หลวงพ่อเล่าเรื่อง...วิสาขาคนรวยและอนิสงส์การถวายทานในพุทธศาสนา

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย เทพออระฤทธิ์, 4 เมษายน 2008.

  1. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    วิสาขาคนรวยและอนิสงส์การถวายทานในพุทธศาสนา<O:p</O:p
    ท่านสาธุชนทั้งหลาย ตอนนี้มาพบกับท่าน ในเรื่อง พุทธบูชามหาเตชวัณโต อีก ความจริง การบูชาพระพุทธเจ้า ท่านกล่าวว่าความดีที่พึ่งได้นั้น มันมากมายหลายประการ และยากนักที่เราจะพรรณนาให้จบได้ ตามบาลีท่านกล่าวว่า ถ้าจะมีพระพุทธเจ้าปรากฏ ขึ้น 2 พระองค์ ต่างคนต่างซักถาม การบูชาความดีของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า จะแก้กันไป ตอบกันไป สิ้นระยะเวลา 1 กัป ก็ยังไม่จบความดีของพระพุทธเจ้า<O:p</O:p
    เป็นอันว่า ความดีของพระพุทธเจ้านี้มีมาก ยากที่จะพรรณนาให้จบได้ เมื่อความดีของท่านมีมาก ถ้าเราบูชาท่าน เราก็มีผลมาก ไม่รู้จักจบเหมือนกัน การที่จะพูดถึงความดีของพระพุทธเจ้าให้จบ อาตมาพูดไม่ได้แน่ เพราะรู้แน่อยู่แกใจแล้วว่า การบูชาพระพุทธเจ้า ทำอย่างก็ไม่จบ<O:p</O:p


