ห้องแมวยิ้ม สัพเพ เหระ อะไรก็เอามาลงกระทู้นี้ได้ครับ

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย zalievan, 9 ธันวาคม 2018.

  1. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    สืบเนื่องว่า ผมเห็นความจำเป็นว่า ห้องภัยพิบัตินี่มันต้องการกระทู้ที่คุยกันเรื่องอะไรก็ได้ และเป็นที่คลายเครียดบ้างบางเวลากันจริง ๆ จากการติดตามหลาย ๆ กระทู้ในหมวดนี้ ผมเลยต้องเปิดกระทู้ใหม่ครับ


    ขอความร่วมมือ เพื่อความสงบ

    1. กรุณาอย่าทำให้กระทู้นี้ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายในมาตราใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ยั่งยืน
    2. กรุณาอย่าเอากระทู้ผมมาบอกว่า หน้าเท่านั้นแยก หน้าเท่านี้แยกนะครับ ใจคอไม่ดี ถ้าจะบอก ก็บอกว่า ให้ดูอะไร ๆ เป็นสัญญาณก็ว่าไป ห้ามเอากระทู้ของผมไปผูกกับสัจจะของท่าน!!
    ห้ามนับรวมกระทู้นี้ เข้ากับสัจจะใด ๆ ก่อนหน้า เพราะผมไม่ตกลงด้วย!!
    3. ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ากระทู้นี้จะเป็นที่คลายเครียดหรือทำให้เครียดมากกว่าเดิมนะครับ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วผิดความตั้งใจก็ขออภัยล่วงหน้า
    4. ถ้ามีกติกาอะไรเพิ่มจากนี้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมทีหลัง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ธันวาคม 2018
  2. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    0f0a69fa-3483-4693-a0e4-163259a12877sm.jpg
    นึกมุกยังไม่ออก แต่ไหน ๆ ก็ดึกแล้ว.. ขอตัวไปนอนภาวนาก่อนนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ธันวาคม 2018
  3. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    indexasdfads.jpeg
     
  4. Cheewin...

    Cheewin... เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2018
    โพสต์:
    994
    ค่าพลัง:
    +1,268
    รออ่านอยู่ครับ ผมขอโชว์ลายมือได้มั้ยครัช:)
     
  5. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    โชว์ได้ครับ ที่จริงผมก็พูดไม่เก่งหรอก

    รอแลกเปลี่ยนทัศนคติกับคนอื่น ๆ เอา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ธันวาคม 2018
  6. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    “พระจักรพรรดิราช” ตามมติในพุทธศาสนา หมายถึง พระมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เหนือมวลมหากษัตริย์ทั้งหลายในสากลจักรวาล ซึ่งปรัมปราคติ (mythology) ในศาสนาพุทธยังได้อ้างไว้อีกด้วยว่า พระชาติสุดท้ายของผู้ที่สั่งสมบุญญาธิการมามากพอสำหรับการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ จะสามารถเลือกได้ว่าจะเป็น พระบรมศาสดาเอกของโลกผู้เป็นเลิศในทางธรรม หรือพระจักรพรรดิราชผู้เป็นใหญ่ในทางโลก

    นั่นหมายความว่า ถึงแม้โดยอุดมการณ์แล้ว พระพุทธศาสนาจะเน้นย้ำใน “ทางธรรม” มากกว่า “ทางโลก” ก็ตาม แต่ก็เป็นอุดมคติในศาสนาพุทธอีกเช่นกันที่ระบุให้ผู้เป็นใหญ่ในทางโลกอย่าง “พระจักรพรรดิราช” ก็มีความสูงส่งของสถานภาพไม่ต่างอะไรนักจากผู้เป็นใหญ่ในทางธรรมอย่าง“พระพุทธเจ้า”

    “พระพุทธเจ้า” ก็คือ “พระจักรพรรดิราช”

