อยากรู้เรื่องการปรับระบบการหายใจครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Bronzebeard, 11 มกราคม 2019.

  1. Bronzebeard

    Bronzebeard สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน ผมขอคำชี้แนะด้วยครับ ถ้าจะปรับระบบลมหายใจให้หายใจลึกถึงท้อง
    หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ อันนี้ให้ฝืนทำไปเลยใช่ปะครับ แล้วเวลาทำให้พยายามทำทุกลมหายใจเข้าออกตลอดทั้งวันเลยใช่ไหมครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับพี่ๆ

    ขอบคุณมากๆครับ
     
  2. Username-chatreekain

    Username-chatreekain ใต้สรวงสวรรค์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    80
    ค่าพลัง:
    +34
    ส่วนตัวผม ก็นั่งปฏิบัติแบบลมหายใจเหมือนกันครับ มันรู้สึก ยังไงก็ไม่รู้ที่ท้อง หากใจเขาก็ไม่ค่อยพอดีหายใจออกก็ไม่ค่อยพอดี อย่างนี้ ต้องฝึก ขายของให้ พอดีพอดีกับลมหายใจหน่อย จะได้นั่ง สบายๆ หมายถึงนั่งสมาธิน่ะ แบบสบายๆ
     
  3. Username-chatreekain

    Username-chatreekain ใต้สรวงสวรรค์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2018
    โพสต์:
    80
    ค่าพลัง:
    +34
    เป็นไปได้ง่ายนะ สำหรับคนอ้วน นั่งแล้วท้องไม่ค่อยพอดี ใครใจเขาก็เลือก หายใจออกก็เฮ้อ หายใจออกก็เฮ้อ เป็นแบบนี้ทุกทีเวลานั่งสมาธิ แต่ว่าคิดยังแรงอยู่ครับ สำหรับตัวผมนะ
     
  4. Bronzebeard

    Bronzebeard สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    ผมก็เป็นเหมือนกันครับ หายใจไม่อิ่ม 5555
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,405
    ค่าพลัง:
    +31,773
    หายใจเข้าจนท้องพอง แรกๆอาจจะดันท้องให้พองด้วย
    หายใจออกจนท้องยุบ แรกๆอาจจะต้องเขม่วพุง
    ทำให้ท้องยุบด้วย
    กระบวณการนี้คือ ให้ดันลมหายลงไป
    แต่ห้ามไปตามลมหายใจนะครับ
    ร่วมกับทำความรู้สึก รับรู้ว่า
    ลมหายใจ ทั้งเข้าและออกหยุดที่ปลายจมูกเท่านั้น

    รู้ตัวตอนไหน ที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว
    ก็ฝึกตอนนั้นนั่นหละครับ
    ยกเว้นเวลาที่ร่างกายเคลื่อนไหว
    ให้นับจำนวนก้าวเดินเอา
    ส่วนถ้าทำงานก็ให้ตั้งใจทำงานให้เต็มไป...


    วิธีตรวจสอบง่ายๆ ลองเอานิ้วชี้
    วางไว้ที่ปลายจมูก เวลาที่ หายใจเข้า
    จะต้องรู้สึกว่า มีลมกระทบผ่านนิ้วชี้เราตลอดเวลา
    จนกระทั่งหายใจจนหมดสาย(ท้องพอง)
    แต่ถ้า ลมที่มากระทบนิ้วชี้ มันขาดๆหายๆ
    แสดงว่า ตอนนั้น เผลอไปตามลมหายใจนั่นเอง...
    หายใจออก ก็ใช้หลักสังเกตุทำนองเดียวกัน

    มันจำเป็นต้องฝืนๆก่อนในช่วงแรกๆ
    และมันจะหลงๆสลับๆกันในช่วงแรก
    มันคือเรื่องปกติ เพราะส่วนมาก
    มนุษย์จะหายใจเข้าออกถึงแค่หน้าอก
    เป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่เราเกิดแล้วครับ...
    ถ้าทำได้ทุกวัน จริงๆ จะเริ่มเห็นผลใน
    ๒ สัปดาห์(ธรรมชาติของร่างกายในการปรับระบบหายใจ)
    และถ้า ทำได้ต่อเนื่อง ถึง ๒ เดือน
    ระบบหายใจนี้ มันจะกลายมาเป็นระบบหายใจปกติ
    ในชีวิตประจำวันเราได้เอง
    โดยไม่ต้องมาฝืน เพราะร่างกายมันจำระบบหายใจนี้ได้แล้ว

    เรื่องการปรับระบบหายใจแบบนี้
    รีบร้อนไม่ได้นะครับ...ทำทุกวันยัง ๒ เดือน
    กว่าจะเป็น ระบบหายใจปกติในชีวิตประจำวันของเรา....