    เมื่อตอนที่แล้วได้พุดถึง การบูชาพระพุทธเจ้า เป็นปัจจัยให้นางวิสาขา มีรูปสวย คือ ได้ว่า เบญจกัลยาณี มีความดี 5 ประการ หวังว่า ท่านทั้งหลาย คงจะยังจำได้ว่า เบญจกัลยาณี นั้นได้แก่<O:p</O:p
    • งามผม<O:p</O:p
    • งามริมฝีปาก<O:p</O:p
    • งามฟัน<O:p</O:p
    • งามผิว<O:p</O:p
    • งามวัย หมายความว่า คลอดบุตรคนแรก วัยดีเท่าไร สวยเท่าไร ทรงสภาพอยู่อย่างนั้น นี่เป็นอำนาจของพุทธบูชา <O:p</O:p
    ตอนนี้เราจะมาคุยกันถึง เรื่องของนางวิสาขาอีกเหมือนกัน คือนางวิสาขานี้ชอบบูชาพระพุทธเจ้า แม้แต่เกิดมาชาติหลัง เธอได้เป็น พระโสดาบัน ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก็ยังบูชาพระพุทธเจ้ายันตายมีความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นปกติ และจริงใจ ทั้งนี้เพราะว่า เป็นอุปนิสัยเดิม ซึ่งเคยบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีผล ถึงแม้ตนจะระลึกชาติไม่ได้ แต่ว่ากำลังใจ บรรดาท่านพุทธบริษัท น้ำใจที่เคยมั่นอยู่ในความดีของพระพุทธเจ้า มันไม่ถอยหลัง ที่ท่านกล่าวว่า เราสะสมเข้าไว้ เกิดชาติต่อๆ ไปก็สร้างสรรค์ความดีเพิ่ม หรืองสร้างเพิ่มเติม จนกว่าบารมีจะเต็ม ครั้งเมื่อบารมีเต็มแล้ว ก็เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน<O:p</O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 สิงหาคม 2008
  2. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    คำว่า บารมี บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน เราแปลกันว่า กำลังใจเต็ม คือทำกำลังใจให้เต็ม ตามศัพท์ที่ศึกษากันมา เขาแปลว่า เต็ม เฉยๆ เลยไม่รู้กันว่า เต็มตรงไหน ความจริง ใช้กำลังใจให้เต็ม เช่น<O:p</O:p
    ทานบารมี เรามีความตั้งใจการในทานให้ทานเป็นปกติ แต่ว่า การให้ทานนี้ เราจะให้ตามกำลังที่เรามีอยู่ ไม่ใช่ว่าให้เกินพอดี ถ้าให้เกินพอดีแล้ว องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงติว่า เป็นการเบียดเบียนตนเกิดไป ฉะนั้น การเต็มใจในการให้ทานไม่ใช่ว่า มีเท่าไรให้หมด อย่างองค์สมเด็จพระบรมสุคตไม่สรรเสริญ ต้องให้แล้วไม่ลำบากสำหรับเรา เขามีร้อยเขาให้ร้อยได้ เพราะเขามีเงินมาก ถ้าเราให้ร้อยหมดแล้ว อย่างนี้ไม่ควรทำ ควรให้แล้วกำลังใจเราสบาย อย่างนั้นจึงจะเป็นความดี<O:p</O:p
    การให้ทานนี้เหมือนกัน เป็นปัจจัยให้นางวิสาขาเกิดมาในชาติหลัง ปรากฏว่าเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ เพราะตระกูลของนางวิสาขา มีเงินนับไม่ได้ในเวลานั้น เศรษฐีทั้งหลายเขามีเงินนับไม่ได้ในเวลานั้น เศรษฐีทั้งหลายเขามีเงิน นับกันเป็นโกฏิๆ ถ้ามีเงินประมาณ 40 โกฏิ ก็ชื่อว่าเป็น อนุเศรษฐี คือ เศรษฐีเล็กๆ ถ้าตั้ง แต่ 80 โกฏิ ขึ้นไป ก็ถือว่าเป็น มหาเศรษฐีใหญ่ ( คำว่า โกฏิ ไม่ใช่ 10 ล้าน คำว่า โกฏิ ไม่ใช่ 10 ล้าน เท่ากับ 1 โกฏิ ล้าน แล้วก็ โกฏิ ศัพท์มันต่อกัน ต้อง 1000 ล้าน เท่ากับ 1 โกฏิ แล้วก็ 40 โกฏิ เป็นอนุเศรษฐี 80 โกฏิ ขึ้นไปเป็น มหาเศรษฐี )<O:p</O:p