    นิทานในพระพุทธศาสนาเรื่องหนึ่งคือ ชมพูบดีวัตถุ (หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มหาชมพูบดีสูตร) เล่าถึงท้าวมหาชมพู ผู้ครองมหานครใหญ่ที่ชื่อ นครปัญจาละ พรั่งพร้อมไปด้วยอิสริยยศและบริวารยศ หาผู้ใดในชมพูทวีปเสมอเหมือนไม่ได้ จึงสำคัญพระองค์ผิดว่าไม่มีใครสามารถสู้รบกับพระองค์ อยู่มาวันหนึ่งพระองค์ทอดพระเนตรเห็นกรุงราชคฤห์เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ก็หมายจะสำแดงอิทธิฤทธิ์บังคับให้พระเจ้าพิมพิสารตกอยู่ใต้อำนาจของพระองค์ แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยพุทธานุภาพของพระพุทธเจ้าคุ้มครองไว้

    2-1.jpg
    พระพุทธรูปทรงเครื่อง พระประธานภายในพระอุโบสถวัดนางนองวรวิหาร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นในยุครัชกาลที่ ๓ ล้อกันกับภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ ที่เขียนเรื่องการปราบท้าวชมพูบดี (ภาพจากหนังสือจักรพรรดิราช ที่พึ่งของมหาชนชาวสยาม)
    พระพุทธเจ้าทรงเห็นเหตุดังนั้นก็หมายจะทรมานท้าวชมพูบดีให้สิ้นฤทธิ์ จึงเนรมิตพระองค์เป็น “พระจักรพรรดิราช” คือราชาเหนือราชาทั้งปวง เนรมิตวัดเวฬุวันวิหารให้เป็นพระนครหลวง ให้พระอินทร์จำแลงกายเป็นราชทูตไปทูลเชิญ “แกมบังคับ” ให้ท้าวชมพูบดีมาเข้าเฝ้าเมื่อท้าวชมพูบดีได้ทอดพระเนตรเห็นนครของพระจักรพรรดิราชมั่งคั่งสมบูรณ์กว่าพระองค์ได้เข้าเฝ้าและทรงสดับพระราชบริหารต่างๆก็ละมิจฉาทิฐิยอมแพ้แก่ฤทธิ์ของพระจักรพรรดิราชพระพุทธองค์จึงคลายฤทธิ์ให้ท้าวชมพูบดีเห็นพระสรีระที่แท้จริงและแสดงธรรมเทศนาจนท้าวชมพูบดีบรรลุเป็นพระอรหันต์

    พระพุทธรูปทรงเครื่องที่สร้างขึ้นในยุคอยุธยา ก็สร้างขึ้นในคติเรื่องท้าวมหาชมพู เพราะเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๘ ราชทูตลังกาได้นำพระภิกษุไทยที่ได้นำพระพุทธศาสนาแบบ “สยามวงศ์” ไปสืบไว้ที่ลังกาทวีปกลับเข้าสู่อยุธยา ได้มีโอกาสเห็น“พระพุทธรูปทรงเครื่อง” ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ก็เกิดสงสัยใจขึ้น จึงถามต่อเจ้าพนักงานที่ต้อนรับขับสู้ว่าเหตุไฉนสยามจึงสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง คล้ายเทวรูป?

    ความตรงนี้ทราบไปถึงพระกรรณของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกฐ จึงรับสั่งให้เสนาบดีชี้แจงไปใน จดหมายของอัครเสนาบดีไทยมีไปถึงอัครเสนาบดีลังกา ปี พ.. ๒๒๙๙ โดยมีใจความระบุว่า พระพุทธรูปทรงเครื่อง มีความปรากฏใน มหาชมพูบดีวัตถุ

    สำหรับชาวอยุธยาแล้ว พระพุทธรูปจึงมีสถานะเป็นพระจักรพรรดิราชได้โดยไม่ใช่เรื่องแปลก และในทางกลับกันถ้าพระมหากษัตริย์ของพวกเขา จะมีสถานภาพไม่ต่างไปจากพระบรมโพธิสัตว์บ้างก็ไม่เห็นจะแปลกด้วยเช่นกัน

