ห้องพระเครื่อง "ศิลป์พระ" โดย เพชร พัทลุง

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิลป์พระ9, 1 สิงหาคม 2011.

  1. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2230.พระฤาษีนารายณ์ หลวงปู่โฮม นาคธัมโม วัดดงสวนผึ้ง จ.ร้อยเอ็ด (((บูชา 650 บาท)))

    13.jpg
    1.jpg
    2.jpg
    3.jpg
    4.jpg
    5.jpg
    6.jpg 7.jpg
    8.jpg
    9.jpg
    10.jpg
    11.jpg
    12.jpg
     
  2. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2231.สมเด็จอาจารย์เชื้อ หนูเพชร วัดสะพานสูง กทม พิมพ์จัมโบ้ (((บูชา 550 บาท)))

    หลวงพ่อเชื้อ อนุวชิโร เกจิผู้มีวิชาไสยเวทย์ครบครันและเป็นเกจิผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในยุคกึ่ง พุทธกาล แห่งวัดสะพานสูง บางซื่อ เป็นเกจิผู้ซึ่งสร้างพระกริ่งแล้วนำไปแจกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและพลเรือนที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นองค์แรก แล้วพระกริ่งวัดสะพานสูงที่นำไปแจก ก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังแต่อย่างใดแก่ผู้ใช้ กลับได้รับประสบการณ์มากมายในสนามรบ เป็นผลให้มีผู้รู้จักศรัทราและเสาะหากันมาก พระเครื่องของท่านสร้างไว้เยอะพอสมควน ทั้งพระชุดโลหะตะไบแต่งตอกโค๊ตหลายพิมพ์ด้วยกัน อีกทั้งยังมีพระเนื้อผง อีกลายพิมพ์ ท่านเป็นสหธรรมมิกกับหลวงพ่อเส้ง วัดแหลมทราย จ.สงขลา อีกด้วย ในกรุงเทพ ในยุคนั้นหลวงพ่อเชื้อ หรือ อาจารย์เชื้อ นับว่าเป็นพระสายพุทธาคม ที่ไม่ธรรมดาครับ...

    131.jpg
     
  3. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2232.พระกริ่งท่านเจ้าคุณพุทธิธรรมธาดา วัดสุวรรณวิชัย ปี 2498 จ.พัทลุง (((บูชา 5,500 บาท))) "จอง">>>j999
    หายาก+สภาพสวยแชมป์

    พระกริ่งพุทธิธรรมธาดา วัดสุวรรณวิชัย สร้างปี พ.ศ. 2498 ถือเป็นพระกริ่งรุ่นแรกของ สายเขาอ้อ และเป็นกริ่งรุ่นแรกของจังหวัดพัทลุง หายากมาก วัดสุวรรณวิชัยจะตอก"พระพุทธิธรรมธาดา" ท่านเจ้าคุณพุทธิธรรมธาดาเป็นเกจิอาวุโสของสายเขาอ้อ เป็นพระอุปัชฌาย์ของอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ในยุคก่อน ท่านถือเป็นพระปกครองในยุค อาจารย์ที่เขาอ้อกำลังเฟื่องฟู มีท่านอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ท่านอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ ท่านอาจารย์เล็ก ประดู่เรียง ท่านอาจารย์คง วัดบ้านสวน ในยุคนั้น พระเครื่องสายเขาอ้อ นิยมหล่อโลหะ และ ว่าน โลหะก็จะเป็นพระปิดตา พิมพ์ต่างๆ มีพระพุทธบ้างเล็กน้อย แต่ สำหรับพระกริ่งครั้งแรก ปรากฎว่าออกที่วัดสุวรรณวิชัย โดยท่านเจ้าคุณพุทธิธรรมธาดา ถือว่าเป็นพระกริ่ง สายเขาอ้อ คราแรก พระเครื่องท่านมีอิทธิคุณมากมาย เป็นที่ต้องการของลูกศิษย์สายควนขนุน และ เขาอ้อ มาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นพระกริ่ง หรือเหรียญของท่านปัจจุบันเป็นวัตถุมงคลที่หายาก และ เป็นที่นิยมของนักสะสมทุกยุคทุกสมัย

    สำหรับองค์นี้เป็นพระที่ผมคัดเก็บมาหลายปี จากการได้พระกริ่งมาประมาณ 4 องค์ (นานๆจะได้มาสักครั้ง) องค์นี้สวยและเดิมสุด สำหรับผมหากเป็นกริ่งสายเขาอ้อในยุคก่อน ปี 2,500 แล้ว ตามความเป็นจริงไม่สามารถคุยกันได้เลยในราคาหลักพัน หรือหลักหมื่นต้น นี่เป็นเหตุผลที่ผมเก็บมานาน มาวันนี้มีงานประจำไม่สามารถหาเวลาเดินเช่าหาได้เหมือนแต่ก่อน จึงขอนำออกมาเปิดให้ชม ถ้าชอบก็ปิดได้ครับ ถ้ายังไม่ถูกใจ ก็ชมเพื่อความสุนทรีย์ในวันหยุด
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 25841-69.jpg
      25841-69.jpg
      ขนาดไฟล์:
      125.7 KB
      เปิดดู:
      211
    • 25841-93.jpg
      25841-93.jpg
      ขนาดไฟล์:
      44.5 KB
      เปิดดู:
      207
    • 25841-94.jpg
      25841-94.jpg
      ขนาดไฟล์:
      111.6 KB
      เปิดดู:
      212
    • 16.jpg
      16.jpg
      ขนาดไฟล์:
      144.7 KB
      เปิดดู:
      214
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  4. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    ปิดเล็บมือหลวงพ่อปลอด ครับ
     
  5. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2233.เหรียญ "ไม่ลืมพระคุณพ่อแม่" หลวงพ่อแต้ม วัดท่าสำเภาเหนือ จ.พัทลุง ปี2526 รุ่นแรก (((บูชา 800 บาท))) "จอง">>>j999

