'หลวงพ่อจรัญ' เผชิญกับ 'กฎแห่งกรรม' จนแทบเอาชีวิตไม่รอด

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย montrik, 14 มิถุนายน 2019.

  1. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    6,593
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,990
    419798.jpg

    ในระหว่างที่บวชเป็นพระนี้ หลวงพ่อจรัญ (พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ต้องรับผลกรรมที่ทำไว้ในวัยเด็กครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งก็หนักหนาสาหัสจนแทบเอาชีวิตไม่รอดเลยทีเดียว

    เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งมีคนขี้เหล้าจ้างท่านด้วยเงิน 1 บาท ให้นำเต่า 7 ตัวไปต้มเพื่อเป็นกับแกล้ม ท่านจึงนำเต่าทั้งหมดไปต้มในหม้อน้ำที่น้ำกำลังเดือดพล่าน แต่คงเพราะหม้อดินเผาที่ใช้ต้มคงเก่ามากแล้ว เมื่อเต่าพากันดิ้นขลุกขลักอยู่ในหม้อ หม้อจึงแตกออกเป็นสองเสี่ยง เต่าทั้งหมดหลุดออกมาได้และยังไม่ตาย จึงพยายามตะเกียกตะกายหนีสุดชีวิตเข้าไปซุกตัวอยู่ใกล้กอไผ่ เมื่อเด็กชายจรัญวิ่งตามเพื่อจะจับมาต้มอีก เขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเพราะเต่าใช้สองขาหน้าปาดน้ำตาที่ไหลพราก ๆ ออกมา เหมือนสำนวนไทยที่ว่า "ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า" ไม่มีผิด ด้วยความสงสารเขาจึงปล่อยเต่าทั้งหมดไป

    ขณะที่บวชเป็นพระ หลวงพ่อรู้ล่วงหน้าว่าท่านต้องรับผลกรรมครั้งนั้น วันหนึ่งคนที่ท่านรู้จักที่บางปะอินไม่สบาย ท่านจึงตั้งใจไปเยี่ยม โดยจ้างรถปิ๊กอัพไปกับคนขับสองคน ระหว่างทางกลับฝนตกหนักมาก ถนนลื่น รถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำแปดตลบหลวงพ่อดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถ เพราะประตูรถล็อกหมด ศีรษะถูกกระแทกทั้งบนและล่าง รถพังหมดทั้งคัน พอดีมีคนผ่านมาช่วยไว้จึงรอดชีวิตมาได้ แต่ท่านก็ต้องปวดแสบปวดร้อน ผิวหนังถลอกอยู่นานนับเดือน
    559000001092209.jpg
    อย่างไรก็ตาม แม้หลวงพ่อจรัญจะเจริญกรรมฐานแผ่เมตตาขออโหสิกรรมแก่เต่า แต่กรรมเวรที่ทำไว้ยังไม่หมดแค่นั้น แถมครั้งที่สองยังหนักหนากว่าครั้งแรก  คราวนี้ท่านประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง โดยรถที่ท่านนั่งมาประสานงากับรถทัวร์อย่างแรง จนร่างของท่านพุ่งทะลุกระจกรถกระเด็นออกไปหลายวา แล้วตกลงมาหน้าบ้านของเจ้าของโรงงานทำอิฐในสภาพคอหักพับมาอยู่ที่หน้าอกหนังศีรษะเปิดจากหน้าผากไปถึงท้ายทอย เลือดเต็มปากเต็มคอ

    โชคดีที่มีคนมาพบเข้า จึงอุ้มหลวงพ่อจรัญใส่รถขนอิฐแล้วนำไปส่งโรงพยาบาล แต่บังเอิญว่ารถไม่มีเบาะ หม้อน้ำรถก็ไม่มีฝาปิดต้องใช้ผ้าอุดแทน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งก้นของหลวงพ่อจรัญพอดิบพอดี ระหว่างทางที่จะไปโรงพยาบาล ท่านได้ยินเสียงเต่า พร้อมเห็นภาพเต่าโผล่ออกมาแล้วพูดว่า "สมน้ำหน้า เดี๋ยวกูจะซ้ำมึง ๆ" พอขาดคำ น้ำในหม้อน้ำก็พุ่งขึ้นมาลวกใส่หลวงพ่อจรัญตั้งแต่หัวไปตลอดตัว ท่านต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดทาง และเมื่อไปถึงโรงพยาบาลสิงห์บุรี หมอก็บอกกับญาติโยมว่าท่านเสียชีวิตแล้ว ให้นำไปวัด เตรียมจัดงานศพได้เลย 