    สัญลักษณ์แห่งพระจักรพรรดิราช

    และก็เป็นปรัมปราคติในพระพุทธศาสนาอีกเช่นกันที่ระบุเอาไว้ว่า “พระจักรพรรดิราช” มีแก้ววิเศษทั้ง ๗ ประการ อันได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว รัตนะ (หรือที่ในอุษาคเนย์เรียกอย่างจำเพาะเจาะจงลงไปว่า แก้วมณีโชติ) นางแก้ว ขุนคลังแก้ว และขุนพลแก้ว โดยแก้วแต่ละประการก็มีคุณลักษณะวิเศษแตกต่างกันไป๑ คือ

    3-1.jpg
    พระจักรพรรดิราช แวดล้อมด้วยแก้วิเษศทั้ง ๗ ประการ ศิลปะแบบอินเดียโบราณ ในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๒๐๐-๔๐๐ จากเมืองชัคไคยเปตะ แคว้นอานธรประเทศ ประเทศอินเดีย ถือเป็นภาพพระจักรพรรดิราชที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่ง (ภาพจากหนังสือ The Art of Ancient India, 1999)
    จักรแก้ว ช้างแก้ว และม้าแก้ว เป็นสัญลักษณ์ของพระราชพาหนะ ที่จะนำเสด็จองค์พระจักรพรรดิไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรวดเร็วตามพระทัยปรารถนา

    แก้วมณีโชติ เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำมาหากินของราษฎร

    นางแก้ว เป็นที่จำเริญพระทัย

    ขุนคลังแก้ว ทำให้เจริญพระราชทรัพย์

    ส่วนขุนพลแก้วนั้น ทำให้สำเร็จซึ่งสรรพกิจทั้งปวง และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่ต้องเป็น “ราชบุตรผู้ใหญ่แห่งสมเด็จบรมจักรพรรดิราช” นั่นเอง

    และก็ด้วยคุณลักษณะของแก้ววิเศษทั้ง ๗ ประการนี้เอง ที่ทำให้พระจักรพรรดิราชบรรลุถึงชัยชนะในสกลแผ่นดินทั่วทั้งสิ้น๒

    พิธีกรรมกับการสร้าง “จักรพรรดิราช”

    คติเรื่องพระจักรพรรดิราช ในพระพุทธศาสนา แรกปรากฏขึ้นในช่วงรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๒๗๕–๓๑๑) แห่งราชวงศ์เมาริยะเป็นอย่างน้อยรูปสลักพระจักรพรรดิราชที่พบอยู่มากในศิลปะอินเดียโบราณโดยเฉพาะที่จำหลักขึ้นในรัชสมัยของพระองค์นั้นก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะหมายถึงองค์พระเจ้าอโศกเองด้วย

    4-3.jpg
    แผ่นหินจำหลักรูปคชลักษมี ในวัฒนธรรมทวารวดี กำหนดอายุในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๑๓๐๐-๑๔๐๐ พบที่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ภายในพบภาพประกอบด้วยสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ หรือเครื่องสูงต่างๆ ได้แก่ แส้ วัชระ พัดโบก ฉัตร ปลา และสังข์ จึงทำให้มีผู้สันนิษฐานว่า หลุมตื้นๆ ที่ใจกลางแผ่นหินนี้อาจจะใช้รองรับหม้อน้ำ (ปูรณฆฏะ) ที่ใช้สำหรับทำพิธีอภิเษกเทพหรือเทพีในพิธีราชสูยะ หรือพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ก็ได้ (ภาพจากหนังสือจักรพรรดิราช ที่พึ่งของมหาชนชาวสยาม)
    ดังนั้น “พระจักรพรรดิราช” จึงไม่ได้ล่องลอยอยู่เฉพาะในโลกของปรัมปราคติเท่านั้น แต่ถูกนำมาสวมทับเข้ากับบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง เพื่อผลประโยชน์การใดการหนึ่ง

