อมตะวาจาธรรมข้อใดของพระพุทธเจ้าที่ท่านชอบมากที่สุด?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย teeratoy2002, 23 สิงหาคม 2009.

  1. NikuSeed

    NikuSeed เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +721
    ชอบที่สุดก็...

    "บุคคลใดทำความชั่ว ตราบใดที่กรรมชั่วยังไม่แสดงผล เขาย่อมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อกรรมชั่วนั้นให้ผล เขาถึงรู้ว่าที่ทำไปนั้นเป็นบาปกรรมไม่ดี"
    "บุคคลใดกระทำความดี แต่กรรมดียังไม่ให้ผล ก็คิดว่าทำดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป แต่เมื่อกรรมดีให้ผล เขาย่อมคิดว่ากรรมดีมีจริง ให้ผลดีจริง"

    เป็นส่วนหนึ่งที่พระธรรมราชาให้โอวาทแด่เทวดาพาลที่สถิตอยู่ในซุ้มประตูของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เมื่อครั้งเทวดากลับใจได้
    (แต่ที่ผมพิมพ์ไป ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ว่ามีแต่งเติมอะไรมั้ย แต่ใจความดีนะครับ ^^)
     
  2. เดินทาง

    เดินทาง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    225
    ค่าพลัง:
    +37
    ที่ชอบมากบทนี้ครับ " ความเพียรพยายามพวกเธอต้องทําเอง ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกเท่านั้น"
     
  3. hyperz

    hyperz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    315
    ค่าพลัง:
    +3,359
    " ชนะตนเองนั่นแล ประเสริฐ "
     
  4. Pongroch

    Pongroch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2008
    โพสต์:
    496
    ค่าพลัง:
    +1,479
    ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
    จำและยึดไว้ปฏิบัติเสมอมา เพราะเป็นความจริงที่มีอยู่ในปัจจุบันจริงๆ ทำด้วยตนเองดีที่สุด
     
  5. wuttichai0329

    wuttichai0329 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    1,020
    ค่าพลัง:
    +764
    ผมชอบธรรมมะ ของพระพุทธเจ้าครับ แต่ไม่ชอบและอยากได้เท่า มหาสติ มหาปัญญา ของพระพุทธเจ้าครับ
    อนุโมทนา กับทุกท่าน มีความสนใจธรรมะ พระพุทธเจ้า ครับ สาธุ
     
  6. ร่มโพธิ์

    ร่มโพธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    556
    ค่าพลัง:
    +1,949
    นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา...แสงสว่างใดเสมอด้วยแสงแห่งปัญญาไม่มี

    [​IMG]
     
  7. humanbeing

    humanbeing เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    632
    ค่าพลัง:
    +214
    "การอันใดเป็นไปเพื่อระงับดับร้อน ดับพิษภัยจากความโลภโมโทสัน ดับราคะตัณหา ความอยากมี อยากใหญ่ นั่นก็เป็นธรรมพระศาสดา" http://larndham.net/index.php?showtopic=12455 (เคยได้ยินว่า ข้อความนี้คือพุทธพจน์ค่ะ พระพุทธเจ้าทรงกรุณาตอบคำถามของพระสงฆ์สาวก ว่าถ้าเกิดพระสงฆ์พบเจอธรรมอันใดที่ไม่แน่ใจ หลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ก็ให้ใช้หลักการนี้ ถ้าผู้ใดทราบว่าไม่ถูกต้อง ก็แย้งได้นะคะ ผู้อ่านท่านอื่นก็จะได้รู้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
    ชอบพุทธโอวาทนี้มากที่สุดจริงๆค่ะ เพราะช่วยในการพิจารณา แยกแยะธรรมได้เป็นอย่างดี)



