หลักเกณฑ์พยากรณ์ภาวะโสดาบันด้วยตนเอง.

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย ไจโกะ, 21 พฤศจิกายน 2013.

  1. ไจโกะ

    ไจโกะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    109
    ค่าพลัง:
    +1,147
    .














    [​IMG]


    ครั้งนั้นแล ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
    ถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
    พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะอนาถบิณฑิกคฤหบดีว่า


    คหบดี ! ในกาลใด ภัยเวร ๕ ประการ(ศีลห้า)อันอริยสาวกทำให้สงบรำงับได้แล้วด้วย,
    อริยสาวกประกอบพร้อมแล้วด้วยโสตาปัตติยังคะสี่* ด้วย,
    อริยญายธรรมเป็นธรรมที่อริยสาวกเห็นแล้วด้วยดี
    แทงตลอดแล้วด้วยดีด้วยปัญญา ด้วย; ในกาลนั้น
    อริยสาวกนั้น เมื่อหวังอยู่ก็พยากรณ์ตนด้วยตน นั่นแหละว่า

    “เราเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดเดรัจฉานสิ้นแล้ว
    มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบายทุคติวินิบาตสิ้นแล้ว
    เราเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งกระแส(แห่งนิพพาน)
    มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
    เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อนิพพาน
    มีการตรัสรู้พร้อมเป็นเบื้องหน้า” ดังนี้.


    คหบดี ! ภัยเวร ๕ ประการ เหล่าไหนเล่า อันอริยสาวกทำให้สงบรำงับได้แล้ว ?

    (๑) คหบดี ! บุคคลผู้ฆ่าสัตว์อยู่เป็นปกติ ย่อมประสพภัยเวรใดในทิฏฐธรรม(ปัจจุบัน) บ้าง,
    ย่อมประสพภัยเวรใดในสัมปรายิก(ในเวลาถัดต่อมา) บ้าง,
    ย่อมเสวยทุกขโทมนัสแห่งจิตบ้าง เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย;
    ภัยเวรนั้นๆ เป็นสิ่งที่อริยสาวกผู้เว้นขาดแล้วจากปาณาติบาต ทำให้สงบรำงับได้แล้ว.

    (๒) คหบดี ! บุคคลผู้ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้อยู่เป็นปกติ ย่อมประสพภัยเวรใดในทิฏฐธรรมบ้าง,
    ย่อมประสพภัยเวรใดในสัมปรายิกบ้าง, ย่อมเสวยทุกขโทมนัสแห่งจิตบ้าง เพราะอทินนาทานเป็นปัจจัย;
    ภัยเวรนั้นๆเป็นสิ่งที่อริยสาวกผู้เว้นขาดแล้วจากอทินนาทาน ทำให้สงบรำงับได้แล้ว.

    (๓) คหบดี ! บุคคลผู้ประพฤติผิดในกามทั้งหลายอยู่เป็นปกติ ย่อมประสพภัยเวรใดในทิฏฐธรรมบ้าง,
    ย่อมประสพภัยเวรใดในสัมปรายิกบ้าง, ย่อมเสวยทุกขโทมนัสแห่งจิตบ้าง, เพราะกาเมสุมิจฉาจารเป็นปัจจัย;
    ภัยเวรนั้นๆ เป็นสิ่งที่อริยสาวกผู้เว้นขาดแล้วจากกาเมสุมิจฉาจารทำให้สงบรำงับได้แล้ว.

    (๔) คหบดี ! บุคคลผู้กล่าวคำเท็จอยู่เป็นปกติ ย่อมประสพภัยเวรใดในทิฏฐธรรมบ้าง,
    ย่อมประสพภัยเวรใดในสัมปรายิกบ้าง, ย่อมเสวยทุกขโทมนัสแห่งจิตบ้างเพราะมุสาวาทเป็นปัจจัย;
    ภัยเวรนั้นๆ เป็นสิ่งที่อริยสาวกผู้เว้นขาดแล้วจากมุสาวาท ทำให้สงบรำงับได้แล้ว.

    (๕) คหบดี ! บุคคลผู้ดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งของความประมาทอยู่เป็นปกติ
    ย่อมประสพภัยเวรใดในทิฏฐธรรมบ้าง, ย่อมประสพภัยเวรใดในสัมปรายิกบ้าง,
    ย่อมเสวยทุกขโทมนัสแห่งจิตบ้าง, เพราะสุราและเมรัยเป็นปัจจัย ภัยเวรนั้นๆ
    เป็นสิ่งที่อริยสาวกผู้เว้นขาดแล้วจากสุราและเมรัย ทำให้สงบรำงับได้แล้ว.

    คหบดี ! ภัยเวร ๕ ประการเหล่านี้แล อันอริยสาวกทำให้สงบรำงับได้แล้ว.




    *โสตาปัตติยังคะสี่ คือ มีความเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว
    ในพระรัตนตรัย และประกอบพร้อมแล้วด้วยศีลทั้งหลายชนิดเป็นที่พอใจ
    ของเหล่าอริยเจ้า คือ เป็นศีลที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง
    ไม่พร้อย เป็นศีลที่เป็นไทจากตัณหา เป็นศีลที่ผู้รู้ท่าน
    สรรเสริญ เป็นศีลที่ทิฏฐิไม่ลูบคลำา และเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ.


    (ภาษาไทย) ทสก. อํ. ๒๔/๑๙๕-๑๙๘/๙๒
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 21 พฤศจิกายน 2013

แชร์หน้านี้

Loading...