    และการที่ “กษัตริย์” จะมีสถานะเป็น “พระจักรพรรดิราช” ได้นั้น จำเป็นต้องมีการประกอบพิธีกรรมเพื่อให้กษัตริย์มีฐานะประดุจดั่งพระเป็นเจ้า ซึ่งตามความหมายอย่างเก่า หมายถึง พระอินทร์ ผู้เป็นราชาเหนือหมู่เทพทั้งหลาย แล้วค่อยเกลื่อนกลายมาเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในยุคหลังพระเวทอย่างพระศิวะและพระวิษณุ อย่างที่คุ้นเคยกันมากกว่า โดยเฉพาะในกรณีของพระวิษณุนั้น คัมภีร์ปุราณะบางฉบับถึงกับถือว่า พระจักรพรรดิราชนั้นเป็นอวตารหนึ่งของพระองค์เลยทีเดียว๓


    พิธีกรรมดังกล่าวนี้มีชื่อเรียกและรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละตำรา แต่อนุโลมเรียกรวมๆ กันว่า“พิธีราชสูยะ” ซึ่งได้แพร่หลายเข้าไปในหมู่ชนที่ยอมรับนับถือพระศาสนาจากชมพูทวีป ไม่ว่าจะพุทธ หรือว่าพราหมณ์ก็ดี อาจกล่าวได้ด้วยว่า พิธีดังกล่าวเป็นต้นเค้าที่มาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปัจจุบันนั่นเอง

    กลวิธีในการสร้างความชอบธรรมอีกประการหนึ่งที่มักปรากฏอยู่เสมอคือการสร้างรูปเคารพของเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเพื่อหลอมรวมกษัตริย์ผู้สร้างเข้ากับเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์นั้น

    5-2.jpg
    ปราสาทพนมบาแค็ง บนภูเขากลางเมืองพระนคร สถานที่หลอมวมพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ เข้ากับพระอิศวร ตามคติเทวราชา หลังจากเสด็จสวรรคต (ภาพจากหนังสือจักรพรรดิราช ที่พึ่งของมหาชนชาวสยาม)
    ในกรณีของจักรวรรดิเมืองพระนคร กษัตริย์ของพวกขอมโบราณจะสร้างเทวาลัยขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเคารพที่พระองค์จะกลับเข้าไปรวมกับเทพเจ้าพระองค์นั้นเมื่อสวรรคตไปแล้ว โดยมักจะตั้งชื่อรูปเคารพนั้นโดยการผสมพระนามของพระมหากษัตริย์เข้ากับพระนามของเทพเจ้านั่นเอง

    ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดตัวอย่างหนึ่งก็คือ ปราสาทพนมบาแค็ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของเมืองพระนคร ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๑๔๓๒–๔๓)ผู้ทรงสร้างเมืองพระนคร โดยตัวปราสาทนอกจากจะสร้างอยู่บนยอดเขาที่กลางเมืองแล้ว ยังมีฐานปิระมิดอันเป็นสัญลักษณ์ของภูเขา มีนัยสะท้อนถึงเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของจักรวาลตามคติความเชื่อในปรัมปราคติจากชมพูทวีป จึงอาจกล่าวได้ว่า เมืองพระนครเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่มีปราสาทพนมบาแค็งเป็นเขาพระสุเมรุจำลอง

    คติดังกล่าวยังซ้อนทับอยู่กับเขาไกรลาส ที่ประทับของพระอิศวร (หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระศิวะ) ซึ่งจำลองแทนด้วย “ศิวลึงค์” อันเป็นรูปเคารพประธานของปราสาทแห่งนี้

    และก็เป็นรูปศิวลึงค์นี้เองที่ทำหน้าที่หลอมรวมกษัตริย์ผู้สร้าง คือพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ เข้ากับพระอิศวร หลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว พระนามของศิวลึงค์องค์นี้คือ “ยโศธเรศวร” ตามพระนามของพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนาศิวลึงค์กับพระอิศวร

    ศิวลึงค์องค์นี้ยังถูกสถาปนาเป็น “เทวราชา” หรือ “กมรเตง ชคต ราชะ” ตามศัพท์เขมรโบราณ ซึ่งหมายถึง “ราชาของหมู่เทพเจ้าทั้งหลาย” ซึ่งหมายความว่า เมื่อพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ สวรรคตแล้ว จะไปรวมเข้ากับพระอิศวร ในฐานะที่เป็นราชาของหมู่เทพเจ้าอีกด้วย๔

    6-2.jpg
    พระพุทธรูปพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ซ้าย) พระพุทธรูปพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ขวา) ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเพื่อเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แสดงให้เห็นถึงความสืบทอดคติจากวัฒนธรรมขอมโบราณที่เมืองพระนคร (ภาพจากหนังสือจักรพรรดิราช ที่พึ่งของมหาชนชาวสยาม)
    อนึ่งการหลอมรวมตัวเองเข้ากับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มีมาก่อนในวัฒนธรรมแม่แบบของพราหมณ์ในชมพูทวีป๕ แต่เป็นคติพื้นเมืองอุษาคเนย์ ที่พบได้ทั้งในอารยธรรมขอม จาม ชวา และแม้กระทั่งในไทย

    “จักรพรรดิราช” กับเครื่อง “ราชกกุธภัณฑ์”

    การสร้างความชอบธรรมของกษัตริย์ให้มีฐานะประดุจเทพเจ้านี้แม้จะเริ่มต้นและสร้างเสริมด้วยพิธีพราหมณ์แต่ก็จำเป็นต้องใช้สัญลักษณ์บางอย่างในการสร้างสิทธิธรรมนั้นด้วยลักษณะอย่างนี้อาจเห็นได้ชัดจากเครื่องราชูปโภคต่างๆโดยเฉพาะเครื่องราชกกุธภัณฑ์

    7-2.jpg
    เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ในราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ และใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก (ภาพจากหนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ๒๕๓๐)
    แนวคิดเกี่ยวกับเครื่องราชกกุธภัณฑ์นั้นมีปรากฏมาตั้งแต่โบราณแล้ว ดังปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุของจิวตากวน ชาวจีนที่เดินทางเข้าไปในเมืองพระนครหลวง (นครธม) ประเทศกัมพูชา เมื่อราว พ.ศ. ๑๘๓๙ ได้กล่าวถึง “พระแสงขรรค์ชัยศรี” ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากษัตริย์ที่สืบเนื่องมาเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของสยามมาตั้งแต่ยุคอยุธยาและสืบเนื่องจนมาถึงยุครัตนโกสินทร์

    จารึกสุโขทัยหลักที่ ๒ ซึ่งได้มาจากวัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย มีข้อความระบุว่า ผีฟ้าแห่งเมืองยโสธรปุระ (หมายถึงกษัตริย์แห่งนครธม หรือเมืองพระนครหลวง) ได้พระราชทานพระแสงขรรค์ชัยศรีพร้อมกับพระราชธิดาของพระองค์ ให้กับพ่อขุนผาเมือง พระแสงขรรค์ชัยศรีจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงเข้ากับอำนาจของผีฟ้าแห่งเมืองยโศธรปุระ พร้อมๆ กับที่เชื่อมโยงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองพระแสงขรรค์องค์นั้น เข้าอำนาจของอารยธรรมอันเรืองรองของเมืองพระนครหลวงนั่นเอง

    ในส่วนของราชสำนักไทยสมัยรัตนโกสินทร์นั้น เครื่องราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ประกอบไปด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี พัดโบกวาลวิชนี ธารพระกร และฉลองพระบาทเชิงงอน นับรวม ๕ ประการ จึงเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า “เบญจราชกกุธภัณฑ์” ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์และใช้ประกอบในพระราชพิธีบรมราชาธิเษก