    วัดท่าสำเภาเหนือ เป็นอีกวัดหนึ่ง ที่ผมและเพื่อขับรถเครื่องไปประจำ เพราะสมัยที่หลวงพ่อแก้ว วัดท่าสำเภาใต้ ท่านยังไม่มรณะภาพ เพราะท่านเป็นพระเถระที่กราบได้อย่างสนิทใจ ที่ผมทัน ในยุคนั้น เมื่อกราบพ่อท่านแก้ว เสร็จ ก็เลยไปวัดท่าสำเภาเหนือ เพื่อนกราบสรีระหลวงพ่อแต้ม ซึ่ง สรีระท่านไม่เน่าไม่เปื่อย บรรจุสรีระท่านลงในโรงแก้ว ให้ผู้มีจิตศรัทธา และ ชาวบ้านมากราบไหว้ ส่วนใหญ่ ชาวบ้านจะมาขอหวย และ แก้บน
    หลวงพ่อแต้ม ท่านเป็นพระที่ มีชื่อเสียงในดินแดนบ้านมะกอกใต้-เหนือ ในช่วงยุคสงครามโลก ท่านสร้างแหวนหล่อโบราณ อันลือชื่อ มีประสบการณ์ด้านมหาอุตต์ และ คงกระพัน มาถึงเหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างด้วยเนื้องทองผสม มีชาวบ้านนำแหวน สร้อย ทองคำแท้ๆ มาบริจาคหล่อสร้างพระรุ่นนี้เป็นจำนวนมาก เนื้อหาจึงออกเป็นเกร็ดแบบพระหล่อพัทลุง เนื่องจากความต่างของโลหะแข่งนุ่ม ต่างกันมาก และ มีส่วนผสมของทองคำข้อนข้างมาก จึงเกิดเป็นเนื้อที่แปลกหากเจอเหรียญสภาพใช้จะเห็นเกล็ดโลหะได้ชัดเจน ประวัติการสร้างเหรียญรุ่นนี้ ในตอนนั้นลูกศิษย์จะขอสร้างเป็นรูปลวงพ่อแต้ม แต่ท่านไม่ให้สร้าง ท่านให้สร้างเป็นเหรียญให้สร้างเป็นเหรียญอย่างนี้แทนท่านบอกว่าคนเราเวลาเจ็บไข้ไม่สบายก็ร้องครวญครางหาพ่อแม่"พ่อโอย-แม่โอย" แล้วพ่อแม่นี่แหละที่ช่วยเราได้เสมอมีพระคุณหาที่สุดไม่ได้ ไม่ใช่ฉัน(หลวงพ่อแต้ม)ที่จะช่วยพวกคุณได้ ท่านจึงให้สร้างเหรียญไม่ลืมพระคุณพ่อแม่ขึ้น เพื่อให้คนไม่ยึดติดในรูปท่าน ตัวท่าน แต่ให้ยึดถือในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมคำสอนของท่าน และเป็นเครื่องเตือนสติให้คนระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ที่ด้านหลังเหรียญจะเขียนผิด จากคำว่า"เหรียญ"ผิดเป็นคำว่า"เรียน"


    เหรียญรุ่นแรก ของท่านเป็นเหรียญที่มีประสบการณ์สูงอีกเหรียญของเมืองลุง เรื่องแคล้วคราด เมตตานั้นพบเจออย่างมากมาย เหรียญหาพบเจอยากมากครับ จัดเป็นเหรียญในคอลเลคชั่นหลักของสายพัทลุงครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 12.jpg
      12.jpg
      ขนาดไฟล์:
      139.5 KB
      เปิดดู:
      169
    • 13.jpg
      13.jpg
      ขนาดไฟล์:
      139.5 KB
      เปิดดู:
      168
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  6. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    6,500
    ค่าพลัง:
    +5,793
    ขอปิดครับ
     
  7. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    6,500
    ค่าพลัง:
    +5,793
    ขอปิดครับ
     
  8. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    รับทราบการจองทั้ง 2 รายการครับ ขอบคุณพี่มากๆครับ
     
  9. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2234.เหรียญหลวงพ่อเชื่อง วัดบางบ่อ รุ่น85ปี จ.นครศรีธรรมราช (((บูชา 850 บาท)))

    "พระอรหันต์ตาบอด" แห่งเมืองปากพนัง พระเถระผู้ยิ่งใหญ่ ในควาวสมถะ ที่ หลบซ่อนอยู่ในจ.นครศรีธรรมราช ปัจุบันท่านละสังขารไปแล้วเมื่อประมาณเดือนตุลาคมนี้เอง ซึ่งเป็นที่น่าแปลกพระเครื่องของท่านกลับไม่ได้มากมายอย่างพระเกจิทานอื่นๆ เหตุเพราะท่าน สมถะ และ ไม่ต้องการความวุ่นวาย ประวัติ ประสบการณ์ อภินหารของท่านจึงพึ่งถูกเปิดเผยออกมาภายนอกในช่วงที่ท่านละสังขารไปแล้วซะส่วนใหญ่...พระเกจิที่ไม่ธรรดาทานนี้ รู้จักกันในนาม "พระตาบอดแห่งปากพนัง" ท่านตาบอดมาตั้งแต่ประมาณปี2520และ บอดสนิทเรื่อยมา แต่ท่านกลับสำเร็จทางธรรมและไสยเวทย์ ได้มากกว่าผู้ที่ตาปกติเสียอีก ท่านท่องปาติโมกข์ ได้อย่างคล่องแคล่ว ลูกศิษย์เคยถามว่า ท่านอ่านหนังสือไม่ออก ท่องปาติโมกข์ได้อย่างไร ท่านก็บอกว่าให้พระรูปอื่นท่องให้ฟัง ท่านก็จำไปเรื่อยๆ ได้ประมาณ 1 เดือนกว่า ก็ท่องได้คล่องทั้งหมด ในด้านอภินิหาร ท่านก็ได้แสดงให้ลูกศิษย์ได้เห็นตลอดมา แม้ท่านตาจะบอด แต่ก็รู้เห็น ได้มากกว่าคนปกติเสียอีก สมัยก่อน มีหมาที่ท่านรักในวัดตาย ท่านให้เณรไปฝังเณรท่านนั้นไม่อยากขุดหลุมฝัง เลยนำเอาไปทิ้งคลอง กลับมา พ่อท่านเชื่องได้บอกกับสามเณรท่านนั้นว่า เอาไปทิ้งไว้ที่ไหนให้เอาไปฝังให้เรียบร้อยสามเณรจึงรีบไปเอาหมาฝังตามคำสั่งแต่เดิมจนเรียบร้อย เณรจะมาแจ้งความแก่หลวงพ่อเชื่องไม่ทันได้แจ้ง ท่านก็รีบกล่าวมาว่า ดีแล้ว เป็นเรื่องอัศจรรย์ใจของสามเณรรูปนั้นอย่างมาก ท่านตาบอดรู้หมดทุกอย่าง และ ยังมีอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่านท้าให้นักเลงยิงหัวแม่เท้าท่านแต่ยิงไม่ออก หรือ ประสบการณ์ด้านแคล้วคราด หรือเรื่องการปราบผี กำหราบวิญญาณที่มีหลายต่อหลายเหตุการณ์เล่าขานกันมา เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวบ้านจนทำให้ พระเครื่องของท่านทุกรุ่น ได้รับความสนใจจากลูกศิษย์ทั้งในพื้นที่ และ ส่วนกลางอย่างกว้างขวาง...

