อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง สมาธิตั้งมั่นกับอารมณ์วางเฉย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ฺBENATO, 19 มีนาคม 2020.

  1. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +5
    สวัสดีครับ ท่านใดพอแนะนำหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อแตกต่างหรือจุดสังเกต ระหว่าง สมาธิตั้งมั่นในสมถะ(อาการสงบนิ่งคล้ายภวังค์) กับ อารมณ์วางเฉยในวิปัสสนา(อารมณ์วางเฉยในที่นี้ หมายถึง วางจากอารมณ์อันชอบใจและไม่ชอบใจ) ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มีนาคม 2020
  2. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,780
    ค่าพลัง:
    +379
    ต้องใช้ หลักของเหตุ มาเป็นตัวชี้

    ถ้าไป ใช้ตัวผล จะถูก มายา ความวิจิตร
    ของขันธ์(พวงดอกไม้แห่งมาร) ล่อให้ไล่
    จับ ตะครุบ เหมือน เงาะป่า

    ถ้า จขกท สามารถ ต้านทาน การเล็งส่วนผล
    ในแบบที่โลกเขาใช้ จิตวิทยาหมู่ อยู่ได้

    แค่ครั้งแรก ที่เห็น เหตุ ต่อไปจะไม่ถามใคร
    อีกเลยไม่ว่าจะ รู้ เห็น อะไร

    เหตุของ สมถะ คือ กิเลส นิวรณ์รำงับ

    เหตุของ วิปัสสนา คือ เห็นความดับของกิเลส
    และความดับไปของนิวรณ์

    สมถะ เหตุจึงง่ายๆ แค่ ตักบาตรพระแม้ทุศีล
    ( ลำพังแค่ สาดเศษอาหารลงม่อน้ำครำ ด้วย
    การวางจิตว่า เศษอาหารจะเป็นอาหารของสัตว์
    ในทางน้ำครำนั้น ด้วยเหตุเพียงแค่นี้ ก็สามารถ
    มีกินไม่มีคำว่าอดตายไปชั่วกาลนาน ประสาอะไร
    จะตักบาตรแก่ภสมณะสารูปแม้นทุศีล ปาราชิก อวด
    สรรพคุณ พูดนู้นนั่นนี้ให้อนุสัมปันบันพยักหน้าเข้าใจ)

    วิปัสสนา คือเห็น กิเลส ความลังเลในผลทาน
    ที่พึ่งสาดไปตะกี้ หรือ ตักบาตรตะกี้ มันดับ
    ( ถ้าไม่ดับ ความกังวล จะปิดบังความเบิก
    บาน ปิติ ปัสสัทธิ อุเบกขา ในสมัย)

    ทีนี้แถม

    อภิญญา จะมีแก่จิตที่ปราศจาก ตัณหา อุปาทาน
    หากยังไม่ ขุดราก ถอนโคน ยังเวียนว่ายตาย
    เกิดอีกหาเบื้องปลายไม่ได้ เราไม่ให้คะแนน
    แม้นจะ เหาะเหิน เดินฟ้า ได้แบบ กาฬเทวินดาบษ
     
  3. ไม่...อยู่

    ไม่...อยู่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,780
    ค่าพลัง:
    +379
    เป็นไง พอไหว ไหม

    ถ้าไหว สมมติ มีเงินบาทเดียว มีเงาะผลเดียว
    ก็เอาเลย เอาไป หย่อนตุ๊บ หรือ ซื้อน้ำ ซื้อขนม
    ใส่

    ความลังเลในทาน จาคะ โลกสวรรคิ์ มีไหม
    (เงาะ ผลเดียว ทำทานจนท้าวสักกะ ต้อง
    ลอบไปตักบาตร พระมหากัสสปะ เลยนะ
    แพ้คนทำบุญด้วย เงาะผลเดียว )

    หากไม่ลังเล ก็จะ เห็นแล้ว ความลังเล
    ดับ ปิติเกิด แล้วก็ดับ บังคับให้อยู่นาน
    ไม่ได้ แต่......

