อยากฝึกมโนมยิทธิแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย noolegza, 3 เมษายน 2008.

  1. noolegza

    noolegza เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    1,034
    ค่าพลัง:
    +3,833
    อยากฝึกครับ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี หาอ่านในกระทุ้ก็ไม่ค่อยเจอแบบละเอียด
    โหลดไฟล์หนังสือไปก็อ่านแล้วยังงงอยู่ ดุเหมือนคล้ายฝึกกสินใช่ไม๊ครับ แต่เรา
    จะเอาพระที่ไหนอะคับ หรือนึกเอาในใจกำหนดเอาเองว่าจะให้เป็นแบบไหน แล้ว
    จะไม่เป็นการทึกทักเอาเองหรือครับ.....รบกวนผู้รู้ทุกท่านช่วยสอนหน่อยครับ
    .....ตอนนี้เจริญอาณาปาณสติอยู่ครับ...
     
  2. นายจั๊บ

    นายจั๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    419
    ค่าพลัง:
    +1,109
    ฝึกมโนฯ ฝึกเองไม่ได้อ่ะครับไม่ง่ายเหมือนกสิณ ควรจะต้องมีครูสอน เดี๋ยวจะกลายเป็นอุปาทาน คิดเอาเองว่าใช่ เสียเวลาเปล่าๆ ไปที่บ้านสายลมสิครับ เค้ามีฝึกกันทุกๆต้นเดือน ยิ่งถ้าเจริญอาณาปาณฯ น่าจะยิ่งง่ายขึ้นนะครับ
     
  3. phutsa

    phutsa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    266
    ค่าพลัง:
    +851
    ผมก็อยากฝึกครับแต่ไม่มีครู จะไปฝึกบ้านสายลมก็ไกล ผมอยู่ต่างจังหวัด
    ตอนนี้เพิ่งขึ้นปี 1 มหาวิทยาลัย โชคดีมหาวิทยาลัยนี้มีรุ่นพี่เขาได้มโนยิทธิ แต่ตอนนี้เขาไปบวชเลยยังไม่เจอกัน คงประมาณ พ.ค. ปีนี้ ถึงจะได้เจอ
    (รอพี่ Carbonator)
     
  4. อาคันตุกะนิรนาม

    อาคันตุกะนิรนาม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    374
    ค่าพลัง:
    +1,468
    ไปที่วัดเลยครับ...ผมก็ไปพักที่วัด ถือศีล 5
    ตั้งใจจริง...ขอบารมีหลวงพ่อ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
    เเสดงว่าไม่เคยฝึกอภิญญาในอดีตชาติ...
    เหมือนเเฟนผม ท่าทางน่าจะฝึกได้ง่าย เพราะ
    บุคคลิกเป็นคนเรียบร้อย สุภาพ อ่อนหวาน เเต่เเปลก
    พยายามฝึกยังไงก็ฝึกไม่ได้ พอตอนหลังไปหาป้านิภา
    คุณป้าเห็นหน้าปั๊บทักเลยว่า คนนี้ฝึกอภิญญาเป็นชาติเเรก
    เลยถึงบางอ้อ...
     
  5. ayamoto

    ayamoto เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    303
    ค่าพลัง:
    +230
    ไม่ทราบว่า คุณ จขกท อยู่ จังหวัดไหน เพราะ เดี๋ยวนี้ สายมโนฯ ของหลวงพ่อฤาษี แพร่หลายมากขึ้น สามารถ มี ตามจุด ต่างๆ ที่ตามต่างจังหวัด พอจะหาฝึกได้ค่ะ ถ้ายังงัย ก้อบอกมาอีกทีน่ะค่ะ เดี๋ยวช่วยค้นคว้าให้ เผื่อสะดวก และ ฝึกนำทางไปก่อน ที่ รุ่นพี่ของคุณ จะ กลับมาค่ะ .. สาธุ ..
     
