ห้องพระเครื่อง "ศิลป์พระ" โดย เพชร พัทลุง

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิลป์พระ9, 1 สิงหาคม 2011.

  1. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    ห้องพระเครื่อง ศิลป์พระ

    ขอฝากตัวสำหรับกระดานนี้ด้วยน่ะครับ พระเครื่องทุกองค์รับประกันความแท้ ทุกองค์ ครับ พระบางรายการไม่เคยบอกปล่อย และ เปิดราคา ในกระดานนี้ก็จะเอามาแบบ โปรโมชั่น ให้เช่าบูชา และ เก็บสะสมไว้ได้ทุกคนครับ โดยผมขอเน้นไปทางสายใต้เป็นหลักครับ อย่างไรก็ขอฝากตัวด้วยน่ะครับ.......


    บัญชี
    ธนาคาร ไทยพานิชณ์
    ชื่อ ประมุข ชูสงค์
    เลขบัญชี 0442929666
    ประเภท ออมทรัพย์


    จะบูชา หรือ จองพระ โทรมาแจ้ง เบอร์นี้น่ะครับ

    0863035677 - เพชร พัทลุง

    ช่องทาง App line สามรถ เอดไลน์ไอดี(Line Id) ค้นหาชื่อ "petchyop"(ช่องทางนี้รวดเร็วที่สุด)

    เมล์คุยกัน หรือ สอบถาม ตามนี้เลยครับ petch595@hotmail.com ผมจะเช๊คทุกวันครับ...

    ขอเน้นย้ำ ว่าพระเครื่องทุกองค์รับประกันความแท้ ครับ
    กฎกติกา การจอง พระเครื่อง จองแล้ว ชำระภายใน 7 วัน หลังจากพ้นกำหนด หากขาดการติดต่อ หรือ ไม่ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น ขออนุญาต ยกเลิก การจอง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าน่ะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 มกราคม 2017
  2. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    กระทู้เก่าไม่สามารถพิมพ์ข้อความได้ ไม่รู้เพราะอะไรครับ อิอิ อาจจเป็นที่ระบบ ของเวป ที่เวลาต่อสามชิก พรีเมี่ยม แล้วกระทู้เก่าโดนบล๊อคไปเลยครับ อิอิ แต่ไม่เป็นไรครับ ข้อมูลในกระทู้เก่า ผมจะเอามาลงในกระทู้นี้น่ะครับ ค่อยๆขุดไป ขอบพระคุณนักรักแฟนเพลงทุกๆท่านครับ......
     
  3. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    ชินราช วัดเสนาเมือง ปี 2505 จ.นครศรีธรรมราช

    พระเนื้อว่านผสมดิน เป็นพระเครื่อง ชิ้นนี้ สร้างเมือราวๆ ปี 2505 หลวงพ่อคล้ายปลุกเสก องค์นี้เป็นพิมพ์ชินราช มีทั้งที่เป็นรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย พิพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ หายากไม่ค่อยพบ เนื้อหามันส์จัดจ้าน ประสบการณ์ ทุกๆด้านครับ....
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  4. หูกาง

    หูกาง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    4,526
    ค่าพลัง:
    +5,491
    เหมือนเปิดร้านใหม่เลยนะพี่เพชร

    รวย รวย รวย.....:cool:
     
  5. นว

    นว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    747
    ค่าพลัง:
    +2,457
    หลวงปู่ทวด วัดแหลมทราย องค์ที่ 2
    โอนเงินแล้วครับ 800 บาท วันที่ 1/8/54

    ชื่อที่อยู่แจ้งใน pm ครับ
     
  6. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    เหรียญหลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน รุ่นผู้ว่าสันต์ ปี 2505

    เหรียญรุ่นนี้ นายสันต์ เอกมหาชัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชสร้างถวาย วัดสวนขัน ตามข้อมูลในวงการพระเครื่องกล่าวกันว่าสร้างเมื่อปี2505 เป็นเหรียญรุ่นที่มีเอกลักษณ์ในตัว เนื้อโลหะเป็นเนื้อทองผสม หรือเนื้อทองฝาบาตร กะไหล่ทอง ซึ่งมีไม่กี่รุ่นในเหรียญพ่อท่านคล้าย เหรียญรุ่นนี้เมื่อก่อน เล่นหา กัน หมื่นกว่าบาท ครับ ตอนนี้เหรียญหายาก นานๆได้พบ ราคานิ่ง เพราะเกิดการเก็งกำไรน้อย ครับ ทำให้ราคา ลงมาเยอะ ให้ได้เช่ากันโดยไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัว มากครับ แถมได้เหรียญยอดประสบการ์ณ และ เมื่อก่อนเป็นเหรียญหลักของสายพ่อท่านคล้ายครับม....

