หลวงพ่อพุทธถูกผีตบหน้า

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 มกราคม 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,621
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,041

    พี่กาหลง

    ฉันเคยเล่าให้คุณฟังกันหรือยังคะ.....
    ว่าฉันเริ่มเจอผีครั้งแรก หรือเรื่องราวลี้ลับ ตั้งแต่กี่ขวบ?
    ย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนฉันอายุสักเกือบ 8 ขวบ
    ตอนนั้นคุณแม่ของฉันทำธุรกิจเนอสเซอรี่ รับเลี้ยงเด็กแรกเกิดน่ะค่ะ
    คุณแม่ก็อยากจะให้ธุรกิจดี ๆ ได้เงิน ได้กำไรเยอะ ๆ
    ประกอบกับมีคนบอกว่า ให้ลองหากุมารทอง ลักยม หรือพี่กาหลง มาเลี้ยงดู
    จะช่วยให้ธุรกิจดี มีกำไร
    คุณแม่ของฉันก็เลยลองไปเช่ามาดู ในวัดดัง ที่ขึ้นชื่อที่สุดว่าเก่งทางด้านเรื่องนี้
    (ฉันจำชื่อวัดไม่ได้หรอกนะคะ เพราะว่ามันนานมากแล้ว รู้แต่ว่าไกลมาก)
    วัด ๆ นี้ มีคนขึ้นกันเยอะมากจริง ๆ ค่ะ คนแน่นขนัดเต็มศาลาไปหมด
    อย่างว่าแหละค่ะ ใคร ๆ ก็อยากจะค้าขายดี มีกำไรกันทั้งนั้น
    ตอนนั้นฉันจำได้แม่นเลยว่า หลวงพ่อพูดขึ้นมากลางศาลา
    เกี่ยวกับวิธีการใช้พี่กาหลง พี่กุมารทอง พี่ลักยมนะคะ
    (ขออนุญาติเรียกว่าพี่นะคะเพราะว่าตอนที่เอามานั้นฉันยังเด็กมาก ๆ เลยเรียกว่า พี่ ค่ะ)
    หลวงพ่อบอกว่า คืนนี้ ถ้าใครดวงดี โชคดี พี่กาหลงท่านจะไปหา
    ตอนนั้นฉันกับน้องชาย ภาวนาว่า ขออย่าได้มาหาพวกเราเลย
    ลักษณะของพี่กาหลงจะเป็น รูปแกะสลักไม้ ทำมาจากไม้จันทร์หอม ถ้าไม้เนื้อแข็งก็แสดงว่าพี่กาหลงสาว ถ้าไม้เนื้ออ่อน ก็แสดงว่าเป็นเด็กอยู่ เป็นรูปผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวแบบแม่ชี จะอยู่ในขวดแก้วเล็ก ๆ รู้สึกจะแช่อยู่ในน้ำมันตานี (มั้งนะคะ).......
    ส่วนพี่กุมารทองจะเป็นเด็กผู้ชายผมจุก อ้วนน่ารัก น่าตาน่าเอ็นดู แต่งชุดโจงกระเบน
    ส่วนพี่ลักยมนั้นแม่เราไม่ได้เช่ามาหรอกค่ะ แต่พี่ลักยมจะลักษณะคล้ายพี่กาหลงเช่นกัน คือจะอยู่ในขวดแก้วเล็ก ๆ แช่อยู่ในน้ำมัน
    ในคืนนั้น อากาศหนาวมาก ๆ ฉันนอนเตียงเดียวกันกับน้องชาย เตียงติดกำแพง น้องชายฉันกลัวผีมาก เลยเลือกนอนชิดกำแพง ส่วนฉันเป็นพี่ แม่สอนให้เสียสละให้น้อง จำเป็นต้องนอนริมขอบเตียงซึ่งสยิวกิ๊วเป็นที่สุด
    คืนนั้นเป็นเวลากี่โมง ฉันไม่ทราบ จำไม่ได้ รู้แต่ว่า แอร์ในห้องเย็นมาก ๆ แต่เหงื่อฉันท่วมเลยค่ะ มันเป็นบรรยากาศที่อึดอัดที่สุด
    ขณะที่ฉันกำลังจะข่มตาหลับอยู่นั้น ฉันก็เห็นว่ามีควันสีขาว ฟุ้งอยู่เต็มปลายเตียง
    ควันนั้นค่อย ๆ ขาวขึ้น ขาวขึ้น
    ฉันเพ่งมองควันสีขาวนั้นอย่างตกใจ ใจเสีย ว่ามันเป็นควันอะไรนะ
    สักพักควันนั้นค่อย ๆ รวมตัวกัน จนกลายเป็นผู้หญิงนุ่มชุดขาว หน้าเหมือนในขวดเล็ก ๆ ที่เอามาจากวัดวันนี้เลย
    นาทีนั้นบอกตรง ๆ ว่า ช็ อ ก ม า ก ! ! !