  6. satan

    satan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    5,055
    ค่าพลัง:
    +17,800
    มโนมยิทธิ เป็น 1 ใน วิชชา 8 ก่อนฝึกสิ่งใดนั้น ลด ละ เลิก ให้อภัยและอุเบกขา ก่อนครับ... แล้วก็มาดูจิตตัวเราเองก่อนที่จะฝึกครับ

    ภูมิแห่งฤทธิ์ มีมูล16 ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ จากหนังสือพระพุทธเจ้าสอนกรรมฐาน / คุณ ไชย ณ พล

    1.จิตไม่ฟุบลง ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้าน
    2.จิตไม่ฟูขึ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะอุจธัจจะ
    3.จิตไม่ยินดี ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะราคะ
    4.จิตไม่มุ่งร้าย ย่อมไม่หวั่นไหว เพราะพยาบาท
    5.จิตอันความคิดเห็นไม่อาศัย ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความคิดเห็น
    6.จิตไม่พัวพัน ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ ฉันทะราคะ
    7.จิตหลุดพ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกามราคะ
    8.จิตไม่เกาะเกี่ยว ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลส
    9.จิตปราสจากเครื่องครอบงำ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะถูกกิเลสครอบงำ
    10.เอกัคคตาจิต ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลสต่างๆ
    11.จิตที่กำหนดด้วยศัทธา ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเป็นผู้ไม่ศรัทธา
    12.จิตที่กำหนดด้วยวิริยะ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้าน
    13.จิตที่กำหนดด้วยสติ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความประมาท
    14.จิตที่กำหนดด้วยสมาธิ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ อุจธัจจะ
    15.จิตที่กำหนดด้วยปัญญา ย่อมมไหวั่นไหวเพราะอวิชชา
    16.จิตที่ถึงความสว่างไสว ย่อมมไหวั่นไหวเพราะความมืดอวิชชา
    ----------------------------------------------------
    จิตตานุปัสสนา จากหนังสือพระพุทธเจ้าสอนกรรมฐาน / โดยคุณ ไชย ณ พล

    เห็นจิตในจิตภายใน (ตน)
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุพิจารณาเห็นจิตภายในเนืองๆอยู่เป็นอย่างไร

    - ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้เมื่อจิตมีราคะ ก็รู้ชัดว่าจิตของเรามีราคะ หรือเมื่อจิตปราศจากราคะ ก็รู้ชัดว่า จิตของเราปราศจากราคะ

    - เมื่อจิตมีโทสะ ก็รู้ชัดว่าจิตของเรามีโทสะ หรือเมื่อจิตปราศจากโทสะ ก็รู้ชัดว่า จิตของเราปราศจากโทสะ

    - เมื่อจิตมีโมหะ ก็รู้ชัดว่าจิตของเรามีโมหะ หรือเมื่อจิตปราศจากโมหะ ก็รู้ชัดว่า จิตของเราปราศจากโมหะ

    - เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดว่าจิตของเราหดหู่ หรือเมื่อจิตฟุ้งซ่าน ก็รู้ชัดว่า จิตของเราฟุ้งซ่าน

    - เมื่อจิตยิ่งใหญ่ ก็รู้ชัดว่าจิตของเรายิ่งใหญ่ หรือเมื่อจิตไม่ยิ่งใหญ่ ก็รู้ชัดว่า จิตของเราไม่ยิ่งใหญ่

    - เมื่อจิตมีขอบเขต ก็รู้ชัดว่าจิตของเรามีขอบเขต หรือเมื่อจิตไร้ขอบเขต ก็รู้ชัดว่า จิตของเราไร้ขอบเขต

    - เมื่อจิตตั้งมั่น ก็รู้ชัดว่าจิตของเราตั้งมั่น หรือเมื่อจิตไม่ตั้งมั่น ก็รู้ชัดว่า จิตของเราจิตไม่ตั้งมั่น

    - เมื่อจิตหลุดพ้น ก็รู้ชัดว่าจิตของเราหลุดพ้น หรือเมื่อจิตยังไม่หลุดพ้น ก็รู้ชัดว่า จิตของเรายังไม่หลุดพ้น

    - ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้น ย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก กำหนดด้วยดี ซึ่งนิมิตนั้น ภิกษุนั้น ครั้นเสพ เจริญ ทำให้มาก กำหนดด้วยดี ซึ่งนิมิตนั้นแล้ว ย่อมน้อมจิตเข้าไปในจิตภายนอก

