เรื่องเด่น หลักความสำเร็จในการประกอบกิจการ

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 25 มิถุนายน 2022.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,116
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,364
    ค่าพลัง:
    +19,568
    292B16C6-38F1-4332-B491-04948AA95CBD.jpeg

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเอาไว้ว่า บุคคลที่จักค้าขายหรือว่าจะประกอบกิจการงานใดก็ตามให้สำเร็จนั้น ต้องประกอบไปด้วยหลักธรรมทั้ง ๓ ข้อก็คือ

    ข้อที่ ๑ "จักขุมา" แปลว่าเป็นผู้มีสายตายาวไกล ซึ่งสมัยนี้เราใช้คำว่า "วิสัยทัศน์" หรือถ้าหากว่าภาษาอังกฤษก็คือ Vision หมายความว่าท่านสามารถอ่านเกมได้ขาดว่า ตลาดในระยะนี้ต้องการสินค้าประเภทใด ในระยะหน้าต้องการสินค้าประเภทใด แล้วสามารถหาสินค้าไปป้อนให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในช่วงนั้น ก็จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้

    แต่เท่าที่พบเห็นมานั้น ตั้งแต่โบราณจนปัจจุบันก็คือ พอเห็นใครทำอะไรประสบความสำเร็จ คนก็ฮือตามกัน ในเมื่อไปทำสิ่งที่เหมือน ๆ กัน ท้ายที่สุดก็พากันล่มจมไปตาม ๆ กันเช่นกัน..!

    หลักธรรมข้อที่ ๒ ก็คือ "วิธุโร" แปลว่าผู้ที่สามารถจัดการธุระได้อย่างวิเศษยิ่ง ในที่นี้ก็คือเป็นผู้ที่สามารถติดต่อประสานงานได้เก่ง เป็นผู้ที่เข้าถึงตลาด เป็นผู้ที่เข้าถึงแหล่งการผลิต ทำให้สามารถที่จะประสานงาน เพื่อนำสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มาเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อกิจการของตนเอง และต่อผู้ที่ต้องการผลผลิตต่าง ๆ นั้น สามารถที่จะซื้อหาผลผลิตตามที่ตนเองปรารถนา ทำให้การจัดการงานต่าง ๆ นั้นจะเป็นไปโดยง่าย

    โดยเฉพาะหลักการประสานงานตามทฤษฎี "บ - ว - ร" ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็คือเอาบ้าน วัด โรงเรียนและส่วนราชการต่าง ๆ มาประสานความร่วมมือกัน ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ไม่ว่าจะทำสิ่งหนึ่งประการใด ก็ประสบความสำเร็จโดยง่าย

    ข้อสุดท้ายของหลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวเอาไว้ก็คือ "นิสสยสัมปันโน" แปลว่าเป็นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยที่พึ่ง คำว่าที่พึ่งในที่นี้ ถ้าพูดกันแบบหยาบ ๆ ก็คือมีเส้นมีสาย แต่ถ้าหากว่าใช้ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่ามี Connection คือสามารถที่จะต่อสายถึงได้ทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ำ

    เช่นเดียวกับเทศบาลตำบลท่าขนุน ที่สามารถบุกเข้าไปจนกระทั่งถึงสวนทุกสวน ติดต่อประสานงานทั้งบนและล่าง คือ จัดให้ทางสวนมีสถานที่วางจำหน่ายผลผลิตได้ จึงประสบความสำเร็จในการที่จัด "งานเทศกาลผลไม้สดจากสวน" ของตนเองในครั้งนี้ขึ้นมา

    เราจะเห็นได้ว่าหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธนั้น พระองค์ท่านสอนทั้งในส่วนที่เป็น "ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์" คือประโยชน์ที่เห็นทันตาในปัจจุบันนี้ อย่างเช่นว่า การทำมาหากินก็ดี การครองตนอยู่ในศีลในธรรม ทำให้ไม่ต้องลำบากเดือดร้อนก็ตาม

    ในส่วนของ "สัมปรายิกัตถประโยชน์" คือประโยชน์ในโลกหน้า ถ้าท่านทั้งหลายประกอบไปด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ที่มั่นคง ท่านก็จะมีสุคติเป็นที่ไป

    และในส่วนของ "ปรมัตถประโยชน์" ประโยชน์สูงสุด คือสามารถปฏิบัติจนกระทั่งหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้

    หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ถึงได้กล่าวอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็น "อกาลิโก" ไม่ประกอบไปด้วยกาลสมัย ก็คือจะยุคไหนสมัยไหนก็สามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มที่เช่นกัน และ "เอหิปัสสิโก" คือสามารถที่จะท้าพิสูจน์ได้ ใครก็ตาม ถ้าหากว่าตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตาม โดยถูกต้องแล้วไซร้ ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ทั้ง ๓ สถานดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕
    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=8689

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนา #watthakhanun
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...