    ประวัติหลวงพ่อคล้าย ขอขอบคุณ เวปพระเครื่องตั้มศรีวิชัย สำหรับข้อมูลครับ....

    1190379831.jpg
    ประวัติพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน , ประวัติพ่อท่านคล้าย วัดพระธาตุน้อย
    พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย" ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน วัตถุมงคลพ่อท่านคล้าย
    พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์" นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช
    พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า "คล้าย สีนิล" เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์
    พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก
    เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

    1196171751.jpg
    ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน
    portan.jpg
    พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ
    พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช
    ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี
    การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

    ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา
    ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน
    ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น
    ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม
    ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร
    1226757239.jpg
    พ่อท่านคล้าย เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน
    ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง"พ่อท่านคล้าย"เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา


    1190210149tumsrivichaicom1.gif
    ประวัติวัดสวนขัน
    วัดสวนขันเป็นวัดราษฎร์ เดิมตั้งอยู่ที่ วัดราษฎร์บำรุง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดคุดด้วน เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งคลองคุดด้วน มีพระปลัดคงเป็นเจ้าอาวาส แต่ที่ตั้งเป็นที่ไม่เหมาะบางประการ เนื่องจากฤดูน้ำก็ถูกน้ำท่วมบ่อยๆและสถานที่คับแคบ จึงทำการย้ายวัดขึ้นไปทางเหนือของคลองคุดด้วน สร้างวัดขึ้นมาใหม่ใน ป่าไม้ขันอันเป็นที่สวนของอุบาสกผู้มีศรัทธาถวายให้วัด และพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดว่า วัดสวนขัน
    วัดสวนขันปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนขัน กิ่งอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีฯ พระปลัดคงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พระปลัดคงเป็นลูกศิษย์ของพระครูกราย ต่อมาลาสิกขาบทพระครูกรายเสนอพ่อท่านคล้ายให้เป็นพ่อท่านคล้าย ตลอดมาเป็นเวลา65ปี จนถึงวันมรณะภาพ
    พ่อท่านเคยแต่งบทกลอนกำดัดสอนนาคใว้น่าฟังดังนี้

    ศีลสิบโดยตั้ง รักษาโดยหวัง
    องค์ศีลทั่วผอง สองร้อยยี่สิบเจ็ด
    สิ้นเสร็จควรตรอง ศีลสิบหม่นหมองสองร้อยมรณา

    1226757251.jpg
    สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย
    ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย
    ตำแหน่ง
    - ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ
    - เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว


    1194015457.gif
    งานด้านศาสนา
    พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดิน และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย

    1226757628.jpg
    พ่อท่านคล้าย สร้างวัดพระธาตุน้อยและเจดีย์
    ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ1กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด ทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ27เมตร สูง 70เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ
    พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร
    งานด้านพัฒนาท้องถิ่น
    พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

    สร้างถนนเข้าวัดจันดี
    ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน
    ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี
    ถนนจากตำบลละอายไปนาแว
    ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย
    สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน
    สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว
    สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม
    สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น
    1226757261.jpg
    ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์
    ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะให้พรกับทุกคน "ขอให้เป็นสุข เป็นสุข" ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย
    คนที่ไปนมัสการ"พ่อท่านคล้าย"หวังที่จะได้วัตถุมงคล พระเครื่อง บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด
    1226758078.jpg

    พ่อท่านคล้ายหรือพระครูพิศิษฐ์อรรถการ เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท จังหวัดนั้นนิมนต์ใว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกระทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทยืได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา14วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณะภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน พระเครื่องหลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน พระเครื่องพ่อท่านคล้าย รุ่นต่างๆ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  7. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    รับทราบครับ ขอบพระคุณมากๆครับ พรุ่งนี้จัดส่งครับ.......
     
  8. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    อิอิ อันเก่าไว้สืบค้นข้อมูลครับ อิอิ ภาวนา อย่าให้กระทู้ หายไปไหนครับ เพราะข้อมูล กว่า 1 ปี ที่อยู่ในนั้น กว่าจะได้ขนาดนั้น เหนื่อยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 สิงหาคม 2011
  9. จิ๊กซอ

    จิ๊กซอ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    2,334
    ค่าพลัง:
    +2,454
    อาโหลๆน้องเพชร บายดีม่าย....:cool:...ฝนตกจังหัวหิน
     
  10. หูกาง

    หูกาง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    4,526
    ค่าพลัง:
    +5,491


    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ:cool:
     
  11. c98

    c98 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    519
    ค่าพลัง:
    +2,302
    เข้ามาติดตามพระสายใต้ครับ
     
  12. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    เหรียญหลวงพ่อหับ วัดห้วยนาง จ.ตรัง รุ่นแรก พิมพ์กลม "จองแล้วครับ"

    ท่านเป็นศิษย์...ของพ่อท่านเอียด หนองช้างแล่น....และเคยไปเรียนวิชากับพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง..พ่อท่านเอียด ในเขียว
    ***************
    ท่านชอบอยู่ในถ้ำมีงูจงอางเผือก อยู่กับท่านด้วย..


