หลวงป๋า พระโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์แล้ว

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 13 ตุลาคม 2018.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    พระโพธิสัตว์ โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 11 ก.ย. 2559
    ( ปัจจุบันบวชเป็นพระภิกษุแล้ว )


    เราคงเคยได้ยินเรื่องราวของพระโพธิสัตว์กันมาบ้าง แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าพระองค์ไหนคือพระโพธิสัตว์ เราก็คงจะดูจากสิ่งที่พระท่านทำ เช่น ท่านชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชอบเทศน์โปรดสัตว์ ชอบสร้างวัด-สะพาน-โรงพยาบาล ฯลฯ เราก็คงต้องใช้การเดาและมองดูกันเพียงเท่านั้นเพราะเรื่องนี้ยังไม่เคยมีตำราเขียนเอาไว้ มันเป็นเรื่องนอกตำรา ทำให้ผมคิดว่าจะเล่าเอาไว้ดีไหมเพื่อให้เป็นข้อมูลบันทึกไว้ในโลก

    เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วกว่า 30 ปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนทราบกันน้อยมาก สมัยนั้นพระองค์นี้ท่านยังเป็นฆราวาสท่านยังไม่ได้บวช ท่านยังทำงานเป็นพนักงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เมื่อท่านได้เริ่มมาฝึกวิชชาธรรมกายของวัดปากน้ำแล้วประมาณ 2 ปีท่านก็ได้ถึงธรรมกาย และได้เข้าไปกราบขอเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อภาวนาโกศลเถระ วัดปากน้ำภาษีเจริญ วันหนึ่งท่านก็เกิดความประหลาดใจที่เห็นพระธรรมกายของท่านนั้นปรากฏว่ามีฉัตรอยู่เหนือพระเศียร เป็นฉัตร 3 ชั้นแบบเดียวกับที่เขาสร้างถวายพระประธานในโบสถ์

    ท่านก็เลยเกิดความสงสัยว่าเป็นการนึกเห็นไปเองหรือว่ามีฉัตรอยู่จริงกันแน่ เพราะแม้แต่ในตำราของวิชชาธรรมกายหรือตำราทางสมาธิของสายอื่นๆ ก็ไม่เห็นมีใครบอกไว้ ครูบาอาจารย์หรือผู้ที่ถึงธรรมกายท่านอื่นๆ ก็ไม่มีใครพูดถึง “ท่านเห็นน่ะเห็นจริง แต่สิ่งที่เห็นนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่” คำพูดเหล่านี้คือคำพูดที่เหล่านักปฏิบัติจะต้องเตือนตนเองอยู่เสมอๆ

    ท่านจึงได้นำความสงสัยนี้ไปถามกับหลวงพ่อภาวนาซึ่งเป็นอาจารย์ของท่าน หลวงพ่อภาวนาท่านจึงได้ใช้ญาณทัศนะทำการตรวจสอบให้ แล้วท่านก็กล่าวยืนยันว่าพระธรรมกายของลูกศิษย์ท่านนี้มีฉัตรอยู่จริง เหตุที่มีฉัตรประดับไว้ก็เพราะเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นพระนิยตโพธิสัตว์คือพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว อ๋อ...นี่เองที่คนโบราณท่านจึงสามารถบอกได้ว่าพระองค์ไหนคือพระโพธิสัตว์ ก็เพราะท่านคงเห็นว่าพระธรรมกายของพระองค์นั้นมีฉัตรประดับอยู่นั่นเอง

    นอกจากพระธรรมกายของหลวงป๋าท่านจะมีฉัตรแล้ว ก่อนหน้านั้นในสมัยที่หลวงป๋าท่านยังไม่ได้บวช มีอยู่วันหนึ่งท่านได้ตัดสินใจว่าชาตินี้จะขอสร้างบารมีเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านจึงเข้าห้องพระจุดธูปเพื่ออธิษฐานสร้างบารมีต่อหน้าพระพุทธรูป ในวันรุ่งขึ้นปรากฏว่าได้เกิดปาฏิหาริย์มีจักรปรากฏขึ้นที่กลางฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้างของท่าน จักรปรากฏเป็นเนื้อนูนกลมๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นสักขีพยานว่าท่านคือหน่อเนื้อแท้พระโพธิสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต เป็นหลักฐานตราตั้งของพระโพธิสัตว์และเป็นกำลังใจให้ท่านมั่นใจว่าการสร้างบารมีของท่านนั้นได้รับการรับรู้จากเบื้องบนและจะสำเร็จแน่นอน เนื้อนูนรูปจักรนี้ได้ปรากฏอยู่ประมาณ 7 วันจึงจางหายไป

    ต่อไปนี้ถ้าเราตรวจโดยใช้ญาณของพระธรรมกายแล้วเห็นว่าใครมีฉัตรประดับอยู่ก็พอจะบอกได้ว่าท่านผู้นั้นคือพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งแน่นอน และเมื่อท่านผู้นั้นได้สร้างบารมีเพิ่มมากขึ้น จำนวนชั้นของฉัตรก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 5 ชั้น 7 ชั้น และสูงสุด 9 ชั้นตามลำดับ และเวลาที่พระโพธิสัตว์ท่านนั้นจะต้องไปเดินทำธุระอยู่กลางแดด ฉัตรเขาก็จะทำหน้าที่บังความร้อนจากแสงพระอาทิตย์ให้ ฉัตรนี้เขาก็ทำหน้าที่ของเขา เพราะเขาเป็นฉัตรกายสิทธิ์เป็นของเป็นไม่ใช่ของตายนะครับ เรื่องนี้ผม (อู๋) เล่าออกมาจากความทรงจำของผมเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว....