    เครื่องราชกกุธภัณฑ์นั้นจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนองค์พระจักรพรรดิราช ตามที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ซึ่งแม้ว่าจะแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ก็เชื่อได้ว่ามีต้นเค้าที่มาอยู่ไม่มากก็น้อย


    https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5481
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ธันวาคม 2018
  7. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑
    ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
    [​IMG]
    [๓๒๐] ๑. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่าง
    สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วย
    ติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ
    ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัด
    รำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่า
    บูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะที่บ้าน ดูลักษณะที่นา เป็นหมอ
    ปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ
    เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทายเสียงกา
    เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอทายเสียงสัตว์ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอ
    ประการหนึ่ง.
    ๒. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ ทายลักษณะแก้วมณี ทายลักษณะไม้พลอง ทายลักษณะผ้า ทายลักษณะศาตรา
    ทายลักษณะดาบ ทายลักษณะศร ทายลักษณะธนู ทายลักษณะอาวุธ ทายลักษณะสตรี
    ทายลักษณะบุรุษ ทายลักษณะกุมาร ทายลักษณะกุมารี ทายลักษณะทาส ทายลักษณะทาสี ทาย
    ลักษณะช้าง ทายลักษณะม้า ทายลักษณะกระบือ ทายลักษณะโคอุสภะ ทายลักษณะโค
    ทายลักษณะแพะ ทายลักษณะแกะ ทายลักษณะไก่ ทายลักษณะนกกระทา ทายลักษณะเหี้ย
    ทายลักษณะตุ่น ทายลักษณะเต่า ทายลักษณะมฤค แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    ๓. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ ดูฤกษ์ยาตราทัพว่า พระราชาจักยกออก พระราชาจักไม่ยกออก พระราชาภายใน
    จักยกเข้าประชิด พระราชาภายนอกจักถอย พระราชาภายนอกจักยกเข้าประชิด พระราชาภายใน
    จักถอย พระราชาภายในจักมีชัย พระราชาภายนอกจักปราชัย พระราชาภายนอกจักมีชัย พระราชา
    ภายในจักปราชัย พระราชาองค์นี้จักมีชัย พระราชาองค์นี้จักปราชัย เพราะเหตุนี้ๆ แม้ข้อนี้
    ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    ๔. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่า จักมีจันทรคราส จักมีสุริยคราส จักมีนักษัตรคราส ดวงจันทร์
    ดวงอาทิตย์จักเดินถูกทาง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินผิดทาง ดาวนักษัตรจักเดินถูกทาง ดาว
    นักษัตรจักเดินผิดทาง จักมีอุกกาบาต จักมีดาวหาง จักมีแผ่นดินไหว จักมีฟ้าร้อง ดวงจันทร์
    ดวงอาทิตย์ และดาวนักษัตรจักขึ้น ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักตก ดวงจันทร์
    ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักมัวหมอง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักกระจ่าง จันทร-
    *คราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ สุริยคราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ นักษัตรคราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์
    ดวงอาทิตย์เดินถูกทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เดินผิดทางจักมีผลเป็นอย่างนี้
    ดาวนักษัตรเดินถูกทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินผิดทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ มีอุกกาบาต
    จักมีผลเป็นอย่างนี้ มีดาวหางจักมีผลเป็นอย่างนี้ แผ่นดินไหวจักมีผลเป็นอย่างนี้ ฟ้าร้องจักมีผล
    เป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรขึ้นจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์
    และดาวนักษัตรตกจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรมัวหมองจักมีผลเป็น
    อย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรกระจ่างจักมีผลเป็นอย่างนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอ
    ประการหนึ่ง.
    ๕. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่า จักมีฝนดี จักมีฝนแล้ง จักมีภิกษาหาได้ง่าย จักมีภิกษาหาได้ยาก
    จักมีความเกษม จักมีภัย จักเกิดโรค จักมีความสำราญหาโรคมิได้ หรือนับคะแนน คำนวณ
    นับประมวล แต่งกาพย์ โลกายตศาสตร์ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    ๖. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ให้ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง
    ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้
    คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรง
    หญิงสาว เป็นหมอทรงเจ้า บวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหม ร่ายมนต์พ่นไฟ
    ทำพิธีเชิญขวัญ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    ๗. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์
    ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
    เห็นปานนี้ คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน
    ทำกะเทยให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่
    พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่าย ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน
    ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยาแก้ปวดศีรษะ หุงน้ำมันหยอดหู ปรุงยานัตถุ์ ปรุงยาทากัด
    ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทำการผ่าตัด รักษาเด็ก ใส่ยา ชะแผล แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอ
    ประการหนึ่ง.
    ดูกรมาณพ ภิกษุสมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้ ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เลย เพราะศีลสังวร
    นั้น เปรียบเหมือนกษัตริย์ผู้ได้มุรธาภิเษก กำจัดราชศัตรูได้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ
    เพราะราชศัตรูนั้น ดูกรมาณพ ภิกษุก็ฉันนั้น สมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัย
    แต่ไหนๆ เพราะศีลสังวรนั้น ภิกษุสมบูรณ์ด้วยอริยศีลขันธ์นี้ ย่อมได้เสวยสุขอันปราศจากโทษ
    ในภายใน ดูกรมาณพ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล.
    จบมหาศีล.
    ดูกรมาณพ ศีลขันธ์อันเป็นอริยะนี้แล ที่พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสรรเสริญ และทรงยัง
    ประชุมชนนี้ ให้สมาทาน ให้ตั้งอยู่ ให้ดำรงอยู่ อนึ่ง ในพระธรรมวินัยนี้ ยังมีกรณียกิจที่
    ยิ่งขึ้นไปอยู่อีก.
    ส. ข้าแต่ท่านพระอานนท์ น่าอัศจรรย์นัก ไม่เคยมีมาแล้ว ศีลขันธ์อันเป็นอริยะนี้
    บริบูรณ์แล้ว มิใช่ไม่บริบูรณ์ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นศีลขันธ์อันเป็นอริยะที่บริบูรณ์อย่างนี้ ในสมณ-
    *พราหมณ์เหล่าอื่นภายนอกพระศาสนานี้เลย ท่านพระอานนท์ สมณพราหมณ์เหล่าอื่นภายนอก
    พระศาสนานี้ พึงเห็นศีลขันธ์อันเป็นอริยะที่บริบูรณ์แล้วอย่างนี้ในตน เขาเหล่านั้นจะพึงพอใจ
    เพราะเหตุเพียงเท่านั้นแล ด้วยเหตุเพียงเท่านี้เป็นอันพอแล้ว ด้วยเหตุเพียงเท่านี้เป็นอันทำเสร็จ
    แล้ว สำคัญตนว่า เราได้บรรลุถึงประโยชน์แห่งสามัญคุณแล้วโดยลำดับ ไม่มีกรณียกิจอะไรที่
    จะยิ่งขึ้นไปอีก แต่ท่านพระอานนท์ก็ยังกล่าวอย่างนี้ว่า ในพระธรรมวินัยนี้ ยังมีกรณียกิจที่ยิ่ง
    ขึ้นไปอยู่อีก.
    อริยสมาธิขันธ์