    "โย จ คาถาสตํ ภาเส อนตฺถปทสญฺหิตา


    <DL><DD>เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. </DD></DL><DL><DD>โย สหสฺสํ สหสฺเสน สงฺคาเม มานุเส ชิเน </DD></DL><DL><DD>เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานํ ส เว สงฺคามชุตฺตโม. </DD></DL><DL><DD>"ก็ผู้ใด พึงกล่าวคาถาตั้งร้อย ซึ่งไม่ประกอบ </DD></DL><DL><DD>ด้วยบพเป็นประโยชน์; บทแห่งธรรมบทเดียวที่บุคคล </DD></DL><DL><DD>ฟังแล้วสงบระงับได้ ประเสริฐกว่า ( การกล่าว </DD></DL><DL><DD>คาถาตั้ง ๑๐๐ ของผู้นั้น). ผู้ใด พึงชนะมนุษย์ </DD></DL><DL><DD>พันหนึ่งคูณด้วยพันหนึ่ง (คือ ๑ ล้าน) ในสงคราม </DD></DL><DL><DD>ผู้นั้น หาชื่อว่า เป็นยอดแห่งชนผู้ชนะในสงครามไม่, </DD></DL><DL><DD>ส่วนผู้ใดชนะตนคนเดียวได้, ผู้นั้นแล เป็นยอดแห่ง </DD></DL><DL><DD>ผู้ชนะ ในสงคราม." http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2_%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%93._%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%A3%E0%B8%B5 (ปกติแล้ว พุทธโอวาทอื่นๆมักจะมีประเด็นสำคัญเพียงประเด็นเดียว แต่บทนี้ มี 2 หัวข้อเลยค่ะ)</DD></DL>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 สิงหาคม 2009
  8. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    ๓. ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต
    อุปสนฺโต สุขํ เสติ หิตฺวา ชยปราชยํ.

    ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมอยู่เป็นทุกข์, ผู้สงบระงับ
    ละความชนะและความแพ้ได้แล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข.

    เรื่องปราชัยของพระเจ้าโกศล
    http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=25&p=3

    http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y8242733/Y8242733.html
     
  9. นุภาวัฒน์

    นุภาวัฒน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    774
    ค่าพลัง:
    +268
    ผู้ใดใช้ทรัพย์จำนวนพัน ประกอบพิธีบูชาทุกเดือน การบูชานั้นจะมีค่ามากมายอะไร การยกย่องบูชาบุคคลที่อบรมตนแล้ว คนหนึ่ง แม้เพียงครู่เดียวประเสริฐกว่า
     
  10. yaksa

    yaksa Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    38
    ค่าพลัง:
    +80
    "อนิจจา วตสังขารา อุปปาทวยธัมมิโน อุปปัชฌิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปสโม สุโข"

    " สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา
    ครั้นเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมดับไป การเข้าไปสงบระงับสังขารได้ เป็นความสุข"
     
  11. Ream

    Ream เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    155
    ค่าพลัง:
    +214
    ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า
     
  12. เรียนรู้ธรรม

    เรียนรู้ธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2007
    โพสต์:
    74
    ค่าพลัง:
    +250
    <TABLE cellPadding=1 width=717 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=711 height=55>
    มีพุทธพจน์ตรัสเตือนไว้ ไม่ให้ประมาทหลักปฏิจจสมุปบาทนี้
    </TD></TR><TR><TD align=left width=711 height=88>
    มีพุทธพจน์ตรัสเตือนไว้ ไม่ให้ประมาทหลักปฏิจจสมุปบาทนี้ว่าเป็นหลักเหตุผลที่เข้าใจง่าย เพราะมีเรื่องที่พระอานนท์เข้าไปกราบทูลพระองค์ และพระองค์ได้ตรัสตอบ มีความดังนี้
    </TD></TR><TR><TD align=left width=711 height=38>
    "น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาเลยพระเจ้าข้า หลักปฏิจจสมุปบาทนี้ถึงจะเป็นธรรมลึกซึ้ง และปรากฏเป็นของลึกซึ้ง แต่ก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนเป็นธรรมง่ายๆ"
    </TD></TR><TR><TD align=left width=711 height=38>
    "อย่ากล่าวอย่างนั้น อย่ากล่าวอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้เป็นธรรมอันลึกซึ้ง และปรากฏเป็นของลึกซึ้ง เพราะไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่แทงตลอดหลักธรรมข้อนี้แหละ หมู่สัตว์นี้จึงวุ่นวายเหมือนเส้นด้ายที่ขอดกันยุ่ง..........ฯลฯ."
     