    **********************************


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 ตุลาคม 2018
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    ญาณทัศนะที่แม่นยำของหลวงป๋า เล่าโดย ทวีวีฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 1 ต.ค. 2559

    ผม (อู๋) เคยซื้อบ้านที่หมู่บ้านเสนานิเวศน์ไว้หลังหนึ่ง คนในยุคที่ผมเป็นหนุ่มๆ คงจะจำกันได้ถึงโฆษณาของหมู่บ้านแห่งนี้ “เสนานิเวศน์ อยู่กันจนเป็นปู่” ซึ่งเป็นโฆษณาที่ฮอตฮิตมากในสมัยนั้น เมื่อจะซื้อบ้านจึงเลือกที่จะซื้อที่หมู่บ้านแห่งนี้ตามคำชวนเชื่อของโฆษณา อยู่มาได้ประมาณ 10 ปี ก็จำเป็นที่จะต้องย้ายเพื่อมาอยู่ที่บ้านหลังปัจจุบัน (ในซอยโชคชัย 4) บ้านที่เสนานิเวศน์จึงต้องประกาศขาย

    เมื่อประกาศขายไปซักระยะหนึ่ง ก็มีผู้สนใจที่จะซื้อประมาณ 3-4 ราย มีทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงซึ่งดูแล้วก็เป็นผู้ที่มีเงินทองมากและมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงระดับท่านแม่ทัพนายกอง ต้องการซื้อไปให้ลูกที่กำลังจะออกเรือน อีกรายก็เป็นผู้หญิงวัยกลางคนติดต่อเข้ามาและขอเข้ามาดูภายในบ้าน ท่าทางสนใจจริงถึงกับเอากล้องมาถ่ายรูปห้องต่างๆ และขอสำเนาผังแปลนบ้านและโฉนด เพื่อไปดำเนินการกู้ยืมกับทางธนาคาร

    รายสุดท้ายประหลาดกว่ารายอื่นๆ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท True ติดต่อเข้ามา รายนี้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเพียงครั้งเดียว เขาถามเพียงแค่ว่าตัวบ้านกว้างและยาวเท่าไหร่เท่านั้น การตกแต่งภายในก็ไม่สนใจจะซักถาม ผิดกับรายอื่นๆ ที่เขาจะถามว่ามีแอร์กี่ตัว มีกี่ห้องน้ำ ห้องน้ำตกแต่งอย่างไร ห้องนอนมีพรมไหม ฯลฯ เมื่อผ่านไปราว 1 อาทิตย์ก็มีเจ้าหน้าที่ (แต่ดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนช่างผู้รับเหมา) ขอเข้ามาเพื่อวัดขนาดกว้างและยาวของพื้นที่และตัวบ้าน วัดอยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็ลากลับไป

    ในใจของผมนั้นคิดว่า ในรายผู้หญิงวัยกลางคนนั้นน่าจะเป็นผู้ซื้อจริงมากที่สุด เพราะเธอเข้ามาดูบ้านและบอกพอใจบ้านของผมมาก นอกจากนั้นก็ได้ดำเนินการติดต่อกู้กับทางธนาคารแล้ว และต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารขอเข้ามาดูบ้านของข้าพเจ้า ดูท่าทางว่าจะจบที่รายนี้ค่อนข้างมาก

    วันหนึ่งผมไปที่วัดหลวงพ่อสด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ผมไปทำบุญเป็นประจำ เพราะนับถือและสนิทกับพระองค์หนึ่งซึ่งในที่นี้ขอเรียกท่านว่า “หลวงป๋า” พระองค์นี้ผมสนิทสนมกับท่านมานาน และท่านก็รักผมเหมือนเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่ง วันนั้นผมแวะไปกราบท่านเพื่อจะสอบถามถึงเรื่องบ้านที่กำลังประกาศขาย

    ข้าพเจ้า “หลวงป๋าครับ ตอนนี้ผมกำลังจะขายบ้าน มีคนติดต่อเข้ามา 3 รายครับ”
    หลวงป๋า “เออ แล้วมีใครบ้างล่ะ ไหนบอกมาซิ”
    ข้าพเจ้า “มีคนที่อยู้บ้านใกล้ๆ กัน จะซื้อให้ลูกชายที่กำลังจะออกเรือน อีกคนเป็นผู้หญิงวัยกลางคนมาดูแล้วบอกว่าชอบมาก ตอนนี้กำลังติดต่อแบ๊งค์ขอทำเรื่องกู้อยู่ครับ แล้วอีกรายเป็นบริษัท True รายนี้แปลกมากถามแค่ว่าตัวบ้านกว้างยาวเท่าไหร่เท่านั้น.....” ยังไม่ทันที่ผมจะอธิบายต่อเลย หลวงป๋าก็พูดสวนขึ้นมาทันทีว่า

    หลวงป๋า “ป๋าว่าไอ้ราย True นั่นแหละจะมาซื้อบ้านเธอ”
    ข้าพเจ้า “จะเป็นไปได้อย่างไร เขาโทรมาหาเพียงครั้งเดียว รายละเอียดในบ้านก็ยังไม่เคยถามหรือเข้ามาดูในบ้านเลย ถามแค่ว่าหน้าบ้านกว้างเท่าไหร่แค่นั้น ไม่น่าเป็นไปได้นะครับ” ผมเถียงออกไปเพราะไม่เห็นด้วย
    หลวงป๋า “เออ แล้วเธอคอยดูไปก็แล้วกัน”