    แต่ถ้าทำได้ ระยะเวลาในการฝึกกรรมฐาน
    จนถึงระดับผลสำเร็จ หรือ การแยกรูปแยกนาม
    ของเรามันจะสั้นลงกว่าปกติ ย่นย่อให้เหลือหลักเดือนได้

    ถ้าฐานตรงนี้ไม่ดี บางทีทั้งชาติ ก็ฝึกกรรมฐานอะไรไม่สำเร็จ
    หรือแยกรูปแยกนามเพื่อเดินปัญญาไม่ได้ก็มีนะครับ....
    เพราะมันเป็นพื้นฐานในการปรับความละเอียดของลมหายใจ
    และจิตเพื่อรองรับ กระบวณการทางด้านนามธรรมต่างๆ
    ที่มาในรูปแบบกรรมฐานต่างๆทุกกองนั่นหละครับ

    ในทางปฏิบัติ ถ้าอะไรที่มันทำให้เรารู้สึก เข้าใจ
    ตอนเริ่มต้นมันง่ายๆแล้วหละก็ นั่นหละ..ปัญหาครับ

    และอย่าไปสนใจว่า จะได้ยิน ใครบอกว่า ทำทำไม
    ทำแล้ว มันไม่หล่อ
    ไม่เท่ห์ ฝึกกรรมฐานกองนี้ซิ ได้ฤิทธินะ ดูทรงภูมินะ
    ทำแล้ว สาวจะกรี๊ดกร๊าด ตูดแต๋วกรีดสลบ
    หรือบอกว่า ฝึกกองนี้แล้ว
    ทำแล้วมันดูเหมือนผู้วิเศษนะ
    ไปไหน เอาไว้โม้โน้นโม้นี่ได้

    ....พวกนี้มันเป็นกิเลส
    ที่สร้างหลอกให้ เราหลงตัวเองเล่นๆไปวันๆ
    ทั้งๆที่ จิตไม่มีความสามารถใดๆในอนาคต
    หรือแม้กระทั่งความเข้าใจทางธรรมไม่ดี
    มันจะทำให้หลงตัวเองได้ อย่างคาดไม่ถึง....

    ปล.ทุกคนเกิดมาต้องคลานก่อน
    แล้วค่อยมาหัดเดิน
    แล้วค่อยมาฝึกวิ่ง
    ค่อยมาเรียนรู้เทคนิคการวิ่งให้ดีขึ้น
    มันเป็นไปตามลำดับขั้นตอนทั้งนั้น....

    ตำรา และผลที่เขียนการทำได้ของกรรมฐานต่างๆ
    ตลอดจนเรื่องเล่าของท่านโน้นท่านนี้นั้น
    หากไปเผลอยึดมั่นถือมั่น จนขาดการปรับพื้นฐานที่ดีก่อน
    จะทำให้นักปฏิบัติ หลงเข้าใจได้ว่า
    ตนเองนั้น เมื่อได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านมาอย่างนี้
    ได้ทดลองเดิน ทดลองวิ่งมาบ้างแล้ว
    จะกลาย เป็นนักวิ่งที่ชำนาญได้เลย
    แล้วก็มา แนะนำ มาถ่ายทอดต่อบุคคลอื่นๆ
    รวมทั้งชอบ พูดสภาพแวดล้อมประกอบ เพื่อ
    ให้เสมือนว่า ตนเองเป็นนักวิ่งที่ชำนาญการ

    ประหนึ่งว่า เป็นการโฆษณาขายสินค้า
    ทั้งๆที่ ไม่รู้เทคนิค เนื่องจากไม่เคยลงแข่งขันสนามจริง
    ไม่เคยแพ้ ไม่เคยหกล้มในสนามจริงๆมาก่อนนั้นได้
    เพราะอาศัยตำรา การได้ยิน ได้อ่านผล
    แล้วยึดเอามาอ้างอิงทั้งนั้น......