    แต่ว่า ตระกูลของนางวิสาขา ไม่ใช่อย่างนั้น รวยมากกว่านั้น นับเป็นโกฏิไม่ได้ ต้องตวงกันเป็น โกฏิๆ เล่มเกวียน ไม่ใช่โกฏิเหรียญเป็นเล่มเกวียน เงินทองมากมายกว่าท้องพระคลังมาก<O:p</O:p
    นี่แหละบรรดาพุทธบริษัท ตระกูลของนางวิสาขา ไม่ใช่ตระกูลคอร์รัปชั่น หมานความว่า หมายความว่า ไม่ได้รวยมา เพราะการโกงชาวบ้านเขา ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นบุญวาสนาบารมีส่งเสริมเพิ่มเติมเข้าไว้ สนับสนุนให้ตระกูลนี้มีความร่ำรวยเหลือหลาย คือ รวยมาตั้งแต่ปู่ มาสมัยพ่อก็เป็นคนรวย นางวิสาขาทั้งรวยทั้งสวย น่าสนใจไหม ท่านพุทธบริษัท<O:p</O:p
    เรื่องความความสวยงดงาม ท่านทราบแล้วว่า นางวิสาขาทำอย่างไร อย่างนี้หวังว่าคงจะเป็นที่ถูกใจของท่านสุภาพสตรี ถ้าอยากจะสวยแบบ นางวิสาขาบ้าง ก็ซ่อมพระพุทธรูป ที่กำลังสลักหักพัง เรามีทุนซ่อมองค์ใหญ่ไม่ได้ เราก็ซ่อมองค์เล็ก ซ่อมด้วยความเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา<O:p</O:p
    เพื่อให้ปวงประชาที่นับถือพระพุทธศาสนา ได้กราบไหว้บูชา เป็นที่เจริญใจ อย่างนี้ ผลที่ท่านทั้งหลาย จะพึงได้รับ คือ จะมีความสวย เช่นนางวิสาขา<O:p</O:p
    ตอนนี้ เราจะมาว่ากันถึงความรวย นางวิสาขานี้รวยกันมาก รวยบอกไม่ถูก เมื่อสามีของนางให้คนมาขอ เรียกว่า พ่อผัวส่งให้คนมาติดต่อเขาถามว่า ตระกูลนี้มีเงินเท่าไร ท่านทูตสันติ หรือ พ่อสื่อทั้งหลาย บอกว่า ท่านเศรษฐีมีเงิน 40 โกฏิ บิดามารดาของนางวิสาขายังนึกแก่ใจว่า เงินแค่ 40 โกฏิ มันยังน้อยไปกว่า เงินที่ติดอยู่กันเชี่ยนหมากของเรา<O:p</O:p
    ในสมัยก่อน ชาวบ้านเขากินหมากกัน เมื่อสมัยที่อาตมายังเป็นเด็กเขามีเชี่ยนหมากประจำ เชี่ยนหมากประจำ เชี่ยนหมากมีตัวถังขึ้นมา แล้วก็มีฝา มีอุปกรณ์ วางบน คือ เต้าปูน กล่องยา กล่องหมาก อย่างนี้ต้น แต่ก้นเชี่ยนหมาก คือภายในตัวถัง เขาใส่อุปกรณ์สำหรับหมากเข้าไว้ แต่บางทีเงินทองไว้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องเข้าหยิบในเซฟ หรือในที่เก็บ เก็บไว้บาทสองบาท สลึงสองสลึง เวลาจะใช้ก็หยิบได้สบาย<O:p</O:p
    ตระกูลสามีของนางวิสาขา ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ เป็นตระกูลของเศรษฐี มีเงิน 40 โกฏินี้ แต่ทว่า ธนัญชัยเศรษฐี ผู้มีเป็นบิดาของบิดาของ นางวิสาขา ยังมีความรู้สึกในใจว่า เงิน 40 โกฏินี้ ไม่เท่ากับเศษเงิน ที่เราเก็บไว้ที่ก้นเชี่ยนหมาก ดูสิว่าเขารวยขนาดไหน แล้วเขาทำอย่างไร ถึงได้รวยท่านกล่าวว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 เมษายน 2008
  3. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    คนในตระกูลนี้ ที่เป็นปัจจัยให้ร่ำรวยมีอยู่ 5 คน คือ<O:p</O:p
    • ท่านเมณฑกเศรษฐี ผู้เป็นปู่ของนางวิสาขา<O:p</O:p
    • ธนัญชัยเศรษฐี ผู้เป็นพ่อของนางวิสาขา<O:p</O:p
    • มารดาของนางวิสาขา<O:p</O:p
    • ตัวนางวิสาขา<O:p</O:p
    • นายปุณณะ ผู้เป็นทาส คำว่าทาส หมายความว่า เดิมเป็ทาส ต่อมาอำนาจบุญบารมี อาศัยพุทธบูชาเดิมเป็นสำคัยเป็นปัจจัยให้ นายปุณณะคนนี้นั้น มีเงินนับเป็นร้อยๆ โกฏิ เหมือนกัน จึงนามว่า นายปุณณทาส แต่ความจริง สมัยนั้นเขาไม่ใช้ทาสแล้วเพราะเขามีเงินมาก แต่คงอยู่ร่วมตระกูลกับท่านธนัญชัย บิดาของนางวิสาขาบเพราะถือว่า เดิมตัวอาศัยท่านอยู่ เมื่อร่ำรวย ก็เลยแยกจากกันกลายเป็นในตระกูลเดียวกัน<O:p</O:p