    เหรียญรุ่นนี้ เป็นรุ่น 85 ปี เป็นอีกรุ่นท่ได้รับความนิยม เพราะมีประสบการณ์ และ จำนวนสร้างน้อยมากๆ รวมทั้งหมดแค่ 2,718 เหรียญเท่านั้น องค์นี้เนื้อทองแดงเลขสามตัว หายากแล้วในปัจจุบันครับ

    showimage.php.jpg
    29.jpg
    6.jpg
    7.jpg
     
  10. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2235.เหรียญหลวงแต้ม วัดพระลอย จ.สุพรรณบุรี ปี2511 รุ่นแรก (((บูชา 900 บาท))) "จอง" >>>พี่j999

    เหรียญหายากและเป็นที่นิยมอีก เหรียญของสุพรรณบุรี ด้วยว่าท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ศึกษาวิชากัมมัฐานจาก หลวงพ่อซา วัดสาลี และ อื่นๆอีกเพียบ ท่านเป็นผู้แตกฉานยันต์เกราะเพชร และ วิชาเฉพาะหลายแขนง เหรียญท่านแม้จะไม่แพงมากมายขนาดหลักหมื่นหลักแสน แต่นิยมมากในถิ่น

    ประวัติจากเวปข่าวสด...

    จากอดีต นักเลงกลับเนื้อกลับตัวมาบวช และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมากรูปหนึ่ง พระครูประภัศร์ ธรรมาภรณ์ หรือ หลวงพ่อแต้ม ปุญญ สุวัณโณ วัดพระลอย ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

    เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2434 บ้านด้านทิศใต้วัดพระลอย เป็นบุตรคนโตของพ่อแย้ม แม่อ่ำ นารถพลายพันธ์ ท่านเป็นคนร่างเล็ก ครอบครัวยากจน ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ พอแตกหนุ่มเกิดคบเพื่อนอันธพาลนักเลงรุ่นเดียวกัน ชอบตีรันฟันแทง แม้จะมีร่างเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนู ใจถึงน่าดูไม่กลัวใคร ท่านเป็นหัวหน้านักเลงขึ้นชื่อ คุมท้องถิ่นแถวบ้านวัดพระลอย และมีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่รู้จักชอบคอกันดีเป็นหัวหน้านักเลงอยู่ที่ศรีประ จันต์ ชื่อ ปุย (ภายหลัง คือ หลวงพ่อปุย วัดเกาะนั่นเอง) เป็นนักเลงคุมแถวลุ่มน้ำบ้านคอย

    วันหนึ่งบิดามารดาเห็นว่าหลวงพ่อ แต้มอายุครบบวชจึงอยากให้บวช เลยไปตามหลวงพ่อแต้ม ซึ่งตอนนั้นไปอยู่ที่อ่างทอง ตามตัวพบแล้วจึงพามาบวชที่วัดสำปะซิว โดยหลวงปู่โต๊ะ วัดลาดตาล ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสำปะซิว อบรมบ่มนิสัยหลวงพ่อแต้มก่อนบวช โดยแรกเริ่มหลวงพ่อแต้มไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว แต่ก็สามารถท่องเจ็ดตำนานได้ภายในเจ็ดวัน หลวงปู่โต๊ะชอบใจมาก เพราะหลวงพ่อแต้มหัวไว

    หลังจากนั้นจึงอุปสมบทให้หลวงพ่อแต้ม เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2455 ณ พัทธสีมาวัดสำปะซิว มี หลวงพ่อปลื้ม วัดพร้าว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อปลื้ม (อีกรูปหนึ่ง) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่โต๊ะ วัดสำปะซิว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "ปุญญสุวัณโณ"

    หลังจากบวชแล้ว เกิดจิตฟุ้งซ่าน หลวงปู่โต๊ะจึงพาไปเล่นกระดูกผีในป่าช้า และสอนกรรมฐานให้ด้วย และสอนหนังสือทั้งไทยและขอมจนอ่านออกเขียนได้ และหลวงพ่อแต้มยังได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ กับช่างไม้ช่างก่อสร้างจากหลวงปู่โต๊ะอีกด้วย จนมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้มาก ต่อมาย้ายมาอยู่วัดพระลอยจึงลาสิกขาออกมาปี 2463 สรุปแล้วท่านบวชครั้งแรกอยู่ 8 พรรษา ใช้ชีวิตทางโลกอยู่พักหนึ่งเกิด เบื่อหน่ายทางโลก จึงอุปสมบทครั้งที่ 2 โดยมี หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลยก์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อพร วัดป่าเลไลยก์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อคำ วัดพระรูป เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    หลังจากอุปสมบทครั้งสองแล้ว จำพรรษาอยู่วัดลาวทอง จวบจนปี พ.ศ.2466 จึงไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อซัว วัดสาลี บางปลาม้า จวบจนถึงปี พ.ศ. 2468 และไปเรียนต่อจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา สำเร็จวิชายันต์เกราะเพชร ท่านเคยได้เขียนยันต์เกราะเพชรให้เจ้าอาวาสวัดท่าทอง ขณะนี้ยังอยู่ สวยงามมากและวิชาหมอตาทิพย์ วิชาแพทย์แผนโบราณช่วยคน และกลับมาอยู่วัดลาวทองต่อ