  13. Kob4321

    Kob4321 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2009
    โพสต์:
    42
    ค่าพลัง:
    +54
    ชอบกระทู้นี้จังเลยค่ะ มาโพสอีกก็จิตามมาอ่านอีกเรื่อยๆนะคะ
    อนุโมทนาค่ะ ^___^
     
  14. บุตรพระแม่อนุตตรธรรม

    บุตรพระแม่อนุตตรธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2008
    โพสต์:
    548
    ค่าพลัง:
    +428
  15. ปรมิตร

    ปรมิตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    404
    ค่าพลัง:
    +527
    สำหรับผม ได้ใช้ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกขณะโดยเฉพาะเวลาที่ใจลอย หรือคิด อาลัยอาวรกับเรื่องบางอย่าง จะมีพระพุทธพจน์ลอยขึ้นมาว่า
    บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วยความอาลัย และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ......
     
  16. ปรมิตร

    ปรมิตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    404
    ค่าพลัง:
    +527
    ตัวคาถาเต็มๆของภัทเทกรัตตสูตร เป็นพระสูตรที่ตรัสสอนทางปฏิบัติ
    ที่จะให้มีความสุขอันเกิดจากความสงบอยู่ตลอดคืนตลอดวัน
    หรือยกเอาราตรีขึ้นมาก็ตลอดราตรี​

    อตีตัง นานวา กมยะ ไม่พึงพวงถึงหน่วงเหนี่ยวใจถึงธรรมะหรือส่วนที่เป็นอดีตคือล่วงไปแล้ว
    นับปติกังเค อานาคตัง ไม่หวังถึงธรรมะหรือส่วนที่เป็นอนาคตยังไม่มาถึง
    ยทะตีตัง ปหินันตัง ส่วนที่เป็นอดีตก็ล่วงไปแล้ว
    อัปปัตตัญจะ อนาคตัง ส่วนที่เป็นอนาคตก็ยังไม่มาถึง
    ปัจจุปันนัญจะโยธัมมัง ส่วนปัจจุบันธรรมคือธรรมะ หรือส่วนที่เป็นปัจจุบัน
    สัตถะ สัตถะ วิปัสติ เห็นแจ้งในที่นั้นๆ ในกาลนั้นๆ ในอารมณ์นั้นๆ
    อสังหิรัง อสังกุปัง ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลน
    ตังวิพาวะตะปรูหะเย พึงเจาะแทงปัจจุบันธรรมนั้น พอกพูนความเจาะแทงนั้น
    อัชเฌวกิจจะมาตัปปัง ความเพียรพึงเร่งรีบกระทำในวันนี้ทีเดียว
    โกณทัญญา มรณังสเว ใครเล่าจะรู้ว่าความตายจะมาแต่วันพรุ่งนี้
    นหิโนสังกรันเตนะ มหาเสเดนะมัจจุนา ความผัดเพี้ยนด้วยความตาย อันมีเสนาใหญ่มิได้เลย
    เอวังวิหาเรมาตาปิง ผู้ที่มีความเพียรไม่ย่อหย่อนอยู่อย่างนี้
    อโหระตะ มะตันตีตัง ทั้งกลางวันและกลางคืน
    ตังเวภัทเทกรัตโตติ สันโตอจิตขเตมุนี
    พระมุนีเรียกผู้ที่มีความเพียรไม่ย่อหย่อนนั้นว่าเป็นผู้สงบ เป็นผู้ที่มีราตรีเดียวเจริญ ดั่งนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 สิงหาคม 2009
  17. วรกันต์