    ท่านทั้งหลายทั้ง 5 คนนี้นั้น ต่างคนต่างบูชาความดีของพระพุทะเจ้าด้วยการถวายทาน<O:p</O:p
    ทีนี้จะนำตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง เผื่อบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านคิดว่าชาตินี้เรารวยไม่พอ ความมีทรัพย์สินก็พอจับจ่ายใช้สอยอยู่บ้าง แต่มันไม่ถึงฟุ่มเฟือย ถ้าเรามีมากจนใช้ไม่หมด นับจำนวนไม่ได้ ใช้เท่าก็ไม่สิ้นใช้เท่าไรก็ไม่รู้สึกว่ายุบลงไป สึกหรอลงไป อย่างตระกูลนางวิสาขานี้ มีความสายมาก ไม่ต้องไปโกงใครเขา อยากจะได้อะไร ก็สมปรารถนา เราจะสร้างความดี คือการให้ทาน การสงเคราะห์ ก็ทำได้สะดวก เมื่อเราให้ทานสบายใจ ใครมาเราก็ให้ ใครอดยากมาเราก็ให้ ใครมีความยากลำบากขัดสนจนขึ้มา เราสงเคราะห์ได้ อย่างนี้เป็นปัจจัยสร้างความสุข ที่ได้กล่าวแล้วว่า การให้ทาน เป็นปัจจัยสร้างความสุข ที่ได้กล่าวแล้วว่า จะไปทางไหนก็มีเพื่อน จะไปทางไหนก็มีแต่คนรัก เมื่อเรามีคนรักรอบบ้าน แล้วเราจะหนักใจอะไรกับศัตรู นี่เป็นผลของการให้ทาน<O:p</O:p
    นอกจากนั้นองค์สมเด็จพระพิชิตมารยังกล่าวว่า ทานํ สคฺคโส ทานํ ผลของการให้ทาน เมื่อตายจากความเป็นคนแล้ว ก็ไปเกิดบนสวรรค์ เป็นเทวดา เป็นนางฟ้า มีทิพยสมบัติ มีร่างการเป็นทิพย์ ไม่มีความแก่ ไม่มีความป่วยไข้ไม่สบาย แต่สิ้นบุญเมื่อไร ก็ไม่เรียกว่า ตาย เรียกว่าเคลื่อน ลงมาเกิดมีความสุขเป็นพิเศษ<O:p</O:p
    องค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ทรงกล่าวว่าต่อไปว่า เกิดเป็นคนชาติใดก็ตาม คนที่เคยให้ทานไว้ในเขตของพระพุทธศาสนา ทำแบบนางวิสาขาจะเกิดไปกี่ชาติก็ตาม หาความจนไม่ได้ ทั้งนี้เพราะอะไร ท่านกล่าวว่า แม้จะเข้านิพพานแล้ว อานิสงค์ยังไม่หมด ที่องค์สมเด็จพระบรมสุคต กล่าวอย่างนี้เพราะว่า การให้ทานแบบนั้นมีอานิสงส์มาก หลังจากชาตินั้น ไปเป็นเทวดาแล้ว ถ้าเกิดเป็นคนกี่ร้อยชาติ กี่พันชาติก็ตามกว่าจะเข้าพระนิพพาน ขึ้นชื่อว่า ความยากเข็ญใจ ย่อมไม่ปรากฏ<O:p</O:p
    นี่แหละ บรรดาท่านพุทธบริษัท การให้ท่านมีผลดีแบบนี้ อย่าคิดว่าพระชอบพูดแต่การให้ทาน ไม่ใช่บ่อนทำลายความสุขของ สังคมที่พระแนะนำให้ทาน คือ เป็นการเฉลี่ยความสุข ซึ่งกันและกัน เมื่อเรามีความสุข เขามีความสุข ไม่มีใครมีความทุกข์ ก็มีแต่ความแช่มชื่นภัยอันตรายก็ไม่เกิดขึ้นกับเรา<O:p</O:p
    โบราณท่านกล่าวว่า ถ้าเราจะล้อมรั้ว ก็ล้อมด้วยเขี้ยวด้วยงา หมายความว่า ให้บริจาคทาน สร้างความเป็นมิตรเข้าไว้ เมื่อเรา มีมิตรเป็นที่สะกิดใจ เป็นที่รักที่ใคร่ ไปที่ไหนก็มีแต่มิตร ไม่มีศัตรู ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท ลองคิดดูสิว่า เราจะมีความสุข หรือมีความทุกข์ เป็นอันทราบว่า เราก็มีความสุข<O:p</O:p
    ตอนนี้มาดูตัวอย่าง นางวิสาขาเขาทำอย่างไร จึงได้เป็นคนมีความร่ำรวยมาก ยากเหลือเกินที่จะหาคนรวยได้อย่างนางวิสาขา ความสวยก็สวยหาคนเสมอเหมือนไม่ได้ อยู่แล้ว ยังจะมารวยอีก<O:p</O:p