    พูดตามตรง ผมไม่ค่อยเชื่อคำของหลวงป๋าเลย เพราะดูจากรูปการณ์แล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้ อยู่ต่อมารายที่อยู่หลังบ้านก็ทำเงียบไป (ตอนแรกทำท่าทางสนใจจริงจังถึงกับมาต่อรองราคาไว้) รายผู้หญิงวัยกลางคนก็ปรากฏว่าทางธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ให้ ส่วนราย True ก็เงียบไป 2 อาทิตย์ แล้วก็ติดต่อกลับมาว่าให้ผมไปรับเช็คที่บริษัทได้เลยซะงั้น ผมละงงจริงๆ ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร แต่มันก็เป็นไปแล้ว

    ผมไปรับเช็คเงินที่ขายบ้านได้จริงๆ หลวงป๋าท่านแม่นมากทำนายไว้แบบทันทีทันใด ตอนท่านทำนายท่านก็ไม่เห็นต้องมานั่งหลับตาอะไร ท่านพูดสวนขึ้นมาขณะที่ผมยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ท่านบอกกลับเป็นจริงทุกอย่าง นี่แหละที่เขาว่าอานุภาพของพระธรรมกายนั้นแม่นยำและรวดเร็วจริงๆ

    ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องบ้านเท่านั้น เรื่องงานก็เช่นเดียวกัน สมัยยังหนุ่มๆ ผมส่งใบสมัครงานเอาไว้ 2-3 ที่ ที่แรกเป็นบริษัทขายกาแฟ ที่ๆ สองเป็นบริษัทโกดัก (สมัยนั้นรุ่งเรืองมาก) และที่สุดท้ายเป็นบริษัทอุตสาหกรรมนมไทย ผมแวะไปหาหลวงป๋าที่กุฏิเห็นหลวงพ่อกำลังจะขึ้นรถตู้เพื่อไปธุระในวัด ผมก็รีบกระโดดตามหลวงป๋าขึ้นรถตู้ไปด้วยเพื่อจะถามท่านเรื่องสมัครงาน ขณะที่รถออกวิ่งผมก็รีบชิงถามหลวงป๋าก่อนเลย

    ข้าพเจ้า “หลวงป๋าครับ ผมไปสมัครงานเอาไว้ 3 ที่ครับ มีบริษัทขายกาแฟ บริษัทโกดัก แล้วก็บริษัทอุตสาหกรรมนมไทย....”
    ผมพูดไปยังไม่ทันเสร็จหลวงป๋าก็พูดตอบกลับมาทันที “ป๋าว่า เธอจะได้งานที่บริษัทอุตสาหกรรมนมไทยนะ”
    ข้าพเจ้า “จริงหรือครับ”
    หลวงป๋า “เออ” ท่านพูดทำนายแบบทันทีทันใด ถามปุ๊บตอบปั๊บ

    แล้วก็เป็นไปตามที่หลวงป๋าบอก ไม่ถึงอาทิตย์ทางบริษัทอุตสาหกรรมนมไทยติดต่อกลับมา พร้อมนัดสัมภาษณ์แล้วให้เริ่มทำงานได้ทันที...ญาณทัศนะของผู้ที่ถึงธรรมกายชั้นสูง มันช่างแม่นยำเที่ยงตรงและรวดเร็วอะไรเช่นนี้


    ************************************


     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    มหาเทพ 2 องค์
    โดย หลวงตาอู๋

    สมัยก่อนที่หลวงป๋าจะบวชนั้น ท่านเคยเล่าให้หลายท่านฟังว่าท่านเคยมีนิมิตที่แปลกมากครั้งหนึ่งว่า มีมหาเทพ 2 องค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดุสิต องค์หนึ่งเล็กอีกองค์หนึ่งใหญ่ เมื่อเหาะลงมาในอากาศสู่โลกมนุษย์ก็ได้ลงมาในที่แห่งหนึ่ง ที่บริเวณนั้นเป็นที่ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ตั้งอยู่ติดถนนเส้นยาวๆ เส้นหนึ่ง มหาเทพทั้ง 2 องค์นี้ จะลงมาเพื่อสร้างบารมีในที่แห่งนี้ แล้วมหาเทพองค์เล็กจะเสด็จกลับสวรรค์ชั้นดุสิตไปก่อน หลังจากนั้นมหาเทพองค์ใหญ่ก็จะเสด็จตามกลับไป

    วันหนึ่งเมื่อมีผู้ปวารณาที่จะถวายที่ดินให้หลวงป๋าสร้างวัด (ขณะนั้นท่านยังไม่ได้บวช) ท่านจึงเดินทางไปเพื่อสำรวจดูสถานที่ เมื่อมาเห็นครั้งแรกท่านก็หวนระลึกถึงนิมิตที่เคยเห็นนั้นขึ้นมาทันที เพราะที่ตั้งสถานที่และภูมิลำเนาตรงกับนิมิตที่เคยเห็นไม่ผิดเพี้ยน ท่านจึงตกลงรับที่จะสร้างวัดขึ้นในที่แห่งนี้ ปัจจุบันก็คือวัดหลวงพ่อสด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นั่นเอง

    วันเวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี ท่านก็สามารถสร้างวัดขึ้นมาตามเจตนารมณ์ของท่านได้สำเร็จ จากพื้นที่ทุ่งนาธรรมดาได้กลายเป็นวัดอันสวยงามจนได้รับรางวัลวัดพัฒนาดีเด่นมาหลายรางวัล มีอาคารสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ทั้งโบสถ์ วิหาร หอฉัน วิหารกลางน้ำ มี Landscape ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี มีทั้งต้นไม้ สระน้ำ สะพาน นับเป็นวัดที่รื่นรมย์เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับพระศาสนา ใครเห็นก็อัศจรรย์ใจไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสามารถสร้างวัดได้ดีขนาดนี้ในแค่ชั่วชีวิตหนึ่งของท่านเท่านั้น จึงนับได้ว่าครั้งนี้หลวงป๋าท่านได้ลงมาสร้างบารมีได้อย่างสมบูรณ์แบบ สมพระเกียรติของมหาเทพโพธิสัตว์ที่ได้อธิษฐานจิตขอสร้างบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในกาลข้างหน้า