    -----------------------------
    บุคคล 4 จำพวกที่อาจจะพบเห็นได้ / พุทธพจน์ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ จากหนังสือปัญหาการปฏิบัติธรรม โดย ท่านอาจารย์ มุนี ชอบพนา ( พระในป่า )

    1.บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้ธัมมวิปัสนาด้วยอธิปัญญา บุคคลนั้นควรดำรงอยู่ในเจโตสมถะในภายใน แล้วประกอบความเพียรในธัมมวิปัสสนาด้วยอธิปัญญา บุคคลนั้นพึงเข้าไปหาบุคคลผู้ได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา แล้วถามว่า ท่านผู้มีอายุ เราเห็นสังขารกันอย่างไร ควรพิจารณาสังขารกันอย่างไร ควรเห็นแจ้งสังขารกันอย่างไร ดังนี้ผู้ถูกถามก็จะได้ชี้แจงแสดงตามที่ตนได้รู้แจ้งเห้นจริงในเรื่องนี้แก่บุคคลนั้นเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป

    2.บุคคลบางคนได้ธัมมวิปัสนาด้วยอธิปัญญา แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายใน บุคคลนั้นควรดำรงอยู่ในอธิปัญญาธัมมวิปัสนา แล้วประกอบความเพียรในเจโตสมถะในภายใน บุคคลนั้นพึงเข้าหาผู้ได้เจโตสมถะในภายในแล้วถามว่า ท่านผู้มีอายุ จิตเป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้อย่างไร ควรถูกชักนำไปอย่างไร ควรทำให้จิตเป็นอารมณ์เดียวอย่างไร ควรทำให้ตั้งมั่งอย่างไร ดังนี้ท่านผู้ชำาญในเรื่องจิตก็จะได้อรรถาธิบายจนแจ่มแจ้งเพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อบุคคลนั้น

    3.บุคคลผู้ไม่ได้ทั้งเจโตสมถะและธัมมวิปัสสนา บุคคลนั้นเพื่อให้ได้กุศลธรรมทั้งสองนั้น พึงมีความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย มีสติและสัมปชัญญะ บุคคลนั้นพึงเข้าไปหาบุคคลผู้ได้ทั้งเจโตสมถะในภายในและอธิปัญญาธัมมวิปัสนา แล้วถามตามข้อ 1 และข้อ 2

    4.บุคคลผู้ได้ทั้งเจโตสมถะและธัมมวิปัสสนา บุคคลนั้นควรดำรงอยุ่ในกุศลธรรมทั้งสองนั้น แล้วประกอบความเพียรเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายให้ยิ่งขึ้นไป

    ----------------------
    ทางเลือกของผู้ปฏิบัติธรรม โดย ท่านอาจารย์ มุนี ชอบพนา ( พระในป่า ) สรุปออกมาดังนี้

    1.เจริญสมถะล้วนๆ ผู้ปฏิบัติอาจจะทำสมถะอย่างเดียว โดยมุ่งหวังเพียงชื่นชมเสพผลของสมถะ คือ ฌาณสมาบัติและอภิญญาทั้ง 5 โดยไม่เกี่ยวข้องกับวิปัสสนาเลย เรียกว่าหยุดอยู่เพียงแค่สมาธิไม่ก้าวไปถึงขั้นปัญญา

    2.เจริญสมถะนำวิปัสสนา คือเจริญสมถะจนได้ฌาณสมาบัติก่อน แล้วจึงก้าวต่อไปสู่วิปัสสนา เรียกว่าเอาฌาณเป็นบาทของวิปัสสนา

    3.เจริญวิปัสสนานำสมถะ คือผู้ปฏิบัติธรรมอาจจะเริ่มจากวิปัสนาไปก่อนแล้วจึงเจริญสมถะตามหลังก็ได้

    4.เจริญสมถะพร้อมวิปัสสนา คือเจริญทั้งสมถะและวิปัสนาควบคู่กันไป เรียกว่าทำทั้งสมาธิและเจริญทั้งปัญญา