    ไม่เคยคิดว่า จะเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้
    สิ่งที่ทำได้ในนาทีนั้นคือ การสวดมนต์ และสะกิดน้องชายให้ช่วยตื่นมารับรู้ด้วยกัน ฉันไม่สามารถจะรับรู้คนเดียวได้ทั้งหมด (แหม ก็มันกลัวนี่คะ)
    แต่ว่า น้องชายของฉันก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลย หลับสนิทเลย
    ฉันสวดมนต์ทุกบทที่สวดเป็น สวดมั่ว ๆ ไปบ้าง เพราะลิ้นพันกัน
    แถมลืมบทสวดมนต์อีกต่างหาก
    ได้ยินเสียงพี่กาหลงถามฉันว่า " ทำไมต้องสวดมนต์กลัวเหรอ ? พี่ไม่ใช่ผีนะพี่ไม่กลัวเสียงสวดมนต์หรอก "
    "อย่ากลัวพี่เลย พี่มาดีนะ พี่มาแค่ให้น้องรู้ไว้ว่า พี่มีตัวตนอยู่จริง ก็เท่านั้น พี่มาให้เห็นแค่วันนี้เท่านั้นแหละ ถ้าน้องกลัวพี่ก็จะไม่มาอีก"
    นาทีนั้นฉันตอบไปว่า "ฉันกลัวค่ะ"
    พี่เค้าก็เลยบอกว่า "งั้นไม่ต้องกลัว เอาเป็นว่าพี่เค้าจะคอยดูแลฉันอยู่ห่าง ๆ ละกัน"
    แล้วพี่เค้าก็หายเข้าไปในกำแพง หายวับไปกับตาเลยค่ะ.
    หลังจากที่แม่ฉันเอาพี่กาหลง และพี่กุมารทองมาไม่นาน
    แม่ก็เอาไปไว้ที่เนอสเซอรี่ ซึ่งคุณยายฉันจะเป็นคนดูแลอยู่ ก็เชิญพี่กาหลงไป 2 องค์ พี่กุมารทองไป 2 องค์ รวมเป็น 4 องค์
    ที่นี่พอตกกลางคืน สักตี 2 คนข้างบ้านก็จะเห็นว่า มีเด็กชาย 2 หญิง 2 แต่งตัวแปลกประหลาด
    คือ พี่กุมารทองจะใส่ชุดไทยโจงกระเบน
    และพี่กาหลงจะใส่ชุดแบบแม่ชีสีขาว
    มาวิ่งเล่นกันรอบเนอสเซอรี่ ซึ่งในเนอสเซอรี่จะมีพวกเครื่องเล่นด้วยไงคะ จะมีพวกม้าหมุน ชิงช้า ม้าโยกเยก ม้าลื่น ฯลฯ
    สรุป ทุกคืนตั้งแต่ตี 2 เป็นต้นไป จนถึงตี 3 คนข้างบ้านหลายบ้านเลย ก็จะเห็นว่ามีเด็ก 4 คนวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แถมยังยิ้ม และยกมือบ๊าย บาย ให้พวกเค้าด้วย
    ในตอนแรก ๆ คนข้างบ้านเค้าก็ไม่รู้อะไร คิดว่าเป็นเด็กที่แม่ฉันรับเลี้ยงเอาไว้ คือเป็นเด็กในเนอสเซอรี่ เค้าจะมาว่าน่ะค่ะ ว่าทำไมดึกแล้วยังปล่อยให้เด็กมาวิ่งเล่นกันอีก
    พอตอนเช้าเค้าก็มาโวย ตอนแรกเค้าก็นึกว่าเป็นฉันกับน้องซะด้วย
    พอยายฉันบอกไปว่า ไม่มีนี่ ไม่มีเด็กที่ไหนมาวิ่งเล่นกันหรอก เพราะส่วนใหญ่เด็กที่รับเลี้ยงจะเป็นเด็กทารก ซึ่งยังเดินไม่ได้ และทางเราก็ไม่ได้รับเลี้ยงเด็กค้างคืนด้วยน่ะค่ะ
    สรุป คนข้างบ้านเหว๋อไปตาม ๆ กัน
    แต่พวกเค้าก็บอกว่า พี่กาหลง และ พี่กุมารทองบ้านฉันให้โชค ให้ลาภพวกเค้านะคะ เพราะว่าพวกเค้าจะไหว้ และขอหวยกันประจำ
    ซึ่งแน่นอนว่า ได้รางวัลซะด้วยค่ะ
    แต่สำหรับฉัน พี่กาหลง และพี่กุมารทองไม่เคยมาหาเลยนะคะ อย่างมากช่วงเด็ก ๆ ฉันก็แค่ฝันเห็น ว่าพี่เค้าชวนมาวิ่งเล่นหลังบ้าน ก็มาเล่นพวกเครื่องเล่นน่ะค่ะ
    แต่ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ไม่รู้ว่าพี่เค้าไปอยู่ที่อื่นหรือเปล่านะคะ เพราะไม่เคยเจออีกเลย แล้วก็ไม่อยากเจอด้วย แบบว่า กลัวน่ะค่ะ ถ้าเจอ ขอเจอในความฝันแบบดี ๆ แล้วกันนะคะ