    เมื่อปี 2560 ท่านมหาเทพองค์เล็ก (โยมแม่ป้อม-โยมอุปัฏฐากของท่าน) ก็ได้เสด็จกลับไปก่อนหน้าแล้ว มาในวันนี้ วันที่ 7 ตุลาคม 2561 ท่านมหาเทพองค์ใหญ่ก็ได้เสด็จตามกลับไปสู่สวรรค์ชั้นดุสิต ตรงตามนิมิตที่ท่านเคยเล่าให้ฟัง นับดูเวลาแล้วก็ห่างกันไม่ถึงปีด้วยซ้ำ...บนสวรรค์ชั้นดุสิตนี้ไม่มีผู้หญิงนะโยม เพราะเป็นสวรรค์ของเหล่าพระโพธิสัตว์ เทพบนนี้จึงมีแต่เทพพรหมที่มีกายดูเหมือนเพศชายทั้งหมด

    หลายคนได้มาเล่าให้อาตมาฟังว่า ตอนนี้กายหนึ่งของหลวงป๋าได้อุบัติเป็นมหาเทพทรงเครื่องจักรพรรดิเต็มภาคภูมิเสด็จกลับสู่สวรรค์ชั้นดุสิตเรียบร้อยแล้ว ท่านกลางการต้อนรับอย่างยินดีปรีดาสมพระเกียรติจากเหล่าพระโพธิสัตว์และมหาเทพองค์อื่นๆ แต่กายปาฏิหาริย์ของหลวงป๋าท่านก็ยังสถิตอยู่ที่กุฏิเรือนรับรองของท่าน เพื่อที่จะเป็นมิ่งขวัญและเป็นที่พึ่งพิงของเหล่าลูกศิษย์ที่เคารพรักของท่าน ใครที่มาวัดก็ยังสามารถมากราบระลึกถึงท่านได้เหมือนกับที่เคยเป็น

    อาตมาไม่แปลกใจเลยที่ผู้ที่ได้ธรรมกายหลายท่านมาเล่าให้ฟังว่ายังเห็นหลวงป๋าท่านยืนยิ้มนั่งยิ้มอยู่ที่เรือนรับรองของท่าน เขาบอกว่าตอนนี้ท่านดูมีความสุขและผ่องใสมาก แต่ท่านก็ยังห่วงลูกศิษย์และวัดของท่าน ท่านจึงยังต้องอยู่เพื่อสร้างวัดให้เจริญรุดหน้าต่อไป ก็เหมือนกับที่หลายท่านไปวัดปากน้ำ ต่างก็บอกว่ายังเห็นหลวงพ่อสดท่านนั่งอยู่ที่หน้าหีบบรรจุร่างของท่านนั่นแหละ มันเป็นเรื่องเมตตาจิตของท่านพระโพธิสัตว์ที่จะปาฏิหาริย์กายไว้ทำงานโปรดลูกหลานของท่าน มันเป็นเรื่องอจินไตย...ใครคิดถึงท่าน ท่านก็คิดถึงคนนั้นแหละโยม

    43754173_2167902363243960_7254931393443004416_n.jpg
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    คลิบการสอนครั้งสุดท้าย ก่อนวันละสังขารกายมนุษย์




     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    ทำไมหลวงป๋าท่านจึงไม่อยู่ต่ออีกสัก 4-5 ปี โดย หลวงตาอู๋

    อาตมาเชื่อว่าลูกศิษย์ของหลวงป๋าทุกคน ต่างก็อยากให้หลวงป๋าอยู่กับพวกเรานานๆ ยังไม่อยากให้ท่านจากไป อย่างน้อยก็น่าจะอยู่กับพวกเราอีกสัก 4-5 ปีก็ยังดี พวกเราลืมนึกไปว่าหลวงป๋าท่านมีอายุเกือบจะ 90 ปีอยู่แล้ว คนอายุขนาดนี้ร่างกายอวัยวะภายในต่างๆ ก็ทรุดโทรมไปมาก หลายคนอายุแค่ 70 กว่าปีก็อยู่ต่อไม่ไหวขอลาโลกกันไปก่อนแล้ว

    ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ หลวงป๋าท่านต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมน้ำตาล ทำให้หลวงป๋าท่านต้องงดอาหารที่ท่านชอบหลายอย่าง การอยู่การฉันนับว่าไม่สะดวกแก่ท่านเป็นอย่างมาก ร่างกายก็อ่อนเพลียง่ายเพราะการควบคุมน้ำตาล ในอนาคตหากท่านอยู่ต่อไปก็อาจจะต้องเข้าไปรักษาอวัยวะภายในเหมือนคนแก่ทั้งหลาย (แบบอาทิตย์ละ 1-2 วัน) มูลเหตุเพราะฉันยามากมาเป็นเวลานาน

    หลวงป๋าและโยมอุปัฏฐากของท่าน (โยมแม่ป้อม) ต่างก็มีความคิดเหมือนกันว่าท่านทั้งสองจะไม่ขอตายแบบคนป่วยที่เอาแต่นอนบนเตียง ลุกไปไหนๆ หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องนอนให้คนป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดตัวให้ท่าน ท่านไม่ยอมเด็ดขาด ดังนั้นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านทั้ง 2 จึงมักจะได้ยินท่านเปรยให้ฟังเสมอว่าท่านจะไม่ยอมนอนเป็นคนป่วยนานๆ ท่านจะขอไปในตอนที่ยังเดินได้และยังช่วยเหลือตัวเองได้นี่แหละ หากจำเป็นท่านก็คงยอมแลกบุญของท่านเพื่อตัดรอนกรรมตัวนี้ (ถ้ามี)