    ประวัติหลวงพ่อหับ วัดห้วยนาง จ.ตรัง

    หลวงพ่อหับเป็นพระภิกษุผู้บำเพ็ญบารมีในถ้ำอันสงบวิเวก มีญานเเก่กล้าจนงูเจ้าที่ยอมเป็นบริวาร มีวาจาสิทธิ์ ชาวบ้านยำเกรง บนบานสานกล่าวขอบารมีกัน เเม้จะยังมีชีวิตอยู่ ใครบนเเล้วไม่เเก้ก็ประสบอภินิหารของท่านทุกราย เป็นที่เลื่องลือยิ่งนัก พระภิกษุรูปนี้คือ หลวงพ่อหับ พรหมจารี วัดห้วยนาง ตำบลหนองช้างเเล่น อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
    หลวงพ่อหับ พรหมจารี เดิมท่านมีชื่อว่า หับ บุญเลิศ เป็นบุตรของคุณเเม่มาก คุณพ่อวุ่น บุญเลิศ เกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2439 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้นสามค่ำเดือนสิบสอง ปีวอก ที่บ้านสีรอง ตำบลเกาะเต่า อำเภอทะเลน้อย(ควนขนุน) จังหวัดพัทลุง ท่านได้ช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพด้วยความขยันขันเเข็ง จนท่านมีอายุได้ 38 ปี จึงได้ทำการอุปสมบท เป็นพระพุทธบุตร ณ สำนักศรีรัตนาราม ปัจจุบันเป็นวัดหนองช้างเเล่น โดยมี
    พระครูศรัทธาธน (หลวงพ่อวัน มะนะโส) เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระปลัดเอียด ธมมปาโล (พระครูวิฒิโสภณ)เป็นพระกำวาจาจารย์
    พระเเคล้ว ธมมทินโน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีฉายาว่า พรหมจารี อันเเปลว่าผู้บริสุทธิ์ เมื่อท่านเข้าสู่เพศบรรพชิตเเล้ว ท่านได้พยายามศึกษาทั้งทางด้านปฏิบัติเเละปริยัติ อีกทั้งตำรับตำราต่างๆจากพระอาจารย์ผู้มีความเข้มขลังในพุทธาคม จนมีความรู้เเตกชาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่านพระครูวุฒิโสภณ เป็นที่ไว้วางใจของท่านอาจารย์ยิ่งนัก ท่านพระอาจารย์เอียด ได้จัดส่งท่านไปจำพรรษาที่วัดห้วยนาง เหตุด้วยว่าคนเเถวห้วยนางนั้นเป็นเเดนคนดุ เป็นการยากที่จะปกครอง เเละชักจูงให้อ่อนลงได้ เห็นเเต่หลวงพ่อหับ ศิษย์ของท่านเท่านั้นที่พอจะไว้ใจ ให้ไปทำหน้าที่นี้ได้ หลวงพ่อหับท่านก็ไม่ขัดข้อง
    หลวงพ่อหับได้ทำหน้าที่สั่งสอน ชักจูงชาวบ้านให้ละบาป บำเพ็ญบุญ มีจิตใจอ่อนโยนลงเเละยังได้เเสดงอภินิหาร หลายประการจนเป็นที่คร้ามเกรงของชาวบ้าน ศีลาจารวัตร สมณสารูปของหลวงพ่อก็เป็นที่เลื่อมใสก่อเกิดศรัทธาประสาทะ เเผ่เมตตาบารมีร่มเย็นเเก่ชาวบ้าน จากความดีดังกล่าวทางการคณะสงฆ์จึงตอบเเทนคุณท่านด้วยการเเต่งตั้งให้ท่านดำรงตำเเหน่งเจ้าอาวาสวัดห้วยนาง ตั้งเเต่ปีพศ.2484 จนถึงปัจจุบัน
    อภินิหารของหลวงพ่อหับเป็นที่เลื่องลือกันมาก เมื่อหลายปีมาเเล้ว มีชาวบ้านห้วยยอดรายหนึ่ง ทำไร่ในป่า พืชผลในไร่กำลังเติบโตจะเก็บเกี่ยวได้ในไม่ช้า เคราะห์ซ้ำกรรมบันดาล ไฟป่าได้ลุกลามขึ้น เมื่อถูกลมกระพือโหม พระเพลิงก็เผาพลาญสิ่งที่ขวางทางมอดไหม้เป็นจุล ไฟป่าได้ลุกลามตรงมายังไร่ของชาวห้วยยอดรายนั้น ทำความตระหนกตกใจให้เเก่เขายิ่งนัก สุดปัญญาที่จะดับได้ ที่พึ่งสุดท้ายคือหลวงพ่อหับ เขาทรุดกายลงหัดหน้าไปทาง วัดห้วยนาง ยกมือขึ้นพนมกล่าวออกมาว่า หลวงพ่อหับช่วยด้วย ขอให้ไฟป่าอย่าได้ทำอันตรายเเก่ไร่ของลูกเลย ลูกจะปิดทองหลวงพ่อเเล้วก้มลงกราบ น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ไฟป่าอันร้อนได้มาสะดุดหยุดลงตรงห่างจากเขตไร่ของเขาเพียง 10 ม. เขายิ้มได้ทั้งน้ำตา นี้ไม่ใช่อะไรอื่นเเล้ว บารมีหลวงพ่อเเน่ เขาจึงเเน่วไปยังวัดห้วยยาง กราบเรียนให้หลวงพ่อทราบ ปิดทองหลวงพ่อตามที่บนไว้เเละกระจายข่าวไปจนทั่ว จากนั้นเองเมื่อชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนก้จะพากันบนหลวงพ่อขอบารมีให้ช่วยในด้านสุจริตเท่านั้น อภินิหารของท่านอีกประการก็คือ การที่ท่านใช้อำนาจฌาณของท่านเรียกงูเจ้าที่ให้มาอยู่คู่บารมี เมื่อครั้งท่านไปช่วยเหลือ การก่อสร้าง วัดเกาะฐาน ตำบลหนองช้างแล่น อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งงูตัวนั้นชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นงูของเจ้าที่ที่ชื่อ ตาสอน ตาสอนเป็นเจ้าของที่ที่สร้างวัดเกาะฐาน เมื่อแกตายก็ปรากฎว่ามีงูเหลือมตัวใหญ่มาเฝ้าที่เผาศพของแก ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครได้เห็น แต่เมื่อหลวงพ่อหับได้ช่วยไปปฎิสังขรณ์ก็ได้เรียนงูตาสอนมาอยู๋กับท่าน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา งูสอนก็ติดตามท่านไปทุกหนแห่ง แม้กระทั่งเมื่อท่านไปบำเพ็ญบารมีอยู่ที่ถ้ำ คีรีวิหาร อันเป็นที่วิเวกและท่านได้ช่วยสร้างพระอุโบสถก็ตามมาขดอยู่ตามตัวท่านตลอดเวลา แม้ว่าท่านจะมีฌาณอันแก่กล้าแต่ท่านก็มิได้โอ้อวด มีผู้มาขอให้ท่านออกวัตถุมงคลท่านก็ไม่ให้ทำ นอกจากขัดศรัทธาไม่ได้จึงจะทำรูปหุ่นกระดาษสมมุติเป็นองค์ท่านปลุกเสกแล้วก็ให้นำไปบูชา เมื่อขัดข้องก็บนบานสานกล่าวปิดทองที่รูปกระดาษนั้นแทนก็มีผล ทางด้านโรคภัยไข้เจ็บและของหาย ทั้งคุ้มภัยได้ด้วย
    เมื่อท่านอายุครบ 82 ปี มีผู้มีจิตศรัทธาในองค์ท่านได้มาขอให้ท่านได้สร้างวัตถุมงคลอยู่เสมอ ในจำนวนนี้มีท่านพระครูวิบูลยสุตาคมเเห่งวัดปากน้ำหาดใหญ่ เเละพระครูนิมิตสังฆคุณ เจ้าอาวาสวัดคีรีวิหาร ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้ขอให้ท่านออกเหรียญเพื่อให้ผู้เคารพนับถือ ได้เก็บไว้บูชาเเละนำรายได้มาสร้างพระอุโบสถวัดคีรีวิหารให้ลุล่วงไป ท่านก็ปรารภว่าท่านชราเเล้วก็จะสร้างไว้สักรุ่นหนึ่ง
    พระคุณเจ้าทั้งสองจึงได้สร้างเหรียญหลวงพ่อหับขึ้น เป็นเหรียญทองเเดงรูปไข่เเละลูกมะพร้าวเล็ก ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ มีตัวอักษรใต้รูปหลวงพ่อ โค้งไปตามเหรียญว่า หลวงพ่อหับ พรหมจารี ด้านหลังเป็นตัวอักษร โค้งไปตามเหรียญตลอดว่า หลวงพ่อหับ พรหมจารี อายุ 82 ปีตำบลหนองช้างเเล่น อำเเภอหัวยยอด จังหวัดตรัง ตรงกลางเป็นยันต์เฑาะว์ อักขระว่า นะโม พุทธายะ เเละรูปงูตาสอน ด้านหลังของงูตาสอน มีโค้ด ห อยู่ในวงกลม ขนานนามว่า รุ่นมหานาคินทร์ อันมีนิมิตมาจาก ที่งูตาสอนมาเป็นบริวารหลวงพ่อ นอกจากนี้ยังมีพระรูปหล่อนาคปรกเจ็ดเศียร องค์กระทัดรัดอีกอย่างด้วย เหรียญรุ่นนี้ได้นำไปกระทำพิธีพูทธาภิเศก ที่ถ้ำคีรีวิหารหลังวัดคีรีวิหารโดยมีหลวงพ่อเป็นประธานเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2521 ตั้งเเต่เวลา 18 .00น. จนถึง 22 .00น. จากนั้นหลวงพ่อหับ ได้ทำพิธีปลุกเสกเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง จนเป็นทีพอใจของท่าน เสร็จพิธีเเล้วท่านได้บอกว่า เหรียญรุ่นนี้ท่านทำไว้ให้มีเมตตามหานิยม เเคล้วคลาดคงทน เขี้ยวงาศาสตราเเละอสรพิษ อีกอุดมลาภ กันเเละเเก้คุณไสย อีกทั้งใช้บนเเทนองค์ท่าน....
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  13. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    สวัสดีครับพี่หลวง ที่ กทม ก็ตกหนักครับ พี่ อิอิบายดีหม้ายครับ .....
     