    บุญรักษาค่ะ
    ขอบคุณที่มา :- http://www.sookjai.com/index.php?topic=19316.0
    เรื่องนี้เป็นเรื่องของหนามเตยเองค่ะ เป็นเรื่องที่ไปเล่าตอนออกรายการตีสิบ เมื่อวันอังคารที่ 27 พค ที่ผ่านมาค่ะ


    #5 by ลาบไก่ใส่ตับหมู (124.120.186.30) At 2008-06-05 02:06,

     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,621
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,041
    เมื่อความโลภมาบังตา นั่งสมาธิอย่างไรก็ไม่เป็นผล แถมสิ่งไม่พึงปรารถนาก็มาพบ

    photo.jpg
    สารธรรมนำใจ

    Published on Jan 29, 2018
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,621
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,041
    หลวงพ่อพุทธถูกผีตบหน้า... นาทีที่๔๖ !!
    วิธีนั่งสมาธิไปดูนรก สวรรค์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


    วัลลภ ทำนิล
    Published on Oct 27, 2014
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กุมภาพันธ์ 2018
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,621
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,041
    กรณียเมตตสูตร
    เมตตปริตร
    หรือ กรณียเมตตปริตร หรือ กรณียเมตตสูตร

    ทำให้หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั้งหลาย เทพพิทักษ์รักษา ไม่มีภยันตราย จิตเป็นสมาธิง่าย ใบหน้าผ่องใส มีสิริมงคล ไม่หลงสติในเวลาเสียชีวิต และเป็นพรหมเมื่อบรรลุเมตตาฌาน

    ๑. กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ . . . . . . . ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
    สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ . . . . . . . . . . . . สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี

    กิจที่คนฉลาดในสิ่งที่มีประโยชน์ และมุ่งหมายจะบรรลุทางสงบ จะพึงทำก็คือ เป็นคนกล้า, เป็นคนซื่อ, เป็นคนตรง, ว่าง่าย, อ่อนโยน, ไม่เย่อหยิ่ง