    ปีพ.ศ.2483 คณะสงฆ์แต่งตั้งให้หลวงพ่อแต้มมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระลอย ซึ่งใกล้จะร้าง ให้มีสภาพดีขึ้น ท่านพัฒนาวัดจนเจริญ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจขึ้นชื่ออีกแห่งของเมืองสุพรรณ จวบจนมรณภาพปีพ.ศ.2514 สิริอายุ 80 ปี

    หลวงพ่อแต้มมรณภาพมีเจ้าภาพ ที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจองคิวสวดพระอภิธรรมจำนวนมากคนละวันก็เป็นปีๆ ทางวัดจึงได้พิจารณาจะสวดพระอภิธรรมแค่ 100 วัน และจะได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อครบ 100 วัน เปิดโรงศพท่านดูก็ต้องพบกับเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ เมื่อศพของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อย เหมือนกับคนนอนนิ่งธรรมดา ทางวัดจึงเก็บศพหลวงพ่อไว้ถึงปัจจุบันนี้ และเปิดให้ประชาชนกราบสักการะศพของท่านได้ทุกวัน

    สมดังปัจฉิมวาจา ก่อนมรณภาพที่หลวงพ่อให้ไว้ว่า "ถ้าข้าตาย ก็ให้เก็บศพไว้อย่าไปเผา สังขารข้าอยู่ วิชาอาคมของข้าก็อยู่ช่วยพวกเอ็งไปตลอด เดือดร้อนอะไรให้มากราบพระลอย และมาหาข้า เหตุร้ายเดือดร้อนจะหายไป ข้าจะลงวิชาเกราะเพชรให้แก�ทุกคนจำไว้ นะไอ้หนู"

    หลวงพ่อแต้ม เริ่มสร้างวัตถุมงคลรุ่นแรก ตั้งแต่ปีพ.ศ.2495 พระเนื้อดินเผาสีดำ เป็นพระซุ้มกอ และพิมพ์นาคปรก หรือปางพญามหาชมพู และอีกหลายพิมพ์ เป็นเนื้อดิน เป็นต้น เมื่อปีพ.ศ.2511 สร้างเหรียญรุ่นแรกเป็นเหรียญรูปอาร์ม เนื้อทองแดงรมดำ และเหรียญรุ่น 2 ปี 2512 รุ่น3 ปี 2523 ช่วงเวลานั้นท่านได้สร้างพระกริ่ง เป็นกริ่งนาคปรก เนื้อโลหะผสม นับเป็นกริ่งรุ่นแรกรุ่นเดียวของหลวงพ่อแต้ม

    ด้วย หลวงพ่อแต้มสำเร็จวิชายันต์เกราะเพชรหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ท่านจึงได้สร้างเหรียญยันต์เกราะเพชรเหรียญแรกของแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2511 ฝากไว้เป็นสมบัติชั่วลูกชั่วหลาน ว่ากันว่าก่อนปี 2511 ยังไม่มีพระเกจิอาจารย์รูปใดสร้างเหรียญยันต์เกราะเพชรเลย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.jpg
      1.jpg
      ขนาดไฟล์:
      241.2 KB
      เปิดดู:
      133
    • 2.jpg
      2.jpg
      ขนาดไฟล์:
      237.5 KB
      เปิดดู:
      137
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  11. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2236.เหรียญปิดตา "ชัยวรมัน" ครูบาสร้อย วัดมงคลคีรีเขต จ.ตาก (((บูชา 1,850 บาท)))"จอง" >>>พี่j999
    "เนื้อนวะโลหะเต็มสูบ" มีรันหมายเลข

    ในบรรดาพระเครื่องของครูบาสร้อย เหรียญปิดตาชัยวรมันนี้เป็นหนึ่งในวัตถุทมงคลที่ได้รับความนิยม และ ได้รับการกล่าวถึงบ่อยว่าเป็นรุ่นที่น่าเอาไว้บูชาติดตัว เพราะ มวลสาร และ พิธีกรรม ที่ยอดเยี่ยม หลังจากเหรียญรุ่นแรก ที่มีราคาหลักหลายๆหมื่นแล้ว และ เหรียญรุ่นสอง ที่หายากไม่แตกต่างกัน พระปิดตารุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผมว่าน่าบูชา ประวัติการสร้างเหรียญปิดตา ชัยวรมันนั้น มีผู้รู็ลงข้อมูลไว้ว่า ครูบาสร้อย ได้ทำพิธรพุทธาพิเศกทั้งทางไทย และ ทางพรมหม์ ที่ ปราสาทหินพนมรุ้ง บริเวณ บรรณาลัย ตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปราสาทหิน โดยพิธีกรรมนี้ นอกจาก มีครูบาสร้อย แล้ว ยังมี หลวปู่หงษ์ จ.สุรินทร์ และ พระเถระที่สำเร็จวิชาสายเขมรอีกหลายท่านมาร่วมพิธีด้วย เมื่อเสกเสร็จ หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์ ยังได้กล่าวไว้เกี่ยวกับ พระรุ่นนี้ว่า "พระรุ่นนี้ได้รับการปลุกเสกอย่างดีเลิศ เพราะมีการรับรู้จากเหล่าเทพฯ และ เหล่าเจ้าของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้มาร่วมกระทำพิธีพุทธาพิเศก เพราะฉะนั้น ด้วยอำนาจแห่งพระเครื่องชุดนี้จะส่งผลให้ผู้บูชา มี อำนาจ บารมี และ วาสนา"