  14. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    พระเนื้อว่านหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม ปี 2505 "จองแล้วครับ"


    <table align="center" cellspacing="0" cellpadding="0" border="0" width="100%"><tbody><tr><td>ประวัติหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม จ.ปัตตานี
    [​IMG]




    พระพุทธรูปหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม จ.ปัตตานี
    ประวัติหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม จ.ปัตตานี "หลวงพ่อทุ่งคา" วัดบูรพาราม อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นพระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยเชียงแสนผสมอู่ทอง พุทธศตวรรษที่ 17 วัสดุหล่อด้วยทองสำริดขนาดหน้าตัก กว้าง 55 เซนติเมตร สูง 71 เซนติเมตร
    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ความเห็นว่า เป็นศิลปะอินเดียผสมเชียงแสน ด้วยพระเกตุมาลาเป็นต่อม พระกรรณยาว ขมวดพระเกศาเล็กละเอียด มีอุณาโลมเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองยะหริ่งมาร่วม 180 ปีเศษ
    หลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม มีอภินิหารเป็นที่ประจักษ์ล่วงมาแล้วถึง 3 ช่วงอายุคน ในทางพุทธคุณเมตตามหานิยมคุ้มครองป้องกันภยันตรายทั้งปวงได้ แคล้วคลาดจากเหตุร้ายต่างๆ เป็นที่เคารพสักการะนับถือบูชา เป็นพระประจำบ้าน ก็จะเป็นเกราะคุ้มครองป้องกันให้ปราศจากภัยพิบัติต่างๆ อันเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ อัคคีภัย วาตภัย ให้ความร่มเย็นเป็นสุขเสริมความเป็นสิริมงคล จำเริญพูนผลด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ แก่ทุกๆ คน
    กล่าวกันว่า วัดบูรพาราม เป็นแหล่งที่ผู้คนมาพึ่งพิงหลวงพ่อทุ่งคา ทั้งชาวจีนอพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะตั้งตัวได้ ชาวบ้านที่เป็นพุทธศาสนิกชน และชาวมุสลิมมักจะระลึกถึงหลวงพ่อทุ่งคาเมื่อมีความเดือดร้อนเสมอ วัดบูรพารามจึงเป็นศูนย์รวมที่หล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันได้ อย่างกลมกลืน
    หลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพารามมีประวัติกล่าวเป็นตำนานว่า พุทธศักราช 2302 หลวงพ่อทุ่งคาไหลมาตามกระแสน้ำที่ฝั่งแม่น้ำยามูตอนบน ในหมู่บ้านชาวมุสลิม ชาวมุสลิมพยายามลากขึ้นทุกวิถีทางก็ไม่อาจจะนำขึ้นมาจากน้ำได้ จึงได้บอกให้ชาวพุทธมานำขึ้น ชาวพุทธได้จุดธูปเทียนอธิษ ฐาน อัญเชิญขอด้วยความเคารพ ดึงขึ้นอย่างง่ายดาย เป็นที่อัศจรรย์ใจของชาวมุสลิม จึงได้พากันนับถือเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์ ของหลวงพ่อทุ่งคา
    ต่อมาสร้างวัดถวายชื่อว่า วัดบูรพาราม หลวงพ่อทุ่งคาประดิษฐานอยู่ได้ 60 ปี พุทธศักราช 2306 อัญเชิญไปสู่วัดในเมืองยะหริ่งเก่า พุทธศักราช 2411 อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดบูรพาราม เมืองยะหริ่งใหม่
    อภินิหารเกี่ยวกับหลวงพ่อทุ่งคามักจะแสดงให้ปรากฏอยู่เสมอๆ พุทธศักราช 2412 ทางราชการประสงค์จะอัญเชิญเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ระหว่างอยู่ในเรือเดินทางจากปัตตานีมายังเมืองสงขลา ปรากฏว่าเกิดลมพายุรุนแรงเป็นที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ผู้คนในเรือต่างวิงวอนมิให้เกิดอันตราย ลมจึงสงบ เมื่อเรือแล่นมาถึงเมืองสงขลา
    สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงให้อัญเชิญกลับวัดบูรพารามเช่นเดิม กล่าวว่า เกิดอภินิหารด้วยเพราะเหตุที่หลวงพ่อวัดทุ่งคาไม่ประสงค์จะย้ายถิ่น