    ดังนั้น...อย่าใจร้อน ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
    พื้นฐานให้ดีๆ ฝึกอะไรมันก็เข้าถึงได้ง่ายหมดนั่นหละ....
    ช้าแต่ชัว...ไม่งั้นจะเสียเวลาในการฝึกเฉยๆ
    พอมองภาพรวมออกเนาะ... ^_^
     
  6. Bronzebeard

    Bronzebeard สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    ขอบคุณมากครับพี่ nopphakan อ่านแล้วเข้าใจเลยครับ :D
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,467
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,534
    เริ่มแรกต้องฝึกก่อนครับ แล้วเมื่อเป็นเราจะหายใจด้วยท้องเอง

    วิธีฝึกก็ง่ายๆครับเด็กมัธยมก็ทำได้

    1.ให้นอนหงาย แล้วหายใจตามปรกติ
    เราจะหายใจด้วยท้องเองตามธรรมชาติครับ
    2.เราจำความรู้สึกที่เราหายใจเวลานอนมาใช้ตอนเรานั่งยืนขึ้นมา ฝึกแค่ไม่กี่วันก็จะได้เอง
    ไม่ได้ไปบีงคับฝืนอะไรใดๆทั้งสิ้น ครับ

    บังเอิญตอนเด็กเคยเข้าวงโย เล่นเครื่องดนตรีเค้าจะสอนให้หายใจด้วยท้อง เลยเป็นติดมาจนหายใจด้วยท้องเป็นปรกติในชีวิตประจำวัน

    ลองดูครับ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรใดๆ
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,405
    ค่าพลัง:
    +31,773
    คุณ Saber ขอรับ
    ประหลาดเนาะ ส่วนตัวเข้าใจ
    จขกท ถามระบบหายใจ
    ที่เกี่ยวข้องกับกรรมฐาน นะครับ

    ไง มาอธิบาย ระบบหายใจที่เอาไว้
    งมหาหอยหากุ้ง แล้วทิ้งท้ายอย่างหล่อ
    ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรใดๆ ??


    จขกท.
    จำคำว่า ระบบโครงสร้าง
    การหายไว้นะครับ จขกท.

    ถ้า น้อง จขกท
    อยากรู้เรื่องระบบโครงสร้างการ
    หายใจของมนุษย์ปกตินั้นที่
    ผ่านจมูก ถึง กะบังลม อะไรนั้น
    ให้ค้น Google อ่านได้นะครับ จบส่วนนี้



    มาถึงระบบหายใจน้ำเต้า(กุ้งหอยปูปลา)
    การหายใจด้วยท้อง
    เกิดมาพึ่งเคยได้ยินนี่หละครับ
    เพราะท้อง มันไม่ใช่อวัยวะ
    ที่เป็นระบบโครงสร้างการหายใจ
    ของมนุษย์ครับ ? หรือว่ามาจากดาวอื่น ?
    ก็อาจเป็นได้

    ไม่ทราบว่าส่วนท้องนั้น
    เอาอวัยวะส่วนไหน
    มาเกี่ยวหรือเป็นระบบโครงสร้าง
    การหายใจหรือครับ
    ลำไส้เล็ก ไส้ติ่ง ท่อไต ลำไส้ใหญ่
    ตับ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี
    หรือ ปลีกมดลูก อวัยวะ กระเพาะปัสสาวะ
    ที่พูดมาอยู่ที่ท้องหมดครับ ???
    ตอบได้ไหมครับ


    มันมีแต่ การใช้กล้ามเนื้อท้องในการ
    หายใจ การหายใจในที่นี้
    ไม่ใช่ตัวกล้ามเนื้อท้อง
    เป็นส่วนหนึ่งของระบบ
    โครงสร้างการหายใจ
    คือไม่ได้ใช้มันหายใจ
    แต่ใช้ช่วย ในระบบโครง
    การหายใจ