    ๒. สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ . . . . . . . .อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
    สันตินท์ริโย จะ นิปะโก จะ . . . . . . . . อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ

    เป็นผู้สันโดษ, เลี้ยงง่าย, มีภาระกิจน้อย, คล่องตัว, ระมัดระวังการแสดงออก, รู้ตัว, ไม่คะนอง, ไม่คลุกคลีในตระกูลทั้งหลาย


    ๓. นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ . . . . . เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
    สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ . . . . . . . . . . . . สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

    ไม่ประพฤติสิ่งที่วิญญูชนตำหนิติเตียนได้, พึงแผ่เมตตาจิตว่า ขอสัตว์ทั้งปวง จงมีความสุขกายสบายใจ มีความเกษมสำราญเถิด


    ๔. เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ . . . . . . . . . . . . .ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
    ทีฆา วา เย มะหันตา วา . . . . . . . . . . .มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา

    ขอสัตว์ทั้งหลายบรรดามี ที่เป็นสัตว์ตัวอ่อน หรือตัวแข็งก็ตาม เป็นสัตว์มีลำตัวยาว หรือลำตัวใหญ่ก็ตาม มีลำตัวปานกลาง หรือตัวสั้นก็ตาม ตัวเล็กหรือตัวโตก็ตาม


    ๕. ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา . . . . . . . . . เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
    ภูตา วา สัมภะเวสี วา . . . . . . . . . . . . .สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

    ที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นก็ตาม ที่อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ก็ตาม ที่เกิดแล้ว หรือกำลังหาที่เกิดอยู่ก็ตาม ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นจงสุขกายสบายใจเถิด


    ๖. นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ . . . . . . . . .นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
    พ์ยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา . . . . . . .นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ

    บุคคลไม่พึงหลอกลวงผู้อื่น ไม่ควรดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ไม่ควรมุ่งร้ายต่อกันและกัน เพราะมีความขุ่นเคืองโกรธแค้นกัน


    ๗. มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง . . . . . . . . . . อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
    เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ . . . . . . . . . . . . . . มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง

    คนเราพึงแผ่ความรักความเมตตา ไปยังสัตว์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ ดุจดังมารดาถนอม และปกป้องบุตรสุดที่รักคนเดียวด้วยชีวิตฉันนั้น


    ๘. เมตตัญจะ สัพพะโลกัส์มิง . . . . . . . . .มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
    อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ . . . . . . . . . . อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง

    พึงแผ่เมตตาจิต ไม่มีขอบเขต ไม่คิดผูกเวร ไม่เป็นศัตรู อันหาประมาณไม่ได้ ไปยังสัตว์โลกทั้งปวงทั่วทุกสารทิศ


    ๙. ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา . . . . . . . . . . . สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
    เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ . . . . . . . . . . พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ

    ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ตลอดเวลาที่ตนยังตื่นอยู่ พึงตั้งสติ อันประกอบด้วยเมตตานี้ให้มั่นไว้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การอยู่ด้วยเมตตานี้ เป็นพรหมวิหาร (การอยู่อย่างประเสริฐ)


    ๑๐. ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา . . . . .ทัสสะเนนะ สัมปันโน
    กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง . . . . . . . . . . . . . .นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ

    ท่านผู้เจริญเมตตาจิต ที่ละความเห็นผิดแล้ว มีศีล มีความเห็นชอบ ขจัดความใคร่ในกามได้ ก็จะไม่กลับมาเกิดอีกเป็นแน่แท้

    (คำแปลของ ศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต)
    ขอบคุณที่มา :- https://th.wikisource.org/wiki/กรณียเมตตสูตร
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,905
    ค่าพลัง:
    +33,619
    นาทีที่ ๔๗.๓๐ ขึ้นไปถ้าเรื่องคล้ายผีตบหน้า ถ้าเริ่มเรื่องราวนาทีที่ ๔๖ ขึ้นไป ตามเวลาดาวโลกจร้า
     

แชร์หน้านี้

Loading...