    คาถาอาราธนาบูชาปลุกเสกหลวงพ่อทุ่งคา ว่า นะโม ๓ ครั้ง แล้วว่าคาถาปลุกเสก ๓ คาบ ดังนี้ ..อิติปิโสภคะวา โพธิยะมะหัง สัจจะธัมมัง พุทธโวอิติ อิติปิโสภคะวา.

    สำหรับพระทุ่งคาเนื้อว่าน ปี2505 นี้ เป็นพระที่ มีพิธีกรรมยิ่งใหญ่ ได้หลวงปู่ทิม วัดช้างไห้ และ ได้มวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลายแห่ง เช่น ว่านหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ปี2497 รุ่นแรก และมีพระเกจิที่เก่งมากหลายๆท่านมาร่วมปลุกเสกเช่น หลวงพ่อดำ วัดตุยง ครับ ประสบการณ์เรื่องแคล้วคราด เรื่องความเจริญรุ่งเรือง คุ้มครอง เป็นต้นครับ จัดได้ว่าเปนพระที่ดี และ น่าใช้ที่สุดอีกองค์หนึ่ง ที่สำคัญราคายังไม่แพงมากนักครับ สบายกระเป๋า ครับ


    </td></tr></tbody></table>
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  15. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    เหรียญลวงพ่อคง วัดคลองน้อย บล๊อคประสบการณ์ โอแตก ปี 2506

    สำหรับเหรียญนี้ ถามคน นครศรีธรรมราชว่า เหรียญไหนเหนียวที่สุดในจังหวัด ให้ยกมา 1 เหรียญ คนนคร ส่วนใหญ่ ยกให้เหรียญนี้ เป็น อันดับ 1 เรื่องเหนียว เปรียบ ได้ว่าเรื่องความเหนียว ศักดิ์ศรีพอๆกับเหรียญหลวงพ่อ ทองสุข วัดโตนดหลวงเลยทีเดียว อันนี้เรื่องจริง คับ เหรียญบล๊อคนิยม คือบล๊อคโอตลอด หายากมากๆๆๆ ชนิด สวยๆซื้อขายกัน ทะลุ 5 หมื่น เหรียญโอแตก สร้างพร้อมกัน พอปั๊มๆไปบล๊อคเริ่มแตก เป็น โอแตก เสกพร้อมกัน แถมประสบการณ์มากกว่าด้วย เพราะมีเหรียญให้เล่นมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รวมทั้งสองบล๊อค แล้ว อยู่ในหลักพันเหรียญเท่านั้น เป็นเหรียญที่ประสบการณ์มากที่สุดของนครศรีธรรมราช ถ้าใครมีเพื่อนอยู่ที่นคร แล้ว ลองถามดู เหรียญหลวงพ่อคง คลองน้อยประสบการณ์เป็นอย่างไร รับรอง จะได้คำตตอบ แบบนี้แน่นอนครับ เหรียญนี้ผมไฝ่ฝันหาแบบสวยๆนานแล้วไม่เจอ วันนี้เอาเหรียญสภาพใช้มาแบ่งใรคาไม่แพง ครับ รับรองคุ้มค่าเหรียญดี เหรียญดัง ไม่ต้องไปรอให้เกิดประสบการณ์ ไต้องรอให้ดัง เหรียญดังอยู่แล้ว ประสบกาณ์ก็นับไม่ถ้วน ครับ ลองคิดเอาดูง่ายๆครับ เหรียญดีๆเมืองคร ประสบการณ์สูงๆมีตั้งมากมาย จังหวัดใหญ่ที่สุใน 14 จังหวัด พระเถระที่เก่งก็มากมาย แต่เหรียญท่าน ได้ขึ้นแท่นเรื่องเหนียวเชื่อว่าเป็นที่สุด เรื่องอื่นไม่ทราบ เรื่องเหนียวเป็นที่สุดครับ......<!-- google_ad_section_end -->
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  16. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,426
    ค่าพลัง:
    +5,265
    พระเนื้อว่านหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม ปี 2505 (บูชา 600 บาท)


