เรื่องเด่น อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๗๗ : น้ำมันชาตรี

ในห้อง 'อดีตที่ผ่านพ้น' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 7 ตุลาคม 2019.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,240
    กระทู้เรื่องเด่น:
    93
    ค่าพลัง:
    +2,251
    77.jpg
    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๗๗ : น้ำมันชาตรี

    สำรวมจิตลงเป็นหนึ่ง ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย พ่อแม่ ครูอาจารย์ องค์บุรพมหากษัตริย์ ตลอดถึงผู้มีพระคุณทั้งหมด ขยับเปลี่ยนจากท่าเทพพนม เป็นท่าถวายบังคม ต่อด้วยพรหมสี่หน้า ย่างสามขุม คุมเชิงครู ดูดัสกร ฟ้อนลองเชิง ฯลฯ...

    “ดีมาก...” คำชมสั้น ๆ จากครู (ครูเขตร์ ศรียาภัย) ทำเอาศิษย์หน้าใหม่ปลาบปลื้มเป็นที่ยิ่ง “อุตส่าห์ฝึกหัดเอาไว้เถอะ ต่อไปจะได้ถ่ายทอดแก่ลูกหลานไว้ไม่ให้สูญหาย สมัยนี้ท่ามวยอย่าง ทุ่มทับ จับหัก เหินเตะ ไม่มีใครเขารู้จักกันแล้ว...”

    “ครูเองก็เสียดายวิชา “ปลุกน้ำมันชาตรี” ทำเท่าไรก็ไม่ขึ้น ถ้าทำขึ้นละไอ้หนูเอ๋ย...เก่งเท่าเก่ง ใหญ่เท่าใหญ่ ก็เรียงหน้าเข้ามาเถอะ...” นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ยินคำว่า “น้ำมันชาตรี” ตามวิชาตั้งธาตุ ปลุกธาตุของพาหุยุทธ (มวยไทย)

    “หลวงพ่อ” วัดท่าซุง เล่าว่า “ในชีวิตฉันเห็นคนปลุกน้ำมันชาตรีขึ้นเพียง ๒ รายเท่านั้น หนึ่งคือหลวงพ่อปาน สองคือท่านอาจารย์โภคา ต้องปลุกขึ้นถึง ๗ วาระ จึงนับว่าใช้ได้ ฉันเองก็ทำไม่ได้ พระท่านว่ายังไม่ถึงเวลา”

    “ชาตรีนี่เหนือกว่าคงกระพัน คงกระพันถูกตีถูกฟันหนัก ๆ ถึงไม่เข้าก็เจ็บ แต่ชาตรีนี่โดนเท่าไรมันไม่รู้สึกเจ็บ โบราณเรียกว่า “ลูกเบา” คือ ถูกอะไรรู้สึกว่าเบาไปหมด ฉันเห็นกับตาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นกำลังเดินตัดทุ่งจะไปเทศน์...”

    “มันเกิดลมหมุนขึ้นมา เห็นคนตกจากยอดตาลลงมาพลั่กใหญ่ ไอ้เราคิดว่าถึงไม่ตายก็คางเหลือง วิ่งเข้าไปหมายจะช่วย มันลุกขึ้นปัดตูดหน้าตาเฉย มือยังถือกระบอกน้ำตาลอยู่เลย ปัดไปบ่นไป ไอ้ห่...หกไปซะหน่อยได้...”

    “ถามมันดูว่ามีอะไรดี มันบอกว่ามี “ลูกเบา” อีกรายคือเจ้าอั๋น มันจะขึ้นชกมวย เจ้านี่เวลาชกมวยใช้ชื่อว่า “นิตย์” คู่ชกมันเก่งมาก กลัวสู้ไม่ได้เลยมาหาฉัน ฉันขโมยน้ำมันชาตรีหลวงพ่อปานมาหน่อยหนึ่ง ก็ไม่หน่อยล่ะ เกือบครึ่งขวดยานัดถุ์...”

    “ความจริงไม่ได้ขโมยหรอกนะ ท่านใช้ฉันเฝ้ากุฏิ ฉันเลยคิดค่าเฝ้าซะ เอาแตะหัวเจิมให้เจ้าอั๋นมันนิดหนึ่ง มันก็ขึ้นไปชก ชนะน็อกเขาลงมา ถามมันว่าตอนที่เขาชกมันรู้สึกอย่างไร มันบอกว่า เหมือนเขาชกเบา ๆ โดนเท่าไรก็ไม่รู้สึกเจ็บ...”

    อานุภาพอีกอย่างของน้ำมันชาตรีคือ อธิษฐานกินเพื่อรักษาโรคได้ทุกชนิด น้ำมันหลวงปู่ปานที่ทุกคนเรียกว่า “น้ำมันสังฆโรค” ก็คือน้ำมันชาตรีนั่นเอง “หลวงพ่อ” ไปพบเหลือก้นขวดอยู่ที่กุฏิหลวงปู่ปาน ไม่มีใครเขารู้จัก เลยเอามาเติมแบ่งให้ใช้รักษาโรคกัน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำมันชาตรี เล่นเอาอาตมากอดขวดโง่อยู่ตั้งนาน...!

    ก่อนเข้าพรรษาปี ๒๕๓๔ “หลวงพ่อ” บอกว่า “พระท่านอนุญาตให้ทำน้ำมันชาตรีได้แล้ว ท่านจะช่วยให้ปลุกครั้งเดียวใช้ได้เลย ไม่ต้องทำถึง ๗ วาระ...” ว่าแล้ว “หลวงพ่อ” ก็สั่งน้ำมันงาจากโรงงาน รวดเดียว ๓๐๐ ปีบ...!

    ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๔ วันอาสาฬหบูชา หลวงพ่อทำพิธีพุทธาภิเษกที่ศาลา ๒ ไร่ โดยมีมีดหมอและชานหมากมาเข้าปลุกเสกด้วย หลังพิธีหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า...

    “สมเด็จองค์ปฐมเสด็จมาเป็นประธานเอง พระพุทธเจ้า พระอรหันต์มากันแน่นขนัด กระทั่งสมเด็จองค์ปฐมตรัสเรียกท้าวสหัมบดีพรหมเข้ามาสั่งการ ขนาดท้าวสหัมบดีพรหมยังต้องกราบขอทางแทบแย่ กว่าจะหลีกเข้าได้...”

    “ในชีวิตหลวงพ่อปาน ท่านทำน้ำมันชาตรีแค่ ๒ วาระ ส่วนฉันเองก็คงได้ทำครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ไม่เป็นไรนะ... น้ำมันชาตรีนี่เอาไปเติมเท่าไร อานุภาพก็ยังเหมือนเดิม ถ้าเราเติมไว้เรื่อย มันก็ไม่หมด..ใช่ไหม...?

    เวลาเติมให้เอาน้ำมันชาตรีเททับน้ำมันงานะ อย่าเอาน้ำมันงาเททับน้ำมันชาตรี ถ้าทำแบบนั้นจะไม่มีผล...” ญาติโยมที่ได้น้ำมันชาตรีไป ต่างก็ปลาบปลื้มใจเป็นที่ยิ่ง นำไปใช้ได้ผลเป็นที่อัศจรรย์ บางคนรถชนกันยับเยินไปทั้งคัน ตำรวจถามว่าศพอยู่ไหน...? เขาตอบว่า “ศพอยู่ไหน ผมก็ไม่รู้...? แต่รถคันนี้ผมขับมาเองครับ...!”

    อาตมาเห็นอานุภาพน้ำมันชาตรีถนัด ตอนไปดูดวงแข (ดวงแข คชภูมิ) หัดยิงปืน พ่อของดวงแขเพิ่งตาย ในครอบครัวก็เป็นผู้หญิงเกือบทั้งหมด คนเขาเลยไม่ให้ความเกรงใจ จ้องจะรังแกกันท่าเดียว ล่าสุดเพิ่งจี้เอารถเครื่องใหม่เอี่ยมไป ๑ คัน...!

    ด้วยความเจ็บใจที่ถูกจี้รถไป ดวงแขเลยหัดเล่นของหนัก เอาปืนมาหัดซ้อมยิงกัน บังเอิญปืนก็มาก คนก็มาก เลยเกิดเหตุสยองขวัญขึ้น ขณะที่ดวงแขกำลังฝึกบรรจุกระสุนของซีแซด ขนาด ๙ ม.ม. อยู่ จุ๊บ (เบญจพร วิบูลย์พันธุ์) ก็หยิบเอาสมิธ ขนาด ๑๑ ม.ม. ไปลูบ ๆ คลำ ๆ...

    เสียงเกียง (มาลินี ตีรเลิศพานิช) บอกว่า “เซฟไว้แล้ว ลองเหนี่ยวไกดูซิ...” จุ๊บซึ่งไม่ประสีประสากับปืนก็เหนี่ยวไก “เปรี้ยง...!” เสียงดังสนั่นปานฟ้าผ่า จุ๊บตกใจช็อกตาค้าง...!

    มือยังกำปืนที่ง้างนกร่าน่าหวาดเสียว เพื่อนต้องแย่งมาลดนกก่อน “กระสุนไปทางไหน...?” อาตมาถามหาวิถีกระสุน ถ้าไปโดนบ้านใกล้เรือนเคียงบาดเจ็บล้มตาย มีหวังคุกแน่ ๆ “อยู่นี่...” แม่ของดวงแขหยิบหัวกระสุนที่แตกเปลือกแบนแต๊ดแต๋มาชูให้ดู “มาถูกฉันที่ชายโครงนี่...!”

    ทุกคนพรวดเข้าไปดูด้วยความตกใจ แม่ของดวงแขเปิดเสื้อให้ดู เห็นมีรอยผื่นแดง ๆ นิดเดียว “รู้สึกเหมือนตัวแมงมันบินมาชนอย่างนั้นแหละ...” กระสุนฟูลเมตัลแจ๊กเก็ต แรงปะทะ ๔๕๐ ฟุตปอนด์ นักมวยเฮฟวี่เวทยังตีลังกาสามทอด กลายเป็นตัวแมลงบินมาชน...! อะไรมันจะ “ลูกเบา” ได้ขนาดนั้น...?

    ถ้าใครไม่รู้อานุภาพของกระสุนบวกพีขนาด ๑๑ มม. คงจะไม่กระไรนัก แต่อาตมาซาบซึ้งเป็นที่สุด ใครโดนเข้าเต็มภิกขาขนาดนั้น ต่อโลงได้เลยทุกราย ความเร็วต้น ๑,๐๕๐ ฟุต/วินาที จากลำกล้อง ๕ นิ้ว ไม้กระดานขนาดนิ้วครึ่งยังทะลุกลมดิกเป็นสว่านไชเลย อย่าว่าแต่เนื้อคน...!

    “ก็ไม่เห็นมีอะไร นอกจากกินน้ำมันชาตรีวันละช้อนทุกวัน...” แม่ของดวงแขเฉลยให้ทราบ เท่านั้นเองข่าวคราวของน้ำมันชาตรี ที่เหนือกว่ามหาอุตม์และคงกระพัน ก็ระบือลือลั่นจนกลบอานุภาพทางรักษาโรคซะสนิทเลย...!

    ๓ ตุลาคม ๒๕๓๕
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...