    ทว่าขณะที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็นหลวงพ่อไปเย็บแผลล้างเลือดเตรียมเข้าห้องดับจิตนั้น หลวงพ่อได้ฟื้นคืนสติ จึงตั้งอธิษฐานจิตว่า "ด้วยเดชะบุญกุศล ท้าวเวสสุวัณ เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าใช้หนี้กรรมในโลกมนุษย์หมดแล้วก็ยินดีจะไป แต่ถ้าข้าพเจ้ายังใช้หนี้กรรมไม่หมด ข้าพเจ้าขอสาบานต่อท้าวเวสสุวัณว่า ขอให้ข้าพเจ้ากลับมาแก้ตัว สร้างกรรมดีใช้หนี้ให้หมด ถ้าหมดแล้วข้าพเจ้าจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก"

    เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ปรากฏว่าบุรุษพยาบาลเข็นรถไปตกร่องประตูเหล็ก และจากแรงกระแทกนี่เองทำให้กระดูกคอของหลวงพ่อซึ่งขาดอยู่เกิดติดกันขึ้นมา หลวงพ่อจรัญกลับฟื้นคืนสติ ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวท่านไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเลิดสิน กรุงเทพฯ เมื่อพ้นระยะวิกฤติแล้ว จึงส่งตัวท่านกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี ระหว่างนี้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเป็นเวลากว่า 50 วัน หิวน้ำก็ไม่สามารถดื่มได้ ต้องหยอดด้วยหลอดกาแฟ เวลาฉันข้าวก็ต้องใส่เข้าไปข้าง ๆ ปากทีละน้อย  ขบฉันอาหารเลือดก็ไหลตลอดเวลา ในช่วงเวลาที่ต้องรับผลกรรมนี่เอง หลวงพ่อจรัญ จึงนึกถึงกรรมที่เคยทำกับนกขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง
    paragraph__199_134(1).jpg
    เรื่องมีอยู่ว่า ในวัยเด็กท่านชอบยิงนกตกปลา ครั้งหนึ่งท่านยิงนกจนปีกหัก ตกลงบนคันนา มันพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่เด็กชายจรัญกลับวิ่งไล่ตามแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เจ้านกตัวนั้นตกใจหันมาจิกมือท่านเต็มแรงจนเลือดพุ่งกระฉูด ด้วยความเจ็บแค้น เด็กชายจรัญจึงจับนกหักคอ ถลกหนังหัว โดยไม่สนใจว่าเจ้านกตัวนั้นจะร้องลั่นและสิ้นชีวิตด้วยความเจ็บปวดทรมาน และผลกรรมในวันนั้นก็ตามมาให้ผลกับท่านอย่างที่ปรากฏอยู่ในขณะนั้นเอง

    เรื่องราวการให้ผลของกรรมของหลวงพ่อจรัญนั้นมีมากมายหลายเรื่อง สำหรับคนที่ชอบโกหกสบถสาบาน หลวงพ่อเล่าว่า ในวัยเด็กท่านมักจะขโมยเงินของยายบ่อยๆ เมื่อถูกจับได้ก็ไม่ยอมรับ พร้อมทั้งสาบานว่า "ถ้าขโมยจริงขอให้ฟ้าผ่า (แต่ไม่ตาย)" ผลกรรมในครั้งนั้นส่งผลให้วันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อกำลังเทศน์โปรดญาติโยมอยู่ที่กุฏิหลังปัจจุบัน ตอนบ่ายสี่โมงเย็นได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่ตัวของหลวงพ่อจนจีวรไหม้ แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่ร่างกายของหลวงพ่อไม่ได้รับอันตรายใดๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ให้หลวงพ่อย้อนคิดถึงคำสาบานที่ให้ไว้กับยาย และมักยกตัวอย่างเรื่องนี้มาสอนญาติโยมให้ปฏิบัติตัวอยู่ในศีลในธรรมเสมอ

    ในเรื่องกฎแห่งกรรมนี้ หลวงพ่อจรัญได้ชี้แนะแนวทางสำหรับคนที่อยากหมดเวรหมดกรรมไว้ว่า "อย่าไปสร้างเวรสร้างกรรมต่อไป แค่นี้ก็พอแล้ว ค่อยทยอยใช้ ไม่นานก็หมดไปเอง กรรมเราเป็นคนทำ เราก็ต้องเป็นคนแก้จะไปให้คนอื่นแก้ไม่ได้ การเจริญกรรมฐานทำให้รู้กฎแห่งกรรมว่าเคยทำอะไรไว้ จะได้แก้กรรม (ชดใช้กรรม) ของตัวเอง แล้วแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ที่ร้ายจะกลายเป็นดี ลูกหลานจะมั่งมีศรีสุข ประกอบอาชีพการงานมีเงินไหลนอง ทองไหลมา"

    ขอบคุณหนังสือพิมพ์แนวหน้าครับ
    https://www.naewna.com/likesara/419798
     

แชร์หน้านี้

Loading...