    <TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center><TBODY><TR><TD>ประวัติหลวงพ่อทุ่งคา วัดบูรพาราม จ.ปัตตานี </TD></TR></TBODY></TABLE>ขอจองครับ
     
  17. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,426
    ค่าพลัง:
    +5,265
    เหรียญหลวงพ่อหับ วัดห้วยนาง จ.ตรัง รุ่นแรก พิมพ์กลม (บูชา 500 บาท)

    ท่านเป็นศิษย์...ของพ่อท่านเอียด หนองช้างแล่น....และเคยไปเรียนวิชากับพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง..พ่อท่านเอียด ในเขียว
    ขอจองครับ
     
  18. ซักวันจะคิดออก

    ซักวันจะคิดออก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    5,577
    ค่าพลัง:
    +6,308
    คราวนี้จะติดตามไม่ให้ห่างเลย
     
  19. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    พระพิมพ์ประทานพระ พิมพ์สี่เหลี่ยมคางหมู พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ปี 2512

    พระสภาพวยเดิมๆ พระพิมพ์นี้ หยากมาก หายากกว่าพิมพ์ สามเหลี่ยม ใช้แทนเหรียญรุ่นแรกราคา หลายๆหมื่นได้ครับ.....

    ประวัติพระเครื่องรุ่นนี้ครับ....
    พระประทานพร พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ปี พ.ศ.๒๕๑๒ พระประทานพร .............รุ่นนี้จัดสร้างขึ้น โดยพระอาจารย์นำ และพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ จัดเป็นพระที่มีมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย เปี่ยมล้นด้วยพุทธคุณวิเศษ ด้านคุ้มครองอันตราย.......................อาจารย์นำ อาจารย์ปาล วัดดอนศาลา และสายเขาอ้อปลุกเสก จ.พัทลุง ปี 2512 พิมพ์เล็ก หลังเรียบ อาจารย์ นำ วัดดอนศาลา ปรมาจารย์ผู้ทรงเวทวิทยาคมมากที่สุดของสำนักเขาอ้ออันเกรียงไกร ได้มุ่งมั่นจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการสืบสานตำนานการสร้างพระมหาว่านตำรับ สำนักเขาอ้อ และเพื่อเป็นสิ่งมงคลสักการะอันล้ำค่า แก่ศิษยานุศิษย์ตลอดไป................สำหรับมวลสารที่นำมาจัดสร้างล้วนศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง อาทิ ว่านมหามงคลหลายร้อยชนิด พระเนื้อดินเนื้อผงที่แตกหักชำรุดของคณาจารย์เก่าและจากกรุต่างๆ ดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ผงชานหมากพ่อท่านคล้าย ผงสำเร็จทั้งห้า ผงว่านและพระหลวงปู่ทวด พ.ศ.2497 ที่แตกหัก....... ผงมหาว่าน พ.ศ.2483 อาจารย์เอียด เทียนชัยมงคลเก่าของอาจารย์นำและท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช โดยทำการกดพิมพ์และปั้นในอุโบสถวัดดอนศาลา ประกอบพิธีปฐมฤกษ์โดยอาจารย์นำร่วมกับ อาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ และ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ภายในถ้ำฉัตรฑัณฑ์เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ...............จากนั้นอาจารย์นำ ปลุกเสกเดี่ยวในพระอุโบสถวัดดอนศาลาอีก 9 วัน 9 คืน.............. นอกจากนี้ท่านยังได้จัดพิธีพุทธาภิเษก โดยอาราธนาเกจิอาจารย์ชื่อดังทางภาคใต้และพระเกจิสายเขาอ้อทั้งหมด มาร่วมพิธีนั่งปรกประจุพุทธาคมโดยมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นเจ้าพิธีกรรม ในพิธีมหามงคลครั้งนั้นได้เกิดปรากฏการเหนือธรรมชาติประจักษ์ต่อสายตาผู้ร่วมในพิธี............กล่าวคือ............