    เหรียญรุ่นนี้จึงจัดเป็นของดีราคาเบาอีกรุ่น ของสายครูบสร้อย ซึ่งราคาต่างกับเหรียญรุ่นแรกท่านหลายสิบเท่าเลยทีเดียว หาไม่ง่ายครับ


    hnb62h.jpg

    ประวัติจากเวปเพื่อนบ้านครับ
    ครูบาสร้อย ขันติสาโร (เทพเจ้าแห่งท่าสองยาง) หรือหลวงพ่อสร้อย วัดมงคลคีรีเขตร์ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นยอดพระเกจิอันดับหนึ่งชองท่าสองยาง โด่งดังมากครับในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ แม้แต่ชาวพม่า กะเหรี่ยง ก็เป็นศาย์ท่านเยอะ ครูบาสร้อย หรือ หลวงพ่อสร้อยเป็นศิษย์เอกที่สืบทอดวิทยาคมสายตรงของหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเกจิของอีสานใต้ รูปหล่อหลวงปู่สุข รุ่นแรก ราคาแพงเป็นอันดับหนึ่งของอีสาน สืบเนื่องจากประสบการณ์ล้วนๆ แต่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ครูบาสร้อย ซึ่งเป็นศิษย์เอกหลวงปู่สุข ก็มีความเก่งกล้าในด้านวิทยาคมสุดๆรูปหนึ่ง สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์คือเหรียญรุ่นแรก ครูบาสร้อย สร้างประมาณปี 2518 (ถ้าจำไม่ผิด) หลวงพ่อสร้อย กำเนิดเมื่อวัน จันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ.2472 เขตตำบลละหานทราย(ปัจจุบันเป็นอำเภอแล้ว) อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเรียนจบชั้นประถม 4 ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดชุมพร มีหลวงพ่อมั่น เป็นพระอุปัชฌาย์ จนกระทั่งอายุครบบวชจึงได้อุปสมบทเป็นพระมี หลวงพ่อมั่น วัดชุมพรเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และหลวงพ่อสุต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา ขันติสาโร หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อสุขได้กล่าวชวนไป อยู่ด้วยและได้เรียนวิชาต่างๆทั้งโหราศาสตร์ วิทยาคมและการปฏิบัติกรรมฐาน เป็นต้น ในปี2497 ครูบาสร้อยได้ขอลาหลวงปู่สุขเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียนวิปัสสนาสายยุบหนอพองหนอ ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งยุคนั้นมีหลวงพ่อดังๆถูกนิมนต์มาเรียนกันเยอะ( อาจจะมาด้วยความเกรงใจหรือศรัทธาก็มี ) เช่น ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ก็มาเรียนกรรมฐานที่นี่ แต่เท่าที่ทราบท่านก็ปฏิบัติกรรมฐานเดิมของที่ท่านถนัดครับ ครูบาสร้อย ท่านก็เป็นพระปฏิบัติเคร่งรูปหนึ่ง ท่านเดินธุดงค์เพื่อบำเพ็ญภาวนาฝึกจิตให้เข้มแข็ง ออกธุดงค์ ถือรุกขมูลลัดเลาะไปตามจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ ต่อไปยังอุบลราชธานี จนยาวไปถึงนครพนม ข้ามไปยังฝั่งลาวแล้วข้ามกลับมายังมุกดาหาร ต่อเรื่อยไปจนเข้าสู่เทือกเขาภูพาน เขตสกลนคร เรื่อยไปจนเข้าหล่มสักเข้าพิษณุโลก ซึ่งช่วงนี้ท่านหลงป่าอยู่ จนทะลุออกมายังอุตรดิตถ์ จากการหลงป่าครั้งนี้ ท่านจึงเปลี่ยนมาเดินโดยใช้เส้นทางรถไฟช่วย ล่วงได้ 7 วัน ท่านก็ถึงดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีโอกาสพบ 'หลวงปู่แหวน สุจิณโณ' พระสายปฏิบัติชื่อดัง และได้ขอศึกษาข้อธรรมต่างๆ หลวงปู่แหวนท่านเน้นไปทางอสุภกัมมัฏ ฐาน ซึ่งช่วงนี้ท่านได้พบกับข้อธรรมที่ลึกซึ้งมาก ขึ้น จากนั้นท่านได้กราบลาหลวงปู่แหวน ออกธุดงค์ถือรุกขมูลไปจนถึงแม่สะเรียง พักที่วัดศรี บุญเรือง ท่านตั้งใจจะไปที่แม่ฮ่องสอน แต่ด้วยติดกาลพรรษา จึงได้อยู่จำพรรษาที่วัดศรีบุญเรือง จนล่วงกาลพรรษา ท่านจะออกเดินทางต่อ พอดีได้ทราบจากญาติโยมว่าที่ท่าสองยางมีวัดร้างอยู่ ท่านได้ไปดูสถานที่แห่งนั้น พบว่าเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้ตกลงใจสร้างวัดมงคลคีรีเขตร์ ครูบาสร้อยได้พัฒนาวัดร้างจนเป็นวัดที่เจริญ และอยู่จำพรรษาที่นี่ จนกระทั่งมรณภาพ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2541 สิริอายุ 69 พรรษา 49 เมื่อมรณภาพแล้วสังขารไม่เน่าเปื่อย สามารถไปกราบได้ที่วัด

    ในด้านวัตถุมงคลของครูบาสร้อย มีจำนวนไม่กี่รุ่น แต่ละรุ่นล้วนมีประสบการณ์ชัดเจนเป็นที่กล่าวขาน โดยเฉพาะในศิษย์สายทหารและตำรวจ ที่เลื่อมใสครูบาสร้อย มีเยอะครับ พระเครื่องของท่านมีพุทธคุณคล้ายหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง ดังนั้นนักสะสมพระสายหลวงปู่สุข วัดโพธ์ทรายทอง จึงนิยมเก็บพระของครูบาสร้อย เช่นกัน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 3.jpg
      3.jpg
      ขนาดไฟล์:
      122.2 KB
      เปิดดู:
      135
    • 4.jpg
      4.jpg
      ขนาดไฟล์:
      227 KB
      เปิดดู:
      138
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  12. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2237.เหรียญหลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว จ.เพชรบุรี รุ่น๓ (((บูชา 650 บาท))) "จอง">>>พี่MK2508
    เหรียญสวยมาก