    http://www.84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=9&item=320&items=1&mode=bracket
     
  8. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    เอาจริง ๆ ผมเบื่อคำทำนายมาก
     
  9. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    กรรมใดใคร ผู้นั้นก่อ ก็ต้องรับ
    ไม่มีสับ เปลี่ยนผลกรรม นั้นได้หนอ
    ทำกรรมหนัก รับผลกรรม น้ำตาคลอ
    สักวันหนอ ผลกรรมไซร้ จะตามทัน

    จะช้าเร็ว ทุกผู้คน จนในจิต
    กรรมประชิด ติดตามตัว มิแปรผัน
    หากบุญหมด กรรมชั่วเพิ่ม ย่อมตามทัน
    โปรดจงหมั่น สะสมบุญ เสบียงธรรม

    โลกธรรม8 สอนเรา ไม่ให้ติด
    ไม่หลงพิศ ลุ่มหลงผิด จิตถลำ
    อันชื่อเสียง ทรัพย์สินกาย อย่าจดจำ
    กุศลกรรม นำทางเพิ่ม เสบียงบุญ

    ให้รู้จัก ปล่อยวางใน จิตกิเลส
    เมื่อรู้เหตุ รู้จักผล ไม่เคืองขุ่น
    รู้จักใน ทางสายกลาง พลางเพิ่มพูน
    ไม่ว้าวุ่น ด้วยตัญหา ราคะมาร

     
  10. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    คำทำนาย อุปมา ซับซ้อนยิ่ง
    ใครรู้จริง หรือแกล้งหลอก รอเฉลย
    รอวันโลก แตกสลาย เลยตามเลย
    เบื่อแล้วเอย โปรดเฉลย ขี้เกียจเดา !
     