    มันใช้กล้ามเนื้อท้องนี้ช่วยเพื่อ
    ไปบริหารตัวกะบังลม
    ซึ่งเป็นระบบโครงสร้าง
    การหายใจปกติของมนุษย์ชาวดาวโลก

    ทำให้กะบังลมมันแข็งแรงขึ้น
    เป็นผลให้เราหายใจดีขึ้น
    คืออัตราการหายใจ
    เทียบต่อนาทีมันน้อยลงนั่นเอง
    เพราะไอ้กะบังลมมันเกี่ยวกับ
    การปล่อยลมเข้าและออกของปอดครับ

    ส่วนใหญ่ พวกที่เป็นนักกีฬา
    วิธีนี้ ก็เป็นวิธีการหนึ่งในการฝึก
    ขยายปอด( เป็นคำพูด ประมานว่า
    ปอดใหญ่ เหนื่อยช้า อึด ) จริงๆมันเกี่ยวกับ
    ช่องอากาศเข้าและออกของปอด
    นั่นหละครับ



    สรุปคือ การใช้กล้ามเนื้อท้องในการช่วยหายใจเรื่องของโครงสร้างระบบหายใจ
    ให้ดีขึ้น

    ไม่มีนะครับ ชาวดาวโลกที่หายใจด้วยท้อง
    หรือว่า อวัยวะภายในท้องเป็น
    โครงสร้างระบบหายใจ
    ของชาวดาวโลกครับ

    และถ้าสงสัยไปอ่านดู จะพบว่า
    การใช้กล้ามเนื้อท้องเพื่อช่วยให้ระบบ
    หายใจดีขึ้นนั้น มันจะต้องตามลมหายใจ

    จิตตามลม = จิตมันเกิด
    จิตเกิดแล้ว เมื่อไร่มันจะสงบ

    ยกเว้นชาตินี้ ตั้งเป้าว่า
    จะเอาสูงสุดว่า
    ระดับปฐมฌาน ไม่ว่ากัน

    ใครบอกว่า ระบบนี้เป็นระบบหายใจปกติ
    ตนเองตอนนี้ แสดงว่า
    ระดับสมาธิสูงสุด
    ไม่มีทางเกินปฐมฌานครับ

    เพราะมันไม่ใช่ระบบหายใจ
    ที่มีเป้าเพื่อปรับความละเอียด
    ของจิตและลมหายใจ
    สำหรับเอาไว้เป็นฐานรองรับ
    การฝึกกรรมฐานกองต่างๆ

    คือ พูดง่ายๆ มันคนระเรื่องเลยครับ

    ยกเว้น จขกท มาถามว่า
    ช่วยแนะเรื่องระบบหายใจด้วยครับ

    ผมว่าจะไป งมหอย งมกุ้ง ดำน้ำจับ
    ปลาวาฬ ล่าปลาฉลาม
    รบกวนแนะนำผมด้วยครับ

    ถึงค่อยแนะนำ ระบบหายใจ
    น้ำเต้า(กุ้ง หอย ปู ปลา)
    นะครับ.

    งงเลย
    เจอการแนะระบบหายใจ “ น้ำเต้า”
    แถมหายใจด้วยท้องอีกต่างหาก
    มาจากดาวไหนครับ อวัยวะถึงแปลกๆ
    แตกต่างจากชาวดาวโลก

    กลายเป็น สองเด้ง เจ้ามือกิน ๕๕

    ขำๆ
     
  9. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,467
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,534
    Screenshot_20190112-010324.jpg Screenshot_20190112-010314.jpg Screenshot_20190112-010314.jpg Screenshot_20190112-010337.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,467
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,534
    ควรแยกให้ออก จขกข คงไม่มาถามหรอกนะคับว่าจะใช้กระเพาะ อวัยะวะในการย่อยอาหารหายใจอย่างไร พิจารณาด้วยตัวเอง

    Screenshot_20190112-011228.jpg
     
  11. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,405
    ค่าพลัง:
    +31,773
    พูดดีจัง แก้ต่างแทน จขกท ด้วยความเป็นห่วง
    ว่ารู้จักเรื่องการแยกแยะ ว่าแต่คุณ รู้หรือยังครับว่า