    หลวงพ่ออบ อินทวิริโย เป็นชาวบ้านหนองช้างปลัก ตำบลหัวสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เกิดปีระกา ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๑ พุทธศักราช ๒๔๕๒ นามบิดา ผึ่ง กลีบจงกล นามมารดา เพี้ยน กลีบจงกล มีพี่น้องร่วมกัน ๖ คน หลวงพ่ออบเป็นคนหัวปี หลวงพ่ออบอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ อุโบสถวัดถ้ำแก้ว มีพระอุปฌายย์ คือหลวงพ่อทิม วัดโคก หลวงพ่อเช้า วัดเวียงคอย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่ออยู่ วัดถ้ำแก้วเป็นพระนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่ออบก็จำพรรษาอยู่วัดถ้ำแก้ว ศึกษาวิปัสสนาธุระ และพุทธคมกับหลวงพ่ออยู่ ด้วยความพากเพียรเป็นเวลาถึง ๕ พรรษา จากนั้นจึงเดินออกธุดงค์อยู่ทุกปี ร่ำเรียนวิชากับพระอาจารย์ต่าง ๆ คือ อาจารย์วัดลาดบัวขาว จังหวัดปราจีนบุรี หลวงปู่นาค วัดหัวหิน อาจารย์อยู่ อาจารย์หยอย เจ้าอาวาสวัดถ้ำแก้ว และปู่แสง(โยมพระอาจารย์หยอดญ)ซึ่งเป็นฆราวาสถือศีบกินเพล ซึ่งเรืองวิทยาคมและมีชื่อเสียงดังมากในจังหวีดเพชรบุรีสมัยนั้น วัตถุมงคลที่ท่านทำนั้น มี ตระกรุด ผ้ายันต์ เหรียญมี ๓ รุ่น


    หลวงพ่ออบ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์เมืองเพชรบุรีที่มีวิทยาคมเก่งกล้าด้านคงกระพันชาตรี จากประวัติคำบอกเล่ามีว่า...ครั้งหนึ่งมีคนบ้าถือมีดพร้าเข้ามาฟันท่านในวัด เสียงดัง บึกๆ แต่ไม่ระคายผิวท่านเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสอดคล้องกับที่หลวงพ่อแดงเคยบอกผู้ที่ไปกราบท่านว่า"ถ้าจะเอาเหนียว ต้องไปหาท่านอบ วัดถ้ำแก้ว"

    หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ พระเกจิอาจารย์ผู้ลือนามแห่ง จ.เพชรบุรี ท่านได้กล่าวไว้ว่า "หากฉันตายให้ไปหาหลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว เขาสามารถแทนฉันได้ " นี่เป็นคำกล่าวยืนยันจากหลวงพ่อแดงท่านได้กล่าวไว้ครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 5.jpg
      5.jpg
      ขนาดไฟล์:
      202.4 KB
      เปิดดู:
      137
    • 6.jpg
      6.jpg
      ขนาดไฟล์:
      216.9 KB
      เปิดดู:
      136
    • 199.jpg
      199.jpg
      ขนาดไฟล์:
      27.5 KB
      เปิดดู:
      134
    • 200.jpg
      200.jpg
      ขนาดไฟล์:
      50.4 KB
      เปิดดู:
      137
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  13. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    6,500
    ค่าพลัง:
    +5,793
    ขอจองครับ
     
  14. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    6,500
    ค่าพลัง:
    +5,793
    ขอจองครับ
     
  15. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    รับทราบการจองทั้ง 2 รายการครับ ขอบคุณพี่มากๆครับ
     
  16. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2238.เหรียญพระโพธิสัตว์ดารา ท่านอาจารย์โพธิ์แจ้ง วัดโพธิ์แมน ปี2494 (((บูชา 2,550 บาท))) "จอง">>>พี่j999
    สมนาคุณพระ 5 รายการ
    -เหรียญพระศรีอริยเมตตรัย ออกวัดโพธิ์เย็น สวยแชมป์ ท่านอ.โพธิ์แจ้ง สร้าง+เสก
    -เหรียญพระศากยมุณีพุทธเจ้าออกวัดเล่งเน่ยยี่ สวย ท่านอ.โพธิ์แจ้ง สร้าง+เสก
    -เหรียญพระวัชรโพธิคุณ ปี2515 ออกวัดโพธิ์แมน สวยแชมป์ ท่านอ.โพธิ์แจ้ง สร้าง+เสก
    -พระพุทธเนื้อผงวัดญวณ


    เหรียญพระโพธิสัตว์ดารา(เหล็กโต้บ้อ) เหรียญนี้เป็นเหรียญยุคแรก ที่ออกมาของท่านอาจารย์โพธิ์แจ้ง สมัยนั้นท่านเดินทางไปสร้างวัดโพธิ์เย็น ที่ จ.กาญจนบุรีในช่วงก่อนปี 2500 เหรียญรุ่นนี้ออกให้ทำบุญที่วัดโพธิ์เย็นแห่งนี้ เหรียญนี้เป็นเหรียญพระโพธิสัตว์ดารา รุ่นแรกๆที่พบเจอในรูปแบบเหรียญ และ มีประสบการณ์มากมายที่สุดอีกรุ่น เป็นเหรียญที่มากับประสบการณ์ มากมายของคนเมืองกาญฯ เป็นชุดวัตถุมงคลรุ่นแรกๆของท่านหาได้ยาก จัดเป็นเหรียญพิมพ์พระโพธิสัตว์ดาราเขียวยอดนิยมอันดับต้นๆของท่าน เหรียญนี้สภาพสวยคม มีรมดำ ครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 14.jpg
      14.jpg
      ขนาดไฟล์:
      187.5 KB
      เปิดดู:
      83
    • 15.jpg
      15.jpg
      ขนาดไฟล์:
      151.4 KB
      เปิดดู:
      84
    • 16.jpg
      16.jpg
      ขนาดไฟล์:
      161.7 KB
      เปิดดู:
      84
    • 17.jpg
      17.jpg
      ขนาดไฟล์:
      169.8 KB
      เปิดดู:
      85
    • 18.jpg
      18.jpg
      ขนาดไฟล์:
      219.2 KB
      เปิดดู:
      84
    • 19.jpg
      19.jpg
      ขนาดไฟล์:
      242.6 KB
      เปิดดู:
      86
    • 20.jpg
      20.jpg
      ขนาดไฟล์:
      230.2 KB
      เปิดดู:
      85
    • 21.jpg
      21.jpg
      ขนาดไฟล์:
      177.3 KB
      เปิดดู:
      82
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2020 at 08:19
  17. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2239.เหรียญหลวงพ่อแล วัดพระทรง รุ่นแรก จ.เพชรบุรี ปี2509 (((บูชา 1,200 บาท))) "จอง">>>พี่j999