    ถ้าจะคิดๆ ไปตามภาชาวบ้านธรรมดา ก็เรียกว่า แกทั้งสวยทั้งรวยเสียจนน่าอิจจฉา แต่ความจริง ไปอิจฉาริษยาแกไม่เป็นประโยชน์ แกทำเป็นตัวอย่าง มีประโยชน์ มีคุณ ไม่มีโทษ มีความสุข เราเป็นคนทำทีหลัง เรามีความสบายมาก ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องพยายามใคร่ครวญแล้ว พิจารณาแล้ว หาที่ปรึกษาหารือแล้ว จึงจะตัดสินใจ เพราะกิจใด ถ้ายังไม่เคยทำ ยังไม่เคยได้ มันต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าเราทำตามเขาบ้าง เราก็จะมีความสุขเช่นเดียวกับเขา เราจะมีผลเช่นเดียวกับเขา<O:p</O:p
    มาดูกันเสียทีว่า นางวิสาขาทำอย่างไร เรื่องนี้ปรากฏใน พระธรรมบทขุททกนิกาย องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศน์ไว้ว่า ถอยหลังจากชาตินี้ไปประมาณ แสนกัป สมัยนั้นมี พระพุทธเจ้าองค์หนึ่งทรงอุบัติขึ้นในโลก มีพระนามว่า พระวิปัสสีทศพล ในสมัยนั้น องค์สมเด็จพระทศพลมีบริวารประจำ คือพระสงค์ ที่เป็นพระอรหัตน์ ประมาณสองแสนรูป แล้วยังมีพระอรหันต์ทั้งหลาย ที่แยกย้ายกันอยู่อีกต่างหากอีก แล้วยังพระอรหัตน์ที่ประจำนี้ ถ้าจะเปรียบกับพระมหากษัตริย์ ก็เรียกว่า ข้าราชบริพารในราชสำนัก ประจำอยู่กับพระองค์ ส่วนพระสงฆ์ ที่แยกย้ายอยู่ตามวัดต่างๆ นับประมาณมิได้<O:p</O:p
    ในกาลนั้น นางวิสาขาเกิดเป็นสตรีคนหนึ่ง มีฐานะไม่ใช่เศรษฐี<O:p</O:p
    และก็ไม่ใช่คหบดี เป็นคนอย่างเราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย คือ มีฐานะพอกินบ้าง ใช้บ้าง แบบธรรมดาๆ แต่ว่า มีสตรีนางหนึ่ง เป็นเพื่อนของนางวิสาขา เธอเป็นลูกสตรีนางหนึ่ง เป็นเพื่อนของนางวิสาขาเธอเป็นลูกของมหาเศรษฐีใหญ่มีเงิน นับไม่ได้ นับล้าน นับโกฏิ นับพันโกฏิ แสนโกฏิ ไม่ได้ ถ้าจะนับเหรียญ ต้องนับเป็นร้อยๆ พันๆ โกฏิเล่มเกวียน แบบนางวิสาขานี่แหละ จึงจะนับได้ เธอมีเงินเหลือเกิน แต่ว่าไม่ถือตัว ทั้งๆ ที่นางวิสาขาเป็นคนจนแสนจน ถ้าจะเทียบกับฐานะของนาง สตรีผู้นั้นซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่ามาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เคยแสดงความรังเกียจ มีความรักใคร่ถือว่านางวิสาขาเป็นมิตรสนิทชิดเชื้ออยู่ตลอดเวลา<O:p</O:p
    แต่ว่า สำหรับเธอนั้น เป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนา คือ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ในเมืองนั้นกาลใด จะมีพระสงฆ์ติดตามมา กี่แสนองค์ กี่ล้านองค์ นางสตรีผู้นั้น ซึ่งเป็นเพื่อนของนางวิสาขา รับอุปการะทุกเวลา ทั้งสถานที่อยู่ เครื่องใช้ไม้สอยทุกอย่าง ตามความจำเป็นของสมณวิสัย ตลอดจนอาหารบริโภค ยารักษาโรค ทุกอย่าง นางรับอุปการะทั้งหมด เป็นเหตุให้สาวกของบรมสุคต มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานมีความสุข ไม่ลำบากด้วยความเป็นอยู่ ที่เป็นอย่างนี้ องค์สมเด็จพระบรมครู <O:p</O:p
    ท่านกล่าวว่า เพราะว่านางได้บำเพ็ญกุศลทาน มีการ ถวายสังฆทานว่า การถวายสังฆทานเป็นต้น<O:p</O:p
    ต่อมา องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เทศผลของการถวายสังฆทานว่า การถวายสังฆทานนี้มีผลมาก ตามลำดับของทาน ท่านกล่าวว่า<O:p</O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2009