    วรกันต์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    190
    ค่าพลัง:
    +257
    <center>คาถาธรรมบท ชราวรรคที่ ๑๑
    </center> [๒๑] ร่าเริงอะไรกันหนอ ยินดีอะไรกัน ในเมื่อโลกสันนิวาสถูก
    ไฟไหม้โพล่งแล้วเป็นนิตย์ ท่านทั้งหลายถูกความมืดหุ้มห่อ
    แล้ว เพราะเหตุไรจึงไม่แสวงหาประทีป ท่านจงดูอัตภาพอัน
    บุญกรรมทำให้วิจิตรแล้ว มีกายเป็นแผล อันกระดูกสามร้อย
    ท่อนปรุงขึ้นแล้ว กระสับกระส่าย อันมหาชนดำริกันโดย
    มาก ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง รูปนี้คร่ำคร่าแล้ว เป็นรังแห่ง
    โรค ผุพัง กายของตนอันเปื่อยเน่าจะแตกเพราะชีวิตมีความ
    ตายเป็นที่สุด กระดูกเหล่าใดเขาไม่ปรารถนาแล้ว เหมือน
    น้ำเต้าในสารทกาล มีสีเหมือนนกพิราบ จะยินดีอะไร
    เพราะได้เห็นกระดูกเหล่านั้น สรีระอันกรรมสร้างสรรให้
    เป็นเมืองแห่งกระดูก มีเนื้อและเลือดเป็นเครื่องไล้ทา เป็น
    ที่ตั้งแห่งความแก่ ความตาย ความถือตัว และความลบ
    หลู่ ราชรถทั้งหลายอันวิจิตรย่อมคร่ำคร่าได้โดยแท้ อนึ่งแม้
    สรีระก็เข้าถึงความคร่ำคร่า ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่
    เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษแลย่อมสนทนาด้วยสัตบุรุษ
    บุรุษมีสุตะน้อยนี้ ย่อมแก่เหมือนโคถึก เนื้อของเขาย่อม
    เจริญ [แต่] ปัญญาของเขาหาเจริญไม่ เราแสวงหานาย
    ช่างเรือนอยู่ เมื่อยังไม่ประสบ แล่นไปแล้วสู่สงสารมีชาติ
    ไม่น้อย ความเกิดเป็นทุกข์ร่ำไป แน่ะนายช่างเรือน บัดนี้
    เราพบท่านแล้ว
    ท่านจักไม่ต้องสร้างเรือนอีก ซี่โครงของ
    ท่านทั้งหมดเราหักแล้ว ยอดเรือนเราขจัดเสียแล้ว จิตของ
    เราถึงแล้วซึ่งนิพพานอันปราศจากสังขาร เราบรรลุความสิ้น
    แห่งตัณหาแล้ว คนพาลทั้งหลายไม่ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่
    ได้ทรัพย์ในคราวเป็นหนุ่ม ย่อมซบเซา เหมือนนกกระเรียน
    แก่ ซบเซาอยู่บนเปือกตม ซึ่งสิ้นปลาแล้ว ฉะนั้น คน
    พาลทั้งหลายไม่ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่ได้ทรัพย์ในคราว
    เป็นหนุ่มย่อมนอนทอดถอนถึงทรัพย์เก่า เหมือนลูกศรสิ้น
    ไปแล้วจากแล่ง ฉะนั้น ฯ

    เป็นคำที่ดูง่ายๆ ไม่ได้กินใจอะไร นะครับ ชอบมากๆ

    แต่จริงๆ แล้วแฝงความหมายลึกมาก ลึกสุดยอดจริงๆ (ถ้าคุณคิดความหมายแฝงออกนะ)
    </pre>
     
  18. runtg

    runtg สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +6
    ผมชอบประโยคที่พระองค์ตรัสสอนพราหมณ์คฤหบดีชาวบ้านสาลาเกี่ยวกับความสงสัยว่าชาติหน้ามีหรือไม่ว่า "แม้สมณพรามหณ์จะกล่าวไว้ว่า โลกหน้ามี ถ้อยคำของสมณพราหมณ์เหล่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ จงยกไว้ แต่คนคนนี้ที่ทุศีล มีความเห็นผิด พูดว่าผลของบุญบาปไม่มี ย่อมถูกวิญญูชนติเตียนในปัจจุบัน ถ้าโลกหน้ามี คนคนนั้นก็ถือเอาโทษคือ ถูกติเตียนในปัจจุบัน และตายไปก็จักเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก" นึกถึงแล้วทำให้ผมมีกำลังใจทำความดีมากครับ.
     
  19. งูขาว

    งูขาว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2008
    โพสต์:
    948
    ค่าพลัง:
    +1,821
    ธรรมกาย

    ไม่มีทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ไม่มีฌาน ไม่มีการบรรลุ เพราะไม่มีอะไรให้บรรลุ
    รูปก็คือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าก็คือรูป รูปไม่อื่นไปจากความว่างเปล่า ความว่างเปล่าไม่อื่นไปจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณก็ว่างเปล่า
    โอ สารีบุตร ธรรมทั่งปวงว่างเปล่า
     
  20. nut5467

    nut5467 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    250
    ค่าพลัง:
    +164
    สรณะอื่นใดเล่า จะเทียบเท่าพระพุทธเจ้า
     

แชร์หน้านี้

Loading...