    ของดีของหายาก เหรียญหลวงพ่อแล รุ่นแรก กะไหร่ทอง 100% แชมป์ จัดเป็นเหรียญหายากและได้รับความนิยมมาช้านาน เนื่องจากหลวงพ่อแลเป็นพระเกจิร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงมาก อย่างกว้างขวาง อย่าว่าแต่คนเพชรเลย คนกรุงเทพ ก็ไปกราบท่านกันเยอะเลยทีเดียว บางคนเป็นลูกศิษย์ไปสักหนุมานกับท่านทั้งสีและน้ำมัน ว่ากันว่า ในยุคนั้นท่านก็โดดเด่นหาท่านใดเทียบเคียงได้ยาก วัดท่านอยู่หลังตลาดสดเมืองเพชรบุรี ท่านใดอย่างไปกราบสรีระท่าน ก็สามารถไปได้โดยง่าย สำหรับเหรียญนี้ เป็นเหรียญรุ่นแรก หายาก และ สภาพสวย เหรียญท่านมีประสบการณ์ทางด้านเหนียวแคล้วคราดคงกระพัน ตามแบบฉบับนักเลงสายสักนิยมกันครับ ศักดิ์ศรีรุ่นแรกราคายังเบาเมื่อเทียบกับพระเกจิที่ดังๆในยุคนั้น


    732.jpg
    หลวงปู่แล วัดพระทรง
    เกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองเพชร
    ถามหาพระเกจิอาจารย์ยุคปัจจุบันที่ขึ้นชื่อระดับแถวหน้าและเป็นที่ยอมรับของ พุทธสานิกชนรับรองต้องมีชื่อของหลวงปู่แล แห่งวัดพระทรง ซึ่งต่างก็เชื่อมั่นในความขลังของอักขณะเลขยันต์จึงมีคนมาสักยันต์กันเป็น จำนวนมาก พร้อมกันนั้นท่านยังสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลไว้เป็นที่พี่ง เพื่อปกป้องคุ้มกันภยันอันตรายได้
    ความเป็นมาของหลวงปู่แล ท่านเป็นชาวเพชรบุรี เกิดในสกุล วาดวงศ์ เมื่อวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2459 ที่บ้านไร่สัตว์ ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายอยู่ และนางทอง วาดวงศ์ เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 7 คนในช่วงวัยเยาว์มีอุปนิสัยอ่อนโยน รักวิชาศิลปะและการดนตรีปี่พาทย์ไทย ครั้นอายุ 14 ปีได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านเกิด
    กระทั่งอายุครบ 20 ปีได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดหนองไม้เหลือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2497 โดยมีหลวงพ่อใหม่ วัดเขาทะโมน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อยอด วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    ได้รับฉายาว่า "ทิตัพโพ"
    จากนั้นได้จำพรรษาอยู่ที่วัดหนองไม้เหลือง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่วัดพระทรงเมื่อปี 2498 ซึ่งหลวงพ่อแลท่านเพียรปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และมีความสนใจร่ำเรียนสรรพวิชาความรู้ เริ่มจากหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เรียนวิชาถอนพิษแมลงต่างๆ หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง ร่ำเรียนวิชาสักยันต์ครู ซึ่งเป็นยันต์สูงสุดของการสักที่เรียกว่า "หัวใจพระราม" มีหน้าที่ควบคุมยันต์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นลิงลม, หนุมาน, พญาหงส์เงิน-หงส์ทอง
    ต่อมาได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อชิต วัดมหาธาตุวรวิหาร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ วิชานี้เชื่อกันว่าทำให้หลวงพ่อแลได้สัมผัสที่ 6 สามารถทราบเหตุการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิชาพระขรรค์ จากหลวงพ่อโสก วัดปากคลอง พร้อมทั้งวิชาตะกรุดโทน ตะกรุดแฝด จากหลวงพ่อผัน วัดมหาธาตุวรวิหาร ได้เรียนสักตัวมหาเมฆ จากคุณพ่อต่อ และคุณพ่อจันทร์ ศิษย์พระครูสันต์ แห่งวัดเขาวัง พระเถราจารย์สมัยรัชกาลที่ 5
    ในปี พ.ศ.2489 ได้เกิดเหตุร้ายแรงกับครอบครัวของท่าน เมื่อมีโจรเข้าปล้นเงินทอง ทำร้ายโยมมารดาและพี่น้องทุกคนจนเสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้จึงทำให้ท่านตัดสินใจออกเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า เพื่อปฏิบัติธรรมและแสวงหาความรู้ มาช่วยคนรุ่นหลังที่ต้องถูกทำร้ายอย่างไม่มีทางสู้ โดยออกเดินทางจาก จ.เพชรบุรี มุ่งสู่ จ.นครปฐม เพื่อเรียนวิชากะลาตาเดียว ราหูอมจันทร์ และเสริมดวงกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง พร้อมกับเรียนวิชาลงนะหน้าทองกับหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม และวิชาผงยาจินดามณี สาย วัดกลางบางแก้ว
    ต่อมาได้เดินทางสู่ จ.สมุทรสาคร เพื่อเรียนวิชาชูชก สาย วัดบางน้ำวน และเรียนวิชาตะกรุดไม้ไผ่ วัดท่ากระบือ ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เรียนวิชาเบี้ยแก้ สาย วัดนายโรง แล้วมุ่งไปเมืองอยุธยา เรียนวิชาตะกรุดพวง และยันต์หัวใจปลาตะเพียนมหาลาภจากวิชาสาย วัดหน้าต่างนอก ก่อนเดินทางขึ้นเหนือถึง จ.นครสวรรค์ เรียนวิชาศาสตรามีดหมอสายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี
    และสุดท้ายย้อนมาทางภาคตะวันออก ได้เรียนวิชาสาย หลวงปู่อี๋ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียนวิชาคุณปลัดที่ขื้นชื่อ ซึ่งทุกวิชาที่หลวงปู่แลได้ร่ำเรียนมาล้วนแต่เป็นวิชาที่สร้างชื่อเสียงกับ ครูบาอาจารย์ทั้งสิ้น และนั้นก็ทำให้ต่อมาท่านกลายเป็นเกจิอาจารย์แห่งเพชรบุรีที่มีชื่อโด่งดังไป ทั่ว โดยเฉพาะในเรื่องของการสักยันต์ที่เลืองลือมานานยันต์หนุมานตัวที่ 1- ตัว 9 ที่มีความเข้มขลังอย่างมาก
    นอกจากเป็นพระเกจิอาจารย์สุดยอดด้านสักยันต์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายแล้ว ด้านวัตถุมงคลที่เลื่องลือของหลวงพ่อแล คือ เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแลรุ่นแรก ที่มีประสบการณ์ในด้านคงกระพันจากอาวุธต่างๆ ไม่สามารถทำอะไรได้หากมีเหรียญหลวงพ่อและรุ่นนี้ไว้กับตัว ต่อมาก็ยังได้สร้างรุ่น 2 และรุ่น 3 อีกทั้งมีตะกรุด เหรียญพระพิฆเนศวร หนุมาน พญาหงส์ เป็นต้น
    ในปี 2538 หลวงพ่อแลเกิดอาพาธอย่างรุนแรง กระเพาะอาหารทะลุเกือบใช้การไม่ได้ และในปี 2544 อาการอาพาธหนักขึ้นถึงกับต้องเจาะคอ ทรมานมาก พอมาถึงปี 2548 ปอดติดเชื้ออย่างแรงต้องเข้าห้องไอซียูนับครั้งไม่ถ้วน ต้องย้ายเปลี่ยนโรงพยาบาลถึง 4 แห่ง เข้าพักรักษาตัวอยู่นานจนปลายปี 2549 ถึงมีอาการดีขึ้น