    ๑. นี่ห้อง อภิญญา - สมาธิ
    ไม่ใช่ห้อง จิตวิทยา $ สุขภาพ. นะครับ
    ส่วนนี้เขียนบอกไว้เฉยๆ เพื่อว่า จะรีบตอบแล้วลืมอ่าน
    ว่าตอบในห้องไหนครับ
    ๒. ระบบลมหายใจของนักปฏิบัติ กับ ระบบลมหายใจ
    ของนักกีฬา. พอจะทราบใช่ไหมครับ แยกแยะได้นะครับ



    ตรรกะคุณก็แปลกๆเนาะ.......
    คำว่า '' หายใจด้วยท้อง ''
    กับ '' หายใจด้วยกล้ามเนื้อท้อง ''
    ภาษาไทยตรงนี้ พอแยกได้อยู่นะครับ

    ถ้าเอาดันทุลัง เอาตรรกะการหายใจแบบคุณนี้
    ก็หมายความว่า
    พวกนักกีฬาเก่งๆ เช่น นักฟุตบอล นักรักบี๊ นักว่ายน้ำ
    นักเทนนิส นักวิ่งทั้งหลาย พวกที่เล่นกีฬาได้แบบเหนื่อยง่าย
    อึดๆทั้งหลาย. ก็คงเป็นเซียนสมาธิกัน
    หมดโลกแล้วหละครับ.....

    คุณ Saber ครับ คุณเข้าใจผิดตั้งแต่แรก
    และไม่รู้เรื่องระบบหายใจของนักปฏิบัติ
    (นักปฏิบัติไม่ใช่นักกีฬานะ
    แยกแยะออกไหม)

    คุณ ก็ควรที่จะหัดรู้จักยอมรับบ้างครับ
    การเข้าใจผิด และยอมรับในสิ่งที่ตนเองไม่รู้เรื่อง
    มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกครับ....
    คนเราถ้ารู้จักยอมรับผิด แล้วรู้จักยอมรับ
    มันยังพอจะพัฒนาได้นะครับ

    ไม่ต้องกลัวหรอกคำว่า ''เสียหน้า"
    ไม่รู้ก็บอกว่า ไม่รู้
    ทำไม่ได้ก็บอกว่า ทำไม่ได้
    ถ้าทั้งไม่รู้ และ ก็ทำไม่ได้ แต่อยากแนะนำ

    ก็หาแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อได้
    ที่มันพอจะใกล้เคียง
    กับสิ่งที่ ่จขกท เข้ามาถามบ้าง......


    นี่มัน ห้อง อภิญญา - สมาธิ.
    ไม่ใช่ห้อง จิตวิทยา $ สุขภาพ......ย้ำอีกรอบเฉยๆ
    เพื่อว่า อาจจะยังงงๆอีก...

    ตัวเองแนะ รู้จักแยกแยะตรงนี้ก่อน
    ถึงค่อยจะ ไปแก้ต่างให้คนอื่นๆเค้า......
    ย้ำอีกนะว่า



    ๑.คุณ พูดเองใช่ไหม คำว่า ''การหายใจด้วยท้อง ''
    ไม่ใช่ ''กล้ามเนื้อท้อง'' นะครับ แหล่งข้อมูลอื่นๆ
    กลายเป็น กล้ามเนื้อนำหน้าทั้งหมด แปลกดีเนาะ
    บอกว่าตนเองเคยเล่นวงโย(พูดเสริมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ)
    และบอกว่าทำจนเป็นปกติในชีวิตประจำวัน และบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร.. ไม่แปลกครับ ถ้าเอาไปใช้เพื่อเล่นวงโย
    หรือกรณีที่เป็นนักกีฬา ไม่แปลกครับ
    และไม่แปลกเลย ถ้านี่มันเป็นห้อง. จิตวิทยา $ สุขภาพ

    แค่นี่ก็บอกได้แล้วหละครับว่า
    ความสามารถทางด้านสมาธิคุณมีแค่ไหน....
    เพราะระบบการหายใจของผู้ฝึกสมาธิ กับ นักกีฬา
    ที่ฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ปอด หรือ ช่วยเพิ่มในเรื่อง
    ระบบการหายใจของนักฬีกา เพื่อให้เหนื่อยช้าลงนั้น
    มันคนละแบบ กับระบบหายใจ ของนักปฏิบัตินะครับ.....