    หลวงป๋าท่านจึงต้องยอมปล่อยให้โยมอุปัฏฐากของท่านไปก่อน เพราะต่อให้ท่านอยากช่วยโดยการต่อชีวิตให้ โยมแม่ป้อมท่านก็คงไม่อยากกลับเข้าร่างอยู่ดี เพราะท่านตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้วว่าเมื่ออายุเลย 80 ปีขึ้นไปเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้ว ขอไปแบบนี้ดีกว่าเพราะท่านย่อมรู้อยู่แล้วว่าท่านจะไปสถิตอยู่ ณ ที่ใด ที่ใหม่ของท่านทั้งสุขทั้งดีกว่าโลกนี้เป็นไหนๆ

    อาตมายังจำคำทำนายของหลวงพ่อภาวนาได้อย่างแม่นยำ หลวงพ่อภาวนาเคยพูดเอาไว้ว่า “ต่อไปหลวงป๋าไม่ต้องทำอะไร จะนอนอยู่เฉยๆ ก็จะมีคนเอาเงินมาทำบุญกับท่านมากมาย” ท่านพูดทำนายไว้ก่อนที่หลวงพ่อภาวนาท่านจะละสังขารไปราวๆ 2 ปี หลวงป๋าท่านก็ทราบเรื่องนี้ ท่านทำงานมาตลอดทั้งชีวิตจะให้ท่านมานอนอยู่เฉยๆ ท่านจะยอมหรือ ถ้าเป็นอาตมา อาตมาก็ขอไปก่อนดีกว่า มันทรมานนะโยม อาตมาก็ไม่ขอนอนเฉยๆ ให้คนมากราบไหว้ทำบุญเหมือนกัน แล้วในวิชชาธรรมกายนั้นเขาก็รับรู้เรื่องเทพเรื่องพรหมกันดีอยู่แล้ว กายหยาบไม่อยู่แต่กายละเอียดของท่านก็ยังเดินวิชชาต่อได้ แถมยังทำวิชชาได้ดีกว่าตอนเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ อาตมาคิดทบทวนดูแล้วก็ตั้งใจที่จะไปแบบท่านเหมือนกัน....
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    อมตวัชรวจีหลวงป๋า


    - การบำเพ็ญกุศลคุณความดี
    มันก็ไปจากทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล
    เป็นลำดับขั้นไป บุญมันส่งกันไปเรื่อยๆ
    เหมือนขึ้นบันไดทีละขั้นๆ.

    คนเราลองโง่ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ก็ไม่อยากบริจาคทาน คนเราลองโง่ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ก็ไม่เห็นใจสัตว์ ไม่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ เบียดเบียนกันทางกาย ทางวาจา และทางใจ ยิ่งๆขึ้นไป เพราะไม่เห็นโทษของการกระทำอย่างนั้นตามความเป็นจริง แต่ถ้าเห็นแล้วคุณจะสะพรึงกลัว

    เอาเบื้องต้นก่อนนะ เบื้องต้นนี่ โบราณ โบราณท่านทำง่ายๆ บางทีทำไมโบราณท่านทำอย่างนั้น เจ็บไข้ได้ป่วยหรือว่ากำลังทุกข์หนักด้วยอะไรๆ ท่านทำบุญอะไรท่านรู้ไหม เวลาใส่บาตร ท่านถวายพระไตรปิฎก คัมภีร์ หนึ่งผูก สองผูก สามผูก แล้วแต่ทุนทรัพย์ ใบลานถวายพระไปเทศนั่นแหละ ถือกันว่าสะเดาะเคราะห์ คือ หมายความว่าคุณความดีที่ให้ธรรมเป็นทานนั้นมันสูง ให้อามิสทานถวายอาหารแล้ว ให้ธรรมทานอีก ให้พระท่านไปเทศน์ เทศน์แล้วเราก็ได้ฟัง คนอื่นก็ได้ฟัง คนมีปัญญาจึงคิดถึงคุณของการปฏิบัติธรรม ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใส ถ้าไม่มีปัญญามันก็หลงงมงี่เง่าอยู่อย่างนั้นแหละ บ้านเมืองก็ปั่นป่วน สังคมก็ปั่นป่วนด้วย นี้อย่างที่ 1 สะเดาะเคราะห์ใช่ไหม

    แต่ทั้งหมดทำนั่นน่ะ ไปอยู่ที่ไหน ?
    ที่ใจนั่นแหละ ใจเป็นบุญเป็นกุศลจึงไปทำทาน ทำทานทำให้ใจเป็นบุญกุศล แต่ใจเป็นบุญกุศลจึงนำไปสู่การบริจาคทาน และรักษาศีล และก็เจริญภาวนา นี่เห็นไหม

    แล้วทานที่ท่านทำนี่นะ สมัยที่หลวงป๋าเป็นเด็กๆ ได้ยินมาตลอดเลย ชาวบ้านเขาจะขุดบ่อ ก่อศาลา สร้างสะพาน สังเกตไหม แต่นี่ไปจากใจนะ ขุดบ่อ ก่อศาลา สร้างถนนหนทาง หรือสร้างสะพาน ถือว่าเป็นบุญใหญ่