  11. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    ธรรมราชา พาผู้คน สนใจฟัง
    มีพลัง นำผู้คน ต้องจิตไหว
    เพราะความเชื่อ พระยาธรรม นำเวไนย
    หลุดพ้นสู่ นิพพานได้ ดั่งทำนาย

    เดี๋ยวตัวจริง เดี๋ยวตัวปลอม ซับซ้อนยิ่ง
    แล้วตัวจริง อยู่ที่ไหน จะไปหา
    เพลงพรายพิญ ใจอยากรู้ ใคร่สนทนา
    พระยาธรรม ท่านเจ้าขา มาโปรดที

     
  12. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง
    คำทำนายภัยพิบัติยัง เลื่อนได้
    ปี 55 มา 60 แล้ว ยังเลื่อน อีกนา
    ไม่เกิดดีกว่าแน่ จบนะ เอวัง
     
  13. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    นางสาวพิญ เพลงพรายร่าย อารมณ์รัก
    ขอสมัคร ผูกจิตคิด อุเบกขา
    หนึ่งวจี เรียงร้อยถ้อย จำนรรจา
    ขอโปรดอย่า ว่า”รุ่นป้า” ให้เสียใจ
     
  14. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    ใดใดในโลก ล้วนอนิจจัง
    คนเล่นเวบพลังจิตทุกวัน ยัง เหาะได้
    ถามข้อธรรม แล้วด่ากัน ไม่หยุด อีกนา
    เจริญธรรมตรงไหน ตอบหน่อย เอามันส์
     
  15. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    วังเวียนว่ายวนวายวัฏร
    เวียนแว่ววานหวั่นไหววาม
    หวิววาบหวามไว้วุ่นวาย
    วัยวายวับวังเวงวน
     
  16. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
     
  17. zalievan

    zalievan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    2,990
    ค่าพลัง:
    +4,978
    น่ารักครับ
     
  18. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    ดาราดับ จับจิตจน หม่นหมองเศร้า
    นวลพักตร์เรา เยาวมาลย์ อยู่ไหนหนอ
    จันทราเลื่อน เคลื่อนนภา พี่เฝ้ารอ
    อสงไขย ใจจดจ่อ คำสัญญา

    ดอกบุหลัน ร่วงหล่นลง ตรงเท้าพี่
    วสันต์เปลี่ยน เวียนวนมา คนึงหา
    กลิ่นบุหงา ลอยลมยวน ป่วนอุรา
    แม่ดารา เดือนเด่นด้าว อยู่หนใด

    วานกระซิบ สำเนียงเสียง เรียงคำถ้อย
    ใจดวงน้อย น้องนวลนี้ มีพี่ไหม
    สุดแสนรัก จักจำพราก เวรกรรมใด
    โปรดเถิดหนา เจ้าแก้วใจ ไยหมางเมิน

    ไม่เอื้อนเอ่ย เจรจา อันใดเจ้า
    ไม่หยอกเย้า เหมือนเคย ไยวางเฉย
    พี่รักเจ้า โปรดเจรจา เหมือนดั่งเคย
    แม่ทรามเชย อย่าโทสา หนีพี่ไป
     
  19. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    เพียงชาติใด ถ้าเราไม่อาจได้คู่กัน
    ในชาตินั้น จะยอมเปลี่ยวใจ ถ้าไร้เธอ
    เจอชาติใดจะขอติดตามไปพบเจอ

    เธอหนอเธอ

    ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ขาด
    ภพชาติพรากเราห่างกันไม่ได้

    เมื่อบุพเพสันนิวาสหมั้นหมายให้เจอ

     
  20. เพลงพรายพิญ

    เพลงพรายพิญ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2018
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +639
    ดันกระทู้ ¥¥¥
     

แชร์หน้านี้

Loading...