    หลังจากนั้นท่านได้อาพาธติดเชื้อทางกระแสโลหิตอีกครั้ง และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรรัชต์ แต่ปรากฏว่าอาการไม่ดีขึ้น มีการทรงตัวตลอด กระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2551 หลวงพ่อแลจึงได้ละสังขารลงด้วยอาการสงบ สิริอายุ 92 ปี พรรษา 54
    กับวัตถุมงคลของหลวงปู่แลนั้น เท่าที่ทราบรุ่นใหม่ ๆ ยังพอมีเหลือให้เช่าที่วัดพระทรง ส่วนรุ่นเก่า ๆ ไม่ว่าจะเหรียญรุ่นแรก หรือรุ่นอื่น ๆ ล้วนแต่มีประสบการณ์ จึงทำให้ผู้คนที่มีเก็บไว้มักหวงแหนไม่ค่อยปล่อยออกมาให้เช่ากัน
    cr.aop

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 22.jpg
      22.jpg
      ขนาดไฟล์:
      145.2 KB
      เปิดดู:
      87
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2020 at 08:19
  18. MK2508

    MK2508 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มกราคม 2012
    โพสต์:
    447
    ค่าพลัง:
    +1,008
    จองบูชา

    2237.เหรียญหลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้วจ.เพชรบุรี รุ่น๓ (((บูชา 650 บาท)))

     
  19. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    รับทราบการจองครับ ขอบคุณพี่มากๆครับ
     
  20. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    7,732
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,718
    2240.พระผงกิมกัง ไต้ซือเย็นบุญ วัดทิพย์วารีวิหาร (((บูชา 3,500 บาท)))
    หายากมาก

    พระผงกิมกัง ไต้ซือเย็นบุญ วัดทิพย์วารีวิหาร เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม ในหมู่ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์เย็นบุญ ผู้เปรียบเสมือนมือขวาท่านเจ้าคุรโพธิ์แจ้ง ท่านได้สร้างพระเครื่องพระผงกิมกังขึ้น เป็นรูปลักษณ์ พระธรรมบาสล หรือพระโพธิ์สัตว์วัชรปาณี มีฤทธิ์ปราบล้าง เป็นพระเครื่องล้างอาถรรพ์ ลูกศิษย์บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า หากหาผ้ายันต์เฮกบุนซูอันลือชื่อของท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้งไม่ได้ เห็นทีจะมีแต่พระ(ผงกิมกัง) ของท่านอาจารย์เย็นบุญที่พอจะบูชาทดแทนกันได้

    กิมกางโบ่ต๊าก (ภาษาญวน) กิมกังผ่อสัก (ภาษาจีน) คือ พระวัชรปาณีมหาโพธิสัตว์ พระองค์ทรงเป็นพระมหาโพธิสัตว์ คู่พระทัยพระพุทธเจ้าอักโษภวะ ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์นี้ทรงประทับทางทิศตะวันออกของพุทธมณฑล วัชระ เป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จในทุกขอบข่ายแห่งการกระทำ มีกายสีเขียว ถือวชิระเป็นอาวุธ ศักติชายาชื่อ สุชาดา ซึ่งโดยภาพรวมแล้วละม้ายคล้ายคลึงกับพระอินทร์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูค่อนข้างมาก คำว่า พระวัชรปาณีโพธิสัตว์หมายถึง พระโพธิสัตว์ผู้ถือสายฟ้า พระองค์ทรงเป็นองค์คุณแห่งพลัง แห่งความสำเร็จ ซึ่งไม่อาจทำลายได้หลักฐานฝ่ายบาลีถือว่าเป็นยักษ์ที่คอยคุ้มครองพระพุทธเจ้า ส่วนทางมหายานถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์ชั้นสูงองค์หนึ่ง มักปรากฏคู่กับพระมัญชุศรีโพธิสัตว์และพระปัทมปาณิโพธิสัตว์ พระวัชรปาณีมีชื่อจีนว่า กิมกังผ่อสัก จัดอยู่ในกลุ่มเจ็ดพระมหาโพธิสัตว์ตามความเชื่อของชาวจีน


    86724284_3184899004867927_9121866759761035264_n.jpg

    310607.jpg
    310608.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...