    ๒.ถ้าคุณ ศึกษา วิธีการใช้กล้ามเนื้อท้องเพื่อช่วยใน
    ระบบโครงสร้างการหายใจบ้าง....คุณจะพบว่า
    ในวิธีการ มันจะต้อง ตามลมหายใจด้วยตลอด

    (ควรก๊อปปี๊มาลงให้หมดด้วย อย่าปี๊แปะบางส่วน
    และที่สำคัญก็คือ อย่าลืมเรื่องมารยาท ในการ
    เครดิสถึง แหล่งข้อมูลอ้างอิง ตรงนี้สำคัญมาก)


    พูดง่ายๆว่า การหายใจเข้าและออกให้ลึกนั่นเอง
    ตรงนี้ บุคคลที่เป็นนักกีฬา มักจะทราบกันดีอยู่แล้ว.......

    แม้ว่า วิธีการ หายใจเข้าและออกลึกๆ นั้นจะเป็นหลักการ
    เริ่มต้นก่อนนั่งสมาธิเพื่อปรับเอาลมหายใจหยาบๆออกก่อน
    แต่ก็ทำแค่ ๓ หรือ ๔ ครั้ง
    เพื่อปรับระบบลมหายใจส่วนนี้

    แต่การทำอย่างนี้ตลอด
    มันเป็นการเอาจิตไปตามลมหายใจ
    พูดง่ายๆว่า จิตมันเกิด วิ่งไปกับลมหายใจ

    สมาธิมันเป็นการ
    กดข่ม ลดคลื่นความถี่ของจิต เพื่อให้จิตมันสงบ นิ่งๆ
    จิตมันเกิดแล้ว ส่งออกไปที่ลมหายใจแล้ว
    ชาตินี้เมื่อไรมันจะสงบหละครับ........
    เราฝึกเอาผลชาตินี้ ไม่ใช่ชาติหน้านะครับ........
    หรือว่า เป็นวิธีการฝึก ที่มาจากดาวของคุณหรือครับ ?


    และมันไม่ใช่ ระบบหายใจของนักปฏิบัติ ไม่ว่าเวลานั่ง
    สมาธิในเวลาปกติ

    หรือ แม้กระทั่งระบบหายใจปกติในชีวิตประจำวัน
    ของนักปฏิบัติครับ.......


    ผ่านปีใหม่มาแล้ว เลิกเหอะครับ
    นิสัย ดำน้ำ และ แถแบบนี้.....

    เวลา ส่วนตัวมาเตือน จะอธิบายด้วย
    ว่าการปฏิบัติเป็นอย่างไร.....
    และก็แนะนำไปก่อนหน้านั้นด้วย

    ถ้าคุณ ไม่รู้ ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจ
    คุณควรหัดที่จะรู้จักยอมรับตรงจุดนี้บ้าง.......
    เพราะการอ้าง การแถ การพยายามบิดเบือน
    โดยไม่ได้อิงหลักการปฏิบัติจริงนั้น

    มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับตัวคุณเอง
    หรือแม้กระทั่งผู้ที่เข้ามาอ่านเจอหรอกครับ
    เครเนาะ....
    ส่วนตัวเขียนภาษาไทย คงอ่านออกและเข้าใจนะครับ

     
  12. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    688
    ค่าพลัง:
    +490
    ไม่ได้ปรับลมหายใจแต่ปรับการรับรู้ของลมหายใจ ในการที่จะเคลื่อนไปในที่ๆมันจะไป แรกๆก็ตามปกติ ต่อมาจึงปกติแต่ละเอียดมากขึ้นและต่อมายิ่งละเอียดไม่รู้สินะว่าความละเอียดคนเราต่างกันมากไหม แต่ต้องแตกต่างกันแน่นอนในแต่ละคน สรุปคือ ไม่ต้องไปปรับกายแต่ปรับการรับรู้ให้ทั่วถึงและเท่าทันไปจนกว่าจะไม่มีอะไรต้องรู้
     

แชร์หน้านี้

Loading...