เรื่องเด่น อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๕๔ : แหวนจักรพรรดิ

ในห้อง 'อดีตที่ผ่านพ้น' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 กันยายน 2019.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    64
    ค่าพลัง:
    +1,760
    54.jpg
    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๕๔ : แหวนจักรพรรดิ

    ปลายปี ๒๕๒๙ มีผู้นำเพชรที่ขุดได้ที่เขาพระงาม จ.ลพบุรี มาให้ "หลวงพ่อ" ดู เป็นเพชรที่เปอร์เซ็นต์เนื้อสูงมาก เกือบจะเป็นเพชรแท้อยู่แล้ว อาตมาลองกรีดกระจกดู ผลคือ ตู้กระจกพังไปเลย..!

    "หลวงพ่อ" ถามว่า ถ้าต้องการเป็นจำนวนมาก เพื่อจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล จะหาให้ได้หรือไม่...? เขาบอกว่าได้ พวกเราต้องการทราบว่า "หลวงพ่อ" จะสร้างเป็นอะไร ในที่สุดก็ออกมาเป็นแหวน มีชื่อว่า “จักรพรรดิ”...

    แหวนจักรพรรดิ.jpg

    ในพิธีพุทธาภิเษก "หลวงพ่อ" เล่าเหตุมหัศจรรย์ให้ฟังว่า การปลุกเสกทุกครั้ง อานุภาพที่คลุมลงบนวัตถุมงคล จะเป็นละอองแก้วบาง ๆ เท่านั้น แต่คราวนี้ประกายแก้วหนาทึบจนมองไม่เห็นโต๊ะหมู่บูชาเลย...

    ยิ่งกว่านั้นคือ "หลวงพ่อ" เริ่มพิธีหลังสามทุ่ม พอหลับตาลงจิตก็รวมดิ่งเป็นหนึ่งเดียว รู้สึกว่าเดี๋ยวเดียว แต่พอลืมตาขึ้นมา ตีสี่พอดี...! คืนต่อมาเริ่มเหมือนเดิม ลืมตามาตีสาม...! ท่านบอกว่าเหมือนนั่งครู่เดียวจริง ๆ...

    “ตั้งแต่ป่วยมาหลายปีแล้ว เพิ่งมีครั้งนี้แหละ ที่จิตรวมตัวได้เต็มอัตราขนาดนี้...” เรื่องอานุภาพไม่ต้องพูดถึง ปกติน้อยครั้งที่ "หลวงพ่อ" จะกล่าวถึงสรรพคุณของวัตถุมงคล แต่คราวนี้ท่านบอกว่า “พระควรจะมีติดตัวไว้...”

    พระเจ้าจักรพรรดิสามารถเลี้ยงคนทั้งโลกได้อย่างไร ต่อไปภายหน้า หากพระต้องแยกย้ายกันไปเป็นผู้นำแก่หมู่ชนที่ใด จะได้เลี้ยงดูญาติโยมและศิษย์ทั้งหลายได้ ไม่มีการอดอยากขาดแคลน เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิฉันนั้น อยากได้นะอยากอยู่ แต่ราคามันแพงนะซิ...

    เรือนแหวนเป็นทอง ใต้ท้องแหวนสลักนาม "หลวงพ่อ" ในขณะนั้น คือ “พระสุธรรมยานเถระ” หัวแหวนเป็นเพชรเรียงสามเม็ด เม็ดใหญ่อยู่กลาง เม็ดรองอยู่สองข้าง เพชรนี้มีเทวดารักษาเม็ดละ ๑ องค์เลยเลยทีเดียว...

    “พระ” ท่านให้กำหนดราคาสามเท่าของราคาทองคำ เพื่อนำเงินส่วนกำไรไปสร้างมณฑปแก้ว ราคาทองประมาณ ๒,๒๐๐ บาท สามเท่าก็ตก ๖,๖๐๐ บาท นับว่าแพงมาก จัดเป็นวัตถุมงคลราคาแพงที่สุดเท่าที่ "หลวงพ่อ" เคยมีมา ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน เพราะปกติราคายืนพื้นที่ ๑๐ บาท...!

    แต่แปลก...ราคาแพงปานนั้น คนกลับแย่งกันจองเหมือนได้เปล่า จ่ายมัดจำก่อน ๒,๒๐๐ บาท ของจะได้เมื่อไรก็ไม่รู้ ? ขนาดนั้นบัญชีรายชื่อยังยาวเหยียด และมีไม่น้อยที่สั่งหลายวง จะเผื่อคนอื่นหรือของตนเองก็ไม่อาจจะทราบได้...

    สำหรับพระนับว่าน่าเห็นใจ จะหารายได้มากมายแบบนั้นมาจากไหน "หลวงพ่อ" เลยอนุญาตพิเศษ คิดราคาทุนเฉพาะพระ คือ ๒,๒๐๐ บาท สั่งได้รูปละ ๑ วงเท่านั้น ใครสละสิทธิ์ ห้ามรูปอื่นใช้สิทธิ์แทนเป็นอันขาด ผู้ใดสวมสิทธิ์เจออาบัติปาราชิก...!

    อาตมาได้รับความเมตตาจากน้องสาวคนเล็กของหลวงปู่มหาอำพัน คือน้านิล (คุณนิลประไพ บุญ-หลง) น้านิลท่านสงสารพระจะผอมตายซะก่อน เลยช่วยจ่ายค่าแหวนให้ นับเป็นพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้...

