดู:
      2,070
    • download (1).jpg
      download (1).jpg
      ขนาดไฟล์:
      6.6 KB
      เปิดดู:
      1,324
  2. pokpok111

    pokpok111 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2011
    โพสต์:
    802
    ค่าพลัง:
    +4,735
    การที่บุคคลจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆได้ อย่างน้อยๆต้องเป็นผู้ทรงสมาบัติขั้นอัปปนาสมาธิขึ้นไปเป็นพื้นฐานเสียก่อน ต่อให้บุคคลนั้นมีคาถาดีแค่ไหนหากไม่ทรงสมาธิคาถานั้นก็แสดง อิทธิปาฏิหาริย์ไม่ได้ เรื่องสนุกมากครับ ขอนุโมทนาครับ
     
  3. พญายา

    พญายา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,265
    ค่าพลัง:
    +8,171
    ทีแรกนึว่าลพ.ท่านเป็นคนพื้นที่แวงน้อย พวกลูกศิษย์ลูกหาของท่าน เถ้าแก่ต่างๆในจังหวัดใกล้เคียง ที่ทันท่านมักจะนำเหรียญมาคล้องหน้ารถยนต์ส่วนตัว เพื่อความอุ่นใจ
     
  4. ubon2555

    ubon2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,586
    ค่าพลัง:
    +3,521
    เป็นคนอ.จตุร๚ค่ะจ. 101คุณแม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังดหมือนกันค่ะ
     
  5. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,437
    ค่าพลัง:
    +35,906
    พึ่งเคยได้ยินครับ..อืมๆ..พอดีส่วนตัวดูรูปไม่ได้.ถ้ามีเวลาช่วย
    ลงรูปให้ดูอีกรอบด้วยนะครับ..แต่ส่วนตัวพอคาดคะเนได้..
    ถ้าดูจากช่วงเวลาแล้ว.สมัยนั้นยังมีพระที่มีความสามารถลักษณะ
    นี้พอสมควร.เมื่อก่อนสิ่งปลูกสร้างยังไม่เยอะเท่าสมัยนี้ครับ
     
  6. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,437
    ค่าพลัง:
    +35,906
    โห้ยย!! ถ้าดูจากรูปนะครับ เห็นแล้วหนาวเลยครับ..
    .เห็นกำลังสนับสนุนทางภพภูมิ
    ที่มีในตัวของท่านโดยมากจากการสังเกตุแบบส่วนตัวนะครับ
    กำลังสนับสนุนระดับนี้จะมีในพระปฏิสัมภิทาญานขึ้นไป
    หรือไม่ก็ไม่ตำกว่าอภิญญา ถ้าออกด้านความดีล้วนๆ
    จะเป็นท่านที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นพระโพธิสัตว์
    เคยเจอท่านหนึ่งเป็นครูบาท่านหนึ่งจำชื่อไม่ได้พระทางภาคเหนือ
    ที่ว่าท่านเข้าไปนั่งในถ้ำนานๆแล้วออกมานั่นหละครับ.
    หรือถ้าน้อยกว่านี้หน่อยจะเป็นประมาณพระอรหันต์แทน.

    ส่วนถ้าเป็นสายอภิญญาจิตจะอีกแบบ สายพระในดงจะอีกแบบ
    ผิดถูกไม่ทราบนะครับแต่หลวงปู่ท่านนี้มีหลายสาย มีฝ่ายแบบ
    คาถาอาคมที่มาพร้อมกับสัมผัสพิเศษอะไรด้วยครับ.
    และฝ่ายฤิทธิ์ออกแนวป้องกันก็กำลังสูง
    แลพันธมิตรมีฤิทธิ์ที่สนับสนุนการใช้ฤิทธิ์ของท่านก็เยอะครับ

    ไม่แปลกใจเลยครับ.และที่รถยกขึ้นได้
    ก็มีภพภูมิฝ่ายสนับสนุนท่านใช้ศรีษะ.ใช้หลังดันรถให้ยกขึ้นอยู่ใต้ท้องรถครับ..
    และการที่ท่านให้คาถาใครไปนั้น.ใครจะทำได้ผลหรือไม่ได้ผล
    อย่างไร..ขึ้นอยู่กับพันธ์มิตรฝ่ายภพภูมิส่วนนี้ครับ.ณ จุดนี้
    บุคคลผู้นั้นต้องสร้างบารมีตรงส่วนนี้ขึ้นมาเองครับ..

    ส่วนเหรียญจากรูปที่นำมาลง.เด่นทางป้องกันจะเน้นป้องกันเกี่ยวกับ
    พวกสิ่งไม่ดีต่างๆทุกรูปแบบ.และเด่นเรื่องสัมผัสพิเศษเรื่องลึกลับต่างๆ
    .พูดง่ายว่าเหรียญห้อยกันผีกันคุณไสย์นั่นหละครับ..ซึ่งถ้ารู้จัก
    สร้างบารมีด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้ภพภูมิทั้ง ส่วนนี้ในเหรียญบ่อย
    จะทำให้มีกำลังเด่นชัดขึ้นมาได้.และจะทำให้มีฝ่ายความดีแทรกขึ้นมาได้ด้วยครับ

    ปล.ถือว่าเป็นเรื่องเล่าแล้วกันนะครับ.และขอบคุณสำหรับรูปด้วยครับ.
     
  7. sam.337

    sam.337 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    401
    ค่าพลัง:
    +940
    ส่วนตัวผมก็มีติดตัวเหมือนกันเหรียญซุ้มพญานาคหลวงปู่พระครูวรพรตวิธาน เจ้าคณะอำเภอ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น อายุ๙๔ปี ๕แผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๗ ขอโชว์อย่างเดียวนะ เหรียญนี้ขอบารมีครูบาอาจาย์ปราบผีเจ้าพ่อมาแล้ว.....ท่านศักดิ์สิทธิ์มากครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ธันวาคม 2013
  8. pokpok111

    pokpok111 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2011
    โพสต์:
    802
    ค่าพลัง:
    +4,735
    เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ อิอิ
     
  9. W-suksawat

    W-suksawat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2012
    โพสต์:
    161
    ค่าพลัง:
    +416
    วัตถุมงคลของท่าน คนพื้นที่เก็บกันหมดครับ ท่านศักดิ์สิทธิ์มากครับ
     
  10. okas

    okas เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มกราคม 2013
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +147
    ขอบคุณ ข้อมูลดีๆๆครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...