  4. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    สัตว์เดรัจฉาน 100 ครั้ง มีผลไม่เท่ากับ ให้ท่านแก คนไม่มีศีล 1 ครั้ง<O:p</O:p
    การให้ทานแก่ คนไม่มีศีล คนที่ไม่มีศีล 100 ครั้ง มีผลเท่ากับ ให้ทานแก่ คนที่มีศีลบริสุทธิ์ 1 ครั้ง<O:p</O:p
    การให้ทานแก่ คนที่มีศีลบริสุทธ์ 100 ครั้ง มีผลไม่เท่ากับ ให้ทานแก่ ผู้ปฏิบัติเพื่อ พระโสดาบันปัตติมรรค 1 ครั้ง<O:p</O:p
    ( คำว่า ผู้ปฏิบัติเพื่อพระโสดาบันปัตติมรรค ก็คือ การปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ด้วยความตั้งใจจริง หวังจะเป็นพระโสดาบัน แต่ยังไม่ได้ ก็เรียนกว่า ผู้ปฏิบัติเพื่อพระโสดาบันปัตติมรรค )<O:p</O:p
    การถวายทานแก่ ท่านที่ปฏิบัติเพื่อพระโสดาบันปัตติมรรค 100 ครั้ง ก็ไม่มีผลเท่ากับถวายทานแด่ พระสกิทาคามี มีผล 1 ครั้ง<O:p</O:p
    การถวายแด่ พระสกิทาคามีมรรค 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับถวายทานแด่ พระอนาคามีมรรค 1 ครั้ง<O:p</O:p
    การถวายแด่ พระอนาคามีมีมรรค 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับถวายทานแด่ พระอรหันต์มรรค 1 ครั้ง<O:p</O:p
    การถวายแด่ พระอรหัตมรรค 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับถวายทานแด่ พระอรหัตผล 1 ครั้ง<O:p</O:p
    ถวายทานแด่ พระอรหัตผล 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานแด่ พระปัจเจกพระพุทธเจ้า 1 ครั้ง <O:p</O:p
    ถวายทานแด่ พระปัจเจกพระพุทธเจ้า 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับถวายทานแด่ องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า 100 ครั้ง ผลไม่เท่ากับ ถวายสังฆทาน 1 ครั้ง<O:p</O:p
    ถวายสังฆทาน 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับ สร้างวิหารทานไว้ในพระพุทธศาสนา 1 ครั้ง<O:p</O:p
    นางวิสาขาสมัยนั้นชื่อว่าอะไรก็ไม่ทราบ ท่านไม่ได้บอกชื่อ เมื่อได้ฟังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศน์ว่า การถวายสังฆทาน มีอานิสงส์มาก แม้แต่ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองถึง 100 ครั้ง ก็มีผลไม่เท่ากับ การถวายสังฆทานนี้ต้องปรารภพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เพราะอะไร เพราะว่า ถ้าเราถวายทาน แด่พระสงฆ์ เราต้องน้อบจิตถึงพระพุทธเจ้าด้วย เพราะคำว่า สังฆทาน แปลว่า ทานเพื่อหมู่ ไม่ใช่เพื่อบุคคล<O:p</O:p
    เป็นส่วนตัว สาธารณะประโยชน์<O:p</O:p
    เมื่อนางฟังอย่างนั้นแล้ว จึงได้อาราชธนาองค์สมเด็จพระประทีปแก้วพร้อมด้วยพระสงฆ์ตามสมควร ไปรับสังฆทานที่บ้าน เมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมาร ทรงรับด้วยอาการ ดุษณีภาพ (หมายความว่า พระพุทธเจ้าเวลาท่านรับนิมนต์ ท่านไม่ออกปากว่า รับนิมนต์แล้ว ท่านไม่ขัด ท่านเฉย ถือว่า รับ )<O:p</O:p