    ตั้งแต่ได้แหวนจักรพรรดิมา เรื่องลาภผลมีความคล่องตัวจริง ๆ อาตมาสามารถถวายสังฆทานชุดละ ๑ พันบาท ได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละชุด บางเดือนถึง ๔ – ๕ ชุด แล้วยังการทำบุญอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน เรียกว่าถ้าสะสมเงินเป็นซะหน่อยเดียว แค่ปีสองปีก็รวยอื้อแล้ว...!

    อาตมามีดวงสมพงษ์กับผีมาก ไม่ว่าจะไปไหนเป็นต้องถูกผีหลอกเสมอ กลางปี ๒๕๓๐ อาตมาย้ายมาเข้าเวรหน้าตึกของ "หลวงพ่อ" จำต้องย้ายที่อยู่จากป้อมตะวันออก มาพักที่ตึกกองทุนฝั่งวัดเก่าแทน...

    ตึกกองทุนนั้น เดิมเป็นที่ตั้งของกุฏิเจ้าอาวาสรูปก่อน "หลวงพ่อ" ทำตะกรุดแจก คนแย่งกันรับจนกุฏิพัง "หลวงพ่อ" เลยสร้างใหม่ กลายเป็นตึกกองทุนในปัจจุบัน เคยเป็นที่ "หลวงพ่อ" รับแขกอยู่ระยะหนึ่ง มีชื่อเสียงทางผีดุเป็นพิเศษ...ฮ่า...!

    มีโครงกระดูกเก่า ๆ อยู่ในตึกโครงหนึ่ง อาตมาเห็นไม่มีใครสนใจ เลยเอาไปไว้ในห้องด้วย ผลคือคุณเธอมาหานะซิ...! ยังดีที่มาแบบสวยงาม รายต่อมาคือนาฬิกาปลุกประจำตัว ถ้าถึงเวลากรรมฐานแล้วยังนอนละก็ เคยหวดอาตมาด้วยกระบองจนดาวกระจายว่อนมาแล้ว โหดชะมัดเลย...!

    อีกรายมาเป็นชุด เป็นพวกหมอศัลยกรรม หามศพเข้ามาวางข้าง ๆ อาตมา จัดการผ่าอุตลุด หั่นให้ดูทีละชิ้น ทีละชิ้น เลือดนองพื้นไปหมด กลิ่นคาวแทบอาเจียน พอทนไม่ไหวแกก็หายวับไปทั้งกลุ่ม...เฮ้อ...รอดตายไปที...!

    โดนแบบนี้ก็ไม่ว่ากันหรอก ถือว่ามาดี มาช่วยให้เข้าถึงธรรมเร็วขึ้น แต่ไอ้ประเภทที่มาร้ายนี่ซิ โดนเข้าทีเข็ดไปนานเลย ตอนนั้นอาตมาตื่นมาภาวนาตอนตีสาม พอถึงตีห้าชักเมื่อย เลยคิดจะนอนภาวนาแทน...

    พอเอนตัวลง ดึงผ้าห่มคลุมอก ผีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ขนาดเด็ก ๕ – ๖ ขวบ กระโดดติดผ้าขึ้นมาเลย คว้าคออาตมาได้ ก็ตั้งหน้าตั้งตาบีบ...บีบ...บีบ...ไม่รู้ว่าโกรธแค้นกันมาแต่ปางไหน เห็นตัวเล็กแค่นั้นมือหนักชะมัดยาด อย่างกับถูกบีบด้วยคีมเหล็กก็ไม่ปาน...!

    อาตมาดิ้นเท่าไรก็ไม่หลุด ลมหายใจเหลือนิดเดียว จะขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว นึกขึ้นมาได้ว่า เราพกแหวนจักรพรรดิอยู่ในกระเป๋าอังสะแท้ ๆ ยายผีนี่นั่งทับแหวนอยู่เลย ทำไมแหวนถึงไม่ช่วยเรานะ...?

    พอคิดว่าทำไมแหวนไม่ช่วยเท่านั้นเอง ก็มีประกายสว่างวาบอย่างกับฟ้าแลบ สีขาวเจิดจ้าหมุนคว้างเต็มไปทั้งห้อง ยายผีเด็กและองครักษ์ที่ยืนประจำสี่มุมห้อง ป่นเป็นผุยผงแหลกราญไปในพริบตา...!

    โอ้โฮ...! อานุภาพแหวนจักรพรรดิ ร้ายกาจถึงปานนี้เชียวหรือ...? ยายผีนั่นจะแหลกหาซากไม่เจอขนาดไหนก็ช่างเถอะ สมน้ำหน้ามันเสือกมาบีบคอเรา แต่องครักษ์ทั้งสี่นั่นซิ...เทวดาทั้งนั้นนะ...!

    อาตมากำหนดจิตเรียกสักเท่าไร สี่องครักษ์ก็ไม่เห็นกลับมา แม้จะจุดธูปขอขมาก็แล้ว สัญญาว่าจะไม่เผลอใช้แหวนจักรพรรดิอีกก็แล้ว หายเงียบเรียบร้อย คงหลบไปรักษาตัวกระมัง...? ถ้าเป็นคนคงเจ็บปางตายทีเดียว...

    จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ สามปีเข้าไปแล้ว จะหาผีสักตัวมาแผ้วพานที่ตึกกองทุนก็แสนยาก โธ่...เขาผิดไปแล้วจริง ๆ ...ขอร้องล่ะ...กลับมาเถอะนะ คราวนี้จะอัดหนักขนาดไหนก็ยอมล่ะ...ช่วยกลับมาหลอกทีเถอะ...ผีจ๋า...!

    ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 10 กันยายน 2019

แชร์หน้านี้

Loading...