    แต่ถ้า ไม่ใช่ประเภท เห็นจิตเป็นตน บุคคล
    เราเขา เราจะสามารถ ทำ คอมโบ้ ที่เรียก
    ว่า "แผ่จิต" ได้

    ด้วยการระลึก ถึงความดับของ กิเลส ตัณหา
    นิวรณ์ ซ้ำๆๆๆๆๆๆ

    ยิ่ง แผ่จิต ระลึกถึงจาคานุสติ ศีลานุสติ หรือ
    เอา พระท่านมาเป็นส่วนระลึก สังฆานุสติ(ตรง
    นี้จะเป็น ศิลปในการ เล่น บ่อกสิณ10)

    แผ่จิตจนปิติ ปรากฏทั่วตัว ( หากมี มิจฉา
    ทิฏฐิเห็น จิตเป็นตน บุคคล เรา เขา เวลา
    ปิติมันตีมากๆ จะเกิดอาการ หวงแหนจิต
    กลัว จิตจะโน้นนั่นนี้ แทนที่จะ ตีคอมโบ้
    เห็นจิตเกิดดับ โดยอาศัยปิติเกิดดับ อัน
    อาศัยเห็นกิเลส ตัณหาอุปทานเกิดดับ
    แล้ว....เห็น ความรู้ชัดความดับของกิเลส
    ตัณหาอุปทานอาศัย อุบายอย่างนี้ๆ )

    นะ

    พอแผ่ปิติเป็น แผ่จิตเป็น ไม่ ฉวยจิต
    เป็นตน บุคคล เราเขา

    7วันไม่ถามใคร 7เดือนไม่ถามใคร
    7ชาติไม่ต้องถามใครอีกเลย
     
  4. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    อันนี้เป็นฌาน..
     
  5. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    อันนี้เป็นอุเบกขารมณ์..
     
  6. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    ส่วนสมถะกับวิปัสนา จะแยกจากกันไม่ได้ เกื้อกูลกันไปตลอดสาย จนถึงความหลุดพ้น..

    สมถะ คือ ความสงบไม่เดินปัญญา หมายถึง ไม่ยกจิตไปพิจารณาสิ่งใด..

    วิปัสนา คือ การพิจารณาธรรม หมายถึง การคิด วิเคราห์ แยกแยะ

    (อันนี้ก็แปลความหมายแบบโลกๆพอให้เข้าใจ)
     
  7. กระร่อน

    กระร่อน อกหักหลักลอยคอยงานสังขารเสื่อม

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +13
    ผมเสือกได้มัยครับ55
    ไม่ชอบคำว่า วางเฉย ดูอัตรายชอบกล
    เปลี่ยนเป็นคำว่า ละ ได้มั้ยดูละสดชื่น
     
  8. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    ถ้าให้ตอบตามที่ถามมา

    ทั้งสองนั้น เป็นอันเดียวกัน..
     
  9. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    สนทนาธรรม ไม่มีคำว่าเสือก..

    ถ้าไม่มาแบบอยากเอาชนะแบบใครบางคน(ในห้องข้างๆ555) ก็ถือว่า "สนทนาธรรมตามกาล"

    รายนั้นมาแบบมั่นใจ คิดแต่จะเอาชนะ ด้วยจิตริษยา ทุกโพสต์เต็มไปด้วยอาการปีติ เพราะคิดว่าตนรู้แล้ว..

    เพราะคิดว่ามาคราวนี้ ต้องชนะได้แน่ ต้องทำให้เราขายขี้หน้าได้แน่..

    แต่ เปล่า เลย..
     
  10. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +5
    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ด้วยความเคารพนะครับ แต่ผมยังไม่เข้าใจโดยถ่องแท้ครับ
     
  11. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    ต้องการทางพ้นทุกข์ ต้องการผู้ชี้ทาง..

    ในเว็บบอร์ด ก็ มี อยู่หลายคน..

    แล้วแต่ใครจะมองเห็นได้..

    ผู้เข้าถึงแล้ว นั้นมีอยู่

    เก็บเกี่ยวเอาตามความสามารถ ตามปัญญาของทุกท่านเถิด..
     
  12. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    ปฏิบัติ ด้วยความเพียร เดี๋ยวก็เข้าใจ..

    ถ้าถามมาก ตอบมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นสัญญาไปหมด..

    พอไปปฏิบัติ จะไปคาดหมาย สุดท้ายจะเป็น จิตหลอกจิต..

    ไปทำสมถะให้ชำนาญ เข้าให้ถึง "เอกัคคตาจิต" ให้ได้ก่อนแล้วค่อยกลับมาถามใหม่..
     
  13. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    3,388
    ค่าพลัง:
    +488
    ท่านเล่าปัง เข้ามาแนะนำต่อเลย..

    เราไปอาบน้ำ ทำกิจที่ควรทำ ละ..
     