    เมื่อนางได้ฟังอย่างนั้นแล้ว จึงได้อารธนาองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว พร้อมด้วยพระสงฆ์ ก็ไปที่บ้านของนาง นางก็ถวายแด่พระพุทธเจ้า และพระสงฆ์ ตามกำลังฐานะที่พึงจะถวายได้ ( อาจจะมีแกงเลียงตำลึงสักถ้วย มีต้มยำสักหม้อ มีน้ำพริกสักถ้วยหนึ่ง มีผักดิบ มีผักต้ม อย่างนี้เป็นต้น คือของธรรมดาๆ )<O:p</O:p
    เพราะว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดีพระสงฆ์ เป็นผู้เลี้ยงง่าย ใครเขาจะเลี้ยงแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น พระองค์ไม่เคยรังเกียจ ไม่ใช่ว่าเป็น พระสำรวย เวลามียศฐาบรรดาศักดิ์ขึ้นมาต้องกินข้าวตะลุ่มมุก ต้องกินจานแก้ว จานเงิน จานทอง สำหรับสวยๆ พระดีท่านไม่ทำแบบนั้น ถ้าทำแบบนั้น ก็เป็น พระนรก เท่านั้น พระดีเขาไม่คิด คิดเสียว่า ถ้าชาวมีศรัทธา แล้วเป็นใช้ได้ )<O:p</O:p
    เมื่อนางถวายทานแล้ว จึงเข้าไปกราบองค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงพระนามว่า วิปัสสีทศพล ตั้งมโนปณิทานกับองค์สมเด็จพระผู้พระภาคเจ้าว่า<O:p</O:p
    การถวายทานแล้ว ครั้งนี้ ขอผลบุญอันนี้ จงส่งให้หม่อมฉันในชาติต่อไป ให้มีโอกาสเลี้ยงดูพระสงฆ์ในพุทธศาสนา เป็นการบำรุงพระพุทะศาสนา เช่นเดียวกับ สตรีที่เป็นเพื่อนของหม่อมฉันเถิด พระพุทธเจ้าข้า (นางกล่าวเจตนาไม่ได้หวังความเป็นเศรษฐี ต้องการอย่างเดียว คือ เลี้ยงดูพระสงฆ์ให้มีความสุข ดูเจตนาของนางให้ดี บรรท่านพุทธบริษัท )<O:p</O:p
    เมื่อองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ ได้ทรงสดับแล้ว องค์สมเด็จพระประทีบแก้วก็ทรงตรวจดูด้วยพุทะญาณ ก็ทราบชัด เมื่อ ทราบแล้ว องค์สมเด็จผู้ทรงสวัสดิโสภาคย์ได้มีพระพุทะฎีกาตรัสว่า<O:p</O:p
    ภคินิ ดูกรน้องหญิง นับตั้งแต่นี้ไปอีกแสนกัป จะมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีพระนามว่า พระสมณโคดม สมัยนั้น เธอจะเกิดเป็นลูกของ ธนัญชัยเศรษฐี มีปู่นามว่า เมณฑกศรษฐี เธอมีนามว่า นางวิสาขา จะมีทรัพย์รวยมาก นับไม่ได้ และจะเป็นอุปถัมภ์พุทธศาสนา มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจ้า เป็นประทาน<O:p</O:p
    นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน หลังจากชาตินั้นแล้ว นางวิสาขาก็ท่องเที่ยวอยู่บนสวรรค์สิ้นกาลนาน เมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงอุบัตินางก็มาเกิดเป็นลูกธนัญชัยเศรษฐี แล้วก็ได้บรรลุ พระโสดาบัน ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเกิดมีความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทองจนนับไม่ได้<O:p</O:p
    เอาละ บรรดาท่านพุทะบริษัททั้งหลาย เรื่องราว พุทธบูชามหาเตชวัณโต สามารถทำบุคคลให้ร่ำรวย มีทรัพย์ศฤงคารมาก นับไม่ได้ ก็กล่าวมาแล้วพอสมควร ในเรื่องราวของ นางวิสามหาอุบาสิกา สำหรับตอนนี้ ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนามงคล สมบูรณ์พูนผล จงมีแก่ท่านพุทธศาสนิกชนทุกท่าน สวัสดี<O:p</O:p
    <O:p</O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 เมษายน 2008
  5. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,872
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,063
    อ นุ โ ม ท น า ส า ธุ
     