    5.เจริญวิปัสสนาล้วน ในการณีนี้ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเจริญแต่วิปัสสนาอย่างเดียวล้วนๆไม่อาศัยสมถะเลย ซึ่งหมายถึงไม่ได้ทำสมถะจนได้ฌาณสมาบัติก่อนเจริญวิปัสนา แต่ในความเป็นจริงก็ต้องอาศัยสมถะ แต่สมาธิของผู้วิปัสนาแบบนี้อาจจะเริ่มด้วย ขนิกสมาธิก่อน และเมื่อถึงขณะที่บรรลุมรรคผลสมาธินั้นจะแน่วแน่สนิทเป็นอัปปนาสมาธิ ถึงระดับปฐมฌาณ เป็นหลักฐานยืนยันในอริยมรรค สัมมาสมาธิอันมีปฐมฌาณเป็นอย่างต่ำ คือหนึ่งในมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการที่จะตัดกิเลสโดยที่มรรคจิตไม่ครบทั้ง 8 องค์เช่นเหลือ องค์ 7 องค์ 6 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผู้ปฏิบัติวิปัสสนาอย่างไรก็ต้องอาศัยสมถะไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในช่วงมรรคญาณ
     
  7. theexcaribur

    theexcaribur เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    615
    ค่าพลัง:
    +3,932
    1.ให้ทานตามสมควร
    2.รักษาศีลตั้งแต่ศีล 5 ขึ้นไป ให้บริสุทธิ์
    3.ฝึกรู้ลมหายใจ เข้า-ออก
    4.ฝึกจับภาพพระ ใช้อารมณ์เหมือนเวลานึกถึงพ่อแม่ หรือ เพื่อน ทำไปเรื่อยๆ
    เมื่อคล่องแล้วค่อยไปหาที่ฝึก
     
  8. noolegza

    noolegza เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    1,034
    ค่าพลัง:
    +3,833
    ผมอยู่แม่ฮ่องสอนครับ ไกลเหลือเกิน การเดินทางมา จ.เชียงใหม่ซึ่งใกล้สุด
    ก็ปาเข้าไป 5 ชม.แล้วครับ แล้วตอนนี้รับราชการอยู่ด้วยหาเวลาไปต่างจังหวัด
    ยากจริงๆครับ
     
  9. แผ่บุญ

    แผ่บุญ ชอบ~ศรัทธา 40 อสงไขย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2018
    โพสต์:
    362
    ค่าพลัง:
    +316
    ต้องถือว่าวิชานี้สมัยเมื่อ 10ปีที่แล้วดังมากเลยทีเดียว แต่ไม่รู้ว่ายุคนี้มีการฝึกสอนกันอย่างจริงจังแพร่หลายเหมือนในอดีตหรือเปล่า หรือแทบไม่เห็นในกระทู้มีพูดกันถึงเรื่องการฝึกปฏิบัติสมาธิกันเหมือนอย่างสมัยนั้นเลย

    เข้าใจว่าหลวงพ่อผู้เผยแพร่วิชาท่านสงเคราะห์ลูกหลานของท่านที่ติดตามสร้างบารมีมาด้วยกันโดยเฉพาะ เพราะท่านรู้ว่าจะทำยังไงให้ลูกหลานท่านมารวมตัวกันให้มากที่สุดและทำยังไงให้ลูกหลานของท่านไปพระนิพพานตามให้ได้เยอะที่สุด คิดดูแล้วสมัยนี้ลูกหลานของท่านจริงๆส่วนใหญ่น่าจะตามท่านไปเกือบหมดแล้วที่เหลือค้างบนรอพระอีกคงไม่มาก
     
  10. เตรียมตัว

    เตรียมตัว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2015
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +151
    ฝึกฝนตัวตัวเจ้าของ จากปุถุชนคนหนา ให้เป็น ผู้มีกิเลสเบาบางจนถึงอริยบุคคลเลย จะเป็นการดีกว่า..อย่าไปเสียเวลา..เวลามีน้อยไม่คอยท่า...อย่าตายไปพร้อมโอกาสที่ได้พบพุทธศาสนาเลย.. มรรคผลมีอยู่...
     

แชร์หน้านี้

Loading...