    ขุดบ่อนี้ด้วยน้ำใจที่บริสุทธิ์ คนไปมาได้อาศัยน้ำประทังชีวิต นี่อย่างหนึ่ง ให้ชุ่มชื่นหัวใจ ชุ่มชื่นในร่างกาย 2.ก่อศาลาอยู่ตามข้างทาง ให้คนมาได้พักอาศัย จำไว้! จำได้ไหมว่าในคัมภีร์มีนี่ ท้าวสักกะเทวราชเกิดขึ้นเพราะบุญอะไร มาฆมานพมาเป็นพระอินทร์เพราะอะไร? สร้างศาลา สร้างศาลาแล้วก็เปิดให้เขาไปอยู่ อย่าไปปิด นึกออกไหม ถ้าคุณปิดแล้วตรงข้าม คือไปปิดอะไรๆแล้วตรงข้ามกัน เปิดให้เขาอยู่ ให้เขาได้ไปนั่งสบายอกสบายใจ คนทำงานเขาจะได้ทำงาน ชาวบ้านเขาจะได้อยู่อาศัย ขุดบ่อ ก่อศาลา สร้างสะพาน โหนี่!อายุยืนนะ โบราณถือว่าอยากจะอายุยืน สร้างสะพาน ซึ่งควบรวมไปถึงสร้างถนนหนทาง

    มีนี่ ในยุคพระพุทธเจ้าทีปังกร สุเมธดาบส เห็นไหม นี่จำไว้นะ ก่อศาลาให้คนได้เข้าไปพักอาศัย มีผลให้ไปเกิดเป็นท้าวสักกะหรือพระอินทร์ที่มีอานุภาพมาก ไม่ใช่น้อยนะ นี่แสดงถึงบุญนะ แล้วสร้างถนนหนทางให้พระพุทธเจ้าเสด็จผ่าน ผล..เป็นบุญกุศลอย่างหนึ่งช่วยให้ท่านได้เจริญบารมีบรรลุคุณธรรมเป็นพระพุทธเจ้า ในสมัยเริ่มมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าทีปังกร พระพุทธเจ้าทีปังกรจึงพยากรณ์พระมหาบุรุษว่า ท่านสุเมธดาบสใช่ไหม สุเมธดาบส ท่านเรียกดาบสเฉยๆ ดาบสตนนี้ต่อไปอีก 4 อสงไขยกับแสนกัป จะได้บรรลุคุณธรรมเป็นพระพุทธเจ้า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ ใช่ไหม

    เพราะฉะนั้น อันนี้ให้พึงทราบว่า แม้เพียงขุดบ่อ ก่อศาลา สร้างถนนหนทาง สร้างสะพาน อานิสงส์มากอย่างนี้ แต่ถ้าใครไปทำตรงข้าม ผลตรงกันข้าม ไอ้นี่ให้จำไว้นะ โยมน่ะไม่รู้เรื่องน่ะ นี่โบราณเขาเก่งนะ

    เพราะฉะนั้น อาตมาจึงบอกว่า หรือหลวงป๋าบอกว่า การบำเพ็ญกุศลคุณความดี มันก็ไปจากทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล เป็นลำดับขั้นไป บุญมันส่งกันไปเรื่อยๆ มันเหมือนขึ้นบันไดทีละขั้นๆ

    ทีนี้ ไอ้ที่จะช่วยให้มันเร็วขึ้น อานิสงส์เร็วขึ้น เจริญปัญญาเห็นแจ้งในสภาวะธรรมและอริยสัจธรรมตามที่เป็นจริง ต้องมีเครื่องมือ ปฏิบัติธรรมไปแล้วให้เกิดเครื่องมือ

    ถ้าจะพูดเอาตรงๆ
    ทิพพจักษุ ทิพพโสต เป็นต้น
    นี่สามารถนำไปสู่การเจริญวิชาที่ 1 ปุพเพนิวาสานุสติญาณ วิชาที่ 2 จุตูปปาตญาณ วิชาที่ 3 ถึงอาสวักขยญาณ มันก็ไปจากอภิญญา แต่อภิญญานั้นครอบวิชชา 3 นี้ แต่เริ่มต้นที่ทิพพจักษุ ทิพพโสต มันช่วยให้เห็นแจ้งรู้แจ้งสภาวะธรรมตามความเป็นจริง ยกภูมิจิตขึ้นสู่โลกุตตรปัญญา ให้รู้แจ้งเห็นแจ้งอริยสัจโดยญาณ 3 มีอาการ 12 นี่นะ เข้าไปเห็นแม้แต่อาสวักขยญาณ เข้าไปเห็นอยู่ที่ไหน พูดกันว่าอยู่ในใจ คุณเคยเห็นไหม เคยปฏิบัติแล้วเข้าถึงรู้เห็นไหม ทั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสให้ปฏิบัติถึงกายในกายนะ ให้พิจารณา คำว่าให้พิจารณานี่ คุณต้องทั้งเห็นทั้งรู้กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม

    ทั้งหมดนี่ เป็นเรื่องที่ถ้าคุณเข้าถึง ปฏิบัติได้เข้าถึงรู้เห็นและเป็น คุณจะทำการเจริญอนุปัสสนาให้ไปถึงโลกุตตรวิปัสสนา เจริญวิปัสสนาปัญญาถึงโลกุตตรปัญญาได้ ถ้าปฏิบัติได้ถูกต้อง ให้เจริญด้วยคุณธรรม คุณวิเศษ มีอภิญญาและวิชชา เป็นต้น...