  6. joezaaaa

    joezaaaa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    330
    ค่าพลัง:
    +1,123
    ขอแถมนิดนึงนะคับ (สำหรับคนไม่เคยอ่าน ถ้าอ่านแล้วขอโทษด้วยคับ)



    เรื่องที่ ๑๑๗

    ในชาติก่อนซ่อมพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง ตายแล้วมาเกิดเป็นคนที่มีความสาวความสวยไม่เปลี่ยนแปลงจนอายุ ๑๒๐ ปี

    "..พูดถึงคนสวยชั้นยอด ว่ากันแค่ร่างกายภายนอก อย่ามองเข้าไปถึงกระเพาะ ตับ ไต ไส้ ปอด ภายในร่างกายเพราะมันเต็มไปด้วยความสกปรกน่าเกลียด ไม่มีความสวย ในที่นี้หมายถึงรูปร่างภายนอกไม่เปลี่ยนแปลง คลอดบุตรคนแรกสวยขนาดไหนก็เป็นสาวขนาดนั้นจนกระทั่งถึงวันตาย
    อานิสงส์ซ่อมพระพุทธรูป

    ตัวอย่างก็คือ พระนางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านสวยด้วยอำนาจเบญจกัลยาณี ตามที่ท่านเจ้าคุณราชเมธี วัดประยูรวงศาวาส ท่านแต่งเป็นคำกลอนไว้ว่า<O:p></O:p>
    งามผมสมพักตร์ลักขณา งามโอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา<O:p></O:p>
    งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด ผิวทัดกณิการ์งามราศี<O:p></O:p>
    คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี หญิงเช่นนี้ใครได้มางามหน้าเอย<O:p></O:p>
    คำว่า "งามผมสมพักตร์ลักขณา" ก็เพราะว่าผมจะเรียบอยู่ตลอดเวลา ถ้าต้องการให้เป็นคลื่นก็จะเป็น และก็เรียบโดยไม่ต้องหวี ไม่ต้องแต่ง และก็จะยาวไม่มากถ้ายาวไปถึงเอวก็จะช้อนงอนขึ้นไม่ยาวลากดิน ผมก็ไม่เหม็นสาบเหม็นสาง ไม่ต้องสระไม่ต้องล้าง<O:p></O:p>
    คำว่า "โอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา"ก็เพราะว่าริมฝีปากแดงระเรื่อไม่แดงมากนัก แล้วเรียบไม่มีริ้วไม่มีรอย ปากสวย<O:p></O:p>
    คำว่า "งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด"ก็เพราะว่าฟันเรียบแลดูเป็นเงาเหมือนมุกน่าชม ไม่ต้องใช้แปรงสีฟัน ไม่ต้องขัด ไม่ต้องแต่ง<O:p></O:p>
    คำว่า "ผิวทัดกณิการ์งามราศี" ขึ้นชื่อว่าผิวไม่มีไฝไม่มีฝ้า ถ้าขาวก็ขาวเนื้อละเอียดดี ถ้าดำก็ดำนวลๆ เรียกว่าพอสวยสำหรับในสมัยที่เขาต้องการ<O:p></O:p>
    คำว่า "คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี" หมายความว่าเวลาที่คลอดบุตรคนแรกอายุเท่าไร ท่านคลอดบุตรคนแรกอายุ ๑๖ ปี แล้วก็เลยเป็นสาวแค่ ๑๖ อยู่แบบนั้น ร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไปจนกระทั่งอายุ ๑๒๐ ปี พระนางวิสาขามีบุตรหญิง ๒๐ คน แล้วบุตรหญิงของท่านคลอดบุตรมาอีกคนละ ๒๐ คน ระหว่างที่บรรดาหลานๆ เป็นสาวคราว ๑๕-๑๖ ปี ท่านวิสาขานั่งอยู่ท่ามกลางหลาน ท่านชีวกโกมารภัจนำพระเจ้าปเสนทิโกศลไปดู อยากจะทราบว่าพระนางวิสาขาคนไหน ก็ดูไม่ออกเพราะสาวเท่ากัน เรียกว่าท่านสาวเท่าอายุ ๑๖ ตลอดกาล<O:p></O:p>
    อานิสงส์ที่พระนางวิสาขามหาอุบาสิกามีความสาวความสวยไม่เปลี่ยนแปลง ก็เพราะว่าในชาติก่อนท่านซ่อมพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง ทรุดโทรม คือมีผิวแตกทองลอกไปเสียแล้ว ท่านซ่อมพระพุทธรูปด้วยกุศลเจตนาจริงๆ เกิดมาชาตินี้จึงกลายเป็นคนสวย <O:p></O:p>
    และการที่ท่านมีเครื่องประดับประกอบไปด้วยแก้วเพชรนิลจินดาและทองคำ เสื้อคลุมตั้งแต่ศีรษะถึงเท้า มีนกยูงรำแพน มีแก้วมณีตั้ง ๒๐ ทะนาน และมีแก้วประพาฬ แก้วอินทนิล อะไรต่ออะไรอีก เสื้อตัวนั้นไม่มีด้ายเลย ที่ทำเป็นด้ายก็ทำด้วยเงินหรือเป็นทองคำ ก็เพราะอาศัยถวายผ้าไตรจีวรไว้ในพระพุทธศาสนาในอดีตชาติ.."<O:p></O:p>
    <O:p> </O:p>
     
  7. chuchart_11

    chuchart_11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    764
    ค่าพลัง:
    +2,932
    ขออนุโมทนาสาธุ ธรรมใดที่ท่านสำเร็จแล้ว ขอข้าพเจ้าสำเร็จด้วยเทอญ สาธุๆๆ
     
  8. pmicrobes

    pmicrobes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    623
    ค่าพลัง:
    +112
    ขอโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ ขอให้ทานบารมีที่ข้าพเจ้าได้ทำอยู่แล้วก็ได้ทำตลอดไปด้วยเทอญ
     
  9. a5g1aeka

    a5g1aeka เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    714
    ค่าพลัง:
    +1,552
    ได้ยินมาว่านางวิสาขามีพลังเท่ากับช้าง ๕ เชือกด้วย เชื่อได้แค่ไหนครับ ใครทราบช่วยอธิบายที ส่วนตัวไม่เชื่อครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...