  14. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +5
    พิจารณสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนั้นจนมันวางไปหมด แล้วมันว่างจากสิ่งใดๆ ชั่วขณะหนึ่ง นี้มันคืออะไรครับ
     
  15. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,368
    ค่าพลัง:
    +9,461
    +++ สมถะสมาธิ คือ อาการ "ตั้ง ตน มั่น" เป็นการ "ฝึก ตน" ไม่ให้ซัดส่ายไปมา
    +++ วิปัสสนา คือ อาการ "สติ" ที่เป็น "อิสระ" ไม่มีอาการของ "ตน" มาปิดบัง
    +++ จะ "สังเกตุ" ไม่ได้หรอก เหตุเพราะ "ตน" คือ ผู้สังเกตุ
    +++ ณ ขณะที่ "ตน" เกิด มันก็ปิดบัง "สติ" ไปเรียบร้อยแล้ว

    +++ คำถามนี้ อยู่ในระดับ การฝึก "ตน เกิด/ดับ"
    +++ ผู้ที่ "ไม่ได้ฝึก หรือ ยังมาไม่ถึง" บริเวณนี้
    +++ ถึงจะเข้าใจได้ ก็ได้แค่ "จำไว้" เฉย ๆ
    +++ ประโยชน์จริง ยังมาไม่ถึงอยู่ดี นะ
     
  16. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,368
    ค่าพลัง:
    +9,461
    +++ เป็นอาการ "พิจารณา แบบทางโลก" ที่มัน เบื่อ "เป็นตุเป็นตะ เอาเอง"
    +++ หลังจากนั้น มันก็เลย "หยุดพิจารณา" มันเลย "ดูเหมือนว่าง"
    +++ หลังจาก "ชั่วขณะ" มันก็ "เกิดใหม่" มันเป็น เช่นนั้นแล........
     
  17. D.(Username)

    D.(Username) ธรรมมะ จะกาโล มะโหติธรรม ผู้เจริญทำย้อมมีทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +2
    ก่อนที่เราจะตั้งมั่นในสมาธิเราก็ได้เกิดความคิดแล้วว่าเราจะนั่งสมาธิ
    การวางเฉยก็คือการที่เราคิดแล้วว่าจะไม่นั่งจึงวางเฉยในการนั่งสมาธิ
    อันนี้ไม่ผิดคับถึงจะนั่งมานานถ้าไม่นั่งก็ไม่เกิดกิเลสหลอกคับถึงเกิด
    ก็แค่มีลมมาแว๊ปๆว่า เหอะวันนี้จะนั่งไม่นั่งดีหว่า แต่ถ้าไม่นั่งจะเกิด
    ลมมาบอกว่า อื่มๆ เช่นนั่งก็จะเกิดปิติ ปิติหมายถึงความยินดียินร้าย
    แต่ถึงจะไม่นั่งก็จะเกิดเหมือนไฟเผาตัวเองมันเป็นแค่กิเลสแห่ง
    น้ำและไฟ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มีนาคม 2020
  18. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +5
    ขอบคุณ คุณธรรม-ชาติ มากครับ ที่ทำให้ผมเข้าใจโดยละเอียด
     
  19. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +5
    ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแชร์ความคิดเห็นครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มีนาคม 2020
  20. Justnobody

    Justnobody สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2020
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +11
    ถ้าผู้ใดก็ตามลงมือปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังไม่ย่อท้อ ผู้นั้นก็จะรู้เอง เห็นเอง เข้าใจถึงความแตกต่างเองโดยไม่ต้องไปถามใคร เพราะธรรมมะเป็นอจินไตย เป็นปัจจัตตัง ไม่มีผู้ใดเห็นธรรมเข้าใจธรรมได้โดยอาศัยตรรกะหรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรอกครับ
    ขออนุญาตยกตัวอย่างง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพ ถ้าใครก็ตามอยากจะรู้ความแตกต่างระหว่าง pain กับ orgasm ควรจะทำอย่างไร? ควรวิ่งเที่ยวถามคนโน้นคนนี้หรือเปล่า? หรือว่าควรลองตบหน้าตัวเองแรงๆสักครั้งไหม? หรือว่าควรมีเซ็กส์สักครั้งสองครั้งดีกว่าจะไปถามคนอื่น?
    ถ้าอยากรู้แจ้งเห็นจริง ต้องลงมือปฏิบัติเองครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 มีนาคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...