    ______________
    เทศนาธรรมจาก

    พระเทพญาณมงคล
    หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก
    จ.ราชบุรี
    ______________
    ที่มา
    บางตอนจากเทศนาธรรมเรื่อง
    "ปฏิบัติให้เข้าถึง"
    https://youtu.be/S0RCJEt25ko
    ______________


    44323391_1016514865223227_5367544677056643072_n.jpg
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    เธออย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ โดย หลวงตาอู๋

    ในสมัยที่หลวงป๋าท่านยังครองสังขารอยู่ เมื่อมีเวลาว่างอาตมาก็มักจะเข้าไปคุยสนทนากับท่านเพื่อหาความรู้ใส่ตัว หากเรื่องอะไรที่จะเป็นเรื่องลึกๆ ของท่าน หลวงป๋าท่านก็จะหันมามองแล้วพูดว่า "เธออย่าเอาไปเล่าให้ใครฟังนะ" ท่านพูดกำชับบ่อยๆ ทำให้อาตมาไม่ค่อยกล้าที่จะเล่าออกไป ตอนนี้หลวงป๋าท่านไม่อยู่แล้วเลยคิดว่าน่าจะเล่าออกไปได้เพื่อมิให้เรื่องเหล่านี้เลือนหายไป

    หลวงป๋าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ดังนั้นองค์พระธรรมกายของท่านจึงปรากฏมีฉัตร 3 ชั้น อยู่เหนือพระเศียรขององค์พระธรรมกายของท่าน หลังจากที่ท่านออกบวชและสร้างบารมีตอนนี้ฉัตรได้เพิ่มขึ้นเป็น 5 ชั้น ตามบารมีธรรมที่เพิ่มมากขึ้น และก่อนที่ท่านจะละสังขารท่านก็เปรยๆ ว่าฉัตรของท่านปรากฏเพิ่มขึ้นเป็น 7 ชั้นแล้ว (สุดยอดของฉัตรจะเป็นฉัตร 9 ชั้น) เวลาท่านออกไปอยู่กลางแจ้งฉัตรนี้จะทำหน้าที่เป็นร่มกั้นแสงแดดให้ท่าน เพราะฉัตรนี้ไม่ใช่เป็นของตายแต่เป็นของเป็น เป็นฉัตรกายสิทธิ์

    เวลาหลวงป๋าเดินทางออกไปนอกวัด จะมีพญาครุฑมาคอยอารักขาตลอดเวลา ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์พญาครุฑก็จะบินเหนือรถคันนั้น ถ้าเดินทางโดยเครื่องบินพญาครุฑก็จะบินแบกเครื่องบินลำนั้นไว้ เพื่อให้หลวงป๋าเดินทางได้อย่างปลอดภัย

    อาตมาเคยถามหลวงป๋าว่าท่านกำหนดจิตอย่างไรเวลานอน ท่านบอกว่าจะต้องเอาใจไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอด ให้หลับไปในศูนย์กลางกาย ดังนั้นท่านจึงไม่ฝันและตื่นตามเวลาที่กำหนด

    หลวงป๋าท่านเป็นน้องคนสุดท้องของพี่น้อง 3 คน คนโตก็คือท่านพระอินทร์ คนกลางก็คือท่านท้าวเวสสุวรรณ หลวงป๋าเป็นน้องคนเล็ก พี่ชายทั้งสองของท่านตอนนี้ก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นพระอนาคามีไปแล้ว เมื่อพระศรีอาริย์ตรัสรู้ท่านทั้งสองจะลงมาฟังธรรมแล้วจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในการฟังธรรมเพียงครั้งเดียว หลวงป๋าท่านมีอะไรท่านก็มักจะขอกับท่านท้าวเวสสุวรรณ ท่านบอกว่าพี่รองของท่านหน้าดุแต่ใจดีตามใจน้องคนเล็กขออะไรก็ให้ ส่วนพี่ใหญ่คือท่านพระอินทร์หลวงป๋าบอกว่าท่านดุ แต่หลวงป๋าก็ขอเหมือนกันเพราะถือว่าน้องขอจากพี่ได้

    ก่อนหลวงป๋าจะสิ้นราวๆ 2 ปี หลวงป๋าท่านได้ขอยืมช้างเอราวัณจากท่านพี่พระอินทร์มาเพื่อให้ช่วยงานของท่าน เวลาท่านเดินทางท่านก็จะขี่ทรงช้างเอราวัณไปด้วย ท่านพี่ให้ยืมมาใช้งาน แต่ตอนนี้ท่านเอราวัณ (เป็นเทวดา) ก็คงกลับคืนไปอยู่กับท่านพระอินทร์ตามเดิมแล้ว

    ก่อนที่หลวงป๋าจะละสังขาร ท่านก็พอจะรู้ตัว เพราะก่อนหน้านั้นราวๆ 2 อาทิตย์ หลวงป๋าท่านได้พูดกับอาจารย์ฆราวาสท่านหนึ่งที่ท่านรักเหมือนน้องชายว่า "หลวงป๋าจะไปแล้วนะ เขามาทวง 2-3 ครั้งแล้ว" และก่อนหน้านั้น 3-4 เดือน เวลาหลวงป๋าเทศน์หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ท่านก็จะพูดแต่เรื่องความตายว่ามันจะเกิดเวลาไหนก็ไม่มีใครรู้ ความตายนี้เกิดกับทุกคนรวมทั้งตัวหลวงป๋าเองด้วย ท่านได้มอบหมายงานให้กับทุกคนแล้ว ท่านได้วางรากฐานของวัดและงานต่างๆ ให้แล้ว ท่านจะพูดในแนวนี้ตลอด เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับสถานการณ์

    เท่าที่อาตมาจำได้ พระภิกษุที่หลวงป๋าท่านเคารพมากที่สุดก็น่าจะเป็นหลวงปู่ทองทิพย์ วัดป่าสีดาพระรามลักษณ์รัตนโคตร จ.หนองคาย ส่วนพระที่หลวงป๋าเคารพยำเกรงที่สุดก็คือหลวงพ่อสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ องค์แรกนั้นท่านเป็นพระโพธิสัตว์เหมือนกันในอนาคตก็เชื่อกันว่าท่านจะมาเกิดเป็นพระศรีอาริย์ ส่วนองค์หลังท่านเคารพเหมือนเป็นพ่อของท่าน

    หลวงป๋าท่านชอบดูมวยตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส ทั้งมวยไทย มวยสากล อะไรที่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าท่านชอบ เวลาดูมวยก็ชอบที่จะท้าพนันกันกับโยมอุปัฏฐากของท่านว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ โยมแม่ป้อมดูมวยไม่เป็นแต่ก็ชนะพนันหลวงป๋าเสมอ.....


