หัวใจของพุทธสาวก เทพ เทวดา

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย prommasit tiptadawong, 8 กันยายน 2020.

  1. prommasit tiptadawong

    prommasit tiptadawong พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2018
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +20
    หัวใจของพุทธสาวก เทพ เทวดา

    ขอยืดพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่าง พระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างเราตรงไหน?

    พระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างคือ ความประพฤติ พฤติกรรม เรียกว่า การกระทำของพระพุทธเจ้า

    พระพุทธเจ้ามีการกระทำยังไง?

    พระองค์ท่านมุ่งสอนให้คนทำความดี พระพุทธเจ้าท่านก็ประกาศเจตนารมณ์ตอนที่ตรัสรู้ใหม่ รอบใต้ต้นโพธิ์

    หัวใจของพระพุทธเจ้าคืออะไร?

    หัวใจของพระพุทธเจ้า คือ รักคนอื่น รักชาวโลก อยากให้ชาวโลกได้ดี ปรารถนาดีต่อชาวโลก

    หัวใจพุทธะคืออะไร?

    "พุทธะ" คือ ความรู้ เป็นปัญญา

    พรหมวิหาร ๔ รวมอยู่ข้อเดียวคือ อกเขาอกเรา คือจาคะ

    หัวใจของพระสารีบุตร ท่านถือหัวใจอะไรถึงได้เป็นผู้เลิศทางปัญญา คือ เพราะว่าท่านมีโยนิโสมนสิการเป็นหลัก

    หัวใจของพระมหาโมคคัลลานะ ที่ทำให้เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ คือ ตบะแรง

    คำว่า "ตบะแรง" กับ "ตบะสูง" คำไหนถูกต้องกว่ากัน

    ก็ต้องตบะแรง คือ ความแรงของตบะ

    หัวใจพระมหากัจจายนะ คือ ย่อความให้เข้าใจง่าย รู้ใจคนถึงจะใช้คำพูดได้ถูกต้อง

    หัวใจพระอุปคุต คือ ความเป็นยุติธรรม ที่ว่าท่านไปปราบมารหมายความว่า ไม่ให้มาเบียดเบียนกัน

    หัวใจของพ่อเวสสุวรรณ คือ ปราบปรามคนพาล เพื่อให้เกิดความยุติธรรม

    พ่ออุปคุตกับพ่อเวสสุวรรณมีหัวใจเดียวกัน คือ ความยุติธรรม ไม่อยากให้คนอื่นรังแก แนวทางเดียวกันเพียงแต่คนละรูปแบบ

    คนพาล มาร พ่อเวสสุวรรณดูแลหมด พระอุปคุตไม่ใช่คนดูแล หน้าที่ แต่พ่อเวสสุวรรณ ท่านเป็นตำรวจ แต่พ่ออุปคุตเป็นผู้รู้วิชาอะไรต่างๆ เพราะสายพุทธไม่มีหน้าที่ แต่สายเทพมีหน้าที่ เหมือนกับเป็นข้าราชการ แต่พ่ออุปคุตใครมาขอให้ช่วยท่านก็ไปช่วยเหลือ

    พ่อเวสสุวรรณท่านมีบริวาร เช่น ยักษ์ แต่พระอุปคุตไม่เห็นท่านมีบริวาร แต่แท้จริงแล้วท่านก็มีบริวารเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าท่านเอ่ยปากบอก บริวารก็มา เพราะว่าอุปคุตท่านไม่มีหน่วยงาน แต่ว่าท่านเป็นผู้มีบารมี พ่อพูดถึงบริวารก็มา เพราะว่าพระอุปคุตไม่ใช่ข้าราชการประจำ แต่พ่อเวสสุวรรณเป็นข้าราชการประจำ จึงต้องมีหน่วยงานของท่าน

    ทำไมบางพิธีกรรม ถึงไม่ทำในสายพุทธ ก็เพราะว่าสายพุทธไม่มีหน้าที่โดยตรง ทำไมต้องทำพิธีกรรมสายเทพ เพราะว่าสายเทพมีหน้าที่โดยตรง

    สายพุทธก็คือผู้มีวิชาการต่างๆ ผู้มีบารมี ท่านไม่มีหน้าที่ประจำ ฉะนั้น คนเราต้องอยู่อย่างนี้ก็ต้องอาศัยข้าราชการประจำมาช่วยเหลือ นี่แหละจึงเป็นที่มาว่า เวลาประกอบพิธีกรรม แก้กรรม บวงสรวงต่างๆ ต้องทำสายเทพ เทวดา เพราะว่าท่านมีหน้าที่ประจำของท่าน นี่แหละคนทั่วไปเข้าใจผิดๆ ถูก

    พระพุทธเจ้ากับมหาเทพล่ะ

    เป็นคนละเรื่องกัน ยกตัวอย่าง เราจะให้ในหลวงมาไล่จับผี ไล่จับคนผิดได้ยังไง ก็ต้องให้ตำรวจเป็นผู้ทำ

    พระพุทธเจ้าท่านใหญ่กว่าองค์เทพก็จริง แต่ท่านไม่ลงมาทำหน้าที่เช่นนี้ ไม่ยุ่งเกี่ยวตรงนี้

    ยกตัวอย่าง เราจะให้ สส.ในสภาฯ มาวิ่งไล่จับโจร อย่างนี้ก็ไม่ได้

    หัวใจพระสีวลี ผู้เลิศทางลาภสักการะ คือ "มี" ถ้าท่านไม่มีคำนี้ก็จบ แต่ถ้ามีแล้วก็ให้

    ไฉ่สิ่งเอี๊ย (財神爺) คือ "มี" มีหน้าที่ดูแลบริหารเงินทอง เป็นหน้าที่ท่านต้องให้ ท่านรับโองการจากเง็กเซียนฮ่องเต้

    แต่พระสีวลีเปรียบเสมือนเป็นเศรษฐีคนหนึ่งที่มีเงินแล้วเอาเงินมาให้ ท่านไม่ใช่มีหน้าที่ดูแลเงินทอง ท่านมีบารมี ท่านมีเงินทองแล้วเอาเงินทองมาแจก

    แต่ไฉ่สิ่งเอี๊ย ท่านมีหน้าที่ต้องมาบริหารทรัพย์สินเงินทอง เพราะถือว่าท่านเป็นข้าราชการประจำ ถ้าไม่ทำหน้าที่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ต้องถอดทิ้ง ท่านเปรียบเสมือนเป็นเสนาบดี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่พระสีวลีเป็นเศรษฐี ท่านจะไม่ให้เงินทองใครก็ได้ เพราะเป็นสิทธิของท่าน แต่ถ้าใครมาขอท่านพึงพอใจ ถูกใจท่านก็ให้เงินทอง แต่ถ้าเป็นไฉ่สิ่งเอี๊ย คนอื่นทำถูกไม่ให้ ไม่จ่าย ท่านก็จะโดนทำโทษ เพราะไม่ทำงาน ไม่ทำตามหน้าที่

    ^_^ ..._/\_... ^_^
    ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

    อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
    เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต
     

แชร์หน้านี้

Loading...