น้ำมนต์ในกระถางสัมฤทธิ์เดือดพล่าน พระมหาว่านที่บรรจุอยู่ในลังเคลื่อนไหว กระทบกันเกรียวกราว ซึ่งเกิดจากอำนาจพลังจิตของพระคณาจารย์ผู้ทรงเวทย์วิทยาคม................. พระอาจารย์นำ กล่าวกับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช และคณะศิษย์ว่าพิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเพราะเทพยาดาเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าถ้ำ ตลอดจนปรมาจารย์สำนักเขาอ้อ มาร่วมอำนวยชัยด้วย พระพิมพ์กลีบบัวประทานพร มหาว่าน พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง ปี 2512 "พิมพ์เล็ก หลังเรียบ และ หลังยันต์" นี่คืออิทธิวัตถุมงคลชั้นยอดสายเขาอ้อ! ............พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง ผู้สืบสานตำนานพุทธาคมเขาอ้อ เมื่อท่านบวชเป็นพระในครั้งที่ 2 (วันที่ 5 กรกฏาคม 2506) ท่านจึงคิดทำพระเครื่องแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ลูกหาเป็นพระพิมพ์ขนาดเล็กและใหญ่ เป็นพิมพ์กลีบบัวประทานพรแบบองค์พระนั่งบนฐานบัวคว่ำ บังหวายพุทธลักษณะประทานพร ด้านหลังเรียบและมียันต์นะ จำนวนหนึ่ง (มีน้อย) และพิมพ์ประทานพรประทับนั่งบนฐานเส้นขีด หลังเรียบและหลังยันต์นะจำนวนหนึ่ง (สร้างน้อย) พร้อมทั้งพิมพ์อื่น ๆ อีกหลายพิมพ์ซึ่งปัจจุบันนี้หายากมาก กรรมวิธีการสร้างพระทั้งหมดสร้างขึ้นจากมหาว่านซึ่งมีมหิธานุภาพจำนวนมากจาก ป่าชายแดนภาคใต้ซึ่งอาจารย์ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นเวลาอันยาวยนานสมัยวัยหนุ่ม ว่านยาดังกล่าวได้นำมาบดเป็นผงละเอียดผสมกับผงอิทธิเจและผงปถมังซึ่งพระ อาจารย์นำได้เขียนเองลบเองในระหว่างระยะการศึกษาพุทธาคมและฝึกฝนสูตรเลข ยันต์ต่าง ๆ พร้อมทั้งได้ไปขุดเอาดินขุยปูจำนวน 108 รู และดินใต้แหล่งน้ำเขาชัยสนมาเป็นส่วนผสมกัน ใช้เวลาไปนานหลายปีกว่าจะสร้างพระชุดนี้ได้ ...................พระพิมพ์ทั้งหมดได้ทำขึ้นในวาระที่พระอาจารย์นำมีอายุครบ 78 ปี ใน พ.ศ. 2512 พระอาจารย์นำเริ่มลงมือทำพิธีสร้างและกดพิมพ์เมือวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา ขณะทำท่านปลุกเสกตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงท่านได้ผสมผงและกดพิมพ์ด้วยตนเองภายในกุฏิที่ปิดสนิทอยู่เสมอ เนื่องจากตลอดเวลาที่ผสมผงและกดพิมพ์นั้นท่านจะบริกรรมอาคมอยู่ตลอดพิธีกรรม ในการสร้างของท่าน จนถึงวันจันทร์แรม 4 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ จำนวนการสร้างพระของท่านได้สิ้นสุดลง เนื่องจากผงที่ใช้ทำหมดจึงเรียกได้ว่าท่านทำเองด้วยมือท่านเองทั้งหมด หลังจากนั้นท่านได้นำพระที่ตากแห้งไว้ภายในกุฏิมาปลุกเสกจนครบไตรมาส จึงนำมาแจกให้กับญาติโยมที่เคารพนับถือท่านที่ร่วมบุญสร้างอุโบสถกับวัดดอน ศาลา เนื้อมวลสารเป็นเนื้อดินผสมผง พิมพ์ประทานพร พระดีพิธีใหญ่เต็มสูตรตามแบบฉบับของสายเขาอ้อ พุทธคุณทั้งเมตตาและมหาอุตย์ ครอบจักรวาล..................
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2016
  20. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,457
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,634
    ขอบพระคุณมากๆๆครับพี่ ที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ ขอให้รวยๆๆๆน่ะครับ อิอิ
     

แชร์หน้านี้

Loading...