    ********************************************************

     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    สองแรงแข็งขัน โดย หลวงตาอู๋

    โยมแม่ป้อม (โยมอุปัฏฐากของหลวงป๋า) ได้ไปเข้าฝันคุณวันปี ซึ่งคุณวันปีก็คือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกุฏิหลวงป๋าและเป็นคนที่หลวงป๋าและโยมแม่ป้อมไว้ใจมากคนหนึ่ง โดยตอนเช้าของวันที่ 7 ต.ค.61 คุณวันปีได้ฝันว่าโยมแม่ป้อมมาบอกว่า "วันนี้หลวงป๋าจะ....ที่กุฏิ ไปคอยดูแลท่านหน่อย" คุณวันปีตื่นขึ้นมาก็ยังแปลกใจเพราะไม่เคยฝันถึงโยมแม่ป้อมมาก่อน

    ตลอดช่วงเช้าวันนั้นคุณวันปีจึงเฝ้าคอยสอดส่องหลวงป๋าเป็นพิเศษ ซึ่งดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกไปกว่าวันอื่นๆ หลังจากรับแขกเสร็จช่วงบ่ายหลวงป๋าท่านจึงขึ้นไปพักผ่อน คุณวันปีจึงคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว นั่นย่อมหมายความว่าโยมแม่ป้อมและเหล่าเทพยดาชั้นดุสิต ต่างก็มาคอยต้อนรับหลวงป๋าท่านตั้งแต่เช้า คนที่มีตาดีมาเล่าให้อาตมาฟังว่า ท่านพระวิษณุกรรมได้นำราชรถมาจอดคอยรับหลวงป๋าที่ด้านข้างกุฏิตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว

    ดังนั้นตอนนี้ที่วัดจึงเหมือนว่ากลับไปเหมือนเดิม คือหลวงป๋าและโยมแม่ป้อมได้จับมือประสานกันดูแลวัดเหมือนวันคืนเก่าๆ ที่ผ่านมา ท่านทั้งสองจะทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้วัดและพระมหาเจดีย์เจริญรุดหน้าต่อไป ท่านยังไม่ไปไหนกันนะโยม แล้วโยมจะสู้เพื่อวัดกันต่อไหม

    ?temp_hash=afd641ede43bc690d588667a9b03c360.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,806
    กระทู้เรื่องเด่น:
    274
    ค่าพลัง:
    +57,495
    คงอีกนานกว่าหลวงป๋าท่านจะลงมาสร้างบารมีอีกครั้ง โดย หลวงตาอู๋

    เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนหน้านี้ หลวงป๋าเคยเปรยๆ ให้ฟังเหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหนที่ท่านจะลงมาเกิดอีก ถ้าอาตมาจำไม่ผิดท่านได้บอกไว้ว่า "ชาติหน้าหลวงป๋าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต เพราะชาตินี้ท่านได้สร้างบารมีไว้มาก บุญบารมีที่ทำในชาตินี้ถือว่าสร้างไว้ได้มากกว่าที่คิดไว้ (วัดได้จากจำนวนชั้นของฉัตรที่เพิ่มมากขึ้น) คงจะอีกนานกว่าที่หลวงป๋าจะลงมาเกิดอีกครั้ง" (แต่หลวงป๋ายังอยู่ดูแลวัด)

    อาตมาเดาเอาเองว่าการที่พระโพธิสัตว์จะลงมาเกิดอีกเมื่อใด ก็คงจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ประเทศชาติ และสภาพจิตใจของบุคคลในยุคนั้นๆ ว่าจะเหมาะสมที่ท่านจะลงมาสร้างบารมีได้หรือไม่ ท่านจะต้องดูสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบต่างๆ ที่เหมาะสม เรื่องการสร้างบารมีของพระนิยตโพธิสัตว์ย่อมจะต้องผ่านการพิจารณาของเทวสภาอันมีท่านพระอินทร์เป็นประธาน พระโพธิสัตว์ที่มีบารมีแก่ๆ ท่านจะไม่ลงมาสร้างบารมีแบบโดดเดี่ยว แต่ท่านจะลงมาเป็นคณะเพื่อร่วมมือกันทำงานทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างประสานกันไป

    ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อหลวงป๋าท่านเริ่มสร้างพระมหาเจดีย์ เหล่าทวยเทพอันมีท่านพระอินทร์และท่านท้าวเวสสุวรรณ พญานาค พญาครุฑ จึงได้ร่วมมือประสานกันอย่างใกล้ชิดในการช่วยหลวงป๋ามานานนับ 10 ปี วัดหลวงพ่อสดจึงเป็นแหล่งของธาตุกายสิทธิ์ต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยหลวงป๋าสร้างบารมี ซึ่งคงจะมีเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่จะเกิดมีได้แบบนี้....
     

แชร์หน้านี้

Loading...